ตอน 2

เมษา....

ห้านาทีผ่านไป...

"แม่จ๋าไข่ตุ๋นของหนูเสร็จหรือยังจ๊ะหนูกับน้องตุ๊กตาหิวมากเลย" น้องพอใจหันมาถามอีกรอบขณะนั่งเล่นตุ๊กตาตัวโปรดซึ่งเป็นตุ๊กตาตัวเดียวที่แกมีและแกก็รักมากเนื่องจากว่าตุ๊กตาตัวนี้ฉันเป็นคนเย็บให้แกเองกับมือเพราะฉันไม่มีเงินซื้อตุ๊กตาตัวแพงๆให้ลูกก็เลยลองเย็บเองปรากฏว่าแกชอบมากไปไหนก็จะเอาไปด้วยทุกที่

"อ้อ เสร็จแล้วจ๊ะ" ฉันรีบตักไข่ตุ๋นออกมาจากซึ้งนึ่งแล้วนำใส่จานรองก่อนจะเดินเอาไปให้ลูกสาวสุดที่รักตัวน้อยที่นั่งกอดตุ๊กตารอด้วยความหิว

"น่ากินจังเลยจ๊ะแม่ไข่ตุ๋นของแม่อร่อยที่สุดในโลก^^"

"น่ากินก็กินให้หมดนะอิ่มแล้วแม่มีกล้วยบวชชีให้หนูด้วยน๊า" น้องพอใจแกชอบกล้วยบวชชีมากๆค่ะอาจจะเป็นเพราะตอนฉันแพ้ท้องฉันกินกล้วยบวชชีเกือบทุกวัน  เมนูนี้ยายมักจะทำให้ฉันกินเป็นประจำเพราะมันอิ่มท้องและประหยัดฉันก็เลยชอบทำ เวลาทำหรือได้กินก็จะนึกถึงยายตลอด แต่เหตุผลหลักจริงๆก็คือฉันไม่มีเงินไปซื้อของบำรุงแพงๆกินน่ะอะไรที่หาได้และประหยัดเงินฉันก็จะทำกินเองกล้วยมะพร้าวก็หาเอาในสวน แต่เมนูนี้มีอยู่คนนึงที่ไม่ชอบมันเอามากๆก็คือพ่อของน้องพอใจนั่นเองค่ะ เพราะตอนที่ฉันอยู่บ้านเดียวกับเขาแล้วฉันทำกล้วยบวชชีกินเขามาเทหม้อกล้วยบวชชีของฉันทิ้งลงถังขยะไปทั้งหม้อเขาให้เหตุผลว่าอาหารแบบนี้อย่ามาทำกินในบ้านมันเป็นอาหารของคนจนที่ไม่มีอะไรกินไม่มีเงินซื้อของดีๆกิน คำพูดที่มาพร้อมด้วยคำดูถูกสารพัด เขาชอบหาเรื่องฉันเป็นประจำถ้ามีโอกาสและคอยสรรหาคำมาด่าเพื่อให้ฉันทนไม่ไหวซึ่งฉันก็ไม่ต่ตอบโต้อะไรเพราะอาศัยบ้านเขาอยู่เขาว่าอะไรฉันทำได้แค่เงียบอย่างเดียว 

ย้อนไปหลายปีก่อน....

"ป้าเสียใจด้วยนะลูก ยังไงหนูก็ต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ คิดซะว่ายายไปสบายแล้ว"

"พวกเรากลับก่อนนะ"

"พรุ่งนี้ป้าจะมาใหม่นะ"

"หนูขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะที่มาร่วมงานของยาย" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณคนที่มาร่วมงานศพยายของฉันแม้จะมีไม่ถึงสิบคนก็ตามก่อนที่พวกเขาจะพากันเดินออกไปจากศาลาเพราะคืนพิธีทางศาสนาได้เสร็จสิ้นลงแล้วพรุ่งนี้ก็เป็นวันเผา ฉันหันกลับไปมองดูรูปถ่ายของยายที่ตั้งอยู่หน้าโลงศพ ยายของฉันท่านจากไปด้วยโรคชรา ร่างกายของท่านไม่แข็งแรงมานานหลายปีแล้วจนในที่สุดท่านก็จากฉันไปอย่างสงบ

