ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวาย บนถนนเต็มไปด้วยรถลาที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ทำงาน

หนึ่งในนั้นก็มีรถของภูเมฆาที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายคือบ้านของเจ้าสัวเรวัฒน์ซึ่งวันนี่เขามีนัดคุยกับเจ้าสัวเรื่องการก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง และครั้งนี้ไม่ได้มีเขาแค่ที่ได้รับเชิญให้ไปคุย แต่ยังมีอีกหลายบริษัทที่ท่านเชิญเพราะฉะนั้นวันนี้จะไปสายไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เจ้าสัวเรวัฒน์เป็นที่รู้กันในหมู่นักธุรกิจว่าท่านเป็นคนตรงต่อเวลาและถ้าพอใจจะจ้างใครก็จ้างโดยไม่คำนึงถึงราคาหรือมีการประมูลให้วุ่นวาย ว่ากันว่าท่านมีซินแสที่คอยชี้และดูโหงวเฮ้งให้ว่าใครเหมาะกับงานไหน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ภูเมฆาไม่เชื่อเท่าไหร่

แต่ที่เขายอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาเจอรถติดครั้งนี้ก็เพราะกำไรที่ได้จากงานนี้มันมากจนไม่อาจมองข้ามได้เลย อีกอย่างลูกน้องของเข้าก็ตั้งความหวังกับโบนัสปลายปีกันไว้ค่อนข้างมาเลยทีเดียว

ภูเมฆานั่งอ่านเอกสารโครงการคอนโดมิเนียมระหว่างทาง แม้จะศึกษามาอย่างดีแล้วเขาก็ไม่อยากพลาดแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มเป็นคนจริงจังกับการทำงานมาก งานทุกอย่างเขาจะศึกษาข้อมูลอย่างดีก่อนจะออกไปเจอกับผู้ว่างจ้าง และด้วยความใส่ใจนี้เลยทำให้บริษัทที่เปิดมาเพียง 6 ปีเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เอกสารเหล่านี้เขาให้เลขาปริ้นออกมาเนื่องจากภูเมฆาไม่ชอบจ้องจอแท็บเล็ตนานๆ เพราะตาเขามักจะแห้งจนต้องหยอดน้ำตาเทียมอยู่เป็นประจำ

ชายหนุ่มมองออกนอกรถก็เห็นว่าตอนนี้สองข้างทางรถติดจนแทบไม่ขยับสลับกับมองนาฬิกาข้อมือเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงเวลานัด

“น้าชาติ คิดว่าทันไหม”

เขาถามคนขับรถที่เดิมทีเคยทำงานขับแท็กซี่มาก่อน พอเขากลับมาเมืองไทยและเรียกให้มารับบ่อยๆ และพอดีว่าอยากได้คนขับรถก็เลยลองเสนองานให้ ตั้งแต่นั้นมาน้าสุชาติเลยมาช่วยขับรถให้เขาในวันทำงานส่วนวันหยุดก็ไปขับแท็กซี่ตามเดิม ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้วที่ทั้งสองทำงานร่วมกัน

“ทันครับคุณภูหลุดโค้งข้างหน้าไปก็ทางก็สะดวกแล้วครับ”

เมื่อได้ฟังคำตอบภูเมฆาก็เบาใจเพราะถ้าน้าสุชาติบอกว่าทันยังไงก็ทัน

แล้วจังหวะที่กำลังเข้าโค้งก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งเข้ามาปาดด้านหน้าทำให้น้าสุชาติต้องเบรกอย่างกะทันหัน จนภูเมฆาหน้าทิ่ม แฟ้มที่วางอยู่บนเบาะหลังหล่นลงบนพื้นและมันก็เกี่ยวเอากระดุมแขนเสื้อของชายหนุ่มหลุดตามไปด้วย

“ขอโทษครับคุณภู เจ็บตรงไหนไหมครับ”

“ผมไม่เป็น” เพราะภูเมฆาเองก็เห็นว่ารถตัดหน้าอย่างกระชั้นชิดถ้าน้าสุชาติไม่เบรกคงชนท้ายและเขาก็คงจะเสียเวลาไปมาก

