ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

กลางดึก

เซิ่งเกอนอนอย่างกระสับกระส่าย

เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกคนทับอยู่บนตัว จนเธอแทบจะหายใจไม่ออก

ข้างหูยังมีเสียงลมหายใจหนักหอบ

แล้วเธอก็รู้สึกเจ็บแสบที่ด้านล่าง

หลังจากได้สติ เซิ่งเกอก็ลืมตาขึ้นอย่างตกใจ แลเห็นเงาลาง ๆ ของผู้ชายที่อยู่บนตัวเธอ

“หยุนเหนียน ใช่..... คุณไหม?”

ชายคนนั้นส่งเสียง “อื้ม” ขึ้นมาเบา ๆ ในลำคอ บนตัวคละเคลาไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ หลังจากที่เขาจู่โจมรอบแล้วรอบเล่า ก็ไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ อีก

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เซิ่งเกอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังจากนั้นเธอก็ค่อย ๆ ปล่อยตัวไปตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย แล้วก็ส่งเสียงครวญครางในลำคอออกมาโดยไม่รู้ตัว

การจู่โจมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด ตัวเธอเหมือนกับจมดิ่งลงไปภายใต้บรรยากาศชวนรักชวนฝัน ราวกับว่าเธอกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ

หลังจากแต่งงานมาได้สามปี ในที่สุดเฟิงหยุนเหนียนก็ยอมแตะเนื้อต้องตัวเธอสักที!

เนื่องจากเธอเป็นภรรยาที่คุณท่านยัดเยียดให้เขา หลายปีที่ผ่านมานี้เฟิงหยุนเหนียนจึงไม่เคยมองเธอเต็ม ๆ ตาเลย

ครั้งนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ที่ทำให้เขาเข้ามาในห้องเธอ

นั้นก็ทำให้เธอก็มีความสุขมาก!

สองชั่วโมงต่อมา เฟิงหยุนเหนียนก็นอนลงบนตัวเธออย่างอ่อนล้าพร้อมกับเสียงครวญคราง แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเผยให้เห็นรูปร่างที่เพอร์เฟคของเขา

เซิ่งเกอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นเร็วมาก แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่กลับเหมือนเป็นความฝัน

หากเป็นความฝันจริง ๆ เธอคงไม่อยากที่จะตื่นตลอดไป

เธอโอบท้ายทอยเขา ราวกับตกอยู่ในความหลงใหล พลางหอบหายใจหลังออกกำลังกายเสร็จ “หยุนเหนียน.....หยุนเหนียน จริง ๆ แล้วฉัน......”

ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำว่า “รักคุณมาก” ออกไป อีกฝ่ายก็พึมพำขึ้นมาด้วยเสียงที่แหบพร่าว่า

“อาหนิง.......”

เซิ่งเกอแข็งเป็นหินไปในทันที

หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง เหมือนเลือดทั้งตัวของเธอกำลังไหลย้อนกลับ

อาหนิงเป็นชื่อเล่นของมู่จือหนิง ธอเป็นรักแรกที่เฟิงหยุนเหนียนรักหมดหัวใจ เป็นเพราะฝีมือของคุณท่าน หลายปีมานี้เธอจึงอยู่แต่ต่างประเทศมาตลอด

แต่เมื่อวานนี้มู่จือหนิงกลับมาแล้ว

แถมยังส่งข้อความมาหาเรื่องเธออีกด้วย

“เซิ่งเกอ ฉันกลับมาแล้วนะ ไม่มีที่สำหรับเธอในตระกูลเฟิงอีกแล้ว!”

“ฉันกับอาหยุนรักกันมาตั้งแต่เด็ก เธอคิดจริง ๆ เหรอว่า แค่เธอเข้ามาไม่กี่ปีก็จะมาแทนที่ของฉันได้น่ะ?! ไปให้พ้น กลับไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซะ ที่นั่นต่างหากคือที่ที่เธอควรอยู่”

“เธอไม่รู้เหรอว่าอาหยุนรักฉันมากแค่ไหน แม้ว่าเขาจะนอนอยู่บนเตียงของเธอ แต่เขาต้องเรียกชื่อของฉันอย่างแน่นอน แล้วเธอก็เป็นได้แค่ตัวแทนของฉันเท่านั้น เซิ่งเกอ ความรู้สึกแบบนี้มันคงจะแย่มากเลยใช่ไหมล่ะ?”

