ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ตอนที่ 1

หญิงสาวร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืน สองมือชูขึ้นเหนือศีรษะ พลางเอี้ยวตัวไปด้านซ้ายทีขวาที ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าพ่นออกจากริมฝีปากเฮือกใหญ่อย่างเซ็งในอารมณ์

“จนได้นะเรา อุตส่าห์ค้นหาและรวบรวมข้อมูลจนหัวหมุน สุดท้ายก็มาตกม้าตายตอนจบ เพราะลืมหยิบหนังสือเล่มสำคัญที่จะใช้สรุปเนื้อหาทุกอย่างติดมือมาด้วย เฮ้อ!”

หญิงสาวบ่นงึมงำ ขณะก้มมองนาฬิกาข้อมือสุดหรูที่เพิ่งจะได้รับมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อตอนสายของวันนี้เองแล้วก็ต้องเบะหน้า เมื่อมันบอกว่าเหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะเที่ยงคืน

‘เอาไงดีล่ะเรา’

ศศิกานต์ขมวดคิ้วเข้าหากัน สองจิตสองใจจะไปเอาหนังสือดี หรือเก็บข้าวของที่วางกองอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กให้เข้าที่เข้าทาง วางทุกอย่างในมือลง เพื่อไปนอนหลับพักผ่อนบนเตียงนอนนุ่มๆ ส่วนงานที่คั่งค้างอยู่ค่อยทำต่อในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อคิดอีกที ทำให้เสร็จเลยดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบ

เพราะคิดว่าตอนนี้ทุกคนในบ้านคงจะหลับแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกไปจากห้อง โดยไม่ยอมหยิบเสื้อคลุมชุดนอนติดมือมาด้วย

เส้นทางเดินทอดยาวจากห้องด้านล่างของตัวบ้านขึ้นไปบนตึกใหญ่ชั้นสองเปิดไฟสว่างโร่ คงจะคอยเจ้าของบ้านหนุ่มซึ่งกลับดึกเป็นปรกติวิสัยของคนทำงานและอาจมีบ้างที่แวบไปหาความสุขส่วนตัว แต่ไม่เคยที่จะพกพาสาวใดกลับมาให้คนในบ้านได้รู้จัก

จนตอนนี้คุณนายนิจอาภาผู้เป็นมารดาเริ่มจะกลัดกลุ้ม เพราะลูกชายก็แก่ตัวลงทุกวัน ไอ้ความหวังที่ว่าจะมีหลานสาวหลานชายตัวน้อยให้ชื่นชมคงจะยากเต็มที เพราะกระทั่งข่าวคราวกับหญิงสาวก็ไม่เคยมีเข้าหูมาเลยสักครั้ง เคยมีหลายครั้งแล้วที่ผู้เป็นแม่ชักนำสาวทั้งสวยและไม่สวยมาให้ติณภพได้รู้จัก แต่ชายหนุ่มก็เหมือนกับนกรู้ ถ้าไม่ติดงานก็จะต้องมีข้ออ้างมากมายจนผู้เป็นแม่ต้องล่าถอยไปด้วยความไม่สบายใจ

หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกถึงหญิงวัยกลางคน ที่ทำทุกทางเพื่อชักนำลูกสาวหลานสาวของเพื่อนๆ มาแนะนำให้บุตรชายรู้จัก แม้จะถูกปฏิเสธทุกครั้ง แต่คุณนายนิจอาภาก็จะไม่ละความพยายาม ด้วยเชื่อว่าจะมีสาวแสนดีสักคนผูกใจติณภพเอาไว้ได้

หญิงสาวยื่นมือไปจับลูกบิดประตูแผ่วเบา ถึงแม้จะไม่มีใครอยู่ภายในห้อง แต่ด้วยความเกรงใจติณภพผู้เป็นเจ้าของห้องที่เก็บรักษาหนังสือ จัดเข้าที่เข้าทางอยู่เป็นหมวดหมู่อย่างเรียบร้อยและสวยงาม ห้องสมุดกึ่งห้องทำงานสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนกับไม่เคยมีใครเข้ามาใช้งาน แต่ทุกคนในบ้านก็รู้ดีกันว่าหากไม่อยู่ที่ทำงาน ชายหนุ่มจะมานั่งทำงานเงียบๆ อยู่ในห้องนี้คนเดียวเสมอ

ศศิกานต์ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอได้ตกอยู่ในสายตาของผู้เป็นเจ้าของห้อง ซึ่งรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่แรกที่ประตูเปิดแล้ว สายตาคมกริบไล่มองสาวน้อยในปกครองของคุณแม่บ้านที่ทำงานกับมารดามาหลายปีจนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้กันเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าคนหนึ่งจะไปไหนจะต้องมีอีกคนเคียงข้างกายจนไม่เหลือเค้าลูกน้องและเจ้านายเลยสักนิด

