ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ตอนที่ 1

ชายหนุ่มร่างหนานามว่า “ธราเทพ” ยืนเอนกายอิงเสาเหล็ก ทอดสายตามองไปยังหญิงสาวร่างสูงโปร่งใส่เดรสสีเงิน ปล่อยชายยาวลงไปตามลำขาเสลา เนื้อผ้าผ่าเล็กน้อย เพื่อคนในจะได้โชว์ผิวนวลลออ บางส่วนของตัวเสื้อและกระโปรงประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กเรียงกันเป็นแถวยาว สะท้อนกับแสงไฟที่ส่องมาขับเน้นความสวยและน่ารักของคนใส่

ธราเทพมองเค้าโครงหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ปากนิดจมูกหน่อยรับกันไปเสียหมด ตั้งแต่พวงแก้มอิ่มเต็มเป็นสีชมพูด้วยผิวเนื้อนาง ดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน จมูกโด่งได้สันรับกับริมฝีปากรูปกระจับอิ่มเต็มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อ เรียกได้ว่าหนุ่มใดเดินผ่านจะต้องหยุดและเหลียวมองกลับมาทุกราย

มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อย ‘สวยอย่างนี้นี่เอง เปรมมิกาถึงได้ตกกระป๋อง’

ธราเทพปาบุหรี่ทิ้งทั้งที่เริ่มต้นอัดควันร้ายเข้าปอดได้เพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง ปกติแล้วเขาไม่เคยแตะต้องของเสพติดพวกนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเหล้ายาหรือบุหรี่ ยกเว้นว่าเครียดจัดจริงๆ ถึงจะใช้มันเพื่อช่วยผ่อนคลายและหาทางออกให้กับตัวเอง ถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งดี แต่บางครั้งก็ช่วยให้เขามีทางออกได้เหมือนกัน

ธราเทพอัดลมหายใจเข้าปอดเต็มรัก ก่อนจะเดินไปหาสาวสวยที่ออกอาการรำคาญหนุ่มจอมเจ้าชู้ที่คอยแทะโลม และความจอแจในห้องโถงของโรงแรมที่ใช้จัดงานโชว์อัญมณีเลื่องลือชื่อของประเทศ ซึ่งคราวนี้เลือกที่จะมาจัดงานยังเกาะภูเก็ต จังหวัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเรื่องของความสวยงามทางทะเลและธรรมชาติ อีกส่วนเพราะต้องการดึงเอานักช็อปให้มาท่องเที่ยวภายในประเทศ

“สวัสดีครับคุณเกร็ดแก้ว”

เมื่อหญิงสาวหันมาตามเสียงเรียก ธราเทพถึงกับตกตะลึง ดูไกลๆ และจากภาพถ่ายที่ได้มา เขาว่าผู้หญิงตรงหน้าสวยแล้ว แต่พอได้เจอหน้าจังๆ เขาถึงกับร้องครางในลำคอ รู้สึกหิวกระหายขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผู้หญิงตรงหน้าช่างสวยงามเหมือนกับนางฟ้าที่อยู่บนสวรรค์ ปากคอคิ้วคางช่างเหมาะเจาะกันราวกับรูปปั้นนางอัปสรก็ไม่ปาน

“คะ...คุณเรียกฉันหรือคะ?”

แม้กระทั่งหน้าตามยามที่เธอไม่แน่ใจ คิ้วโก่งได้รูปขมวดเข้าหากัน จมูกโด่งได้รูปเชิดขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอแย้มน้อยๆ ทำเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเฮือก ร่างกายเกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ที่สะกดกลั้นได้อย่างยากเย็นเหลือเกิน

ธราเทพค่อนข้างแปลกใจ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ปลุกความต้องการที่หลับใหลอยู่ในตัวเขาขึ้นมาอย่างง่ายดายและรวดเร็ว หรือจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงมานาน เกือบจะเป็นปีเห็นจะได้ เพราะมัวแต่ทำงาน แต่...ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะมีผู้หญิงหลายคนหาทางใช้เสน่ห์มารยา ชนิดแอบเข้าไปในห้องนอนเปลื้องผ้าหมายยั่วยวนจับเขาเป็นสามีก็ทำมาแล้ว ความรู้สึกที่เขามีในตอนนั้นคือความรังเกียจและรำคาญ

ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์เบื้องล่างมามีอำนาจเหนือสติ ขณะที่หญิงสาวเองก็หงุดหงิดจนเก็บอาการไม่ไหว ใบหน้าเริ่มบูดบึ้งหงิกงอ ดวงตาออกแววรังเกียจรำคาญ เหมือนกับเขาเป็นไส้เดือนกิ้งกือ

“คุณเรียกฉันหรือเปล่า”

ถึงเขาจะรู้สึกพึงใจในรูปโฉมที่ชวนมอง สัดส่วนชวนให้เกิดความปรารถนา แต่คำพูดกลับไม่ชวนฟังเลยนิดเดียว

ชายหนุ่มมองใบหน้านวลเนียน เรือนกายโปร่งบาง ก่อนจะสบกับดวงตากลมโตที่เริ่มส่งประกายเกรี้ยวกราดออกมาเรื่อยๆ

