ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

“ระวัง!!”

“พาคุณหนูหนีไป!!”

บอดี้การ์ดตัวใหญ่วิ่งด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่ขายาวจะทำได้แล้วคว้าตัวผู้หญิงตัวเล็กแค่หน้าอกอุ้มวิ่งหนีออกไปทันที เสียงปืนดังไล่หลังตามมาติดๆจนกระทั่งมาถึงรถที่จอดรออยู่แล้ว เพียงไม่กี่นาทีรถคันหรูขับออกไปด้วยความเร็วมากและรถอีกคันตามมาติดๆอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน รถทั้งสองคันเหมือนกำลังขับแข่งกันบนท้องถนนแต่ความจริงไม่ใช่เลย นี่คือการตามล่าเพื่อเอาชีวิตผู้หญิงในรถที่เป็นลูกสาวคนเดียวของมาเฟียหน้าใหม่

ครั้งนี้ให้เจ็บตัวไม่ได้หรอก

เขามาดูแลเธอเองไม่ว่าใครก็ห้ามฆ่า

“เอาปืนมา!”

“อย่าครับคุณหนู”

“ฉันยิงแม่นน่า!”

“รถกันกระสุนทั้งคันแล้วคุณหนูจะเปิดหน้าต่างรับกระสุนทำไม!?”

“นี่กล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอไอ้บ้า!!”

“ขึ้นคร่อมยังทำมาแล้วนับประสาอะไรกับขึ้นเสียง!?”

“กรี๊ด!! ไอ้บ้า!!”

“โอ๊ย!! หุบปากได้แล้ว เสียงแหลมๆมันทำให้เสียสมาธิ!!”

“ฉันเป็นเจ้านายนะ!!”

“แต่พี่เป็นผัว!!”

“ไอ้ผัวเฮงซวย!!”

ด้านนอกรถมีคนหาทางจะยิงเข้ามาให้ได้ ส่วนด้านในก็เหมือนว่ามีสงครามขนาดย่อมเช่นกัน รถคันหรูที่มีรอยโดนยิงแทบทั้งคันขับด้วยความเร็วสูงหาทางสลัดรถที่ตามติดเหมือนเจ้ากรรมนายเวรให้หลุดพ้นไป ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงที่ถูกไล่ล่าในที่สุดก็สามารถหลุดออกมาได้อย่างสะบักสะบอมมากพอสมควร

เอี๊ยด!!

“จอดทำไม!?”

“แล้วจะอยู่ให้มันตามทันรึไง!?”

“พูดดีๆไม่เป็นรึไงห่ะ ความจริงเอาปืนมาให้ฉันยิงมันก็จบแล้ว”

“อวดเก่งจริงๆ ทีตอนพี่วิ่งไปอุ้มทำไมไม่ยิงล่ะ มาปากเก่งทำไมตอนนี้!?”

“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันนะ ตอนนี้พี่เป็นแค่บอดี้การ์ดลืมตัวไปแล้วรึไง!?”

“ในรถคันนี้มีแค่เราสองคน ตอนนี้พี่เป็นผัวไม่ใช่ลูกน้องใครทั้งนั้น!”

“พวกนั้นเป็นใคร!?”

“ยังไม่รู้”

“ไม่ได้เรื่อง!”

“ว่าพี่แล้วตัวเองรู้เหรอ?”

“ก็…”

“ก็ไม่รู้เหมือนกันนี่!”

“ฉันน่าจะอยู่ฆ่ามันให้ตายๆไปซะ!”

“มันจะฆ่าเธอก่อนดิ!”

“หุบปาก!!”

“ไปกันได้แล้ว ที่นี่เป็นเซฟเฮ้าส์แล้วอีกเดี๋ยวคนอื่นจะตามมา”

“เดินช้าๆไม่ได้รึไงเนี่ย ฉันเดินตามไม่ทันนะ!”

“ช่วยไม่ได้ก็เกิดมาขาสั้นเอง”

“ปากหมาที่สุด!!”

