ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือของคนที่เพิ่งวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานหลังจากทักทายเพื่อนๆ ในยามเช้าตรู่ต้องรีบคว้ามารับสายก่อนเริ่มงาน...

อยุทธ์ 

ชื่อบนหน้าจอทำให้มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นมันเข้า

“วันนี้หกโมงเย็นคุณต้องพร้อมออกเดินทาง เดี๋ยวจะมีรถไปรับที่หน้าบ้าน” เสียงห้าวทุ้มของคนที่เคยชินกับการสั่งการทำให้คิ้วหญิงสาวขมวด

“แต่ว่า...”

“นี่คือคำสั่ง” คำพูดสั้นๆ ที่กร้าวขึ้นทำให้ริมฝีปากคนที่กำลังจะเถียงหุบฉับ

“ค่ะ” ทำได้เพียงตอบรับสั้นๆ แล้วเขาก็วางสายไปโดยไร้ซึ่งการเอ่ยลาเป็นพิธีรีตองใดๆ ทั้งสิ้น

บุษกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ปิดเสียงและวางโทรศัพท์ในกระเป๋าถือก่อนหันมาสนใจโต๊ะทำงานที่กำลังจะกลายเป็นอดีต

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วสินะที่หล่อนจะต้องทำงานที่นี่...

ปลายปากกาขีดเขียนรูปกากบาทบนวันสิ้นสุดของเดือนบนหน้าปฏิทินด้วยปฏิกิริยาที่เหม่อลอย ทอดถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน นัยน์ตาเศร้าไม่อาจปกปิดความรู้สึกกับเพื่อนร่วมงานได้...

“บัว... วันนี้วันทำงานวันสุดท้ายของเธอแล้ว พวกเราขอไปเลี้ยงส่งได้ไหม เปลี่ยนใจเถอะนะ”

คำพูดของเพื่อนโต๊ะทำงานข้างๆ ที่เลื่อนโต๊ะมานั่งบีบแขนเธอทำให้บุษกรยิ้มเจื่อน... ไมตรีของผองเผื่อนในที่ร่วมงานเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หล่อนอาลัยที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวมาตลอดสองปีหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ถ้าเพียงแต่ชีวิตหล่อนไม่ผกผันคว่ำหงายราวโชคชะตากลั่นแกล้ง หล่อนก็คงร่วมทีมการตลาดของบริษัทอย่างมีความสุข แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน วันหนึ่งมีความสุขความทุกข์ก็เข้ามาเบียดแทรกได้ง่ายๆ โดยไม่อาจก้าวหนีพ้น

“เราขอโทษนะ เราต้องรีบไปต่างจังหวัด เราขอบคุณทุกคนนะ แค่ของขวัญที่ให้มาก่อนเปลี่ยนงานและก็ที่มีงานเลี้ยงเล็กๆ ในบริษัทวันก่อนก็ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรแล้ว ไม่ต้องเลี้ยงหรอกช่วงนี้ใกล้ปิดไตรมาสทุกคนคงยุ่งกับการปิดยอดเราไม่กวนดีกว่า” เงยหน้ามองเพื่อนๆ รอบโต๊ะทำงานทุกคนด้วยแววตาประกายความขอบคุณ

“ทำไมบัวดูเหมือนไม่มีความสุขที่ได้งานใหม่เลย” ณพล เพื่อนคู่หูในแผนกเปรยคำพูดที่เขาพูดตลอดตั้งแต่เธอยื่นใบลาออก

“คนจะเปลี่ยนงานใหม่ มันก็เครียดสารพัดล่ะไอ้พล... ไม่รู้จะดีขึ้นอย่างที่คิดหรือเปล่า” ปานัทเพื่อนอีกคนเอ่ยแก้ต่างให้

“ถ้าบัวมีปัญหาอะไร ไม่สบายใจเรื่องอะไร บอกเราได้เสมอนะถึงไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม”  ณพลบอก

บุษกรยังคงยิ้มเนือยๆ ให้ผองเพื่อนร่วมงานที่กำลังจะกลายเป็นอดีตทันทีหลังห้าโมงเย็นวันนี้

รู้ดีว่าทุกคนเป็นห่วง แต่ปัญหาของเธอมันเป็นปัญหาที่ใครต่อใครฟังแล้วก็คงไม่เข้าใจ และคงไม่มีใครช่วยแก้มันได้... นอกจากตัวเธอเอง

ตอน 2

“บัว... วันนี้วันทำงานวันสุดท้ายของเธอแล้ว พวกเราขอไปเลี้ยงส่งได้ไหม เปลี่ยนใจเถอะนะ”

