ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“เพล้ง...โครม” เสียงข้าวของที่ตกลงกระทบพื้นดังสนั่นไปทั่วห้องโถงใหญ่ของจวนราชครูเผิงอันหนิง เสียงกรีดร้องโวยวายของเผิงฟู่หลินยังคงดังออกมาไม่หยุด นางกรีดร้องโวยวายอาละวาดอย่างคนกำลังเสียสติ หากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดขวางนางแม้แต่คนเดียว

สาวใช้ทั้งหลายต่างหันมองหน้ากันด้วยความแตกตื่น ข้าวของราคาแพงและหายากมากมายถูกทำลายเพียงเสี้ยวนาทีเดียว จนตอนนี้พื้นห้องโถงเต็มไปด้วยเศษกระเบื้องที่แตกละเอียดและกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณห้อง

ราชครูเผิงรีบโบกมือไล่พวกนางให้ออกจากห้องไปเสียก่อน ตอนนี้เขาเองก็ทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ฮูหยินเซียงก็ได้แต่พยักพเยิดให้เหล่าสาวใช้รีบออกไปโดยเร็ว

“หลินเอ๋อร์ เจ้าหยุดร้องไห้ก่อนเถิด ท่านพ่อของเจ้าต้องหาวิธีจัดการให้เจ้าเป็นแน่” ฮูหยินเซียงตรงเข้าปลอบใจบุตรสาวที่กำลังอาละวาดไม่หยุด นางหันมองหน้าสามีอย่างขอความเห็นใจ

“เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ยอม ท่านพ่อ ข้าไม่ยอมรับ เหตุใดราชโองการสมรสจึงเป็นเสี่ยวว่าน ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ ข้าจะไปพบท่านพี่ซูเว่ยเดี๋ยวนี้” เผิงฟู่หลินร้องไห้คร่ำครวญ นางสะบัดตัวก่อนจะยืนตรงหน้าบิดาของตนอย่างไม่ยอมรับ การกระทำดังกล่าวของบุตรสาวทำเอาราชครูเผิงถึงกับกุมขมับด้วยความปวดหัวยิ่งนัก

“ท่านแม่ ท่านต้องช่วยข้า ท่านต้องช่วยข้านะ” เผิงฟู่หลินรีบหันไปหามารดาของตนทันที นางร้องไห้ปิ่มขาดใจ

สภาพของบุตรสาวในเวลานี้ยิ่งทำให้ฮูหยินเซียงรู้สึกปวดใจยิ่งนัก แต่ไหนแต่ไรมาบุตรสาวของนางถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาโดยตลอด หากอยากได้ดาวต้องได้ หากอยากได้ลมย่อมต้องได้เช่นกัน แต่บัดนี้ราชโองการที่ส่งมายังจวนกลับเหมือนสายฟ้าผ่า แล้วบุตรสาวของนางจะทนรับเรื่องนี้ได้อย่างไร

“ท่านพี่ ท่านพอจะมีทางช่วยเหลือหลินเอ๋อร์สักหน่อยได้หรือไม่ ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าหลินเอ๋อร์เศร้าเสียใจปานใด” ฮูหยินเซียงรีบกล่าวอ้อนวอนกับสามี นางมิอาจทนดูบุตรสาวในสภาพเช่นนี้ได้อีกต่อไป

“หลินเอ๋อร์ เจ้าใจเย็น ๆ ก่อนเถิด ในเมื่อฮ่องเต้มีราชโองการมาเช่นนี้ เจ้าก็จงตัดใจเสียก็แล้วกัน ไว้วันหน้าข้ารับปากเจ้า ข้าจะต้องหาคนดี ๆ ที่เหมาะสมให้กับเจ้าเป็นแน่” ราชครูเผิงพยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวคนเล็กอย่างรู้สึกยากลำบากใจ เขาคงตามใจบุตรสาวคนนี้มากจนเกินไปกระมัง ถึงทำให้นางอาละวาดเอาแต่ใจมากมายเยี่ยงนี้