บลูมเดินถือปืนเข้าไปในบ้านที่มีรั่วล้อมสูงพร้อมกับกวาดสายตามองด้วยความระมัดระวังมากพอสมควร เขาเดินนำเธอขึ้นไปที่ห้องพักเพราะตอนนี้คุณหนูคนสวยมอมแมมเหมือนตัวอะไรสักอย่างไปคลุกฝุ่นมา ในระหว่างที่รอเธออาบน้ำก็กดโทรศัพท์อ่านข้อความที่ลูกน้องรายงานมา ทุกคนกำลังจะมาที่นี่แล้วประชุมกันอีกทีเพราะคืนนี้คุณหนูต้องออกงานในฐานะทายาทคนเดียวของนักธุรกิจนำเข้าอัญมณี เขาพึ่งมารับหน้าที่นี้วันแรกแทนทีมบอดี้การ์ดเก่าของเธอที่บาดเจ็บหนักจากการปะทะครั้งก่อนและตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่

เงยหน้ามาอีกทีเพราะได้กลิ่นหอม

ฟีนด์ใส่แค่ผ้าเช็ดตัวยืนเท้าเอวจ้องมองกันอยู่

หน้าที่หลักคือผัวในความลับ...มั้ง! หน้าที่รองคือบอดี้การ์ดประจำตัวแม่คุณทูนหัวที่กำลังเท้าเอวใส่แล้ววีนฉ่ำแบบไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย นู้นก็จะเอา นี่ก็จะเอา คิดบวกไม่เคยมีแต่พร้อมบวกไม่เคยขาด เดือดร้อนผัวก็วิ่งสี่คูณร้อยลากขึ้นรถตลอด

เด็กดื้อต้องโดนอะไรกูไม่รู้

แต่เท่าที่รู้คือต้องหาอะไรปิดปากเมียแล้ว!!

"โธ่เว้ย!! ออกไปแล้วไม่ต้องมาให้เห็นหน้า!"

"กล้าไล่ผัวเหรอ!?"

"แล้วคิดว่าฉันไล่หมารึไงเล่า ออกไป!!”

“ไม่ออก!”

“ฉันจะแต่งตัว”

“พี่เห็นมาทั้งตัวแล้วจะอายอะไรอีก!?”

“พี่บลูม!!”

“นั่งลงเดี๋ยวเช็ดผมให้”

ฟีนด์นั่งลงบนเตียงด้วยความไม่ชอบใจเท่าไรแต่ทางเลือกเธอมีน้อย พี่บลูมถูกส่งตัวมาเพื่อดูแลเธอชั่วคราวในช่วงที่บอดี้การ์ดส่วนตัวรักษาตัวให้ดีก่อนจะกลับมาทำหน้าที่เดิม มือใหญ่หยิบผ้ามาเช็ดผมที่เปียกให้ไม่แรงมากแต่ก็เล่นเอาหัวแทบโยกกันเลยทีเดียว จากนั้นมือหยาบที่เคยจับแต่อาวุธฆ่าคนก็หยิบไดร์เป่าผมมาทำต่อด้วยความไม่ถนัดสักเท่าไร แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายเถื่อนแบบนี้จะทำอะไรอ่อนโยนไม่เป็น

สิ่งที่เขาทำมันคือความใส่ใจ

แต่ว่าเธอทำเอาน่าจะดีกว่าหลายเท่า

“เสร็จแล้ว”

“ขอบใจ”

“พี่จะลงไปเช็ครอบๆบ้านก่อนนะ แล้วเดี๋ยวลูกน้องจะเอาชุดที่ใส่คืนนี้กับเครื่องสำอางมาให้ เราต้องไปให้ทันงานก่อนสองทุ่มไม่งั้นจะมีข่าวเสียหายเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน”

“รู้แล้วน่าไม่ต้องย้ำหรอก!”

“อ่อ! อย่าให้เห็นว่าสนใจใครล่ะ?”

“มีสิทธิ์อะไรมาหวง?”

“เอากันตอนนี้ยังได้นะฟีนด์!”

“ออกไปเลยไป๊ไอ้บ้ากาม!!”

บลูมเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับถือปืนเพื่อตรวจเช็คบ้านหลังนี้ให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครมาฆ่ายัยเด็กปากดีได้ หลังจากเดินสำรวจชั้นบนครบหมดทุกห้องแล้วก็เดินสำรวจชั้นล่างและตามด้วยสำรวจรอบบ้าน แววตาดุดันจ้องมองด้วยความระมัดระวัง สัญชาตญาณป้องกันตัวที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กทำงานอย่างหนักหน่วงตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็ปาไปบ่ายโมงกว่าๆแล้ว

ทีมของพวกเขาไปรับเธอมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อจะพามาเซฟเฮ้าส์ที่ปลอดภัย ก่อนจะถูกดักโจมตีในตอนแวะกินอาหารเพราะคุณหนูหิว จากนั้นก็ปะทะกันลากยาวหลายชั่วโมง

เซฟเฮ้าส์หลังนี้ปลอดภัย

คืนนี้เราน่าจะมาค้างที่นี่แทนโรงแรม

เขาเดินกลับเข้าไปในบ้านจากนั้นก็เปิดตู้ลับที่ใช้เก็บซ่อนอาวุธ คืนนี้ในตอนกลับพวกเราต้องถูกเล่นงานอย่างแน่นอนและไม่รู้ว่าจะจบลงตอนไหนด้วย เรื่องนี้เกี่ยวเนื่องกับตำแหน่งประธานบริษัทของพ่อเธอที่พึ่งจะรับช่วงต่อมาได้ไม่นาน หลังจากนั้นมีการเปิดโปงเรื่องยักยอกทรัพย์ของหลายคนที่ถือหุ้นส่วนและทำงานอยู่ หลายคนหนีออกนอกประเทศทันและบางคนถูกสั่งเก็บทันที มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ติดคุก แต่นั่นมันไม่จบเพราะมีการล้างแค้นทันทีและต้องการทวงคืนทุกอย่างที่เสียไป

คุณหนูฟีนด์คือเป้าหมายในครั้งนี้

ฆ่าเพื่อล้างแค้น

“นี่ทำอะไรอะ?”

“ชักว่าว”

“อี๋! น่าเกลียดที่สุด”

“ก็เห็นอยู่ว่าเช็คปืนแล้วจะถามทำไม?”

“เผื่อมีอะไรให้ช่วยไง”

“ช่วยอย่าเป็นปัญหาก็พอ”

“ปากเหรอห่ะ! ฉันไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็เกลียดพี่”

“แล้วไง?”

ฟีนด์นั่งลงที่เก้าอี้แล้วหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูแก้เบื่อระหว่างรอคนอื่นมา คืนนี้เธอต้องไปออกงานกับพ่อเพราะจะมีการพูดคุยเรื่องงานกับเจ้าของเหมืองขนาดใหญ่ที่นั่งเครื่องบินข้ามประเทศมาถึงที่นี่

เธออายุยี่สิบสี่แล้วยังต้องเรียนรู้อีกเยอะกว่าจะเก่งมาก ไหนจะต้องเรียนศิลปะการต่อสู้ให้หนักขึ้นกว่าเดิมเพราะหนทางข้างหน้าไม่ใช่เรื่องงานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว อาวุธก็ใช้เป็นแค่ปืนสั้นธรรมดาและยิงไม่แม่นเท่าไรนัก แต่เธอพยายามมากจริงๆเพื่อจะขึ้นเป็นที่หนึ่งและจะไม่ยอมให้ใครมาฆ่าตัดตอนง่ายๆด้วย

ตอน 2

พี่บลูมถูกเรียกตัวมาจากเมืองนอกกะทันหัน

หน้าที่เขาคือดูแลความปลอดภัย

“ยืนขึ้นหน่อยสิคุณหนู”

“อะไรอีก”

“ลองดูว่าถ้าซ่อนปืนแล้วจะเดินปรกติไหวไหม”

“ฉันทำเองก็ได้”

“อย่าดื้อน่า”

“หาเรื่องลวมลามก็พูดมาเถอะฉันไม่ถือสาหรอก”

บลูมส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าคุณหนูตัวเล็กที่ปากจ้อได้ตลอดเวลา เรียวขาของเธอนุ่มมากและมีรอยช้ำจากการโดนทำร้ายเมื่อไม่กี่วันก่อน ปืนขนาดเล็กใส่ปลอกติดไว้ที่เรียวขาเล็กจากนั้นก็ให้ลองเดินอย่างเป็นธรรมชาติ เขาหยิบปืนมาเปลี่ยนใหม่ให้พอดีมากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็ให้เดินดูอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้เธอทำต่างจากครั้งแรกจนน่าขำไม่ไหวจริงๆนะ

เดินเหมือนนางแบบที่หมุนฟูลเทิร์น

“เป็นไง?”

