ตอน 2

มาเก๊า ฮ่องกง

เสียงที่ดังอยู่รอบกายทำให้คนที่อยู่ในมุมหนึ่งของบาร์ด้านในสุดรีบขยับเสื้อกันหนาวให้กระชับกว่าเดิม สายตานั้นเหมือนกับกระต่ายน้อยที่ไม่คุ้นชินกับสถานที่ตอนนี้

มินตราหันมองโดยรอบอีกครั้ง เมื่อมีคนเดินใกล้เข้ามาเธอก็รีบหลบสายตาแล้วขยับชิดบาร์มุมสุดมากกว่าเดิม เวลาล่วงมาครึ่งค่อนคืนแล้ว แต่ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของเธอก็ยังไม่เสร็จภารกิจ

เธอหันมองโต๊ะที่อยู่มุมฝั่งตรงข้าม อีกฝ่ายกำลังวางชิปเดิมพันชุดสุดท้ายลงไป เจ้ามือก็หมุนรูเล็ตต์แล้วปล่อยลูกบอลลงไป จากนั้นผู้คนรอบโต๊ะก็ต่างลุ้นว่ามันจะตกไปยังเลขที่ตัวเองคิดไว้หรือเปล่า

เธอมองอย่างเบื่อหน่าย คิดว่ารอบนี้คงเป็นรอบสุดท้ายแล้ว เพราะเงินพนันที่แฟนหนุ่มเอามาตอนนี้ไม่เหลือให้แลกอีก และเธอจะได้กลับขึ้นไปนอนด้านบนเสียที

อันที่จริงเธอไม่เห็นด้วยกับการเล่นพนันครั้งนี้ แต่นาคินบอกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาจะเล่นพนัน เพราะหากไม่เล่นก็จะไม่มีเงินไปใช้ในวันแต่งงานของเรา

ทางบ้านของเธอเร่งเขามาหลายเดือน แม้จะพยายามทุกวิถีทาง แต่การหาเงินในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ก็ยากยิ่งกว่าอะไร ผลสุดท้ายเขาก็พาเธอมาถึงจุดนี้

มินตรายกมือขึ้นปิดจมูกเมื่อควันบุหรี่ลอยมา เมื่อมองไปทางประตูก็พบว่าเป็นชายกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสูท บางคนก็ใส่เสื้อแขนสั้น จึงทำให้เห็นรอยสักตรงแขนทั้งสองข้าง

เธอจึงเผลอเหลือบมองคนที่ใส่สูทที่อยู่ด้านหน้าสุด ตรงปลายข้อมือเหมือนมีรอยสักโผล่ออกมา คิดว่าพวกเขาก็คงสักเหมือนกันหมด ในสมองก็เผลอคิดว่าหากพวกเขาถอดเสื้อออกมา จะเป็นภาพรอยสัก แบบไหนกันนะ

ตึง!! เสียงมือทุบโต๊ะดังขึ้นทำให้มินตราหันกลับมามอง ก็เห็นนาคินที่ดูโกรธและโมโห “หมดแล้ว ไม่เหลือสักชิป”

เงินที่เอามาพนันล้วนเป็นเงินเก็บไว้สำหรับแต่งงาน ถึงไม่ได้มีมาก แต่ก็พอจะเลี้ยงแขกได้ห้าสิบคน และเลือกชุดสวยได้ เพียงแต่ตอนนี้ พอได้ยินว่าไม่เหลือสักชิป เธอก็ยิ่งถอนใจ

“ตาบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ทางเลือกที่ดี คินก็ไม่เชื่อตาเลย”

นาคินหันมองหน้าคนพูดอย่างรำคาญ “แทนที่จะช่วยคิดหาเงินเพิ่ม กลับมาต่อว่าผมอีก คุณนี่มัน...” เขากัดฟันไม่ปล่อยคำหยาบออกมา เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังมีเงินเก็บบางส่วนที่ซ่อนเอาไว้อยู่