“ข้าไม่ต้องการคนดีที่ไหน ข้าต้องการแต่งงานกับท่านพี่ซูเว่ยคนเดียวเท่านั้น” เผิงฟูหลินยังคงไม่ยอมรับ นางรักปักใจอยู่กับหนี่ซูเว่ยมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย แล้วจะให้นางตัดใจแต่งงานกับคนอื่นได้อย่างไรกัน เผิงฟู่หลินตะโกนออกมาพร้อมจ้องมองบิดาของตนตาเขม็ง

“หลินเอ๋อร์...เจ้า...เฮ้อ...” ราชครูเผิงถึงกับถอนหายใจออกมากับท่าทางหัวแข็งของนาง เขารู้สึกจนปัญญาที่จะจัดการกับบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนคนนี้เสียเหลือเกิน

“ท่านพ่อ ท่านต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ให้ข้านะ ข้าเชื่อว่าต้องมีอะไรผิดพลาดเป็นแน่ ผู้คนในเมืองหลวงนี้ต่างก็รู้ดีว่า คนที่สมควรได้แต่งงานกับท่านพี่ซูเว่ยควรจะเป็นข้า...เป็นข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” เผิงฟู่หลินรีบวิ่งมาเกาะแขนบิดาของนาง หญิงสาวอ้อนวอนบิดาของตนพร้อมน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มนวล

เมื่อเผิงฟู่หลินเห็นบิดายังคงนิ่งเฉยอยู่อย่างนั้น นางจึงเชิดหน้าขึ้นพร้อมปาดน้ำตาทั้งสองข้าง “ถ้าท่านพ่อไม่จัดการให้ข้า เช่นนั้นข้ายอมแต่งเป็นอนุของท่านพี่ซูเว่ยก็ย่อมได้” น้ำเสียงจริงจัง แววตาหมายมาด มองบิดาของตนอย่างท้าทาย ทำเอาราชครูเผิงถึงกับตะลึงกับความดื้อรั้นของบุตรสาวตรงหน้า เลือดในกายสูบฉีดจนตอนนี้ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโมโห

“เหลวไหล ข้าคงตามใจเจ้ามากเกินไปแล้วจริง ๆ” ราชครูเผิงหันมาตำหนิบุตรสาวของตนด้วยนึกหงุดหงิดใจ ใช่ว่าตัวเขาเองจะไม่แปลกใจกับราชโองการที่ได้รับมาเมื่อสักครู่ แต่เขาย่อมรู้ดีว่ากษัตริย์ตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ แม้เขาจะมีตำแหน่งใหญ่โตและเป็นที่เกรงใจฮ่องเต้อยู่หลายส่วน แต่การจะไปขัดราชโองการนั้นย่อมเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่ความคิดของเผิงฟู่หลินนั้นยิ่งทำให้เขาถึงกับกุมขมับ เขาจะยอมให้พี่น้องแต่งร่วมชายคนเดียวกันได้อย่างไร ซ้ำยังจะให้บุตรสาวที่ตนรักนักหนาแต่งเข้าเป็นอนุอีกต่างหาก นั่นยิ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่มีทางยอมรับไปได้เป็นแน่

เผิงฟู่หลินมองหน้าบิดาของตนด้วยความผิดหวัง นางร้องตะโกนอย่างคนสิ้นสติ “ท่านพ่อ ท่านทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร เสี่ยวว่านนางมีสิทธิ์อันใดมาแย่งคนรักของข้า นางมีสิทธิ์อันใดกัน ต้องเป็นนางแน่ ๆ ที่ใช้มารยาหลอกล่อท่านพี่ซูเว่ยให้หลงกล ข้าจะไปจัดการนางเดี๋ยวนี้”

ราชครูเผิงหมดความอดกลั้น เขาเผลอเงื้อมือขึ้นตบลงใบหน้าของเผิงฟู่หลินเข้า ทำเอาใบหน้าขาวนวลสะบัดไปอย่างแรงพร้อมรอยแดงปื้นที่ขึ้นเป็นริ้วตามความหนักของมือตน