ตัวแทนงั้นเหรอ?

เธอเป็นหลานสะใภ้ที่คุณท่านเป็นคนกำหนด เธอเป็นคุณนายเฟิงที่ถูกต้องตามกฎหมาย เธอคือเซิ่งเกอ! เธอไม่ใช่ที่ตัวแทนของใครทั้งนั้น!

ที่ข้าง ๆ หู เฟิงหยุนเหนียนยังพูดขึ้นมาว่า “อาหนิง อาหนิง”

ส่วนข้อความประชดประชันเหล่านั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด มันแสดงให้เห็นว่าเธอหลอกตัวเองมากแค่ไหน!

ทันใดนั้นน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เซิ่งเกอกำมือแน่น พยายามควบคุมตัวที่กำลังสั่นเอาไว้

หลายปีที่ผ่านมา เธอคอยระมัดระวังทำตัวเชื่อฟัง หรือแม้กระทั่งลาออกจากงานมาเพื่อเป็นภรรยาที่ดีของเฟิงหยุนเหนียนด้วยความเต็มใจ

แต่แม่สามี และน้องสาวของสามีคิดว่าเธอเป็นคนที่ไม่มีภูมิหลังที่ดี เป็นพวกที่เกลียดคนจน รักคนรวยมาก จึงพยายามกลั่นแกล้งเธอสารพัด ทำให้เธอต้องอับอาย เธอที่ไม่อยากสร้างปัญหาให้เฟิงหยุนเหนียน จึงต้องกัดฟัน และอดทนกล้ำกลืนอยู่คนเดียว

เพื่อจะได้รับความรักจากเขา การถ่อมตนของเธอมันยังไม่พออีกเหรอ?

ทำไมเธอต้องเอาศักดิ์ศรีสุดท้ายของตัวเองมาให้คนอื่นเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีแบบนี้ด้วย!

ค่ำคืนนี้ยาวนานเป็นพิเศษ

เซิ่งเกอยังคงลืมตาอยู่ เธอนอนไม่หลับเลยตลอดทั้งคืน

.......

ในเช้าตรู่ของวันต่อมา เฟิงหยุนเหนียนถูกแสงแดดจ้าที่ส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่างปลุกให้ตื่น

เขาเอามือนวดขมับไปมา พอเขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเซิ่งเกอกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งโดยหันหลังให้เขาอยู่

จู่ ๆ เรื่องเมื่อคืนก็แวบเข้ามาในหัวของเขา ทำให้เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ลูกตาสีดำของเขาก็มืดมนขึ้นมาทันที อากาศรอบ ๆ ตัวเขาค่อย ๆ เย็นขึ้นมา

แม้ว่าเซิ่งเกอจะหันหลังให้เขาอยู่ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์ของฝ่ายชายอย่างชัดเจน

เธอยังคงทาครีมบำรุงผิวต่อไป ราวกับไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่แล้วจู่ ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกเขากระชากไปอย่างแรง

ทำให้ครีมบำรุงผิวในมือของเธอตกลงไปที่พื้น ขวดแก้วแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เนื้อครีมสีขาวหกกระจายเต็มพื้น

เซิ่งเกอเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเขาด้วยความโกรธ แต่เมื่อเธอได้สบตากับลูกตาสีดำที่กำลังแสดงอารมณ์โกรธ และอารมณ์ขยะแขยงของชายคนนั้น หัวใจของเธอก็สั่นอย่างควบคุมไม่อยู่

“คุณคิดว่าคุณใช้วิธีวางยาที่น่ารังเกียจแบบนี้เพื่อทำให้ผมแตะต้องคุณ แล้วคุณจะเป็นคุณนายเฟิงจริง ๆ งั้นเหรอ?”