เหมือนตอนนี้ฉันอยู่ตัวคนเดียวบนโลกไม่มีใครไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนทั้งชีวิตของฉันตั้งแต่จำความได้ฉันอยู่กับยายแค่สองคนพ่อแม่ไม่มีฉันเคยถามยายว่าทำไมฉันถึงไม่มีพ่อไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆ ยายบอกว่ายายไม่รู้ว่าพ่อแม่ฉันเป็นใคร ยายเล่าว่าตอนนั้นยายออกไปเก็บของเก่าตามถังขยะแล้วได้ยินเสียงเด็กร้องยายก็เลยเดินหาดูปรากฏว่ายายเจอฉันที่นอนร้องไห้อยู่ข้างกองขยะตอนนั้นตัวของฉันมีแต่มดรุมไต่รุมตอมยายก็เลยรีบอุ้มฉันขึ้นมาแล้วพากลับบ้านจากนั้นยายก็เลี้ยงดูฉันจนถึงทุกวันนี้ ทั้งชีวิตของฉันฉันจึงมียายเพียงคนเดียวที่เลี้ยงดูฉันมาจนเติบใหญ่ฉันรักยายมากแม้เราจะยากจนมีอาชีพเก็บขยะเก็บของเก่าขายแต่ฉันก็มีความสุข ฉันยังจำได้ดีว่าตอนที่ฉันยังเด็กบางวันเราสองคนก็ไม่มีข้าวกินบางวันโชคดีหน่อยก็ได้กินข้าวกับไข่ต้มไข่ทอด บางมื้อเราสองคนต้องกินน้ำประทังชีวิตเพราะไม่มีเงิน คืนไหนถ้าฝนตกหนักๆ ฉันกับยายก็ต้องคอยหลบฝนหาถังน้ำกะละมังมารองเพราะหลังคามีแต่รอยรั่ว แต่ฉันก็มีความสุขที่มียายได้นอนกอดยายทุกคืนแค่นี้ฉันก็มีความสุข แต่ตอนนี้ความสุขของฉันได้หายไปแล้ว หายไปอย่างไม่มีวันกลับ

"ยายจ๋า เมคิดถึงยายจังเลย หลายวันแล้วนะที่เมไม่ได้เห็นหน้ายายไม่ได้กินข้าวกับยายไม่ได้นอนกอดยาย ฮืออ ฮือออ"

ฉันนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างโลงศพของยายเพราะคิดถึงยายสุดหัวใจ หลังจากจัดการปิดไฟปิดศาลาเรียบร้อยฉันก็เดินกลับบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่เพราะบ้านที่ฉันอาศัยอยู่อยู่ด้านหลังวัด เป็นสวนกล้วยที่เจ้าของสวนใจดีให้ฉันกับยายปลูกบ้านอยู่ในสวนนั้นโดยไม่คิดค่าเช่าฉันกับยายก็เลยช่วยดูแลสวนให้เป็นการตอบแทน ฉันเดินมาถึงบ้านบ้านที่เงียบเหงาเพราะไม่มีใครอยู่ บ้านของฉันที่คนอื่นอาจจะมองว่ามันแทบจะไม่ใช่บ้านเพราะมันเป็นเพียงเพิงไม้เก่าๆ เล็กๆ แต่ฉันก็เรียกมันว่าบ้านอยู่ดี เพราะมันบ้านที่ฉันอยู่มาได้ตั้งแต่เด็กจนโต

