ตอน 2

ณ ฮาเร็มแห่งชีค ซาอิด บิน โมริด อัล คาลิฟาห์ รัฐ ราสอัลไมคาราฟ หนึ่งสี่รัฐแห่งสหรัฐแลตโกเวีย

เสียงเอะอะโหวกเหวกโวยวายราวกับฮาเร็มจะแตกนั้นทำให้คนที่รออยู่ด้านนอกห้องแต่งตัวนางสนมคนใหม่ที่จะขึ้นถวายตัวแก่ชีคซาอิด ชีคผู้ครองนครราสอัลไมคาราฟนั้นประหวั่นพรั่นพรึงกันอย่างถ้วนทั่วหน้า... แต่ละคนล้วนเกรงจะโดนท่านชีคผู้ทรงอำนาจและแสนเด็ดขาดบั่นหัวที่ส่งตัวนางสนมผิดประเพณีที่เคยได้ทำสืบต่อกันมาเป็นร้อยๆ ปี เนื่องจากคำสั่งของมารดาแห่งท่านชีคให้ส่งตัวนางสนมด้วยวิธีที่ไม่เคยใช้มาก่อน...

นางรับใช้แต่ละคนล้วนลำบากใจที่ต้องทำตามความต้องการท่าน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำ เพราะขืนขัดคำสั่งท่านชีคคาผู้เป็นมารดาของชีคซาอิดนั้นก็คงได้ต้องโทษหากท่านไม่ได้ดั่งใจ แต่กระนั้นการกระทำเช่นนี้หากท่านชีคซาอิดไม่พอใจ พวกนางก็คงไม่แคล้วต้องโทษเช่นกัน เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเชื่อฟังฝ่ายใดก็มีสิทธิถูกบั่นหัวได้พอกัน

ตามประเพณีที่ถูกต้องนั้น สตรีนางใดที่จะถวายตัวนั้นต้องถูกเตรียมความพร้อม สอนวิชาการบริหารเสน่ห์และกามสูตรเพื่อให้นางเหล่านั้นปรนเปรอความสุขแก่ท่านชีคให้ได้พอใจมากที่สุด...แต่ละนางต้องถูกสั่งสอนให้เชื่อฟังและยกยอท่านชีคเหนือหัว ไม่แม้แต่จะเถียงหรือขัดเรื่องใดให้ท่านชีคเคืองอุรา... แต่ผู้หญิงที่มารดาแห่งท่านชีคพามาคนนี้ นอกจากจะเป็นคนต่างชาติต่างภาษาและไม่ได้รับการอบรมใดๆ ก่อนเข้าฮาเร็มแล้ว... นางยังไม่ได้ถูกทดสอบหรือทำลายเยื่อพรหมจรรย์ ไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อมนอกเหนือไปจากการอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเท่านั้น... ท่านชีคกำลังจะมาที่ฮาเร็ม และพระมารดาสั่งให้พวกนางถวายตัวนางสนมที่เป็นต้นเหตุแห่งเสียงสนั่นราวกับโลกาวินาศนี้แก่ท่านชีค!...

พวกนางกำนัลที่ดูแลอยู่นั้นต่างส่ายหน้าแล้วมองหน้ากันอย่างให้กำลังใจ ราวกับว่าพวกตนกำลังจะถูกประหารลงตรงนี้...

“นี่ยังไม่หยุดเสียงดังอีกหรือ” เสียงพูดของผู้มาใหม่นั้นทำเอานางกำนัลที่กำลังพากันกลัดกลุ้มอยู่นั้น ต่างกรูกันเข้าไปเกาะที่แข้งขาของชีคคามูนา ผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าแห่งชีคซาอิด

“ท่านชีคคา.. โปรดเถิด ให้พวกเราเปลี่ยนตัวนางสนมที่จะถวายตัวเถิด พวกเราขอรมยาสลบนางม้าดีดกะโหลกนี้แล้วซ่อนตัวนางไว้ก่อน ให้เราได้อบรมนางก่อนที่จะถวายตัวแก่ท่านชีคเถิดนะคะ ไม่อย่างนั้นเกิดนังนั่นทำอะไรไม่ถูกใจท่านชีคขึ้นมา เราได้หัวขาดกันทุกคนแน่”

“เอ๊ะ เจ้านี่ ข้าสั่งอย่างไรก็ทำเช่นนั้นสิ เจ้าไม่เชื่อหรืออย่างไรว่าเราคุ้มกะลาหัวเจ้าได้... ถ้าชีคซาอิดไม่พอใจ จะลงโทษพวกเจ้า ข้าห้ามเขาก็ฟัง พวกเจ้าทำตามที่ข้าบอกดีแล้ว ถ้าเขาไม่ชอบคนที่ข้าหามาเขาก็เปลี่ยนตัวนางสนมเองนั่นแหละ แต่ข้าเชื่อมือข้าว่าลูกชายข้าจะต้องชอบแน่” ชีคคามูนามองไปที่ห้องที่เป็นต้นเหตุของเสียงดังนั้นด้วยความหวังเรืองรองเปล่งประกายออกมาทางสายตาอย่างเห็นได้ชัด

นางกำนัลอีกคนวิ่งออกมาจากห้อง ด้วยสภาพที่หัวยุ่งเหญิงใบหน้าและร่างกายแดงช้ำเหมือนว่าผ่านการต่อสู้กับทหารมาเป็นกองทัพ...