เฟิงหยุนเหนียนที่ยืนอยู่สูงกว่าจ้องมองมาที่เธอ เขากัดฟันมองเธอตาเขม็ง ส่วนมือก็ยังไม่คลายออก แถมยังกำแน่นขึ้นด้วย

เป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมา จึงทำให้ดูน่ากลัวเป็นพิเศษ

วางยางั้นเหรอ?

เซิ่งเกอยิ้มทั้งที่หน้าซีดเผือก “ในสายตาคุณ ฉันเป็นผู้หญิงแบบนั้นเหรอไง?”

มุมปากของเฟิงหยุนเหนียนโค้งขึ้นอย่างเย้ยหยัน แววตาของเขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างแรง “ตอนแรกคุณก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับคุณปู่ไม่ใช่เหรอ คุณถึงทำให้ผมแต่งงานกับคุณได้ แล้วตอนนี้จะมาแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาอะไร”

“ผู้หญิงที่น่ารังเกียจอย่างคุณ เทียบไม่ได้แม้แต่นิ้วเท้าสักนิ้วของอาหนิงเลยด้วยซ้ำ!”

น่ารังเกียจ แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา.....

ที่แท้ในความคิดของเขา เธอดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ

ส่วนเรื่องการวางยาอะไรแบบนี้ หากเธอคิดจะทำจริง ๆ เธอคงทำไปตั้งนานแล้ว ทำไมต้องทนทุกข์ใจรอมาจนถึงตอนนี้ด้วย? เฟิงหยุนเหนียนไม่รู้จักเธอเลยจริง ๆ!

มันน่าตลกตรงที่ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอพยายามที่จะทุ่มเทสุดแรงกายแรงใจ แต่ผลที่ได้กลับย่ำแย่สุด ๆ!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทนอีกต่อไปแล้ว

เซิ่งเกออดทนต่อความเจ็บปวดที่ถูกเขาจับข้อมือไว้แน่น เธอกัดฟัน แล้วก็ออกแรงสุดกำลัง เพื่อสะบัดมือเขาออก

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น และพูดอย่างหนักแน่นว่า

“เฟิงหยุนเหนียน เราหย่ากันเถอะ”

ตอน 2

“อะไร?”

เฟิงหยุนเหนียนขมวดคิ้ว ราวกับว่าเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะเป็นฝ่ายขอหย่าก่อน ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเมื่อคืนนี้เธอเพิ่งจะวางยาเขา แล้วเธอจะมาเล่นแง่อะไรตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้!

“เธอเป็นบ้าอะไร?”

เซิ่งเกอชำเลืองมองเขาอย่างเย็นชา เห็น ๆ อยู่ว่าเธอตัวเล็กกว่าเขามาก แต่รังสีจากตัวเธอที่ปล่อยออกมาในตอนนี้กลับไม่น้อยไปกว่าเฟิงหยุนเหนียน

“คุณก็อยากหย่มาตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ในเมื่อตอนแรกเป็นเพราะคุณถูกคุณท่านบังคับให้แต่งงานกับฉัน งั้นตอนนี้คุณท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีใครห้ามคุณไม่ให้แต่งงานกับมู่จือหนิงได้แล้ว หรือว่าคุณไม่อยากให้มู่จือหนิงมีตัวตนรึไง?”

เฟิงหยุนเหนียนเม้มริมฝีปาก แล้วก็ชำเลืองสายตาจับจ้องมาที่เธอ

เธอหวังดีสละสถานะของตัวเองไปจริง ๆ เหรอ?

เมื่อเห็นว่าแววตาของเธอที่จริงจังไม่เหมือนกับกำลังแสร้งพูด เขาก็สบถหึขึ้นมาเบา ๆ แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “แล้วอย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน”

เซิ่งเกอหัวเราะเยาะขึ้นมาอย่างเย็นชา เธอไม่เคยรู้สึกแน่วแน่เท่านี้มาก่อนเลย

“สิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกเสียใจก็คือฉันเลือกที่จะแต่งงานกับคุณในตอนนั้น”

หลังจากพูดจบเธอก็หันหัว และเดินออกจากประตูไปทันที แผ่นหลังของเธอดูแน่วแน่เด็ดเดี่ยวมาก