อาจเป็นความเหงาเพราะคนข้างกายจากไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้าย แต่มารดาไม่เคยคิดที่จะหาใครมาแทน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเอง แต่อีกส่วนเพราะแม่บอกว่าเบื่อการมีชีวิตครอบครัว มันกินเอาชีวิตส่วนตัวไปเสียหมด จะไปไหนมาไหนทีก็ลำบาก ต้องคอยบอกกล่าว ไหนจะยังมีความเป็นห่วงเป็นใยเวลาที่ห่างไกลกัน ท่านเลยบอกว่าขอมอบความรู้สึกนั้นไว้ให้เขาเพียงคนเดียวดีที่สุด

ศศิกานต์ก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปหยิบเอาหนังสือที่เลือกไว้ตรงมุมหนึ่งของชั้น แต่ต้องชะงักเพราะไม่เจอหนังสือดังกล่าว ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วทั้งชั้นเก็บแล้วแต่ก็ไม่เจอ

หญิงสาวเริ่มกังวล เพราะกลัวหนังสือเล่มสำคัญหาย เดือดร้อนทั้งเรื่องเรียนและคนที่เป็นเจ้าของหนังสือจะต้องโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ประมาทเลินเล่อ มือเล็กยกขึ้นเกาศีรษะ ใบหน้ารูปไข่ขมวดมุ่นและยุ่งเหยิงด้วยความหนักอกหนักใจ

“แย่ละ เราเอาไปลืมไว้ที่ไหนนะนี่ แล้วที่นี้จะทำไงดีล่ะ งานก็ต้องส่งอาจารย์วันจันทร์อยู่แล้ว ถ้าหนังสือหายไปก็แย่เลย”

ศศิกานต์พึมพำเบาๆ เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าที่ทอดมองไปอย่างเอ็นดู ร่างหนาเอนตัวอิงเก้าอี้บุนวมอย่างดี ดวงตาคมปราบไล่มองเรือนร่างโปร่งบางอย่างเชื่องช้า พินิจพิจารณาด้วยหัวใจที่เต้นแรงและเร็วเหมือนกับได้เจอกับใครบางคนที่รอคอยมาแสนนาน จนคนเป็นเจ้าของต้องแปลกใจอย่างล้นพ้น

ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดต้นคอแกร่ง สลับกับใช้ปลายนิ้วกดคลึงบริเวณเหนือดั้งจมูกโด่งได้สัน เพื่อช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งฟุบหลับอยู่เป็นเวลานาน แต่ดวงตากลับไม่คลาดคลาจากร่างโปร่งบางที่กำลังก้าวเดินอย่างแผ่วเบาเป็นเหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยกำลังหนีใครมาท่องเที่ยวอย่างนั้นแหละ ทำเอาหัวใจหนุ่มใหญ่ถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ จนเหมือนกับจะทะลุออกมาจากทรวง

ไม่ใช่เขาไม่สนใจผู้หญิง แต่หลายต่อหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่เคยทำให้รู้สึกอย่างจะหยุดใช้ชีวิตเสเพลด้วยเลยสักนิด ผิดกับแม่สาวน้อยในบ้านคนนี้เหลือเกิน ที่เพียงเห็นใกล้ๆ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกอย่างอยู่ใกล้ชิด ตื่นนอนมาตอนเช้าได้เห็นหน้า ได้หอมแก้ม คงจะมีความสุขมากอย่างที่คิดไม่ถึงเลยทีเดียว

ชายหนุ่มสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะคิดว่าสาวน้อยที่ทั้งสวยและน่ารักและน่าทะนุถนอมอย่างศศิกานต์ย่อมมีคนจับจองหัวใจแล้ว ส่วนหนึ่งในหัวใจก็แย้งขึ้นมา เขาจะยอมแพ้ตั้งแต่ที่ยังไม่เริ่มลงสนามเลยหรือไงกัน คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นเข้ากัน ความคิดเริ่มแตกแขนงออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ในที่สุดฝ่ายปรารถนาที่มีอำนาจแรงกล้ากว่าก็เป็นฝ่ายชนะ ใบหน้าคมคร้ามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกายพราวระยับ

“หาอะไรอยู่น่ะพระจันทร์” ชายหนุ่มทัก พร้อมยื่นมือไปกดสวิตช์ไฟที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเคลื่อนมือไปจับหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจเล่มหนึ่งขึ้นมาแอบเอาไว้อย่างไม่ทันได้รู้ตัว

เขาเห็นมันตกหล่นอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะทำงาน ก็เลยหยิบขึ้นมาดูและตั้งเอาไว้ก่อน เพราะรู้ว่าที่บ้านหลังนี้มีอยู่เพียงคนเดียวที่อยู่ในวัยกำลังเรียน ทำให้คิดว่าคงจะเป็นแม่สาวร่างโปร่งที่คร่ำเคร่งกับตำราเรียนนั่นแหละ ทำตกหล่นไว้ คงจะเป็นงานสำคัญมาก เลยทำให้ศศิกานต์รีบมาเอาในคืนนี้ แต่ก็ดีที่ทำให้เขาได้เห็นอะไรดีๆ

หญิงสาวค่อยๆ หันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบด้วยความตกใจและเป็นกังวล

