ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เพียะ!!

"หยุดนะ! อวี่เหิง!"

"ไม่เพคะ หม่อมฉันทนเห็นภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว"

ก่อนหน้านั้น

ขณะที่เฟิ่งอวี่เหิงกำลังปักผ้าอยู่ในจวนก็ได้รับรายงานจากสาวใช้ของตนว่าเห็นองค์ชายสามฟู่อวิ้นหลงหรือคู่หมั้นของตน ไปรับประทานอาหารเหลาที่โรงเตี๊ยมกับอี้หลิงฟางเพียงลำพัง นอกจากนั้นองค์ชายสามยังนำรถม้าส่วนตัวไปรับอี้หลิงฟางถึงจวนด้วยตนเอง โดยไม่ได้สนใจคำครหาซุบซิบนินทาของชาวบ้านแม้แต่น้อย

หลังจากที่ได้รับรายงานเฟิ่งอวี่เหิงก็รีบเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมที่ทั้งคู่อยู่ทันที นางบุกเข้าไปที่ห้องของสองคน ตนก็ได้พบเจอกับภาพที่เสมือนมีดกรีดลงหัวใจ

สตรีนางหนึ่งอยู่ในอ้อมกอดของฝ่ายชาย ซึ่งกำลังคีบอาหารป้อนใส่ปากคู่หมั้นของตน ได้ยินเสียงทั้งคู่พูดคุยอย่างมีความสุขราวกับเป็นคู่รักกัน

เฟิ่งอวี่เหิงเห็นแบบนั้นถึงกับสติขาด เดินเข้าไปกระชากแขนอี้หลิงฟาง พร้อมกับสาดฝ่ามือเข้าไปที่ใบหน้างามทันที

เพียะ!!

ฟู่อวิ้นหลงถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเฟิ่งอวี่เหิงลงไม้ลงมือกับอี้

หลิงฟางต่อหน้าตนเยี่ยงนี้ เขาลุกไปกระชากตัวเฟิ่งอวี่เหิงให้ออกห่างพร้อมกับดึงอี้หลิงฟางเข้ามากอดในอ้อมอกของตนเองทั้งตวาดใส่คู่หมั้นของตนเองด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว

"คุณหนูเฟิ่ง! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำร้ายฟางเอ๋อร์แบบนี้! ซ้ำยังต่อหน้าต่อตาข้าอีก"

"หึ! ฟางเอ๋อร์รึ? หม่อมฉันที่เป็นคู่หมั้นขององค์ชาย แต่องค์ชายไม่เคยเรียกชื่อของข้าแบบนั้นสักครั้ง แต่กับสตรีอีกคนที่เป็นแค่บุตรอนุ กลับเรียกได้อย่างสนิทสนม องค์ชายไม่ทำเกินไปหรือ"

"ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น เอาเถิดไหน ๆ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จะบอกความจริงให้รู้ว่าข้ากำลังจะแต่งนางมาเป็นชายาอีกคน"

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินคู่หมั้นของตนเองพูดแบบนั้นถึงกับตัวสั่นใจสั่น กัดฟันถามคู่หมั้นของตนเองด้วยเสียงสั่นเครือ

"อะ องค์ชายว่าอย่างไรนะเพคะ?"

"ข้าจะสู่ขอฟางเอ๋อร์มาเป็นชายา"

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินคำพูดที่เหมือนดั่งมีดกรีดลงหัวใจถึงกับล้มพับเข่าอ่อน นางกรีดร้องโวยวายกับพื้นอย่างน่าสงสาร

เหตุใดท่านถึงกล่าวเยี่ยงนี้ ในเมื่อก่อนท่านได้ให้สัญญากับข้าว่าจะไม่แต่งผู้ใดเข้าวังหลัง เพื่อไม่ให้ข้ามัวหมองใจ แล้วไฉนท่านถึงผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับข้า

เฟิ่งอวี่เหิงเงยหน้ามองชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นยิ่งปวดใจ แววตาของเขามองมาที่ตนด้วยความไร้อารมณ์

เหตุใดท่านถึงโอบอ้อมอารีสตรีผู้อื่นต่อหน้าข้า

เหตุใดท่านถึงปกป้องสตรีผู้อื่นที่ไม่ใช่ข้า

เหตุใดท่านถึงกล่าวคำโหดร้ายที่เหมือนดั่งมีดที่กรีดลงในใจของข้า

เพราะเหตุใด...

เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าอี้หลิงฟางคนนี้ไม่ใช่สตรีอ่อนหวานดั่งหน้าตาของนาง ยิ่งเห็นแววตาของผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมอกมองมาที่ตน นางยิ่งเจ็บใจ แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามแล้วยังยกยิ้มเยาะเย้ยให้เห็นอย่างตั้งใจ

เมื่อเฟิ่งอวี่เหิงได้เห็นแบบนั้นก็รู้แล้วว่าตนนั้นแพ้ แพ้ให้กับสตรีที่มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมของอี้หลิงฟาง แพ้ให้กับความรักที่ตนไม่ได้มาครอบครอง เพราะที่ผ่านมานางต้องเจ็บปวดกับเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน

"พระองค์เลือกแล้วสินะ” เฟิ่งอวี่เหิงเม้มปากแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ที่ผ่านมาท่านเองก็มีความสุขกับสตรีอื่นที่ไม่ใช่หม่อมฉัน ดี... ดีเหลือเกิน ในเมื่อท่านเลือกเช่นนี้ หม่อมฉันก็ควรพอเช่นกันเพคะ เพราะหม่อมฉันเองก็เหนื่อยที่จะตามหึงหวงองค์ชายแล้วเช่นกัน”

ฟู่อวิ้นหลงได้ยินคู่หมั้นของตนกล่าวออกมาเช่นนั้น ยังคงกอดสตรีที่ตนรักอยู่อย่างนั้นไม่ยอมคาย แล้วยืนมองคู่หมั้นของตนเองกำลังเดินออกไป โดยมีสาวใช้ประคองเคียงข้างด้วยท่าทีเย็นชา

เฟิ่งอวี่เหิงกลับมาถึงจวนก็เจอกับมารดาของตนยืนรอรับอยู่หน้าจวนด้วยท่าทางร้อนรน ภายในใจยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่า ท่านแม่คงได้ยินข่าวลือแล้วสินะ

เมื่อรถม้าเทียบจอดที่จวนแล้ว เฟิ่งอวี่เหิงค่อย ๆ เดินลงมาอย่างช้า ๆ

เฟิ่งฮูหยินเห็นบุตรสาวดั่งแก้วตาดวงใจของตนเองเดินลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางอิดโรย ก็อดน้ำตาคลอไม่ได้

ตอน 2

"อาเหิง ลูกแม่"

"ท่านแม่... ท่านแม่เจ้าคะ"

เฟิ่งอวี่เหิงวิ่งเข้าไปสวมกอดมารดา พร้อมกับปล่อยน้ำตาออกมาอย่างไม่อาจยั้ง เฟิ่งฮูหยินเห็นบุตรสาวร้องไห้อย่างน่าสงสาร ตนผู้เป็นมารดาก็อดน้ำตาไหลไม่ได้ ลูกเจ็บ แม่เองก็เจ็บไม่ต่างกัน

"อาเหิง แม่อยู่ตรงนี้เจ้าไม่ต้องกลัว แม่ว่าเรากลับเข้าไปในเรือนกันก่อนเถิด" เฟิ่งฮูหยินพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในเรือนของตนเอง โดยเฟิ่งฮูหยินประคองบุตรสาวตนเองไปตลอดทาง

เมื่อมาถึงเรือนกลางแล้วทั้งคู่พากันนั่งลงเก้าอี้ เสียงสะอื้นจากเฟิ่งอวี่เหิงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

