ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“หย่ากันเถอะ”

แต่งงานกันมาสามปี ฝ่ายชายยังคงพูดน้อยเหมือนเดิม คำพูดที่เย็นชาสามคำ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยสักนิด

หนานซ่งยืนอยู่ด้านหลังอวี่จิ้นเหวิน จ้องเงาหลังที่สูงใหญ่ราวกับต้นสนของเขา มองหน้าตาที่เย็นชาไร้อารมณ์ความรู้สึกสะท้อนอยู่ในหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน รู้สึกแค่ว่าหัวใจดวงนึงเย็นจี๊ดจนสุดขั้วหัวใจ

สองมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่น สั่นเทาไปหมด

ประโยคที่เธอกลัวที่สุด ในที่สุดก็หลุดออกมา

ฝ่ายชายหันตัวมา เห็นหน้าได้ชัดมากขึ้น ใบหน้าที่เพอร์เฟคใบหน้าหนึ่ง มีขอบมุมความคมหล่อที่ชัดเจน แม้ว่าจะเผชิญมาสามปีแล้ว แต่ก็ยังคงทำให้เธอใจเต้นอยู่ไม่น้อย

“ไม่หย่า ได้ไหม?”

หนานซ่งเค้นคำพูดนี้ออกมาจากในลำคอด้วยความอย่างยากลำบาก แววตาสั่นกระเส่า แต่กลับยังคงเต็มไปด้วยความหวัง

อวี่จิ้นเหวินกลางคิ้วขมวดเข้าหากัน คิ้วตาที่เย็นชาหยุดชะงักลงบนใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางของฝ่ายหญิง สุดท้ายก็จ้องมองดวงตาที่แดงระเรื่อของเธอ คิ้วขมวดกันแน่น

แม้ว่าจะเป็นหน้าสด หนานซ่งก็ยังคงสวย เธอไม่ใช่สาวสวยที่เห็นโครงหน้าชัดเจน แต่ผิวขาวนวล ใสซื่อไร้เดียงสา เป็นรูปลักษณ์ที่ดูสบายตา

ดวงตากลมโตของเธอจ้องเขาตาใสทั้ง ๆ แบบนี้ แววตาเต็มไปด้วยความวิงวอน ไฝหนึ่งเม็ดใต้หางตาขวา ผมยาวสลวยปล่อยตรงลงบริเวณหู อ่อนโยนไร้ซึ่งความก้าวร้าว

แต่ในสายตาของชายหนุ่ม นี่คือผู้หญิงที่อ่อนโยนแต่ก็เรียบง่ายและน่าเบื่อ

ในฐานะที่เป็นภรรยา เธอไม่มีข้อบกพร่องอะไรเลย แต่เขาแค่ไม่ได้รักเธอเท่านั้น

เมื่อสามปีก่อนเขาประสบอุบัติเหตุ ท่อนบนเป็นอัมพาต หมอบอกว่าเขาอาจจะยืนไม่ได้ตลอดไป และในตอนนั้นเอง ที่เขาถูกบีบบังคับให้เลิกกันกับผู้หญิงอันเป็นที่รัก แม่บังคับให้เขาไปนัดบอด ต้องหาภรรยาที่เป็นหมอมาดูแลเขาไปตลอดชีวิต เขาเลือกพยาบาลคนนึงหนึ่งในคนที่นัดบอด นั่นก็คือลู่หนานซ่ง เธอไม่มีภูมิหลังอะไร และเธอก็เป็นคนเงียบด้วย

“คุณอยู่กับผมมาสามปีแล้ว แล้วก็ดูแลผมมาสามปีแล้ว เงินห้าสิบล้านนี้ถือค่าชดเชยให้กับคุณล่ะกัน”

ตอนที่เขาพูดคำพูดแบบนี้แสงในแววตากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ยิ่งมองไม่เห็นความรู้สึกรักที่มีต่อเธอเลยแม้แต่น้อย “หรือ คุณต้องการอย่างอื่น...”

“ทำไม?”