ฮูหยินเซียงถึงกับร้องเสียงหลงออกมาเสียงดังลั่น “ท่านพี่ ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร หลินเอ๋อร์กำลังเศร้าโศกท่านยังมาทำร้ายลูกสาวของเราเช่นนี้อีก” นางพูดพร้อมรีบเข้าไปประคองร่างบุตรสาวด้วยความโกรธเคือง “หลินเอ๋อร์ เจ้าเจ็บหรือไม่ เจ้าอย่าโกรธพ่อเจ้าเลยนะ” นางพูดปลอบโยนบุตรสายพร้อมมองสามีด้วยสายตาตำหนิอย่างแรง

ราชครูเผิงที่ยังคงตะลึงกับการกระทำอันชั่ววูบของตนเองไปครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะได้สติ ชายชราได้สะบัดหน้าหนีสองแม่ลูกทันที เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยจนคำพูดใด ๆ

ราชโองการที่เพิ่งรับมาเป็นราชโองการประทานสมรสให้กับหนี่ซูเว่ย รัชทายาทกับเผิงเสี่ยวว่าน บุตรสาวคนโตของตน นั่นจึงทำให้เขารู้สึกลำบากใจยิ่ง อันที่จริงเขาหมายมั่นว่าผู้ที่ควรแต่งงานกับรัชทายาทคือ เผิงฟู่หลิน บุตรสาวคนเล็กของตนต่างหาก แต่เมื่อเหตุการณ์แปรผันเช่นนี้ เขาจึงได้แต่น้ำท่วมปาก มิรู้จะทำเช่นใดดี

ตอน 2

ภายด้านนอกห้องโถงที่ถูกปิดอยู่ เผิงเสี่ยวว่านที่กำลังยกน้ำชาเข้ามา นางพลันหยุดชะงักยืนอยู่ตรงบริเวณประตูทางเข้า เผิงเสี่ยวว่านยืนสงบนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่เช่นนั้นเป็นเวลาสักครู่ใหญ่

เผิงเสี่ยวว่านได้ยินสิ่งที่เผิงฟู่หลินกำลังอาละวาดตะโกนด้วยความคับแค้นใจตั้งแต่ต้นจนจบ นางถึงกับยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างรู้สึกสะใจ ก่อนจะค่อย ๆ สะบัดตัวก้าวถอยหลังแล้วเดินจากไปจากที่นั่นในทันที

เผิงเสี่ยวว่านย่อมตระหนักได้ดี ว่าเวลานี้ตนสมควรออกห่างจากสถานการณ์ดังกล่าวให้มากที่สุด นางเพียงแค่ต้องเฝ้ารอคอยเวลาอันสมควร เวลาที่นางจะได้คืนทุกสิ่งทุกอย่างที่สมควรเป็นของนางตั้งแต่ต้น

อันที่จริงเผิงเสี่ยวว่านเป็นบุตรสาวคนโตของราชครูเผิง กับฮูหยินจิ้ง ฮูหยินคนแรกของราชครูเผิง มารดาของนางนับได้ว่าเป็นบุตรสาวของตระกูลบัณฑิตที่มีทั้งความงดงามและความเพียบพร้อมไปในทุกด้าน ซ้ำฮูหยินจิ้งยังเป็นฮูหยินตราตั้งที่ได้รับการตบแต่งเข้ามาในจวนอย่างถูกต้องและเปิดเผย

แต่ทว่าราชครูเผิงกลับไม่ค่อยโปรดปรานมารดาของตนสักเท่าไหร่นัก เขาได้รับเลี้ยงดูอนุเซียงเข้ามาภายในบ้านทั้งที่เพิ่งแต่งงานกับมารดาของตนได้เพียงไม่นาน ความโปรดปรานอนุใหม่จนถึงขั้นไม่เห็นหัวนางเสียด้วยซ้ำ นั่นยิ่งทำให้ฮูหยินจิ้งรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดเป็นอันมาก ความเจ็บช้ำทางจิตใจ ทำให้ไม่นานฮูหยินจิ้งก็เริ่มร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

