ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

อันจิ่งเถียนเป็นบุตรสาวของนายอำเภอเมืองตงอวี่ นางเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงเรื่องความงามอันลือเลื่อง

อำเภอตงอวี่เป็นอำเภอใหญ่มั่งคั่ง อยู่ห่างจากชายแดนระหว่างหยวนกับทุ่งหญ้าแดนเสิ่นผู้คนคึกคักยิ่งนัก

นายอำเภอตงอวี่ได้หมั้นหมายอันจิ่งเถียนกับบุตรชายของสหายเดิมมาตั้งแต่นางเพิ่งลืมตาดูโลกซึ่งได้เขียนหนังสือสัญญาหมั้นหมายเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานของแต่ละฝ่าย ผู้ที่ลงนามในหนังสือสัญญานี้ก็คือบิดาของคนทั้งสอง

แน่นอนว่าไม่อาจบิดพลิ้วได้เป็นอันขาด

ทว่าหลายปีต่อมานายท่านแห่งเมืองหลวงกลับล้มป่วยและจากไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้สัญญาการหมั้นหมายของหนุ่มสาวทั้งสองถูกยกเลิกแต่ประการใด

ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดแต่งงาน อันจิ่งเถียนจึงถูกจับใส่เกี้ยวเจ้าสาวเพื่อส่งไปเข้าพิธีแต่งงานยังเมืองหลวงตามหมายที่ได้ตกลงกันเอาไว้แล้ว

ทว่าระหว่างที่เดินทางนั้นอันจิ่งเถียนกลับพบเจอกับโจรทุ่งหญ้าที่ดักปล้นและฉุดกระฉากสตรีไปขายส่งต่อให้แก่บรรดาพวกกลุ่มโจรต่าง ๆ และบรรดาหอนางโลมผิดกฎหมายที่ต้องการหญิงงามมาหลอกล่อเหล่าลูกค้า

เมื่อถูกจับมานางก็ถูกขังรวมอยู่กับสตรีนางอื่น ผ่านมาหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนโดยที่แทบไม่ได้ส่งเสียงและไม่ได้ดื่มน้ำ อันจิ่งเถียนก็ถูกขนขึ้นรถม้าคันใหญ่รวมกับสตรีเกือบสิบคนที่ถูกจับมาจากที่ต่าง ๆ เช่นกัน

คนพวกนั้นทั้งผลักทั้งดันพวกนางราวกับกำลังต้อนสัตว์ ทุกคนต่างถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปากแน่นจนไม่อาจพูดคุยกันได้

อันจิ่งเถียนมองเห็นเสื้อผ้าของแม่นางแต่ละคนที่สวม เห็นได้ชัดว่ามีทั้งชาวบ้านและบุตรสาวพ่อค้าไม่เว้นแม้แต่คุณหนูในจวนของขุนนางตัวเล็ก ๆ ก็ยังถูกจับมา

แน่นอนว่าทุกคนล้วนเป็นสตรีใบหน้างดงามไม่ต่างกัน รถม้าเคลื่อนตัวออกไปได้ครู่ใหญ่ก็มีสตรีผู้หนึ่งสามารถแกะเชือกออกมาได้ นั่นเพราะนางได้ซ่อนมีดเล่มเล็กเอาไว้โดยที่ผู้คุมไม่สังเกตเห็น

นางส่งเสียงชู่ว์ ขอให้สตรีที่ร้องขอความช่วยเหลือเงียบให้ได้มากที่สุด

“เงียบ ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง จากนั้นพวกเราช่วยกันหาทางออกไปจากที่นี่”

เมื่อหนึ่งคนถูกแก้มัด คนที่สองสามก็ตามมาพวกนางช่วยเหลือกันเพียงพริบตาก็สามารถแก้มัดคนทั้งหมดได้