หนานซ่งพูดแทรกเขาเป็นครั้งแรก เบ้าตาที่เริ่มแดงเต็มไปด้วยความยึดติด แล้วก็... ไม่อยากจะยอมรับ “ทำไมถึงต้องขอหย่าตอนนี้”

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของพวกเขา เธอเตรียมการวางแผนเอาไว้มากมาย ถึงขนาดที่เธอยังคิดอีกด้วยว่า อีกสามปีต่อมา อีกยี่สิบสามปีต่อมา นั่นก็คือตลอดชีวิตแล้ว

“คุณก็รู้ คนที่ผมรักไม่ใช่คุณ”

น้ำเสียงที่เย็นชาของเขาแฝงไปด้วยความเยือกเย็นอย่างไร้ที่สิ้นสุด ถึงขนาดที่เขาไม่แม้แต่จะให้ความหวังกับเธอเลยแม้แต่น้อย “ซวนซวนกลับมาแล้ว ผมจะแต่งงานกับเธอ”

หนานซ่งราวกับถูกสายฟ้าผ่าเข้ากลางหัว ร่างกายที่ผอมบางไม่สามารถรับความหนักอึ้งขนาดนี้ได้ สั่นเทาขึ้นมาทันที

ชีวิตแต่งงานที่เธอดูแลรักษามันมาตลอดสามปี กลับไม่อาจต้านทานคำพูดประโยคเดียวของอีกฝ่ายได้เลย... “ฉันกลับมาแล้ว”

“คุณผู้ชาย...”

พ่อบ้านตรงเข้ามารายงานด้วยความรีบร้อน “คุณจั๋วอาเจียนอาหารที่เพิ่งจะกินเข้าไปออกมาอีกแล้วครับ แถมยังกระอักเลือดอีกด้วย!”

ใบหน้าที่เงียบขรึมของชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย เขาเดินอ้อมหนานซ่งตรงไปที่ห้องรับแขกทันที ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่เคร่งขรึม “เตรียมรถ ไปโรงพยาบาล”

ผ่านไปไม่นาน อวี่จิ้นเหวินก็อุ้มผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องรับแขก ผู้หญิงคนนั้นรูปร่างซูบผอม บนตัวยังคลุมด้วยผ้าห่มปักผืนบาง ซึ่งเป็นผ้าที่หนานซ่งปักด้วยตัวเอง

สีหน้าขอเธอซีดเผือด มองออกว่าอยู่ในอาการป่วย ราวกับจะจากโลกนี้ไปได้ทุกเมื่อ คนทั้งคนซบพิงอยู่ในอ้อมกอดของอวี่จิ้นเหวิน เสียงเบามาก “พี่จิ้น คุณลู่เธอ...”

อวี่จิ้นเหวินหยุดฝีเท้าลงตรงมุมบันได ก่อนจะหันไปพูดกับหนานซ่ง “รายละเอียดของการหย่าทนายความจะไปเจรจากับคุณเอง เชิญคุณย้ายออกจากบ้านภายในสามวันด้วย”

จากนั้น เขาก็อุ้มผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาในอ้อมแขน อุ้มเธอลงไปข้างล่างอย่างไม่หันกลับมาอีก

หนานซ่งยืนอยู่ตรงทางลงบันได จั๋วซวนนอนอยู่ในอ้อมกอดของอวี่จิ้นเหวิน เงยหน้าขึ้นมามองหนานซ่ง ในดวงตาเต็มไปด้วยแสงแห่งชัยชนะ

ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมง ผู้หญิงที่ป่วยคนนี้พูดกับเธออย่างยิ้มแย้ม “ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านอย่างโจ้งแจ้ง เธอคืนเขามาให้ฉันซะ”

จนกระทั่งร่างของพวกเขาหายลับไป หนานซ่งถึงได้ล้มทรุดลงไปราวกับร่างกายไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลอาบหน้าอย่างเงียบ ๆ เธอกอดตัวเองเอาไว้ รู้สึกเพียงว่าร่างกายหนาวจับใจ

สิบปี

นับตั้งแต่วินาทีที่เขาช่วยเธอออกมาจากนรกจนถึงตอนนี้ เธอก็ติดตามเขามาตลอดสิบปี แล้วก็รักเขามาตลอดสิบปีแล้วเหมือนกัน ชีวิตของคนเรามันจะมีสักกี่สิบปีกัน

แต่ไม่รักก็คือไม่รัก ต่อให้จะยอมขนาดไหน เธอก็ไม่สามารถทำให้ผู้ชายคนนี้รู้สึกหวั่นไหวได้ ไม่สามารถทำให้เขารักเธอได้เลยแม้แต่น้อย

“จิ้นเหวิน นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะร้องไห้ให้กับคุณ”