คำพูดของเพื่อนโต๊ะทำงานข้างๆ ที่เลื่อนโต๊ะมานั่งบีบแขนเธอทำให้บุลลายิ้มเจื่อน... ไมตรีของผองเผื่อนในที่ร่วมงานเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หล่อนอาลัยที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวมาตลอดสองปีหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ถ้าเพียงแต่ชีวิตหล่อนไม่ผกผันคว่ำหงายราวโชคชะตากลั่นแกล้ง หล่อนก็คงร่วมทีมการตลาดของบริษัทอย่างมีความสุข แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน วันหนึ่งมีความสุขความทุกข์ก็เข้ามาเบียดแทรกได้ง่ายๆ โดยไม่อาจก้าวหนีพ้น

“เราขอโทษนะ เราต้องรีบไปต่างจังหวัด เราขอบคุณทุกคนนะ แค่ของขวัญที่ให้มาก่อนเปลี่ยนงานและก็ที่มีงานเลี้ยงเล็กๆ ในบริษัทวันก่อนก็ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรแล้ว ไม่ต้องเลี้ยงหรอกช่วงนี้ใกล้ปิดไตรมาสทุกคนคงยุ่งกับการปิดยอดเราไม่กวนดีกว่า” เงยหน้ามองเพื่อนๆ รอบโต๊ะทำงานทุกคนด้วยแววตาประกายความขอบคุณ

“ทำไมบัวดูเหมือนไม่มีความสุขที่ได้งานใหม่เลย” ณพล เพื่อนคู่หูในแผนกเปรยคำพูดที่เขาพูดตลอดตั้งแต่หล่อนยื่นใบลาออก

“คนจะเปลี่ยนงานใหม่ มันก็เครียดสารพัดล่ะไอ้พล... ไม่รู้จะดีขึ้นอย่างที่คิดหรือเปล่า” ปานัทเพื่อนอีกคนเอ่ยแก้ต่างให้

“ถ้าบัวมีปัญหาอะไร ไม่สบายใจเรื่องอะไร บอกเราได้เสมอนะถึงไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม”  ณพลบอก

บุษกรยังคงยิ้มเนือยๆ ให้ผองเพื่อนร่วมงานที่กำลังจะกลายเป็นอดีตทันทีหลังห้าโมงเย็นวันนี้

รู้ดีว่าทุกคนเป็นห่วง แต่ปัญหาของเธอมันเป็นปัญหาที่ใครต่อใครฟังแล้วก็คงไม่เข้าใจ และคงไม่มีใครช่วยแก้มันได้... นอกจากตัวหล่อนเอง

ตรงเวลานัดหมาย รถจี๊ปคันใหญ่ทะมึนแล่นเข้ามาจอดหน้ารั้วบ้านเกรียงไกรตระกูล 

เพียงมองผ่านลอดรั้วออกไปก้อนแข็งก็จุกอยู่ในลำคอ...

“บัว... อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายนะลูก ไม่ว่าลูกจะเข้าบ้านนั้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทำตัวเป็นเด็กน่ารักว่านอนสอนง่ายอย่างที่แม่บอกนะลูก จำเอาไว้นะว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้” มือที่กำชับมือของหญิงสาวเอาไว้...

“แม่ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ”

“หนูก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ ส่งข่าวส่งคราวพ่อกับแม่บ้าง อย่าเงียบหายไปนะลูก”

คนเป็นแม่น้ำตารื้นในตา... บุษกรโผเข้าไปกอดมารดาแน่น ใช้สัมผัสแทนคำอำลาก่อนจะยกมือไหว้อ่อนช้อยแล้วย่อตัวคว้ากระเป๋าเดินออกมาหน้าบ้าน หญิงสาวขอร้องไม่ให้นางจันทร์ดาผู้เป็นมารดาเดินออกมาส่งเพราะไม่อยากร้องไห้ระงมกันทั้งคู่...

น่าแปลกใจที่คนที่เปิดประตูรถให้หล่อนไม่ใช่อยุทธ์ แต่เป็นลูกน้องของเขาที่ชื่อทรัพย์ หญิงสาวพยักหน้าขอบคุณแล้วเดินเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง...

“นายให้ผมมารับคุณบัว... ท่านคุยกับคนบ้านคุณบัวแล้วว่าจะมีคนมารับ ไม่เข้ามากราบผู้ใหญ่”

บุษกรพยักหน้าบอกว่าหล่อนเข้าใจดีว่าเขาคงไม่สละเวลาอันมีค่ามารับหล่อนด้วยตัวเองหรอก... กอดกระเป๋าใบเล็กที่หอบหิ้วติดกายและเงียบไปตลอดทาง

ในหัวสมองนึกไปถึงเรื่องราวที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิต...

เดิมทีครอบครัวของบุษกรอยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่และลูกสาว ฐานะทางบ้านระดับปานกลาง พ่อทำงานบริษัทที่มั่นคงแม่เป็นแม่บ้านและทำงานเล็กน้อยหารายได้พิเศษเลี้ยงลูกจนเรียนจบปริญญา

พ่อกับแม่เคยเล่าว่าที่บ้านเคยลำบากมาก ตัวบ้านเกือบจะถูกยึด ข้าวสารไม่มีจะกรอกหม้อเพราะพ่อไปลงทุนเกี่ยวกับการค้าที่ดินและถูกเพื่อนร่วมหุ้นเอาเปรียบทั้งยังโกงเสียยับ

ตอนที่ลำบากไม่มีที่ซุกหัวนอนก็ยังมีคนใจดียื่นมือเข้ามาช่วย เพื่อนพ่อชื่อลุงอินทร์ที่ทำไร่กาแฟอยู่ทางใต้ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยไถ่บ้านและให้เงินมาตั้งต้นใหม่ก้อนหนึ่งและได้พูดว่าอยากให้ลูกชายคนเดียวของท่านแต่งงานกับลูกสาวของบ้านเกรียงไกรตระกูล เพราะบุญคุณเพื่อนท่วมหัวบิดาจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะยกลูกสาวให้อีกฝ่ายเป็นการตอบแทน

หลังจากนั้นบิดาของบุษกรตั้งตัวได้และทำงานประจำในบริษัทผู้ผลิตคอนโดมิเนียมยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับการจัดสรรจัดหาที่ดินซึ่งเป็นงานถนัดของท่าน ส่งลูกสาวเรียนจนจบตัวท่านเองยังไปมาหาสู่เพื่อนอยู่เสมอแต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องงานแต่งงานขึ้นอีก จนเดือนก่อนลุงอินทร์เข้ากรุงและมาเจรจากับพ่อเพื่อทวงคำสัญญา 

พิธีวิวาห์เล็กๆ เงียบๆ จึงถูกตระเตรียมขึ้นโดยการตกลงของผู้ใหญ่ โดยที่คนที่จะแต่งงานกันนั้นไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่เคยรู้จักกันเลยสักนิดเดียว 

วันนั้น วันที่ท้องฟ้าอาบสีอ่อนโยนในยามเช้าตรู่ บุษกรตื่นมาพร้อมกับความอ่อนเพลียเพราะเตรียมการเกี่ยวกับงานมงคลที่จะจัดขึ้นในบ้านเกรียงไกรตระกูลมาหลายวัน งบจัดงานที่ไม่ค่อยมากมายทำให้บุลลากับจันทร์ดาช่วยกันเตรียมการ์ดเชิญ จัดของชำร่วย เตรียมงาน เตรียมของทำบุญและของรับไหว้ผู้ใหญ่วันแต่งช่วยกันโดยอาศัยวันหยุดและเวลาหลังเลิกงานของหญิงสาวมาช่วยมารดาหยิบจับเพราะสงสารผู้เป็นแม่ไม่อยากให้เหนื่อยคนเดียว หล่อนไม่คัดค้านเรื่องการแต่งงานเพราะหลังจากที่ลุงอินทร์พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา พ่อกับแม่ก็เข้ามาคุยกับหล่อน

 “บัว ช่วยพ่อกับแม่ตอบแทนลุงอินทร์ด้วยนะลูก”

น้ำคำอ้อนวอนเจือสะอื้นของมารดาเพราะเห็นใจหล่อนที่ไม่รู้เรื่องการหมั้นหมายมาก่อนทำให้อึดอัด แต่บุษกรเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายสำหรับพ่อแม่เสมอ ไม่เคยขัดข้องอะไรหากพวกท่านร้องขอ

“เราไม่มีทางออกอื่นแล้วใช่ไหมคะ”

ใบหน้าหนักใจของบิดาและน้ำตาของมารดาทำให้หล่อนได้คำตอบแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ปริปากพูดอะไร

จากนั้นมาหล่อนก็ยินดีและยอมรับเรื่องแต่งงานอย่างว่าง่ายแม้ในใจจะไม่ใคร่ยินดีนักก็ตาม

.................