“พวกเจ้า ช่วยกันไปจับนางนั่นที... มันดิ้นจนนางทาสสี่คนก็เอาไม่ไหว โอย ข้าจะตายแล้ว”

ชีคคามูนาเห็นแล้วก็หัวเราะ... นึกชื่นชมไปถึงผู้หญิงในห้องนั้น.... นางช่างแสดงได้สมบทบาทเสียจริง... รับรองว่าหากลูกชายนางได้ลิ้มลองสิ่งแปลกใหม่ และได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากผู้หญิงไทยใบหน้างดงาม รูปร่างน่าปรารถนาอย่างคนที่หามาคงได้ลืมเหล่านางในฮาเร็มที่แม้จะสวยหยาดฟ้าแต่ก็แสนเอาใจและดูเจนจัดเรื่องบนเตียง จนอาจทำให้ลูกชายนางที่เบื่อผู้หญิงจนไม่อยากมีครอบครัว ไม่อยากแต่งงานกับใครเปลี่ยนใจก็ได้ใครจะไปรู้

นางเดินเข้าไปในห้องกว้างที่จัดไว้สำหรับการถวายตัว... ห้องที่เคยสวยงามประดับประดาด้วยผ้าไหมแพรพรรณชั้นเลิศ ไม้ประดับตามมุมต่างๆ งามวิจิตรด้วยฝีมือสถาปัตย์ชั้นแนวหน้า ในห้องหอมกลิ่นกำยานที่กระตุ้นกำหนัดเพศชายหอมกระจายทั่วห้อง ห้องที่เคยสวยงามเป็นที่ผ่อนคลายของชีคซาอิดนั้นมีสภาพที่แตกต่างไปจากที่เคยเห็น จนชีคคามูนาอุทานอย่างพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างแจ่มชัดขึ้นมา มิน่าเล่านางพวกนี้ถึงได้ตกใจกลัวท่านชีคเคืองนักหนา...

ก็แม่หนูที่มาจากเมืองไทยคนนี้ฟาดซะเละหมด แล้วตอนนี้นางทาสรับใช้ในฮาเร็มสามสี่คนก็จับตัวนางเอาไว้ หญิงสาวผู้ใส่ชุดชีฟองสีขาวซีทรูดิ้นรนหนี พร้อมตะโกนโหวกเหวกโวยวายด้วยภาษาที่ไม่มีใครในห้องนี้ฟังเข้าใจ เพราะมันเป็นภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาอาหรับอย่างที่ใช้กันเป็นภาษาราชการของชาวแลตโกเวีย

“อย่าจับนางแรง เดี๋ยวตัวจะช้ำ”

“ให้ยาสลบเลยหรือไม่ท่านชีคคา” นางกำนัลที่เห็นท่าจะไม่ไหวถามชีคคา ผู้บัญชาการและเข้ามาดูแลการถวายตัวครั้งนี้...

“เจ้าจะบ้าหรืออย่างไร... ลูกชายข้ากำลังจะเข้ามาอยู่รอมร่อ ถ้ารมยาสลบ แล้วลูกข้าจะพิศมัยคนที่นอนนิ่งเป็นผักเป็นปลาหรือไง”

“นี่หนู หยุดดิ้นเถิด อาการพยศเจ้ายังไม่ต้องใช้ยามนี้ก็ได้ เหนื่อยเปล่า... เอาไว้แสดงยามที่ชีคมาดีกว่า” ชีคคามูนาพูดกับหญิงสาวที่สวยโดดเด่นแปลกตา ท่ามกลางหมู่นางทาสผิวดำและนางสนมที่มีอายุแล้ว แต่หญิงสาวกลับไม่เข้าใจ สร้างความแปลกใจให้ชีคคามูนาเป็นอย่างมาก

“ไหน เอเย่นต์ที่ติดต่อมาบอกว่านางเป็นอิสลามที่พูดภาษาอาหรับได้อย่างไรเล่า... แต่ทำไมแม่นางผู้นี้ถึงได้ไม่กระดิกหูเลย... หรือว่าจะเป็นคนละคน ไม่อย่างนั้นเอเย่นต์ก็เปลี่ยนตัวคนกะทันหัน แต่ไม่ว่าตอนนี้จะอะไร ก็ไม่มีเวลาคิดไม่มีเวลาสืบสวนอะไร นอกจากต้องทำตามขั้นตอนที่วางไว้อย่างเดียวเท่านั้น...