ยามนี้พวกนางอยู่ในรถม้าคันใหญ่ ที่เอาไว้ขนสัตว์เช่นพวกหมูหรือไก่ รถม้ายังคงแล่นไปเรื่อย ๆ และดูเหมือนว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้นด้วย

สตรีทั้งหมดล้วนกอดกันกลม

และแล้วภายนอกรถม้าก็บังเกิดเสียงปะทะกันขึ้นมาของคนกลุ่มใหญ่

เสียงดาบและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้น

“มีคนมาช่วยพวกเราแล้ว”

ทว่าพวกนางยังไม่ทันได้ดีใจ ก็ต้องกรีดร้องเมื่อรู้สึกว่ารถม้าคันใหญ่กำลังลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้าจากนั้นก็ตกลงมากระแทกพื้นอย่างรวดเร็ว

กรี๊ด!

เสียงกรีดร้องของเหล่าสตรีดังประสานกันด้วยความตกใจอย่างน่าสงสาร

อันจิ่งเถียนหล่นลงจากฟ้าคิดว่าตนเองคงได้ตายในครานี้ ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น ด้วยบัดนี้นางกำลังทับร่างสตรีสองคนอยู่จึงทำให้ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอันใด

ทว่าสตรีทั้งสองไม่รู้ว่าถูกกระแทกอย่างแรงจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่อันจิ่งเถียนไม่มีเวลามาช่วยผู้ใด เมื่อได้ยินเสียงสตรีนางหนึ่งเอ่ยว่า

“หนีเร็วเข้า พวกเราหนี คนที่มาช่วยเป็นโจรเช่นกัน”

อันจิ่งเถียนมองซ้ายมองขวา เห็นว่าพวกโจรกำลังต่อสู้กันจนไม่มีผู้ใดสนใจตนเองจึงคิดหาทางหนี

“เร็วเข้าหนีเข้าไปในป่า”

เสียงเล็กของสตรีคนเดิมดังขึ้นอีกครา อันจิ่งเถียนจึงวิ่งไม่คิดชีวิตหมายเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรพวกนั้น

ทว่าช่างโชคร้ายนักเมื่อเส้นทางที่พวกนางวิ่งหนีมานั้น ยังมีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งซุ่มดักอยู่

แผนโจรปล้นโจรครานี้ได้วางแผนเอาไว้อย่างดี โจรกลุ่มที่สองไม่ต้องออกแรงไปฉุดคร่าสตรีชาวบ้านให้เหนื่อย เพียงแต่อาศัยจังหวะช่วงชิงคนจากโจรกลุ่มแรกแล้วนำไปขายต่อโดยไม่เสียเลือดเนื้อเลยแม้แต่น้อย

ตอน 2

เมื่อเหล่าสตรีต่างวิ่งหนีไปยังจุดที่พวกมันรออยู่ ทุกคนล้วนตกอยู่ในกำมือของโจรอีกกลุ่มหนึ่ง

อันจิ่งเถียนถูกบุรุษผู้หนึ่งจับเอาไว้ มือของมันยังตะโบมโลมลูบไปจนทั่ว

“ปล่อยข้า ปล่อยข้านะ”

ยิ่งนางร้องไห้มันก็ยิ่งหัวเราะด้วยความพอใจ มันกอดนางเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยว่า

“ลูกพี่ แม่นางผู้นี้งดงามนักข้าขอได้หรือไม่”

โจรผู้นั้นถูกถีบจนตัวกลิ้งไปกับพื้น ก่อนที่คนเป็นลูกพี่ซึ่งเห็นสาวงามมานับไม่ถ้วนจึงมีจิตใจที่ทนทานกับความงามของสตรีเอ่ยว่า

“ห้ามแตะต้อง ของมีราคา หากเจ้าอยากขายสินค้าได้ราคาและกบดานเสพสุขไปเป็นปีก็จงระวังมือระวังไม้เอาไว้ด้วย”