เขาเก็บแฟ้มขึ้นมาวางบนเบาะอย่างเดิมแล้วก็เห็นว่าตอนนี้กระดุมสูทของเขานั้นมันขาดหลุดออกมาถึงสองเม็ด แล้วก็บังเอิญว่าในรถของเขาไม่มีสูทตัวอื่นอยู่เลย ครั้นจะให้เลขาเอามาให้ก็คิดว่าคงไม่มีทางทันแน่ๆ เพราะกว่าเธอจะฝ่ารถติดมาก็คงต้องใช้เวลานาน

“น้าชาติ เย็บผ้าเป็นไหม”

“อะไรนะครับ” น้าสุชาติถามเจ้านายอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่า

“กระดุมเสื้อผมขาด คงต้องเย็บก่อนไปเจอเจ้าสัว” เพราะเป็นการคุยงานใหญ่เขาจะต้องแต่งตัวอย่างดี

“ผมเย็บผ้าไม่เป็นหรอกครับ ส่วนใหญ่เมียผมก็จะเป็นคนทำให้”

“แถวนี้พอจะร้านเย็บไหม”

“แถวนี้ไม่มีเลยครับ เอาไงดีล่ะเมียผมก็ออกไปทำงานแล้วด้วยถ้าไม่อย่างนั้นจะให้มาเย็บให้สักหน่อย”

“มีคนอื่นพอจะทำได้ไหม”

“มีครับ เดี๋ยวผมจะโทรบอกให้มารอที่ป้ายรถเมล์ก็แล้วกันเราคงไปถึงพอดีนั่นแหละ” เขารีบจัดการโทรนัดแนะกับคนที่จะมาช่วยเย็บกระดุมเสื้อให้กับเจ้านายซึ่งนับว่าโชคดีที่ฝ่ายนั้นยังไม่ทันออกจากบ้าน

เมื่อรถเทียบที่ป้ายรถเมลสุชาติก็เปิดกระจกกวักมือให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ขึ้นมาบนรถ

ตอน 2

สุชาติเปิดกระจกฝั่งคนขับเรียกให้คนที่ยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ขึ้นมาบนรถ

“สวัสดีค่ะน้าชาติ ไหนคะเสื้อที่ขาด” หญิงสาวขึ้นมาบนรถก็ถามพร้อมทั้งรีบหยิบกล่องอุปกรณ์ออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเก่ง

“ไม่ใช่เสื้อน้า แต่เป็นเสื้อเจ้านายน้า” พอได้ยินแบบนั้นเธอก็รีบหันไปยกมือไหว้คนที่อยู่ด้านหลัง

“คุณภูครับนี่ใบตอง เธอจะช่วยเย็บกระดุมให้นะครับ”

“สวัสดีค่ะ ไหนคะเสื้อที่จะให้ใบตองเย็บ”

ภูเมฆายกมือรับไหว้แทบไม่ทัน เขาไม่คิดว่าคนที่จะมาเย็บกระดุมให้ตัวเองยังเป็นเด็กนักศึกษาอยู่

“เย็บได้แน่นะ” เขาถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจเพราะไม่คิดว่าวัยรุ่นจะทำงานแบบนี้เป็น

“แน่สิคะ คุณถอดเสื้อมาเลยเดี๋ยวใบตองเย็บให้”

“มาข้างหลังดีกว่าไหม ตรงนั้นมันแคบ” ภูเมฆาจับแฟ้มที่วางอยู่ไปไว้อีกทาง

“คุณภูครับ ผมหาจังหวะจอดไม่ได้เลย”

“ไม่เป็นไรค่ะน้าชาติ ใบตองปีนข้ามไปได้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเจ้านายของน้าสุชาติเชิงขออนุญาต

“ได้สิ”

พอเขาอนุญาตกัญญ์วราหรือใบตองก็รีบปีนข้ามมาทางด้านหลัง เพราะเธอสวมกระโปรงค่อนข้างสั้นการก้าวข้ามมาจึงค่อนข้างลำบากอีกทั้งรถก็ยังโยกไปมา หญิงสาวจึงเสียหลักเซไปชนกับหน้าอกของภูเมฆาอย่างไม่ตั้งใจ

