ตอน 2

“คุณศิ” พราวรุ้งมองเจ้านายสาวอย่างรักใคร่ การตัดสินใจเช่นนี้เพราะนอกจากช่วยยายแล้ว ยังช่วยเจ้านายสาวที่ดีกับตอนมาโดยตลอด

ศิรินทิพย์เอื้อมมือกุมมือพราวรุ้งเอาไว้

“ฉันขอโทษนะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น…ฉันจะรับผิดชอบ ฉันสัญญา ทั้งคุณยายทั้งเธอจะมีชีวิตที่ดี”

พิมพ์ลดาวางผ้าคลุมไหล่บนบ่าของพราวรุ้ง

“อากาศหนาว ใส่ไว้นะ”

พราวรุ้งพยักหน้า น้ำเสียงเบาหวิว

“พราวจะทำเพื่อยายค่ะ”

ศิรินทิพย์หลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนลืมขึ้นพร้อมความแน่วแน่

“ฉันจะทำตามสัญญารักษายายของพราวให้ดีที่สุด ทั้งยาทั้งหมดและโรงพยาบาลที่ดีที่สุดไม่เกี่ยงค่าใช้จ่าย พราวไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกแล้ว”

“ขอบคุณคุณศิมากค่ะ” พราวรุ้งพูดอย่างซาบซึ้งใจ

คืนแรกของเส้นทางที่ใคร ๆ คิดว่าสมบูรณ์แบบ กำลังจะเริ่มขึ้นด้วยความลับที่ไม่มีในสมุดงานพิธี

พราวรุ้งเงยหน้ารับลมเย็น สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ไม่ใช่เพื่อให้เข้มแข็งอย่างเดียว แต่เพื่อจดจำว่าเธอเลือกทำสิ่งนี้ด้วยหัวใจที่อยากรักษาคนที่รักที่สุด

บนฟ้า... ดวงดาวซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆ บนดิน... แสงโคมไฟสว่างไสวเจิดจ้า ทุกอย่างนิ่งงันราวยินยอมให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างงดงาม เพื่อพรุ่งนี้จะเริ่มต้นบทใหม่ ที่ทั้งอบอุ่น อ่อนหวาน และเต็มไปด้วยความรับผิดชอบของหัวใจหลายดวง

แสงไฟในห้องหออาบผ้าม่านสีครีมแลดูอบอุ่น ราวกับกล่อมใจให้สงบลง หลังพิธีวุ่นวายทั้งวัน แต่ในใจของศิรินทิพย์กลับวุ่นวายไม่แพ้เสียงลมที่ตีเข้ามากระทบกระจกหน้าต่าง เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้โต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวกำชายกระโปรงชุดราตรีแน่น

พิมพ์ลดายืนเคียงข้าง ค่อย ๆ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ

“คุณหนูไม่ต้องคิดมากนะคะ ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี” น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยเต็มหัวใจ

“ศิก็แค่กังวลเล็กน้อยค่ะพี่พิมพ์ลดา แต่คิดว่าทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดีค่ะ” ศิรินทิพย์เอ่ยเสียงเบา สายตามีแววกังวลชัดเจน หากสิ่งที่ทำไปโดนจับได้จะกระทบทั้งสองครอบครัว

“แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ศิก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ทุกอย่างมันค้ำคอไปหมด เหมือนกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”

พิมพ์ลดาก้มหน้า นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนยกมือกุมมือคุณหนูคนสวย

“พี่จะอยู่ข้างคุณหนูเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ศิรินทิพย์ยิ้มเศร้า เอื้อมมือไปแตะใบหน้าของคนรักอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณนะคะพี่พิม ถ้าไม่มีพี่ ฉันคงไม่ไหวจริง ๆ” แต่เธอมีคำตอบในใจแล้วว่าถึงไม่มีพิมพ์ลดาเธอก็ไม่มีทางเข้าหอกับประกาศิตแน่นอน เพราะเธอไม่ได้ชอบผู้ชาย ถึงเวลานั้นเธอคงหาทางให้ตัวเองรอดพ้นจากการเข้าห้องหอจนได้