หลังจากนั้นสตรีทั้งหลายต่างถูกทำให้สลบแล้วแบกขึ้นบ่าของพวกมัน ลำเลียงกันราวกับกองทัพมดค่อย ๆ เร้นหายเข้าไปในป่าลึก

อันจิ่งเถียนฟื้นขึ้นมาอีกคราก็พบว่าตนเองถูกล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาดเอี่ยมยามนี้อันจิ่งเถียนถูกมัดปากมัดเท้าอีกครั้งกับสตรีอีกหลายนาง

ทุกคนล้วนสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวบางที่สั้นจนเห็นแก้มก้นขาวเผยขาเรียว และส่วนบนก็สวมเพียงเอี๊ยมตัวเล็กที่เปิดเผยเนินเต้าถันอวบใหญ่ขาวราวเต้าหู้ให้เห็นอย่างชัดเจน

มีสตรีนางหนึ่งรูปร่างอวบใหญ่เปิดประตูเข้ามาพร้อมด้วยบุรุษรูปร่างกำยำอีกหลายคน สายตาคมกริบมองพวกนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเย็น

“กรอกยาพวกนางเสีย”

อันจิ่งเถียนถูกคลายผ้าปิดปาก นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดก็ถูกมือแข็งแรงของบุรุษผู้หนึ่งบีบคางจนนางจำเป็นต้องอ้าปากออกกว้าง

อ่อก!

จากนั้นนางก็ถูกจับกรอกยาบางสิ่งบางอย่างที่มีรสชาติขมเฝื่อนจนนางแทบจะอาเจียนเข้าไปเป็นจำนวนมาก

“ได้ยานี้แล้วรับรองว่าสิบวันไม่ลืมเลือนเป็นแน่ แม่นางพวกเจ้าอย่าโทษข้าเลย เพราะข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับเรื่องที่ไม่เต็มใจ”

อันจิ่งเถียนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นางได้กินเข้าไปคือสิ่งใด ทว่าร่างกายของนางบัดนี้กำลังร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนและสติของนางคล้ายจะหลุดลอย

“อา ร้อนเหลือเกิน ข้าเป็นอะไร”

สตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า

“ขะ ข้ารู้ พวกเขาให้พวกเรากินยากำหนัด พวกเขาคิดให้พวกเราขายตัว”

อันจิ่งเถียนกรีดร้องออกมา นางเป็นสตรีในห้องหอและกำลังจะถูกส่งตัวไปเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นเจ้าสาว หากถูกย่ำยีนอกจากตนเองจะไม่อาจมีชีวิตอยู่สู้หน้าผู้อื่นแล้ว ครอบครัวของนางต้องอับอายขายหน้าเป็นแน่

ดังนั้นอันจิ่งเถียนจึงตัดสินใจวิ่งชนเสาต้นใหญ่เพื่อฆ่าตัวตาย ด้วยความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวเพียงครั้งเดียวที่กระทำการวิญญาณของอันจิ่งเถียนก็ออกจากร่าง

สตรีทั้งหลายต่างกรีดร้องด้วยความตกใจ กระทั่งทำให้คนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกรีบเปิดประตูเข้ามา

“นะ นางฆ่าตัวตายแล้ว”

สตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้น บุรุษผู้หนึ่งจึงมาตรวจชีพจรของนางก่อนจะเอ่ยกับบุรุษอีกสองคน

“ลากนางไปทิ้งในป่าเสีย นางตายแล้ว!”