ตอน 3

แม้จะอดนอนจนดวงตาอิดโรยแต่จับแต่งองค์ทรงเครื่องสวมชุดไทยแบบผ้าซิ่นห่มสไบก็พร้อมเป็นเจ้าสาวได้แล้ว ขบวนขันหมากแห่มาถึงหล่อนจึงได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวครั้งแรก เขาดูดีกว่าที่คิดไว้มาก มากจนคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

วงหน้าหล่อคมของเขาเคร่งขรึมจนหนาววาบยามเผลอสบตาคมปลาบนั่นเข้า... ผิวขาวจัดของเขาต่างจากที่จินตนาการไว้ว่าเขาต้องผิวเข้มเพราะทำไร่ทำสวน

เรือนร่างเขาสูงใหญ่ท่วมหัวหล่อนเยอะพอสมควรจึงดูเทอะทะนักเมื่อยามที่ต้องนั่งพับเพียบเข้าพิธีหมั้น หล่อนไม่กล้าสบตามองเขาอีกสักนิดเดียวจากนั้น สายตาจดอยู่แค่บ่ากว้างและแผงอกของเขาเท่านั้นจนพิธีรีตองเท่าที่ใจผู้ใหญ่ปรารถนาจบลง ลุงอินทร์ที่หน้าตาแจ่มใสกว่าลูกชายหลายเท่าเอ่ยบอก

“เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย ส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ... รีบๆ เถอะ เดี๋ยวเสียฤกษ์”

“พ่อครับ” เป็นครั้งแรกที่บุลลาได้ยินเสียงทุ้มกังวานของเขา เสียงนั้นเหมือนจะเรียกบิดาอย่างห้ามปราม

“แต่งงานกันก็ต้องเข้าหอตามพิธีให้อยู่เย็นเป็นสุข รีบเข้าเถอะ เดี๋ยวบ่ายๆ เราต้องกลับไร่กันแล้ว”

เหมือนการกลับจะเป็นดั่งประกาศิตสั่งให้เขาทำตามอย่างว่าง่าย หล่อนกังวลเรื่องการเข้าหอและมองมารดาตาละห้อย 

“เดี๋ยวค่อยคุยกันนะลูก” มารดากระซิบบอกเพียงเท่านั้น บุลลาจึงจำใจเดินลากขาเข้าไปห้องหอที่หล่อนจัดทำความสะอาดและจัดที่นอนหมอนมุ้งเองกับมือ...

มาถึงขั้นนี้แล้วหล่อนกับเขาก็สถานะไม่ต่างกันผู้ใหญ่บอกอย่างไรจัดแจงอย่างไร ก็ต้องทำตามอย่างนั้น...

ณ วินาทีที่นอนเคียงร่างสูงอยู่บนเตรียมที่โรยกลีบกุหลาบหอมกรุ่น บุลลาอยากหลับตาลงไปแล้วคิดว่าทุกอย่างคือความฝัน... หรืออีกที หลับไปแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาเลยก็ดี

“นี่เธอ...หลับจริงหรือไง” ปลายนิ้วของอยุทธ์สะกิดที่ไหล่หล่อนทำให้คนที่เผลอวูบหลับเพราะความเหนื่อยอ่อนสะดุ้งและลุกขึ้นมาขยี้ตา มองสบนัยน์ตาแข็งกร้าวของเขาแล้วก็ตัวอ่อนเกือบทรงตัวไม่อยู่โดยไม่มีเหตุผล ผู้ใหญ่ปล่อยหล่อนกับเขาทิ้งไว้สั่งให้อยู่ก่อนสักครู่ แล้วค่อยตามออกไปหารือกันด้านนอก แต่หล่อนเผลอหลับทันทีที่หัวถึงหมอน เขายืนกอดอกมองอยู่ 

น่าอายจริงๆ

“ขอโทษค่ะ”

เสียงพูดอุบอิบและอาการหาวหวอดของหล่อนทำให้รอยยิ้มเยาะผุดบนใบหน้าเขา

“แค่นี้ก็เหนื่อย พ่อแม่เธอยังคิดจะส่งไปเป็นเมียชาวไร่ชาวสวน จะรอดหรือยังไงกัน” พูดสบประมาทจนคนที่ไม่คิดว่าเขาจะตั้งตัวเป็นอริด้วยอึ้งงัน เขาหันหลังให้และเดินออกไปก่อนโดยไม่แยแสอะไร...

บุลลาเดินตามออกมาแล้วถึงได้รู้ว่าผู้ใหญ่คุยกันแล้วว่าทางฝ่ายเจ้าบ่าวตกลงกันแล้วว่าจะให้หล่อนลาออกจากงานในสิ้นเดือนนี้แล้วอยุทธ์จะเป็นฝ่ายมารับ

หญิงสาวนิ่งไม่ปริปากเห็นด้วยหรือว่าคัดค้าน อยุทธ์เองก็เช่นกัน ก่อนจะแยกตัวไปผู้ใหญ่ได้สั่งให้เขากับหล่อนแลกนามบัตรกันเอาไว้

“เด็กๆ สมัยนี้เขาไม่ต้องโทรหากันแค่มีเบอร์กันเขาก็คุยกันได้” ลุงอินทร์ผู้เป็นคนสั่งการเอ่ยบอกยิ้มๆ ...