“เอาเชือกมัดมือมัดปากนางไว้ก่อน” ชีคคามูนาตัดสินใจ... “พวกที่เหลือก็จัดห้องให้เรียบร้อยที่สุด อีกไม่กี่นาทีชีคซาอิดจะมาแล้ว เร็วเข้า” ท่านจัดแจง และเหล่านางทาสก็รีบกุลีกุจอทำตาม เหล่านางกำนัลดีใจโล่งใจเหลือเกินที่ยุติเสียงของคนแปลกหน้าได้ และที่สำคัญชีคคามูนาอยู่ด้วยตอนที่ถวายตัว พวกนางจะได้ไม่ต้องรับโทษหากท่านชีคไม่พอใจวิธีแผลงๆ นี่...

ไอยวรินทร์เหลือบมองรอบๆ ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ หล่อนจะกรีดร้อง หรือว่าดิ้นรนอะไรไม่ได้อีกต่อไป... ไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะทำอะไรหล่อน แต่หล่อนกลัวจนจับจิต ตอนแรกที่หล่อนไม่โวยวายนั้นเป็นเพราะตามคนที่คิดว่าเป็นคนมาพาไปเข้ากรุ๊ปทัวร์แบบวันเดย์ทริปที่หล่อนซื้อตอนมาถึงราสอัลไมคาราฟจึงตามมาโดยไม่มีข้อสงสัยอะไร

แต่พอหล่อนถูกพามาที่ห้องหนึ่ง แล้วกลุ่มหญิงสาวผิวดำก็พาหล่อนมาที่สระน้ำขนาดใหญ่และหอมกรุ่น ตอนแรกหล่อนยังงงไม่ว่าอะไร แต่เมื่อมีคนมาพยายามถอดเสื้อผ้าหล่อนเท่านั้นแหละ หล่อนก็รับรู้ถึงความผิดปรกติ เลยกรีดร้องโวยวายและดิ้นหนี คนพวกนั้นก็ไม่ละความพยายาม แต่ก็สู้แรงหล่อนไม่ค่อยจะได้กันเท่าไหร่ แล้วไอยวรินทร์ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เพราะมีมือดีเอายาสลบมาโปะที่จมูกหล่อน ไอยวรินทร์ไม่ทันตั้งตัวจึงหายใจเข้าไปเต็มรักและหมดสติไป

หญิงสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องกว้างขวางแสนสวยงาม แต่ได้กลิ่นกำยานฉุนจมูกไปหมด หล่อนตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่น่าอายมาก คือ มีชุดผ้าชีฟองบางเบาเท่านั้นที่คลุมเรือนร่าง ปล่อยให้เห็นสัดส่วนของหล่อนต่อหน้าคนเป็นสิบ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นผู้หญิง แต่หล่อนก็ยังอายอยู่ดี คนเหล่านั้นพูดภาษาอาหรับที่หล่อนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็จัดแจงโน่นนี่นั่นรอบตัวหล่อน

ไอยวรินทร์ตกใจกรีดร้องจะดิ้นหนีอีกรอบเมื่อมีคนมาพยายามแก้ผ้าหล่อนอีกครั้ง แต่ว่าคนเหล่านั้นก็มาจับตัวหล่อนไว้ พูดกันก็ไม่รู้เรื่อง หล่อนพยายามพูดภาษาที่ได้ร่ำเรียนมาก็ไม่รู้เรื่องกันสักภาษา สุดท้ายก็คิดว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีกับตนและพยายามดิ้นหนีสุดแรงเกิด แล้วคนเหล่านั้นก็จับตัวหล่อนมามัดและปิดปากไว้ แล้วให้หล่อนมองหน้าปริบๆ อยู่ ทุกสายตามองหล่อนด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนกลุ้มใจ...

มันหล่อนไม่ใช่เหรอที่ต้องกลุ้ม...

‘ปล่อยฉันไปสิยะ...’ ไอยวรินทร์กรีดร้องในใจ แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ช่วยอะไร คนพวกนั้นยังคงพูดกันด้วยภาษาที่หล่อนไม่เข้าใจ...

“ทำให้นางเมาก่อนดีไหมท่านชีคคา... อาจจะละพยศกับท่านชีคลง ไม่อย่างนั้นคงได้เป็นการต่อสู้กันมากกว่า แรงนางเยอะมาก นางทาสสี่ห้าคนยังเอาไม่อยู่เลย”

นางกำนัลเสนอ ชีคคามูนาเริ่มลังเล... และเห็นด้วยเพราะเกรงว่าสนามรักจะกลายเป็นสนามรบไปเสียก่อน...