ฉันลืมแนะนำตัวเองใช่ไหมคะ ฉันชื่อเมษาค่ะ ฉันเรียนจบแค่ชั้นมอสามเท่านั้นซึ่งก็จบมาหลายปีแล้ว ตอนแรกยายอยากให้ฉันเรียนต่อแต่ฉันสงสารยายที่ต้องเก็บของเก่าหาเงินให้ฉันไปโรงเรียนถึงแม้ว่าค่าเทอมจะไม่ต้องเสียเพราะฉันเรียนโรงเรียนวัดแต่อย่างอื่นก็ต้องเสียอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นค่าสมุดหนังสือค่าเสื้อผ้าค่าอาหารกลางวันเพราะที่โรงเรียนจะเลี้ยงอาหารกลางวันแค่เด็กประถมเท่านั้นส่วนเด็กมัธยมต้องซื้อกินเองแล้วไหนจะค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกจิปาถะด้วยเหตุนี้พอฉันจบมอสามฉันก็เลยไม่เรียนต่อไปฉันหางานทำตามร้านอาหารไปเป็นเด็กเสิร์ฟไปล้างจานไปแจกใบปลิวอะไรที่ทำแล้วได้เงินฉันทำหมดไม่เคยเกี่ยง หลังเลิกงานก็จะคอยเก็บขวดน้ำเก็บกระป๋องน้ำอัดลมไปให้ยายขายแม้ว่าฉันจะบอกกับยายว่าไม่ต้องเก็บของเก่าแล้วเพราะฉันจะทำงานหาเงินเลี้ยงยายเองแต่ยายก็ไม่ยอมยายบอกว่ายายทำงานมาทั้งชีวิตแล้วจะให้หยุดทำยายทำไม่ได้

แต่ด้วยช่วงที่เกิดโรคระบาดทำให้ร้านหรืองานที่ฉันเคยทำต้องปิดกิจการบางร้านก็ลดจำนวนพนักงาน งานแจกใบปลิวก็ด้วย ฉันก็เลยต้องกลับมาเก็บของเก่าช่วยยายตามเดิม แม้จะไม่พอกินแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ชีวิตของฉันยอมรับว่าลำบากมาตั้งแต่เด็กแต่ฉันก็ไม่เคยย่อท้อ ยายเคยบอกว่าเรายังโชคดีกว่าใครหลายคนเรามีบ้านอยู่มีที่ซุกหัวนอนไม่ต้องเร่ร่อนนอนใต้สะพานลอย มีมือมีเท้ามีอวัยวะครบสามสิบสองเพราะฉะนั้นเราก็ห้ามท้อทำอะไรได้ก็ต้องทำ พอคิดถึงคำพูดของยายฉันก็จะร้องไห้อีกแล้ว พรุ่งนี้ยายก็คงจะจากฉันไปจริงๆ แล้วสินะเพราะพรุ่งนี้คือวันเผาคงจะหลงเหลือไว้เพียงเถ้ากระดูกเท่านั้นที่เอาไว้ดูต่างหน้า

หลายวันต่อมา....

หลังจากจัดการเรื่องงานศพของยายเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ววันนี้ฉันว่าจะออกไปหางานทำเพราะหลายวันมานี้ฉันยุ่งอยู่กับงานศพทำให้เงินที่มีอยู่เริ่มจะหมด ฉันล้วงเงินในกระเป๋าออกมาดูตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของฉันมีอยู่แค่ไม่กี่ร้อยบาท

ฉันเดินถือร่มในมืออีกข้างมีกระดาษกับปากกาเอาไว้จดเบอร์ที่อยู่ร้านที่แปะประกาศรับสมัครพนักงาน ฉันเดินมาครึ่งค่อนวันแต่ก็ยังไม่ได้งานเดินจนเริ่มเหนื่อยเพราะวันนี้อากาศร้อนมาก ฉันก็เลยเดินไปหาที่นั่งพักที่สวนสาธารณะใกล้ๆ

"เห้อวันนี้จะได้งานไหม" ฉันบ่นกับตัวเองอย่างท้อใจเพราะยังไม่ได้งาน ฉันหาที่นั่งได้แล้วก็เอามือทุบขาทั้งสองข้างของตัวเองเพราะเดินนานหลายกี่โลจนเริ่มเมื่อยแต่พอคิดถึงคำพูดของยายก็ทำให้ฉันมีแรงสู้ ฉันลุกขึ้นยืนแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกความเข้มแข็งให้กับตัวเองเพราะฉันสัญญากับยายไว้แล้วว่าฉันจะอยู่ให้ได้จะไม่ท้อแท้สิ้นหวังฉันจะไม่ทำให้ยายต้องเป็นห่วง ฉันมองซ้ายมองขวาว่าจะไปทางไหนดีก่อนจะเริ่มเดินหางานต่อแต่เดินมาได้ไม่กี่ก้าวสายตาของฉันก็ไปสะดุดกับบางอย่างพอเดินไปดูใกล้ๆปรากฏว่าเป็นคุณยายท่านนึงที่ก็ล้มฟุบอยู่ที่พื้นเหมือนจะเป็นลม ฉันรีบวิ่งเข้าไปดูทันที

ตอน 3

เมษา...