‘ติณภพจะว่าอะไรหรือเปล่า ที่เธอบุกรุกเข้ามาในสถานที่ส่วนตัว’

“คะ...คุณอิฐ คะ...คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมพระจันทร์ถึงไม่ได้ยินเสียงรถ แล้วมานั่งทำอะไรมืดๆ อยู่ในห้องนี้คนเดียวล่ะคะ”

หญิงสาวถามยาวอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อลามไปถึงลำคอระหงทันตา เมื่อได้สบกับสายตาคมวาวระยับ จากความรู้สึกตกใจ หวาดกลัวและหวาดหวั่น กลับกลายมาเป็นเขินอายและหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับสายตาคมที่มองตามเรือนร่างอย่างชื่นชม

ด้วยอากาศในค่ำคืนนี้ร้อนมาก หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เลยเลือกใส่ชุดนอนแบบสบายๆ มันเลยติดโป๊ไปค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นตัวเสื้อสายเดี่ยวยาวเลยสะเอวมานิดหน่อย อีกทั้งตัวกางเกงก็นั้นเต่อขึ้นมาเผยให้เห็นขาวเรียวยาว มือเรียวอยากยกขึ้นปิดเรือนกาย แต่รู้ว่าถ้าทำเช่นนั้นจะกลายเป็นยั่วยุให้ติณภพมองเพิ่มมากขึ้น ศศิกานต์จึงได้แต่ยืนตัวสั่น ไรขนตามเรือนกายลุกชัน

ตอน 2

ตอนที่ 2

“กลับมานานแล้วละ มันเหนื่อยๆ เมื่อยๆ ยังไงก็ไม่รู้ ก็เลยยังไม่อยากเข้าห้อง มานั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ในห้องนี้จนเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ชายหนุ่มบอก ขณะยกมือบีบนวดลำคอ เพื่อทำให้ศศิกานต์เชื่อว่าเขาเป็นอย่างที่พูดจริงๆ

“ให้พระจันทร์ช่วยไหมคะ พระจันทร์นวดให้ยายบ่อยๆ ” หญิงสาวเสนออย่างอายๆ แต่ก็อยากช่วยชายหนุ่มด้วยใจจริง

ติณภพมองสาวน้อยร่างโปร่งแล้วอมยิ้ม “เอาซิ”

ศศิกานต์วางมือบนลำคอแกร่งอย่างแผ่วเบาด้วยยังมีอาการหวาดหวั่นอยู่ เธอนวดเฟ้นไปตามความกว้างของบ่าที่ทั้งหนาและกว้าง จากต้นคอแกร่งไปจรดแผ่นหลัง นวดคลึงอยู่เช่นนั้นเป็นครู่ใหญ่จึงหยุด

“อืม...พระจันทร์นวดเก่งจังเลยนะ ทำให้ฉันสบายตัวขึ้นเยอะเลยเชียว”

ติณภพเอ่ยชมเสียงนุ่ม ยามที่มือนุ่มขยับไปตามเรือนกายให้ความรู้สึกสบายจนแทบอยากจะหลับไปเลยทีเดียว อีกทั้งกลิ่นแป้งเด็กให้ความรู้สึกดี จนแทบไม่อยากขยับกายไปไหนเลย

“พระจันทร์นวดให้ยายกับคุณผู้หญิงบ่อยนี่คะ สองคนนั้นชอบบ่นว่าเมื่อย พอพระจันทร์นวดให้ก็บอกว่าสบายตัวขึ้น” หญิงสาวคุยโวอย่างมั่นใจในฝีมือของตัวเอง รอยยิ้มเล็กแต่งแต้มบนใบหน้าก่อนจะลามไปจนเกือบจะถึงใบหู คุณอิฐเป็นคนปากหนัก ไม่ว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็เฉยไว้ก่อน ไม่ค่อยจะชมอะไรใครสักเท่าไหร่

“อืม...นั่นซิ แม่ฉันก็บ่นเรื่องเข็ดเมื่อยอยู่บ่อยๆ นี่เนอะ ยังไงฉันฝากพระจันทร์ช่วยดูแม่ด้วยนะ” ติณภพเอ่ยปากฝากฝังอย่างไว้วางใจ ศศิกานต์จะต้องดูแลมารดาเป็นอย่างดี แล้วก็วกมาในเรื่องที่สงสัย

“ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมพระจันทร์ถึงยังไม่นอนล่ะ ยังทำอะไรอยู่เหรอ” ชายหนุ่มชวนคุย เพราะไม่อยากให้หญิงสาวออกไปจากห้องทำงานนี้เร็วเกินไป

“พระจันทร์ทำรายงานส่งอาจารย์ค่ะ แต่หนังสือขาดไปหนึ่งเล่ม คิดว่าลืมหยิบไป แต่ไปหาแล้วไม่เจอ” หญิงสาวตอบกลับหน้ามุ่ย จมูกยู่ย่นเล็กน้อย เธอสะเพร่าและเลินเล่อ เลยทำหนังสือเล่มสำคัญตกหายที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วรายงานก็จะต้องส่งในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ด้วย ถ้าเกิดหาหนังสือเล่มนั้นกลับมาไม่ได้ มีหวังได้ส่งรายงานล่าช้าแน่ๆ แล้วทีนี้ความหวังจะได้เกรดดีๆ ก็เป็นอันพับไป

