ตอน 3

ณ วิลล่าตระกูลเสิ่น

“คุณแม่คะ พี่หว่านซูสวยสง่างามมากเลยนะคะ แถมยังจบปริญญาเอกอีกด้วย ต่างจากสวี่จืออวี๋ที่วันๆ เอาแต่ทำตัวซังกะตาย เห็นแล้วน่าสะอิดสะเอียนชะมัด”

“หึ ผู้หญิงแบบนั้นเหมาะแค่เป็นคนคอยทำอาหารให้ครอบครัวเรากินเท่านั้นแหละ” เสียงแม่เสิ่นพูดขึ้นว่า “วันนี้เธอไปเยี่ยมพ่อที่ยากจนขัดสนของเธองั้นเหรอ?”

เสิ่นอวี้หลานพูดด้วยรอยยิ้มหวานว่า “ได้ยินมาว่าเขากลับมาจากต่างประเทศแล้วนี่คะ คงจะไปทำงานผิดกฎหมายที่บ้านนอกคอกนาที่ไหนแต่อยู่ไม่รอด ก็เลยซมซานกลับมาขอพึ่งใบบุญลูกสาวล่ะสิท่า”

เสิ่นหงเย่เพียงแค่ขมวดคิ้วเท่านั้น เขาไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่พวกเธอพูดนั้น มันผิดตรงไหน

ทันใดนั้นสวี่จืออวี๋ก็ผลักประตูเปิดเข้ามา

เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา สีหน้าของแม่เสิ่นก็แสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจนมาก

“อ้าว รู้ด้วยเหรอว่าต้องกลับมาน่ะ? ทำไมยังไม่รีบไปทำอาหารอีกล่ะ”

สวี่จืออวี๋ไม่ได้พูดอะไร พอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จเธอก็เดินขึ้นไปชั้นบนทันที

“นี่! คุณแม่กำลังพูดด้วยอยู่นะ! เธอหูหนวกหรือไง?”

“ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ห้ะ? แค่ออกไปเยี่ยมพ่อจนๆ มาแป๊บเดียว พอกลับมาก็ทำตัวจองหองเลยเหรอ?”

สวี่จืออวี๋หยุดเดินและมองไปที่เสิ่นอวี้หลานที่มาขวางทางเธอด้วยสายตาเย็นชา “หลบไป”

เสิ่นอวี้หลานตกใจจนถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่เธอก็ดึงสติกลับมาได้ในทันที “กล้าดียังไงมามองค้อนฉันแบบนี้ห้ะ? ที่นี่คือบ้านฉันนะ!”

“เธอกินอยู่กับพี่ชายของฉัน แค่ให้เธอไปทำอาหารมันจะอะไรนักหนา?”

“บ้านคุณงั้นเหรอ?” สายตาของสวี่จืออวี๋กวาดมองไปทั่ววิลล่า

ตอนนั้นที่หาบ้านกัน เสิ่นหงเย่เพิ่งออกมาจากสลัมด้วยซ้ำ เธอรับเงินจากเขามาสองร้อยห้าสิบและพาพวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์หลังหนึ่งของตระกูลสวี่

เพื่อที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของเขา เธอถึงขนาดบอกเขาว่าที่นี่คือบ้านของญาติเธอ เขาสามารถที่จะพักอยู่ที่นี่ได้ชั่วคราว

สวี่จืออวี๋หัวเราะเยาะเย้ยออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “เสิ่นหงเย่ คุณบอกพวกเธอไปสิว่า บ้านหลังนี้เป็นของคุณหรือเปล่า?”

สีหน้าของเสิ่นหงเย่เปลี่ยนไปทันที “สวี่จืออวี๋! คุณพูดเรื่องไร้สาระอะไรน่ะ!”

“ฉันพูดเรื่องไร้สาระงั้นเหรอ?” เธอมองไปที่เขาด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคยเอาซะเลย “ทำไม ไม่กล้าพูดเหรอ?”

“คุณหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!” เสิ่นหงเย่ตวาดขึ้นมาเบาๆ แล้วก็พูดด้วยสายตาเตือนสติว่า “ผมยอมรับนะว่า การที่ผมไม่ได้ไปรับคุณพ่อเป็นเพื่อนคุณ ผมทำไม่ถูก ถ้าคุณจะไม่พอใจ ผมก็ขอโทษด้วย”

“แต่คุณอย่ามาหาเรื่องโดยไร้เหตุผลแบบนี้สิ ถ้าคุณเหนื่อยก็ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนเถอะ”

“ฉันไม่ได้เหนื่อย” สวี่จืออวี๋เดินไปที่หน้าโต๊ะกาแฟ “ฉันแค่อยากจะชี้แจงให้ชัดเจน”

แม่เสิ่นโกรธมากกับท่าทีที่ผิดแปลกไปของสวี่จืออวี๋ เธอจึงลุกพรวดขึ้นมาในทันที “จะแข็งข้องั้นเหรอ! นังชั่ว เธอกล้าดียังไงมาพูดกับหงเย่แบบนี้ห้ะ?”

“บางทีแม่ของเธออาจจะหนีไปกับชายชู้แล้วก็ได้”

“คุณพูดว่าอะไรนะ?” สายตาของสวี่จืออวี๋ดุดันขึ้นมาในชั่วพริบตา เธอจ้องเขม็งไปที่แม่เสิ่น

“ฉันพูดอะไรผิดหรือไง?” แม่เสิ่นเอามือทั้งสองข้างเท้าเอว เธอพูดออกมาอย่างดุดันจนน้ำลายกระเด็น “บอกว่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ทุกคนต่างก็รู้กันทั่วว่าเธอหนีตามใครคนหนึ่งไป!”

“อีผู้หญิงแพศยา ไร้ยางอาย!”

“วันนี้เธอก็กลับมาซะดึกเชียว เธอก็คงจะออกไปนัดพบกับชายชู้เป็นการส่วนตัวเหมือนแม่เธอนั่นแหละ!”

“หุบปาก!”

สวี่จืออวี๋ตบโต๊ะอย่างแรง ทำให้ถ้วยกาแฟบนโต๊ะลอยขึ้นมา

เธอจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกแม่ของเธอเด็ดขาด!

นี่คือข้อห้ามของเธอ

ใครมาแตะต้อง คนนั้นต้องตาย

แม่เสิ่นตกใจกับการระเบิดอารมณ์ขึ้นมาอย่างกะทันหันของอีกฝ่ายมาก หลังจากที่ดึงสติกลับมาได้เธอจึงยิ่งโมโหเดือดดาลมากขึ้นไปอีก “หนอยแน่ะ! หงเย่ ดูเมียตัวดีที่แกแต่งงานเข้าบ้านมาสิ!”

เสิ่นหงเย่ขมวดคิ้วแน่น “คุณจะตะโกนทำไม! นั่นคือแม่ของพวกเรานะ!”

“ท่านอายุเยอะแล้ว สุขภาพก็ไม่ดีอยู่ แค่พลั้งปากพูดอะไรนิดๆ หน่อยๆ มันจะเป็นอะไรไป? ทำไมคุณต้องโกรธเคืองกันถึงขนาดนี้ด้วยล่ะ? ขอโทษคุณแม่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ขอโทษงั้นเหรอ?

การที่มาพูดจาดูถูกแม่ของเธอว่าเป็นโสเภณี มันคือการพลั้งปากพูดงั้นเหรอ?

สวี่จืออวี๋มองใบหน้าคนที่เธอรักมาตลอดห้าปี แล้วก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมาอย่างสุดซึ้ง

เธอถึงขั้นที่นึกสงสัยเลยว่า คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอเอาไว้ในตอนนั้นคือเขาจริงๆ หรือเปล่า?

สวี่จืออวี๋ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเขาให้มากขึ้น

“เสิ่นหงเย่ ฉันจะถามคุณอีกรอบ”

“คุณก็คิดว่า แม่ของฉันเป็นคนแบบที่พวกเธอพูดถึงกันใช่ไหม? คุณก็ไม่เคยคิดที่จะช่วยฉันตามหาแม่เหมือนกันใช่ไหม?”

