ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

"ชิงฉางเจ้าช่างเลือดเย็นหนัก" ซูมี่ชี้หน้าต่อว่าชิงฉางเมื่อเขามาที่เรือนของนางเพื่อถอนหมั้น

และเหตุผลของการถอนหมั้นครั้งนี้คือสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ซูมี่จ้องมองทั้งคู่อย่างโกรธแค้น เพราะชิงฉางที่มีสัญญาหมั้นหมายกับนางมาตั้งแต่เด็ก

เมื่อเขาสูญเสียบิดามารดา บิดามารดาของนางจึงช่วยเหลือเขาเรื่องเรียนต่อเพื่อให้เขาได้มีอนาคตที่ดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาชิงฉางมิได้มองนางเป็นคู่หมั้น เขามีเพียงความรู้สึกพี่ชายให้นางเท่านั้น

ท่าทีที่ชิงฉางแสดงออกมาทำให้สตรีในหมู่บ้านมีความหวัง ทั้งต่อหน้าซูมี่และลับหลังนางมักจะทอดสะพานให้ชิงฉางเสมอ

หากซูมี่นางไม่รู้ก็คงไม่เป็นอันใด แต่เพราะสตรีเหล่านั้นมักจะค่อนแคะนางจนนางขาดสติลงมือตบตีเสียทุกครั้ง จนชิงฉางเริ่มเอือมระอา

"ข้าจำต้องแต่งกับนางเพราะนางตั้งครรภ์แล้ว" ชิงฉางพูดอย่างไม่รู้สึกผิด

"ดียิ่ง บุรุษเลวทราม สตรีไร้ยางอายย่อมเหมาะสมกัน"

"อย่าได้พูดถึงถิงเออร์เช่นนี้"

"เหอะ เช่นนั้นไปให้ทางการตัดสินดีหรือไม่ เจ้ากล้าหรือไม่" ซูมี่เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย

"แม่นางซู เป็นข้าที่ผิด ท่านอย่าได้ทำให้ท่านพี่เสียชื่อเสียงเลยเจ้าค่ะ" ถิงถิงคุกเข่าลงขอโทษซูมี่ แต่ก็ถูกชิงฉางเข้ามาดึงนางไว้เสียก่อน

"รู้ตัวก็ดี ในเมื่อตอนร่วมรักมิคิด มาตอนนี้มาขอร้องข้า"

"เจ้ามันบ้าไปแล้ว เป็นสตรีใยพูดจาเช่นนี้" ชิงฉางชี้หน้าต่อว่าซูมี่

"เพ้ย ตอนทำไม่ละอายใจ ข้าเพียงพูดพวกเจ้ากับอับอาย"

ชาวบ้านที่เริ่มมามุ่งดูเหตุการณ์กันมากขึ้นล้วนแต่เข้าข้างซูมี่ แม้แต่สตรีในหมู่บ้านที่เคยมีเรื่องกับนางก็ด่าทอชิงฉางกับถิงถิง

ถิงถิงที่ทนอับอายไม่ไหวก็วิ่งไปที่บ่อน้ำหลังเรือนของซูมี่เพื่อจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

"หากอยากตายไปตายที่อื่น อย่าได้มาตายในเรือนของข้า" ซูมี่ดึงรั้งนางไว้ เมื่อสบโอกาสถิงถิงกลับเป็นฝ่ายผลักนางลงไปในบ่อน้ำแทน

ซูมี่จำแววตาของถิงถิงที่จ้องมองมาที่นางได้อย่างดี ชิงฉางที่ยื่นมือมาเพื่อช่วยนางก็จับนางไว้ไม่ทัน

เสียงกรีดร้องของบิดามารดาของนาง ซูมี่จำได้ฝั่งใจ แม้จะรีบกลับมาจากนาเร็วเพียงใดก็ไม่ทันช่วยบุตรสาวเสียแล้ว

ซูมี่นางเสียชีวิตลงและมาเกิดใหม่ในปี 2000 มาปีนี้นางมีอายุ 24 ปี เพราะมีความทรงจำเดิมจากภพที่แล้ว ซูมี่จึงเลือกเรียนแพทย์แผนจีนและปัจจุบันควบคู่ไปด้วย