ดูท่าผู้หญิงตรงหน้าจะเป็นคนอารมณ์ทั้งร้อนและร้ายใช่ย่อย ดูตาซิ...เขียวปั้ดเชียว ดูงานนี้เขาคงจะต้องรับศึกหนัก ไม่รู้ว่าจะเหนื่อยซะก่อนหรือเปล่า กว่าที่จะปราบแม่เจ้าประคุณจนอยู่หมัด

“เรารู้จักกันหรือคะ” เกร็ดแก้วถามเสียงขุ่น เธอยกมือขึ้นกอดอก รู้สึกแปลกๆ ขนกายลุกชันกับการมองเหมือนไม่ให้เกียรติของชายตรงหน้า เธอถลึงตาใส่ให้รู้ว่ากำลังโกรธนะ แต่ยังไม่อยากด่าให้มันเสียปาก

ธราเทพยิ้มตรงมุมปาก ขนาดแม่เจ้าประคุณขึ้นเสียงใส่เขานะ เสียงยังใสเหมือนกับระฆังเชียว ดีกว่าเสียงแหลมๆ เล็กๆ ราวกับลำโพงงานวัดของผู้หญิงสองสามคนที่คอยตามตื้อเข้าอยู่ที่บ้านเสียอีก

แล้วธราเทพก็เกิดความคิดดีๆ ขึ้น ใบหน้าคมกร้านแดดเพราะทำงานหนักมีรอยยิ้มแต้ม ดวงตาเปล่งประกายวาววับ

อืม...ถ้าเขาทำอย่างที่เพื่อนแนะนำ หากอยากจะไล่พวกสาวน้อยสาวใหญ่ที่หัวใจไม่พึงประสงค์ คนที่ตามติดเหมือนกับแมลงหวี่แมลงวันตามตอมอึพวกนั้นออกไปจากวงจรชีวิตได้ละก็...คุ้มค่าอยู่นะ

“ว่างไงคุณ มัวแต่ยืนยิ้มเหมือนกับคนบ้าอยู่นั่นแหละ ถ้าไม่มีอะไรฉันจะได้ไปเสียที ป่านนี้คนในงานคงจะคอยแย่แล้ว” เกร็ดแก้วถามและบ่นพึมพำไปในตัว

ตอนแรกเข้าใจว่าพี่สตาฟให้ลูกน้องมาตามไปเปลี่ยนชุด เพราะหลังจากเดินแฟชั่นเสร็จ ด้วยความที่เธอมีอาการปวดหัวเป็นไข้อยู่ก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างฉับพลัน จนต้องรีบหนีความจ้อกแจ้กจอแจออกมาสูดอากาศภายนอก แต่กลับถูกขัดจังหวะจากใครก็ไม่รู้ ดูท่าทางห่ามๆ และเถื่อนๆ ชอบกล คงเป็นเพราะเค้าโครงหน้าที่ดูเข้มอย่างชายไทยแท้ ไหนจะรูปร่างที่บึกบึนแข็งแกร่งนั่นอีก เล่นเอาใจสั่นไหวอย่างไม่ทันจะรู้ตัว แต่พอพูดขึ้นเท่านั้นแหละ อย่างกับพวกบ้านนอก มีแต่กลิ่นโคลนสาบควายหลงมาในเมืองใหญ่ที่มีแต่ความเจริญ ทำให้ขัดลูกหูลูกตาเสียจริงๆ

“จะรีบไปไหนละครับคุณเกร็ดแก้ว อยู่คุยกับผมสักครู่ก่อนซิครับ”

ธราเทพยื่นมือไปคว้าแขนเรียวยาวและดึงเข้าหาตัว เขาสอดแขนรัดเข้าที่สะเอวเล็กคอด โน้มใบหน้าลงไปปิดเรียวปากอวบอิ่มก่อนที่เกร็ดแก้วจะร้องขอความช่วยเหลือ

“อื้อ...อื้อ... (ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ไอ้คนสกปรก...) ” เกร็ดแก้วเบี่ยงหน้าหนี แต่ริมฝีปากหนาก็ยังตามติด มือที่ยังไม่ถูกจับเอาไว้พยายามยกขึ้นทุบตีและดันกายแกร่งออก เธอพยายามกระทืบเท้าลงไปบนเท้าใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าจะถูกรู้ทันไปเสียทุกทาง ชายหนุ่มสอดขาแข็งแกร่งแทรกระหว่างขาเรียวยาว ชายหนุ่มยังจับมือเรียวไพล่ไปด้านหลัง

‘อืม...หวานดีแฮะ’

ชายหนุ่มขบเม้มกลีบปากนุ่ม พยายามซอกซอนปลายลิ้นล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากหวังจะขอชิมรสหวานนุ่ม แต่เกร็ดแก้วก็ขัดขืนหนัก นอกจากจะพยายามทำร้ายร่างกายเขา เธอยังพยายามเอาคืนด้วย แต่ธราเทพก็ไม่ยอมแพ้ เขามีวิธีการทำให้หญิงสาวยอมเปิดปากได้

ชายหนุ่มลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มที่ปราศจากอาภรณ์ปกปิด เพราะชุดที่หญิงสาวใส่นั้นเว้าลงไปจนถึงบั้นท้าย แต่ก็ยังไม่ทำให้เกร็ดแก้วยอมเผยอปาก เขาจึงเคลื่อนมือด้านหน้าอย่างช้าๆ เพียงถึงเนินเนื้ออกสร้าง...