“ขอโทษค่ะ” พอตั้งตัวได้เธอก็รีบขอโทษและนั่งลงบนเบาะด้วยใจที่เต้นแรง

ภูเมฆาเองก็ไม่ต่างกัน จังหวะเมื่อครู่มันใกล้ชิดมากจนเขาได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ออกมาจากตัวของหญิงสาว

“กระดุมตรงไหนที่ขาดคะ”

ชายหนุ่มรีบถอดสูทออกพร้อมทั้งเปิดไฟด้านบนเพดานเพื่อให้เธอเห็นได้ชัดขึ้น ระหว่างที่เธอกำลังตั้งใจเย็บเขาก็มองใบหน้าเธอไปด้วย

เธอเป็นผู้หญิงที่สวยเป็นธรรมชาติมาก ใบหน้าเนียนนั้นแทบไม่ได้แต่งเติมอะไรเลย ดวงตากลมโต ขนตาเป็นแพสวยคิ้วเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบผิวเธอขาวเนียนจนแทบจะเป็นสีชมพู

“เสร็จแล้วค่ะ” เสียงของเธอทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์

“ขอบใจมาก”

“คุณภูคะ ใบตองว่าเย็บอีกข้างด้วยดีไหม”

“มันขาดแค่ข้างเดียวนะ”

“ใบตองว่าเย็บทั้งสองข้างเถอะค่ะ เผื่อมันจะขาดอีก”

“อือ” เขายอมให้เธอเย็บกระดุมอีกข้างเพราะอยากมองเธอให้นานขึ้นอีกนิด

กัญญ์วราจัดการเย็บกระดุมเสื้ออีกข้างพอเสร็จเรียบร้อยเธอก็เก็บทุกอย่างลงกระเป๋าผ้าก่อนจะหันมาชวนภูเมฆาคุย

“ธุระที่คุณจะไปคงสำคัญมากนะคะ ถึงต้องให้มาเย็บกันบนรถเลย”

“ก็ประมาณนั้น แล้วเธอคิดค่าจ้างเท่าไหร่” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์เปิดแอปพลิเคชันธนาคารเตรียมจะโอนเงินให้

“ไม่คิดหรอกค่ะ”

“ได้ยังไงล่ะ เธอเสียเวลานะ”

“ไม่เสียเวลาเลยใบตองถือว่าวันนี้มีคนขับรถมาส่ง เพราะเดี๋ยวก็จะถึงมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”

“ขอบใจมากนะที่มาช่วย”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง น้าชาติคะ อย่าลืมจอดหน้ามหาลัยให้ใบตองด้วยนะคะ”

“ได้สิ”

พอบอกน้าสุชาติเสร็จกัญญ์วราก็เอามือล้วงกระเป๋าอยู่พักใหญ่ก่อนจะหยิบเหรียญสีทองเล็กๆ ขึ้นมา เธอมองเหรียญในมือสลับกับหน้าของภูเมฆาอย่างใช้ความคิด

“มีอะไรเหรอใบตอง ทำไมมองหน้าผมแบบนั้นล่ะ”

“คุณกำลังจะไปคุยงานสำคัญใบตองก็เลยคิดว่าจะให้เหรียญนำโชคกับคุณ แบมือมาสิคะ”

ภูเมฆาแบบมืออย่างที่เธอบอกเพราะไม่อยากเธอเสียน้ำใจถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่

“ขอบใจนะ”

“คุณมองเหมือนไม่เชื่อเลย แต่มันนำโชคจริงๆ นะคะ” เธอยืนยันอีกครั้งด้วยท่าทางที่จริงจังกว่าเดิม

“แล้วใบตองไม่ต้องใช้เหรอ”

“ใบตองมีสองเหรียญค่ะ” เธอหยิบอีกเหรียญที่คล้ายกันแต่เล็กว่าหาเขาดู เธอพูดพลางส่งยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ ทำให้คนที่ไม่ค่อยยิ้มอย่างภูเมฆายิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” หญิงสาวกล่าวขอบคุณก่อนจะรีบลงไปจากรถแล้วเดินเข้ามาหาวิทยาลัยไป

