ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

บรรยากาศยามค่ำคืน ครึกครื้นยามราตรี เหล่าบรรดานักท่องราตรีทั้งหลายต่างกำลังรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ในสถานเริงรมย์แห่งหนึ่งใจกลางเมืองช่างไห่หรือที่คนต่่างชาติมักจะเรียกว่านครเซี่ยงไฮ้ สถานเริงรมย์แห่งนี้ชาวจีนมักนิยมเรียกว่าโรงน้ำชา โรงน้ำชาเปรียบเป็นดั่งวิมานของชาวมังกร หรือจะเปรียบเป็นสวรรค์ของคนรักในการดื่มด่ำเสียงดนตรีและการเต้นรำก็ว่าได้

ยามวิกาลนี้ข้างบนเวทีมีหญิงสาวใบหน้าขนาดเท่าฝ่ามือ คิ้ววาดคล้ายจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงตาหงส์ เนินแก้มอ่อนช้อย นับเป็นโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาสู่ดินผู้หนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งเธอกำลังร้องเพลงและโยกร่างกายเบา ๆ ไปตามเสียงลำนำดนตรีของจีนสมัยนิยมในยุคนี้ นอกจากใบหน้าของเธอจะงดงามชดช้อยแล้วน้ำเสียงของเธอยังไพเราะเพราะพริ้งยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบอีกด้วย ทำให้เธอมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วเซี่ยงไฮ้ ต่างเป็นที่หมายปองของชายในเมืองนี้

โรงน้ำชาแห่งนี้มีสาวใหญ่นามว่า เจินเยี่ย รับหน้าที่เป็นผู้จัดการ โดยคนทั่วไปมักจะเรียกเธอว่าเหลาป่าว คอยบริการแขกเหรื่ออยู่ด้านล่างเวที ด้วยนิสัยที่ปากจัดปากร้ายจึงทำให้ควบคุมดูแลที่นี่ได้ทุกอย่าง และยังคอยจัดเด็กสาว ๆ ต้อนรับแขกในแต่ละวันอีกด้วย

ซึ่งในตอนนี้โรงน้ำชาแห่งนี้มีสินค้าอันล้ำค่าอยู่หนึ่งชิ้น ที่บรรดาคุณชายกระเป๋าตุงพยายามจะซื้อตัวอยู่ทุกค่ำคืน บางคนถึงขั้นขอซื้อตัวเอาไปเลี้ยงดูด้วยเงินหลักหมื่นหลักแสนหยวนก็มีมาแล้ว และบุปผางามนางนี้นั้นก็มีนามว่า หรูเจี่ย นักร้องสาวสวยที่กำลังร้องรำทำเพลงอยู่บนเวทีนั่นเอง และรัตติกาลนี้ก็เป็นอีกคืนที่บรรดาแขกเหรื่อแย่งชิงหรูเจี่ยมาบริการตนที่ด้านล่าง

“ฉันให้ 500 หยวน ถ้าสาวสวยบนเวทียอมมานั่งบริการฉันข้างล่าง” คุณชายตระกูลเฉินกล่าวขึ้นนำเป็นคนแรก หลังจากนี้ก็มีคุณชายอีกตระกูลกล่าวตามมาติด ๆ

“ฉันให้ 1,000 หยวน! แต่ถ้าหากมาบริการฉันเป็นการส่วนตัวสองต่อสอง ฉันทุ่มให้อีกไม่อั้น หมดกระเป๋าก็ยอม!” บุรุษมีอายุกระเป๋าหนักเอ่ยบอกกับเจินเยี่ยน้ำเสียงหนักแน่น หมายให้คู่แข่งคนอื่นถอยไป และหยุดคิดที่จะมาแย่งสาวงามที่สุดของโรงน้ำชาแห่งนี้ไปจากเขา

ส่วนเจินเยี่ยถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ถูกแย่งตัว แต่ก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เพราะเงินอันมากมายนั่นก็จะตกถึงมือของเธอด้วยเช่นกัน นอกจากหรูเจี่ยจะเป็นสินค้าอันล้ำค่าของโรงน้ำชาแห่งนี้แล้ว เธอยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกด้วย ตั้งแต่ถูกนำตัวมาไว้ที่นี่ก็ยังไม่เคยรับแขกเลยสักคน ทำเพียงแค่แต่งตัวสวยขึ้นร้องเพลงบนเวทีเท่านั้น เพื่อให้แขกเหรื่อยลโฉมความงามของเธอไปก่อนจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเซี่ยงไฮ้ จึงสามารถเรียกค่าตัวได้มากกว่าใครในตอนนี้

เจินเยี่ยพยายามปฏิเสธ หวังเรียกเงินได้มากกว่านี้ในอนาคตอันใกล้ และอยากเก็บหรูเจี่ยไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญของโรงน้ำชาก่อนอีกด้วย เพราะแขกคนสำคัญคนนี้กระเป๋าหนักยิ่งกว่าหนัก “ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณชายทั้งหลาย ตอนนี้น้องหรูเจี่ยยังไม่ถึงเวลารับแขก ถ้าน้องพร้อมเมื่อไรเดี๋ยวดิฉันจะแจ้งให้แขกผู้เกียรติทุกท่านทราบโดยทั่วกันอย่างแน่นอน”

“ไอหยา….ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้วนะ เธอยังไม่พร้อมอีกหรือไง” คุณชายกู้ที่กระเป๋าหนักตบหน้าขาของตัวเองด้วยความหงุดหงิด

“อย่าพึ่งเสียอารมณ์ไปเลยนะคะคุณชายกู้ ดื่มเหล้าหมักอย่างดีอีกสักจอกให้อารมณ์เย็น ๆ ก่อนนะคะ” เจินเยี่ยพูดพร้อมกับรินเหล้าหมักใส่จอกให้คุณชายกู้อย่างเอาใจ

อึก! ปึก! “อ่าส์….ถ้าหรูเจี่ยพร้อมเมื่อไรเธอต้องบอกฉันเป็นคนแรกเลยนะ”

“ได้เลยค่ะคุณชายกู้ แต่ว่าตอนนี้คุณชายกู้สามารถตบรางวัลให้น้องหรูเจี่ยก่อนได้ที่หน้าเวทีเลยนะคะ ให้เยอะ ๆ น้องจะได้จำหน้าอันหล่อเหลาของคุณชายกู้ได้เป็นคนแรก”

“ดี ๆ ความคิดดี” ปึก! “นี่คือค่าตอบแทนสำหรับความคิดดี ๆ ของเธอ แต่ถ้าวันไหนหรูเจี่ยพร้อมรับแขกเมื่อไร แล้วเธอสามารถให้ฉันเป็นแขกคนแรกของหรูเจี่ยได้ ฉันจะตอบแทนเธอหนักกว่านี้อย่างแน่นอน”