"ท่านแม่ ข้าเจ็บเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บอย่างไรแล้ว ข้าเจ็บเหลือเกิน" น้ำเสียงเจือปนไปด้วยความเศร้า

เฟิ่งฮูหยินเห็นบุตรสาวตนกล่าวออกมาพร้อมน้ำตา ก็เจ็บปวดใจไม่ต่างจากบุตรสาวอันเป็นที่รัก คนเป็นมารดาได้แต่คอยซับน้ำตาให้บุตรสาวของตนเองอย่างทะนุถนอม

"อาเหิงลูกแม่ เจ้าร้องไห้ออกมาให้เถิด ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องใด ระบายออกมาให้แม่ได้รับรู้ พ่อกับแม่ยังอยู่ตรงนี้อยู่ข้างเจ้าไม่ไปไหน"

ยิ่งได้ยินมารดาพูดเช่นนั้นเฟิ่งอวี่เหิงร้องไห้หนักกว่าเดิม นางปล่อยน้ำตาที่ไหลรินจนเปียกในอกมารดาของตน เฟิ่งอวี่เหิงมองใบหน้าของมารดาที่เต็มด้วยความเศร้าเสียใจไม่ต่างจากตน ก่อเกิดความรู้สึกมากมายแต่อีกใจหนึ่งนางก็ฉุกคิด

เหตุใดถึงต้องร้องไห้ให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่บิดามารดา

เหตุใดถึงต้องทำให้ท่านแม่เป็นห่วงอยู่เสมอ

เหตุใดตนถึงได้เป็นบุตรอกตัญญูเช่นนี้ ทำให้มารดาตนต้องเสียน้ำตา...

ยิ่งเห็นมารดาเศร้าเช่นนี้ นางจึงสัญญาใจกับตัวเอง ท่านแม่ข้าขอร้องไห้เพื่อชายคนนั้นเป็นครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ร้องไห้ เสียน้ำตาให้ชายคนไหนอีก ข้าสัญญา...

หลังจากคลายความเศร้าแล้ว เฟิ่งอวี่เหิงปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสแล้วเอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

"ท่านแม่ ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้าค่ะ"

"..." เฟิ่งฮูหยิน

"ข้าอยากถอนหมั้นกับองค์ชายเจ้าค่ะ"

"แน่ใจแล้วรึ?"

เฟิ่งอวี่เหิงพยักหน้าพร้อมกับส่งสายตาแน่วแน่ให้มารดาของตน

"ข้าแน่ใจ ข้าต้องการถอนหมั้นจริง ๆ เจ้าค่ะ"

เฟิ่งฮูหยินเม้มปากเป็นเส้นตรง บุตรสาวรักท่านอ๋องสามเพียงใดนางรู้ดี นางจึงเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"ลูกตัดใจจากองค์ชายสามได้แล้วจริง ๆ แล้วรึ ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงอารมณ์แง่งอนอย่างที่เคยเป็นนะ"

เฟิ่งอวี่เหิงพยักหน้าอีกครั้ง "ข้าตัดใจได้แล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าเหนื่อยที่ต้องไปแย่งชิงตบตีกับสตรีอื่น แต่กลับไม่เคยได้ความรักกลับคืน...”

ที่ผ่านมานางคอยไล่ดุด่าและตบตีหญิงสาวมากมายที่เข้ามาเกี่ยวพันกับฟู่อวิ้นหลง ทำให้ชื่อเสียงของสกุลต้องมาด่างพร้อยเพราะนางคนเดียว แต่ตอนนี้นางพอแล้วจริง ๆ

ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นมา

"พ่อจะทูลขอกับฝ่าบาทเรื่องถอนหมั้นให้เจ้าเอง"

"ท่านพี่//ท่านพ่อ"

ทั้งสองคนหันหน้าไปตามเสียงทุ้มที่เอ่ย ปรากฏว่าเป็นประมุขของจวนสกุลเฟิ่ง 'เสนาบดีเฟิ่งจินหยวน'