เมื่อฮูหยินจิ้งคลอดเผิงเสี่ยวว่านบุตรสาวคนแรกออกมา ก็ยิ่งทำให้ร่างกายของนางยากจะฟื้นฟูกลับขึ้นมาได้ดังเดิม ไม่นานนักฮูหยินจิ้งก็เสียชีวิตในขณะที่เผิงเสี่ยวว่านยังเด็กนัก

ราชครูเผิงที่โปรดปรานอนุเซียงเป็นอย่างมาก เขาก็รีบยกนางขึ้นเป็นฮูหยินคนใหม่ของจวนแทบจะในทันที ทำให้เผิงเสี่ยวว่านรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก หนำซ้ำในภายหลังฮูหยินเซียงให้กำเนิดเผิงอันอวี้บุตรชายคนโตของตระกูล และเผิงฟู่หลิน บุตรสาวคนเล็ก บิดาของตนก็แทบจะทุ่มเทความใส่ใจทั้งหมดที่มีให้กับพวกเขา เผิงเสี่ยวว่านจึงเปรียบเสมือนดั่งคนแปลกหน้าในจวนแห่งนี้ไปในที่สุด

ด้วยความที่เผิงเสี่ยวว่านค่อนข้างเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นัก นั่นยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างตนกับบิดาเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก ราชครูเผิงจึงไม่ค่อยโปรดปรานบุตรสาวคนโตเช่นนางเท่าใดนัก ผิดกับเผิงฟู่หลิน แม้นางจะค่อนข้างเอาแต่ใจ และอารมณ์ร้าย แต่เพราะความสดใสและช่างออดอ้อน ทำให้บิดาของตนรักและเอ็นดู ตลอดจนตามใจนางเสียแทบทุกอย่าง

แม้กระทั่งบางครั้งที่เผิงฟู่หลินกลั่นแกล้งนาง บิดาก็ยังคงปิดหูปิดตา ทำเป็นไม่สนใจเช่นเดิม นางจึงอาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้อย่างคนที่ต้องเจียมตัว และพยายามทำตัวดั่งคนไร้ตัวตนมาเสมอมา

เผิงฟู่หลินถูกอบรมเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเรื่องมารยาท กวีกาพย์โครง ดนตรี ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเพื่อปูทางให้นางสำหรับตำแหน่งพระชายาของรัชทายาทหนี่ซูเว่ย ทว่าในเวลานี้ ผู้ที่หนี่ซูเว่ยเลือกกลับเป็นตนเสียนี่ นั่นจึงเป็นสิ่งที่นางรู้สึกสะใจยิ่งนัก ความคับแค้นใจมาตลอดหลายปี วันนี้กลับทำให้นางนึกขบขันขึ้นมา นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสียนี่กระไร

ภาพเมื่อช่วงบ่ายที่ราชโองการถูกส่งมายังจวนราชครูเผิง เผิงฟู่หลินที่ดูตื่นเต้นดีใจ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าปรากฏขึ้นอย่างแจ่มชัด นางกระวีกระวาดออกมาต้อนรับขันทีคนสนิทของฮ่องเต้อย่างออกหน้าออกตา จวบจนกระทั่งราชโองการกล่าวจบ เผิงฟู่หลินถึงกับถอดสีหน้า ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี รอยยิ้มที่มีหายวับไปกับตา ปรากฏเพียงใบหน้าถมึงทึงที่รู้สึกผิดหวังอยู่คับแน่นในอก เมื่อนึกถึงขึ้นมาทำเอาเผิงเสี่ยวว่านอดที่จะเงยหน้าและยิ้มกว้างออกมาเสียมิได้ พร้อมกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่ประทานความยุติธรรมให้กับนางเช่นนี้เสียที

เผิงเสี่ยวว่านเดินกลับไปยังห้องนอนของตน พลางเอื้อมมือหยิบผ้าปักลายหงส์เหินขึ้นมา ก่อนจะบรรจงปักทอลวดลายด้วยความประณีต ฝีเข็มบรรจงเย็บยกอย่างใจเย็น รอยยิ้มยังคงแต่งแต้มใบหน้านวลอย่างรู้สึกสะใจ ตั้งแต่เกิดมาเผิงเสี่ยวว่านไม่เคยรู้สึกยินดีเช่นวันนี้มาก่อนในชีวิตเลย