“อื้อ”

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เผลอเผยอปากด้วยตกตะลึง กายสั่นสะท้าน ท้องน้อยเหมือนกับมีลูกไฟร้อนวิ่งวนอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่เคยถูกใครจูบมา แต่ไม่เคยรู้สึกเหมือนเจอแสบวับวาวแบบนี้ แต่...เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น เกร็ดแก้วก็รู้สึกอึดอัดเมื่อเจอกับกลิ่นหอมเอียนๆ ที่แตะบนจมูก ทำ มันชวนให้ง่วงนอน ก่อนดวงตากลมโตจะปิดลง กายโปร่งบางตัวอ่อนระทวย เอนหน้าซบกับบ่ากว้าง

ธราเทพมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาและเกร็ดแก้ว ส่วนหนึ่งเพราะมันอยู่ลึกเข้ามาด้านใน และอีกหนึ่งคือทุกคนมัวแต่มองอัญมณีตามแท่นที่วางไว้ เมื่อสบโอกาสเขาก็รีบช้อนร่างโปร่งบางเดินลัดเลาะสุมทุมพุ่มไม้ไปทางด้านหลังของโรงแรมที่ใช้จัดงาน ที่ซึ่งเขาจอดรถแอบซ่อนไว้ จัดแจงวางร่างโปร่งบางทำให้ดูเหมือนหญิงสาวกำลังหลับ

‘ขอโทษด้วยนะเกร็ดแก้ว แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ น้องสาวเพื่อนผมก็ไม่สามารถเคลียร์ปัญหาส่วนตัวได้’

ชายหนุ่มปิดประตูรถและรีบอ้อมไปยังฝั่งคนขับ นำรถออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีใครมาเห็นว่าเขากำลังจะทำอะไรอยู่และแผนการที่วางไว้ก็จะถูกขัดขวาง

ตอน 2

ตอนที่ 2

ธราเทพเคลื่อนรถเข้าไปจอดในโรงรถอย่างช้าๆ ถึงคนในบ้านจะไม่ตื่นแม้จะได้ยินเสียงรถก็ตาม เพราะบ้านเขาอยู่ติดถนนใหญ่ มีรถราแล่นวุ่นทั้งคืนทั้งวัน แต่ถึงจะเป้นอย่างนั้น เขาก็ยังทำทุกอย่างให้เบาและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่ต้องการให้คนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเจอกับสิ่งที่เขาทำอยู่

ชายหนุ่มช้อนร่างโปร่งบางพาเดินลัดเลาะผ่านตัวบ้านซึ่งสร้างด้วยอิฐบล็อกที่ยังไม่ทันจะได้ฉาบ เพราะทุนในการก่อสร้างหมดเสียก่อนไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งมีการทำประตูด้านข้างไว้ เพราะแม่คิดว่าเขาเป็นชายหนุ่ม ที่คงจะมีเหตุและเรื่องราวที่ต้องออกนอกบ้านโดยไม่ต้องการให้คนในบ้านรู้

อีกทั้งหน้าที่การงาน บางทีก็ทำให้ต้องกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ แล้วเขาก็เกรงใจแม่ ถ้าจะให้ท่านนั่งคอยเปิดประตูให้ เลยตกลงที่จะทำห้องที่มีประตูเชื่อมกับบ้านใหญ่ เมื่อไหร่ที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัวก็เข้าออกทางประตูนี้ได้

ด้วยความเคยชิน ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ อีกทั้งคืนนี้ก็ยังมีแสงจากพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวส่องสว่างให้เห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ เตียงที่รองรับร่างใหญ่และแข็งแกร่งนั้นอยู่ตรงส่วนใดของห้อง

ชายหนุ่มวางร่างโปร่งบางลงบนเตียง พร้อมกับพ่นลมออกทางปาก สองมือใหญ่ยกขึ้นเท้าสะเอว

ดูว่าตอนแรกเกร็ดแก้วมีรูปร่างโปร่งบางสะโอดสะอง แต่พอได้อุ้มเข้าจริงๆ ก็เล่นเอาเหงื่อตกได้ไม่น้อย ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนที่จะทำงานชิ้นต่อไปจนเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงเคียงข้างกับเกร็ดแก้ว

ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเมื่อแม่เจ้าประคุณตื่นมาเจอกับสภาพที่เขาทำไว้ เธอจะกรีดจนขี้ในหูเขาจะเต้นออกมาวิ่งอยู่ข้างนอกหรือเปล่า