ความจริงเฟิ่งจินหยวนกลับมาถึงจวนได้สักพักแล้ว เนื่องจากได้ยินข่าวลือของบุตรสาวที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงรีบกลับมาที่จวนทันที

เมื่อมาถึงจวนก็ได้ยืนมองดูสองแม่ลูกที่เป็นแก้วตาดวงใจของตนเองกอดกันร้องไห้ คนเป็นพ่อเห็นบุตรสาวของตนเองร้องไห้ปานจะขาดใจ เพราะเรื่องที่คู่หมั้นของตนเองไปกับหญิงอื่น เมื่อเฟิ่งอวี่เหิงรู้จึงตามไปอาละวาดถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนองค์ชายสามได้ประกาศว่าจะแต่งอี้หลิงฟางเข้าวัง ทำให้เป็นข่าวลือทั่วทั้งเมืองหลวง

"ลูกพ่อ"

"ท่านพ่อ... ฮือออ" เฟิ่งอวี่เหิงเห็นเช่นนั้นก็วิ่งเข้าไปสวมกอดบิดาทันที ทางเสนาบดีเฟิ่งก็อ้าแขนรับอ้อมกอดของลูกสาวที่ตนรัก พร้อมลูบหัวเพื่อปลอบโยน

"เจ้าไม่ต้องคิดสิ่งใดให้ปวดหัว เรื่องถอนหมั้นพ่อจะไปทูลขอกับฝ่าบาทเอง"

"ฝ่าบาทจะทรงยอมให้ถอนหมั้นหรือเจ้าคะ"

เสนาบดีเฟิ่งไม่พูดเปล่า นำนิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลใสของบุตรสาวตนเองอย่างเบามือ ในใจนึกโกรธแค้นฟู่อวิ้นหลงคนนั้นที่ทำให้บุตรสาวตนเองเสียน้ำตาขนาดนี้

ตนเลี้ยงนางมาด้วยความรักและอย่างทะนุถนอมไม่เคยให้บุตรสาวมีเรื่องเสียใจ องค์ชายสามนั้นกล้าดียังไงมาทำให้นางเสียน้ำตาเช่นนี้ ยิ่งคิดยิ่งแค้น นึกแล้วโกรธตัวเองไม่น่ายอมให้นางไปหมั้นกับผู้ชายใจโลเลแบบนั้นเลย

หากไม่ใช่เพราะบุตรสาวมาขอร้องว่าชอบพอกับฟู่อวิ้นหลง มีรึที่ตนจะยินยอมให้หมั้นหมาย เพราะตนนั้นไม่ได้คิดอยากให้บุตรสาวที่รักปานดวงใจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์เลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าวังหลังนั้น สตรีแก่งแย่งกันเพียงใด เพื่อให้ได้เป็นที่โปรดปราน

หึ!! ดีเหมือนกันที่เกิดเรื่องแบบนี้ ทำให้บุตรสาวของตนคิดได้

"เจ้าไม่ต้องกังวลไม่ว่าฝ่าบาทจะกล่าวเช่นไร พ่อจะเป็นคนรับไว้เอง"

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินเช่นนั้นก็กอดพ่อของตนเองอีกรอบพร้อมทั้งคุกเข่าขอโทษต่อหน้าบิดามารดา ทำเอาทั้งสองคนตกใจกับการกระทำของบุตรสาว

"ข้าขอบคุณท่านพ่อกับท่านแม่มากเจ้าค่ะ ลูกอกตัญญูยิ่งนักทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นทุกข์ ได้โปรดอภัยให้ลูกที่ไม่เอาไหนคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ"

"โธ่... อาเหิงลูกแม่ลุกขึ้นเถิด พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเจ้าเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้พ่อกับแม่เองก็มีความผิดที่ปล่อยให้เจ้าได้เจอเรื่องเจ็บปวด เจ้าอย่าโทษตัวเองเลยนะ" เฟิ่งฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