เฟิงหยุนเหนียนจ้องมองไปที่แผ่นหลังของเธอ มองอยู่เป็นเวลานาน

ในอดีตตอนที่ผู้หญิงคนนี้เจอเขา เธอมักจะดูเป็นคนที่อารมณ์ดี เข้ากับคนง่าย แสร้งทำตัวเป็นคนอ่อนโยนเหมือนโดนรังแกได้ง่าย แต่มาวันนี้ท่าทีของเธอกลับดูแข็งกร้าวอย่างคาดไม่ถึง

หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จะเป็นการปรักปรำเธอจริง ๆ?

แต่ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วจะเป็นใครไปได้

.......

ทั้งสองเดินตามกันไปที่สำนักทะเบียนในเช้าวันนั้น

เซิ่งเกอสวมเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากแผงลอยข้างถนนที่ทั้งดูน่าเกลียดทั้งเก่า เธอยืนอยู่กับเฟิงหยุนเหนียนที่สวมชุดสูทของปราด้าสีดำระดับไฮเอนด์ ทำให้ดูไม่เข้ากันอย่างเห็นได้ชัด เพราะเหตุนี้จึงดึงดูดสายตาของผู้คนมากมายให้มองมาด้วยความแปลกใจ

แต่เซิ่งเกอไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว เธอคิดแค่ว่าอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุด

ในเวลาไม่เกินสิบนาที ในที่สุดการแต่งงานอันหนักหน่วงนี้ก็สิ้นสุดลงสักที

เมื่อมองไปที่ใบหย่าในมือที่ดูโดดเด่นสะดุดสายตา เซิ่งเกอก็ตกอยู่ในภวังค์ไปครู่หนึ่ง

“ต่อไปเธอก็อย่าทำอะไรแย่ ๆ อีกล่ะ”

เสียงที่เย็นชาดังขึ้นมา ตอนที่เซิ่งเกอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ชายคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว เขาไม่มีแม้แต่ประโยคที่จะรั้ง ไม่มีแม้แต่สายตาที่มองมา ราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อนอย่างไรอย่างนั้น

“เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

เธอส่ายหน้าพลางหัวเราะขึ้นมาคนเดียว

ในเมื่อเขาไร้ความรู้สึกขนาดนี้ ต่อไปถ้าเจอกันอีก ก็เป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกันเท่านั้นพอ

เธอสลัดความคิดทุกอย่างออกไปจากหัว แล้วก็ยกเท้ากำลังจะเดินไปถึงริมถนน

ทันใดนั้นรถเบนท์ลีย์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นแบบยาวพิเศษคันสีดำก็มาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ

พอประตูรถเปิดออก ชายวัยกลางคนที่มีผมสีขาวครึ่งหัวที่มีบอดี้การ์ดสี่คนคอยคุ้มกันอยู่ก็เดินเข้ามาหาเธอ

เมื่อเซิ่งเกอเห็นชัดแล้วว่าเป็นใครที่เดินเข้ามา เธอก็เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้นตัวเธอก็ดูมีสง่าราศีสูงส่งขึ้นมา ประหนึ่งว่ามีมาตั้งแต่เกิดอย่างไรอย่างนั้น “พ่อนี่ช่างหูไวตาไวจริง ๆ เลยนะคะ หนูเพิ่งจะหย่าไปเมื่อกี้พ่อก็มาหาหนูถึงที่ซะแล้ว”

ลุงหลินที่เป็นพ่อบ้านยิ้มขึ้นมาอย่างประจบประแจง แล้วก็โค้งคำนับให้เธอพลางพูดขึ้นมาว่า “คุณหนู ระยะเวลาสามปีที่คุณหนูตกลงไว้กับนายท่านถึงกำหนดแล้วนะครับ......”