อันจิ่งเถียนถูกนำร่างไปทิ้งที่ป่าแห่งหนึ่ง ผู้ชายพวกนั้นไม่แม้จะขุดดินฝังร่างของนางด้วยซ้ำ

“ทิ้งไว้ตรงนี้ เดี๋ยวพวกสัตว์ก็มากัดแทะร่างของนางเอง”

จากนั้นเขาก็โยนผ้าคลุมผืนใหญ่คลุมศพของนางเพื่อป้องกันการอุจาดตาแล้วหันหลังเดินจากไปทันใด

ร่างไร้ลมหายใจถูกทิ้งเอาไว้ตรงนั้นอย่างไม่มีผู้ใดแยแส ในแต่ละวันล้วนมีคนตาย ยิ่งเป็นหญิงที่จับมาโอกาสที่พวกนางจะฆ่าตัวตายนับว่าสูงนัก ความเคยชินนี้จึงทำให้ไม่มีผู้ใดใส่ใจ

ในยามนั้นนั่นเองจู่ ๆ ก็มีควันสีขาวสองกลุ่มจะเวียนวนรอบร่างของสตรีนางนี้ก่อนที่วิญญาณสองตนจะปรากฏขึ้น

“นางหรือเจ้าคะ คนที่ข้าต้องเป็น”

“ใช่เป็นนาง นางไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจึงยอมละทิ้งอายุไขทั้งหมดมอบให้วิญญาณตนใดก็ได้ที่มีวาสนา สิ่งนี้เขาเรียกว่า การยืมร่างคืนวิญญาณ ที่เจ้าตัวยินยอม เจ้าต้องหาคนที่มีปราณมังกรให้เจอจึงจะมีอายุขัยที่ยืนยาวได้”

“ปราณมังกรหรือเจ้าคะ”

“ใช่ บุรุษที่มีปราณมังกรจะคุ้มครองให้เจ้ามีชีวิตยืนยาว อยู่ไปจนแก่เฒ่า เจ้าต้องรีบหาคนผู้นั้นเพื่อดูดปราณมังกรจากร่างของเขาให้เจอโดยเร็ว มิเช่นนั้นวิญญาณเจ้าจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และตายในที่สุดหลังจากนั้นเจ้าจะกลับกลายมาเป็นวิญญาณเร่ร่อนอีก”

ให้ตายเถิดมอบชีวิตใหม่ให้ข้าแล้ว ยังต้องให้ข้าไปพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอีก มันไม่ได้ง่ายเลยแม้แต่น้อย

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าจะหาปราณมังกรให้เจอ แล้วใช้ชีวิตของแม่นางอันจิ่งเถียนให้ดีที่สุด”

“อ้อ ในเมื่อมีโอกาสกลับไปโลกมนุษย์แล้ว เจ้าอย่าลืมว่าต้องหาตัวตนของเจ้าให้พบ ปลดปล่อยห่วงในใจของเจ้าให้ได้ มิเช่นนั้นหากตายแล้วเจ้าจะกลับมาเป็นวิญญาณเร่ร่อนอีก”

“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ภารกิจของข้ามีสองประการ ประการแรกหาปราณมังกรให้พบแล้วแต่งงานกับเขาเพื่อยืดอายุขัย ประการที่สอง ข้าต้องหาตัวตนของข้าให้เจอ เพื่อหลุดพ้นจากสิ่งที่ฉุดรั้งข้าเอาไว้ไม่ให้ไปผุดไปเกิด”

“ใช่เจ้าจงจำให้แม่นยำ”

“เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว”

“แม้เจ้าโชคดีที่ได้รับรางวัลจากวันครบรอบหนึ่งพันปีที่ท่านพญายมครองตำแหน่ง จึงมีโอกาสได้ยืมร่างคืนวิญญาณของผู้อื่น ทว่ายังมีวิญญาณอีกหลายตนได้รับโอกาสนี้ แม้เจ้าจะเจอปราณมังกรแล้ว แต่ก็อาจถูกวิญญาณตนอื่นแย่งชิงไปได้ หากพบบุรุษที่มีปราณมังกรก็รีบรวบหัวรวบหางเอาเขามาเป็นของตนเองเสีย ข้าในฐานะพี่เลี้ยงของเจ้าจะได้ไม่เสียหน้า”