ชายหนุ่มหันตัวเข้าหาคนที่นอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว นิ้วยาวไล้บนใบหน้านวลขาวรูปไข่ ถ้าได้เจอกันในสภาพปกติ ไม่มีเรื่องของเปรมมิกา น้ำหน้าอย่างเขาคงไม่ได้เข้าใกล้หญิงสาวแสนสวยอย่างกับนางฟ้าคนนี้หรอก ก็แม่เจ้าประคุณเล่นเป็นถึงลูกสาวของเจ้าของร้านเพชร และยังจะมีธุรกิจอีกหลายอย่าง สภาพคนจนๆ อย่างเขา ทำได้เพียงแค่แหงนมองเหมือนกับหมาเห่าเครื่องบินเท่านั้น

อาทิตย์ก่อนจะเกิดเรื่องนี้ เพราะความที่เขาไม่ได้เข้าเช็คข้อความในเมลตัวส่วนตัว เพื่อนรักอย่างการัณย์เลยต้องโทรมาหาด่วน

“ว่าไงไอ้ใหญ่ โทษทีช่วงนี้ฉันยุ่งๆ เลยไม่ได้ติดต่อแก” ธราเทพขอโทษขอโพยเพื่อนรัก ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใช้ทั้งทำงานและติดต่อพูดคุยกับเพื่อนรัก

“ไม่เป็นไร กันรู้ ถ้าแกรู้เรื่องคงโทรมานานแล้ว ไม่รอให้เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แบบนี้หรอก” การัณย์ตอบกลับอย่างรู้ดี เพื่อนรักคนนี้เป็นคนเอางานเอาการ หลังจากเรียนจบทางด้านการเกษตรมา แทนที่จะใช้เวลาอยู่ในเมืองกรุงท่องเที่ยวสรวนเสเฮฮาเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ ธราเทพรีบกลับมาบ้านและหาทางพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านด้วยสิ่งที่ได้เรียนรู้มา

“กันว่าก่อนที่แกจะถามอะไรมาก เปิดเมลเช็คสิ่งที่กันส่งไปให้แกดูก่อนดีกว่าวะเพื่อน”

“เออ...แกถือสายรอนิดหนึ่งนะ” ธราเทพบอกขณะรอให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เมื่อเขาเปิดดูข้อความจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่การัณย์สแกนส่งมา...

ดวงตาคมกริบถึงกับเบิกกว้างและลุกวาว เมื่อไล่ตามข้อความพร้อมอ่านด้วยน้ำเสียงดังๆ ให้เพื่อนรักได้ฟังอย่างชัดๆ อีกครั้ง

‘ไฮโซสาว เปรมมิกา น้องสาวการัณย์ พิริยะสนิทชัยวงศ์ เจ้าของโรงแรมชื่อดังทั้งในกรุงเทพฯ กระบี่และภูเก็ต ผิดหวังช้ำรักจากดอกเตอร์ทินภัทร หนุ่มรูปหล่อพ่อแม่รวยที่ควงสาวสวยถึงสามคนกลับเมืองไทย ประชดตัวเองด้วยการขับรถชนต้นไม้อาการสาหัส’

ภาพผู้หญิงสาวทั้งสามคนไม่ชัดเจน แต่การัณย์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพื่อนรักส่งภาพสาวน้อยนางหนึ่งที่ยืนเคียงข้างคนรักของเปรมมิกามาให้ดู

“แกคิดว่าไงบ้างใหญ่” ธราเทพถามเพื่อนรัก คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้อ่าน

ผู้หญิงอย่างเปรมมิกานะหรือจะฆ่าตัวตาย เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เท่าที่ได้เห็นและได้สัมผัสมา เปรมมิกาเป็นผู้หญิงน่ารักน่าทะนุถนอม ช่างเอาอกเอาใจ จนเขาและพฤกษ์เคยคิดลงสนามแย่งสาวน้อยคนนี้มาเป็นแฟนแล้ว แต่พอได้อยู่ใกล้ชิดกันนานวันเข้า ความรู้สึกพวกนั้นกลับแปลเปลี่ยนไป กลายเป็นสายใยความผูกพันประมาณว่าพี่น้องร่วมอุทรมากกว่าที่จะเป็นหนุ่มรักสาว อีกทั้งทั้งเปรมมิกาและการัณย์เองก็เคยมาพักที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง จนตอนนี้ทั้งสองคนกลายเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว

ตอนแรกเห็นว่าเปรมมิการ่างอรชรอ้อนแอ้น แต่ใจกลับใหญ่กว่าตัวมาก สู้ไม่ถอย เคยตากแดดหน้าดำช่วยเขาและครอบครัวทำนาตัวเป็นเกลียว จนสาวน้อยในหมู่บ้านบางคนยังอาย แล้วเท่าที่จำได้ แม้จะอกหักแต่น้องสาวคนนี้ไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายให้เห็น อาจมีเศร้าบ้างเล็กน้อยแต่ไม่นานก็กลับเป็นปรกติ ทำตัวร่าเริงเที่ยวหยอกล้อคนโน้นที่คนนี้ทีอย่างสนุกสนาน บางทีก็ยังหาเรื่องแกล้งเขา พฤกษ์และการัณย์เสียอีก แล้วคนเข้มแข็งอย่างนี้นะ จะฆ่าตัวตายเพราะอกหัก