“งั้นก็ได้ ไปเอายามาให้นางดม แต่อย่าเอาให้เมามากนักนะ เอาแค่มึนๆ ไม่ลุกมาเอามีดปาดคอลูกชายข้าก็พอ” นางกำนัลปรี่ไปเอาสมุนไพรสูตรพิเศษ ที่มีฤทธิ์ทำให้มึนเมาคล้ายดื่มแอลกอฮอล์ คนที่ได้สูดกลิ่นมันนั้นจะทำให้มึนเมา เชื่องช้าลง แม้สติครบแต่ก็ควบคุมร่างกายได้ไม่เท่าตอนปรกติ แต่ไม่ได้ถึงกับหมดสติไปเลย มันน่าจะเป็นวิธีที่ทำให้นางหมดฤทธิ์ได้บ้าง...

เมื่อได้สูดดมสารกลิ่นแปลกไม่เคยคุ้นที่มีคนเอาใส่ผ้ามาโปะจมูก ดวงตาที่เบิกกว้างในคราแรกของไอยวรินทร์ก็ค่อยๆ ปิดปรือ แววตาแข็งกร้าวฉ่ำเยิ้มลง ร่างกายที่ดิ้นเป็นระยะๆ นั้นก็ค่อยๆ อ่อนปวกเปียกลง นางกำนัลแก้เชือกที่มัดมือและแกะผ้ามัดปากหล่อนออก คราวนี้หล่อนไม่ได้ดิ้นรนหนีอะไร ได้แต่นั่งมองพวกนางด้วยความสับสน ไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ ท่านชีคคามูนาเดินมาหาหล่อนที่ถูกจับให้นอนอยู่บนเตียงท่ามกลางเหล่านางกำนัลที่เก็บข้าวของกันวุ่นวาย... พร้อมกับลูบหัว หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามจับตา พร้อมกระซิบบอกให้หญิงสาวปฏิบัติต่อลูกชายของตนเป็นอย่างดี

“ท่านชีคมาแล้ว” เสียงคนคุมฮาเร็มด้านนอกบอก

คนที่อยู่ในห้องทั้งหลายก็กรูกันออกมาข้างนอก ชีคหนุ่มผู้มาใหม่แต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายตามสมัยสากลนิยม เพราะเพิ่งเข้าร่วมประชุมสำคัญของรัฐร่วมกับชาวต่างชาติมา เขายังไม่ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายใดๆ แต่แม่คนสนิทของมารดาก็ลากตัวให้มาที่ฮาเร็มก่อน... เขาแสนจะรำคาญที่ต้องมาวุ่นวายกับผู้หญิงนับร้อยที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเอาใจเขาจนน่าเบื่อ เขาทิ้งร้างฮาเร็มนี้ไปนาน แต่มารดาของเขานั้นเกรงว่าเขาจะเบื่อผู้หญิงจนกลายเป็นคนวิปริตผิดเพศ จึงได้สรรหาสิ่งใหม่มาให้เขา และขอร้องให้เขามาที่นี่ให้ได้...

เขาเห็นว่ามารดานั้นแก่แล้ว และไม่อยากขัดใจอะไรมาก... เลยยอมเข้ามาให้ แต่ถ้าจะให้มามัวเมาแต่กับผู้หญิงจนทิ้งงานบริหารบ้านเมือง เขาก็ไม่เอาเหมือนกัน

“ครั้งนี้ผมจะตามใจท่านแม่เท่านั้น แต่ถ้าครั้งหลัง ถ้าผมไม่อยากมา ขอร้องว่าอย่าไปบังคับ หรือว่าเรียกให้มาอีก” เขาบอกก่อนจะเข้าห้องถวายตัวนางสนมคนใหม่เพียงลำพัง ปล่อยให้คนที่ยืนรอลุ้นอยู่ข้างนอกนั้นลุ้นตัวโก่งว่า เขาจะพอใจผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า

ส่วนชีคคามูนานั้นยิ้มกับตนเองอย่างสุขสม... นางไม่เคยคาดการณ์อะไรผิด นครอื่นที่ท่านชีคหนุ่มๆ ยอมแต่งงานมีครอบครัวล้วนแต่งงานกับสาวไทย ไม่ก็ลูกครึ่งไทย บางคนถูกลักพาตัวมาเพื่อเป็นพระองค์สุลตาน่าหรือไม่ก็เป็นชีคคา นางสืบหาข้อมูลแล้วเลยคิดว่าผู้หญิงไทยต้องมีแรงดึงดูดอะไรสักอย่างที่ทำให้ผู้ชายหลงเสน่ห์ และก็ได้แต่หวังว่าลูกชายจะหลงเสน่ห์สาวไทยสักคน จะได้หายห่วงไปบ้าง... แม้ว่าจะยังไม่หายห่วงทั้งหมดเพราะลูกชายอีกคนก็ยังไม่แต่งงาน แต่ชีคซาอิดคือลูกชายคนแรกที่นางห่วงที่สุด อยากให้เป็นฝั่งเป็นฝาก่อนใคร... เลยเข้ามาจัดการเป็นรายแรก