เขาเงียบไปชั่วครู่ แล้วก็มองไปที่ใบหย่าในมือของเซิ่งเกอ

จากนั้นเขาก็แสร้งทำเป็นพูดขึ้นมาอย่างเสียดายว่า “ดูเหมือนว่าคุณหนูคงจะไม่สามารถทำให้เฟิงหยุนเหนียนตกหลุมรักคุณหนูได้สินะครับ ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คุณหนูก็คงจะต้องทำตามสัญญา ต้องกลับไปที่เมืองสเตลล่าเพื่อสืบทอดธุรกิจของครอบครัวแล้วล่ะครับ”

เซิ่งเกอขมวดคิ้ว แล้วก็เงียบไปเป็นเวลานาน

ตอนอายุสิบห้า เธอถูกคนทำร้าย จึงทำให้สูญเสียความทรงจำไป ก็เลยถูกส่งไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเมืองฟอร์เดน หลังจากนั้นเนื่องจากเธอบังเอิญไปช่วยคุณท่านตระกูลเฟิงเอาไว้ คุณท่านจึงพาเธอกลับไปที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงด้วย จนกระทั่งเธอบบรลุนิติภาวะแล้ว เฟิงหยุนเหนียนก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอ

ในคืนวันแต่งงานของเธอกับเฟิงหยุนเหนียนได้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น จู่ ๆ เธอก็ฟื้นความทรงจำกลับคืนมาได้ แต่ที่น่าตลกก็คือ ตอนนั้นเธอตกหลุมรักเฟิงหยุนเหนียนไปทั้งหัวใจแล้ว เธอจึงปฏิเสธที่จะกลับไปกับลุงหลิน แล้วสุดท้ายเธอก็ทำข้อตกลงกับพ่อของเธอเอาไว้เป็นเวลาสามปี

พอมาคิด ๆ ดูในตอนนี้ เพื่อผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเธอเลย เสียเวลาไปสามปีโดยเปล่าประโยชน์

“นายท่านคิดถึงคุณหนูมากเลยนะครับ คุณหนูกลับไปกับผมเถอะนะครับ อย่าใช้อารมณ์กับนายท่านอีกเลย นายท่านเขา.......”

“ลุงหลิน”

เซิ่งเกอขัดจังหวะเขาขึ้นมาทันที พอพูดถึงเรื่องในอดีต สีหน้าของเธอก็เย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ “เขามีผู้หญิงคนนั้นอยู่เคียงข้างอยู่แล้ว แล้วตระกูลลู่ก็ไม่ต้องการคนไร้ค่าอะไรอย่างฉัน ฉันยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำในเมืองฟอร์เดนอีก ฉันไม่กลับ”

ใครที่เป็นคนทำให้เธอสูญเสียความทรงจำ และอาศัยอยู่ในเมืองฟอร์เดนในตอนนั้น ช่วงสองปีมานี้เธอได้ไปแอบตรวจสอบมาแล้ว แล้วเธอก็รู้มาว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่คน ๆ นั้นจะอยู่ในลู่ซือ กรุ๊ป แต่สรุปแล้วจะเป็นใคร เธอก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

ตอนนี้ศัตรูอยู่ในความมืด เธออยู่ในที่โล่ง การกลับไปที่ตระกูลลู่นั้นอันตรายเกินไป

ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่อยากกลับไปมองตาปริบ ๆ กับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว

ลุงหลินถอนหายใจออกมา “นายท่านเดาไว้ไม่มีผิดจริง ๆ คุณยังคงโกรธเขาอยู่ แล้วก็ต้องไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ แน่”

หลังจากพูดจบ เขาก็หยิบบัตรสีดำทองใบหนึ่งออกมาด้วยความเคารพ “นี่คือบัตรธนาคารของคุณ ในนั้นมีเงินอยู่สามหมื่นล้าน ยังไม่ได้ถูกย้ายออกไปไหนครับ”

จากนั้นเขาก็โบกมือให้บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างหลังเขา แล้วบอดี้การ์ดก็ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับเซิ่งเกออย่างรวดเร็ว

ตอน 3

“นายท่านบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องกลับไปตอนนี้ก็ได้ครับ แต่คุณต้องยอมรับสิทธิ์ในการบริหารของแองเกิล อินเตอร์เนชั่นแนลในเมืองฟอร์เดนที่อยู่ภายใต้เครือของลู่ซือ กรุ๊ป แล้วผลกำไรของบริษัทในปีนี้ก็ต้องสูงขึ้นกว่าปีก่อนถึงห้าเปอร์เซ็นต์ด้วยครับ”

