ตอน 3

ยามที่เธอลืมตาขึ้นในตอนนั้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าขาวๆ ของตรีทศนั่นเอง

‘ยัยซื้อบื้อ! รู้ว่าซุ่มซ่ามแล้วยังริอ่านปีนขึ้นไปอีก’

ตอนนั้นตรีทศยังพอใจดีกับเธอบ้าง ไม่ได้ร้ายกาจเท่าทุกวันนี้

‘จะกินชมพู่รึไง มา...เดี๋ยวเก็บให้เอง’

เด็กหนุ่มในวัยสิบสองปีลุกขึ้นยืน แล้วปีนขึ้นไปเก็บชมพู่ผลสีแดงลงมาให้ นับจากวันนั้นพรนภัสก็ไม่เคยเห็นชมพู่ลูกไหนอร่อยเท่าลูกนั้นเลยแม้แต่น้อย

หากความใจดีของเขามีอยู่ไม่นานนักหรอก เมื่อมันแปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธขึ้งเมื่อเขาถูกตีเพราะพาเธอไปเล่นใกล้ๆ แม่น้ำที่ไหลผ่านด้านหลังตัวบ้าน คุณเกศรินนั้นกลัวพรนภัสจะเป็นอะไรไป จึงได้ก่นด่าและทุบตีลูกชายให้รู้จักระมัดระวังมากกว่านี้

นับจากวันนั้น ตรีทศก็ถูกดุด่าว่ากล่าวตักเตือน และถูกตีนับสิบครั้ง เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะไม่ดูแลเด็กหญิงพรนภัสผู้เป็นน้องสาวให้ดีๆ

และด้วยเหตุนั้นเอง พรนภัสจึงไม่ได้เห็นเด็กชายผู้ใจดีคนนั้นอีกเลย เขาไม่ชอบขี้หน้าเธออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อผู้เป็นมารดาจากไป ตรีทศก็แทบจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นคนก้าวร้าว ดื้อด้านไม่ฟังใคร ทิฐิแรงและชอบกดคนอื่นให้ต่ำกว่าตัวเองอยู่เสมอ

คุณอธิปเคยเปรยๆ กับเธอว่า ตนเลี้ยงลูกไม่ดี ทำให้ลูกมีนิสัยย่ำแย่จนเกินทน

และอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญกว่านั้น...ในวันที่คนรักของเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุ ชายหนุ่มกล่าวหาว่าเธอเป็นต้นเหตุ พรนภัสไม่ได้เถียงว่าตัวเองมีส่วนในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย แต่ตรีทศเองก็ผิดไม่แพ้กัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาดึงตัวเธอเข้าไปกอดรัด และกระทำการอุกอาจล่วงเกินแบบนั้น คนรักของเขาก็คงไม่บังเอิญมาเห็นและกลายเป็นเรื่องราวเข้าใจผิดใหญ่โตถึงขั้นนั้น

พรนภัสเสียใจเหมือนกัน เธอไม่ได้เป็นคนไร้หัวใจถึงขนาดมองใครๆ จบชีวิตไปได้อย่างหน้าตาเฉย แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอคนนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว ส่วนเธอยังต้องทนทุกข์ก้มหน้าชดใช้กรรมต่อไป

จากวันนั้นทั้งเธอและตรีทศก็เหมือนเส้นขนาน เข้าหน้ากันแทบไม่ติด บ่อยครั้งที่เขามักจะกลั่นแกล้งเธอให้สาแก่ใจเล่นๆ ...

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ตรีทศก็ไปเรียนต่อโทบริหารที่สหรัฐอเมริกา เธอไม่เห็นหน้าเขาเกือบห้าปี กลับมาคิดว่าเขาจะลืมเลือนความชิงชังและอคติต่อเธอแล้ว แต่ไม่ใช่เลย ความชิงชังเหล่านั้นยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจผู้ชายคนนั้นอย่างที่คงไม่มีอะไรลบเลือนได้

พรนภัสสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว ยกหลังมือค่อยๆ ป้ายน้ำตาของตัวเองออกพลางบอกตัวเองว่า

...เธอจะต้องไมร้องไห้ จะต้องไม่อ่อนแอ อย่างที่ได้รับปากกับคุณอธิปไว้

‘ช่วยดูแลเจ้าตรีด้วยนะฟ้า พ่อเป็นห่วงมันเหลือเกิน’ ท่านเอ่ยกับเธอหนึ่งวันก่อนที่ท่านจะล้มป่วย ‘ถ้าทำได้ล่ะก็ ช่วยดูแลให้มันเป็นผู้เป็นคนกว่านี้หน่อยนะ’ วันนั้นเธอรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะต้องเจ็บปวดกับถ้อยคำรุนแรงของอีกฝ่ายแค่ไหน เธอก็ต้องอดทนไว้ เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ

“คุณฟ้าขา เป็นยังไงบ้างคะ”

หญิงกลางคนซึ่งนั่งพับเพียบเฝ้ามองเธอมาสักพักใหญ่ๆ เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตอนนั้นเองที่คนถูกถามลดมือลงวางบนตักแล้วระบายยิ้มออกมา

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ป้าแสง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ...เอ...ไม่รู้ว่าจัดโต๊ะกันเสร็จรึยัง” ว่าพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องครัวไป โดยมีสายตาเวทนาสงสารของป้าแสงมองตามมาไม่วางตา

พรนภัสพาร่างอันบอบางของตนเองเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร โต๊ะไม้ตัวยาวฉลุลวดลายงดงามวางตั้งอยู่กลางห้อง เด็กรับใช้สามสี่คนกำลังลำเลียงอาหารฝีมือเธอออกมาจากห้องครัวที่อยู่ติดกัน ทั้งหมูมะนาว ต้มข่าไก่ ฉู่ฉี่ไข่เจียว และอาหารที่ชายหนุ่มชอบซึ่งก็คือมัสมั่นไก่นั่นเอง

พรนภัสนั้นเป็นคนเพิ่มเมนูมัสมั่นไก่ขึ้นมา ด้วยเห็นว่าตรีทศนั้นไม่ได้รับประทานมาเป็นเดือนแล้ว ที่สำคัญฝีมือเธอเขามักชื่นชอบยิ่งนักแม้เจ้าตัวจะไม่เคยรู้ก็ตามว่าเธอเป็นคนเข้าครัว และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หญิงสาวคอยออกคำสั่งให้จัดนู่นจัดนี้ให้เรียบร้อย ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเพื่อที่ว่า ‘คุณตรี’ ของทุกคนจะได้ไม่โมโหกราดเกรี้ยวขึ้นมาอีก แค่ที่เมื่อกี้เด็กรับใช้ก็คงพากันกลัวหัวหดเสียแล้ว

เมื่อตรวจตราทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พรนภัสจึงใช้ให้เด็กรับใช้คนหนึ่งขึ้นไปตามตรีทศลงมารับประทานอาหาร รออยู่เกือบสิบนาทีเธอจึงเห็นร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคลุมสีขาวเดินลงส้นเท้าหนักๆ ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับเข้ามา กลิ่นสบู่ที่ลอยโชยมาแตะจมูกบอกชัดว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ท่าทางคง ‘เย็น’ ขึ้นเยอะแล้วกระมัง

“เชิญค่ะคุณตรี”

พรนภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนส่งสายตาบอกให้เด็กรับใช้ที่ถือข้าวในมือก้าวเข้ามายืนใกล้ๆ รอจนชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งตรงหัวโต๊ะ จึงตักข้าวลงในจานสองทัพพีตามที่เธอได้สั่งไว้

จากนั้นตรีทศก็ลงมือรับประทานอาหารโดยไม่เอ่ยอะไรแม้สักคำ พรนภัสลอบระบายลมหายใจบางเบา แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะไม่เหลียวมอง ไม่เหลือบแลหรือชวนให้เธอร่วมโต๊ะอาหารด้วย หญิงสาวก็อดน้อยใจไม่ได้ หัวใจของเธอรวดร้าวและโหยหาความเมตตาจากเขาอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนตรีทศจะไม่รับรู้ เขารังแต่จะคิดแค้นเคือง หมั่นไส้ ไม่พอใจ และอยากไล่เธอออกไปจากบ้านนี้อยู่เป็นประจำ มิหนำซ้ำยังมองเธอในแง่ร้ายเสียด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ประมาณสามปีที่แล้ว ตรีทศตะโกนใส่หน้าเธอว่าเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย...

‘เธออยากครอบครองทุกอย่างที่เป็นของพ่อฉันจนถึงกับต้องเอาตัวเข้าแลกใช่ไหม น่ารังเกียจ น่าสมเพชที่สุด!’