“น้าชาติสนิทกับใบตองเหรอครับ” ภูเมฆาทางหลังจากที่เธอลงจากรถไปแล้ว

“ครับ เธอเช่าบ้านอยู่ในซอยเดียวกับผมก็เลยเจอกันบ่อย เด็กคนนี้เป็นเด็กดีแล้วก็ขยันครับ ตอนเช้าเธอจะไปรับจ้างขายของในตลาด พอตอนเย็นก็ไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารครับ”

“ตัวแค่นี้แต่ทำงานเยอะเหมือนกันนะ”

“ทำไงได้ละครับ เธอต้องส่งตัวเองเรียน”

“แล้วพ่อแม่เธอล่ะ”

“เธออยู่กับแม่เลี้ยงครับพ่อเพิ่งตายไปเมื่อต้นปี แต่แม่เลี้ยงก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เธอทำงานรับจ้างทั่วไปรายได้ก็คงมีไม่มาก ใบตองก็เลยต้องทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน”

ภูเมฆาฟังแล้วก็นึกถึงตัวเองเพราะแต่ก่อนเขาก็เลยลำบากมาก่อนและกว่าจะมีวันนี้ได้เขาก็เหนื่อยจนท้อมาหลายครั้ง

ในอดีตภูเมฆาอาศัยอยู่กับบิดามารดาแต่ทั้งสองก็ทะเลาะกันทุกวันจนกระทั่งตัดสินใจแยกทางกันตอนเขาอายุได้เพียง 5 ขวบ ทั้งบิดาและมารดาไม่มีใครต้องการเขา เขาเลยไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า เขาอยู่ที่นั่นจนเรียนจบชั้น ม.3 จากนั้นเขาก็ออกมาอาศัยอยู่ที่วัดแล้วหลวงตาก็ใจดีส่งเขาเรียน ระหว่างนั้นเขาก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ภูเมฆาทำงานทุกอย่างที่ได้เงินจนส่งตัวเองเรียนจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์

จากนั้นเขาก็สอบชิงทุนของบริษัทที่ทำงานอยู่จนได้ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ระหว่างเรียนก็ทำงานให้บริษัทสาขาที่นั่นไปด้วยจนเรียนจบก็ทำงานที่นั่นต่อ พอครบสัญญาห้าปีเอาก็ลาออกและกลับมาเปิดบริษัทของตนเองที่ประเทศไทย

ตอน 3

ภูเมฆามาถึงคฤหาสน์ของเจ้าสัวเรวัฒน์ก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาทีแต่ก็ไม่ใช่คนแรกเพราะก่อนหน้าเขาก็มีคนจากบริษัทอื่นมานั่งรออยู่ห้องประชุมซึ่งอยู่ติดกับคฤหาสน์หลังใหญ่

ชายหนุ่มกล่าวทักทายผู้ชายสองคนที่มาถึงไปตามมารยาทจากนั้นก็มีคนจากอีกสองบริษัทเดินเข้ามา พอทุกคนมาครบได้ไม่นานเจ้าสัวเรวัฒน์ก็เข้ามาพร้อมกับชายสูงวัยคนหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้กันดีกว่าเขามักจะตามเจ้าสัวไปทุกที่

“ผมดูขอเสนอที่พวกคุณส่งมาแล้วผมดุอย่างละเอียดแล้ว บอกตามตรงเลยมันเป็นอะไรที่ตัดสินใจยากมาก”

“ผมเชื่อว่าเจ้าสัวจะตัดสินอย่างยุติธรรม” คุณสาโรจน์ผู้บริหารจากบริษัทใหญ่ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศพูดกับเจ้าสัวด้วยท่าทางมั่นใจ เพราะคิดว่ายังไงเจ้าสัวก็ต้องเลือกบริษัทของตนอยู่แล้ว

“มันอาจจะยุติธรรมสำหรับผม แต่กับหลายๆ คนคงไม่คิดแบบนั้น ผมหวังว่าคนที่ไม่ถูกเลือกจะไม่เสียใจนะครับ เพราะยังมีอีกหลายโครงการที่ผมกำลังจะเริ่ม” เจ้าสัวกวาดตามองทุกคนอีกครั้ง พร้อมทั้งหันไปปรึกษากับซินแสที่ตนเองไว้ใจ