“นายท่านยังบอกอีกว่า คุณจะปฏิเสธก็ได้ แต่ชะตากรรมของเฟิงซือ กรุ๊ปอาจจะแย่”

เซิ่งเกอกัดฟันแน่น

ก่อนที่คุณท่านของตระกูลเฟิงจะเสียชีวิต เธอเคยสัญญากับเขาว่า เธอจะช่วยเขาดูแลเฟิงซือ กรุ๊ปให้ดี ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับเฟิงซือ กรุ๊ปได้

เห็นได้ชัดว่าพ่อใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเธอในเรื่องนี้มาบังคับเธอ ซึ่งเขาไม่ได้จะบังคับให้เธอกลับบ้าน แต่กลับยืนกรานหนักแน่นว่าเธอจะต้องเป็นคนรับช่วงต่อแองเกิล อินเตอร์เนชั่นแนล

สรุปแล้วเขากำลังพยายามจะทำอะไรอยู่กันแน่?

“ตกลง เอาตามที่เขาต้องการนั่นแหละ!”

เซิ่งเกอรับปากกามา แล้วก็เซ็นชื่อของเธอลงไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว จากนั้นก็รับบัตรสีดำทองที่มีเงินสามหมื่นล้านอยู่ในนั้นมา

เมื่อมองไปที่ใบหน้าสีบลอนด์ของการ์ด เธอส่ายหัวอย่างขบขัน

เห็น ๆ อยู่ว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เธอยังยากจนมากทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่แค่ไม่กี่บาทเอง แม้แต่ค่าแท็กซี่ยังไม่พอจ่ายเลยด้วยซ้ำ

ตอนนี้คือเธอกลายเป็นคนรวยแล้วเหรอเนี่ย?

เป็นเพราะก่อนหน้านี้เธอทำข้อตกลงกับพ่อเอาไว้ว่า บัญชีและบัตรธนาคารของเธอจึงถูกระงับ อีกทั้งเธอจำเป็นต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเธอ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญา

โดยปกติแล้วแม่สามี และน้องสะใภ้เป็นคนที่ไม่ชอบคนจน และรักคนรวยมาก แถมยังชอบตีสนิทกับคนรวยหรือคนมีอำนาจ แล้วก็ไม่เคยมองเธอแบบเต็ม ๆ ตาด้วย

หากพวกเขารู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือเซิ่งเกอ ลูกสาวคนสุดท้องของลู่ซือ กรุ๊ปที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ เป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยมหาศาลมีเงินใช้สบาย ๆ มูลค่าหลายร้อยล้าน พวกเขาจะมีสีหน้ายังไงนะ?

เธอจำได้ว่าก่อนหน้าที่เธอจะฟื้นคืนความทรงจำมาได้ ตอนที่เพื่อนสนิทของเธอในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลังจะตาย เธอคุกเข่าลง และคำนับอ้อนวอนเพื่อขอยืมเงินจากลี่เฟยแม่สามีของเธอ

แต่ลี่เฟยกลับหยิบบัตรธนาคารแพลทินัมใบหนึ่งออกมาอย่างหยิ่ง ๆ แล้วก็ไม่ได้ยื่นให้เธอ ทั้งยังอวดเธออีกว่า “เธอลองเดาสิว่ามีเงินอยู่ในนี้เท่าไหร่? เงินหนึ่งล้าน ชาตินี้เธอคงไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนใช่ไหมล่ะ?”

“แต่ฉันยอมเอาเงินไปซื้ออาหารหมา ดีกว่าให้เธอยืม! เพราะเพื่อนที่ยากจนผู้น่าสงสารของเธอ ในสายตาของฉันแล้วมีค่าไม่เท่ากับหมาหนึ่งตัวเลยด้วยซ้ำ”

เซิ่งเกอกำหมัดแน่น ในแววตาของเธอมีร่องรอยของความเย้ยหยันแวบขึ้นมา

หากมีโอกาส เธอก็อยากจะสั่งสอนนังสารเลวสองคนที่ชอบดูถูกคนอื่นจริง ๆ ! อยากจะระบายความโกรธออกมาให้เต็มที่ไปเลย!

ขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ จู่ ๆ เซิ่งเกอก็ถูกคว้าข้อมือไปจากด้านหลัง

เมื่อหันกลับไปมอง เธอก็เห็นว่าเป็นลี่เฟย แม่สามีของเธอนั่นเอง

ลี่เฟยกำลังเชิดคางขึ้นสูง สีหน้าดูรังเกียจ และไม่พอใจมาก ด้านหลังมีไฮโซหลายคนเดินตามมาด้วย ทุกคนถือถุงช้อปปิ้งทั้งใบใหญ่และใบเล็กเอาไว้ ดูจากท่าทางแล้วเหมือนว่าพวกเธอน่าจะเพิ่งไปช้อปปิ้งกันมา

เซิ่งเกอเอาบัตรสีดำทองใส่ลงในกระเป๋าอย่างใจเย็น แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างเฉยเมยว่า “คุณมีธุระอะไรเหรอ?”

ลี่เฟยผงะไปครู่หนึ่ง ราวกับว่าคาดคิดไม่ถึงว่าท่าทีของเซิ่งเกอจะเย็นชาขนาดนี้ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่เซิ่งเกอเจอเธอทีไรก็ดูกลัวเธอมาก

“ใครอนุญาตให้เธอออกมาทำตัวน่าขายหน้าแบบนี้ฮะ! งานบ้านทำเสร็จแล้วเหรอ? อาหารกลางวันล่ะทำเสร็จรึยัง? ถ้าลูกชายสุดที่รักของฉันหิวขึ้นมา ฉันได้ถลกหนังเธอออกมาแน่!”

“ดูสารรูปสิ เธอใส่ชุดอะไรของเธอเนี่ย! แต่งงานเข้ามาก็ตั้งหลายปีแล้ว ก็ยังทำตัวอย่างคนจนอยู่เหมือนเดิม น่าอายจริง ๆ เลย รีบ ๆ ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“ฉันเนี่ยนะทำตัวน่าอาย?”

เซิ่งเกอราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกมากอย่างไรอย่างนั้น “หลังจากที่ฉันแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลเฟิงแล้ว คุณก็จงใจไล่คนใช้ในวิลล่าคนอื่น ๆ ออก แถมยังบังคับให้ฉันลาออกจากงาน แล้วก็มาซักผ้า ทำอาหาร เป็นภรรยาที่แสนดีให้กับลูกชายของคุณ ซึ่งฉันก็ทำตามทุกอย่างแล้ว แต่แล้วคุณพอใจไหมล่ะ?”

“คุณยังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใส่ร้ายว่าฉันขโมยเครื่องประดับของคุณไป แล้วก็ใช้เรื่องนี้มาหักส่วนแบ่งของหุ้นที่คุณท่านให้ฉันไว้ แถมยังบังคับให้ฉันคุกเข่าท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักเพื่อทำโทษอีก คุณลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้วรึยัง?”

พวกไฮโซสาวที่อยู่ข้างหลังลี่เฟยทำเสียงจุ๊ ๆ ขึ้นมา ทุกคนต่างรู้ดีว่าลี่เฟยโหดเหี้ยมกับลูกสะใภ้มากแค่ไหน แต่กลับไม่คาดคิดว่าเธอจะบ้าคลั่งได้ขนาดนี้

เมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนดูไม่เข้าร่องเข้ารอย พวกไฮโซเหล่านั้นจึงทยอยกันหาข้ออ้างที่จะไปจากตรงนี้

“เธอ เธอพูดเรื่องไร้สาระอะไรเนี่ยฮะ!”