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ประกาศิต เดินเข้ามาในห้อง เขายิ้มตามสไตล์ ใบหน้าเปล่งปลั่งเหมือนคนไม่รู้จักคำว่าเครียด พิมพ์ลดาจึงเอ่ยขอตัวออกจากห้องพัก เขาไม่ถือสาเพราะรู้ว่าพิมพ์ลดาเป็นพี่เลี้ยงของอีกฝ่าย จะเข้ามาในห้องหอก็ไม่แปลกอะไร เพราะดูแลกันมาแต่เด็ก

“เจ้าสาวของพี่ พักผ่อนตามสบายนะ” เขาพูดติดตลก แต่แววตายังคงสุภาพ ไม่มีแม้แววคิดร้าย

ศิรินทิพย์ฝืนยิ้ม

“วันนี้เหนื่อยมาก…ขอศิล้างหน้า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ”

“ตามสบายเลยครับ” เขายักคิ้ว ยกแก้วน้ำที่ศิรินทิพย์ยื่นส่งมาให้

“น้ำเย็นชื่นใจ” เขาตอบด้วยรอยยิ้มหลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว

ศิรินทิพย์ชะงัก ก่อนรีบหลบตา เมื่อเห็นเขายกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียว เธอกัดริมฝีปากแน่น หัวใจแทบจะหยุดเต้น

ไม่นานนักพราวรุ้งก็ถูกเรียกตัวมาอย่างลับ ๆ เธอเดินเข้ามาในห้องเล็กด้านข้าง หัวใจสั่นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ศิรินทิพย์กุมมือพราวรุ้งเอาไว้แน่น มือของเธอเย็นเยียบไม่ต่างกัน

“ขอบใจมากนะพราว ถ้าไม่มีเธอฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง” เธอไม่อยากใช้คนนอก หากเรื่องเกิดแดงขึ้นมาจะลำบาก อาจถูกเรียกร้องจากผู้หญิงพวกนั้น แต่เธอมั่นใจว่าพราวรุ้งคือคนที่เหมาะสมที่สุด เพราะอีกฝ่ายเป็นคนดี

พราวรุ้งเม้มปาก ดวงตาฉ่ำน้ำ

“พราวทำเพื่อยายค่ะ แล้วก็ตอบแทนบุญคุณที่คุณศิคอยช่วยเหลือพราวมาตลอด”

เมื่อห้องหอเงียบลง มีเพียงแสงโคมไฟสลัว ประกาศิตนอนอยู่บนเตียง เขาหายใจร้อนเร่า พราวรุ้งค่อย ๆ เดินเข้าไป มือสั่นระริก เธอก้มมองเจ้าบ่าวที่ทุกคนต่างยกย่อง ชายหนุ่มอารมณ์ดี ใจดี และชอบยิ้ม คืนนี้เธอคือตัวแทนของคนอื่น เข้าห้องหอกับเขา

หัวใจของพราวรุ้งเต้นระส่ำ แต่เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ สูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด นึกถึงยายที่นอนป่วยอยู่บนเตียง ความกตัญญูผลักดันให้ก้าวต่อไป

คืนที่ควรเป็นของคู่บ่าวสาว กลับกลายเป็นคืนแห่งความลับของหัวใจ

เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน พราวรุ้งทำหน้าที่ตามที่ศิรินทิพย์ขอไว้ ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกผิด เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาชายตรงหน้า หัวใจเหมือนจะร้องไห้ในทุกลมหายใจ

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พราวรุ้งค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น เสียงนาฬิกาโบราณในห้องตีบอกเวลาหลังเที่ยงคืนไปแล้ว เธอรีบเก็บเสื้อผ้าเรียบร้อย และเดินออกจากห้องหออย่างแผ่วเบา ราวกับไม่อยากทิ้งร่องรอยใดเอาไว้ ประกาศิตขยับตัวเล็กน้อย แต่ยังคงหลับตา เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เพิ่งจากไปไม่ใช่ภรรยาที่เขาแต่งงานด้วย แต่เป็นหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

แสงแรกของเช้าวันใหม่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน เสียงนกกระจิ๊บเบา ๆ ข้างหน้าต่างปลุกให้บ้านหลังใหญ่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

เช้าวันนั้นที่โต๊ะอาหารใหญ่ กลิ่นข้าวต้มร้อน ๆ ลอยหอมอบอวล ประกาศิตเดินลงบันไดด้วยท่าทีสบาย ๆ ใบหน้ายังสดใสเช่นเคย เขาทักทายคนรับใช้ที่กำลังจัดโต๊ะด้วยรอยยิ้ม