หนานซ่งยื่นมือออกมาเช็ดน้ำตาที่เย็นเฉียบทิ้งไป ก่อนจะลุกขึ้นมาจากพื้น ผู้หญิงที่เดิมทีอ่อนแอ เปลี่ยนกลายเป็นเย็นชาอย่างถึงที่สุด ในตาสะท้อนความมุ่งมั่นเด็ดเดียว

ถึงเวลาที่ต้องจากไปแล้ว

หนังสือข้อตกลงการหย่าถูกวางเอาไว้อยู่บนหัวเตียงในห้องนอนใหญ่ มันโดดเด่นสะดุดตามาก

หนานซ่งเปิดไปหน้าสุดท้ายตรง ๆ เห็นลายเซ็นที่คุ้นเคย แววตาของเธอเป็นประกายวิบวับ เธอลูบเบา ๆ ไปยังชื่อ “อวี่จิ้นเหวิน” อย่างระมัดระวัง รู้สึกแน่นจมูกขึ้นมา

เธอสูดจมูก กลั้นน้ำตาที่กำลังจะออกมาให้กลับไป ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงไปบนนั้นอย่างไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ลู่หนานซ่ง

ในเมื่อเริ่มต้นด้วยชื่อนี้ งั้นก็ต้องจบสิ้นด้วยชื่อนี้เช่นกัน

หนานซ่งวางตราประทับอันหนึ่งอยู่บนหัวเตียง ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุจนถึงการซื้อหยกชิ้นนี้ เธอต้องใช้เวลาไปเกือบหนึ่งปี นี่เป็นของขวัญครบรอบสามปีที่เธอตั้งใจเตรียมเอาไว้ให้กับเขา

อันที่จริงตลอดสามปีมานี้เธอก็เคยมอบของขวัญให้กับเขามากมาย ไม่มีชิ้นไหนที่ไม่ได้เตรียมอย่างไม่ได้ตั้งใจเลยสักชิ้น แต่ปลายทางสุดท้ายกลับถูกทิ้งเอาไว้อยู่ในตู้เสื้อ หรือไม่ก็โยนทิ้งลงไปในถังขยะไปตรง ๆ มันก็เหมือนกับความจริงใจที่เธอมีต่อเขา

ทันทีที่เดินออกมาจากบ้าน รถหรูสีดำคันหนึ่งก็จอดอยู่ริมถนน หนานซ่งขึ้นไปบนรถ ก่อนจะพูดอย่างนิ่ง ๆ “ฉันหย่าแล้ว”

ที่นั่งคนขับ ผู้ชายที่สวมแว่นกันแดดสีชายิ้มออกมาอย่างร้าย ๆ “ยินดีด้วย คุณได้รับอิสระกลับคืนแล้ว”

เขายื่นโน้ตบุ๊คมาให้กับหนานซ่ง “ถึงเวลากลับมาเป็นตัวเองได้แล้ว พวกเราต่างกำลังรอการกลับมาของคุณ”

ตอน 2

หนานซ่งสงบสติอารมณ์ลง เปิดโน้ตบุ๊คขึ้นมา สิบนิ้วมือเคาะอยู่บนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว แฮ็คเข้าสู่ระบบกล้องวงจรปิด ลบร่องรอยของตัวเองทั้งหมดทิ้ง

เธอจากไปอย่างไม่ทิ้งร่องรอย ก็เหมือนกับตอนที่เธอมาอย่างไร้ร่องรอยในตอนแรก

“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงไปแล้วครับ!”

เช้าวันรุ่งขึ้น อวี่จิ้นเหวินที่ได้รับข้อความก็กลับจากโรงพยาบาลมาที่บ้าน

วินาทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็ได้กลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่สดชื่น นี่คือกลิ่นตัวของหนานซ่ง ดมมาสามปีเขาคุ้นชินกับมันแล้ว

เขาไม่ค่อยได้เหยียบเข้ามาในห้องนอนใหญ่ หนานซ่งเป็นคนตกแต่งด้วยตัวเองซะส่วนใหญ่ โทนสีเองก็ไม่เหมือนกับห้องอื่น ๆ ชุดเครื่องนอนสีเหลืองสดให้กลิ่นอายที่เงียบสงบและอบอุ่น ทั้งยังสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เป็นสไตล์ของเธอ

เพียงแต่เขาไม่ได้หยุดอยู่ตรงนั้น แล้วก็ไม่ได้มีความสนใจจะเชยชมมันด้วยเหมือนกัน แต่เขาเดินไปที่หัวเตียง