มันก็จริงอย่างที่ท่านว่าแต่แม้จะมีหมายเลขโทรศัพท์และไอดีของโซเชียลออนไลน์ของกันและกัน แต่เขากับหล่อนก็ไม่เคยคุยกันแม้แต่คำเดียว...

จนตอนนี้บุลลาก็ยังคิดไม่ออกว่าจะร่วมหอลงโรงกับเขายังไงกัน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TGV” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TGV
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

โซ่เสน่หานายหัว
โซ่เสน่หานายหัว
เมื่อ ปณาลี นักข่าวสาวใจกล้าปลอมตัวเข้าไปสืบหาความจริงในเกาะส่วนตัวของ นายหัวไกร มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากร ท่ามกลางอันตรายและไฟปรารถนาที่เขาใช้พันธนาการเธอไว้ด้วยความเร่าร้อน เธอจะเปิดโปงความจริงหรือจะตกเป็นเหยื่อในกรงขังเสน่หาครั้งนี้ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่ห้ามพลาด
9.5
71 ตอน
ทาสเสน่หาชีคจอมเถื่อน
ทาสเสน่หาชีคจอมเถื่อน
เมื่ออารียา ครูสาวผู้ไร้เดียงสาถูกดึงเข้าสู่วังวนเพลิงปรารถนาของชีควาคิล รัชทายาทผู้ทรงอำนาจด้วยความเข้าใจผิด ท่ามกลางไฟแค้นและเล่ห์กลอันเร่าร้อนในฮาเร็ม เธอพยายามต่อต้านแต่ไม่อาจต้านทานบทพิศวาสนี้ได้ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่ชวนให้ลุ้นว่าความแค้นจะกลายเป็นรักแท้ได้อย่างไร
8.0
45 ตอน
บันทึกลับ
บันทึกลับ
เมื่อวิวาห์หวานกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเร่าร้อน ดารินต้องเผชิญกับสัมผัสแรกที่เต็มไปด้วยความประหม่าและเสน่หาจากจักร สามีผู้แสนเร่าร้อนที่พร้อมจะมอบบทเรียนรักสุดรัญจวนในทุกค่ำคืน ร่วมพิสูจน์นิยายรักโรแมนติกที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรง อ่านนิยายฟรีที่จะพาคุณไปสัมผัสความลึกซึ้งที่เกินจินตนาการ
8.2
100 ตอน
สวาทร้ายซ่อนรัก
สวาทร้ายซ่อนรัก
เมื่อแอลลี่ต้องเผชิญหน้ากับไทเลอร์ ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจและรุกรานห้วงอารมณ์อันแสนเย้ายวน ความใกล้ชิดที่ร้อนแรงและสัมผัสอันลึกซึ้งกลายเป็นบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว นิยายรักโรแมนติกสุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับความปรารถนาที่ซ่อนเร้นและการเติมเต็มหัวใจที่เคยอ้างว้าง
9.6
95 ตอน
ล้วงรักจอมวายร้าย
ล้วงรักจอมวายร้าย
เมื่ออันนาตกเป็นเป้าสายตาเพราะตามตื้อเฮคเตอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มสุดฮอต ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนจากข้อตกลงลับจึงกลายเป็นพันธะผูกมัด แม้เธอจะบอกว่าเป็นแค่ความผิดพลาด แต่เพลย์บอยตัวร้ายอย่างเขาไม่มีวันปล่อยเธอไป นิยายรักประธานบริษัทเรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นไปกับเกมรักสุดเร่าร้อน
8.7
63 ตอน
เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
เมื่อสาวผู้คลั่งไคล้ของมีค่าพยายามหนีห่างจากมหาเศรษฐีจอมตื๊อ แต่ยิ่งหนีเขากลับยิ่งรุกหนักด้วยการขนสมบัติมาเปย์ให้แบบจัดเต็มราวกับรถสิบล้อ นิยายรักแนวท่านประธานสายเปย์ที่จะทำให้คุณฟินไปกับความร่ำรวยและการจีบสุดตระการตา เธอจะต้านทานเสน่ห์ของสิ่งของล้ำค่าและความรักครั้งนี้ได้นานแค่ไหน
8.4
100 ตอน