"ท่านพ่อ ท่านแม่"

ภาพของสามคนพ่อแม่ลูกที่กอดกันอย่างรักใคร่ บ่าวในจวนถึงกับพากันเช็ดน้ำตา เรื่องข่าวลือเหล่านั้นจริงเท็จเพียงใดพวกเขารู้ดี คุณหนูของพวกเขาไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจแบบที่ผู้คนเขาลือกัน

ยิ่งมาเห็นภาพแบบนี้ยิ่งทำให้พวกบ่าวรู้สึกสงสารคุณหนูจับใจ แต่อีกใจก็รู้สึกยินดี ในไม่ช้าคุณหนูกำลังจะได้ถอนหมั้นกับชายที่ไม่เห็นคุณค่าความรักที่มอบให้สักที

ตอน 3

เช้าวันใหม่

เสนาบดีเฟิ่งรีบเดินทางออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเข้าวังและขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นการส่วนตัว เพราะวันนี้เขาจะทูลขอราชโองการถอนหมั้นบุตรสาวของตนกับองค์ชายสามด้วยตนเอง!

ถึงการหมั้นของบุตรสาวเขาจะไม่ใช่สมรสพระราชทาน แต่เพราะเป็นการหมั้นกับเชื้อพระวงศ์ ยังไงเสียเขาก็ต้องเข้ามากราบทูลขอพระราชโองการการถอนหมั้นกับฮ่องเต้

วังหลวง

"ถวายบังคมฝ่าบาท"

"ไม่ต้องมากพิธี ใต้เท้าเฟิ่งมาหาข้าแต่เช้าขนาดนี้ คงเป็นเรื่องคุณหนูเฟิ่งบุตรสาวของท่านใช่หรือไม่"

น้ำเสียงกังวานเอ่ยถามฟังดูน่าเกรงขามแก่ผู้ที่ได้ยิน เบื้องหน้าเฟิ่งจินหยวนมีบุรุษนั่งทรงงานอยู่ด้วยท่าทางที่สง่าสมกับเป็นโอรสสวรรค์

"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมบังอาจทูลขอให้ออกราชโองการถอนหมั้นของบุตรสาวของกระหม่อมกับองค์ชายสามฟู่อวิ้นหลงพ่ะย่ะค่ะ"

คนที่กำลังอ่านฎีกาอยู่ถึงกับถอนหายใจออกมา คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ เสนาบดีเฟิ่งรักลูกสาวตนเองยิ่งกว่าอะไรดี ทั้งหมดเป็นเพราะบุตรชายที่โง่เง่าของตนไปคว้าก้อนกรวดแต่กลับทิ้งเพชรในมือไป

แทนที่จะเอาใจคนที่สามารถเพิ่มอำนาจให้แก่ตัวเองในภายภาคหน้า แต่กลับเลือกคนที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เสียอย่างนั้น ช่างสมองหมูยิ่งกว่าผู้ใด

"ได้ ข้าจะออกราชโองการถอนหมั้นให้เองและเพื่อเป็นการขอโทษจากข้า แทนลูกชายที่ไม่เอาไหนข้าจะออกราชโองการให้เลือกคู่ครองได้ด้วยตนเองไปด้วยดีหรือไม่"

เสนาบดีเฟิ่งได้ยินแบบนั้นถึงกับคุกเข่าลงด้วยความดีใจ องค์ฮ่องเต้ทรงออกราชโองการให้บุตรสาวสามารถเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเองได้ ก็แปลว่าไม่มีใครจะมาบังคับให้บุตรสาวตนออกเรือนด้วยได้หากบุตรสาวของตนเองไม่ยินยอม แม้แต่องค์ฮ่องเต้ก็ไม่สามารถออกราชโองการสมรสพระราชทานให้ได้ ดี ดี เหลือเกิน

"ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เมตตาบุตรสาวของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ"