“อรุณสวัสดิ์ครับทุกคนหอมเชียว ใครทำข้าวต้มเช้านี้ครับ”

“พราวรุ้งทำค่ะคุณใหญ่” แม่บ้านสูงวัยเอ่ยตอบ

“อย่างนี้ต้องเบิ้ลสองชามเลยสิ เพราะหอมมากเชียว” เขาพูดขำ ๆ ก่อนจะนั่งลงที่หัวโต๊ะ รับรู้ว่าศิรินทิพย์ขอให้หญิงสาวสองคนตามมารับใช้ที่นี่ เพราะกลัวจะเหงา ทั้งพี่เลี้ยงอย่างพิมพ์ลดาและเด็กในบ้านอย่างพราวรุ้งที่เขารู้จักทั้งสองมานานหลายปีแล้วเช่นกัน

ไม่นานศิรินทิพย์ก็เดินเข้ามาในชุดเรียบหรู ใบหน้าสงบเสงี่ยมตามแบบฉบับคุณหนู เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา สายตาที่มองสามีทั้งเกร็งทั้งประหม่า แต่ประกาศิตไม่ทันสังเกต เขาคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับเธอแบบพี่น้อง แล้วค่อยหย่าขาด แต่เมื่อคืนมีความสัมพันธ์ต่อกัน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนเป็นการรับผิดชอบแทน

“กินเยอะๆ นะครับ” เขาเอ่ยกับภรรยาคนสวย

ศิรินทิพย์ชะงักเล็กน้อย ก่อนฝืนยิ้มบาง

“ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่”

“งานเมื่อวานเหนื่อยมาก วันนี้ให้พักผ่อนไปก่อน แล้วค่อยไปไหว้คุณพ่อคุณแม่กัน” เขายิ้มเอ็นดูให้ภรรยาคนสวย

บรรยากาศยามเช้าบนโต๊ะอาหารเหมือนจะราบรื่น ทว่าในอกศิรินทิพย์กลับเต้นระส่ำ เธอวางช้อนลงช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น

ตอน 3

“พี่ใหญ่คะ…เรื่องห้องนอน ศิขออนุญาตแยกห้องนะคะ คือศิไม่ค่อยคุ้นกับการนอนร่วมห้องกับใครน่ะค่ะ”

ประกาศิตเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาฉงน แต่ก็ยังยิ้ม

“อ้าว…พี่ทำให้น้องศิอึดอัดเหรอครับ”

ศิรินทิพย์ก้มหน้าลง

“ศิไม่คุ้นชินมากกว่าค่ะ อยากมีพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้นเอง พี่ใหญ่คงไม่ว่าใช่ไหมคะ”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า

“อ๋อ…ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ พี่เข้าใจ คนเราต้องมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองบ้าง” เขาไม่ชอบบังคับใครอยู่แล้ว

เขาพูดอย่างอารมณ์ดี ไม่แสดงความไม่พอใจแม้แต่น้อย ทว่าในใจกลับเริ่มมีเงาของความสงสัยเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้น

แปลกจริง…ถ้าเมื่อคืนเราอยู่ด้วยกัน ทำไมวันนี้ถึงขอแยกห้องทันที จะบอกว่าอีกฝ่ายรังเกียจก็ไม่น่าใช่

ประกาศิตไม่ถามต่อ เขายังคงยิ้มให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน ศิรินทิพย์ยิ้มแกน ๆ ส่งไปให้ ดวงตาแอบวูบไหวไปด้วยความลับที่ไม่มีใครรู้

โรงพยาบาลเอกชนกลางเมือง เงียบสงบในยามบ่าย ห้องพิเศษชั้นบนสุดเปิดหน้าต่างรับลมบางเบา ยายสายบัว นอนหลับพักอยู่บนเตียงขาวสะอาด ข้างกายมีพยาบาลพิเศษที่ศิรินทิพย์เป็นคนจ้างมาดูแลโดยเฉพาะ อาการท่านยังอ่อนแรง แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลทุกฝีก้าว

พราวรุ้งเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเซียวแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอกุมมือเหี่ยวย่นของยายเบา ๆ