“ถ้าเกิดท่านชีคโปรดนางอย่างที่ท่านชีคคาคาดการณ์ไว้ แล้วเกิดแต่งงานกัน ท่านชีคคายอมรับได้หรือคะ นางสนมคนใหม่นี้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่ทราบ แล้วยังเป็นคนต่างชาติต่างศาสนากับเราอีก” นางกำนัลคนสนิทถาม

“ฉันยอมรับได้ทั้งนั้นแหละ... อดีตที่ผ่านมาไม่สำคัญ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ลูกชายฉันรักและอยากมีครอบครัวด้วยละก็ ฉันยอมรับหมด ประเทศเราก็เปิดสู่โลกเสรี ไม่ได้เคร่งศาสนาอย่างน่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว.. เจ้าอย่ากังวลไปเลย”

ชีคคามูนาคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง... ไม่อยากเดาเหตุการณ์ข้างใน แต่คิดว่ามันคงเร่าร้อนระอุน่าดู เพราะกำยานปลุกกำหนัดและเรือนร่างอันเย้ายวนเกินห้ามใจ และใบหน้าอ่อนหวานงดงามของหญิงไทยนางนั้นเป็นสิ่งเร้า...

คืนนี้ไม่ต้องหวังผล เพราะเกิดขึ้นแน่ๆ แค่ต้องลุ้นว่าต่อไป ลูกชายของนางจะยังต้องการผู้หญิงคนนี้อีกเรื่อยๆ หรือเปล่านั่นต่างหากล่ะคือประเด็น

ตอน 3

ไอยวรินท์แทบจะไม่อยากเชื่อ เมื่อหล่อนได้รับ ข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือว่าที่หล่อนส่งข้อความเข้าร่วมชิงโชคกับบริษัทดารายาอินทผลัมอบเเห้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั้นจะได้รับการสุ่มมาเป็นผู้โชคดี เเต่ไม่ว่าจะอ่านข้อความตอบรับที่ส่งกลับมากี่ครั้งมันก็ยังเป็นเนื้อหาเดิมจนหล่อนต้องเชื่อ

"ขอเเสดงความยินดีกับเจ้าของหมายเลข... 086 6775411 ท่านได้รับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศเเลตโกเวียพร้อมที่พักสุดหรูจากการส่งข้อความเข้าร่วมลุ้นรางวัล กรุณาติดต่อกลับบริษัทที่หมายเลข 1804 เพื่อยืนยันสิทธิ์ภายในเจ็ดวัน"

เนื่องจากว่าทั้งชีวิตไอยวรินทร์ไม่เคยได้โชคลาภกับเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย.. ไม่ว่าจะเป็นรางวัลเล็กๆ อย่างเช่นไปเที่ยวงานกาชาด เล่นล่ารางวัลแบบใดก็ไม่ได้รางวัลใหญ่กับเขา แม้แต่ลอตเตอรี่ที่เคยซื้อกับคนขายบ้างเพราะความสงสาร แต่ก็ไม่เคยถูกสักครั้ง ไม่แม้แต่จะเฉียดรางวัลที่หนึ่ง สิ่งเหล่านั้นมันทำให้รู้ว่า หล่อนไม่มีดวงเรื่องการเสี่ยงทายอะไรเทือกนี้ เเต่ครั้งนี้ความคิดนั้นของหล่อนเปลี่ยนไป กลายเป็นความเชื่อที่ว่าคนเรามันไม่ได้อับโชคเสียทีเดียวหรอก โชคดีอีกมากมายอาจจะรอคอยอยู่เพียงเเต่ที่ผ่านมามันยังหาจังหวะมาไม่ได้เท่านั้น

ไอยวรินทร์โทรเข้าเบอร์คอลเซ็นเตอร์ของบริษัทดารายาอินทผลัมเพื่อยืนยันสิทธิ์ และหลังจากนั้นหล่อนก็เข้าไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท เพื่อรับตั๋วเครื่องบินพร้อมเอกสารการจองโรงแรมระดับห้าดาวในรัฐราสอัลไมคาราฟ เพื่อไปยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐแลตโกเวีย

ประเทศที่หล่อนได้ไปชื่อไม่คุ้นหู แต่พอรู้จักบ้างว่าเป็นเมืองทะเลทรายขนาดเล็กในคาบสมุทรโอมาน ที่เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเเละเมืองเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาคนั้นรองมาจากดูไบ หล่อนดำเนินการด้วยความตื่นเต้น เเละไม่ได้เเจ้งให้ครอบครัวทราบมาก่อน ได้แต่แอบมาทำทุกอย่างเพียงลำพัง เพราะรู้ว่าคงมีคนขัดคอหากบอกความจริงไป หล่อนตั้งใจจะจัดเเจงทุกอย่างจนเรียบร้อยก่อนบินนั่นเเหละถึงจะเเจ้งที่บ้าน หรือไม่ก็บอกตอนที่หล่อนหนีออกจากบ้านมาแล้วไปโผล่ที่แลตโกเวียเสียก่อน เพราะเชื่อว่าหากรีบร้อนบอกคงหมดสนุก เพราะโดนขัดคอหรือไม่ก็สั่งห้าม หล่อนจึงดิ้นรนทำอะไรเองด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นกับทริปครั้งนี้...