"เอาเถิดๆ ลุกขึ้นได้แล้วจะคุกเข่าไปทำไมกัน ไม่ใช่ความผิดของบุตรสาวเจ้า แต่เป็นความโง่เขลาของบุตรชายข้าเอง พรุ่งนี้ข้าจะให้ฉินกงกงไปว่าราชโองการถอนหมั้นที่จวนให้ก็แล้วกัน"

"ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"

"เอาล่ะ ท่านไปได้แล้วข้าจะอ่านฎีกาต่อ"

"กระหม่อมขอกราบทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"

หลังจากที่เสนาบดีเฟิ่งเดินออกไปจากห้องทรงอักษร องค์ฮ่องเต้ฟู่เหวยหมิงก็หันไปพูดคุยกับขันทีคนสนิทของตนเอง

"ฉินกงกง เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร"

ฮ่องเต้ถามคนสนิทของตนเองด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

"ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยได้พระปรีชาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ออกราชโองการให้คุณหนูเฟิ่งเลือกคู่ได้ด้วยตนเองเพื่อกันไม่ให้เกิดการแก่งแย่งจากเหล่าองค์ชาย ฝ่าบาทตัดสินพระทัยถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"ใช่ ที่ข้าต้องออกราชโองการนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะสงสาร อีกส่วนเพื่อกันความวุ่นวาย เฮ้อ... ข้าอยากพักแล้ว วันนี้ข้าไม่อยากพบใคร หากไม่ใช่เรื่องตายไม่ต้องให้ผู้ใดเข้ามาพบข้า"

องค์ฮ่องเต้รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อคิดถึงความวุ่นวายที่กำลังจะเกิด แค่คิดว่าหากฮองเฮาและบรรดาพระชายาของตนได้ยินราชโองการถอนหมั้นของฟู่อวิ้นหลงกับคุณหนูเฟิ่ง คงต้องรีบพากันมาเข้าเฝ้าเพื่อขอพระราชทานสมรสกับเหล่าบุตรชายของตนแน่ ๆ

ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ เจ้าสามนี้โง่งมจริง ๆ มีเพชรอยู่ในกำมือแต่กลับไปคว้าเอาก้อนกรวด เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าได้ยินราชโองการถอนหมั้นแล้วจะเป็นอย่างไร

ฮ่องเต้พอจะคิดภาพของบุตรชายโง่เง่าของตนเองออก ก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

‘หึ ต่อให้เจ้าเป็นบุตรชายข้า ข้าก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หรอกนะ เจ้ามันโง่เอง ช่างสมองหมูจริง ๆ’

จวนสกุลเฟิ่ง

หญิงสาวในชุดเขียวอ่อนหน้าตางดงามล่มเมืองกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาสระบัวในจวนของตนเองอย่างเงียบ ๆ

ทบทวนนึกเรื่องราวที่ผ่านมา มันเริ่มจากตอนไหนกัน

ตอนไหนกันที่ตนหลงรักฟู่อวิ้นหลง

ตอนที่เขาช่วยในขณะกำลังตกบันไดที่โรงน้ำชา

หรือตอนที่เขาขอผ้าเช็ดหน้าจากนาง หลังจากที่เขาเก็บได้ไปเป็นของตนเอง

แล้วชื่อเสียงร้ายกาจของนางเริ่มจากตอนไหนกัน นางไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงคิดว่านางร้าย ที่ไปตบตีสตรีอื่นเพื่อแย่งชิงของที่เป็นของตนเองกลับคืนมา

แล้วเหตุใดถึงไม่มีใครกล่าวโทษคนที่ทำให้ข้ากลายเป็นเช่นนี้?