ลี่เฟยอยากจะพูดตัดบทเซิ่งเกอขึ้นมาหลายครั้ง แต่เธอถูกบล็อกด้วยคำพูดที่เหมือนปืนกลของเซิ่งเกอ ทำให้ไม่มีจังหวะที่จะพูดแทรกได้เลย

“ฉันพูดจาไร้สาระรึเปล่า คุณก็รู้อยู่แก่ใจดี”

เซิ่งเกอเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง แล้วก็มองด้วยสายตาที่เฉียบคม “เมื่อก่อนฉันยอมคุณ แต่หลังจากนี้ไปถ้าคุณยังมายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ฉันจะทำให้คุณต้องชดใช้เป็นสองเท่า!”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WVS” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WVS
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

โซ่สายใยดวงใจซาตาน
โซ่สายใยดวงใจซาตาน
เมื่อคุณหมอสาวตัดสินใจขโมยสเปิร์มของคนไข้หนุ่มสุดเพอร์เฟกต์แล้วหนีไปต่างประเทศเพื่อมีลูกในฝัน แต่สามปีผ่านไป มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชากลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง พร้อมความจริงเรื่องลูกชายวัยสองขวบที่หน้าตาเหมือนเขาถอดแบบมา นิยายรักมาเฟียสุดเข้มข้นที่ห้ามพลาด
8.6
62 ตอน
ท่านประธานซาตานของฉัน
ท่านประธานซาตานของฉัน
เมื่อความหลงทางในคฤหาสน์หรูปลุกอดีตคืนเร่าร้อนเมื่อห้าปีก่อนให้กลับมาอีกครั้ง นิยายรักแนวท่านประธานสุดฮอตที่จะพาคุณไปพบกับความรักต่างชั้นและการกลับมาพบกันอีกครั้งของเขากับเธอ พร้อมภารกิจสุดป่วนของลูกชายตัวน้อยที่วางแผนตามหาพ่อผ่านสื่อเพื่อสร้างครอบครัวแสนอบอุ่น
7.6
800 ตอน
เมียบำเรอฟรีแลนซ์
เมียบำเรอฟรีแลนซ์
เมื่อคืนเลี้ยงรุ่นกลายเป็นกับดักร้าย ปานทิพย์จึงต้องตกเป็นเมียบำเรอลับๆ ของณัฏฐ์อย่างไม่มีทางเลี่ยง นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับความรักอันตรายที่เต็มไปด้วยแรงเสน่หาและการบังคับขืนใจ แม้เธอจะเกลียดเขาแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจต้านทานอารมณ์ดิบเถื่อนและสัมผัสเอาแต่ใจของเขาได้เลย
9.5
99 ตอน
ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ
ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ
เมื่อความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความรักอันตราย วิษุวัติลงทัณฑ์นลินวิภาอย่างเลือดเย็นเพื่อล้างแค้นแทนคนที่รัก แต่ในวันที่เธอพังทลาย หัวใจเขากลับเจ็บปวดเสียเอง นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับบทพิสูจน์รักแท้ที่เริ่มต้นด้วยรอยแค้น อ่านนิยายรักบีบหัวใจนี้ได้เลย
8.9
54 ตอน
ไฟแค้นเพลิงพายุ
ไฟแค้นเพลิงพายุ
เมื่อน้องสาวต้องจบชีวิตลงพร้อมลูกในท้อง พายุจึงสาบานว่าจะล้างแค้นชายโฉดอย่างสาสม ทว่าเคราะห์ร้ายกลับตกที่อุรวรา เจ้าสาวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เธอต้องกลายเป็นแพะรับบาป ถูกจองจำในวังวนโทสะและรักอันตรายในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นนี้ อ่านนิยายฟรีที่จะสะกดใจคุณทุกตอน
8.4
51 ตอน
One night Stand แค่แฟนคืนเดียว
One night Stand แค่แฟนคืนเดียว
เมื่อพริมโรสถูกแฟนนอกใจเพราะไม่ยอมมีเซ็กซ์ด้วย ความแค้นทำให้เธอตัดสินใจจ้างนิโคลัส ท่านประธานหนุ่มลูกครึ่งสุดฮอตมาเป็นแฟนหลอกๆ แค่คืนเดียวเพื่อประชดรักเก่า แต่ข้อแลกเปลี่ยนในค่ำคืนเร่าร้อนกลับกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินได้แล้ววันนี้
8.7
61 ตอน