“ขอบพระคุณมากค่ะคุณชายกู้” เจินเยี่ยรับเงินหยวนมาหนึ่งปึกก่อนจะไหว้แนบอกคุณชายกู้อย่างรู้งานมาก

เมื่อหรูเจี่ยร้องเพลงจนจบ ได้รับเงินมากมาย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่งดงามทำให้ทุกคนที่ได้เห็นเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้อย่างง่ายดาย แต่พอเธอลงจากเวที แล้วเดินกลับเข้าไปด้านหลังได้เธอก็หุบยิ้มในทันที ใบหน้าที่เคยเปื้อนความสุขแปรเปลี่ยนเป็นเฉยเมยไร้ความรู้สึก ราวกับว่าไม่เคยรู้สึกมีความสุขมาก่อน

ตรงหน้าของเธอมีอาหารมากมายที่เจินเยี่ยสั่งเด็กในโรงน้ำชาให้เตรียมและจัดวางไว้ให้หรูเจี่ยโดยเฉพาะ แต่เธอไม่ยอมแตะมันเลยสักนิด เพราะเธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตเป็นอย่างมาก กินอะไรไม่ลง

“ไม่ยอมกินอีกแล้วเหรอ” เจินเยี่ยเดินเข้ามาดูหรูเจี่ยหลังจากที่เธอลงมาจากเวทีแล้ว สิ่งที่เธอเห็นคือใบหน้าอันเย็นชา ไร้อารมณ์ใด ๆ ของอีกฝ่าย ทั้งยังมองเมินราวกับไม่เห็นเจินเยี่ยยืนอยู่ตรงนี้ เรียกอารมณ์หงุดหงิดจากเธอได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว “จะเป็นให้ได้เลยใช่ไหมราชินีแห่งหิมะเนี่ย!” เจินเยี่ยพูดขนาดนี้หรูเจี่ยก็ยังไม่มีท่าทีจะสนใจ ยังคงนิ่งเงียบรักษามาดเย่อหยิ่งเอาไว้อย่างนั้น

“ทำไมไม่ยอมกินอาหารที่ฉันให้คนเตรียมไว้ให้” เจินเยี่ยพยายามระงับโทสะของตัวเอง แล้วพูดจาดี ๆ กับอีกฝ่าย เพราะอย่างไรหรูเจี่ยก็เป็นตัวทำเงินให้กับโรงน้ำชาแห่งนี้ ถ้าหากว่าเธอบอบช้ำทั้งภายในและภายนอกร่างกาย คงจะไม่เป็นการดีแน่

“ฉันไม่หิวค่ะ” ถ้อยคำเย็นชาดุจน้ำแข็งเอื้อนเอ่ยออกมา ปกติหรูเจี่ยจะเป็นคนพูดจาน้อยคำและสงวนท่าทีอยู่แล้ว แต่เจินเยี่ยก็ยังอดรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ได้ ส่ายศีรษะด้วยความเอือมระอาใจ พ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาวอย่างเซ็ง ๆ

“จะไม่หิวได้ยังไง เธอไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้ว นี่ฉันอุตส่าห์ไปสรรหาของดีทั่วเมืองมาประเคนให้เธอเลยนะ แต่ดูเธอสิ ไม่เหลียวแลมันเลยสักนิด อย่างน้อยกินสักคำสองคำก็ยังดี เธออย่าดื้อด้านให้มันมากนักได้ไหม!” เจินเยี่ยบ่นชุดใหญ่ ก่อนจะใช้ช้อนตักอาหารมาหนึ่งอย่างแล้วพยายามจะยัดใส่ปากของหรูเจี่ย แต่เธอก็ขัดขืนอย่างสุดฤทธิ์ ความหงุดหงิดที่ถูกขัดขืนยิ่งทำให้เจินเยี่ยหนักมืออย่างลืมตัว บีบคางให้หรูเจี่ยยอมอ้าปาก สุดท้ายก็ยัดอาหารเข้าไปในปากได้ แต่หรูเจี่ยกลับสำลักมันออกมาจนหมด “อัก ๆ อัก ๆ”

ท่าทางหายใจติดขัดและไอไม่หยุดของหรูเจี่ย ทำให้เจินเยี่ยได้สติว่าตัวเองเผลอทำเกินกว่าเหตุไป จึงรีบวิ่งไปบอกให้เด็กตามหมอมาดูอาการของหรูเจี่ยโดยเร็วที่สุด

….ตอนนี้หมอได้มาดูอาการของหรูเจี่ยที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนของโรงน้ำชาเรียบร้อยแล้ว และหมอก็กำลังตรวจอาการของเธออยู่ หรูเจี่ยไม่ได้แค่สำลักอาหารเท่านั้น แต่เธอมีอาการอิดโรยเพราะขาดสารอาหารจากการอดอาหารมาหลายวันอีกด้วย ทำให้เจินเยี่ยรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะอีกไม่กี่วัน แขกคนสำคัญก็จะมาชมการแสดงของหรูเจี่ยแล้วด้วย “อาการของหรูเจี่ยเป็นอย่างไรบ้างหมอ”

“อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงนะเนี่ย”

“น่าเป็นห่วง? หรูเจี่ยเป็นอะไรกันแน่”

“อาการลำสักอาหารนั้นไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง แต่ไอ้ที่น่าเป็นห่วงก็คือโรคใจ จากที่ได้ตรวจอาการ เหมือนมีไอร้อนในลมหายใจแสดงว่ามีไฟในตับ พอจับชีพจรดูก็พบว่าชีพจรมีจังหวะเต้นถี่ แต่กลับขึ้นลง ๆ หมายความว่าจิตใจไม่สงบ เครียดมาก เป็นทุกข์มาก เหมือนนังหนูนี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”

“ว่าไงนะ?! โรคใจ….ไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร มีวิธีรักษาหรือไม่” เจินเยี่ยเมื่อได้ฟังก็มีท่าทีลนลาน น้ำเสียงตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ

“ลองให้นังหนูได้พักผ่อนดูก่อน แล้วหมอจะเจียดยาผงที่มีส่วนผสมของลูกพลับแห้งให้ไว้ต้มผสมกับน้ำผึ้งดื่มร้อน ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานจะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดี แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องพยายามให้นังหนูนี่กินอาหารเยอะ ๆ อย่าปล่อยให้อดอาหารหลายวันจนขาดสายอาหารแบบนี้อีก”