เธอเซ็นชื่อลงไปในหนังสือข้อตกลงการหย่าร้างเรียบร้อยแล้ว ส่วนเช็คมูลค่าสิบล้านที่เขาเซ็นชื่อด้วยตัวเองใบนั้น ก็วางอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม

ตราประทับดอกกุหลาบโปร่งใสที่ประณีตสวยงามวางอยู่บนหัวเตียง ตรงส่วนล่างพิมพ์เอาไว้ว่า “อวี่จิ้นเหวิน” ดอกกุหลาบขาวที่อยู่ด้านข้างแกะสลักได้อย่างราวกับมีชีวิต ทักษะไม่ธรรมดา เขาอดไม่ได้ที่จะสัมผัสลูบไล้มัน หยกเป็นหยกเหอเถียนสีขาวคุณภาพดี โปร่งใส วางบนฝ่ามือแล้วรู้สึกเย็น ๆ สิ่งที่หาได้ยากคือส่วนล่างยังมีเนื้อสัมผัสสีแดงที่ไหลซึมเข้าไปอีกด้วย เวลาอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ราวกับดอกกุหลาบแดงดอกหนึ่งกำลังเบ่งบานอยู่ข้างใน ทั้งน่าอัศจรรย์ และสวยงามมาก

เขารู้ว่าเธอชอบดอกกุหลาบ ปลูกอยู่เต็มบริเวณลานบ้าน แต่เขาไม่เคยให้กุหลาบกับเธอเลยสักดอก

ด้านใต้ตราประทับมีการ์ดถูกทับเอาไว้หนึ่งแผ่น เขาหยิบขึ้นมา เปิดออก เห็นตัวอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้อย่างสวยงาม “สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานสามปี ลาก่อน จิ้นเหวิน”

อวี่จิ้นเหวินมองถ้อยคำนี้ เพียงกระพริบตา สายตาก็มองไปยังปฏิทินที่วางอยู่บนหัวเตียง วันที่สิบเดือนสี่ตามจันทรคติ ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่พวกเขาจดทะเบียนสมรสกัน ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วสามปี

เขากำเหอเถียนราคาแพงเอาไว้ในฝ่ามือ ในสมองพลันมีความคิดนึงแวบขึ้นมา:เธอเอาเงินมาจากไหน?

ค่าใช้จ่ายในครอบครัวของแต่ละเดือนเขาให้ไปจำนวนไม่น้อย เพียงแต่เงินในนี้แทบจะไม่มีการแตะต้องเลย เธอบอกว่าเธอไม่เป็นกังวลเรื่องอาหารการกินและเสื้อผ้า ไม่จำเป็นต้องเอาเงินมาใช้จ่ายทางด้านนี้ ในบัญชีก็ไม่มีการใช้จ่ายเงินจำนวนมากเช่นกัน

อวี่จิ้นเหวินฟังการรายงานจากผู้ช่วย สายตานิ่ง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงที่เคร่งขรึม “ไปตรวจสอบมาว่าเธอไปไหน จับตาดูทิศทางในช่วงนี้ ถ้าเป็นคนที่ฝ่ายตรงข้ามแอบส่งมา ก็จับตัวกลับมาให้กับฉันทันที”

เกิดที่ชนบท เป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่——ลู่หนานซ่ง เป็นแบบนี้จริง ๆ เหรอ?

***

สามวันผ่านไป ณ เมืองเมอร์เดน

วันนี้สำนักงานใหญ่ของหนานซือ กรุ๊ปซึ่งตั้งอยู่ในอาคาร CBD เครสท์เรียกได้ว่าโกลาหลวุ่นวายไปหมด พนักงานของบริษัทต่างพากันวิ่งตรงเข้าไปข้างในด้วยความรีบร้อนลนลาน เหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงต่างมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่ง กำลังรอการมาถึงของท่านประธานคนใหม่

เมื่อวันก่อน หนานซือ กรุ๊ปที่หุ้นร่วงตกฮวบลงจนใกล้จะล้มละลายจู่ ๆ ก็ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ถูกคนใหญ่คนโตที่ลึกลับคนหนึ่งรับซื้อไปในราคาที่สูงลิ่ว พนักงานกำลังรักษาหน้าที่การงานเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ตกอยู่ในความรู้สึกตื่นตระหนกอีกแบบ

“ประธานคนใหม่เป็นใครกันแน่ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มีที่มาที่ไปยังไง ไม่เคยได้ยินข่าวลือมาก่อนเลยเหรอ”

“อย่าว่าแต่พวกเราเลย ระดับผู้จัดการเองก็ไม่รู้จักตัวตนของท่านประธานคนใหม่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าทำตัวลึกลับไม่เปิดเผยได้ยังไงกัน หวังว่าจะเป็นหนุ่มหล่อนะ ท่านประธานเผด็จได้โปรดมาช่วยฉันด้วย!”