“อืม”

“ตอบแค่นี้เหรอ!?”

“จะให้ตอบว่าอะไรล่ะ?”

“ก็…ฉันเหมาะกับปืนนี้ไง”

“เหมาะก็ได้ พี่ใส่กระสุนไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ปืนกระบอกนี้ใช้ตอนจำเป็นนะ”

“เป็นพ่อเหรอถึงสั่งดีจัง!”

“ก็พ่อเธอไหมล่ะที่สั่งพี่มาแบบนี้”

“พ่อนะพ่อไม่รู้ว่าใช้อะไรเลือกพี่มาดูแลฉัน ความจริงบอดี้การ์ดทีมอื่นก็มีคนพร้อมเหมือนกัน พี่ต่อรักษาตัวไม่นานเดี๋ยวก็หายแล้ว ฉันว่านะพ่อต้องเลือกพี่ตอนเมาแน่เลยถึงไม่ใช้สมองแบบนี้”

“เชื่อพี่เถอะว่าพ่อฉลาดกว่าลูกแน่”

“พี่ว่าฉันโง่เหรอ!?”

“แล้วมีคำไหนที่ชมไหมล่ะ?”

บลูมหันมาสนใจปืนต่อเพราะต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่างหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น จากนั้นก็หยิบมีดเล็กมาซ่อนไว้ในรองเท้า เขาหยิบโทรศัพท์มาโทรเช็คเซฟเฮ้าส์ที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงเผื่อว่ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นอีก ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางจบลงง่ายๆจนกว่าจะตายกันไปข้างหรอก อีกฝั่งหนึ่งสูญสิ้นทุกอย่างจากความไม่ซื่อของตัวเองเลยแค้นมาก ส่วนพ่อของคุณหนูต้องทำหน้าที่ตรวจสอบทันทีที่เป็นประธานบริษัทเพราะจำนวนเงินที่หายไปมีมูลค่าเกือบสองร้อยล้าน นั่นคือความเสียหายที่ต้องหาที่มาที่ไปและจบปัญหาให้ได้โดยเร็ว

ฟีนด์คือคนหาหลักฐานแทบทุกอย่างมา

เธอคือหนึ่งในเหตุของความแค้น

ผ่านไปไม่นานเสียงรถดังเข้ามาจอดภายในบ้าน บลูมคว้าตัวคุณหนูฟีนด์เข้าไปซ่อนตัวในห้องครัวขณะที่แอบมองว่ามันเป็นใคร ปืนในมือพร้อมจะลั่นไกทุกเมื่อเพื่อฆ่าทุกคนที่จะทำร้ายเธอ ผ่านไปห้านาทีถึงได้เดินออกมาจากที่ซ่อนเพราะคนที่มาคือลูกน้องไม่ใช่คนอื่น

เกรย์กับแฮมคือบอดี้การ์ดคนใหม่เช่นกัน

เขาคือหัวหน้าพวกมัน

“หิวรึยังครับผมแวะซื้อของมาให้ด้วย” แฮมถามด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วแอบมองหัวหน้าของตัวเองคนใหม่ของตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกๆ

เขากับเกรย์ถูกส่งตัวมาด่วนเพื่อดูแลคุณหนูฟีนด์โดยเฉพาะและพี่บลูมคือคนที่มาเป็นหัวหน้าพวกเขาทั้งที่เราไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน ไม่รู้สิว่าควรจะพูดยังไงในความรู้สึกคล้ายว่าเคยเห็นหัวหน้ามาก่อนทั้งที่ไม่ใช่เลยสักนิด ตามรายงานที่ได้รับก่อนจะมาถึงที่นี่คือพี่บลูมทำงานอยู่เมืองนอกมานานมาก พี่บลูมไม่เคยไปฐานที่พวกเขาอยู่เลยสักครั้ง

“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” บลูมถาม

“ตึงเครียดทุกฝ่ายเลยบลูม แล้วก็เรายังหาที่ซ่อนตัวของมันไม่เจอด้วย แต่คิดว่าอีกไม่นานจะต้องเจอแน่นอน อีกข้อที่พึ่งจะรู้คือมันน่าจะร่วมมือกับคนอื่นเพื่อยักยอกเงินและคนนั้นนั่นแหละช่วยมันหนีไปต่างประเทศได้ทันก่อนเราจะเข้าไปจับ คนที่ช่วยมันไม่ใช่คนธรรมดา” เกรย์รายงานตามที่สายข่าวส่งข้อมูลมา แล้วอีกข้อที่ได้รู้คือเซฟเฮ้าส์หลังนี้อยู่นอกแผน เขามองน้องชายที่กำลังเตรียมอาหารกลางวันกินในตอนบ่าย มองคุณหนูฟีนด์ที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยอะไรเลย แล้วมองหัวหน้าที่ไม่เคยร่วมงานด้วยเลยสักครั้งด้วยความสงสัย