ประโยคสุดท้ายที่หมอพูด เจินเยี่ยฟังพร้อมกับชำเลืองมองหรูเจี่ยอย่างเคือง ๆ เพราะเธอดื้อไม่ยอมกินอาหารเลยเป็นแบบนี้ “ค่ะหมอ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เจินเยี่ยรับคำก่อนทั้งสองจะแลกเปลี่ยนกันก่อนจาก โดยเจินเยี่ยหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้หมอ เมื่อหมอได้รับเงินแล้วก็ส่งห่อกระดาษที่มีผงยาอยู่ข้างในส่งให้เจินเยี่ย

หลังจากที่หมอกับเจินเยี่ยออกไปจากห้องแล้ว หรูเจี่ยก็ลุกขึ้นเพื่อเดินไปล็อคกลอนประตูห้อง ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ติดกับหน้าต่่าง แล้วทอดมองออกไปข้างนอก ข้างในใจของหรูเจี่ยในตอนนี้มีเพียงอารมณ์เบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองที่กำลังเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอยู่ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาที่เธอต้องรับแขกแล้ว

แต่ระหว่างที่หรูเจี่ยกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ก็ได้กลิ่นอาหารหอม ๆ จากโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาฝั่งตรงข้ามลอยมาแตะจมูก โครก! โครก! เสียงท้องของเธอก็ร้องดังขึ้นมาในทันที หรูเจี่ยจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเรียกเด็กในโรงน้ำชาขึ้นมาหาแล้วสั่งให้ไปซื้อซาลาเปาที่หอมมาถึงตรงนี้ให้หน่อย

‘ใครจะคิดว่าซาลาเปาไส้หมูธรรมดา จะทำให้ฉันอยากกินอาหารขึ้นมาได้’ หรูเจี่ยนึกในใจ ก้มมองตัวเองอย่างสมเพชในโชคชะตาอยู่ไม่น้อย คงจะจริงกับคำพูดที่เคยได้ยินมาว่าคนที่มีลมหายใจเท่านั้นที่จะยังมีความหวังได้ ถ้าเรายังรู้สึกหิว ก็แปลว่าเรายังมีลมหายใจ

เด็กในร้านเมื่อได้รับคำสั่งจากหรูเจี่ยก็รีบวิ่งไปทันที แต่ระหว่างทางได้เจอกับเจินเยี่ยจึงต้องหยุดวิ่งก่อน “กำลังจะไปไหน”

“พี่หรูเจี่ยบอกให้ไปซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้ครับ”

“ว่าไงนะ!”

“พี่หรูเจี่ยบอกให้ไปซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้ครับ” เด็กน้อยไร้เดียงสาพูดย้ำประโยคเดิม

“นี่เธอยอมกินอะไรแล้วเหรอ หรือว่าจะกลัวตายขึ้นมา หึ! รู้จักกลัวบ้างก็ดี จะได้รักษาชีวิตของตัวเองไว้ เอาล่ะ….รีบ ๆ ไปซื้อเข้า เดี๋ยวพี่หรูเจี่ยของแกจะเปลี่ยนใจเอาได้ มีเท่าไรก็เหมามาให้หมดเลยนะ เอาเงินนี่ไป” เจินเยี่ยพูดก่อนจะหยิบเงินหยวนแบงค์ใหญ่ส่งให้เด็ก

“ได้ครับเหลาป่าว” เด็กชายก้มหน้ารับคำสั่ง เมื่อได้เงินแล้วก็รีบวิ่งไปโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามในทันที

เพียงไม่นานซาลาเปาไส้หมูร้อน ๆ จากโรงเตี๊ยมตรงข้ามโรงน้ำชาก็ได้มาเรียบร้อย เด็กชายรีบวิ่งขึ้นเอาไปให้หรูเจี่ยชั้นบน เมื่อหรูเจี่ยได้รับก็รู้สึกดีใจมาก สูดดมกลิ่นหอม ๆ จากซาลาเปาอยู่อย่างนั้น แต่พอกินเข้าจริงก็กินได้แค่ไม่กี่คำก็กินไม่ลง

เจินเยี่ยที่เข้ามาดูทีหลังเห็นว่าหรูเจี่ยกินซาลาเปาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น และตอนนี้หรูเจี่ยก็กำลังนอนหันหลังให้กับเธออยู่ เจินเยี่ยเลยไม่อยากรบกวน แต่ความกังวลยังมีอยู่มากล้น และคิดหาวิธีที่จะทำให้หรูเจี่ยยอมกินอะไรให้ได้ และวิธีเดียวที่คิดออกในตอนนี้ก็คือ….การไปขอร้องให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามทำอาหารให้หรูเจี่ยกินทุกวัน เพราะอย่างน้อยซาลาเปาของเถ้าแก่นั่นก็ทำให้หรูเจี่ยอยากอาหารขึ้นมาได้

ตอน 2

เจินเยี่ยร้อนใจเรื่องหรูเจี่ยที่ไม่ยอมกินอาหารจนล้มป่วยมาก….พอรุ่งเช้าของวันต่อมาก็เลยรีบไปที่โรงเตี้ยมฝั่งตรงข้ามในทันที เมื่อมาถึงก็ได้พบกับ อาเปา เจ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้ ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมนึ่งซาลาเปาอยู่ อาเปาแท้จริงแล้วชื่อว่า ปอเหวิน แต่เขาเป็นบุรุษที่มีรูปร่างอ้วนพีคล้ายซาลาเปาที่ตัวเองขาย จึงทำให้ผู้อื่นชอบเรียกเขาว่าอาเปา

“เถ้าแก่”

“อ่า….สวัสดีครับ จะมาซื้อซาลาเปาเหรอ ตอนนี้พึ่งกำลังจะลงหม้อนึ่งไปเองครับ คุณพี่นั่งรอสักครู่ได้ไหมครับ” ปอเหวินตอบกลับอย่างยิ้มแย้มโอภาปราศรัยกัน ตามประสาเถ้าแก่ที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าเป็นประจำ

“ฉันไม่ได้มาซื้อซาลาเปาหรอก ฉันจะมาขอร้องให้นายทำอาหารส่งให้คนคนหนึ่งที่อยู่ในโรงน้ำชาของฉันกินทุกวันจะได้ไหม” เจินเยี่ยไม่อ้อมค้อม เจรจาอย่างออกหน้าก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ให้สำหรับลูกค้าใจกลางร้าน แล้วหยิบเงินหยวนจากกระเป๋าถือมาวางลงไว้กลางโต๊ะหนึ่งปึก

ปอเหวินที่ยังฟังไม่เข้าใจก็รีบปิดฝาหม้อนึ่งใบใหญ่ลงก่อนจะเดินมานั่งลงเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเจินเยี่ยพร้อมกับถือชุดน้ำชามาบริการแขกด้วย แล้วเอ่ยถามสตรีตรงหน้าด้วยความสงสัย “คนคนหนึ่งนี่คือใครเหรอครับพี่สาว ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”