เเม้ว่าทางบริษัทจะเเจ้งให้ทราบว่ารางวัลจะเป็นเพียงเเค่ตั๋วเครื่องบินและที่พักซึ่งเป็นรางวัลเสริมจากสปอนเซอร์และมีหล่อนได้รางวัลนี้คนเดียว นั่นหมายถึงว่าหล่อนต้องไปในดินเเดนที่ไม่เคยคุ้นเพียงลำพัง เเต่ไอยวรินทร์ก็ไม่ได้อนาทรร้อนใจ หล่อนกลับตื่นเต้นที่จะได้พบความเเปลกใหม่ หญิงสาวตั้งใจจะเเบ็คเเพ็คไปเที่ยวลุยเดี่ยวเหมือนที่เคยไปฮ่องกง สิงคโปร์ มาเก๊า เกาหลี และญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้... หล่อนกล้าที่จะออกเดินทางแม้เพียงลำพังเพราะพอจะรู้จักประเทศแลตโกเวียจากสื่อทั่วโลกที่หันมาสนใจประเทศนี้มากขึ้นในทศวรรษนี้ เนื่องจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่มีการขุดเจาะเเหล่งน้ำมันเเละผลิตสินค้าเกษตรกรรมออกจำหน่ายอย่างจริงจัง รายได้มวลรวมของประเทศนี้ก็เพิ่มพูนขึ้นสูงลิ่ว และรายได้ต่อหัวของประชากรมากขึ้นจากที่มากอยู่แล้วให้มากขึ้นไปอีก

เเลตโกเวียที่เคยเป็นประเทศมุสลิม หากเเต่การเปลี่ยนเเปลงเพื่อต้อนรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจเเละท่องเที่ยวทำให้ประเทศนี้เปิดกว้างสู่โลกเสรี มีคนหลากหลายชนชาติเข้ามาท่องเที่ยว ขายแรงงานหรือทำธุรกิจในประเทศได้อย่างง่ายดาย ประเทศเเลตโกเวียก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันที่เปิดกว้างขึ้นและลงทุนด้านอื่นมากขึ้น เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวก่อนที่ทรัพยากรน้ำมันที่ทำรายได้ให้ประเทศมามากมายนั้นจะหมดไป ไอยวรินทร์คิดว่าเเลตโกเวียนั้นฉลาดมาก ที่มุ่งเน้นลงทุนด้านการเกษตรและมองการณ์ไกลมุ่งเน้นเป็นครัวของโลก เพราะใครเลยจะคิดว่าการพลิกฟื้นทะเลทรายซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่ามาปลูกข้าวปลาอาหารนั้นจะสร้างรายได้มากขนาดนี้... ซ้ำประเทศที่เป็นเเหล่งอาหารของโลกอย่างเช่นประเทศไทยนั้นก็ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้ส่วนเเบ่งทางการตลาดด้านการเกษตรของเเลตโกเวียมากขึ้นได้อย่างไม่ต้องเเข่งขัน ไอยวรินทร์ตั้งใจจะไปดูพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่เอี่ยมเกี่ยวกับการเกษตรในท้องทะเลทราย มันเป็นเรื่องน่าสนใจมากที่จะปลูกต้นไม้ใบหญ้าและผักเลี้ยงประชากรโลกบนทะเลทรายร้อนๆ ได้อย่างไร หล่อนอยากไปเห็นกับตาจริงๆ

และอีกไม่นานไอยวรินทร์ก็จะได้ไปเที่ยวในดินแดนที่ เเปลกตา น่าตื่นเต้นและเร้าใจ... โดยเหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่หล่อนต้องทำคือหาวิธีหนีบอดี้การ์ดและโกหกบิดามารดาและพี่ชายให้ได้โดยที่ไม่ซ้ำหัวข้อกับเหตุที่เคยใช้ในการหนีเที่ยวครั้งก่อนให้พวกท่านจับได้...