“พวกเราในที่นี้ก็หวังว่าจะได้ทำงานกับเจ้าสัวนะครับ” ชายอีกคนพูดขึ้นอย่างประจบ

ภูเมฆาได้แน่นั่งฟังทุกคนคุยกับเจ้าสัว ส่วนตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกเจ้าสัวเป็นการส่วนตัวมาก่อนงานนี้ก็เป็นงานแรกที่สนใจเสนอโครงการ

“ผมล่ะตัดสินใจยากจริงๆ เอาล่ะ พวกคุณคงพอรู้มาบ้างว่าผมเป็นคนนับถือเรื่องโชคลางมากจนเรียกได้ว่าเข้าขั้นงมงายเลยก็ได้ ผมก็เลยอยากจะถามพวกคุณหน่อยว่าการมาคุยกับผมครั้งนี้ได้พกพวกเครื่องรางของขลังมาด้วยไหม”

จากนั้นเจ้าสัวก็ถามทีละคนว่าได้พกอะไรมาบ้างไหม คนที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าสัวมาก่อนจากพากันเอาเครื่องรางของตนเองขึ้นมาอวดอย่างไม่มีใครยอมใคร

“แล้วคุณล่ะ ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้เหรอ” เจ้าสัวหันมาถามภูเมฆาที่เอาแต่นั่งนิ่ง

“ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ” ภูเมฆาตอบไปตามตรง

“แสดงว่าวันนี้ไม่ได้พกอะไรมาเลย หรือจะบอกว่าพกความมั่นใจมากันล่ะพ่อหนุ่ม” เจ้าสัวถามพลางยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี เขาไม่โกรธที่ภูเมฆาตอบแบบนั้นแต่กลับรู้สึกชอบที่ชายหนุ่มเป็นคนพูดตรงๆ

“ตอนออกจากบ้านผมไม่ได้พกอะไรมาเลย แต่พอออกมาได้ครึ่งทางกระดุมเสื้อผมก็เกี่ยวกับแฟ้มจนหลุด คนขับรถก็เลยเรียกให้คนรู้จักมาช่วยเย็บให้ครับ แล้วพอเธอรู้ว่าผมจะมาคุยงานสำคัญเธอก็เลยให้เหรียญนำโชคมาเหรียญหนึ่งครับ” เขาควักเหรียญที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาส่งให้เจ้าสัวเรวัฒน์

“เหรียญนี่แปลกดีเหมือนเคยเห็นที่ไหน ผมขอได้ไหม”

“ถ้าเหรียญนี่เป็นของผม ผมคงยินดีให้แต่เพราะคนอื่นให้ผมมาอีกทีถ้าผมให้เจ้าสัวไปก็เกรงว่าจะไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเจ้าสัวอยากได้จริงๆ ผมจะลองถามเธอก่อนว่าได้ไหม”

“ผมคิดว่าคุณจะตอบว่าได้เพื่อเอาใจผม”

“ไม่หรอกครับ ถ้าผมทำแบบนั้นก็เหมือนไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง”

“นับว่าเป็นคนตรงเลยทีเดียวนะ” เจ้าสัวเอ่ยชม

จากนั้นเจ้าสัวก็ขอตัวไปปรึกษากับซินแสก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง

“พวกคุณคงอยากรู้ว่าใครจะได้งานนี้”

“ครับ” ทั้งห้าคนที่อยู่ในห้องขานรับแทบจะพร้อมกัน

“ผมขอถามอีกคำถามแล้วกัน ถ้าได้งานนี้พวกคุณจะเริ่มงานได้ตอนไหน เริ่มจากคุณสาโรจน์ก่อนก็แล้วกัน”

“ผมคิดว่าคงเริ่มได้ทันทีครับ”

“อือ ดีๆ ผมเองก็อยากให้ทุกอย่างเสร็จเร็วๆ เหมือนกัน แล้วคนต่อไปล่ะ”

“เริ่มได้ทันทีเหมือนกันครับ”

สี่คนแรกตอบว่าเริ่มงานได้ทันทีนั่นก็แสดงให้เห็นว่าบริษัทของพวกเขามีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่จนมาถึงคนสุดท้ายซึ่งก็คือภูเมฆา