เจินเยี่ยเทน้ำชาใส่ถ้วยชาแล้วยกขึ้นจิบให้คล่องคอก่อนจะกล่าวต่อ “เฮ้อ!...คนคนนั้นเป็นผู้หญิง ชื่อว่าหรูเจี่ย”

“ระ หรูเจี่ย! ดาวดวงใหม่ของโรงน้ำชาคนนั้นน่ะเหรอครับ” ปอเหวินตกใจจนตาค้าง ตื่นเต้นและตกใจจนหัวใจแทบกระดอนออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น

“ใช่แล้วล่ะ” เจินเยี่ยที่ตอนนี้กำลังนั่งเท้าคางอย่างเบื่อ ๆ ไม่ได้ใส่ใจท่าทางของปอเหวินท่ี่แสดงออกมานัก เพราะไม่ว่าชายใดในตอนนี้ เมื่อได้ยินชื่อหรูเจี่ยต่างก็มีอาการประหม่ากันเกือบทุกคน

“ธะ เธอเป็นอะไรเหรอครับ”

“ตอนนี้เธอป่วย ไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้ว จนล้มป่วยนั่นแหละ แต่เมื่อคืนอยู่ดี ๆ หล่อนก็อยากกินซาลาเปาของนายขึ้นมา ฉันก็เลยสั่งให้เด็กที่ร้านมาเหมาไปให้หมดเลย แต่ก็เช่นเคย….หล่อนกินไปได้แค่ไม่กี่คำก็หยุดกิน ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็ยอมกินบ้าง จากที่ไม่ยอมกินอะไรเลยก็ยังดี วันนี้ฉันเลยมาหานายแต่เช้า อยากให้นายทำอาหารให้หรูเจี่ยกินนี่แหละ” เจินเยี่ยเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาความชื่นบานหายไปในน้ำเสียง แววตามีความหวั่นวิตก

ส่วนปอเหวินเมื่อได้ฟังเจินเยี่ยพูดจนจบก็ตอบตกลงในทันทีอย่างไม่ต้องคิดหนัก “ได้เลยครับพี่สาว ผมจะเริ่มทำให้เช้านี้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” หรูเจี่ยเป็นผู้หญิงในดวงใจของปอเหวินอยู่แล้ว ถึงแม้จะได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้งแต่เขาก็ยังจดจำใบหน้าที่งดงามของเธอได้ รอยยิ้มที่เจิดจ้าราวกับดวงตะวันนั่น แค่เพียงเขานึกถึงใบหน้าของเธอหน้าของเขาก็แดงซ่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

สำหรับเจินเยี่ยเมื่อได้ยินคำตอบตกลงจากปอเหวิน แววตาหวั่นวิตกก็แปรเปลี่ยนเป็นประกายวาวอย่างฉับพลัน ก่อนจะรีบเอ่ยขอบใจปอเหวินเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะเปลี่ยนใจขึ้นมาพร้อมกับดันก้อนเงินไปไว้ตรงหน้าของอีกฝ่าย “ขอบใจมากนะปอเหวิน เงินนี่ถือว่าเป็นเงินก้อนแรกที่ฉันจ่ายให้นายก็แล้วกัน นายจะได้มีเงินเอาไว้ซื้อวัตถุดิบทำอาหารให้หรูเจี่ยด้วย”

“ได้เลยครับพี่สาว” ปอเหวินกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้หรูเจี่ยอย่างนอบน้อมด้วยความเคารพ

เมื่อเจินเยี่ยเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว ปอเหวินก็รีบกุลีกุจอทำอาหาร แต่เช้านี้ไม่มีเวลาเตรียมการอะไรมาก แต่ตัวเองทำแป้งซาลาเปาได้อยู่แล้ว จึงคิดทำ เปาบัน หรือ ซาลาเปาไต้หวัน แป้งนุ่ม ๆ ไส้เห็ดหอม และผักกรอบ ๆ รวมกับหมูตงพอตุ๋นรสชาติหอมหวาน โรยด้วยถั่วป่น เมื่อได้กินพร้อมกันแล้วเข้ากันมาก ไม่ได้หยุดแค่หนึ่งชิ้นอย่างแน่นอน

เริ่มจากการทำแป้ง โดยการใส่แป้งสาลีและน้ำตาลลงในชามผสมขนาดใหญ่ ตามด้วยน้ำมันและน้ำคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วใช้มือนวด นวดจนแป้งไม่ติดภาชนะ นำออกจากภาชนะได้ก็นำเอามานวดบนโต๊ะประมาณ 5 - 10 นาที หรือจนแป้งเนียน นำเอาแป้งใส่ภาชนะอีกครั้งเพื่อพักแป้งในที่อบอุ่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าแป้งจะเพิ่มขนาดเป็นสองเท่า

เมื่อครบเวลาตีไล่อากาศออกจากแป้งให้หมด หรือจนกว่าแป้งจะไม่ติดภาชนะ แล้วนำแป้งออกมานวดต่อบนโต๊ะอีกเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นรีดแป้งให้หนาประมาณหนึ่ง ใช้นิ้วจุ่มในน้ำมันพืชและกระจายน้ำมันบาง ๆ ทั่วพื้นผิวของแป้ง จากนั้นใช้ถ้วยวงกลมกดตัวแป้งให้เป็นวงกลมแล้วคลึงแป้งเป็นรูปวงรี จัดรูปทรงด้วยมือให้สวยงาม ทาน้ำมันบาง ๆ ลงบนตัวแป้งอีกรอบเพื่อเวลานึ่งแป้งจะได้ไม่ติดกัน แล้วพับครึ่ง วางบนกระดาษรองสำหรับนึ่ง พักแป้งอีก 30 - 45 นาที เมื่อครบกำหนดการพักแป้งแล้ว นำไปนึ่งในหม้อนึ่งอันใหญ่ให้พอน้ำเดือด ปุด! ปุด! ประมาณ 10 นาที แล้วก็ยกหม้อนึ่งออกจากเตาฟืนแต่ยังคงปิดฝาหม้อเอาไว้เพื่อพักไว้ไม่ให้หน้าแป้งยุบ