เสิ่นหงเย่มองสวี่จืออวี๋ แล้วก็มองใบหน้าที่โกรธเคืองของแม่และน้องสาวตัวเอง

ถ้าเขาไม่เข้าข้างแม่ แม่จะต้องอาละวาดขึ้นมาอีกแน่ๆ

ส่วนสวี่จืออวี๋…… ยังไงเธอก็ไม่มีทางไปจากเขาอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยไปง้อเธอก็ได้

เขาหลบสายตาของสวี่จืออวี๋ที่จ้องมองมาอย่างดุดันและนิ่งเงียบไป

เขาเลือกที่จะเงียบอีกแล้ว

ทุกครั้งที่คนตระกูลเสิ่นรังแกเธอ เขามักจะเงียบแบบนี้ตลอด

สวี่จืออวี๋หัวเราะ

ที่จริงคำตอบมันก็ชัดเจนมาตั้งนานแล้วสินะ?

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เธอพูดถึงเรื่องการตามหาแม่ เสิ่นหงเย่มักจะเปลี่ยนเรื่องคุย ถึงขั้นบอกเป็นนัยๆ ด้วยว่าเธอไม่ควรเสียเวลาเปล่า

ที่แท้ในใจของเขาก็คิดว่าแม่ของเธอเป็นคนเลวทรามเหมือนกันสินะ

“ดี สุดยอดไปเลย”

“เสิ่นหงเย่ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าใครเป็นคนช่วยคุณหาเงินทุนก้อนแรกตอนที่บริษัทของคุณประสบปัญหาขาดสภาพคล่องเมื่อสามปีก่อน?”

“คุณคิดว่าตัวเองโชคดีงั้นเหรอ? ความจริงมันเป็นเพราะฉันบากหน้าไปขอให้อดีตอาจารย์ช่วยแนะนำคอนเนคชั่นให้ต่างหาก!”

“คุณลืมไปแล้วเหรอว่า แม่ของคุณเคยเป็นแผลในกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง หมอทุกคนต่างก็บอกว่าต้องผ่าตัด แล้วใครกันที่เป็นคนได้นอนแค่สามชั่วโมงต่อวันเพราะต้องเคี่ยวยาให้แม่คุณ คอยป้อนข้าวป้อนน้ำทีละคำจนอาการป่วยทางกระเพาะของแม่คุณดีขึ้น?”

สีหน้าของเสิ่นหงเย่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว……”

“คุณก็เหมือนกัน เสิ่นอวี้หลาน” สวี่จืออวี๋พูดขัดจังหวะเขาขึ้นมา “คุณคิดว่าที่คุณสามารถไปร่วมงานเลี้ยงระดับสูงของยุโรปพวกนั้นได้ เพราะตระกูลเสิ่นของคุณร่ำรวยงั้นเหรอ?”

“ถ้าฉันไม่ช่วยคุณเลือกชุดก่อนไปงานเลี้ยงและบอกงานอดิเรกของทุกคนกับคุณ ไม่อย่างนั้นจนป่านนี้คุณก็คงไม่มีแม้แต่คุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่จะได้เข้าไปอยู่ในแวดวงสังคมนี้เลยด้วยซ้ำ!”

“ฉันทุ่มเททุกอย่างก็เพื่อตระกูลเสิ่นของพวกคุณ ปฏิบัติต่อพวกคุณเหมือนคนในครอบครัว”

“แล้วพวกคุณล่ะ?”

“พอได้แล้ว!” แม่เสิ่นโกรธจัดจนปรี่ไปตรงหน้าสวี่จืออวี๋และง้างมือขึ้นจะตบหน้าเธอ

“เธอจะอวดดีเกินไปแล้วนะ! “ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลเสิ่นยอมให้เธออยู่ด้วย เธอคงอดตายอยู่ข้างถนนไปนานแล้ว!”

“ถ้าไม่มีเธอ โรคกระเพาะของฉันอาจจะหายดีไปตั้งนานแล้วก็ได้!”

“ฉันจะตบคนอกตัญญูเลี้ยงไม่เชื่องอย่างเธอให้ตายคามือไปเลย!”

มือของแม่เสิ่นลดละดับลงมาจนจะถึงใบหน้าของสวี่จืออวี๋อยู่แล้ว

แต่สวี่จืออวี๋หลบได้ทัน แม่เสิ่นจึงฉวยโอกาสนี้คว้าถุงกระดาษสีน้ำตาลในอ้อมแขนของสวี่จืออวี๋มาได้ “นี่มันของสัปปะรังเคอะไรกัน เอามาให้ฉันนะ!”