สายตาที่โกรธในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นหวานล้ำ จากนั้นน้ำเสียง ก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน “ตา ผมรู้ว่าคุณมีเงินอยู่อีก ให้ผมเอาไปต่อทุนนะ ยังไงคืนนี้ผมก็ต้องได้ทุนกับดอกเบี้ยคืนกลับมาแน่ พ่อคุณก็เร่งให้แม่ผมไปขออยู่ทุกวัน คุณไม่สงสารผมหรือไง”

เป็นความคิดที่ผิดมหันต์ แต่พอเห็นสายตาเขาเธอก็ยอมหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมา คิดจะเปิดเพื่อหยิบบัตรให้เขา แต่อีกฝ่ายก็ชิงดึงไปเปิดเอง จากนั้นก็ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเงินอีกก้อนที่จะเอาทุนคืน

เขาจัดการถอนเงินออกจนหมด จากนั้นก็นำไปแลกชิปใหม่แล้วเดินกลับไปยังที่โต๊ะตัวเอง

มินตราถอนใจอีกรอบ ยกข้อมือขึ้นมาเพื่อดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้ล่วงเข้าวันใหม่แล้ว หากคำนวณดูจากสถานการณ์ คิดว่าคืนนี้เธอคงไม่ได้นอน กลิ่นบุหรี่และกลิ่นสุราลอยเตะจมูกใกล้ขึ้นมาอีก เธอจึงลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินไปหาแฟนหนุ่มเพื่อขอตัวขึ้นห้องก่อน

กาสิโนแห่งนี้ถือว่าหรูสุดในมาเก๊า ด้านล่างของโรงแรมจัดเตรียมเป็นสถานที่เล่นพนันให้กับนักพนันที่มุ่งหวังจะรวย ส่วนด้านบนก็เป็นโรงแรมหรู

แต่เพราะเงินส่วนหนึ่งถูกเอาไปเล่นพนันหมด พวกเขาจึงเลือกห้องที่ราคาถูกที่สุด ห้องของพวกเธออยู่ที่ชั้นสาม ซึ่งห้องจะแคบกว่าชั้นอื่น และแสงไฟทางเดินก็ดูมืดสลัวกว่าชั้นทั่วไป

เสียงโวยวายทั้งจากคนเมาและคนพักก็ดังออกมาให้มินตราสะดุ้งหวาดกลัวอยู่เป็นระยะ ชีวิตเธอไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้ และไม่ควรที่จะตามใจแฟนหนุ่ม หากพรุ่งนี้เขาไม่สามารถคืนทุนได้ เธอก็คงหมดตัวจริง ๆ

เพียงคิดแค่นี้เธอก็เหนื่อยจนเดินไม่ไหว จังหวะที่ออกจากลิฟต์นั้นก็มีคนวิ่งตัดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เธอมองกลุ่มคนชุดดำที่ในมือล้วนมีมีดและปืน เท้าที่ก้าวออกจากลิฟต์แล้วก็รีบเปลี่ยนทิศวิ่งหลบไปยังทางบันไดหนีไฟที่อยู่ใกล้กัน

เห็นชายอีกคนที่เหมือนหนีมาเช่นกัน

“เฮ้ย มันอยู่ไหน”

เสียงใครบางคนในกลุ่มพวกนั้นร้องถาม เธอเห็นว่าคนตรงหน้าอาจจะได้รับอันตรายจึงรีบดันเขาเข้าไปด้านในประตูบันไดหนีไฟ

“ดูเหมือนกลุ่มคนพวกนั้นจะตามหาคุณ”

ชายหนุ่มที่ถูกตามล่าแปลกใจที่เห็นคนที่ช่วยเขาไว้เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ

“รีบ” มินตราจะบอกให้เขารีบลงไป ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นปิดปาก เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู

“ห้ามส่งเสียง ไม่งั้นเธอตาย!!” ห้ามเธอแล้วก็ยังลากเธอเข้าไปด้านหลังประตู ด้านนอกยังคงมีเสียงคนจำนวนมากวิ่งไปมาพร้อมกับเสียงต่อสู้