นางยกมือขึ้นแล้วกำกำปั้นสีหน้าเด็ดเดี่ยวห้าวหาญ

“ข้าไม่มีทางปล่อยคนให้หลุดมืออย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ไม่มีทางทำให้ใต้เท้าผิดหวัง”

“รีบเข้าร่างนางเถิดก่อนที่ร่างกายนี้จะสิ้นไออุ่น”

“เจ้าค่ะ ข้าน้อยขอลา”

วิญญาณตนนั้นยอบกายอย่างนอบน้อมแล้วกลายเป็นไอน้ำพุ่งเข้าสู่ร่างของอันจิ่งเถียนทันใด

ตอน 3

ในตอนที่ข้าตายนั้น ข้าก็อยู่ในชุดของคนสูงศักดิ์ที่ผีตนหนึ่งบอกกับข้าว่า

“จากชุดที่ข้าเห็นนี้ ข้าคิดว่าเจ้าต้องเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์อยู่ในวังหลวง ชุดแบบนี้ต้องเป็นหนึ่งในพระสนมของฮ่องเต้อย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ข้าจำไม่ได้ว่าเจ้าเป็นพระสนมคนใด”

ผีตนนั้นเป็นผีขันทีชั้นผู้น้อยเขาจึงเคยเห็นเสื้อผ้าแบบนี้มาหลายครั้ง ดังนั้นข้าจึงเชื่อเขาสนิทใจว่าข้าต้องเป็นผู้สูงส่งและยิ่งใหญ่มาก่อนในยามที่มีชีวิตเพราะความรู้สึกของข้านั้นคล้ายจะเคยชินกับอำนาจจนติดเป็นนิสัย

เพียงแต่ว่าข้ากลับจดจำไม่ได้ว่าตัวข้านั้นเป็นผู้ใดและตายได้อย่างไร ทว่าความเคียดแค้นในใจของข้านั้นดูเหมือนจะอัดแน่นจนแทบวิญญาณระเบิด

แม้ไม่รู้ว่าเคียดแค้นผู้ใด และด้วยเหตุใดแต่ใจของข้ากลับแค้นนัก

เพราะข้าเป็นวิญญาณความจำเสื่อม จำสิ่งใดตอนที่ยังมีชีวิตไม่ได้ จึงไม่ได้รับการเหลียวแลจากนรกหรือสวรรค์ต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนในที่สุด

อีกทั้งข้ายังมีห่วงที่อยู่ในใจไม่อาจไปผุดไปเกิดได้เหมือนผู้อื่นนอกจากจะอาภัพเป็นวิญญาณไร้ญาติพี่น้องเหลียวแลแล้วข้ายังต้องเร่ร่อนไปอย่างไร้จุดหมายไม่มีวันสิ้นสุดเพราะยังมีห่วงผูกคอ

ให้ตายเถิด ยังเป็นห่วงที่ไม่รู้ว่าคือห่วงอันใด

ช่วงแรกของการเป็นวิญญาณข้าล้วนถูกวิญญาณอื่นกลั่นแกล้งเพราะข้าไร้คนหนุนหลัง แต่ข้าก็ยังพยายามเอาชีวิตวิญญาณน้อย ๆ ของข้าให้รอดพ้นไปได้ในแต่ละวัน

ด้วยความหิวโหย ข้าจึงตัดสินใจไปแย่งของเซ่นไหว้ของผู้อื่นด้วยความทระนงและเหี้ยมโหด

หลังจากเมียงมองมาหลายวัน ในที่สุดข้าก็ตัดสินใจเลือกเหยื่อตนแรก

พวกนางเป็นวิญญาณสตรีผอมบางฝาแฝดคู่หนึ่งใบหน้าอ่อนเยาว์ อายุน่าจะน้อยกว่าข้ามากนัก

ข้าประเมินดูพวกนางแล้ว ดูเหมือนจะเป็นวิญญาณคุณหนูผู้ดี จึงได้สวมเสื้อผ้างดงามและมีกินไม่ขาดปากเช่นนี้