“น่าจะเดือนหน้าครับเจ้าสัว” ภูเมฆาตอบไปตามความจริง

“คุณมาคุยงานทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมเหรอครับ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ บริษัทเพิ่งเปิดมาไม่ถึงสิบปีอะไรๆ ก็คงยังไม่เข้าที่” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นและทำให้สายตาอีกหลายคู่มองเขาอย่างดูแคลน

“ไหนลองบอกเหตุผลมาหน่อยสิว่าทำไมถึงเริ่มงานได้ช้า” เจ้าสัวเรวัฒน์อยากฟังเหตุผลที่แท้จริงจากชายหนุ่ม

“ผมพร้อมครับ แต่ที่ผมบอกว่าเริ่มเดือนหน้าเพราะผมอยากให้ผ่านฤดูฝนไปก่อนครับ พวกคุณก็คงรู้ว่าการก่อสร้างในฤดูฝนมีเรื่องต้องระวังหลายอย่างทั้งการขนส่ง การเก็บวัสดุที่จะเอามาก่อสร้างไหนจะเรื่องดินที่ยุบตัวอีก แล้วตึกสูงขนาดนั้นก็ย่อมต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ดินในฤดูฝนจะอุ้มน้ำไว้มาก ผมว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่ครับ จากที่คิดว่าเริ่มเร็วอาจต้องตามแก้ปัญหาทีหลัง”

คำตอบของชายหนุ่มทำให้คนอื่นได้แต่เงียบ พวกเขาเป็นผู้บริหารที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ต่างจากภูเมฆาที่ทั้งเรียนและทำงานในโครงการใหญ่มาก่อนจึงตอบไปตามประสบการณ์ เขาไม่อยากจะตามแก้งานทีหลังให้เสียเวลา

“นี่แหละคือคำตอบที่ผมต้องการ ก่อนที่ผมจะร่ำรวยขนาดนี้แต่ก่อนผมก็เคยทำงานในไซต์งานมาก่อน พวกคุณไม่ผิดหรอก ก็แค่ใจร้อนไปหน่อยที่อยากจะเริ่มงานเร็วๆ” เจ้าสัวบอกชายอีกสี่คนเหลือ

“หมายความว่าคนที่ได้งานนี้คือเขาเหรอครับ” คุณสาโรจน์ถามเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าเขาจะเป็นคนได้รับเลือก

“เจ้าสัวคิดดีๆ นะครับ บริษัทที่เปิดใหม่แบบนั้นจะสู้บริษัทที่เปิดมานานแล้วได้ยังไง” ชายอีกคนท้วง

“ผมอยากให้โอกาสคนรุ่นใหม่ดู แล้วจากคำตอบเมื่อครู่มันก็ยืนยันแล้วว่าเขาก็คงมีประสบการณ์ประมาณหนึ่ง”

“ขอบคุณครับเจ้าสัว” ภูเมฆายกมือของคุณเจ้าสัวเรวัฒน์

“หวังว่าคงไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ”

“ผมจะทำอย่างเต็มที่ครับ”

เจ้าสัวคุยกับทุกคนอีกสักพักพอทุกคนกลับเขาก็เอาสัญญามาให้กับภูเมฆา

“เจ้าสัวครับ ผมอยากรู้ว่านอกจากคำตอบข้อสุดท้ายแล้วมีเหตุผลอื่นไหมครับ”

“เอาจริงๆ นะ ผมชอบความคิดของคุณตั้งแต่คุณตอบเรื่องเหรียญแล้วและยิ่งได้ฟังคำตอบสุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจเลือกคุณ”

“แต่ผมได้ยินมาว่าเจ้าสัวจะดูโหงวเฮ้งด้วย”

“ใช่นะ สิก่อนจะเชิญพวกคุณมาคุยผมก็ให้ซินแสดูเรื่องนี้มาก่อนแล้ว คุณเป็นคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอก”

“มันก็ไม่เชิงนะครับ ผมยังไม่เจอกับตัวเองเลยไม่เชื่อเท่าไหร่ อย่างเมื่อเช้าตอนที่เด็กสาวคนนั้นเอาเหรียญให้ผม ผมก็ไม่เชื่อ แต่เธอก็ยืนยันที่จะให้”