ส่วนเธอในตอนนี้ก็แทบจะหยุดหายใจ กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นเหล้าจากมือเขาปิดอยู่ที่จมูกของเธอ กลิ่นนั้นเหมือนกับยาที่ทำให้เธอขาดสติ อันที่จริงแล้วเธอควรจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเขา แต่เธอกลับไม่ทำ ร่างกายและขาที่คล้อยตามเขาถูกเขาลากไปยังห้องชั้นล่าง

จากนั้นเขาก็ผลักเธอเข้าไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ในโรงแรม เมื่อประตูปิดลงความมืดก็เข้ามาแทนที่จนเธอเริ่มหวาดกลัว เขาก็ยอมปล่อยมือ

“ผมไม่ทำอะไรคุณ ถ้าคุณจะอยู่นิ่ง ๆ ห้ามส่งเสียง”

ก่อนหน้านี้ใครกันที่ขู่ว่าจะฆ่าเธออยู่!! เธอไม่น่าช่วยเขาเลย

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทำให้เขารีบยกมือขึ้นปิดปากเธออีก กลิ่นบุหรี่ที่ติดมือทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ จึงพ่นลมหายใจขัดออกมา คนที่อยู่ด้านหลังจึงขยับแผ่นอกชิดแผ่นหลังเธอมากกว่าเดิม

ริมฝีปากกระซิบอยู่ข้างหู “รังเกียจผม?”

แน่นอนว่าเธอต้องรังเกียจคนที่กำลังพูดอยู่ แต่สิ่งที่รังเกียจยิ่งกว่าที่สุดก็คือ “ฉันไม่ชอบกลิ่นบุหรี่” โชคดีที่นาคินแฟนหนุ่มเป็นคนไม่สูบบุหรี่ทำให้เธอพยายามมองเห็นข้อดีของเขาที่เธอชอบจนมองข้ามนิสัยแย่ ๆ อีกหลายอย่างไป

เสียงหึในลำคอดังขึ้นเหมือนกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ มุมปากก็ขยับใกล้แนบชิดกว่าเดิมเหมือนกำลังสนุกที่ได้แกล้งคนที่บอกว่าไม่ชอบกลิ่นบุหรี่

มินตราพยายามเบือนหน้าหนี ตอนนี้เธอสัมผัสได้ถึงความอันตรายจึงพยายามบิดตัวให้หลุดจากเขา แต่มือหนาก็กอดรัดแน่นจนเธอขยับไม่ได้ สุดท้ายก็หมดความพยายาม รอคอยจนเสียงด้านนอกเงียบสงบเขาจึงยอมปล่อยมือเอง

พอเป็นอิสระเธอก็รีบขยับหนีไปยังประตู ไม่ทันเปิดออกเขาก็ผลักปิดเอาไว้ มินตราหันกลับไปมอง

“พวกเขาไปหมดแล้วปล่อยฉันไปได้แล้ว” น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย แต่เหมือนพยายามฝืนไม่ให้แสดงออกมา ทำให้มุมปากเขายกขึ้นเหมือนสนุกที่ได้เล่นกับกระต่ายน้อย

แสงที่ลอดเข้ามาจากช่องหน้าต่างเล็ก แม้เพียงเล็กน้อย แต่ก็พอทำให้เขาเห็นใบหน้าของหญิงสาวอย่างชัดเจน ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโต จมูกนิด ปากยกขึ้นคล้ายดังผลเชอร์รีสีชมพูอ่อนนั่นสะดุดตาเขาเสียจริง

“คุณบอกว่าจะไม่ทำอะไรฉัน”

เขาพูดเร็วไปจริง ๆ น่าจะคิดให้ดีเสียก่อน ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เขาเก็บมาได้จะสวยแบบนี้ “เธอไม่ใช่คนจีน?”