ขั้นตอนต่อไปคือการทำไส้หมูตงพอ เอาหมูสามชั้นไปล้างแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วนำไปต้มในน้ำที่ใส่ขิงแก่ ต้นหอมทั้งต้น และเหล้าจีน ต้มประมาณ 10 - 15 นาที ตักหมูนำขึ้นพักไว้ แล้วนำเอาต้นหอมและขิงทิ้งไป นำหมูที่พักไว้ลงไปผัดให้หมูเหลืองนิดหน่อย นำกระทะใบใหม่มาตั้งไฟ ใส่น้ำมันนิดหน่อย ใส่น้ำตาลกรวดลงไป ละลายน้ำตาลกรวดจนกลายเป็นสีน้ำตาล จึงใส่หมูลงไปคลุก จากนั้นปรุงรสชาติด้วยน้ำปรุงรส เหล้าจีน เกลือ พริกไทย โป๊ยกั๊ก ขิงแก่ ต้นหอม ผัดจนกระทั่งมีกลิ่นหอม เติมน้ำเปล่าจนท่วมหมู ตุ๋นไป 1 ชั่วโมง ก่อนจะนำขึ้นมาใส่น้ำมันงา

ต่อด้วยตั้งกระทะใบใหม่อีกใบบนเตาฟืนเพื่อผัดไส้เห็ดหอม ใส่น้ำมันให้ร้อนตามด้วยเห็ดหอม ซ่าส์~ ผัดเห็ดหอมจนหอม จากนั้นก็ประกอบเปาบัน โดยการนำเอาแป้งที่นึ่งไว้มาใส่ไส้เห็ดหอมผัด หมูตงพอหั่นชิ้นเล็ก ๆ และผัดสด แล้วราดด้วยซอสพริก ต่อด้วยโรยถั่วคั่วที่ตำพอละเอียดก็เป็นเสร็จเรียบร้อย

เมื่อทำเสร็จ….ปอเหวินก็จัดใส่เข่งติ่มซำปิดฝาอย่างดีแล้วนำเอาไปส่งให้คนที่โรงน้ำชาในทันที โดยบอกว่านี่คืออาหารที่เจินเยี่ยสั่งให้เขาทำมาให้หรูเจี่ยเท่านั้น เด็กที่โรงน้ำชาก็รับปากว่าจะนำอาหารนี้ไปส่งให้ถึงมือของหรูเจี่ยอย่างแน่นอน

ก๊อก! ก๊อก! “พี่หรูเจี่ย ผมเอาอาหารเช้ามาให้ครับ” หรูเจี่ยที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง แต่ไม่ได้หลับ สมองของเธอยังคงตื่นอยู่ตลอด เพราะเอาแต่คิดมาก “ฉันยังไม่หิว” หรูเจี่ยตะโกนตอบกลับไป

“แต่ว่า….อันนี้เหลาป่าวสั่งให้ปอเหวิน เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาฝั่งตรงข้ามทำมาให้พี่เลยนะ พี่ลองกินสักหน่อยเถอะ” เมื่อได้ยินชื่อปอเหวิน หรูเจี่ยก็ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงในทันที แล้วรีบเดินไปเปิดประตูเพื่อรับอาหาร

“อืม….ฉันจะกิน แต่ครั้งต่อไปให้เขามาส่งอาหารให้ฉันด้วยตัวเองนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่กินแล้ว” หรูเจี่ยรับเข่งติ่มซำมาถือไว้ในมือ แล้วเอ่ยบอกน้ำคำเรียบเฉยพร้อมกับตรึงสายตาเย็นชาไว้ที่อีกฝ่ายจนต้องรีบรับปาก “ได้ครับพี่ เดี๋ยวผมบอกเถ้าแก่ให้”

“อืม….อีก 10 นาทีมาเอาเข่งนี่กลับไปด้วย”

“ได้ครับ”

10 นาทีผ่านไป หรูเจี่ยนำเอาเข่งไปวางไว้ที่หน้าห้อง รอให้เด็กในโรงน้ำชามาเอาไปคืนปอเหวิน เมื่อครบเวลาเด็กในโรงน้ำชาก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

เจินเยี่ยที่ขึ้นมาดูอาการของหรูเจี่ยพอดี เมื่อเห็นเด็กของที่นี่คนหนึ่งกำลังมาเก็บเข่งไป เธอจึงเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง หล่อนยอมกินบ้างหรือไม่”

“กินไปแค่ไม่กี่คำเองครับ”

“เฮ้อ!” เจินเยี่ยพ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาว รู้สึกท้อแท้ใจขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วพี่หรูเจี่ยบอกว่าถ้าต่อไปไม่ให้เถ้าแก่ปอเหวินมาส่งอาหารเองจะไม่ยอมกินอีกด้วยครับ”

“ทำไมหล่อนเรื่องเยอะแบบนี้นะ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เป็นดาวเด่น ทำรายได้ให้กับโรงน้ำชาแห่งนี้มากมาย ฉันคงไม่มาเสียเวลามาเอาอกเอาใจหล่อนแบบนี้หรอก เฮ้อ….ช่างเถอะ ๆ เอาเป็นว่านายทำตามที่หรูเจี่ยบอกนั่นแหละ”

“ได้ครับ”

“ทำไมเหลือเต็มเลยล่ะ” ปอเหวินที่เมื่อได้รับเข่งกลับมาก็รีบเปิดดูผลตอบรับ แต่เมื่อเห็นว่าเปาบันที่ตัวเองทำ หรูเจี่ยกัดกินไปแค่ไม่กี่คำเท่านั้นก็ทำให้ปอเหวินสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อยเหมือนกัน “ไม่ได้การ ๆ เอาไว้มื้อเที่ยงนายมาเอาใหม่นะ ครั้งนี้ฉันจะตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือมากขึ้นกว่าเดิม”

“แต่เถ้าแก่….ผมมีอะไรจะบอกเถ้าแก่อีกเรื่องหนึ่ง”

“ว่าไง ๆ” ปอเหวินตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะในหัวกำลังใช้ความคิด

“พี่หรูเจี่ยบอกว่าอยากให้เถ้าแก่เอาอาหารไปให้เธอเองถึงจะยอมกิน”

“ว่าไงนะ?” ปอเหวินถามซ้ำเพื่อความแน่ใจว่าหูของตัวเองไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไป

“พี่หรูเจี่ยบอกว่าอยากให้เถ้าแก่เอาอาหารไปให้เธอเองถึงจะยอมกินครับ”

“จริงเหรอ?”