“เล่มนี้หรือเปล่า” ร่างหนาใหญ่เอนตัวอิงเบาะหนา พร้อมยื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มใหญ่ที่เก็บได้ขึ้นมาชูต่อหน้าหญิงสาว

“ฉันเห็นมันตกอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะทำงาน ฉันเลยเก็บขึ้นมาดู นี่ก็ว่าจะเอาไปเก็บไว้ที่ชั้นเหมือนกัน”

“อุ๊ย!! ใช่เลยค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอิฐ”

หญิงสาวเอ่ยอย่างดีใจ ใบหน้าขาวสวยกระจ่างและสดใสขึ้นทันตาเห็น ดวงตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับ มือเรียวยกขึ้นไหว้ชายหนุ่มและยื่นไปหาหนังสือเล่มใหญ่ ที่เพียงแตะถูกติณภพก็รู้สึกเหมือนกับถูกไฟฟ้าช็อตและวิ่งเข้าสู่หัวใจดวงน้อยอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มจับเอามือเรียวที่พยายามจะดึงรั้งออกไปมาเกาะกุมไว้

“ขอบคุณฉันด้วยอย่างอื่นได้ไหมพระจันทร์” ติณภพเอ่ยปากถามเสียงนุ่ม ปลายนิ้วใหญ่ลากไล้วนเวียนบนมือเล็กเรียวและนุ่มนิ่ม ขณะสอดเข้าไปดึงรั้งร่างบอบบางขึ้นมานั่งบนตักกว้าง

“ว้าย! คุณอิฐปล่อยพระจันทร์นะคะ” ศศิกานต์รีบยกมือยันอกกว้างให้ออกห่าง ใบหน้าเห่อร้อนและคิดว่าคงจะมีจุดสีแดงๆ ลามเลียจากปลายจมูกโด่งเป็นสัน พวงแก้มและลามไปถึงใบหูและลำคอระหงอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากทรวง

แทนที่ติณภพจะทำตามคำขอ ชายหนุ่มกลับเลือกไล้ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้ตามรูปหน้าและหยุดบนเรียวปากนุ่มอิ่มเต็ม ที่เห็นชัดเจนว่าเป็นสีชมพูโดยไม่ต้องแต่งแต้มด้วยลิปสติก

“ว่าไงล่ะพระจันทร์? ฉันขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม เว้าวอนและอ่อนหวาน ดวงตาคมมองเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างต้องการสะกดจิตให้หลงใหล

“เอ่อ...” ศศิกานต์เขินอายจนไม่รู้จะทำตัวอย่างไรถูก ด้วยพอจะรู้ถึงความต้องการของชายหนุ่ม พวงแก้มอิ่มเต็มร้อนผ่าวตลอดไปถึงใบหูและลำคออย่างเขินอาย พอจะก้มหน้าหลบหนีสายตาคมก็ถูกมือใหญ่จับตรึงปลายคางไว้

ไม่ใช่ว่าตอนที่อยู่มหา’ลัยจะไม่มีใครมาจีบ แต่เพราะต้องการตั้งใจเรียนเลยไม่คิดจะสนใจหนุ่มคนไหนเลย อีกทั้งความรู้สึกบางอย่างที่มันซุกซ่อนอยู่ในหัวใจดวงน้อยตั้งแต่เริ่มแรกที่แตกเนื้อสาว ทำให้เธอรู้สึกเฉยๆ กับผู้ชายที่เข้าไปจีบ แตกต่างกับความรู้สึกที่มีต่อติณภพอย่างชัดเจน แม้ว่าจะได้เห็นเพียงแค่หลังไวๆ ของชายหนุ่ม เธอก็รู้สึกอบอุ่นและอยากที่จะเข้าอยู่ในอ้อมแขนใหญ่และแข็งแกร่งเสมอ

“เอ่อ...”

“เอ่อ...อะไรล่ะ แล้วนี่ตกใจอะไรตัวสั่นเชียว อย่าบอกนะว่าไม่เคยมีคนมาจีบหรือมาจับมือน่ะ” ติณภพถามยิ้มๆ อย่างพอใจ ปลายนิ้วยาวใหญ่ลูบไล้ใบหน้าเรื่อยลงมาตามลำคออย่างเอ็นดูระคนหลงใหล นี่เขาตาบอดมองไม่เห็นเพชรเม็ดงามที่ซุกซ่อนอยู่ได้ยังไงกันนะ หรือเพราะว่ามัวทำแต่งานอย่างที่แม่ว่า

ศีรษะทุยผงกรับและตอบกลับอย่างอายๆ “ไม่ใช่สักหน่อย อย่างพระจันทร์หรือคะ ไม่ได้เป็นลูกคุณหนูเสียหน่อย หน้าตาก็ไม่ได้สวยเลิศเลอ แล้วจะมีคนมามองหรือคะ คุณอิฐอย่าล้อเล่นซิคะ”