“เธอฝันกลางวันอยู่หรือไง ถ้าเกิดเป็นเจ้านายผู้หญิงล่ะ”

“หยุดล้อเล่นได้แล้ว จะเป็นไปได้ยังไง สู้เธอตั้งหน้าตั้งตารอยคอยให้คุณหนูของตระกูลหนานฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งดีกว่านะ...”

“มาแล้ว ๆ! หยุดพูดกันได้แล้ว!

ทุกคนต่างรอคอยอย่างกลั้นหายใจ สายตามองตรงไปที่ประตู ความรู้สึกประหม่าผุดขึ้นมาตามธรรมชาติ เห็นรถโรลส์รอยซ์สีดำคันหนึ่งมาจอดลงตรงประตูทางเข้า รองประธานเข้าไปเปิดประตูด้วยตัวเอง จากนั้นก็มีคนคนหนึ่งลงมาจากรถ

พูดให้ถูกต้อง เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

รองเท้าส้นสูงสีดำสูงสิบเซนติเมตรเหยียบลงบนพื้นก่อน จากนั้นผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อสูทสีขาวทั้งตัว ผมสั้นกระฉับกระเฉงคนหนึ่งก็ลงมาจากรถ ค่อย ๆ ยืนตัวตรง การแต่งหน้าที่พิถีพิถันเสริมให้ใบหน้าสวยงามมากขึ้น

เหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัท คนเก่าคนแก่ที่ทำงานให้กับหนานซือ กรุ๊ปมาเกือบสิบปี เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยใบหน้านี้ ก็ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ “คุณ คุณหนู...”

หนานซ่งยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าของหนานซือ กรุ๊ป ริมฝีปากสีแดงยกขึ้นเล็กน้อย “ไฮ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

ตอน 3

หนานซ่งเข้าไปในลิฟต์ที่รายล้อมไปด้วยผู้บริการระดับสูง เธอหันหน้าไปถามรองประธาน “ยังเหลือประมาณสองสามท่านที่ยังไม่มาใช่ไหม?”

“ครับ”

เจี่ยงฝานผู้เป็นรองประธานเดินไปข้างหน้า ท่าทีเคารพนอบน้อม แต่น้ำเสียงกลับขอไปที “พวกคนเก่าแก่ที่นำโดยหนานหนิงไป่เย่อหยิ่งมาก แถมยังคิดจะอวดดี คิดที่จะสร้างความลำบากใจให้ท่านครับ”

”งั้นเหรอ?”

หนานซ่งสีหน้ายังคงนิ่งเฉยความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ “สีสันของโลกใบนี้เปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว ทำไมพวกคุณลุงพวกนั้นของฉันถึงมองไม่ทะลุปรุโปร่งกันนะ”

หนานหนิงพร้อมด้วยคณะกรรมการห้าคนนั่งอยู่ในห้องประชุม เอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้ ไขว่ห้าง ดื่มชา แต่ละคนวางท่าวางทางราวกับเป็นนายท่าน สีหน้าดูไม่แยแสสนใจ แต่ความจริงภายในใจนั้นกลับเป็นกังวลอย่างมาก

“ทำไมถึงยังไม่มาอีก?” หนานหนิงนั่งอยู่ตรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการ ใบหน้าอวบอ้วนเผยให้เห็นถึงความวิตกกังวล สั่งกำชับเลขาสาวที่อยู่ข้างหลัง “ออกไปดูหน่อย”

“เฮียสอง อย่าร้อนใจไปเลย จะช้าจะเร็วยังไงคนก็ต้องมา เข้ารับตำแหน่งครั้งแรกจะต้องแสดงผลงานออกมาให้ดี ถึงยังไงก็ต้องวางตัวให้สูงเข้าไว้เป็นธรรมดา”

หนานหนิงจู๋จับลูกประคำอยู่ในมือ สวมใส่ชุดไทเก๊ก เหมือนกับฝึกฝนจนบรรลุความเป็นอมตะแล้วอย่างไรอย่างนั้น