"คุณยายคะคุณยาย" ฉันเรียกคุณยายพร้อมกับประคองศีรษะของท่านที่ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัวใบหน้าของท่านซีดมากจนน่าเป็นห่วง ดูจากลักษณะการแต่งกายแล้วท่านน่าจะมาวิ่งออกกำลังกายแล้วเกิดเป็นลม ดูๆแล้วอายุของท่านน่าจะพอๆกับยายของฉัน ฉันหยิบยาดมออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ฉันมักจะพกติดตัวอยู่เป็นประจำเพราะเวลาเดินหาของเก่ากับยายแล้วอากาศมันร้อนอบอ้าวจนแทบจะเป็นลมฉันก็ได้มันคอยบรรเทาอาการฉันจึงพกเอาไว้ตลอดจนติดเป็นนิสัย ฉันเอายาดมให้ท่านดมจากนั้นฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคนช่วยแต่ตรงที่ฉันกับคุณยายอยู่มันไม่มีคนเดินผ่านเลยเพราะคนไปออกันอยู่ที่ลานกิจกรรมเพราะมีการแสดงการออกกำลังของผู้สูงอายุฉันก็เลยตะโกนออกไปอย่างสุดเสียงเพื่อให้คนอื่นที่อยู่ภายในบริเวณสวนสาธารณะได้ยิน

"ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วยค่ามีคนเป็นลมทางนี้ค่า!!!!" ฉันตะโกนไปก้มมองหน้าคุณยายไปไม่นานจากนั้นก็มีผู้หญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่งวิ่งมาหน้าตาตื่นมา

"ทางนี้ค่า" ฉันโบกมือกวักมือเรียกเพราะกลัวจะไม่เห็น

"คุณท่านคะคุณท่าน คุณท่านเป็นอะไรคะ" หญิงวัยกลางคนอายุน่าจะประมาณห้าสิบปีพอเห็นคุณยายก็มีสีหน้าตกใจซึ่งฉันคิดว่าคงจะเป็นญาติ

"คุณป้าเป็นญาติของคุณยายเหรอคะ"

"ป้าเป็นคนดูแลคุณท่านน่ะ คุณท่านคะคุณท่าน คุณท่าน" หญิงวัยกลางคนพยายามเรียกแต่คุณยายก็ไม่ฟื้นสักทีจนฉันคิดว่าถ้าปล่อยไว้อาจจะแย่เพราะท่านก็แก่มากแล้ว

"เอ่อหนูว่าคุณป้าเรารีบพาคุณยายไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่านะคะ" ฉันบอกกับหญิงวัยกลางคนที่ตอนนี้เหมือนกำลังทำอะไรไม่ถูกท่านคอยจับคอยบีบมือคุณยายตลอดเวลา

"ใช่ๆเราต้องพาคุณท่านไปโรงพยาบาลเดี๋ยวป้าโทรเรียกคนขับรถก่อนนะน่าจะอยู่แถวนี้ หนูช่วยประคองคุณท่านไว้ทีนะ" ฉันพยักหน้าจากนั้นหญิงวัยกลางคนก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดโทรหาคนช่วยซึ่งน่าจะเป็นขับรถตามที่บอก จากนั้นไม่นานก็มีชายวัยกลางคนสวมชุดซาฟารีสีน้ำเงินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก่อนจะอุ้มคุณยายที่ยังไม่รู้สึกตัวไปยังรถตู้สีขาวที่จอดอยู่ไม่ไกล หลังจากที่เห็นว่าคุณยายถูกนำตัวขึ้นรถแล้วฉันก็หมดห่วงไปเปลาะหนึ่งกำลังจะไปหางานต่อแต่...