ไม่จริง...เขาไม่เชื่อ มันต้องมีใครเข้าใจผิดไปแน่ๆ

“เรื่องราวมันเป็นมายังไงวะใหญ่” ธราเทพถามน้ำเสียงเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่น กวาดสายตาไปตามข้อความที่ได้เห็นหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ยังไงมันไม่ทำให้เขาเชื่อได้เลยสักครั้ง ในใจเลยมีแต่คำถาม...มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวนอกไส้ของเขากันแน่

“กันเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ตอนเกิดเรื่อง กันอยู่กระบี่ รู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่ป้านาทโทรมาบอกว่ายายเปรมเข้าโรงพยาบาลนั่นแหละ ถามไปก็ไม่ได้เรื่อง เพราะแกเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายลูกเดียว จะรู้เรื่องอีกทีก็ตามหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวตามหน้าอินเทอร์เน็ตที่ส่งให้แกนั่นแหละ”

“ไอ้พฤกษ์มันรู้เรื่องหรือยัง”

“รู้แล้ว มันเพิ่งติดต่อมาก่อนแกสองสามวันเอง” การัณย์ไม่ยอมบอกว่าเขาตกลงกับพฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้ว รอแต่คำตอบจากปากธราเทพเท่านั้นเอง แล้วเขาก็คิดว่าเพื่อนรักคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน

“แล้วแกจะเอาไง” ธราเทพถามเสียงเข้ม ถ้าการัณย์ติดต่อมาอย่างนี้ แสดงว่าเพื่อนรักจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง และคงอยากได้ความช่วยเหลือจากเขาและพฤกษ์เป็นแน่

“ไม่เอาไง แค่ถางทางให้ยายเปรมก่อน ส่วนไอ้คนที่มันก่อเรื่อง ยายตัวแสบคงจัดการเอง”

การัณย์เอนร่างอิงขอบโต๊ะ มองไปเบื้องล่างอันเป็นธุรกิจของครอบครัวที่มีเขาเป็นผู้กุมบังเหียนใหญ่ ก่อนจะมองไปยังใบหน้าสาวน้อยแสนสวยและน่ารักที่โชว์หราอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกริบเป็นประกายดุร้ายและแข็งกร้าว

ใครก็ตามที่เหยียบจมูกคนตระกูลพิริยะสนิทชัยวงศ์แล้วคิดว่าตัวเองจะลอยนวลไปโดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่สาสม...คิดผิดแล้ว

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าคมคร้าม ถ้าสาวน้อยที่อวดโฉมอยู่หน้าคอมได้เห็น ถึงแม้เธอจะเก่งกล้าเพียงใด ก็ต้องรีบถอยห่างแน่นอน เพราะเสือตัวใหญ่ได้ลุกออกจากการจำศีล พร้อมจะกัดทุกคนที่ขวางหน้าแล้วในขณะนี้

“แกจะให้ฉันทำไงใหญ่ บอกมาได้เลย ถ้าทำได้ฉันทำให้เต็มที่” ธราเทพถามโดยไม่คิดถึงคำตอบที่จะได้รับกลับมา

“ถ้าจะต้องลักพาผู้หญิงสักคนไปอยู่ที่บ้าน พ่อแม่จะมีปัญหาหรือเปล่า” การัณย์ถามโต้งๆ

“พ่อแม่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แกอยากได้ลูกสะใภ้จะตาย” ธราเทพพูดเล่นๆ ก่อนจะเลิกคิดขึ้นสูง ดวงตาคมเข้มเหมือนกับนัยน์ตาผู้หญิงอีกทั้งยังล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน ชนิดที่ว่าผู้หญิงบางคนยังอายหากได้เห็นเบิกกว้าง “กะ...แกพูดใหม่ได้ไหมใหญ่ หูกันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมเพื่อน?”

ตอน 3

ตอนที่ 3

“ไม่ว่ะ เพราะงานนี้ไอ้พฤกษ์มันเอาด้วยแล้ว ตอนนี้รอคำตอบแค่แกคนเดียวเท่านั้น”

ธราเทพยกมือขึ้นลูบท้ายทอย ขนตามแขนและขาลุกชัน ใบหน้าคมคร้ามมีไรหนวดยิ้มแหยๆ พาผู้หญิงเข้าบ้านเหรอ มีหวังเขาตายหยังเขียดแน่ ถึงแม้แม่อยากได้ลูกสะใภ้มากก็จริง แต่งานนี้แม่บ่นสามวันเจ็ดวันไม่จบแน่ ดีไม่ดีมีพ่อร่วมผสมโรงด้วย ไอ้เขามันหัวเดียวกระเทียมลีบ ตายแน่ๆ ...ตายหยังเขียด...