นางลืมเรื่องอดีตที่เลวร้ายไปเสียสิ้น แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซูมี่มุ่งมั่นไปกับการเรียนของนาง

"มี่มี่ วันหยุดนี้ไปเที่ยวกับพวกฉันไหม" เสี่ยวอี เอ่ยถามเมื่อทั้งคู่กำลังจะไปเข้าห้องเรียน

"ก็ดีเหมือนกัน อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบเมื่อถึงตอนนั้นฉันคงไม่มีเวลา" ซูมี่รับปากเสี่ยวอีทันที

ที่พวกนางจะไปเที่ยวกันก็เป็นแถบชานเมืองที่สามารถไปกลับได้ในวันเดียว และครั้งนี้ก็เป็นการไปไหว้พระเพื่อขอพร

ครั้งนี้ที่พวกเธอไปกันมีเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น ห้าสาวเที่ยวเล่นมาจนถึงวัดดังที่นักท่องเที่ยวชอบมาขอพร ทุกคนล้วนขอพรเรื่องความรักต่างจากซูมี่ที่นางขอเพียงไม่ว่าจะทำอะไรก็ข้าให้โชคเข้าข้างนาง

ระหว่างทางที่ลงเขา มีคุณยายนั่งขายเครื่องรางอยู่ เพื่อนสาวของซูมี่ดึงเธอเพื่อไปเลือกซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก ซูมี่ไม่ได้ชอบสิ่งใดเป็นพิเศษ แต่คุณยายกลับดึงมือของเธอไว้แล้วสวมกำไลหยกให้เธอ

"คุณยาย ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะคะ" ซูมี่ทำท่าจะถอดออก แต่ก็โดนยายห้ามไว้

"มันเหมาะกับเธอนังหนู" เพื่อนของซูมี่ก็รีบสำทับว่าเหมาะกับข้อมือขาวๆ ของเธอจริงๆ

"เท่าไหร่คะ" ซูมี่จำต้องซื้อกลับไปด้วย

"แวะร้านหนังสือให้ฉันหน่อย" เสี่ยวอีร้องบอกเพื่อนที่ขับรถ

เมื่อถึงร้านหนังสือทั้งหมดก็เข้าไปเลือกหนังสือภายในร้าน ซูมี่นางก็เดินไปเลือกหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรที่นางยังไม่มีติดมือกลับหอพักด้วย

"ฉันให้" เสี่ยวซียัดหนังสือนิยายใส่ลงในถุงหนังสือของซูมี่

"หนังสือนิยาย" ซูมี่หันไปถามเสี่ยวอีอย่างไม่เข้าใจ

"เธออ่านแต่เรื่องสมุนไพรกับการแพทย์ ลองเปิดใจอ่านนิยายบ้าง จะได้พักสมอง" ซูมี่ที่คิดตามก็เห็นท่าจะจริง เพราะเธอสนใจแต่เรื่องเรียนเกินไปจนลืมเรื่องการเที่ยวเล่นใช้ชีวิต

เมื่อกลับถึงห้องเธอยังไม่ได้จับหนังสือสมุนไพรเช่นปกติ แต่เปลี่ยนมาอ่านนิยายแทน เมื่ออ่านไปได้เพียงครึ่งเล่ม หนังสือในมือซูนี่ก็ลงไปที่ถังขยะแทน

เพราะเรื่องในนิยายคือชีวิตของเธอเมื่อภพที่แล้ว เธอเป็นเพียงนางร้ายในนิยายคู่หมั้นเก่าของพระเอก ที่เป็นก้างขวางไม่ได้ทั้งคู่ได้ลงเอ่ยกันเสียที

แต่ในนิยายไม่ได้บอกเรื่องที่ถิงถิงท้องกับชิงฉางจนเขาต้องมาถอนหมั้นนางแต่เป็นเพราะนางร้ายกาจจนเกินไปจึงถูกชิงฉางถอนหมั้น