"หนูอย่าเพิ่งไป" คุณป้าท่านจับมือฉันเอาไว้แล้วมองหน้าฉัน หรือท่านคิดว่าฉันขโมยของๆคุณยาย

"เอ่อคือหนูไม่ได้โขมยอะไรของคุณยายนะคะไม่เชื่อค้นตัวหนูได้เลยค่ะ" ฉันยื่นกระเป๋าสะพายของตัวเองที่มีเอกสารการสมัครงานกับปากกาเท่านั้น

"ป้าไม่ได้คิดแบบนั้นเลยลูก ป้ากำลังจะบอกว่าให้หนูไปที่โรงพยาบาลกับป้าด้วยกัน"

"ไปโรงพยาบาลเหรอคะ??"

"ใช่จ๊ะเพราะหนูคือคนที่ช่วยคุณท่านเอาไว้"

"เอ่อคือว่าหนูกำลังจะไปสมัครงานค่ะ หนูคงไปด้วยไม่ได้จริงๆ" ฉันบอกคุณป้าไปตามความจริงว่าฉันต้องไปหางานทำแต่คุณป้าท่านก็ไม่ฟังดึงมือฉันขึ้นรถมาจนได้

"เรื่องนั้นค่อยว่ากันนะลูก หนูไปกับป้าก่อนนะเพราะป้ากลัวว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก"

ที่โรงพยาบาล....

เรามาถึงโรงพยาบาลในเวลาอันรวดเร็วเพราะมีรถพยาบาลนำทางมาตลอด และตอนนี้ฉันกับคุณป้าและคนขับรถนั่งรอกันหน้าห้องฉุกเฉิน จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงคุณหมอกับคุณพยาบาลก็เดินมาบอกว่าคุณยายปลอดภัยแล้วและกำลังจะพาคุณยายไปห้องพักฟื้น จากนั้นคุณป้าก็จูงมือฉันเดินตามรถเข็นที่คุณยายนอนอยู่มายังห้องพักฟื้นชั้นวีไอพี ฉันมองไปรอบๆห้องด้วยความตื่นเต้นเพราะห้องหรูหรามากเหมือนไม่ใช่ห้องในโรงพยาบาลมันเหมือนห้องพักในโรงแรมห้าดาวที่ฉันเคยไปรับทำงานพาร์ทไทม์เป็นแม่บ้านทำความสะอาดห้องพัก ฉันนั่งอยู่ที่โซฟามุมห้องกับคุณป้ายพร้อมกับมองไปที่เตียงคนไข้ที่มีคุณหมอกับพยาบาลที่กำลังใส่สายน้ำเกลือให้คุณยาย

"อีกสักพักคุณหญิงท่านก็น่าจะฟื้นครับเพราะท่านไม่ได้เป็นอะไรมาก"

"ขอบคุณนะคะคุณหมอ" คุณป้ายกมือไหว้คุณหมอที่มีอายุน้อยกว่าจนคุณหมอต้องรีบรับไหว้แทบไม่ทันก่อนจะออกไปจากห้องเหลือทิ้งไว้แค่ฉันกับคุณป้าแล้วก็คุณยายที่ยังนอนหลับอยู่

หนึ่งชั่วโมงต่อมา...

"ขอบใจหนูมากเลยนะที่ช่วยฉันไว้ถ้าไม่ได้หนูฉันคงแย่" คุณยายขอบคุณฉันหลังจากที่ท่านฟื้นและคุณป้าเล่าให้ท่านฟังว่าฉันเป็นคนช่วยท่านเอาไว้ตอนที่ท่านเป็นลม

"ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย หนูเต็มใจช่วยถึงต่อให้ไม่ใช่หนูถ้าเป็นคนอื่นมาเจอคุณยายเป็นลมเขาก็ต้องช่วยคุณยายเหมือนกันค่ะ"

"แต่ยังไงฉันก็ขอบใจหนูอยู่ดีนั่นแล่ะว่าแต่หนูชื่ออะไรจ๊ะ"