“เออ...จะเอาไงก็เอากัน แกส่งรายละเอียดมาให้ก็แล้วกัน อีกสามวันจะขึ้นไปหาแกกับไอ้หนึ่ง” ธราเทพตอบรับอย่างเสียไม่ได้ แต่ในใจกลับเริ่มสนุกสนาน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่เจอกับสองเพื่อนรัก ก็ตั้งแต่เรียนจบมาและเข้ามารับหน้าที่เป็นกำนันต่อจากบิดาละมั้ง

ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปี แต่สายใยเส้นเล็กๆ ระหว่างเพื่อนที่ยอมแม้กระทั่งตายแทนกันได้ยังผูกติดกันไว้ไม่คลาย ถึงไม่ได้เจอกันแต่ในยุคที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า มีทั้งโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ทำให้ระยะทางที่ห่างไกลกลับเหมือนใกล้เพียงแค่เอื้อม คงจะมีพักหลังๆ นี่แหละที่ในหมู่บ้านมีเรื่องมีราวเกิดขึ้นมากมาย ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันห่างเหินกันไปบ้าง แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเกิดเรื่อง ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันไกลแค่ไหน เพื่อนก็ยังต้องช่วยเพื่อนเสมอ

“ไม่ต้องวะเทพ”

“ทำไมวะ?” ธราเทพถามกลับอย่างสงสัย ไม่ให้เขาไปกรุงเทพแล้วจะได้ตัวผู้หญิงตรงหน้ามาได้ยังไงกัน หรือว่าการัณย์ห่วงน้องจนเพี้ยนไปแล้ว

“อีกสามวันผู้หญิงคนนั้นจะเดินทางไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ภูเก็ต และที่สำคัญคือไปที่โรงแรมกันด้วย แกเตรียมวางแผนการไว้ได้เลยเพื่อน”

“อือ...” ธราเทพวางโทรศัพท์ลงที่เดิม ขณะที่สายตายังไล่วนไปตามข้อความที่ขึ้นอยู่บนคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เขาต้องการความมั่นใจว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่ร่วมก่อการร้ายกับเพื่อนรักในครั้งนี้

ดูท่าคู่กรณีของเปรมมิกาคงจะต้องมีดีมากถึงขนาดทำให้สาวน้อยผู้แสนจะมั่นใจในตัวเองเสียสูนย์เข้าไปนอนในโรงพยาบาลได้

‘เอาละคนสวยไงเรามาเจอกันสักตั้ง ฉันเองก็อยากรู้ว่าเธอจะมีดีแค่ไหน’

เอ๊กอีเอ๊กเอ้กๆ

เสียงไก่ขันปลุกธราเทพให้ตื่นจากนิทรารมย์ อากาศยามเช้าตรู่ช่วงเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวของชาวบ้านป่าบ้านไร่เย็นฉ่ำชื่นใจโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ชายหนุ่มควานหาคนที่อยู่ในอ้อมกอดเข้ามาแนบอก

ธราเทพคิดถึงความรู้สึกของตัวเองพร้อมรอยยิ้ม ขนาดว่าพาแม่ตัวดีเข้ามานอนบนเตียงแล้ว เขายังกลัวอยู่เลยว่าแม่ที่นอนหลับแล้วจะตื่นขึ้นมา โหย...ไม่อยากคิดเลย จะเป็นยังไงถ้าแม่ตื่นขึ้นมาพบจริงๆ มีหวังไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนแน่

เฮ้อ...ไม่ใช่อะไรหรอก เขาไม่อยากตอบคำถามเท่านั้นเอง เพราะแม่เป็นคนที่เข้าใจอะไรยาก...ไปนิด กว่าจะรู้เรื่องจะต้องถามให้ได้ความตั้งแต่ต้นเหตุ เรื่องราวเป็นมาอย่างไร แล้วเลยไปไหนต่อ จนมาถึงปลายเหตุ ทำไมเขาต้องพาเกร็ดแก้วมาอยู่ที่บ้านในฐานะ...ภรรยาด้วย

ชายหนุ่มมองใบหน้างาม สมองก็คิดประมวลเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาจะอธิบายกับแม่ยังไงดี แม่ถึงจะให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด และเขาก็จะต้องเคลียร์กับผู้หญิงที่นอนอยู่ด้วย ถูกเอาตัวมาทำไม จะต้องอยู่ที่นี่สักกี่วัน และอยู่ในฐานะใด ถ้าเป็นน้องสาวอกหักหนีรักมาพักร้อนก็ได้นะ แต่ไม่รู้ทำไมใจถึงได้บอกว่าไม่ดี ให้เป็นเมียนั่นแหละดีแล้ว

คิดแล้วก็สนุกดีเหมือนกัน ได้เมียมาตั้งคน รูปร่างหน้าตาก็สวยดีใช่หยอก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกนั่นแหละ สาวเจ้าจะยินยอมหรือเปล่า แล้ว...เขาจะไม่มีวิธีจัดการหรือไงกัน ในเมื่อเรื่องยากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว แค่เรื่องหญิงไม่ยอมนี่น่าจะเล็กอยู่นะ