"มันเรื่องบ้าอะไรกัน หากย้อนกลับไปได้นะคอยดู ชิงฉางเจ้าต้องเสียใจที่ทำกับข้าเช่นนี้" ซูมี่คิดอย่างหัวเสีย ก่อนที่เธอจะไปอาบน้ำเพื่อเข้านอน

ตอน 2

"นังหนู เวลาของเจ้าในภพนี้เหลือไม่มากแล้ว" ซูมี่ที่ฝันไป นางได้พบกับคุณยายที่สวมกำไลหยกให้นาง

"คุณยายหมายความว่ายังไงคะ" เธอเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

"ข้าให้เจ้าเตรียมตัวสามวัน และจะพาเจ้าย้อนกลับไปที่ที่เจ้าจากมา"

"ไม่ย้อนไปได้ไหมคะ ชีวิตฉันในตอนนี้ดีอยู่แล้วค่ะ" ซูมี่ส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอไม่อยากกลับไปเจอชายหญิงสารเลวคู่นั้น และไม่อยากจะเป็นนางร้ายอีกด้วย

"ไม่ได้ ฟ้าดินลิขิตมาแล้ว กำไลที่ข้ามอบให้เจ้าอยากได้สิ่งใดไปด้วยก็สามารถใส่ลงไปได้ ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้" พอพูดจบซูมี่ยังไม่ทันได้ถามก็ต้องตื่นเสียก่อนแล้ว

เธอนั่งทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เธอฝันไป ในเมื่อเป็นของวิเศษเช่นนั้นก็ลองเสียหน่อย ซูมี่หยิบหนังสือที่หัวเตียงแล้วลองพูดว่า เก็บ หนังสือในมือก็หายไปทันที

ซูมี่ตกตะลึงนิ่งค้าง เพราะเรื่องนี้ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เธอเพียงจำมาจากเสี่ยวอีที่ชอบเล่าเรื่องในนิยายให้เธอฟัง เมื่อเธอพูดชื่อหนังสือแล้วบอกให้ออกมา หนังสือก็ปรากฏในมือของเธอ เช่นนั้นเรื่องที่คุณยายบอกก็คงเป็นเรื่องจริง

สามวันที่เธอต้องเตรียมตัว ซูมี่นำเงินที่เธอเก็บมาทั้งชีวิต พร้อมทั้งเงินมรดกที่คุณพ่อคุณแม่ในภพนี้ทิ้งไว้ให้

เธอกว้านซื้อของมากมาย สมุนไพร เครื่องมือการแพทย์ทั้งหมด เธอแทบจะไม่ปล่อยให้ขาดไปสักอย่าง เครื่องเรือน เครื่องใช้ ข่าวสาร ของแห้ง แม้แต่ผักและของสดเธอก็ซื้อไปอย่างมากมาย

หากจะถามว่าเยอะมากเพียงใด ของในห้างเธอก็มีแทบจะทุกอย่าง จนเงินที่เธอมีทั้งหมดหายไปราวกับสายน้ำไหล เพราะเธออยู่ที่หอพักแล้วกลัวว่าคนจะสงสัยจึงต้องไปเช่าโกดังเพื่อเก็บของ และเก็บของทั้งหมดเข้าไปในกำไลอีกที

สามวันของซูมี่จึงดูวุ่นวายอย่างมาก เธอมารู้ในวันที่สามว่าเธอสามารถเข้าไปในมิติได้ด้วย ของที่นำเขามาสามารถใช้ได้อย่างไม่รู้หมด กว่าจะรู้ตัวของที่เธอซื้อก็มากมายเสียแล้ว

เมื่อเห็นพื้นที่โล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาซูมี่ก็คิดจะเพาะปลูกภายในมิติเช่นนิยายที่นางหาอ่านมาตลอดทั้งสามวัน ก็เป็นเสี่ยวอีที่แนะนำเธออีกเช่นกัน

ซูมี่ที่อยู่ภายในมิติ นางนำเมล็ดผัก ผลไม้ สมุนไพร มาแช่น้ำเพื่อทำการเพาะปลูก แต่น้ำในบึงน้ำก็ทำให้เธอต้องประหลาดใจ เพราะเพียงนำเมล็ดลงไปแช่ไม่นาน เมล็ดผัก สมุนไพรก็มีรากงอกเตรียมลงปลูกได้แล้ว

เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าบึงน้ำนี้คือน้ำวิเศษ แต่พอนำมือที่มีแผลที่เธอถูกมีดบาดลงไปแช่ ก็ไม่เกิดอันใดขึ้น

"น้ำในบึงช่วยเพียงเรื่องการเพาะปลูกเจ้าค่ะ นายหญิง" เสียงแหลมเล็กดังขึ้นเบื้องหลังเธอ

"ใคร" ซูมี่มองหาเสียงที่ได้ยินเธอก็หาไม่เจอ

"เป่าเปา อยู่นี่เจ้าค่ะ"

ซูมี่เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อมีมนุษย์ร่างเล็กเท่าฝ่ามือบินมาอยู่เบื้องหน้าเธอ

"เธอเป็นตัวอะไรเนี่ย" ซูมี่พึมพำเสียงเบา เพราะเธอยังตกใจไม่หาย

"เป่าเปา เป็นผู้ดูแลมิติแห่งนี้ และยังคอยช่วยเหลือนายหญิงด้วยเจ้าค่ะ" เป่าเปาจับชายกระโปรงย่อตัว

"เช่นนั้น เธอทำอะไรได้บ้าง" ซูมี่กอดอกถาม ตัวเล็กเพียงนี้จะทำสิ่งใดได้

"นายหญิง ดูให้ดีดีนะเจ้าค่ะ" เป่าเปาที่เห็นเมล็ดผักที่ซูมี่แช่น้ำไว้

เพียงนางโบกมือ พื้นดินที่ว่างด้านหน้าของซูมี่ก็ถูกปรับปรุงพื้นดินและเมล็ดที่แช่น้ำไว้ก็ถูกหว่านลงไปอย่างเป็นระเบียบ ซูมี่จุ๊ปากอย่างชื่นชม

"เธอเก่งมากจริงๆ เป่าเปา" เป่าเปาที่ได้รับคำชม บินวนรอบตัวซูมี่อย่างดีใจ

"แล้วในมิติแห่งนี้ทำอะไรได้อีกบ้าง" ซูมี่มองไปรอบๆ พื้นที่กว้างอย่างสงสัย

"ของที่นายหญิงนำเข้ามาในครั้งแรกจะคงอยู่เท่าเดิม แม้จะนำออกไปด้านนอกบ้างแล้ว แต่ของสิ่งใหม่ที่นายหญิงนำเข้ามาจะไม่เพิ่มขึ้นเจ้าค่ะ ป่าด้านหลังในตอนนี้นายหญิงยังเข้าไปไม่ได้ แต่ต่อไปที่มิติยกระดับขึ้นนายหญิงจะพบของมีค่ามากมายภายในนั้นเจ้าค่ะ" ซูมี่มองไปที่ป่าตามนิ้วมือของเป่าเปา

"มิติยกระดับ ต้องทำยังไง" ซูมี่หันไปถามเป่าเปาด้วยใบหน้าที่สงสัย

"หากนายหญิงช่วยเหลือคนครบ ห้าสิบครั้ง บึงน้ำจะสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ หนึ่งร้อยครั้งป่าชั้นนอกจะเข้าไปได้ สามร้อยครั้งป่าชั้นในถึงจะเข้าไปได้ ห้าร้อยครั้งป่าชั้นในถึงจะเปิดเจ้าค่ะ"

ซูมี่ยิ้มไม่ออก เธอต้องช่วยเหลือคนมากเพียงนี้เลยหรอกว่าจะเข้าไปหาสมบัติด้านในได้

"เอาไว้ก่อนเหอะ" ซูมี่โบกมือให้เป่าเปา ก่อนที่นางจะฝากให้ช่วยดูแลแปลงเพาะปลูกของเธอ และกลับออกไปด้านนอก

ซูมี่เมื่อกลับมาอยู่ภายในห้องพัก เธอก็ลืมตัวลงนอนที่เตียงอย่างหมดแรง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในสามวันที่ผ่านมามันเหลือเชื่อเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้