เขามองเธออย่างหยามเหยียด เต็มไปด้วยความเกลียดชังรุนแรง ดวงตาของเขาอัดแน่นด้วยกองเพลิงเมื่อยามบีบต้นแขนของเธอจนปรากฏรอยแดงเป็นปื้น แต่มีหรือที่เธอจะร้องโอดครวญ คนอย่างเธอนั้นทนแดดทนฝนมานาน ตั้งแต่เกิดบิดามารดาของเธอก็ไม่ไยดี นำเธอไปทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์จนคุณอธิปกับคุณเกศรินมาเห็น อาจเป็นเพราะโชคชะตาท่านทั้งสองจึงเอ็นดูเธอถึงขั้นรับไปเลี้ยง

ตอนนั้นพรนภัสคิดว่าจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ได้มีพ่อแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้เรียนโรงเรียนดีๆ และ...ได้มีพี่ชายแสนดีเหมือนเพื่อนคนหนึ่งในชั้นเรียนที่พี่ชายคอยดูแลไม่ห่าง

จริงอยู่ที่เธอได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยตามที่ใจต้องการ ได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ลำบากเหมือนก่อน ทว่า...มันก็แค่ความสุขทางกาย ส่วนความสุขทางใจหาได้ยากยิ่ง

...พี่ชายที่เธอหวังว่าจะได้เป็นที่พึ่งพิง กลับแสดงออกชัดเจนว่าชิงชังเธอเป็นนักหนา แถมยังชอบพูดจาถากถางดูถูกให้เธอต้องเจ็บช้ำเสียด้วย

พรนภัสดึงตัวเองกลับสู่ปัจจุบันเมื่อพบว่าตรีทศตวัดสายตามองมาทางเบื้องหลัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นโครมครามได้ทุกครั้งไป

“บอกคนที่ทำด้วยว่าอร่อยดี”

ในความเลวร้ายในตัวเขา ก็ยังพอมีความน่ารักอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ เขาก็ยังรู้จักพูดชมคนอื่น

ทว่า...ถ้าหากรู้ว่าอาหารทั้งหมดบนโต๊ะเป็นฝีมือของเธอแล้ว รับรองเลยว่าชามบนโต๊ะคงถูกขว้างลงบนพื้นอย่างไม่ไยดีเป็นแน่แท้

“ค่ะ” พรนภัสรับคำ ใจหนึ่งก็ดีใจหากใจหนึ่งนั้นปวดแปลบที่ไม่สามารถบอกเขาได้ว่า...

‘ฟ้าเป็นคนทำเองค่ะ...’

เธออยากเอ่ยแทนตัวเองว่าฟ้า และเรียกเขาว่า พี่ตรี เหมือนตอนเข้ามาในบ้านหลังนี้ใหม่ๆ เสียเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละ เวลานั้นล่วงเลยมาแล้ว มันกลายเป็นอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกต่อไปไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนก็ตาม

ตรีทศอิ่มแล้ว เขารวบช้อนอย่างเรียบร้อย ลักษณะท่าทางการนั่ง การรับประทานอาหาร หลังไหล่ของเขาจะตั้งตรงเสมอ มือเรียวที่เอื้อมไปหยิบแก้วน้ำเนิบช้า พรนภัสอดคิดไม่ได้ว่าคงมีแต่ตอนรับประทานอาหารนี่แหละที่ทำให้เขาดูเป็นคนใจเย็น ไม่ใช่ใจร้อนดั่งกองเพลิงยามอยู่ต่อหน้าเธอ หรือยามขับรถ

หญิงสาวเคยนั่งเคียงข้างเขาบนรถครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคุณเกศรินสั่งให้เขารับเธอกลับจากมหาวิทยาลัยด้วย เพราะคนขับรถของบ้านเกิดไม่สบาย ตรีทศรับคำอย่างเสียไม่ได้ เขานำรถเข้ามาจอด ณ จุดนัดหมาย รอจนเธอขึ้นนั่ง ปิดประตูเรียบร้อยจึงเหยียบคันเร่งอย่างแรง จนร่างบางกระแทกเข้ากับเบาะรถ ดูเหมือนจะทำให้เขาสะใจอย่างไรไม่ทราบได้ มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเล็กน้อย พอออกมาถนนใหญ่ได้ เขาก็ยิ่งเร่งความเร็ว ขับแซงซ้าย แซงขวา ฉวัดเฉวียนไปมาจนเธอเวียนศีรษะ เกือบจะอาเจียนอยู่แล้ว

‘อย่าคิดมาอ้วกบนรถฉันเชียวนะ พรนภัส ไม่อย่างนั้นฉันลงโทษเธอแน่’

ตอนนั้นเธอไม่รู้หรอกว่าบทลงโทษของเขานั้นจะเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีต่อตัวเธอเป็นแน่แท้ จึงพยายามสะกดกลั้นความคลื่นไส้ไว้อย่างสุดความสามารถ รอจนกระทั่งมาถึงคฤหาสน์ปัจจภาคย์จึงรีบเปิดประตูแล้ววิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ริมบ้าน ท้าวมือกับลำต้น แล้วโก่งคออาเจียนออกมาอย่างทนไม่ไหว

พรนภัสจำได้ว่าแว่วเสียงหัวเราะตามหลังมาอย่างสาแก่ใจ ไม่มีแม้แต่คำถามห่วงใย คำพูดปลอบโยน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากตัวเขา แต่ไม่มีเลย ตรีทศไม่เคยแสดงอะไรแบบนั้นต่อเธอเลยแม้แต่น้อย

พรนภัสรู้ดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันมอบสิ่งที่เธอต้องการได้แม้เพียงเศษเสี้ยว...