หนานหนิงไป่ส่ายหน้า “หนุ่มสาวสมัยนี้ไม่รักษาเวลาเอาซะเลยจริง ๆ พวกนายเองก็ไม่ต้องเกร็งแล้ว อีกเดี๋ยวก็พูดในสิ่งที่ควรจะพูดละกัน ถึงยังไงหนานซือ กรุ๊ปก็เป็นธุรกิจของตระกูลหนานของพวกเราเหมือนกัน ฉันมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ”

ในขณะที่จิ้งจอกเฒ่าเหล่านี้กำลังปรึกษาหารือว่าทำยังไงถึงจะอวดเบ่งอำนาจบารมีของตัวเองให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เพิ่งมาใหม่ได้เห็นนั้น เลขาสาวก็รีบวิ่งกลับมาด้วยความทุลักทุเล สีหน้าตื่นตระหนก

“แย่แล้วค่ะหัวหน้า ท่านประธานคนใหม่เรียกรวมตัวผู้บริหารระดับสูงอยู่ที่ห้องประชุมอีกห้องหนึ่ง การประชุมกำลังจะเสร็จสิ้นลงแล้วค่ะ...”

“ว่าไงนะ? !”

เหล่าบรรดาชายชราที่เดิมทีกำลังนั่งนิ่งเฉยอยู่นั้นก็ทยอยกันลุกขึ้นยืน ตบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยว “ถึงยังไงพวกเราก็เป็นคนเก่าคนแก่ที่ทุ่มเทพยายามให้กับหนานซือ กรุ๊ปมาอย่างยาวนาน ไอ้เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่คนนี้กลับไม่เห็นหัวพวกเราแบบนี้เนี่ยนะ!”

เด็กสมัยนี้นี่ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่เลยจริง ๆ

เลขาสาวสีหน้าซีดขาว พูดกระซิบออกมาเบา ๆ “ไม่ใช่เด็กผู้ชายนะคะ แต่เป็น... ผู้หญิงค่ะ”

ชายชราพวกนั้นตกใจขึ้นมาอีกครั้ง “ผู้หญิงเหรอ? !”

ทันทีที่หนานซ่งประกาศ “เลิกประชุม” หนานหนิงไป่กับหนานหนิงจู๋ก็พาคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาทันทีด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว แต่หลังจากที่เห็นหนานซ่งแล้ว สีหน้าที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็ถูกแทนที่ด้วยความช็อกตกใจ “หนานซ่ง...”

“ทำไมเป็นเธอ? !”

ท่านรองกับท่านสามได้เตรียมความพร้อมมาทุกรูปแบบ แต่กลับไม่คาดคิดแม้แต่นิดเดียว ว่าคนช่วยชีวิตผู้ทรงอิทธิพลที่ทำให้หนานซือ กรุ๊ปฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งยังซื้อหุ้น 51% ของหนานซือ กรุ๊ปไปทีเดียวแบบนี้ จะเป็นหลานสาวคนโตของพวกเขาเอง!

เธอตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

หนานซ่ง คุณหนูใหญ่ของตระกูลหนานทายาทของหนานซือ กรุ๊ปประสบอุบัติเหตุร่วงตกหน้าผาขณะปีนเขาตั้งแต่สามปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังหาศพไม่เจอ ท่านรองกับท่านสามตระกูลหนานเสียใจมาก เขาจัดงานศพให้กับหลานสาวอย่างใหญ่โต ทั้งยังรับสิทธิ์ในการบริหารหนานซือ กรุ๊ปมาในยามวิกฤตอีกด้วย หลังจากแบ่งทรัพย์สินและหุ้นภายใต้ชื่อของหนานซ่งไปแล้ว ใครจะไปคิดว่า คนที่ตายไปแล้วจะกลับมาอีกครั้ง!

หนานซ่งรู้สึกเพลิดเพลินกับสีหน้าตกใจของพวกเขาเป็นอย่างมาก เอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ยกเปลือกตาขึ้น “ลุงสอง ลุงสาม ฉันฟื้นคืนชีพกลับมาแล้ว เซอร์ไพรส์ไหมคะ คาดไม่ถึงใช่มั้ยคะ?”

คำพูดของเธอ มันได้ย้ำเตือนเขาแล้ว หนานหนิงไป่กับหนานหนิงจู๋สีหน้าเปลี่ยนไปทันที มองหนานซ่งด้วยน้ำตาที่ไหลอาบเต็มหน้า จะเข้าไปกอดเธอด้วยความตื่นเต้น

“ซ่งหนาน เธอยังมีชีวิตอยู่ ดีจริง ๆ พ่อของเธอรู้จะต้องดีใจมากแน่ ๆ...”