แล้วไหนจะเรื่องของเป่าเปาทูตตัวน้อยที่อยู่ในมิติอีก หากเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอแต่มีคนมาเล่าให้ฟัง เธอก็คงทำใจให้เชื่อไม่ลง

"ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องกลับไป" ซูมี่ที่เผลอหลับไป เธอฝันเห็นทางเดินโล่งๆ ที่มีแต่แสงจ้าแสบตา พร้อมเสียงของคุณยายเจ้าของกำไลเท่านั้น

ตอน 3

เพราะแสงที่สว่างที่มากเกินไปทำให้สายตาของเธอลืมมองสู้แสงไม่ไหว เมื่อซูมี่หลับตาลง เมื่อเธอก็ตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ภายในห้องที่เรือนหลังน้อยในยุคโบราณ

ซูมี่ลืมตานอนนิ่งๆ เพื่อปรับความรู้สึก ก่อนที่จะมองฝ่าความมืดมองไปทั่วห้อง ยังเป็นเช่นเดิมที่ไม่มีสิ่งใดมีเพียงเตียงไม้ ตู้เก็บเสื้อผ้าที่ปลายเตียง ซูมี่เดินออกไปด้านนอกห้องเพื่อสำรวจบ้านที่นางเคยอยู่

ทุกอย่างยังเป็นเช่นที่เคยเป็น หากจะนึกเสียดายสิ่งที่อยู่ในภพนี้คงวเป็นบิดามารดาที่รักนางที่สุด นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งใดให้จดจำ ในตอนนี้ที่นางย้อนกลับมาเป็นช่วงก่อนที่นางจะรับรู้เรื่องของถิงถิง

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ซูมี่ก็คิดที่จะทำให้ครอบครัวของนางเห็นธาตุแท้ของชิงฉาง เพื่อจะได้หยุดให้การช่วยเหลือเรื่องต่างๆ กับเขา ในเมื่อกล้าทรยศต่อความหวังดีที่ท่านพ่อท่านแม่นางมอบให้ เขาก็ควรจะได้รับผลที่เขาได้กระทำไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น นางจางกุ้ย มารดาของซูมี่ก็เดินมาดูบุตรสาวที่ล้มป่วยลงเมื่อสองวันก่อนที่นอนพักอยู่ในห้อง

"มี่เออร์เจ้าหายดีแล้วหรือ" นางจางกุ้ยเดินเข้ามาจับหน้าผากของบุตรสาวที่นั่งอยู่ที่เตียง

ซูมี่ที่เห็นหน้ามารดาก็โผล่เข้าหาด้วยความคิดถึง จางกุ้ยที่เห็นบุตรสาวร้องไห้โฮออกมาก็ตกใจจนต้องลูบหลังปลอบประโลมนาง ซูต้าหลางที่ได้ยินบุตรสาวร้องไห้เสียงดังก็รีบเดินเข้ามาดู

"มี่เออร์เป็นอันใด" นางจางกุ้ยส่ายหัวให้ซูต้าหลางเพราะนางก็ไม่รู้เช่นกัน

เมื่อซูมี่สงบสติได้นางก็มองบิดามารดาด้วยแววตาที่คะนึงหา นางได้กลับมาอยู่กับมารดาบิดาอีกครั้งแล้ว นางต้องสลัดชิงฉางให้หลุดเสียก่อนนางถึงจะตั้งตัวอีกครั้งเพื่อให้ความเป็นอยู่ของบิดามารดาดีขึ้น

ซูมี่ในวัยสิบสามหนาว นางบอกบิดามารดาว่านางฝันร้าย ฝันว่ามิได้อยู่กับบิดามารดาทำให้นางร้องไห้ออกมา จางกุ้ยและต้าหลางลูบหัวปลอบบุตรสาว ก่อนที่จะแยกย้ายออกไปทำงานของตน

ซูมี่นางก็ออกไปช่วยมารดาในครัว เมื่อเห็นมารดาทำอาหารเผื่อชิงฉางนางก็เบะปากอย่างดูแคลน แม้แต่อาหารที่กินยังต้องให้มารดากับนางเป็นคนนำไปส่ง

"ท่านแม่ ท่านไม่ต้องทำเผื่อเขาแล้วเจ้าค่ะ" แม้แต่ชื่อเรียกนางก็ไม่อยากเรียกให้เสียปาก