ชายหนุ่มสอดมือประสานกันรองไว้ใต้ท้ายทอย นึกถึงตอนที่ได้เห็นหน้าเกร็ดแก้วชัดๆ ครั้งแรกในงานเดินแฟชั่นโชว์ ใจที่แข็งแกร่งก็เกิดหวั่นไหว เมื่อจูบที่เจ้าของไม่ได้พอใจจะให้นั่นอีก ทำให้หัวใจเขาถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ คิดแล้วก็น่าขำ อายุเขาสามสิบกว่าไปแล้ว ใช่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบเสียเมื่อไหร่ แต่กลับตื่นเต้นเหมือนเด็กประถมที่ต้องออกไปแสดงอะไรหน้าชั้นเป็นครั้งแรกและคนแรกเสียได้

ธราเทพเปลี่ยนจากการนอนหงายเป็นนอนตะแคง มองคนที่นอนหลับสนิทใกล้ตัวอย่างอิจฉานิดๆ สำหรับเขาเพียงแค่หูได้ยินเสียงไก่ขัน แม้จะนอนดึกเพียงใดก็รู้สึกตัวตื่นแล้ว แต่เกร็ดแก้วยังคงอยู่ในนิทรารมย์ แต่ก็ดี มันทำให้เขามองเธอได้เต็มๆ ตาอีกครั้ง

เค้าโครงหน้าเกร็ดแก้วเป็นรูปไข่ ดวงตากลมโตล้อมด้วยขนตายาวงอนจนอยากรู้ว่าถ้าเอาปากกาไปตั้งไว้จะหล่นหรือเปล่า จมูกเล็กโด่งขึ้นสันรับกับริมฝีปากรูปกระจับเป็นสีแดงระเรื่อ ผิวพรรณก็ผุดผ่องเป็นยองใย

ตอนที่เธอเดินออกมาจากด้านหลังเวทีด้วยชุดสีราตรีสีขาว ทั้งสวยและงามสง่า กิริยาท่าทางก็คล่องแคล่ว ใบหน้าที่ตกแต่งไว้อย่างดีเชิดขึ้นสูง เธอยกมือเรียวขึ้นทาบบนเนินอกโชว์สร้อยข้อมือที่ทำจากเพชรเม็ดงาม ก่อนจะสะบัดหน้าหนีพอประมาณ ดูแล้วไม่น่าเกลียดใดๆ เลยสักนิด แต่กลับยิ่งเสริมให้มีเสน่ห์และเรียกร้องความสนใจจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่รอบเวทีได้เป็นอย่างดี

เทียบความสวยแล้ว เปรมมิกาแพ้หลุดลุ่ยทีเดียว ความงามของน้องสาวนอกไส้เขาคือผู้ชายมองผ่านเลยไปก่อนแล้วถึงค่อยย้อนกลับมามองใหม่ แต่สำหรับเกร็ดแก้วแล้ว ผู้ชายทุกคนจะต้องหยุดมองเพียงแค่แรกเห็น และจะต้องมอบหัวใจให้เพียงได้สบกับดวงตากลมโต

เกร็ดแก้วยังได้เปรียบเรื่องของฐานะทางบ้านอีกด้วย เพราะเธอคือลูกสาวคนเดียวของเจ้าของร้านเพชรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังจะมีธุรกิจหลายชนิด เขายังแว่วๆ ได้ยินข่าวมาก็คือ ในตอนนี้บิดาของหญิงสาวเปิดร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์ดังให้ลูกสาวได้บริหารดูแลด้วย

ในขณะที่เปรมมิกาแม้จะเป็นน้องสาวของการัณย์ พิริยะสนิทชัยวงศ์ แต่ก็ไม่ใช่ลูกสาวเมียหลวง แต่เป็นเมียน้อยลำดับที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ไร้ทรัพย์สินมรดกพอกกาย เขาจึงไม่ได้แปลกใจมากสักเท่าไหร่ เมื่อได้รู้ข้อมูลทุกสิ่งจากปากเพื่อนรักเรื่องน้องสาวโดนสลัดรัก แต่ถึงเปรมมิกาจะไม่ใช่ทายาทสายตรงของพิริยะสนิทชัยวงศ์ แต่การัณย์ก็รักน้องสาวคนนี้มากกว่าญาติคนอื่นๆ เพราะความน่ารักบวกกับการเข้าอกเข้าใจพี่ชายนั่นแหละ แต่อย่าให้แม่โกรธขึ้นมาเชียวนะ พี่ชายก็เถอะ แม่ด่าไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

ใบหน้าธราเทพเปื้อนยิ้ม ดวงตาแพรวพราวระยับ เมื่อคืนกว่าจะเดินทางมาถึงบ้านก็ดึกเอาการ อย่างแรกไม่ใช่เพราะการเดินทางที่ไกล แต่เพราะเขาแอบจอดรถข้างทางหากำไรจากแก้มนุ่มหอมนี่บ่อยๆ ต่างหากละ ไม่รู้ผู้หญิงอะไร กลิ่นกายหอมจนเขาอดใจไม่ไหว ไอ้เขาก็ดันร้างผู้หญิงมานาน ถึงจะมีวนเวียนแจกขนมจีบจนหัวบันไดบ้านไม่แห้ง แต่ก็ไม่ตรงใจเขาเอาเสียเลย และก็คิดเป็นน้องเป็นนุ่งเสียมากกว่า ก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ บางคนถึงกับเคยแก้ผ้าวิ่งเล่นและอาบน้ำคลองด้วยกันด้วยซ้ำ