“ยายจ๋า…พราวมาแล้วนะคะ” เสียงสั่นเครือแต่พยายามยิ้มเพื่อไม่ให้ยายกังวล

ยายสายบัวลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า

“พราวรุ้ง…หลานยาย ทำไมดูซูบไปนักล่ะลูก ช่วงนี้ไม่สบายหรือเปล่า”

“พราวสบายดีจ้ะยาย ยายไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ตอนนี้ยายได้พยาบาลพิเศษดูแลแล้ว คุณศิเป็นคนช่วยจ่ายค่ารักษาให้ทั้งหมด อีกไม่นานยายจะต้องได้ออกจากโรงพยาบาลแน่นอนค่ะ”

น้ำตารื้นในดวงตาผู้เฒ่า

“บุญของยายจริง ๆ ที่คุณศิเมตตา ฝากขอบคุณคุณศิด้วยนะลูก ถ้ามีอะไรที่จะช่วยคุณศิได้ ไม่ว่างานเล็กน้อยหรือใหญ่แค่ไหน หนูต้องตอบแทนบุญคุณนะลูกนะ”

“จ้ะยาย หนูจะทำตามที่ยายสอนจ้ะ” เธอยิ้มให้ผู้เป็นยาย

ศิรินทิพย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยมองสองยายหลานอย่างเวทนา ทั้งสองเป็นคนดี เธอจะต้องตอบแทนความดีของทั้งสองแน่นอน

“ไปกันเถอะจ้ะพี่พิมพ์ลดา” เธอหันไปคุยกับพี่เลี้ยงสาว พิมพ์ลดาก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย ได้ยินสองยายหลานคุยกันทุกคำ ยายสอนให้หลานกตัญญู และพราวรุ้งเองก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ศิรินทิพย์คิดว่คนดีๆ ก็ควรได้รับในสิ่งที่ดี

หลายวันถัดมา บรรยากาศในบ้านหลังใหญ่ของประกาศิตอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและขนมไทยยามเช้า พราวรุ้งยังคงอยู่ที่นี่ ในฐานะคนคอยตามรับใช้คุณหนูศิรินทิพย์ เธอตื่นแต่ฟ้ามืด ลงครัวจัดเตรียมกับข้าว ขนม และยังไม่ลืมร้อยพวงมาลัยหอมกรุ่นบูชาพระด้วย

เช้าวันนั้นประกาศิตเดินเข้ามาที่ห้องครัวพอดี เขาสวมเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงเนื้อดี รอยยิ้มสดใสตามเคย แต่สายตากลับสะดุดกับภาพตรงหน้า

พราวรุ้งกำลังก้มหน้าทำขนมอยู่ เส้นผมรวบหลวม ๆ มีปอยเล็ก ๆ หล่นลงมาข้างแก้ม เธอเช็ดเหงื่อเบา ๆ กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวผสมกับกลิ่นมะลิจากมาลัยที่เพิ่งร้อยเสร็จใหม่ ๆ ลอยฟุ้งในอากาศ

กลิ่นนี้… หัวใจของประกาศิตเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว

กลิ่นเดียวกันกับเมื่อคืนวันเข้าหอ…กลิ่นที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำเขาจนถึงตอนนี้

“อรุณสวัสดิ์จ้ะ” เสียงทุ้มสดใสทำให้พราวรุ้งสะดุ้ง หั่นกล้วยผิดจนเกือบหล่นจากเขียง

“คะ…คุณใหญ่” เธอลุกขึ้นรีบทำความเคารพอย่างเก้อเขิน

“โธ่…ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก ฉันไม่ใช่เสือนะที่จะกัดเธอ ทำไมถึงได้ทำท่าทีตกอกตกใจขนาดนั้นด้วย” เขาหัวเราะเบา ๆ เดินมานั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ

พราวรุ้งใจเต้นระรัว รีบหันไปจัดการทำขนมต่อ แต่อดไม่ได้ที่จะรับรู้ถึงสายตาที่มองตามทุกอิริยาบถ

“ขนมกล้วยหอมจัง”