เมื่อกลับมาถามตัวเองว่าต้องการอะไรจากผู้ชายคนนั้น หญิงสาวก็ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องการอะไรกันแน่...

“เสื้อเชิ้ตฉันกระดุมหลุด”

เขาเอ่ยเสียงห้วนสั้น และมันไม่ใช่คำบอกเล่า แต่เป็นคำสั่งที่เธอต้องนำเสื้อของเขาไปซ่อม

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167UJL” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167UJL
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ขย่มรักเพื่อนพ่อ
ขย่มรักเพื่อนพ่อ
เมื่อ 'น้ำหวาน' ต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาอันเร่าร้อนจาก 'เสี่ยรุตน์' เพื่อนรุ่นน้องของพ่อที่จู่โจมเข้าหาอย่างหิวกระหาย สัมผัสป่าเถื่อนที่แสนซ่านสยิวทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่ แม้จะพยายามหักห้ามใจ แต่ร่างกายกลับตอบรับบทรักสุดอันตรายนี้อย่างไม่อาจต้านทาน นิยายรักอีโรติกสุดร้อนแรงที่คุณไม่ควรพลาด
8.2
44 ตอน
น้องแป้งสุดเนิร์ด ถือศีล กินมัง(กร)
น้องแป้งสุดเนิร์ด ถือศีล กินมัง(กร)
เมื่อสาวเนิร์ดสุดธรรมดาอย่าง 'แป้ง' กลับมีเสน่ห์ลึกลับที่สะกดใจคนมองได้อย่างน่าประหลาด นิยายรักร่วมสมัยที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์สุดฟิน เมื่อเสน่ห์ธรรมชาติอันทรงพลังดึงดูดชายหนุ่มเข้ามาในชีวิต อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ที่จะทำให้คุณใจฟูไปกับความรักสุดโรแมนติกที่คาดไม่ถึง
9.1
63 ตอน
แม่ทูนหัวของพ่อเสือหนุ่ม
แม่ทูนหัวของพ่อเสือหนุ่ม
เมื่อเสือร้ายผู้มีนิสัยดุดันและเพลย์บอยตัวพ่ออย่างอัครเดช ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับความแสนดีของขวัญข้าว หญิงสาวใสซื่อที่เขาแอบรัก นิยายรักโรแมนติกเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเส้นทางรักแท้ที่ทำให้เสือหนุ่มยอมถอดเขี้ยวเล็บเพื่อเธอเพียงคนเดียว อ่านนิยายสนุกๆ ที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจไปกับความรักที่ไร้กฎเกณฑ์
9.2
90 ตอน
ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
เมื่อคู่หมั้นทรยศหักหลังและเลือกหวนคืนสู่อ้อมกอดของรักเก่า เธอจึงไม่ยอมจมอยู่กับความเจ็บปวด แต่ตัดสินใจก้าวเดินต่อไปด้วยการแต่งงานใหม่กับชายหนุ่มผู้พร้อมจะมอบความรักที่แท้จริงให้ เรื่องราวรักแท้ครั้งใหม่ในนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักครั้งใหม่นี้
8.7
89 ตอน
โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันสู่สเปนในฐานะพี่เลี้ยงเด็ก แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับเซคิโอ ท่านประธานมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนไฟแค้นและจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวในคืนฝนตก นิยายรักแนวสัญญาจ้างรักและรักต่างชั้นที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน เธอจะเอาชนะใจลูกสาวจอมแสบและกับดักเสน่หาครั้งนี้ได้อย่างไร
8.5
70 ตอน
พ่ายรักแม่หม้ายป้ายแดง
พ่ายรักแม่หม้ายป้ายแดง
เมื่อความซื่อสัตย์ไร้ค่าและสามีปันใจไปให้คนอื่น ไอรดาจึงกลายเป็นแม่หม้ายป้ายแดงในพริบตา เธอตัดสินใจเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำด้วยการทิ้งกรอบเดิมๆ แล้วหันไปหาความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้าผู้ให้บริการแลกเครื่องดื่ม นิยายรักดราม่าสุดร้อนแรงที่จะพาคุณไปพบกับบทเรียนรักครั้งใหม่ที่ไร้ข้อผูกมัด
8.4
66 ตอน