ธราเทพยกมือขึ้นปิดปากกลั้นอาการหาวหวอดๆ ร้างรางานประจำไปเสียหลายวัน ไม่รู้วันนี้มีงานอะไรต้องทำหรือเปล่า ไม่รู้น้องวัวน้องควายในคอก แม่อีหนูหมูและไก่ในเล้าจะเป็นยังไงบ้าง เพราะเขาไปภูเก็ตเกือบจะอาทิตย์

เพราะเขาเรียนดี กิจกรรมเด่น มีบางองค์กรมาทาบทามเพื่อให้ไปร่วมงานด้วย แต่เขาปฏิเสธ เพื่อนที่รู้ก็เลยถาม

“อะไรวะไอ้เทพ...คนอื่นวิ่งหางานจนรองเท้าสึก แต่มึงมีคนมาประเคนงานให้ถึงที่ เสือกทำหยิ่งไม่รับ แล้วมึงจะไปทำอะไรวะ...กลับบ้านไปทำไร่ไถนาหรือไง”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VSZ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VSZ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก
เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก
เมื่อความอดทนหมดลง ภาวรีจึงขอจบความสัมพันธ์ในนิยายรักดราม่าเรื่องนี้ เธอเผชิญหน้ากับสามีอย่างไร้ความกลัว พร้อมประกาศหย่าขาดและปั่นประสาทเขาด้วยการเปรียบเทียบกับชายอื่นเพื่อลบคำสบประมาท แม้ในใจจะหวั่น แต่นี่คือการทวงคืนศักดิ์ศรีจากสามีไร้ใจที่เธอไม่ยอมก้มหัวให้อีกต่อไป
8.1
51 ตอน
สามีพันธกาลรัก
สามีพันธกาลรัก
เมื่อ ‘มิราวดี’ ถูกทรยศจนไร้ทางไป ชายลึกลับผู้มีอายุยืนยาวหลายร้อยปีจึงก้าวเข้ามาโอบอุ้มเธอไว้ในฐานะสามี ทว่าท่ามกลางไฟรักที่ก่อตัว วิญญาณจากอดีตชาติกลับตามมาทวงร่างคืนเพื่อชดใช้กรรมเก่า กลายเป็นนิยายรักดาร์กโรแมนซ์แฟนตาซีที่เต็มไปด้วยพันธนาการข้ามกาลเวลาอันตราย
9.3
81 ตอน
Defeat skittish"ปราบพยศ"
Defeat skittish"ปราบพยศ"
เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลต้องซ่อนตัวตนมารับตำแหน่งใหญ่ในไทย แต่กลับต้องมาเจอกับเลขาสาวสุดดื้อรั้นที่กล้าท้าทายอำนาจเขา ความพยศของเธอสั่นคลอนหัวใจท่านประธานสายเปย์จนกลายเป็นความปรารถนาสุดเร่าร้อนที่อยากครอบครองเธอไว้คนเดียว นิยายรักแนวประธานบริษัทที่ห้ามพลาด
8.5
49 ตอน
รักก่อนดวงอาทิตย์ตก
รักก่อนดวงอาทิตย์ตก
เมื่อ ซู่เฉียวเหมย หวนคืนมาในฐานะนางสังคมหลังหายไปสามปี ค่ำคืนอันเร่าร้อนกับ จื้อเย่ กลับกลายเป็นความเจ็บปวดเมื่อเขาจำเธอไม่ได้ แถมยังผลักไสความผูกพันนับสิบปีให้เหลือเพียงแค่สถานะพี่น้อง นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับบทเรียนราคาแพงของคนปากแข็งที่คิดจะรั้งเธอไว้ในวันที่สายเกินไป
8.1
36 ตอน
เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ
เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ
เมื่อความรักสิบปีถูกเหยียบย่ำเป็นแค่ตัวตลก เธอจึงเลือกเซ็นใบหย่าแล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทว่าสามเดือนให้หลังเธอกลับมาผงาดในฐานะประธานสาวพันล้าน พร้อมเคียงข้างท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมเปย์เธอทุกอย่าง นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณสะใจไปกับการแก้แค้นของอดีตภรรยาที่ขอกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรี
8.1
92 ตอน
วิวาห์ของเขา สุสานลับของเธอ
วิวาห์ของเขา สุสานลับของเธอ
เมื่อความรักกลายเป็นกรงขังในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น มายาต้องทนทุกข์ในเพนต์เฮาส์หรูของเลียม ทายาทมหาเศรษฐีที่เข้าใจผิดว่าเธอเห็นแก่เงินและทรยศเขา โดยไม่รู้เลยว่าเธอคือผู้ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเขาจากอันตราย อ่านนิยายดราม่ารักแท้ที่ถูกบิดเบือนด้วยความแค้นได้แล้ววันนี้
8.0
75 ตอน