“ครึ่งหนึ่ง ฉันเป็นคนไทย” อันที่จริงเธอไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้เขาฟังด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมปากเธอถึงได้เบาขนาดนี้

“อันที่จริงสถานที่ที่พวกเราอยู่ไม่ใช่ที่ที่ควรจะมาทำความรู้จัก ไม่สิ พวกเราไม่ควรจะรู้จักหรือพบเจอกันอีก ฉันต้องกลับไปห้องก่อนที่แฟนฉันจะกลับมา ถ้าเขาหาฉันไม่เจออาจจะเป็นเรื่องใหญ่อีก”

คำว่าแฟนทำให้เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมถอยหลังไปสองก้าวเขายกมือขึ้นเป็นเครื่องหมายให้เธอออกไปได้เลย

พอได้จังหวะนั้นมินตราก็รีบเปิดประตู แล้ววิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย คงมีแต่คนที่เดินออกมาตามหลังมองแผ่นหลังนั้นจนสุดตา

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาทำให้เขาหันมอง เป็นคนของเขาเอง คนชุดดำพวกนั้นรีบคำนับ จากนั้นก็เรียก “คุณชายหวัง”

สายตาหวานของเขาในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสายตาเหี้ยม เขามองคนพวกนั้นด้วยความไม่พอใจในผลงาน “เรื่องในวันนี้ฉันจะ ไม่ลงโทษ แต่ถ้าปล่อยให้พวกมันมาหยามถึงถิ่นอีก ครั้งหน้าฉันไม่ปล่อยไว้แน่”

เขาหันหลังเดินฝ่าฝูงชนคนชุดดำก่อนที่เท้าจะหยุดลง ก่อนจะหันกลับไปมองคนด้านหลัง หยางเจินมองคุณชายหวังเฉินเพื่อรอรับคำสั่ง

“ตรวจดูกล้องวงจรปิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหน”

พอสั่งเสร็จเขาก็ยกมือขึ้นขยับเสื้อสูท มองมือตัวเองแล้วยกขึ้นดม กลิ่นลิปสติกแปลก ๆ ที่อยู่ติดมือ ดูเหมือนจะเป็นกลิ่นเชอร์รีจริง ๆ ด้วย คิดแล้วก็อยากชิมจริง ๆ...

ตอน 3

เสียงผู้คนยังคงดังอยู่ ไม่มีทีท่าว่านักพนันจะลุกไปไหน สายตาเหล่านั้นต่างมุ่งมั่นมองตัวเลขที่ตัวเองวางเดิมพันบนโต๊ะ ถ้าได้เลขที่ตัวเองวางเอาไว้ใบหน้าก็จะเต็มไปด้วยความดีใจ แต่ถ้าไม่ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความผิดหวังและโมโห

มือหยาบถือแก้วบรั่นดีหมุนไปมาให้น้ำแข็งก้อนเดียวขยับกระทบแก้วไปมาอย่างครุ่นคิด บานกระจกที่มองเห็นนักพนันทั้งหมด แต่สายตาเขากำลังจับจ้องอยู่ที่ผู้ชายไทยคนหนึ่ง

“เคยเข้ามาเล่นหลายครั้งแล้วครับ แต่ก็หมดตัวทุกครั้ง ครั้งนี้ ผมสอบถามมาแล้ว ดูเหมือนชิปที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นกองสุดท้าย”

คิ้วหนายกขึ้นเล็กน้อย หันมองคนข้างตัว มือหยาบวางแก้วลงก่อนใช้นิ้วมือลูบวนปากแก้ว “คำว่าหมดสำหรับเราไม่เคยมี”

หยางเจินผู้ช่วยมือหนึ่งได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจความหมาย เขารีบคำนับผู้เป็นนายตน จากนั้นก็เดินลงไปชั้นล่างพร้อมกระเป๋าชิปจำนวนมหาศาล...