หญิงสาวนั่งหลับตานึกถึงคำพูดในอดีตที่ฟู่อวิ้นหลงเคยให้สัญญากับนาง

"อวี่เหิง ข้าว่าเจ้าใส่ชุดสีแดงดีหรือไม่ดูเหมาะสมกับเจ้าดี"

"อวี่เหิง ข้าไม่ชอบสายตาบุรุษที่มองดูเจ้าเลย เจ้าหมั้นกับข้าได้หรือไม่"

"อวี่เหิง ข้าจะมีแค่เจ้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าจะไม่มองหญิงอื่น แต่เจ้าสัญญาได้หรือไม่ว่า ว่าเจ้าจะมีข้าแค่คนเดียว"

"อวี่เหิง เจ้าเลิกตามข้าได้หรือไม่ บางทีข้าก็อยากอยู่คนเดียวเพียงลำพัง"

"อวี่เหิง เจ้าไม่ต้องทำสิ่งของส่งมาให้ข้าอีกแล้ว เพราะข้ามีทุกอย่างที่เจ้าทำมาให้แล้ว"

"เพคะ องค์ชาย..."

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RVX” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RVX
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว
อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว
เมื่อเอเลน่าเกือบตายในห้องนิรภัยที่ไร้อากาศ แต่ดันเต้ผู้เป็นสามีกลับทิ้งเธอไปช่วยชู้รัก วินาทีที่สูญเสียลูกในท้องไปอย่างโดดเดี่ยวทำให้เธอตื่นจากฝันร้าย นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่เมื่อเธอตัดสินใจทิ้งใบหย่าแล้วหนีไปอย่างไม่ใยดี
8.9
87 ตอน
น้องเมีย
น้องเมีย
เมื่อความรักกลายเป็นข้อตกลงลับสุดอันตราย ชติรสจำต้องใช้ร่างกายตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาวให้พ้นมือเขา นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ต้องห้ามที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นอันแสนเร่าร้อน อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
9.3
71 ตอน
เพลงมาร
เพลงมาร
จากนักร้องสาวพราวเสน่ห์ผู้โด่งดัง พิจิกาต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่เมื่อ สุวิชา ชายหนุ่มรูปงามก้าวเข้ามาในชีวิต เขาไม่ใช่เจ้าชายในฝันแต่เป็นมารร้ายที่ปั่นป่วนหัวใจจนจังหวะชีวิตผิดเพี้ยน นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสความรักอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความร้ายกาจ
9.0
98 ตอน
เจ้าสาวโอทอป
เจ้าสาวโอทอป
เมื่อชานนท์ เพลย์บอยหนุ่มที่เผชิญมรสุมโรคร้ายจนถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง ได้พบกับเตย หญิงสาวแสนซื่อผู้เข้ามาเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ แม้เธอจะไร้เดียงสาและกังวลในรักครั้งนี้ แต่เขาพร้อมจะนำทางและพิสูจน์รักแท้ นิยายรักโรแมนติกฟีลกู้ดที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.3
42 ตอน
สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ
สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ
เมื่อนักมวยสาวหมัดหนักต้องยอมเซ็นสัญญาจ้างรักแต่งงานกำมะลอกับท่านประธานหนุ่มมหาเศรษฐีเพื่อล้างหนี้สิน แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับแม่ผัวจอมบงการในบ้านหลังใหญ่ สงครามประสาทสุดป่วนและความใกล้ชิดจะเปลี่ยนวิวาห์ลวงโลกครั้งนี้ให้กลายเป็นรักแท้ได้อย่างไร อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินได้แล้ววันนี้
9.4
67 ตอน
NightZ [V] CLINGY JUNIOR
NightZ [V] CLINGY JUNIOR
เมื่อภารกิจสำคัญต้องสะดุดเพราะการรุกจีบสุดตื๊อจาก 'เลโอ' รุ่นน้องตัวแสบแห่งแก๊ง Nightshade เธอจึงงัด 'ทฤษฎี 21 วัน' มาใช้หวังกำราบคนกะล่อนให้ถอยไป แต่แผนการนี้จะช่วยสลัดเขาออกไปได้จริง หรือจะยิ่งทำให้หัวใจถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้นในนิยายรักวัยรุ่นสุดฟินเรื่องนี้กันแน่
9.7
39 ตอน