“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ไม่กล้าสบตา

ประกาศิตเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วของเธอ รู้สึกเหมือนได้เห็นภาพนี้มานับครั้งไม่ถ้วน หญิงสาวที่ขยันขันแข็ง อดทนและอ่อนโยน จนเขาเคยเผลอมองบ่อย ๆ เวลาแวะไปที่บ้านของศิรินทิพย์ในฐานะคู่หมั้น

“พราวยังร้อยมาลัยเองทุกเช้าเหมือนเดิมสินะ” เขาเอ่ยถาม พลางเหลือบมองพวงมาลัยดอกมะลิที่วางอยู่บนถาด

พราวรุ้งชะงัก หันมามองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย

“คุณใหญ่จำได้ด้วยหรือคะ” เธอรู้สึกประหม่าเพราะไม่คิดว่าเขาจะจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็กในบ้านอย่างเธอได้ ซึ่งเธอไม่ได้มีความสำคัญอันใดเลย

“จำได้สิ” เขายิ้มอ่อนโยน

“เมื่อก่อนฉันไปที่บ้านของศิทีไร ก็เห็นเธอนั่งร้อยมาลัยอยู่ตลอด จนตัวเธอมีกลิ่นดอกมะลิติดตัวเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเลียนแบบได้” เขาแกล้งว่า เหมือนจะตอกย้ำค่ำคืนเสน่หาในเรือนหอให้เธอได้รับรู้ ศิรินทิพย์ไม่มีกลิ่นนี้ แต่ทำไมเจ้าสาวที่เข้าหอกับเขาในคืนนั้นถึงมีแต่กลิ่นดอกมะลิหอมกรุ่นเหมือนคนตรงหน้านะ ประกาศิตคิดแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความฉงน

พราวรุ้งหน้าแดงวูบ รีบก้มหน้าจัดเรียงขนมกล้วยใส่จาน

“พราวร้อยมาลัยถวายพระตามที่ยายสอนน่ะค่ะ”

“ขนมน่ากิน ขอชิมสักนิดได้ไหม” เขาเอ่ยถาม

“ค่ะ” เธอรับคำพลางก้มงุด

ประกาศิตหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอื้อมไปตักเข้าปาก

“อืม…อร่อยมากเลย ไปที่บ้านของศิทีไร จะได้กินขนมและอาหารฝีมือเธอทุกที ศิชมไม่ขาดปากว่าเธอทำอาหารอร่อย จนอยากเปิดร้านให้” เขายกนิ้วโป้งให้ราวกับเด็ก ๆ

“คุณใหญ่ชมกันเกินไปแล้วค่ะ”

“ไม่นะ เธอทำอะไรก็อร่อยไปหมด ฉันเคยกินฝีมือเธอหลายครั้งแล้ว”

หัวใจของพราวรุ้งเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอรีบหันหลังไปล้างมือในอ่างน้ำ แต่เสียงหัวเราะสดใสของเขายังคงดังวนอยู่ในโสตประสาท

ระหว่างนั้นศิรินทิพย์ยืนอยู่ตรงกรอบประตู เธอเงียบมองภาพทั้งสองด้วยสายตาอ่อนโยนไม่มีความริษยา มีเพียงความเข้าใจ เพราะตั้งแต่เด็กเธอก็เคยเห็นประกาศิตแอบมองพราวรุ้งอยู่เสมอ เพียงแต่เขาไม่เคยพูดอะไรออกมาเท่านั้น

ถ้าเธอจะทำตัวเป็นกามเทพอุ้มสมให้ทั้งคู่สมหวังกันก็คงดี การทำให้คู่รักได้ครองคู่กัน ถือเป็นการทำความดีอย่างหนึ่ง เผื่อผลบุญนี้จะทำให้เธอกับพิมพ์ลดาได้ครองคู่กันและสมหวังในชาตินี้กับเขาบ้าง

พิมพ์ลดาเดินเข้ามาข้าง ๆ

“คุณใหญ่ดูสนใจพราวรุ้งอย่างที่คุณหนูบอกพี่จริง ๆ”

ศิรินทิพย์ยิ้มออกมา

“ศิตาแหลมใช่ไหมคะ”

“พี่ก็เคยสังเกตค่ะ”