“จริงหรือ ฉันไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยนะ สาวสวยและน่ารักอย่างพระจันทร์ยังไม่มีคนมาจีบ” เขาจับปอยผมนุ่มที่ตกลงมาคลอเคลียลำคอระหงไว้หลังใบหู ใบหน้าคมคร้ามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ดวงตาพราวระยับ

“ว่าไงล่ะพระจันทร์”

“มะ...มีค่ะ แต่พระจันทร์ไม่สนใจ เพราะอยากรีบเรียนให้จบ จะได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูยายให้สุขสบายกว่านี้” หญิงสาวเอ่ยบอก ทั้งที่ความจริงคือเธอมีใครบางคนอยู่ในใจตั้งแต่เริ่มที่จะแตกเนื้อสาวแล้วต่างหาก ความรู้สึกนั้นมันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน จนในที่สุดเธอก็มีผู้ชายคนนี้เป็นเจ้าของหัวใจ

ศศิกานต์อยากจะต่อว่าหัวใจตัวเองนัก แค่เคยถูกติณภพช่วยเหลือไม่ให้หกล้มก้นกระแทกพื้นเมื่อตอนเป็นสาวน้อยวัยรุ่น ก็เก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ ว่าเขาจะต้องชอบมั่งละ มีใจให้มั่งละ เคยแม้กระทั่งเก็บเอาไปฝันว่าได้เดินเคียงคู่กับชายหนุ่มไปท่องเที่ยวบนหาดทรายท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก มีพระอาทิตย์ส่องสว่างเพียงแค่อ่อนๆ สายลมพัดแผ่วพลิ้ว มีเสียงคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่ง ท้องฟ้าเหนือท้องทะเลเป็นสีฟ้าครามสดใส มีนกนางนวลโผบินอยู่เหนือท้องทะเลสีเขียวปนฟ้า แต่มันก็คงจะเป็นได้เพียงแค่ความคิดเท่านั้นเอง

ใบหน้าขาวสวยเห่อแดงระเรื่อ กายโปร่งบางสั่นสะท้านระรัว ใจสาวเต้นแรงและหวั่นไหวกับสัมผัสบางเบาที่ลากไล้ไปตามสัดส่วนของเรือนกาย ที่ทิ้งความร้อนผ่าวราวกับไฟไว้ทุกหนแห่ง

ดวงตาคมคู่นั้นมีอำนาจยิ่งนัก เพียงแค่ถูกมองมาราวกับจะกลืนกิน เธอก็วาบหวามไปทั้งทรวง อยากจะห้ามหัวใจว่าอย่างคิดเฟ้อฝันและฟุ้งซ่าน ติณภพไม่มีวันที่จะจริงใจกับเธอ อย่างเขาสามารถหาผู้หญิงที่คู่ควรได้ไม่ยากเลย แต่หัวใจมันกลับไม่ฟัง กลับเลือกที่จะอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ชอบอย่างไม่กลัวความเจ็บช้ำ ขอเพียงแค่ครั้งหนึ่งได้ทำตามใจปรารถนาก็พอ

“ดีแล้วละ พระจันทร์คิดถูกแล้ว ว่าแต่ตอนนี้พระจันทร์เรียนถึงไหนแล้ว อีกกี่ปีจะจบ” ชายหนุ่มถามอย่างอยากรู้ เพราะจะได้จัดการเรื่องราวให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไปในอนาคต

แม่อยากให้เขามีใครสักคนในชีวิต มีครอบครัวที่ดีและมั่นคง แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าผู้หญิงที่เขาเลือกเป็นศศิกานต์ แม่จะรู้สึกอย่างไร ไม่พอใจและขับไล่ไสส่งออกไปจากบ้านและจากชีวิต ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงจะทนไม่ได้ เพราะถึงตัวศศิกานต์และยายจะเป็นคนดี แต่ภูมิหลังของสาวน้อยที่มีปมด้อยในชีวิตด้วยถูกทอดทิ้งจากพ่อและแม่แท้ๆ จนต้องมาอาศัยอยู่กับยาย

ตอน 3

ตอนที่ 3

หรือว่ายินดีต้อนรับหญิงสาวเข้ามาร่วมครอบครัว แต่ศศิกานต์ยังเรียนไม่จบ ถึงแม้ว่าแม่จะยินดียอมรับหญิงสาวเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัว ท่านก็ต้องหาทางกีดกัน เพราะไม่อยากให้หญิงสาวมีจุดหักเหและร่องรอยไม่ดีในชีวิต ซึ่งสำหรับเขาแล้ว เรื่องแบบนี้เมื่อถึงเวลามันก็รอกันไม่ได้ ขืนรอไปเดี๋ยวมีคนมาชิงตัดหน้าไปก่อนก็ได้แต่มานั่งเสียใจน่ะซิ