แน่นอนว่าข้ารู้สึกอิจฉา คนที่ข้าอิจฉาสมควรได้รับบทเรียน

ประเมินจากรูปร่างแล้ว ข้าคิดว่าข้าสามารถสู้พวกนางได้สบาย พวกนางเป็นคุณหนูในห้องหอ อ่อนแอและไร้พิษสง

ข้าเดินเข้าไปหาพวกนางยังจ้องมองด้วยสายตาอำมหิต วางท่าทางให้น่ากลัวหวังให้พวกนางพี่น้องตกใจวิ่งหนี

“เอามาให้ข้า ของพวกนี้เป็นของข้า”

สองพี่น้องนั้นกลับเท้าสะเอวแล้วเอ่ยว่า

“วิญญาณขอทานหรือ ไปเลยชิ้ว ๆ ข้าไม่ให้ทานผู้ใด”

ข้าองอาจทั้งยังโหดเหี้ยมเพียงนี้แต่พวกนางกลับไม่เกรงกลัว ใจกล้าเกินไปแล้ว

ข้าจึงชูกำปั้นขึ้นมาแล้วส่งเสียงไล่ พวกนางไม่กลัวตายรอบสองใช่หรือไม่ จึงบังอาจเรียกข้าว่าขอทาน

ข้ากดเสียงให้เหี้ยมโหดขึ้น

“ข้าบอกว่าให้เอามา ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้วิญญาณพวกเจ้าสลายไป”

หนึ่งในพี่น้องวิญญาณกลับจ้องข้าตาไม่กะพริบ

“เพ้ย สลายหรือ สารรูปเจ้าเช่นนี้ดูเหมือนจะเอาตัวยังไม่รอด คิดจะมาทำให้วิญญาณของพวกข้าสลายหรือ”

อา ปากร้ายยิ่งนัก กระทั่งคนเก่งกาจเช่นข้ายังคิดไม่ทัน แต่หมากัดย่อมไม่เห่า ข้าไม่เสียเวลาเถียงกับคนอ่อนแอ ข้าจึงลงมือจัดการทันใด

“เอามา”

จากนั้นก็กระชากน่องไก่น่องใหญ่ในมือของวิญญาณตนนั้นมาถือเอาไว้พร้อมกับหัวเราะลั่นแสดงถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่โดยไม่รู้ตัว

ในขณะที่ข้ากำลังจะเอาน่องไก่เข้าปากนั้น วิญญาณสตรีทั้งสองก็ชี้หน้าข้าพร้อมกัน

“คืนของข้ามานะ เจ้าผีไร้ญาติ ผีหน้าด้านผีไร้คุณธรรม”

ข้ารู้สึกว่าพวกนางด่าได้ดี ข้าคุ้นเคยกับคำด่าเหล่านี้อย่างประหลาด ข้าจึงลอยหน้าลอยตากล่าวท้าทายกลับคืน

“คืนให้โง่หรือ หากเก่งจริงก็มาสิ ข้าจะคอยดูว่าพวกเจ้าดีแต่เห่าหรือไม่”

วิญญาณสองตนนั้นพุ่งมาหมายจะจัดการข้า ข้าว่องไวจึงหลบได้ทันทำให้พวกนางคว้าตัวข้าไปไม่ได้ ข้ายังลอยหน้าลอยตาท้าทายต่อ

“เข้ามาเลยถ้าแน่จริง พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด”

แน่นอนว่าข้าถามพวกเขาออกไปทั้ง ๆ ที่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ใดเหมือนกัน

“ปากดีนักนะ”

สองพี่น้องพูดพร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจแล้วกระโดดเข้ามาหมายจับข้าอีกครั้ง

ตัวข้ามีหรือจะยินยอมแต่โดยดี ดังนั้นข้าจึงเปิดศึกก่อนด้วยการยกเท้าถีบไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญ

จากนั้นเสียงหัวเราะก็พลันดังขึ้นเมื่อมีใครคนหนึ่งกลิ้งลงไปบนพื้นอย่างน่าขัน

“เพียงชั่วเวลาอึดใจก็หมอบเสียแล้ว! อ่อนชะมัด”

แน่นอนว่ามิใช่พวกนางที่หมดท่า แต่กลายเป็นข้าต่างหากที่หมอบลงไปนอนกับพื้น แล้วยังถูกสองพี่น้องสตรีไร้ความเมตตารุมกระทืบโดยไร้ไมตรี

แม้ว่าร่างกายของข้าจะไม่อาจสู้ได้ แต่ปากของข้ายังใช้งานได้อยู่ข้าจึงร้องออกไปว่า

“พวกเจ้าสองพี่น้องรังแกวิญญาณไร้ทางสู้ ไปเกิดเป็นสุนัขเลยไป”

ข้าไม่น่าพูดคำนั้นออกไปเลยเพราะหลังจากพูดออกไปพวกนางก็รุมตบข้าจนใบหน้าบวมเป่งแล้วถีบข้าอีกหลายที ที่น่าอับอายมากกว่านี้ก็คือวิญญาณอื่นล้วนมามุงข้าแล้วยังหัวเราะหยันข้าอย่างไร้มารยาท

โลกวิญญาณนี่ไม่มีวิญญาณแห่งไหนได้รับการสั่งสอนเรื่องมารยาทกันหรืออย่างไร

บัดนี้ข้าถูกวิญญาณร้ายเล่นงาน พวกนางมิใช่กุลสตรีอย่างที่ข้าเข้าใจ

ที่สำคัญ ข้าดันเจ็บจริง ๆ เสียด้วย ข้าเพิ่งตระหนักถึงเรื่องหนึ่งก็คือ

วิญญาณก็เจ็บเป็นเช่นกัน ให้ตายเถิดไยข้าไม่เคยรู้มาก่อนมิเช่นนั้นข้าจะวางแผนให้รอบคอบกว่านี้

ข้าเฝ้าครุ่นคิดถึงวิธีเอาตัวรอดในโลกนี้อีกครา ไม่อาจสุ่มสี่สุ่มห้าเลือกคนรังแกได้ รู้หน้าไม่รู้ใจอย่างแท้จริง

และข้าก็เคียดแค้นคนที่รุมทำร้ายและดูถูกข้านัก

ไม่เคยได้ยินหรือว่าผีล้มอย่าข้าม คอยดูเถิดข้าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ข้าจะกลับมาแย่งของเซ่นไหว้พวกเจ้าให้หมดทุกตน

ข้านอนโอดโอยอยู่บนพื้นเพียงลำพัง อยากร้องไห้แต่วิญญาณไม่มีน้ำตา ข้าจึงได้แต่ก่นด่าสวรรค์เหมือนคนบ้า

แม้แต่จะร้องไห้สวรรค์ยังไม่อนุญาต สวรรค์ช่างเลวทรามต่ำช้ายิ่งกว่าหมาขี้เรื้อน!

ใครบอกว่าวิญญาณเจ็บไม่เป็น ความเจ็บปวดนี้ยังฝังอยู่ในเนื้อของข้า ข้าเจ็บจนร้องครางอย่างไร้ผีเหลียวแลอยู่หลายวัน จนในที่สุดข้าก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

ยามนี้นอกจากเจ็บแล้วข้าก็ยังหิว คนยังสามารถหิวจนตายและหลุดพ้นจากความทรมาน แต่วิญญาณเช่นข้าหิวมากแต่ไม่อาจตายได้อีก บัดนี้จึงทรมานยิ่งกว่าทรมาน