หมดตัว!! นาคินบ่นกับตัวเองอย่างเสียดาย เงินที่ตัวเองเอามา ก็หมด เงินจากบัตรของมินตราก็หมดเช่นเดียวกัน แบบนี้แล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าที่ซุกหัวนอน

เขาถอยออกมาแล้วหยุดอยู่ตรงกำแพงห้อง มองคนรอบด้านด้วยความเสียดาย ยิ่งเห็นคนอื่นได้เงินจำนวนมากเท่าไร ในใจของเขาก็ยิ่งบอกว่าเขายังไม่แพ้

ผีพนันกำลังเข้าสิงไม่ยอมออก เงินจำนวนมากยังลอยอยู่ในสมอง ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาอีกนั้น ก็มีกลุ่มคนชุดสูทสีดำเดินตรงมาหาเขา

หยางเจินคำนับทักอีกฝ่ายอย่างสุภาพ “คุณนาคินใช่ไหมครับ”

เขาค่อนข้างตกใจที่อีกฝ่ายรู้จักเขา สายตานั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวง “เนื่องจากคุณชายหวังเห็นว่าคุณเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมของเรา จึงได้มอบสิ่งนี้ให้คุณครับ”

หยางเจินยกกระเป๋าสีดำขึ้นมาแล้วเปิดออก นาคินเห็นก็ตาลุกวาวกับจำนวนเงินในกระเป๋าที่คะเนแล้วมีมากกว่าหลายล้านหยวน

“นี่มัน”

“เป็นข้อเสนอจากคุณชายหวังครับ”

คิ้วนาคินขมวดเข้าหากัน หยางเจินไม่รอช้า หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า นาคินรับมาอ่าน มันคือสัญญากู้ยืมเงิน ในใจเขากำลังสับสน ถ้าเขารับไว้ก็เท่ากับเป็นหนี้ก้อนโต แต่ถ้าเขาเอาเงินนี้ไปต่อทุน บางที... เขาอาจจะได้มากกว่าสามเท่าด้วยซ้ำ

“ถ้าคุณไม่ตกลงก็ไม่เป็นไรครับ” หยางเจินปิดกระเป๋าทันที เสียงกระเป๋าที่ปิดลงทำให้นักพนันอย่างเขารู้สึกเสียดายโอกาสตรงหน้า แต่ความระแวงของเขาก็ยังคงมีอยู่

“ผมขอแค่ก้อนเดียวก่อน” ลองดูกับโชคของตัวเองในคืนนี้ และหนี้ก็จะได้ไม่เยอะเกินไป

หยางเจินยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดกระเป๋าหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้เขาเอาไปแลกชิป เมื่อเหยื่อเดินหันหลังให้เขาก็หันมองคนคุมโต๊ะพนัน สบสายตากันอย่างรู้งาน

แน่นอน ก้อนแรกเขาก็ได้รับชัยชนะ ได้เงินกลับมาถึงสามเท่า

ในใจนาคินก็คิดว่าอาจจะเป็นความโชคดีแค่ครั้งเดียว จึงเล่นต่อในตาต่อไป แต่ไม่ว่าวางไปเท่าไรเขาก็ชนะ จนสุดท้ายความโลภทำให้เขาหันไปหยิบเงินในกระเป๋าที่หยางเจินถือเอาไว้

วางกองลงไปบนโต๊ะ ในใจก็คิดว่าหากชนะตานี้ เขาจะมีเงิน นับสิบล้านหยวน เท่ากับว่าเขาจะกลายเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา

มินตราจะต้องชอบแน่ ๆ ในใจคิดเพียงเท่านี้

ลูกกลมหมุนไปยังวงล้อ รอบข้างตอนนี้เหมือนเงียบสนิท สายตาเขาจับจ้องมองแค่ตัวเลขที่ตัวเองพนัน สุดท้ายเมื่อลูกกลมหยุดลง หัวเข่าเขาก็ทรุดลงพื้นอย่างรวดเร็ว

หมดแล้ว... หมดตัวจริง ๆ แถมตอนนี้เขาเป็นหนี้ก้อนโตอีก

หยางเจินมองชายหนุ่มที่ล้มอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ สีหน้าเต็มไปด้วยความพอใจ “ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้อาจจะกลับมาก็ได้”

นาคินคิดว่าเขาคงถูกคนพวกนี้พาตัวไปขายอวัยวะใช้หนี้เสียแล้ว แต่เปล่าเลย อีกฝ่ายกลับเพิ่มเงินให้เขาอีก... “คุณหมายความว่ายังไง”

“วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้อาจจะได้มากกว่าเดิม คุณนาคินไม่ต้องกังวลนะครับ เจ้านายผมไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น”

จริงเหรอ เขามาเล่นการพนันที่นี่บ่อยก็จริง แต่จำนวนเงินที่เล่นแต่ละครั้งก็ไม่มาก ยกเว้นครั้งนี้ แม้สายตาเขาจะมีความระแวง แต่พอได้ยินคำว่า “พรุ่งนี้คุณอาจจะชนะได้เพิ่มเป็นสิบเท่าก็ได้”

ความโลภของผีพนันเข้าสิงเขาจริง ๆ นาคินหยุดคิดกังวลและความระแวงทั้งหมด เขาถูกหยางเจินพยุงขึ้น จากนั้นก็เดินไปส่งที่ลิฟต์

“พรุ่งนี้หากคุณนาคินไม่รังเกียจ เจ้านายผมจะเลี้ยงมื้อเย็นคุณและเพื่อนของคุณ”

เพื่อน? นาคินหันมองหยางเจิน สีหน้ามีความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ถามกลับ คิดว่าเขาเป็นพนักงานที่นี่ก็อาจจะรู้ว่าเขามากันกี่คน

“น้อยคนนะครับที่ได้รับเกียรติรับประทานอาหารกับคุณชายหวัง”

สีหน้าเขาจากที่ระแวงก็เปลี่ยนเป็นดีใจ หวังเฉินเป็นบุตรชายคนโตของสกุลหวัง นักธุรกิจชื่อดังที่มีชื่อเสียงในด้านมืดและสว่าง พื้นที่แถบนี้ล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของสกุลหวังทั้งสิ้น ได้ยินมาว่าหวังเฉินบุตรชายคนโตคนนี้เป็นคนมีความสามารถมาก และอายุยังน้อย

“ได้ครับ” เขาตอบรับอย่างเต็มใจ จากนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก เมื่อนาคินก้าวเข้าไป พอหันหลังมาก็เห็นรอยยิ้มเป็นมิตรของหยางเจิน ที่ทำให้เขารู้สึกลำพองว่าตัวเองสำคัญ

แต่เมื่อประตูปิดลงเท่านั้น รอยยิ้มเป็นมิตรที่เขาได้รับก็กลายเป็นสีหน้าเรียบนิ่งอย่างน่ากลัว หยางเจินเดินกลับไปในห้องพนันอีกครั้ง ก่อนจะรายงานเรื่องทั้งหมด

หวังเฉินไม่ได้มองคนของเขา เพียงแต่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่มอีกครั้ง เมื่อพบว่าน้ำแข็งที่อยู่ในแก้วละลายจนหมดแล้ว เขาก็ยกดื่มจนหมด

ชายหนุ่มลุกขึ้น จากนั้นก็เดินออกจากห้อง “ฉันจะไปว่ายน้ำ”

ว่ายน้ำตอนตีสาม คงมีแต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ เสียงประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดขึ้น ก่อนจะพาเขาขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าส่วนตัว เมื่อไปถึงก็มีคนของเขายืนอยู่รอบด้าน

หวังเฉินถอดเสื้อสูทออกส่งให้คนข้างตัว แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยสักเต็มหลัง ชายหนุ่มมองรอยสักมังกรผงาดบนแขนด้านซ้ายของตัวเอง

จากนั้นก็หันมองพื้นน้ำตรงหน้า แล้วกระโจนลงไปเพื่อดับ ความร้อนรุ่มในใจคืนนี้ เขาหลับตาลงคิดถึงกลิ่นผู้หญิงคืนนี้ เขาชักอดใจที่อยากจะได้เธอมาเชยชมไม่ไหวแล้ว...