"หนูชื่อเมษาค่ะ"

"หนูเมษาจ๊ะฉันจะอยากตอบแทนหนูที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ รำภาเธอหยิบกระเป๋าออกมาให้ฉันที"

"ได้ค่ะคุณท่าน" ฉันมองไปที่คุณป้าที่ชื่อรำภาท่านลุกไปหยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลแล้วเดินมาที่เตียงคนไข้ จากนั้นคุณยายก็หยิบสมุดเล่มเล็กๆออกมาที่ฉันไม่รู้ว่ามันคือสมุดอะไรท่านเขียนบางอย่างลงไปก่อนจะฉีกมันออกมายื่นให้ฉัน

"อะไรเหรอคะ" ฉันถามโดยที่ยังไม่ได้ยื่นมือไปรับ

"เช็คเงินสดหนึ่งแสนบาทจ๊ะ ฉันให้เป็นรางวัลตอบแทนความดีของหนู"

"ไม่เป็นไรค่ะคุณยายหนูเต็มใจช่วยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน" ฉันรีบปฏิเสธทันทีถึงมันจะเป็นเงินจำนวนเยอะที่ชาตินี้ทั้งชาติฉันคงหาที่ไหนไม่ได้แต่ฉันไม่อยากได้เพราะฉันช่วยท่านไม่ได้หวังเงินทองของรางวัลอะไร

"คุณท่านให้ก็รับไว้เถอะ ถ้าไม่ได้หนูช่วยป่านนี้คุณท่านคงจะอาการแย่กว่านี้"

"ไม่เอาค่ะ หนูไม่รับจริงๆค่ะ" ฉันปฏิเสธแต่คุณป้าก็ไม่ยอมท่านเดินไปหยิบเช็คเงินสดในมือของคุณยายแล้วมาเอามาใส่มือฉัน

แอร๊ดดดดดดดดด

"คุณย่า!!!" ฉันหันไปตามเสียงพร้อมกับมองคนที่เข้ามาใหม่คุณป้ารำภาอาศัยจังหวะนี้เอาเช็คยัดใส่มือฉันทันทีทำให้ตอนนี้เช็คเงินสดจำนวนหนึ่งแสนบาทอยู่ในมือของฉันเรียบร้อยแล้ว

"คุณป้าคะคืออหนูไม่.." ฉันกำลังจะยื่นเช็คคืนแต่คุณป้ารำภาท่านไม่ยอมรับคืน

"คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ" ฉันมองตามผู้ชายแต่งตัวภูมิฐานที่เดินมายืนตรงข้ามคนละฝั่งกับฉัน

"ย่าไม่เป็นอะไรลูก" จากสรรพนามที่เรียกผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นหลานชายของคุณยาย

"ผมตกใจแทบแย่จนต้องรีบออกมาจากห้องประชุมตอนที่รู้ว่าคุณย่าเป็นลมจนต้องเข้าโรงพยาบาล"

"ย่าไม่เป็นอะไรมากหรอกลูก ย่าแค่ไปวิ่งออกกำลังกายแล้วทีนี้แดดมันร้อนย่าก็เลยเป็นลม" ท่านพูดกับหลานของท่านด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทำให้ฉันคิดถึงยายของฉันท่านก็พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แล้วจู่ๆ น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาเพราะคิดถึงยาย ฉันรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองทันทีเพราะตอนนี้ฉันอยู่ท่ามกลางคนที่ฉันไม่รู้จักเลยแม้แต่คนเดียว

"ต่อไปผมสั่งห้ามเลยนะครับห้ามคุณย่าไปออกกำลังกายข้างนอกอีกเด็ดขาด สนามหญ้าบ้านเราก็ออกจะกว้างคุณย่าไม่จำเป็นต้องไปวิ่งออกกำลังกายข้างนอกเลย ถ้าคราวนี้ไม่มีคนช่วยแล้วคุณย่าเป็นอะไรไปผมจะทำยังไงครับ"

"เป็นความผิดของป้าเองค่ะคุณไทด์ที่ไม่ดูแลคุณท่านอย่างใกล้ชิด" คุณป้ารำภาเอ่ยโทษตัวเอง

"ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกรำภา ฉันเป็นคนสั่งให้เธอนั่งรอไม่ต้องเดินตาม"

"แต่ถึงยังไงหน้าที่ดูแลคุณท่านก็เป็นหน้าที่ของรำภานี่คะ"

"เอาล่ะครับไม่ต้องโทษกันไปมาผิดกันทั้งคู่นั่นแล่ะทั้งคุณย่าทั้งป้ารำภา" ฉันลอบมองชายหนุ่มที่ดุคนสูงวัยทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"แล้วนี่ไทด์มาคนเดียวเหรอลูก พีเจล่ะ"

"มันยังไม่เข้าบ้านเลยครับโทรไปก็ปิดเครื่องสงสัยนอนที่คอนโดยังไม่ตื่น"

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167UMC” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167UMC
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
เมื่อ เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ พลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับ ชานนท์ นายตำรวจหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสนิทพี่ชาย จนนำไปสู่เรื่องราวรักสุดซาบซึ้ง ทว่าโชคชะตากลับพรากทั้งลูกและความทรงจำไปจากเธอ ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นหัวใจเธออีกครั้งใน นิยายรัก เรื่องนี้
9.0
56 ตอน
หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
ซ่งเซียง ทุ่มเทห้าปีในฐานะเลขาฯ ข้างกาย แต่กลับถูก เหยียนลี่หาน ทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีคนใหม่ที่มีชีวิตสุดหรูหรา เมื่ออดีตเจ้านายจอมโอหังหวนกลับมาทวงสิทธิ์และคิดว่าเธอยังรัก นิยายประธานบริษัท เรื่องนี้จะพาคุณไปสะใจกับการแก้แค้นสุดเร่าร้อน
9.4
87 ตอน
สะดุดรัก Lady cook.
สะดุดรัก Lady cook.
เมื่อนักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาต้องมาพัวพันกับ 'องุ่น' อดีตสาวสวยที่ผันตัวมาเป็นแม่ค้าอาหารตามสั่งสุดแซ่บ เรื่องราววุ่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้นด้วยหนี้สินก้อนโตที่เขาตามทวงทั้งต้นและดอกเบี้ยอย่างไม่ลดละ พบกับนิยายรักแนวท่านประธานสายเปย์ที่แฝงความเร่าร้อนและชวนลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดเย้ายวนใจ
9.1
57 ตอน
บ่วงรักสัญญาร้าย
บ่วงรักสัญญาร้าย
เมื่อเอกสารผิดพลาดเพียงฉบับเดียวเปลี่ยนชีวิตเธอให้ต้องเผชิญหน้ากับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ นิยายรักแนวท่านประธานสุดเข้มข้นที่นำพาเธอเข้าสู่บ่วงพันธนาการรักแท้ที่ยากจะถอนตัว ร่วมลุ้นไปกับเส้นทางรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและบททดสอบหัวใจที่ไม่มีใครคาดเดาตอนจบได้
9.8
88 ตอน
แค่เมีย ไร้สถานะ
แค่เมีย ไร้สถานะ
จากเพื่อนสนิทสิบปีสู่ความสัมพันธ์ลับในฐานะคู่นอนที่ไร้สถานะ กันตาแอบรักคีรีมาตลอดจึงยอมทนอยู่ใต้เงาของความคลุมเครือ ทว่าทุกคืนเขากลับต้องมานอนกอดเธอเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ แถมยังคอยหึงหวงกักขังเธอไว้ในกรงทองของคำว่าเพื่อน นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นไปกับรักข้างเดียวที่แสนทรมาน
8.2
43 ตอน
ทรายร้อนรัก
ทรายร้อนรัก
นิยายรักร่วมสมัยสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ของสองคู่รัก อารัทธาและฮาน่า พร้อมด้วยธาธีและมิลาน เมื่อความรักแรกพบต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามและภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง พวกเขาจะเลือกสิ่งใดระหว่างความรู้สึกในใจหรือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ร่วมลุ้นไปกับเส้นทางรักแท้สุดซาบซึ้ง
9.6
95 ตอน