“แปะ……” รูปถ่ายครอบครัวใบนั้นร่วงลงมาและตกลงบนพื้น

แม่เสิ่นทำการฉีกออกทันทีโดยไม่ได้มองเลยด้วยซ้ำ

“นังตัวซวย! ซวยพอๆ กับแม่ที่หายตัวไปของเธอไม่มีผิดเลย! ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้ามาในรั้วบ้านของตระกูลเสิ่นของพวกเราเด็ดขาด!”

สวี่จืออวี๋ผลักแม่เสิ่นออกไปและไปเก็บรูปขึ้นมา จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปเพื่อเอาไปซ่อมทันที

เสิ่นหงเย่เข้าไปขวางไว้ไม่ทัน เขาจึงได้แต่มองดูสวี่จืออวี๋สะบัดมือออกแล้วก็หายลับไปจากสายตา

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167QMT” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167QMT
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

 เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
เมื่อ 'เดช' ชายหนุ่มธรรมดาต้องก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูดของเหล่าดาวมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนาจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางรักสามเส้าสุดร้อนแรงในรั้วมหาวิทยาลัยที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายรักวัยรุ่นสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณหัวใจเต้นแรง
9.8
67 ตอน
ซาตานหัวใจพยศ
ซาตานหัวใจพยศ
เมื่อน้องชายถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวน้องสาวของมาเฟียร้ายอย่างสรวิชญ์ ปุณิกาจึงต้องกลายเป็นแพะรับบาป ถูกฉุดคร่ามาเป็นตัวประกันเพื่อชำระหนี้แค้น ท่ามกลางไฟโทสะและรักอันตรายในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นนี้ เธอจะรอดพ้นจากเงื้อมมือซาตานร้ายที่พร้อมแผดเผาเธอด้วยความแค้นได้หรือไม่
9.0
66 ตอน
เจ้าสาวเบอร์ตอง
เจ้าสาวเบอร์ตอง
เมื่อ ชานนท์ ทายาทมหาเศรษฐีต้องหาทางรอดจากการคลุมถุงชน เขาจึงยื่นข้อเสนอจ้าง ปุณณิศา สาวบาร์เบอร์ตองที่กำลังวิกฤตเรื่องเงินให้มารับบทแฟนกำมะลอเพื่อตบตาครอบครัว ทว่าความใกล้ชิดในสัญญาลวงกลับปลุกเร้าความปรารถนาเร่าร้อน จนเขาอยากตีตราจองเธอเป็นเจ้าสาวตัวจริงตลอดไป
9.7
91 ตอน
จอมใจอสูร
จอมใจอสูร
เมื่อความรักกลายเป็นกรงขังในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น รวิษาต้องเผชิญกับความโหดร้ายของอัครา อดีตคนรักที่แปรเปลี่ยนเป็นอสูรร้ายใจทมิฬ แม้เธอจะพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดและอ้างถึงผู้หญิงคนใหม่ของเขา แต่เขากลับใช้กำลังฉุดกระชากเธอเข้าสู่ความสัมพันธ์อันป่าเถื่อนที่ไร้ทางออก
8.5
54 ตอน
กระซิบรักในสายหมอก
กระซิบรักในสายหมอก
เมื่อเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์หนีจากกรงทองมาผจญภัยในคราบชายหนุ่ม โดยมีลูกชายองครักษ์ผู้แสนอ่อนแอคอยตามคุม ความใกล้ชิดท่ามกลางอุปสรรคเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินที่เต็มไปด้วยการเดินทางและหัวใจที่ซ่อนเร้นได้แล้ววันนี้
9.5
67 ตอน
เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
เมื่อคำทำนายบีบให้ต้องแต่งงานในหกเดือน คุณหนูสุดแสบจึงต้องงัดสารพัดมารยามาพิชิตใจ พ่อเลี้ยงน่านน้ำ ชายหนุ่มสุดเย็นชาผู้ไร้หัวใจ เธอถึงขั้นยอมโกหกว่าไร้ที่พึ่งเพื่อแทรกซึมเข้าใกล้เขา หวังคว้าตัวมาเป็นสามีตามดวงชะตา นิยายรักแนวฟีลกู้ดปนความแสบซนที่จะทำให้คุณฟินจนหยุดอ่านไม่ได้
9.4
88 ตอน