"มีอันใดหรือ มิใช่เจ้าหรือที่ก่อนหน้านี้อยากทำไปส่งให้อาฉางทุกวัน" ซูมี่เบ้ปากเมื่อนึกถึงความคลั่งรักของนางเมื่อก่อน

"ข้าไม่อยากทำแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งหายดีควรเก็บไว้กินเอง" ของดีๆ ทั้งนั้น เนื้อในบ้านของนางส่วนมากก็อยู่ในท้องของชิงฉาง ในเมื่อคนเนรคุณเช่นนั้นจะให้เขาได้กินทำไม

นางจางกุ้ยเมื่อคิดถึงบุตรสาวที่นอนป่วยอยู่หลายวันก็เห็นเช่นเดียวกับนางที่จะเก็บของดีดีไว้ให้บุตรสาวได้กิน

ซูมี่ยิ้มหวานให้มารดาก่อนที่ทั้งคู่จะยกอาหารไปขึ้นโต๊ะแล้วเรียกบิดาที่ทำงานอยู่มาทานอาหาร

"เหตุใดวันนี้ถึงมีเนื้อมากนัก" ต้าหลางมองอาหารบนโต๊ะอย่างแปลกใจ เพราะบุตรสาวมักจะนำอาหารที่มีเนื้อสัตว์เกือบทั้งหมดไปให้ชิงฉางที่เรือนของเขา

ซูมี่คล้องแขนบิดา ก่อนที่นางจะเอ่ยว่าต่อไปนี้นางจะไม่ทำอาหารไปส่งที่เรือนของชิงฉางอีกแล้ว

"เพราะเหตุใด" ต้าหลางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ แม้เขาจะไม่เห็นด้วยที่ซูมี่นำของที่ดีภายในเรือนไปให้ชิงฉางแต่ก็ไม่อยากเอ่ยขัดให้บุตรสาวเสียใจ

"หากข้าพูดไปพวกท่านจะเชื่อหรือไม่เจ้าคะ" ซูมี่วางตะเกียบลงแล้วมองสบตาบิดามารดาอย่างจริงจัง

"เจ้าพูดมาเถิดมีเรื่องใดที่พ่อจะไม่เชื่อเจ้า" ต้าหลางตบศีรษะของซูมี่เบาๆ

"ข้ารู้ว่าเรื่องที่ข้าพูดมันออกจะเหลือเชื่อ" ซูมี่จับมือมารดาไว้แน่นเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้บิดามารดาฟัง

ซูมี่เล่าเรื่องที่นางฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดที่เกิดขึ้น และวันที่ชิงฉางพาหญิงสาวที่ชื่อถิงถิงมาที่เรือนตระกูลซูจนมีปากเสียงและนางได้ตกลงไปในบ่อน้ำจนเสียชีวิต

"พวกท่านคงคิดว่าข้านอนมากไปจึงฝัน เช่นนั้นท่านพ่อ ท่านลองไปสืบหาหญิงสาวที่อยู่ในเมือง นางเป็นบุตรของลูกอนุอยู่ที่เรือนของท่านคหบดีเฉียว" ซูมี่บอกให้บิดาที่ยังมองนางอย่างสงสัยไปจับตาดูทั้งคู่ด้วยตนเอง

ต้าหลางรับฟังสิ่งที่บุตรสาวพูดแต่เขาไม่ได้เอ่ยว่านาง แต่เรื่องทั้งหมดเขาย่อมต้องไปสืบหาเสียก่อนถึงจะปักใจเชื่อได้

"เช่นนั้นพรุ่งนี้พ่อต้องนำของปาไปขายในเมือง พ่อจะลองไปสืบดู" พอจบคำพูดของต้าหลาง ทั้งหมดก็เริ่มทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ชิงฉางเมื่อเห็นว่าเลยว่าเลยเวลาที่ซูมี่หรือนางจางกุ้ยนำอาหารมาส่งที่เรือนของเขา เขาจึงเดินมาดูที่เรือนตระกูลซูอย่างสงสัย เมื่อมาเห็นจึงได้พบว่าทั้งสามทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"ส่วนของข้าเล่าขอรับ" เขาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ซูมี่ที่เมื่อก่อนพบเขาจะรีบเดินเข้ามาหา แต่ครั้งนี้นางไม่แม้แต่จะมองเขาเลยด้วยซ้ำ หรือนางจะรู้เรื่องของถิงถิงเสียแล้ว