ออร่าอันตรายขนาดนี้คงทำงานโหดมาเยอะ

ประวัติแทบทั้งหมดคือความลับ

“จับเป็นมันได้ไหม?”

“ไม่ครับ มันถูกเก็บทันที”

“เหี้ยเอ้ย!!”

“คืนนี้เราจะค้างที่นี่กัน ส่วนวันพรุ่งนี้รอให้คนตรวจสอบบ้านของคุณหนูก่อนว่าปลอดภัยแล้วรึยังถึงค่อยกลับกัน”

“ครับ ว่าแต่ทำไมเราถึงมาที่นี่แทนที่จะเป็นโรงแรมล่ะ แล้ว…อาวุธพวกนั้น?”

“นี่คือเซฟเฮ้าส์ลับที่มีแค่ไม่กี่คนรู้ ถ้ามันจะมีอาวุธซ่อนก็ไม่แปลกเลยนี่ ไปพักผ่อนเอาแรงเถอะ คืนนี้ไม่น่าจะได้พักง่ายๆหรอก”

“สองคนนั้นน่ะอย่าพึ่งคุยเรื่องงาน มากินข้าวก่อน” แฮมเรียกเสียงสดใสแล้วยิ้มกว้างให้กับอาหารกลางวันที่จะกินแล้วก็นอนพักเอาแรง เขาเทน้ำอัดลมดื่ม ส่วนคนอื่นดื่มน้ำเปล่ากันและคุณหนูฟีนด์เลือกจะดื่มน้ำผลไม้ ในตู้เย็นมีเบียร์แช่เอาไว้อยู่เผื่อว่าต้องการเพราะเราจะอยู่ที่นี่จนกว่าที่บ้านจะปลอดภัยมากกว่าที่ผ่านมา

บ้านของคุณหนูฟีนด์ถูกวางระเบิดแต่เก็บกู้ทัน

คอนโดก็ถูกวางกับดักฆ่าแต่โชคดีที่ไหวตัวทัน

ตอนนี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัย

แฮมแอบมองหัวหน้าที่หน้าตึงตลอดเวลาด้วยความสงสัยหลายอย่างแต่ยังไม่ถึงเวลาถามออกไปเพราะยังไม่สนิทกันมากพอ เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะมาเป็นหัวหน้าทีมเมื่อวานนี้ แต่อีกฝ่ายน่าจะรู้อยู่แล้วว่าจะได้ใครมาช่วยงานบ้าง

คนที่เป็นหัวหน้านี่น่ากลัวทุกคนเลยเนอะ

พี่บลูมจะเก่งขนาดไหนนะ

ใบหน้าดุดันต่อให้ยิ้มยังไงก็ไม่เป็นมิตร เขาคิดว่าดูเจ้าเล่ห์น่ากลัวว่าเดิมด้วยซ้ำ หรือต่อให้ทำแววตาอ่อนโยนยังทำให้น่ากลัวได้อยู่ดี รอยแผลเป็นที่ริมฝีปากไม่ได้ชัดมากแต่ที่หางคิ้วลากยาวไปถึงกลางหน้าผากนั้นชัดเจน มือใหญ่มีเส้นเลือดปูดนูนขึ้นเด่นชัดและมีรอยแผลเป็นนูนขึ้นด้วย มีรอยสักรูปงูเต็มทั้งแขนขวา สีผิวไม่ได้ขาวแต่ก็ไม่ได้คล้ำ จะว่าเป็นสีแทนก็ไม่น่าใช่สักเท่าไร ดูทรงแล้วน่าจะออกแดดบ่อยมากพอสมควรแถมยังออกกำลังกายหนักถึงปั้มกล้ามได้ใหญ่บึกบึนขนาดนี้

หัวหน้าคนนี้คือใครกันแน่นะ

ดูจากฝีมือแล้วไม่ธรรมดาเลยสักนิด

“ฉันจะไปนอนพักนะ”

“เชิญครับคุณหนู ส่วนพวกแกสองคนอยู่คุยเรื่องงานก่อน”

“พี่บลูมตามขึ้นมาด้วยล่ะ ฉันมีเรื่องจะคุย”

“สำคัญไหม?”