“คุณหนู บ่าวขอแสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะ” จงหลี สาวใช้คนสนิทกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ นางทนเห็นคุณหนูของนางเจ็บช้ำน้ำใจมานานแสนนาน บัดนี้คุณหนูของนางจะเป็นที่ยกย่อง และมีหน้ามีตาในจวนแห่งนี้เสียที

“บ่าวอยากเห็นหน้าคุณหนูรองเสียยิ่งนัก” จงหลีพูดพลางเดินไปบีบนวดให้นายหญิงของเธออย่างเอาใจ

เผิงเสี่ยวว่านชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมา “มีอะไรให้ดูกันเล่า”

“คุณหนูของบ่าวแสนดีขนาดนี้ คุณหนูรองช่างใจดำยิ่งนัก รังแกคุณหนูมาโดยตลอด วันนี้คุณหนูของบ่าวกำลังจะได้เป็นพระชายาของรัชทายาท เช่นนั้นต่อไปใครก็ไม่กล้ามารังแกคุณหนูของบ่าวได้อีก” จงหลีระบายความอัดอั้นออกมา

“เจ้าก็อย่าได้เที่ยวพูดเสียงดังไป ใครมาได้ยินเข้า เจ้าจะเดือดร้อน” เผิงเสี่ยวว่านปรามสาวใช้อย่างไม่จริงจังนัก

“บ่าวไม่กลัวหรอกเจ้าค่ะ แค่บ่าวเห็นคุณหนูมีความสุข บ่าวก็ยินดียิ่งนัก” คำพูดสัตย์ซื่อของจงหลี ทำเอาเผิงเสี่ยวว่านยกมือขึ้นลูบหลังมือของนางอย่างแผ่วเบา

“ขอบใจเจ้ามาก หากวันหน้าข้าได้ดิบได้ดี ข้าย่อมส่งเสริมเจ้าแน่” เผิงเสี่ยวว่านกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ จงหลีถือเป็นสาวใช้คนสนิทของตน และเป็นเพียงคนเดียวในจวนแห่งนี้ที่นางรักและไว้ใจได้อย่างแท้จริง

“ขอบคุณคุณหนูที่เมตตาข้า” จงหลีน้ำตาคลอเบ้า นางก้มลงคำนับคุณหนูของตนในทันที

เผิงเสี่ยวว่านรีบลุกไปดึงจงหลีให้ลุกขึ้นทันที “ไม่ต้องมากพิธีหรอก เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างข้ามาโดยตลอด แล้วข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร”

จงหลีมองหน้าคุณหนูของตนด้วยความปลาบปลื้มใจ นางสาบานกับตนเองว่าในชาตินี้นางจะจงรักภักดีต่อคุณหนู แม้ตัวตายก็ตาม

ตอน 3

วันต่อมาเผิงฟู่หลินที่กำลังร้อนใจ เมื่อคืนนางแทบนอนไม่หลับทั้งคืน ในใจได้แต่คับแค้นใจกับราชโองการที่ประกาศออกมา

“เจ้าจู...เจ้าจู...” เผิงฟู่หลินร้องเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามาภายในห้องนอนอย่างเร่งรีบ

“เจ้าค่ะ คุณหนูเหตุใดจึงตื่นเช้ายิ่งนัก” เจ้าจูวิ่งหน้าตื่น เข้ามาภายในห้องนอนอย่างร้อนรน

“พาข้าไปอาบน้ำ ข้าจะไปพบท่านพี่ซูเว่ย” เผิงฟู่หลินออกคำสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก ทำเอาเจ้าจูขึ้นกับขนลุก

“คุณหนู อย่าทำอะไรผลีผลามเลยนะเจ้าคะ หากนายท่านรู้เข้า คุณหนูจะโดนเอ็ดเอานะเจ้าคะ” เจ้าจูรีบปรามนายหญิงของตนด้วยความเป็นห่วง