“จริงครับ”

“ดะ ได้เลย ฉันยินดีมาก” ปอเหวินรีบตกลงอย่างไม่ต้องคิด มีท่าทางดีใจอย่างออกนอกหน้า ความฝันที่จะได้ใกล้ชิดกับสตรีสาวที่เขาหลงใหลมาตลอดเป็นความจริงแล้ว

จากนั้นปอเหวินก็มานั่งคิดว่าจะทำอาหารอะไรดี แต่ระหว่างที่กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่นั้น ก็มีคุณลุงเดินหาบปลาสดมาขาย “ปลาไหลไหมจ๊ะ ปลาไหล พึ่งตกมาสด ๆ เลยจ้า” ความคิดดี ๆ ก็แล่นเข้ามาในหัวของปอเหวินในทันที “ลุงครับ ๆ ผมเอาหนึ่งตัว”

“ได้เลยพ่อหนุ่ม เดี๋ยวลุงชั่งให้ สองจินลุงขายให้พ่อหนุ่มแค่ห้าหยวน”

“ได้ครับลุง ผมเอาหนึ่งตัว”

หลังจากได้ปลาไหลมาแล้ว ปอเหวินก็จัดการนำเอาปลาไหลไปทำความสะอาด และแร่เอามาเฉพาะเนื้อหั่นเป็นเส้นเล็กแนวยาวแต่พอดีคำ หลังจากนั้นก็ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไปตามด้วยปลาไหล ซ่าส์~ ผัดปลาไหลเส้นในน้ำมันอย่างรวดเร็วจนสุก จากนั้นโรยด้วยต้นหอมซอยและกระเทียมสับ ปรุงรสด้วยน้ำหมักถั่วเหลือง เกลือเล็กน้อย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักใส่จานราดด้วยน้ำมันร้อน ๆ หนึ่งช้อน ทำให้กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลขึ้นมา ชวนให้น่ารับประทาน โรยพริกไทยเล็กน้อย ก็จะยิ่งหอมอร่อยมากขึ้น ได้เป็นเฉ่าซ่านหู อาหารท้องถิ่นประจำเซี่ยงไฮ้

ตอน 3

ปอเหวินนำเอาอาหารที่พึ่งทำเสร็จร้อน ๆ ไปให้หรูเจี่ยด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตื่นเต้นมาก เมื่อเดินมาถึงโรงน้ำชา เด็กที่ทำงานอยู่ที่นี่ก็ได้พาปอเหวินไปที่ห้องของหรูเจี่ย “พี่หรูเจี่ยอยู่ในห้องนี้แหละครับเถ้าแก่” ปอเหวินพยักหน้ารับอย่างเป็นมิตร เมื่อตรงนี้เหลือเพียงปอเหวินยืนอยู่คนเดียวแล้ว เขาก็ตัดสินใจเคาะประตูห้องด้วยตัวเอง มือของเขาสั่นเบา ๆ ด้วยอาการประหม่า ก๊อก! ก๊อก! “….ผะ ผมเอาอาหารมาส่งให้ครับ” สุ่มเสียงก็สั่นไปด้วย

“….นายใช่เจ้าของโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามหรือเปล่า” เสียงหวานจากข้างในห้องตะโกนถามออกมา เมื่อปอเหวินได้ยินก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นระส่ำควบคุมไม่อยู่จนพูดละล่ำละลั่กไม่เป็นคำ “ชะ ใช่ครับ”

หลังจากนั้นก็รอไม่ถึงเสี้ยวนาทีประตูห้องก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้ากระจ่างหมดจด รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาแรกแย้ม ที่ทำให้บุรุษชายเกือบทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้คลั่งไคล้ ปอเหวินที่ได้ใกล้ชิดสาวในดวงใจครั้งแรกก็ถึงกับขาสั่นพั่บ ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกวินาที

“เข้ามาสิ”

“คะ ครับ”

“นายชื่ออาเปาใช่ไหม” เมื่อเข้ามาในห้องหรูเจี่ยก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามอีกฝ่ายก่อน เหมือนว่าเธอต้องการความมั่นใจ แต่หรูเจี่ยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอาเปามีชื่อจริง ๆ ว่าปอเหวิน แต่เรียกตามที่คนอื่นทั่วไปเรียกกัน

“ความจริงแล้วผมชื่อว่าปอเหวินครับ แต่คนที่นี่ชอบเรียกว่าอาเปา เพราะว่าผมมีรูปร่างเหมือนซาลาเปา ตะ แต่ว่าคุณสามารถเรียกได้ตามถนัดได้เลยนะครับ ชื่อไหนก็เรียกได้เหมือนกันผมไม่ถือสาครับ” ปอเหวินตอบคำถามหรูเจี่ยอย่างตะกุกตะกักด้วยความขวยเขิน ทั้งยังเสตาหลุกหลิกทำตัวไม่ถูก ไม่กล้ามองใบหน้าอันงดงามโดยตรง

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียกนายว่าปอเหวินก็แล้วกัน ส่วนฉันชื่อว่าหรูเจี่ยนะ” หรูเจี่ยพูดอย่างไว้ตัวตามนิสัยของเธอพร้อมกับยิ้มสุภาพพอเป็นมารยาท แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปอเหวินต้องยกมือลูบต้นคอของตัวเองหลายครั้งเพื่อแก้เก้อเขิน แต่หรูเจี่ยหาสนใจอาการเหล่านั้นของปอเหวินไม่ เธอยังคงมีท่าทีเฉยชาจากนิสัยที่ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ เนื่องจากชีวิตของเธอเคยเจอเรื่องอันเลวร้ายมาไม่น้อย “มื้อนี้นายทำอะไรมาให้ฉันกินเหรอ” หรูเจี่ยเปลี่ยนเรื่องคุยพลางมองไปที่ปิ่นโตไม้ในมือของปอเหวิน

“อะ อ๋อ….ผมทำเฉ่าซ่านหูมาให้ครับ พอดีมีลุงหาบปลาไหลสด ๆ มาขาย ก็เลยคิดได้ว่าทำเฉ่าซ่านหูให้คุณกินน่าจะดี” ปอเหวินตอบคำถามหรูเจี่ยพร้อมกับยื่นปิ่นโตอาหารในมือให้กับเธอ หรูเจี่ยรับไว้ก่อนจะเอาไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วเปิดดูหน้าตาของอาหารข้างในทันที “อืม….น่ากินดีนะ”

เมื่อได้รับคำชม ปอเหวินก็หัวใจพองโต รีบกล่าวคำขอบคุณกลับไป “ขอบคุณครับ”

“นายก็มานั่งด้วยกันสิ” หรูเจี่ยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับเพยิดหน้าไปที่เก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้ามของเธอ

ปอเหวินดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ท่าทางและใบหน้าที่น่าขบขันของปอเหวินทำเอาหรูเจี่ยอดกลั้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้ พลางคิดในใจว่าบุรุษอ้วนพีผู้นี้ใสซื่อเสียจริง

เสียงหัวเราะเบา ๆ ของหรูเจี่ยทำให้ปอเหวินดึงสติกลับมาได้ “อะ เอ่อ….ให้ผมนั่งร่วมโต๊ะกับคุณเหรอครับ”

“อืม….หรือว่านายรังเกียจ”

“ปะ ป่าวนะครับ” ปอเหวินรีบโบกมือปฏิเสธ แล้วดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงในทันที ทำเอาหรูเจี่ยหลุดขำออกมาจนได้ ‘นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้หัวเราะออกมาแบบนี้’ หรูเจี่ยคิดในใจ