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SNU” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SNU
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ลมหายใจแห่งวายุ
ลมหายใจแห่งวายุ
เมื่อพนักงานสาวมีเวลาแค่สามเดือนเพื่อจีบรุ่นพี่ในฝัน เธอจึงยอมแกล้งทำคอมพิวเตอร์พังเพื่อดึงตัวเขามาใกล้ชิด ทว่าความรักครั้งนี้กลับไม่ง่าย เมื่อ 'ลม' เพื่อนสนิทของพี่ชายที่แอบซ่อนความรู้สึกไว้ลึกๆ ตัดสินใจสารภาพความจริงในใจ นิยายรักโรแมนติกที่จะพิสูจน์ว่ารักแท้อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
8.2
30 ตอน
อายุน้อยร้อยผัว
อายุน้อยร้อยผัว
เมื่อสาวสะพรั่งวัยสิบเก้าต้องเผชิญบ่วงตัณหาจากชายใกล้ชิด ทั้งพ่อเลี้ยงสุดหล่อและว่าที่พี่เขยสายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะขย้ำเธอทุกวินาที แม้จะหนีไปอยู่หอพักกับเพื่อนสาว แต่โชคชะตากลับพาเธอไปพบกับแฟนหนุ่มของเพื่อนในคืนที่เงียบสงัด นิยายรักสุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน
8.1
95 ตอน
บำเรอรักคุณหมอมาเฟีย
บำเรอรักคุณหมอมาเฟีย
เมื่อ รินรดา สาวสวยสุดเซ็กซี่ต้องกลายมาเป็นของเล่นชิ้นโปรดของ ริว ซาโต้อิชิบะ คุณหมอหนุ่มสุดเย็นชาที่ซ่อนตัวตนจริงเป็นถึงมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ภายใต้ความสัมพันธ์อันเร่าร้อนและป่าเถื่อนนี้มีกฎเหล็กเพียงข้อเดียวคือห้ามเผลอใจรักชายไร้หัวใจคนนี้เด็ดขาด นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่คุณไม่ควรพลาด
8.6
30 ตอน
ลมหายใจสุดท้ายยังรักเธอ
ลมหายใจสุดท้ายยังรักเธอ
เมื่อความรักอันลึกซึ้งถูกตอบแทนด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดสะเทือนใจเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับโศกนาฏกรรมรักอันแสนเศร้า เมื่อเขาผู้เป็นโลกทั้งใบสั่งให้เธอกำจัดลูกในครรภ์อย่างไร้เยื่อใย แม้ความตายจะมาเยือนแต่เธอกลับกลัวเพียงว่าจะไม่ได้กอดเขาอีกตลอดกาล อ่านนิยายรักบีบหัวใจได้แล้ว
9.2
52 ตอน
Oh my boss ร้ายกาจนักรักบอสจัง
Oh my boss ร้ายกาจนักรักบอสจัง
เมื่อ ศิศิรา เข้าใจผิดคิดว่าบอสหนุ่มสุดฮอตเป็นเกย์ แต่เขากลับเข้าใจว่าเธอแอบรัก ความสับสนนี้นำไปสู่ความใกล้ชิดใน นิยายประธานบริษัท สุดฟิน เมื่อท่านประธานสายเปย์รุกหนักประกาศกร้าวว่าเคย 'กิน' เธอแล้วและจะทำอีกครั้ง เธอจะห้ามใจตัวเองไม่ให้รักเขาได้อย่างไร อ่านนิยายรัก โรแมนติกสุดฟินได้แล้ววันนี้
8.0
80 ตอน
ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)
ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)
เมื่อ สมบุญ พยาบาลสาวร่างอวบผู้แบกหนี้สินท่วมหัวในช่วงโควิด ได้พบกับ เสริม ชายหนุ่มสายเปย์ที่เข้ามาล้างหนี้ให้จนหมดสิ้น แต่ความใจป้ำนี้กลับมาพร้อมข้อเสนอที่เลี่ยงไม่ได้ นิยายรัก แนวท่านประธานสายเปย์ที่ทั้งฟินและฮาจึงเริ่มต้นขึ้น เธอจะรับมือกับพันธะหัวใจครั้งนี้อย่างไร อ่านนิยายฟรีได้เลย
7.9
97 ตอน