“ท่านพ่อไม่รักข้าแล้ว เหตุใดข้าต้องกลัวด้วยเล่า หากข้าไม่ทำสิ่งใด เจ้าจะให้ข้านั่งมองเสี่ยวว่านแย่งคนรักของข้าไปงั้นหรือ” เผิงฟู่หลินกัดฟันแน่น น้ำเสียงที่แค่นออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก

“แต่ว่า...” เจ้าจูพยายามทัดทานอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ สายตาคมกริบของนายหญิงก็จ้องมองนางอย่างขุ่นเคือง ทำเอาเจ้าจูถึงกับก้มหน้านิ่ง และรีบทำตามคำสั่งโดยไม่กล้าเปล่งเสียงใด ๆ ออกมา

เผิงฟู่หลินให้เจ้าจูแต่งตัวให้นางด้วยชุดที่สวยและราคาแพงที่สุด นางมองกระจกตรงหน้าอย่างพึงพอใจยิ่งนัก คนในเมืองหลวงต่างยกย่องให้ความงามของนางเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองจากผู้ใด ความงามที่แทบจะสยบบรรดาชายหนุ่มทั้งหลายให้หมอบแทบเท้าของนางแทบทั้งสิ้น แต่เพราะหัวใจของนางได้ยกให้หนี่ซูเว่ยเสียจนหมดสิ้น ทำให้ในสายตาของเผิงฟู่หลินไม่เคยแม้แต่จะชายตามองผู้ใดมาก่อนเสียด้วยซ้ำ

เผิงฟู่หลินให้เจ้าจูจัดเตรียมรถม้า พร้อมเร่งเดินทางไปจวนรัชทายาทเพื่อขอเข้าพบหนี่ซูเว่ยในช่วงสายของวัน

รถม้าเคลื่อนไปตามถนนของเมืองหลวง ที่เริ่มมีผู้คนสัญจรไปมา เผิงฟู่หลินกล่าวกำชับให้คนขับเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น ตอนนี้ในใจนางร้อนรุ่มจนแทบอยากไปหายตัวไปอยู่ตรงหน้าชายคนรักเสียเดี๋ยวนี้ทีเดียว

รถม้าจอดเทียบหน้าจวนรัชทายาท เจ้าจูรีบประคองเผิงฟู่หลินลงจากรถม้าด้วยความเอาใจใส่ เผิงฟูหลินเดินตรงไปยังหน้าจวนพร้อมแจ้งให้ทหารไปเรียนหนี่ซูเว่ยให้ทราบทันที

ในห้องโถงจวนรัชทายาท หนี่ซูเว่ยที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องอักษร เขากำลังภูมิใจที่สามารถโน้มน้าวให้บิดาของตนมอบสมรสให้กับหญิงสาวที่ตนพึงใจ เผิงเสี่ยวว่าน หญิงสาวที่มีใบหน้าหวานละมุน แต่กลับแฝงไปด้วยความเศร้าหมองที่ยากจะมองข้าม ใบหน้านั้นยังคงติดตรึงในใจของเขาอย่างไม่เคยลบเลือน

พลันความคิดของหนี่ซูเว่ยก็ต้องดับลง เมื่อพ่อบ้านได้เข้ามาภายในห้องอักษร

“เรียนไท่จื่อ คุณหนูรองเผิงมารอพบที่หน้าจวนเพื่อขอเข้าพบขอรับ”

เมื่อหนี่ซูเว่ยได้รับรายงานจากพ่อบ้านก็ได้แต่ทำหน้าอึดอัดรำคาญใจ

“บอกนางไปว่าข้าไม่อยู่” เขากล่าวอย่างตัดรำคาญกับพ่อบ้านในทันที

พ่อบ้านได้แต่ทำท่าทางอึกอักลำบากใจ ก่อนจะตัดสินใจพูดเตือนสตินายท่านของตน “ข้าเกรงว่าหากไท่จื่อไม่ยอมให้พบ คุณหนูรองเผิงคงไม่มีวันเลิกราเป็นแน่”