“เหลืออีกปีเดียวแล้วค่ะ เทอมหน้าพระจันทร์ก็จะไปฝึกงานที่บริษัทของคุณอิฐไงคะ คุณอิฐจำไม่ได้แน่เลย”

หญิงสาวพูดอย่างน้อยใจนิดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของชายหนุ่ม วงหน้าขาวสวยหมองลง ดวงตาที่เคยเปล่งประกายระยิบระยับกลับอับแสงด้วยความน้อยใจในโชคชะตา แต่ก็นั่นแหละ จะให้ใครมารักล่ะ ในเมื่อคนเป็นพ่อเป็นแม่ยังทิ้งได้ลงคอ ดีว่ามียายคอยให้ความรักและเลี้ยงดูไม่ทอดทิ้ง

“อ้าว!!...เหรอ ขอโทษนะพระจันทร์ ฉันคงจะลืมไปจริงๆ นั่นแหละ คงเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งเหลือเกินจนแทบไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหนเลย พระจันทร์อย่าน้อยใจนะ เดี๋ยวฉันจะรีบดูให้” ติณภพเอ่ยบอกเสียงนุ่มและยินดี ศีรษะทุยแนบไปกับเนินเนื้ออวบอิ่มเต่งตึงและหอมกรุ่น จนแทบไม่อยากจะห่างจากเรือนกายโปร่งบางและนุ่มนิ่ม จมูกโด่งคมสูดกลิ่นเนื้อนางเข้าปอด

ศศิกานต์เรียนการบริหาร งานที่จะไปฝึกเลยลงได้หลายแผนก แต่เรื่องอะไรเขาจะให้แม่น้องน้อยแสนหวานไปล่อตายั่วใจหนุ่มๆ ในออฟฟิศเล่า สู้เอาหญิงสาวมาเก็บไว้เคียงข้างกายดีกว่า

อืม...ถ้าในห้องเขาจะเพิ่มเลขาเป็นสาวน้อยน่ารักไปสักคนมันก็ไม่แปลกนี่เนอะ เวลาเครียดๆ ก็ให้หญิงสาวนวดให้ ถ้าหากว่ามีเวลาว่างมากสักหน่อยก็ค่อยชวนหญิงสาวไปห้องพักด้านหลังแล้วทำอะไรอย่างที่ใจต้องการ หรือไม่ก็ถ้าเคลียร์งานได้ก็ค่อยชวนศศิกานต์ไปท่องเที่ยวตามประสาคนสนิทสนมคุ้นเคยกัน ใบหน้าคมคร้ามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจนดวงตาเป็นประกาย

“พระจันทร์ไม่ได้น้อยใจนะคะ พระจันทร์รู้ว่าคุณอิฐงานยุ่ง” ศศิกานต์รีบเอ่ยอย่างเข้าใจ เพราะคอยเฝ้าแอบมองชายหนุ่มมาตั้งแต่แรกสาว นี่คงจะเป็นเหตุผลหนึ่งด้วยมั้งที่ไม่เคยคิดจะมองผู้ชายคนไหนมาแนบเคียงข้างกายและใจ มือเล็กดันใบหน้าคมคร้ามออกห่างจากสองทรวง

ปลายนิ้วยาวนวดเบาๆ ระหว่างสองคิ้วคมเข้มอย่างต้องการให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายตัวที่สุด ยายบอกไว้ว่าถ้าคุณอิฐต้องการอะไร ถ้าเราทำให้ได้โดยที่ไม่ต้องฝืนความรู้สึกและไม่เป็นการกดดันความรู้สึกของตัวเองก็ทำไปเถอะ ที่ทุกคนมีกินอยู่สบายอย่างในทุกวันนี้ เพราะชายหนุ่มนี่แหละที่ทุ่มเททำงานจนไม่มีเวลาหาคู่เคียงกาย

“ฉันดีใจที่พระจันทร์เข้าใจ” ติณภพดีใจอยู่ลึกๆ ศศิกานต์เป็นคนพูดง่ายและน่ารัก มือใหญ่ลูบไล้ลำแขนเรียวยาวอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ถ้าชีวิตเขานับจากนี้จะมีหญิงสาวมาเคียงข้างกาย พูดจาเพราะๆ หวานหู ค่อยทำโน่นทำนี่ให้ก็คงจะมีความสุขมาก

ชายหนุ่มจับมือเล็กเรียวมาประทับจุมพิตเบาๆ “ชีวิตฉันล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ อายุก็ปาไปตั้งสามสิบสี่สามสิบห้าปีแล้ว ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีผู้หญิงเคียงข้างกาย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงไม่อยากหยุดชีวิตไว้ที่ผู้หญิงคนไหนเลย แล้วพอมาถึงตอนนี้ พระจันทร์คงจะไม่ว่านะ...”