“พี่ใหญ่เป็นเหมือนพี่ชายของศิ มากกว่าจะเป็นสามี แต่ครอบครัวเรากดดันเลยต้องเป็นแบบนี้ ศิอยากให้เขามีความสุขจริง ๆ แล้วถ้าเป็นพราวรุ้ง…ศิก็เชื่อว่าเหมาะสมที่สุด พราวรุ้งเป็นคนดี การที่ศิทำให้พี่ชายที่เคารพรักและนับถือได้สมหวัง ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนพี่ใหญ่เหมือนกันค่ะ เพราะพี่ใหญ่มีน้ำใจกับศิมาโดยตลอด”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167QTS” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167QTS
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

วิมานมาร
วิมานมาร
เมื่อความแค้นของ ‘อันโตนิโอ’ หนุ่มอิตาลีสุดหล่อเหลาถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากไร้ที่ติ ‘มาร์กาเร็ต’ หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาจึงตกเป็นเหยื่อในกรงขังเสน่หา นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับรักอันตรายที่ยากจะถอนตัว แม้จะพยายามหนีแต่รสจูบดิบเถื่อนกลับทำลายความต้านทานจนหมดสิ้น
8.1
59 ตอน
บ่วงพิศวาสทาสอสูร
บ่วงพิศวาสทาสอสูร
มุกมาริน นักร้องสาวต้องกลายเป็นเหยื่อรับบาปเมื่อพี่ชายถูกกล่าวหาว่าทำร้ายคู่หมั้นของ คิลเลียน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้บ้าระห่ำ เขาจึงลักพาตัวเธอมากักขังและลงทัณฑ์อย่างป่าเถื่อนเพื่อชำระแค้น ทว่าความบริสุทธิ์ของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจอสูรใน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์ สุดเร่าร้อนเรื่องนี้
8.0
73 ตอน
คุณชายลูกข้าเรียกท่านว่าแม่
คุณชายลูกข้าเรียกท่านว่าแม่
เมื่อมู่หลิงซือต้องปลอมตัวเป็นพี่ชายฝาแฝดที่หายตัวไปเพื่อพยุงครอบครัว แต่เรื่องราวกลับวุ่นวายเมื่อเด็กชายปริศนาพุ่งเข้ามากอดขาแล้วเรียกเธอว่าแม่! นิยายรักแนวอบอุ่นหัวใจปนความลับสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับรักแท้และการไขความจริง อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
8.9
34 ตอน
แอบรักลุงข้างบ้าน
แอบรักลุงข้างบ้าน
เมื่อเด็กสาวผู้โดดเดี่ยวหนีมาพึ่งพายายจนได้พบกับชายสูงวัยข้างบ้านผู้มีบาดแผลในใจ ความสัมพันธ์ฉันมิตรจึงเริ่มเยียวยาหัวใจสองดวง ทว่าเธอกลับไม่ได้เข้ามาแค่ในบ้าน แต่ยังสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชายหนุ่มรุ่นใหญ่จะต้านทานเสน่ห์และความรู้สึกนี้ได้หรือไม่
8.4
43 ตอน
เกมส์บังคับรัก [ A love game ]
เกมส์บังคับรัก [ A love game ]
เมื่อสาวน้อยวัยสิบแปดต้องเข้าพิธีแต่งงานในนามกับดีแลน ฟง ท่านประธานหนุ่มวัยสามสิบผู้เคร่งขรึม เธอจึงตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นเดิมพันในเกมประมูลมูลค่าห้าล้านบาทเพื่อล่อให้เขาเผยตัวตน นิยายประธานบริษัทแนวรักต่างชั้นที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบสุดร้อนแรง อ่านนิยายรักเรื่องนี้เลย
8.7
39 ตอน
The-Rtask_ider-สิงห์นักบิด-พิชิตใจ-นายหน้าหวาน
The-Rtask_ider-สิงห์นักบิด-พิชิตใจ-นายหน้าหวาน
เมื่อชีวิตของเมฆเต็มไปด้วยความว่างเปล่าจากการสูญเสีย เขาจึงตั้งใจดูแลก๊อป เด็กหนุ่มหน้าหวานที่เหมือนน้องชายผู้ล่วงลับ ทว่าความผูกพันอันลึกซึ้งกลับพลิกผันเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่ทำลายความไว้ใจจนหมดสิ้น นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความรักที่กลายเป็นความชิงชังและการกอบกู้หัวใจที่พังทลาย
6.6
57 ตอน