หลังจากนี้ปอเหวินก็นั่งมองสตรีตรงหน้าใช้ตะเกียบคีบอาหารที่เขาทำเข้าปากด้วยสายตาที่หวานเยิ้มหลงใหลตั้งแต่เธอคีบคำแรก แต่ทว่า….เธอกลับกินไปแค่ไม่กี่คำก็วางตะเกียบลงแล้ว ปอเหวินที่ได้เห็นก็หุบยิ้มลงในทันที ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “อิ่มแล้วเหรอครับ”

“ฉันกินได้แค่นี้แหละ แต่ไม่ใช่ว่าอาหารที่นายทำมันไม่อร่อยนะ ฝีมือของนายดีมาก แต่ฉันกินอะไรไม่ค่อยลงจริง ๆ เข้าใจฉันนะ”

“อะ อ๋อ….ผมเข้าใจคุณครับ” ปอเหวินเข้าใจว่าหรูเจี่ยป่วย ก็เลยกินอะไรได้น้อย นัยน์ตาที่มีความกังวลและเป็นห่วงคละเคล้ากันของปอเหวินนั้น ทำให้หรูเจี่ยที่ได้เห็นถึงกับรับรู้ถึงความจริงใจของชายผู้นี้ได้ทันที

“ขอบใจนายมากนะ” หรูเจี่ยกล่าวคำขอบคุณปอเหวินพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาอยู่ดี ทำให้ปอเหวินที่ได้เห็นก็มีความตั้งใจในทันทีว่าเขาจะทำให้เธอผู้นี้มีความสุขและยิ้มกว้าง ๆ ให้ได้

….เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ปอเหวินหรืออาเปาตื่นขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเขามีงานเพิ่มมาอีกหนึ่งงานนั่นก็คือทำอาหารให้กับหรูเจี่ย และก็ต้องทำซาลาเปาขายอีกด้วย เลยต้องขยันขึ้นอีกหน่อย มื้อเช้านี้ปอเหวินเลือกทำ เยียนตู่เซียน ให้กับหรูเจี่ย เยียนตู่เซียนมีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ซุปหมูตุ๋นกับหน่อไม้ตากแห้ง

ปอเหวินนำเอาหม้อดินใบเล็กมาใส่น้ำตั้งเตาฟืนที่มีไฟความร้อนอ่อน ๆ เมื่อน้ำเดือดก็นำเอาหน่อไม้แห้ง เนื้อดอง และเนื้อหมูสดมาตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ ปิดฝาหม้อแล้วตุ๋นต่อไปเรื่อย ๆ จนตะวันเริ่มจับขอบฟ้า ปอเหวินเน้นให้เยียนตู่เซียนที่เขาทำมีรสชาติดั้งเดิม ไม่ปรุงแต่งรสเพิ่ม เป็นรสเค็มสด น้ำซุปขาวข้น คุณภาพเนื้อกรอบมัน หน่อไม้หอมกรอบนุ่ม สดใหม่กลมกล่อม

เมื่อทำเสร็จ ปอเหวินก็รีบยกหม้อดินใส่ตะกร้าพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเดินไปที่โรงน้ำชา….ตอนนี้เปาเหวินสามารถเข้าออกโรงน้ำชาได้อย่างตามใจแล้ว เมื่อเข้าไปข้างในก็เดินขึ้นไปชั้นสองที่มีห้องนอนของหรูเจี่ยในทันที ก๊อก! ก๊อก!

“ใคร” น้ำเสียงเย็นชากล่าวขานออกมาจากในห้อง

“ผมเอง….ปอเหวิน”

“วันนี้นายมาแต่เช้าดีนะ” หรูเจี่ยกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่สดใสขึ้นเล็กน้อยทันทีที่เปิดประตูห้อง ส่วนปอเหวินก็ยิ้มกว้างตามวิสัยของตน “เข้ามาก่อนสิ” หรูเจี่ยกล่าวชวน

“ขอบคุณครับ” ปอเหวินตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องตามคำเชิญ ปอเหวินยังคงมีความถ่อมตัวต่อหน้าหรูเจี่ย ถึงแม้จะไม่เคอะเขินเหมือนวันแรก แต่หัวใจของเขาก็ยังสั่นอยู่ไม่น้อย

“วันนี้ผมทำเยียนตู่เซียนมาให้ครับ มื้อเช้ากินของร้อน ๆ จะได้สดชื่น ผมใช้เวลาเคี่ยวมันเกือบสองชั่วโมงเลยนะ” ปอเหวินบรรยายกรรมวิธีและคุณประโยชน์ของอาหารที่เขาตั้งใจทำให้กับสตรีตรงหน้าพร้อมกับเปิดฝาหม้อดินออก แล้วตักเยียนตู่เซียนใส่ถ้วยน้ำแกงให้กับเธอ ตามด้วยข้าวสวยถ้วยเล็กและตะเกียบที่ปอเหวินเตรียมมาอย่างเข้าชุด

หรูเจี่ยก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมจากอาหารก่อนจะเอ่ยชมออกมา “อืม….หอมดีนะ” ตามด้วยยกถ้วยน้ำแกงขึ้นเป่าให้หายร้อนก่อนจะซดชิมรสชาติ “รสชาติก็ดีมาก”

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ เลยนะครับ”

หรูเจี่ยยิ้มจาง ๆ ให้กับปอเหวินก่อนที่เธอจะบรรจงใช้ตะเกียบคีบเนื้อและหน่อไม้มาใส่ถ้วยข้าวแล้วคีบทั้งหมดพร้อมกันเข้าปาก เริ่มต้นขบเคี้ยวอย่างละเอียดแล้วกลืนลงคอช้า ๆ ทำแบบนี้อยู่สองสามครั้งก็วางตะเกียบลง

“ฉันกินแค่นี้แหละ”

“คุณกินน้อยอีกแล้ว” ความห่วงใยเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจของปอเหวินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหรูเจี่ยยังคงกินน้อย ความเศร้ายังปรากฏอยู่ในนัยน์ตาของเธอ

“เคยบอกไปแล้วว่าไม่ใช่ฝีมือของนายไม่อร่อย แต่ว่าฉันกินได้แค่นี้จริง ๆ” พอพูดจบ หรูเจี่ยก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชักบนหัวเตียงก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วเดินกลับมาหาปอเหวิน “นายช่วยทำอาหารมาให้ฉันเพิ่มอีกได้ไหม ฉันจะให้เงินก้อนนี้เป็นค่าตอบแทน” หรูเจี่ยยื่นเงินหยวนจำนวนหนึ่งให้กับปอเหวิน ปอเหวินรีบโบกมือปฏิเสธในทันที “ไม่เป็นไร ๆ ผมได้ค่าจ้างจากพี่เจินเยี่ยมาแล้วครับ”