นับจากวันนั้นข้าจึงได้บทเรียนประการหนึ่ง คนเราหากอยู่ไม่ได้ด้วยฝีมือ ก็จงอยู่ได้ด้วยพวกพ้อง เช่นนั้นข้าต้องหาพวกพ้องเพื่อมาเอาคืน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TMH” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TMH
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ทะลุมิติเป็นเด็กถูกทิ้ง แม่บุญธรรมพาหนูรวยล้นแผ่นดิน
ทะลุมิติเป็นเด็กถูกทิ้ง แม่บุญธรรมพาหนูรวยล้นแผ่นดิน
เมื่อ เจียงเมี่ยวเมี่ยว เด็กหญิงที่ถูกสลับตัวและทิ้งให้หนาวตาย ได้รับการช่วยเหลือจากแม่บุญธรรมใจดีในครอบครัวสุดยากจน ทว่าเปี่ยมด้วยความรักจากพี่ชายทั้งสอง เธอจึงใช้พรสวรรค์สื่อสารกับสัตว์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวและพลิกชะตาชีวิตใหม่อันรุ่งโรจน์ อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่ชวนให้คุณลุ้นไปกับการเอาคืนสุดสะใจ
9.1
489 ตอน
เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
เมื่ออุบัติเหตุเปิดโปงความจริงอันน่ารังเกียจว่าหญิงจองหองคู่กรณีคือชู้รักของสามีตัวเอง ผู้ชายที่เธอเคยรักกลับเลือกที่จะโกหกเพื่อปกป้องชู้รักมหาเศรษฐี พบกับนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ของเธอ อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวความแค้นและการหักหลังได้แล้ววันนี้
8.5
86 ตอน
กาศเวลาที่สวยงาม
กาศเวลาที่สวยงาม
เมื่อภรรยาของซิงถูกตราหน้าว่าคบชู้กับ 'จือ' ผู้เป็นอาของสามี ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ในนิยายรักสุดระทึกขวัญจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางสายตาเย็นชาและความเกลียดชังที่เขาพร้อมจะกระชากหน้ากากแฉเธอให้ทุกคนได้เห็น อ่านนิยายดาร์กโรแมนซ์ที่เต็มไปด้วยความแค้นและการลงทัณฑ์อันแสนเร่าร้อนได้แล้ววันนี้
7.3
62 ตอน
นางฟ้าเมรี
นางฟ้าเมรี
จากที่เคยปฏิเสธการคลุมถุงชนอย่างหนักแน่น อาจารย์หนุ่มกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเองเมื่อพบว่าสาวข้างบ้านจอมขี้เมาคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนสุดเร่าร้อน เพื่อเปลี่ยนจากคู่นอนลับๆ สู่เจ้าของหัวใจที่แท้จริง เขาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์รักแท้ในนิยายรักสุดฟินเรื่องนี้
8.9
39 ตอน
เพลิงรักนายหัว
เพลิงรักนายหัว
เมื่อความแค้นระหว่างสองตระกูลกลายเป็นกำแพงกั้น นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับแทนคุณ ชายหนุ่มมาดเถื่อนที่เลือกใช้ความร้ายกาจระรานพนิดาเพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดเธอ แม้เธอจะเกลียดเขาเข้าไส้ แต่ความตอแยกลับทำให้หัวใจเริ่มสั่นคลอน ท่ามกลางความขัดแย้งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
8.1
45 ตอน
จำเลยรักบ่วงดวงใจ
จำเลยรักบ่วงดวงใจ
ลอออร หญิงสาวผู้หอบความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ระดับโลกบินลัดฟ้าสู่ปารีส ท่ามกลางลมหนาวและคำดูถูกของคนรอบข้างที่มองว่าเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน เธอเปลี่ยนทุกคำสบประมาทเป็นแรงผลักดันเพื่อพิสูจน์ตัวเองในเมืองแห่งแฟชั่น นิยายรักร่วมสมัยแนวสู้ชีวิตที่จะทำให้คุณเอาใจช่วยไปกับความมุ่งมั่นของเธอ
9.1
37 ตอน