“อย่าลืมไปขอบคุณเธอล่ะ”

“ครับเจ้าสัว”

“ถ้าเธอเดือดร้อนก็ช่วยเหลือเธอ อย่าทิ้งให้เธอลำบาก” ซินแสบอกปิดท้าย

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RTY” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RTY
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ขายหัวใจให้ท่านประธาน
ขายหัวใจให้ท่านประธาน
เมื่อดาราสาวตกอับต้องยอมเซ็นสัญญาจ้างรักเป็นเมียกำมะลอให้ท่านประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมเพื่อเงินก้อนโต ทว่าความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนเร่าร้อนก่อนเริ่มงานกลับกลายเป็นความลับสุดร้อนแรงที่เธอต้องปกปิด นิยายรักแนวโรแมนติกที่ต้องเดิมพันด้วยหัวใจและศักดิ์ศรี อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
8.3
38 ตอน
ภรรยาหวานใจคือบอสตัวจริง ได้รับความรักเอาใจสุด ๆ!
ภรรยาหวานใจคือบอสตัวจริง ได้รับความรักเอาใจสุด ๆ!
เฉียวเว่ยยี่กลับคืนสู่เมืองจิงเพื่อเผชิญหน้ากับอดีตอันเจ็บปวด แต่กลับถูกหลี่เย่ถิง ท่านประธานหนุ่มสายเปย์ผู้ทรงอิทธิพลรุกคืบประชิดตัวเพื่อทวงสัญญาหัวใจ นิยายรักแนวประธานบริษัทสุดฟินที่นางเอกพยายามหนีแต่พระเอกกลับประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเร่าร้อน อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.4
96 ตอน
ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
เมื่อโอกาสครั้งใหม่ในการย้อนเวลากลับมาถึง นางจึงขอละทิ้งความรักโง่เขลาในอดีตชาติที่เคยมีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้แสนภักดีให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยการแก้ไขอดีตและภารกิจเกี้ยวรักสุดฟิน
9.1
73 ตอน
สัญญาใจไร้รัก
สัญญาใจไร้รัก
เมื่อวิวาห์ไร้รักกลายเป็นกรงขัง สุทธิดาจำต้องทนรองรับอารมณ์ร้ายจากศิรวิช สามีใจร้ายที่พยายามทำร้ายจิตใจเธอทุกวิถีทางเพื่อให้ยอมหย่าร้าง แม้จะรักเขาแค่ไหน แต่เมื่อถึงจุดที่หัวใจแตกสลายเกินเยียวยา เธอจึงเลือกหนีไปพร้อมกับลูกแฝดในท้องที่เขาไม่เคยรู้ นิยายรักแนวดราม่าบีบหัวใจที่สายดราม่าไม่ควรพลาด
8.0
36 ตอน
รักนะยายจอมแก่น
รักนะยายจอมแก่น
เมื่อพี่ชายเพื่อนสนิทแอบรักยัยจอมแก่นสุดแสบตั้งแต่แรกพบ แต่เพราะความแก่นเซี้ยวทำให้เขาไม่กล้าสารภาพรักตรงๆ แผนการตีสนิทสุดป่วนโดยมีน้องสาวตัวแสบเป็นกามเทพจึงเริ่มต้นขึ้น นิยายรักโรแมนติกฟีลกู้ดที่จะทำให้คุณอมยิ้มไปกับความน่ารักของพระนาง อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้แล้ว
9.2
37 ตอน
เงาแค้น
เงาแค้น
เมื่อความสูญเสียคนรักกลายเป็นเพลิงแค้น เขาจึงใช้เสน่ห์ล่อลวงศัตรูให้ตกหลุมรักเพื่อทำลายหัวใจเธอให้ตายทั้งเป็น ทว่าความใกล้ชิดในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นนี้กลับสั่นคลอนหัวใจเขาเอง อ่านนิยายรักดราม่าเรื่อง เงาแค้น ที่จะพาคุณไปพบกับความรักอันตรายที่ยากจะถอนตัว
8.8
74 ตอน