ปลายมือใหญ่จับคางมนให้แหงนมอง ดวงตาคมสบกับดวงตากลมโตอย่างอยากให้เห็นความจริงใจที่ส่องประกายฉายชัดอยู่

“เพราะฉันคิดว่าฉันได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นแล้วละ...ผู้หญิงที่ฉันจะหยุดทุกอย่างไว้ อยู่ด้วยกัน เข้านอนพร้อมกันแล้วก็ตื่นตอนเช้าพร้อมๆ กัน”

ศศิกานต์ฟังด้วยหัวใจแห้งเหี่ยว ใบหน้าสวยเศร้าสร้อยและซีดเผือด อีกทั้งดวงตากลมโตก็เหมือนกับมีหยดน้ำคลออยู่ ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเพราะต้องการสะกดกลั้นความรู้สึกปวดร้าว เสียใจ น้อยใจที่เอ่อล้นขึ้นมา ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ แค่ได้ยินคำพูดจากปากคนที่พึงพอใจอยู่ ทำให้เธอเจ็บแปลบไปทั้งหัวใจและเรือนกาย ลมหายใจเหมือนกับจะหยุดเต้นไปเลย

ชายหนุ่มจับปลายคางมนขึ้นมองสบตา ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้ไปตามเรียวปากนุ่ม “พระจันทร์อย่าน้อยใจซิ ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ ตีหน้าเศร้าไปแล้ว นี่ถ้าเกิดว่ามีใครมาบอกว่าเป็นเจ้าของฉัน พระจันทร์จะทำอย่างไรหืม...คนดี” ติณภพอยากที่จะหยอกล้อหญิงสาวต่อ แต่พอเห็นประกายเศร้าในดวงตาแล้วก็รีบบอกให้หญิงสาวดีใจ

มือใหญ่ลูบไล้ลำแขนเล็กเรียวอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน “ไม่เอานะพระจันทร์ ไม่ต้องเศร้าไปหรอกคนดี เพราะว่าผู้หญิงที่ฉันพูดถึงก็คือ...พระจันทร์ไงคนดี”

ชายหนุ่มบอกน้ำเสียงนุ่มทุ้มและอ่อนโยน ใบหน้าคมคร้ามก้มลงประทับไปบนริมฝีปากอวบอิ่มอ้าค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างในสิ่งที่ได้ยินจนไม่ทันได้ระวัง เรียวลิ้นสากร้อนลากไล้ล่วงล้ำเข้าไปหาความหวานจากโพรงปากนุ่มอย่างง่ายดาย

มือใหญ่ที่ลูบไล้ทิ้งความร้อนผ่าวไปทุกหนแห่งที่เดินทางไป สัมผัสที่อ่อนโยนทำให้ศศิกานต์กล้าที่จะยกมือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่ง ซุกไซ้ซอกซอนไปตามท้ายทอยและเส้นผมหนานุ่ม ริมฝีปากอวบอิ่มเผยออกให้ลิ้นใหญ่ซอกซอนเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นเล็กๆ และมอบจุมพิตหวานๆ อย่างชื่นฉ่ำใจ กายโปร่งบางเอนตัวเข้าหาร่างหนาใหญ่อย่างขอความอบอุ่น

ชายหนุ่มลากไล้มือหนาบีบนวดไปตามเรือนกายบอบบาง พลางเกี่ยวเอาขอบเสื้อนอนให้ตกหล่นจากบ่านุ่ม ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับไปตามพวงแก้มอิ่มเต็มและหอมกรุ่น ดวงตากลมโตเคลื่อนลงไปบนลำคอระหง คลอเคลียแนบปทุมถันอวบอิ่มที่ยังซ่อนอยู่ในกรวยสีหวาน ที่ความเก่าปกปิดความสวยงามของสองเต้าสวยไว้ไม่ได้

“รูปร่างพระจันทร์สวยมากเลยรู้ไหม สวย...นุ่มนิ่มแล้วก็หวานหอมจนฉันแทบไม่อยากห่างเลยคนดี” ปลายนิ้วยาวลากไล้ตามริมขอบบราตัวเล็กที่โอบอุ้มก้อนเนื้อเต่งตึง ลากไล้วนเวียนแผ่วเบา สลับกดคลึงและหยอกล้อปลายยอดทรวงแข็งๆ ที่เริ่มชูชันเพราะถูกปลุกเร้าอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน

“ยะ...หยุดเถอะค่ะคุณอิฐ พระจันทร์...” ถึงแม้จะชอบกับความอบอุ่นและอ่อนโยนที่ได้รับ แต่ศศิกานต์ก็รู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันไม่ถูกไม่ควร เธอจับมือใหญ่ที่ยังไม่หยุดลูบไล้เรือนกายให้หยุดนิ่ง ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเป็นประกายหวานมองอย่างอ้อนวอน

“ทำไมล่ะ พระจันทร์ไม่ชอบให้ฉันทำแบบนี้หรือคนดี” ติณภพถามน้ำเสียงเว้าวอน อีกทั้งดวงตาคมดุก็มองตอบอย่างน้อยใจ ใบหน้าคมคร้ามมีสีหน้าเศร้าหมองลง เมื่อคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นถูกรังเกียจจากศศิกานต์

“มะ...ไม่ใช่นะคะ แต่...มันไม่ถูกต้อง”