เพื่อความสนุกของหล่อน แม้มันอาจจะทำให้บอดี้การ์ดที่บิดามารดาจ้างให้ตามคุมเข้มหล่อนโดนไล่ออกจากการเป็นบอดี้การ์ดของหล่อนยกชุดหล่อนก็ขอทำ เพราะถึงอย่างไรคนเหล่านั้นก็ไม่มีวันตกงาน เพราะเป็นคนของพี่ชายตัวเอง อย่างดีก็ถูกลงโทษเบาๆ และก็ไปรับงานอื่นแทนการดูแลหล่อน ความผิดที่ไอยวรินทร์ทำเพื่ออิสระอันน้อยนิดที่หล่อนจะได้รับโอกาสออกจากกรงทองนั้น พวกเขาต้องให้อภัยหล่อนแน่ อาเมน...

ไอยวรินทร์สัญญากับตัวเองว่าหล่อนขอดื้อครั้งนี้อีกครั้งเดียว เป็นของขวัญที่เรียนจบเกียรตินิยมปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจจากรั้วมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดัง ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง แล้วจะตั้งใจทำงานให้เป็นชิ้นเป็นอัน เลิกทำให้พ่อแม่ปวดหัวอีกต่อไปแล้ว... ไอยวรินทร์ตั้งใจอย่างนี้จริงๆ

หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยและกลับมาถึงบ้าน เพียงแค่ก้าวเเรกที่ก้าวเดินเข้าบ้านหลังใหญ่ของตัวเองนั้น ไอยวรินทร์ก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ผิดปรกติ ราวกับว่าร่างกายจะจับไข้เหตุเพราะว่าหล่อนเห็นครอบครัวมาอยู่กันพร้อมหน้าที่ห้องนั่งเล่นในตัวบ้าน ราวกับว่าทุกคนรวมตัวรอพิพากษาหล่อนอย่างไรอย่างนั้น คนในครอบครัวอันประกอบด้วย พันโทกอบกิจ และ ร้อยเอกหญิงคุณหญิงพธูนิจ บิดาและมารดาบังเกิดเกล้า ทั้งสองท่านมองหน้าหล่อนด้วยสายตาเคร่งขมึง จ้องจับผิดราวกับว่าหล่อนทำอะไรผิดมา ซึ่งไอยวรินทร์ก็ไม่แปลกใจเพราะว่าวันนี้หล่อนทำผิดจริงๆ ด้วยการแอบหนีออกไปทำธุระโดยไม่บอกใคร

เท่านั้นยังไม่พอยังมีพี่ชายหล่อนขนาบข้างบิดามารดาอยู่ถึงสองคน ข้างขวา ร้อยเอกอนันต์ชัย พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารบริษัทบอดี้การ์ดที่มีความยิ่งใหญ่และน่าเชื่อถือเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ส่วนข้างซ้ายก็พี่ชายแฝดคนละฝาของหล่อน ร้อยตรีไอศวร ผู้ช่วยผู้บริหารบริษัทบอดี้การ์ดที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งมีบิดาหล่อนเป็นเจ้าของและมารดาเป็นผู้ประสานงานและหาลูกค้าให้ในบางครั้ง

สรุปคือบ้านไอยวรินทร์นั้นเป็นครอบครัวทหาร ยกเว้นหล่อนที่ดันเกิดมาเป็นหญิง เข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้ แต่กระนั้นทุกคนในบ้านก็อยู่ในระเบียบวินัยกันสุดโต่ง จนเหมือนบางครั้งลืมไปว่าหล่อนไม่ได้เป็นทหารเหมือนพวกเขา และเป็นอย่างนี้มาตลอด แม้ว่าบิดามารดาและพี่ชายทั้งสองจะยกขบวนพาเหรดลาออกจากกองทัพไทยพร้อมๆ กัน เนื่องจากบิดาขัดเเข้งขัดขานายชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บังคับบัญชา ด้วยการไม่ยอมร่วมกันโกงเงินซื้ออาวุธเข้ากรมสรรพาวุธ จนทำให้ท่านโดนกลั่นเเกล้งจนหมดความศรัทธาในชีวิตการเป็นทหาร จึงลาออกมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง โดยมีลูกชายทั้งสองที่ลาออกมาช่วยกิจการและรับอาสาเป็นบอดี้การ์ดรุ่นแรกๆ จนกว่าจะหาคนได้มากจึงถอยออกมาเป็นครูฝึกบอดี้การ์ดและเป็นฝ่ายบริหารแทน