หนานซ่งเลื่อนเก้าอี้ไปข้างหลัง ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ จ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาอย่างเก็บซ่อนเอาไว้ไม่มิด “ฉันเองก็เชื่อว่าพวกเขาจะดีใจมากเหมือนกัน”

หนานหนิงไป่กับหนานหนิงจู๋ถูกหนานซ่งจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรไปชั่วขณะ

หนานซ่งเองก็ไม่ได้มีท่าทีอ่อนโยนกับพวกเขาเหมือนกัน หันหน้าไปพูดกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่ต่างคนต่างมีสีหน้าที่แตกต่างกัน “พวกคุณในที่นี้ล้วนแต่เป็นพนักงานเก่าแก่ของหนานซือ กรุ๊ป แน่นอนว่ารู้อารมณ์ และสไตล์ของฉันเป็นอย่างดี ในเมื่อฉันกลับมาแล้ว ก็จะไม่มีทางทำให้หนานซือ กรุ๊ปล่มสลายไปอย่างแน่นอน ความพยายามที่พ่อแม่ของฉันต่อสู้ดิ้นรนมา ฉันจะเป็นคนปกป้องมันเอง ทุกคนสงบจิตสงบใจลงสักหน่อย ทำงานในส่วนของตัวเองให้ดี สิ่งที่ควรจะได้รับ หนานซ่งไม่มีทางปฏิบัติต่อพวกคุณอย่างไม่เป็นธรรมแน่นอน”

...

ในขณะเดียวกัน ณ เมืองวิลเกต

อวี่จิ้นเหวินรับจั๋วซวนออกจากโรงพยาบาล ระหว่างทางกลับ เขาถือโทรศัพท์เอาไว้ พูดด้วยเสียงเคร่งขรึม “ตามหาร่องรอยไม่เจอแม้แต่นิด แกจะเอาอะไรกิน?”

ผู้ช่วยตัวสั่นอยู่ที่ปลายสาย เขาเองก็แปลกใจเหมือนกัน เขาตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรัศมีหลายร้อยเมตรแล้ว พยายามทุกวิธีแล้ว ก็ตรวจสอบร่องรอยของคุณนายไม่เจอเลยสักนิด ราวกับว่าคนหายไปในอากาศอย่างไรอย่างนั้น

เขากลืนน้ำลาย ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่สั่นกระเส่า “แต่ว่า สถานภาพของคุณนายคือเด็กผู้หญิงที่มาจากชนบทของเมืองออนมอร์จริง ๆ นะครับ ยิ่งไปกว่าพ่อแม่เองก็เสียชีวิตไปเนื่องจากอาการป่วยจริง ๆ ครับ”

ปลายนิ้วมือที่เรียวยาวของอวี่จิ้นเหวินแตะลงบนหัวเข่า สีหน้านิ่งเฉย:เป็นแบบนี้แสดงว่าเขาคิดมากเกินไป

จั๋วซวนนั่งลงข้าง ๆ อวี่จิ้นเหวินอย่างกระอ่อนกระแอ่น พลางออกความเห็นขึ้นว่า “ผู้หญิงที่มาจากชนบทแบบคุณลู่ ไม่คิดว่าจะจากไปตัวเปล่าโดยไม่เอาอะไรติดตัวไปเลยแบบนี้ ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริง ๆ ว่าไหมคะพี่จิ้น”

อวี่จิ้นเหวินขมวดคิ้ว เยาะเย้ยอยู่ภายในใจ นึกถึงผู้หญิงที่ทั้งเงียบ และนิ่งคนนั้นขึ้นมา บางทีเธออาจจะอยากให้เขารู้สึกว่าเธอแตกต่างจากคนอื่นก็ได้

“คุณอวี่ ผมส่งคนไปตามหาที่เมืองออนมอร์เรียบร้อยแล้วครับ บางทีคุณนายอาจจะกลับบ้านแล้วก็ได้”

“ไม่ต้องหาแล้ว” อวี่จิ้นเหวินสีหน้าเรียบเฉย พูดขึ้นมานิ่ง ๆ “หย่ากันไปแล้วก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ในเมื่อเธอเลือกที่จะจากไปอย่างสมศักดิ์ศรี ก็ตามใจเธอแล้วกัน”

“... รับทราบครับ อ้อ ยังมีอีกเรื่องครับ เรื่องงานครับ!”