หนี่ซูเว่ยปรายตามองหน้าพ่อบ้านด้วยความขุ่นเคือง หากแต่เมื่อเขาคิดทบทวนตามคำพูดดังกล่าวก็ล้วนแล้วแต่เห็นด้วย เขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา “ไปเชิญนางเข้ามา” เมื่อได้ยินคำสั่งของนายท่าน พ่อบ้านก็เร่งรีบเดินไปเชิญเผิงฟู่หลินเข้ามาในจวนเป็นการด่วน

หนี่ซูเว่ยลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่ลานสวนด้านหน้าจวน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าเผิงฟู่หลินต้องการเข้าพบเขาเพราะเหตุใด และนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะเผชิญหน้ากับนางเสียเหลือเกิน

เผิงฟู่หลิน เด็กสาวที่มารดาของเขาหมายมั่นปั้นมือให้เป็นว่าที่พระชายาของเขาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาเองก็ยอมรับว่านางเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งเช่นกัน แต่หากเพราะตั้งแต่เด็ก เผิงฟู่หลินก็คอยเอาแต่ติดตามเขาต้อย ๆ จนเขานึกเอือมระอา ทั้งนางยังมีนิสัยอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจ หากมีหญิงใดเข้าใกล้เขามากเกินไป นางก็จะใช้อำนาจของบิดาจัดการพวกหญิงสาวเหล่านั้นออกไปให้พ้นทาง นั่นยิ่งทำให้หนี่ซูเว่ยรู้สึกรังเกียจและเอือมระอาเผิงฟู่หลินยิ่งนัก เขารู้สึกเช่นนางเป็นปลิงที่คอยติดแข้งติดขาเขาไม่หยุด

จนเมื่อเขาได้พบกับเผิงเสี่ยวว่านทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนตัวว่าที่พระชายาของตนให้สำเร็จ และในตอนนี้เขาก็ได้สมปรารถนาแล้ว เหลือเพียงเผิงฟู่หลินเท่านั้น ที่เขาจำต้องสลัดให้หลุดจากตัวเสียที

เผิงฟู่หลินเดินเข้ามาภายในจวน ทันทีที่นางเห็นหนี่ซูเว่ย นางก็รีบปรี่เข้ามาฉุดกระชากแขนเขาอย่างแรง

“ท่านพี่ซูเว่ย เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...เหตุใด...ผู้ที่แต่งงานกับท่านจึงไม่ใช่ข้า” เผิงฟู่หลินโวยวายอย่างลืมตัว นางน้ำตาเอ่อคลอมองเขาด้วยความน้อยใจ

หนี่ซูเว่ยได้แต่ถอนหายใจอย่างนึกรำคาญ พลางสะบัดมือจากการเกาะกุมของเผิงฟู่หลินออกจากตัว

“หลินเอ๋อร์ ข้ารักว่านเอ๋อร์ และคนเดียวที่ข้าจะแต่งงานด้วย ก็คือพี่สาวของเจ้า” หนี่ซูเว่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขามองหน้านางด้วยความหนักใจอย่างไม่อาจปิดบัง

เผิงฟู่หลินถึงกับชะงักไป นางพลันหน้าถอดสี มองหนี่ซูเว่ยด้วยแววตาตัดพ้อ “เป็นไปไม่ได้ ข้ากับท่าน เรารักกันมาตลอดมิใช่หรือ ข้ามอบใจให้เพียงท่าน และจงรักภักดีต่อท่านมาตลอด” นางถึงกับโอดครวญออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

“หลินเอ๋อร์...ข้าเห็นเจ้าเป็นเพียงน้องสาวของข้ามาโดยตลอด และข้าก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะยอมรับมัน” หนี่ซูเว่ยกล่าวออกมาอย่างไร้เยื่อใย

เผิงฟู่หลินมองดูหนี่ซูเว่ยด้วยสายตาที่ผิดหวังและปวดร้าว “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”