ความมีระเบียบวินัยนั้นใครๆ ก็ต่างเห็นเป็นเรื่องดี เเต่สำหรับลูกสาวคนเล็กที่ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของคุณพ่อจอมเผด็จการ คุณเเม่จอมดุ พี่ชายจอมโหด และเเม้เเต่เเฝดผู้พี่ที่เกิดห่างกันไม่กี่นาทีเเต่เขากลับใช้สิทธิ์ในความเป็นพี่ชายวางตนมีอำนาจกว่าหล่อน คิดดูเอาแล้วกันว่าไอยวรินทร์จะรู้สึกอึดอัดมากเเค่ไหน ที่อยู่ในบ้านดีๆ เเต่รู้สึกเหมือนมีผู้คุมดุๆ เคร่งระเบียบ และมีบทลงโทษให้หล่อนอยู่เสมอถึงสี่คนในบ้าน... แม้ว่าสิ่งที่ผู้คุมวิญญาณทั้งสี่ (หล่อนเเอบตั้งฉายาให้โดยที่ทุกคนทราบดี และเห็นดีเห็นงามด้วย เพราะมันไม่ต่างจากความเป็นจริง) จะทำทุกอย่างเพราะความเป็นห่วงหล่อน เพราะเหตุผลเดียวคือว่าหล่อนเป็นน้องเล็กของบ้าน เป็นผู้หญิงบอบบางที่ต้องได้รับการดูเเล...

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TFD” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TFD
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ลวงรักสัญญาจ้าง
ลวงรักสัญญาจ้าง
เมื่อกันจิราตอบตกลงรับข้อเสนอ สัญญาจ้างรัก เพื่อสวมรอยเป็นคุณหนูสิตาไปดูตัวกับปัทม์ ท่านประธาน หนุ่มหล่อผู้เกลียดการคลุมถุงชน ความใกล้ชิดท่ามกลางคำลวงกลับก่อเกิดเป็นความรักอันตรายที่สั่นคลอนหัวใจของทั้งคู่ นิยายรัก โรแมนติกเรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นไปกับบทสรุปของความสัมพันธ์สุดอลเวง
9.0
99 ตอน
ฮ่องเต้ตัวร้ายกับยัยตัวป่วน
ฮ่องเต้ตัวร้ายกับยัยตัวป่วน
เมื่อสาวจอมป่วนหลงยุคข้ามกาลเวลามาปะทะกับฮ่องเต้ผู้แสนร้ายกาจในวังหลวง นิยายรักแนวโรแมนติกแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับความป่วนและชะตารักที่คาดเดาไม่ได้ ร่วมผจญภัยไปในดินแดนโบราณที่ทุกการตัดสินใจของคุณจะเปลี่ยนโชคชะตาของพวกเขาไปตลอดกาล อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.9
75 ตอน
คุณหมอสะดุดรัก
คุณหมอสะดุดรัก
เมื่อ พริ้งพราว ถูกมอมยาในคืนเร่าร้อน โชคชะตาพัดพาให้เธอพบกับ วายุภักษ์ คุณหมอหนุ่มเจ้าเสน่ห์ระดับ ท่านประธาน โรงพยาบาลใหญ่ ท่ามกลางไฟรักที่เริ่มก่อตัว เขายังต้องแบกรับปัญหาครอบครัว ดูแลน้องชายอารมณ์ร้อนที่พิการชั่วคราว ความผูกพันที่เริ่มต้นด้วยความบังเอิญจะกลายเป็นรักแท้ได้หรือไม่
8.5
69 ตอน
คุณอา ยอดดวงใจ
คุณอา ยอดดวงใจ
เมื่อ 'ตาหวาน' สาวน้อยวัยยี่สิบสองประกาศตัวเป็นภรรยาของ 'นพ' ต่อหน้าสาวอื่นเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของตามคำสั่งของเขา นพจึงต้องซ่อนความพอใจไว้ภายใต้ท่าทีดุเจ้าเล่ห์ นิยายรักแนวโคแก่กินหญ้าอ่อนสุดฟินที่จะทำให้คุณใจสั่นกับความรักต่างวัยสุดร้อนแรง อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.2
92 ตอน
ที่แท้เป็นผู้มีอิทธิพลระดับโลก
ที่แท้เป็นผู้มีอิทธิพลระดับโลก
เมื่อเสิ่นซือหนิงถูกสามีทรยศและขอหย่าเพื่อหญิงอื่น เธอจึงละทิ้งความเจ็บปวดแล้วกลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริงในฐานะอัจฉริยะด้านการปรุงน้ำหอมระดับโลกและแฮ็กเกอร์ระดับตำนาน นิยายรักแนวท่านประธานและสัญญารักที่แฝงไปด้วยความแค้นและการทวงคืนศักดิ์ศรีของหญิงแกร่งที่จะทำให้คุณสะใจจนหยุดอ่านไม่ได้
9.2
71 ตอน
ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย
ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย
เมื่ออุบัติเหตุจูบเพียงเสี้ยววินาทีทำลายภาพลักษณ์จนหมดสิ้น เขากลับต้องเผชิญหน้ากับคนเจ้าเล่ห์ที่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิต นิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วยการล่อลวงอันแสนหวาน ยิ่งผลักไสกลับยิ่งถูกผูกมัดด้วยแผนการอันแยบยลจนหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะและยากจะถอนตัว
8.7
743 ตอน