ผู้ช่วยรู้สึกว่าบอสหมดความอดทนแล้ว จึงรีบเน้นย้ำเรื่องงานทันที

อวี่จิ้นเหวินพูดออกมาคำเดียว “พูด”

“ตระกูลหนานแห่งเมืองเมอร์เดนเกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้นนิดหน่อยครับ เมื่อสองสามวันก่อนหน้านี้ บุคคลลึกลับที่ช่วยให้หนานซือ กรุ๊ปฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้คนนั้นในที่สุดก็เปิดเผยหน้าออกมาแล้วครับ ข่าวที่เผยแพร่ออกมาบอกว่า... คุณหนูใหญ่ของตระกูลหนานกลับมาแล้ว!”

อวี่จิ้นเหวินเลิกคิ้ว คุณหนูใหญ่ของตระกูลหนานเหรอ? ตายไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ?

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TPM” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TPM
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

พิศวาสล่ามรัก
พิศวาสล่ามรัก
เมื่ออุบัติเหตุชักนำให้ 'มีนา' ต้องดูแล 'ดล' อย่างใกล้ชิด ความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าในยามที่หัวใจสองดวงผูกพันด้วยไฟรักอันเร่าร้อน คู่หมั้นที่หายไปห้าปีกลับปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงสัญญาแต่งงาน บททดสอบรักแท้ที่เต็มไปด้วยพันธะอดีตจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายรักสุดเข้มข้นเรื่องนี้
8.2
81 ตอน
เศษใจซาตาน
เศษใจซาตาน
เมื่อคำลวงของวาคิมทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เธอจึงหอบลูกในครรภ์หนีไปจากชีวิตเขา หลายปีผ่านไปเธอกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตอันแสนเจ็บปวดด้วยใจที่แกร่งขึ้น นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความรักอันตรายที่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา เธอจะไม่ยอมรับเศษใจจากซาตานร้ายอีกต่อไป
9.2
63 ตอน
ตรวนรักโซ่สวาท
ตรวนรักโซ่สวาท
กัญชพรจำต้องเดินจากนวินวรรษมาด้วยความเจ็บปวด แต่ร่างกายและหัวใจกลับยังถูกพันธนาการไว้ด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนในอดีต ยิ่งเมื่อรู้ว่ามีพยานรักตัวน้อยในครรภ์ นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับตรวนเสน่หาที่ยากจะตัดขาด หนีอย่างไรก็ไม่พ้นเงาใจของเขา อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.8
93 ตอน
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ
เมื่อสาวแกร่งทะลุมิติมาเป็น 'เซี่ยซือซือ' ลูกสาวอาภัพที่ถูกกดขี่ เธอจึงต้องใช้มิติพิเศษปกป้องน้องๆ และยอมกลายมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีผู้พิการที่กุมความลับอันยิ่งใหญ่ นิยายย้อนเวลาแนวสู้ชีวิตที่ผสมผสานความรักสุดซาบซึ้งและค่ำคืนแห่งโชคชะตาที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.3
56 ตอน
ลมหายใจแห่งวายุ
ลมหายใจแห่งวายุ
เมื่อพนักงานสาวมีเวลาแค่สามเดือนเพื่อจีบรุ่นพี่ในฝัน เธอจึงยอมแกล้งทำคอมพิวเตอร์พังเพื่อดึงตัวเขามาใกล้ชิด ทว่าความรักครั้งนี้กลับไม่ง่าย เมื่อ 'ลม' เพื่อนสนิทของพี่ชายที่แอบซ่อนความรู้สึกไว้ลึกๆ ตัดสินใจสารภาพความจริงในใจ นิยายรักโรแมนติกที่จะพิสูจน์ว่ารักแท้อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
8.2
30 ตอน
ปราบรักร้ายนายมาเฟีย | พายุ x ชะเอม
ปราบรักร้ายนายมาเฟีย | พายุ x ชะเอม
เมื่อพายุ มาเฟียหนุ่มสุดเย็นชาประกาศตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย แต่ชะเอมกลับตอกกลับว่าเขาไม่ใช่สเปกเช่นกัน ทว่าเบื้องหลังท่าทีแสนรั้นที่ยอมทนใกล้ชิดกับเขา กลับซ่อนความลับสำคัญที่บีบบังคับให้เธอต้องเอาตัวเข้าแลกในเกมรักอันตรายครั้งนี้ อ่านนิยายรักมาเฟียสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
9.6
92 ตอน