เมื่อได้ยินคำพูดจากปากสาวเจ้า ติณภพก็ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายพราวระยับ

“ฉันรู้ว่าพระจันทร์กำลังคิดอะไร ไม่ต้องกลัวนะคนดี ฉันยังไม่ทำอะไรพระจันทร์ในตอนนี้ ขอเพียงแค่ชื่นใจนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง”

‘แต่ถ้าแม่ไม่อยู่ ก็ไม่แน่เหมือนกันนะพระจันทร์ ฉันไม่รู้ว่าจะอดใจกลืนกินพระจันทร์ดวงสวยดวงนี้ได้หรือเปล่า’

“พระจันทร์กลัวนี่คะ”

“กลัวอะไรล่ะ กลัวฉันจะไม่จริงใจด้วยใช่ไหม เอาอย่างนี้ไหม...ถึงพระจันทร์ยังเรียนอยู่ก็จริง แต่อายุก็น่าจะเกินยี่สิบแล้ว จดทะเบียนสมรสได้แล้วใช่ไหม เราไปจดทะเบียนกันก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่าฉันจริงใจกับพระจันทร์ ดีไหม” ติณภพให้ทางเลือกแก่ศศิกานต์ แต่ใจตัวเองอยากให้เธอตอบตกลง เพราะจะได้มัดหญิงสาวให้อยู่กับเขาตลอดไป

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SVE” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SVE
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
เมื่อความรักกลายเป็นความคลั่งรักสุดอันตราย วชิตารีย์ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อผูกมัดรามิล ชายหนุ่มผู้เย็นชาให้มาแต่งงานกับเธอ แม้ต้องเผชิญกับความเย็นชาจนใจเจ็บช้ำ แต่เธอก็ไม่ยอมตัดใจ ในเมื่อเล่ห์เหลี่ยมมนุษย์ใช้ไม่ได้ผล เธอจึงหันไปพึ่งคุณไสยและมนตร์ดำเพื่อมัดใจเขาให้ยอมสยบแทบเท้าในนิยายดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้
8.2
65 ตอน
เมียไร้ราคา
เมียไร้ราคา
เมื่อถึงเวลาหย่าตามข้อตกลงใน นิยายรัก เรื่องนี้ ชายหนุ่มยื่นเงินสิบล้านแลกกับอิสรภาพ ทว่าเขากลับมองความรักและคำอ้อนวอนของเธอเป็นเพียงความโลภที่อยากได้เงินเพิ่ม บทรักอันเร่าร้อนครั้งสุดท้ายจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อแลกกับการเซ็นใบหย่า ยุติความสัมพันธ์ของเมียไร้ค่าที่เขาไม่เคยรัก
9.5
31 ตอน
ข้อเสนอหัวใจ
ข้อเสนอหัวใจ
เมื่อความรักสามปีไร้ค่า หนานซ่งจึงยอมหย่าขาดจากสามีใจร้ายอย่างหยูจินเหวิน แต่ใครจะคิดว่าอดีตภรรยาที่เขาเคยมองข้ามจะหวนคืนมาอย่างสง่างามในฐานะพันธมิตรธุรกิจคนสำคัญ นิยายรักแนวประธานบริษัทสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสะใจกับการแก้แค้นและการตามง้อขอคืนดีที่ยากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
9.7
51 ตอน
อ้อมกอดมัจจุราช
อ้อมกอดมัจจุราช
เมื่อความเข้าใจผิดแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น ทอร์ชจึงเลือกใช้ไฟปรารถนาอันป่าเถื่อนเป็นเครื่องมือลงทัณฑ์เพลงมีนา หญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเป็นคนแพศยา นิยายรักแนวรักอันตรายเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับบทเรียนสุดโหดร้ายที่ไร้ความปรานี ท่ามกลางการขัดขืนและเสียงร้องขอความเมตตาที่ไร้ความหมาย
9.3
89 ตอน
บุพเพเล่ห์รักมาเฟีย
บุพเพเล่ห์รักมาเฟีย
เมื่ออุบัติเหตุร้ายแรงชักนำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มสุดโหด แถมยังถูกตราหน้าว่าเป็นคนร้ายเพราะหยิบของสำคัญติดมือมา ท่ามกลางอันตรายและคำข่มขู่กลับมีความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน นิยายรักมาเฟียแนวรักอันตรายที่สายดาร์กโรแมนซ์ห้ามพลาด อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.2
48 ตอน
รักต้องห้ามของราชาอัลฟ่า  แค้นเงียบของฉัน
รักต้องห้ามของราชาอัลฟ่า แค้นเงียบของฉัน
เมื่อความรักสามปีเป็นเพียงเงาลวงตา นิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับความแค้นเงียบของลูน่าสาวผู้ถูกทรยศหักหลังโดยราชาอัลฟ่าสายโหดที่เธอรักหมดใจ เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเธอเป็นแค่ตัวแทนของคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจตัดขาดพันธนาการและหนีไปพร้อมความลับในครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้รู้
9.0
55 ตอน