"ป้ากำลังจะไปหาเจ้าที่เรือน เพื่อบอกว่าต่อไปคงไม่ส่งอาหารให้เจ้าแล้ว"

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TUH” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TUH
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)
วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)
เมื่อเชลยศึกสาวแสนสวยอย่างซุนหลีน ถูกบีบให้เป็นหญิงอุ้มบุญในจวนแม่ทัพใหญ่เพื่อสืบสกุล เรื่องราวความรักอันตรายจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์แบบสี่คนอันเร่าร้อนและซับซ้อน นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่สายแซ่บที่เน้นความฟินจัดเต็ม อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
9.2
58 ตอน
เมีย(หัวใจ)ขัดดอก
เมีย(หัวใจ)ขัดดอก
ลลนา สาวกำพร้าถูกพ่อเลี้ยงใจโฉดขายเพื่อชดใช้หนี้พนัน จนต้องกลายเป็น 'เมียขัดดอก' ของชัชวาล หนุ่มใหญ่วัยสามสิบสี่ผู้บอบช้ำจากอดีตและต้องการเพียงครอบครองร่างกายเธอ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและการหลอกลวงที่ยากจะถอนตัว
8.3
91 ตอน
ผัวเมีย IT
ผัวเมีย IT
เมื่อความรักยุคใหม่ของคู่รักสายไอทีเร่าร้อนรวดเร็วราวกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเผ็ดร้อนที่ความปรารถนาถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็วจนยากจะต้านทาน แรงดึงดูดทางกายแสนเย้ายวนจะเชื่อมโยงคนสองคนไว้ด้วยความเสน่หาที่ไร้ขีดจำกัดจนคุณหยุดอ่านไม่ได้
8.1
88 ตอน
เจ้าสาวมือสองแสนรักของมหาเศรษฐี
เจ้าสาวมือสองแสนรักของมหาเศรษฐี
เมื่อวิวาห์ล่มสลายเพราะสามีทรยศ เฉินซูซู ต้องกลายเป็นแม่หม้ายที่สังคมตราหน้าว่าของเหลือทิ้ง แต่ในค่ำคืนที่มืดมิดที่สุด ท่านประธานเฮ่อ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกลับเข้ามาโอบกอดเธอไว้ด้วยความอบอุ่น นิยายรักต่างชั้นแนวท่านประธานสายเปย์ที่พร้อมจะเยียวยาหัวใจและทวงคืนความยุติธรรมให้เธอ
9.6
32 ตอน
ความลับของอดีตภรรยา
ความลับของอดีตภรรยา
หลังหย่าขาดจากสามีอย่างหลี้จิงถิง อดีตภรรยาที่เคยถูกตราหน้ากลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการหมั้นกับศัตรูของเขาเพื่อแก้แค้นมือที่สามอย่างสาสม ทว่าตัวตนลับของเธอทั้งนักเปียโนและดีไซเนอร์ระดับโลกกลับค่อยๆ เปิดเผย จนอดีตสามีสายเปย์ต้องตามง้อขอคืนดีในเกมนิยายรักสุดเข้มข้นนี้
8.4
90 ตอน
ซีรีส์วิวาห์ไพร
ซีรีส์วิวาห์ไพร
นิยายรักร่วมสมัยท่ามกลางผืนป่ากว้างใหญ่ เมื่อสัญญาแต่งงานที่ไร้รักระหว่างทหารหนุ่มผู้ห่างไกลกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเริ่มต้นขึ้นในบ้านไม้หลังเล็ก ความผูกพันที่ก่อตัวผ่านจดหมายแทนใจจะช่วยให้พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคและแปรเปลี่ยนความเย็นชาให้กลายเป็นความรักแท้ที่มั่นคงได้หรือไม่
8.1
96 ตอน