“เจ้ากลับไปเสียเถิด ข้าหวังว่าเจ้าจะร่วมอวยพรให้พวกเราทั้งสองคน” หนี่ซูเว่ยพูดออกมาก่อนจะสะบัดแขนนางออกจากตัว “พ่อบ้าน ส่งแขก” เขาหันมาสั่งพ่อบ้านในทันที ก่อนจะเดินหนีไปอย่างตัดรำคาญ

เผิงฟู่หลินได้แต่ยืนนิ่งอย่างตกตะลึง นางมองเขาเดินไปจนลับสายตา น้ำตาไหลรินออกมาเต็มสองแก้ม “ท่านใจร้ายกับข้าเหลือเกิน” นางกล่าวตัดพ้อออกมา ก่อนจะเดินออกจากจวนด้วยความสิ้นหวัง

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TWA” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TWA
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

สะใภ้ป้ายเเดง
สะใภ้ป้ายเเดง
เมื่อตื่นมาพบว่าชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเพราะพันธะวิวาห์ที่ไม่ได้เลือกเองกับ เปรม ปรเมศ ท่านประธานผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาที่สุดในวงการ นิยายรักแนวแต่งงานใหม่นี้จะพาคุณไปพบกับความสับสนและแรงกดดันในความสัมพันธ์ที่เดาใจยาก ท่ามกลางทางเลือกที่เลือนลางลงทุกที
7.9
98 ตอน
ทีเด็ดหมอเด็ก
ทีเด็ดหมอเด็ก
ปณิชาเข็ดขยาดกับรักแรกที่เป็นหมอจนตั้งกำแพงหัวใจสูงลิ่ว ทว่า ตุลธร หมอเด็กสุดหล่อกลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจเธออีกครั้ง ท่ามกลางความรักที่เหมือนจะไปได้ดี เขากลับเงียบหายไปพร้อมความลับและรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งและการเติบโตได้แล้ววันนี้
9.8
76 ตอน
หนี้รักทาสเสน่หา
หนี้รักทาสเสน่หา
เมื่อความหึงหวงเปลี่ยนมัจจุราชหนุ่มให้ไร้ความปรานี พิตตนันท์จึงต้องรองรับอารมณ์ดิบในฐานะเชลยแค้น นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงที่จะพาคุณไปพบกับบทลงทัณฑ์แสนป่าเถื่อนบนเตียงกว้างที่ไม่มีทางหนีพ้น อ่านนิยายรักอันตรายเรื่องนี้เพื่อพิสูจน์ว่าไฟแค้นหรือแรงปรารถนาที่จะมอดไหม้หัวใจของทั้งสองก่อนกัน
9.5
38 ตอน
ซีรีส์โคตรแมนแสนหื่น
ซีรีส์โคตรแมนแสนหื่น
นิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยและดาร์กโรแมนซ์ที่รวมเรื่องราวความรักอันร้อนแรงไว้ถึงสิบเรื่องในที่เดียว พบกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความเร่าร้อนที่แตกต่างกันออกไป เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบความบันเทิงครบรสอันตรายที่น่าติดตามจนวางไม่ลง
8.4
33 ตอน
แค้นนี้ต้องชำระ
แค้นนี้ต้องชำระ
เมื่อซ่งชิงเหอถูกทรยศจนต้องหย่าขาดและตกเป็นฆาตกร เธอจึงหวนคืนมาในรอบหกปีเพื่อล้างแค้นอดีตสามีอย่างสีจั้นถิงในนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น เกมรักอันตรายที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความปรารถนาครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
8.1
80 ตอน
สุดที่รักของประธานซาตาน
สุดที่รักของประธานซาตาน
จากข้อตกลงลับในคืนนั้นสู่ความจริงอันแสนเร่าร้อน! เมื่อเธอต้องตกเป็นของชายลึกลับใต้หน้ากากจิ้งจอกเพื่อแลกกับบางสิ่ง ทว่าลูกน้อยกลับถูกพรากไปทันทีที่ลืมตาดูโลก ห้าปีต่อมาโชคชะตานำพาให้เธอมาเป็นเลขาของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเขาคือชายในคืนนั้นที่คอยจ้องจะกลืนกินเธออีกครั้ง
7.7
216 ตอน