“รับไปเถอะนะ ถือว่าฉันขอร้อง แต่ฉันขออะไรอย่างหนึ่งจะได้ไหม….ห้ามบอกเรื่องนี้กับเจินเยี่ยเด็ดขาด” หรูเจี่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาวอนขอ พร้อมกับดึงมือของปอเหวินมาแล้วยัดเงินใส่มือของเขาไป ตอนนี้ปอเหวินจึงปฏิเสธไม่ลง “ดะ ได้ครับ”

ปอเหวินกลับโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาของตัวเองด้วยความแปลกใจว่าทำไมหรูเจี่ยต้องอยากให้เขารับเงินของเธอมาด้วย ทั้งยังไม่ให้บอกกับเจินเยี่ยอีก ถึงแม้จะยังค้นหาคำตอบไม่ได้ แต่ปอเหวินก็เก็บเงินจำนวนนั้นแยกไว้ต่างหากเป็นอย่างดี เพราะคิดว่าจะไม่ใช้เงินก้อนนั้นอย่างเด็ดขาด

และเช่นเคย….เมื่อเวลาของอาหารมื้อต่อไปใกล้มาถึง ปอเหวินก็คิดทำอาหารที่กินง่าย ๆ กลิ่นหอมทำให้อยากอาหาร และมีรสชาติถูกปาก ปอเหวินจึงคิดทำ ไก่แม่ทัพโซ ต้นกำเนิดมาจากมณฑลหูหนาน โดยแต่ก่อนนั้นในมณฑลหูหนาน จะมีอาหารที่ทำด้วยไก่ผัดพริกแห้ง แล้วปรุงรสน้ำปรุงรสหมักถั่วเหลืองและน้ำส้มสายชูเท่านั้น แต่ตอนนี้เครื่องปรุงและรสชาติได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและสถานที่

ไก่แม่ทัพโซ ด้วยเนื้อไก่ที่กรอบนอกนุ่มใน ชุ่มฉ่ำไปด้วยเครื่องปรุงรสที่มีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ทานคู่กันกับข้าวสวยร้อน ๆ ปอเหวินมั่นใจว่าหรูเจี่ยต้องไม่กินแค่สองสามคำอย่างแน่นอน

เริ่มจากการเอาเนื้อไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นหมักง่าย ๆ ด้วยไข่ขาวและแป้งข้าวโพด คลุกให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้สักพักให้เนื้อไก่นุ่ม จากนั้นก็เอาไก่มาคลุกกับแป้งข้าวโพดให้ทั่ว ๆ อีกครั้ง ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำเอาไก่ที่คลุกแป้งข้าวโพดไว้ลงไปทอดจนสุกเหลือง ซู่ว~ ทอดเสร็จก็เอามาพักสะเด็ดน้ำมันไว้ก่อน

ระหว่างนี้ปอเหวินก็เริ่มทำน้ำปรุงรสด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง เหล้าจีน และฮอยซินคนให้เข้ากัน จากนั้นก็หยิบกระทะมาอีกหนึ่งใบแล้วตั้งไฟให้ร้อน ก่อนจะใส่น้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ลงไป ซ่าส์~ ผัดให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แล้วก็เทน้ำละลายแป้งมันเทศลงไป คนจนน้ำเริ่มงวดข้น หลังจากนั้นก็เทไก่ที่ทอดเตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้าให้เครื่องปรุงรสเข้าเนื้อไก่ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ อีกเช่นเคย

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SPJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SPJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
เมื่อความรักเริ่มต้นด้วยความแค้นในโลกสีเทา หญิงสาวผู้ไร้ทางสู้จึงถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงทาสรับใช้ของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขาบีบบังคับให้เธอสยบยอมต่อทัณฑ์ทรมานอย่างไร้ทางเลี่ยง พันธะร้ายครั้งนี้จะกลายเป็นรักแท้หรือกรงขังที่จองจำเธอไปตลอดกาล ร่วมลุ้นไปกับนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นสะเทือนอารมณ์
7.9
67 ตอน
คืนสวาทเมียบำเรอ
คืนสวาทเมียบำเรอ
เมื่อทะเบียนสมรสแลกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์สุดเร่าร้อน เมื่อเธอเป็นเมียแต่งที่เชิดหน้าชูตาในสังคม แต่ยามค่ำคืนกลับเป็นเพียงทาสสวาทระบายความใคร่ที่เขาไร้ซึ่งความรัก มีเพียงความปรารถนาอันป่าเถื่อนที่คอยแผดเผาหัวใจให้แหลกลาญ
8.3
72 ตอน
ไอ้เสือของผม
ไอ้เสือของผม
จากเด็กกำพร้าสู่คนรักในกรงทองของเจ้าพ่อมาเฟีย แต่ความรักอันตรายครั้งนี้กลับพังพินาศเพราะการนอกใจและความรุนแรง เขาจึงหนีมาเริ่มต้นใหม่และพบรักครั้งใหม่กับนายแบบนู้ดชื่อดัง นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปลุ้นกับชะตาชีวิตที่ยากจะคาดเดา อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
8.3
54 ตอน
เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
เมื่อทหารรับจ้างสาวสุดแกร่งย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เป็นลูกเลี้ยงไร้ค่า นางจึงขอทวงคืนความแค้นด้วยพลังหมื่นภูตผีที่ไม่มีใครเทียบได้ ทว่าบนเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร นางกลับต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื๊อจนหัวใจเริ่มสั่นคลอน อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่ชวนให้ลุ้นทุกตอน
8.9
90 ตอน
หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1
หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1
เมื่อความใจดีนำพาไปสู่ความลับสุดอันตราย! อ่านนิยายรักแฟนตาซีเรื่องเยี่ยม เมื่อหนุ่มแสนดีช่วยชายแปลกหน้าบาดเจ็บปางตาย แต่เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยร่างกายที่ไร้บาดแผล ความจริงเบื้องหลังตัวตนของหมาป่าหนุ่มคนนี้คืออะไรกันแน่ ชวนคุณมาพิสูจน์ความฟินปนลึกลับได้แล้ว
9.1
68 ตอน
ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
เมื่อของเล่นลับๆ อย่างเว่ยเหยียนลอบตั้งครรภ์ลูกของเหลียงเย่ถิง เธอจึงต้องทำทุกทางเพื่อหนีไปจากกรงขังของท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล แต่หนีไปได้ไม่นานก็ถูกเขาตามล่าตัวกลับมาในข้อหาขโมยทายาท นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับชะตากรรมของแม่และเด็กในอ้อมแขน
8.6
67 ตอน