“บอกให้มาก็มาเถอะน่าจะถามอะไรนักหนา ฉันไม่ฆ่าพี่ตายตอนนี้หรอก!”

“เดี๋ยวตามขึ้นไป”

ตอน 3

ฟีนด์ยิ้มกว้างก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่มแล้วเดินขึ้นไปที่ห้องนอนทันที เธอมีเรื่องจะถามเขาเยอะมากแต่ว่ามันไม่มีเวลาเลยนี่สิ อยู่ดีๆเขาก็โผล่ไปรับที่โรงพยาบาลเล่นเอาหัวใจแทบวายอยู่ตรงนั้นเพราะเราไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนแล้ว แถมติดต่อเขาไม่ได้เลยอีกเป็นเดือน เธอไม่เคยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขารู้แต่ว่าสุดท้ายเขาก็รู้อยู่ดี ทีแรกตั้งใจจะถามในตอนกินข้าว แต่ว่าเรายังไม่ทันได้คุยกันให้เข้าใจก็ถูกตามทำร้ายตลอดทั้งวัน

ก็อกๆๆ

“เข้ามาแล้วล็อกประตูด้วย”

“มีอะไร?”

“ใครเป็นคนตามพี่มากันแน่?” เธอลุกขึ้นยืนบนเตียงเพราะว่าจะได้ตัวสูงกว่าเขาสักที เธออยากมีความรู้สึกได้มองต่ำแบบนี้บ้างแต่ว่าส่วนสูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไร สถานะของเราสองคนนับเป็นความลับมาตลอดเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งตอนนี้ที่เธออายุยี่สิบสี่ปีและเขาอายุยี่สิบเจ็ดปี เราคบกันมาได้สี่ปีแล้วยังไม่มีใครรู้เพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย

“ซ่อนกิ๊กไว้เหรอผัวจะมาหาถึงห้ามดีจัง!”

“กิ๊กบ้านพี่ดิ!”

“ก็ดีที่ไม่มี พี่ยังไม่อยากฆ่าใครเพิ่มตอนนี้”

เธอวางมือลงที่บ่าใหญ่พร้อมกับมองหน้าคนดุดันที่ไม่รู้ว่าไปเอารอยแผลที่คิ้วมาเพิ่มตอนไหนอีก รอยสีปากเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน แถมให้ลบรอยแผลเป็นออกก็ไม่ยอมอีก รู้ไหมว่าแบบนี้ทำให้เขาดูเป็นคนดุดันมากกว่าเดิมและหาความเป็นมิตรไม่ได้เลยสักเสี้ยวเดียว เราสบตากันเพียงไม่กี่วินาทีเธอก็ถอดเสื้อของตัวเองโยนทิ้งทันที คนทำหน้าดุดันยิ้มกว้างแล้วถอดเสื้อตามเช่นกัน

“กินนมไหม?”

“จะดูดให้หนำใจเลย”

เรามันคนคุ้นเคยกันดีเรื่องแบบนี้ไม่ต้องอะไรมากก็รู้ว่าจะทำแบบไหนให้ถึงอกถึงใจและมีความสุขจนแทบสำลัก ช่วงสองปีแรกเราอยู่ด้วยกันแต่เก็บทุกอย่างเป็นความลับ พอเธอกลับมาช่วยงานที่ครอบครัวก็มักจะแวะไปหาเขาทุกครั้งที่ไปเมืองนอก หรือบางครั้งแค่คิดถึงก็ไปหาแล้ว แต่เธอห้ามเขามาหาที่นี่เพราะหวั่นใจว่าจะเกิดอันตรายขึ้นเอาได้ แม้ว่าความจริงแล้วตัวสร้างอันตรายมันคือเขานั่นแหละไม่ใช่คนอื่นหรอก

ผัวทั้งคนใครจะไม่เป็นห่วงเล่า

คบกันมาตั้งสี่ปีจะไม่รักก็คงไม่ใช่หรอก

เวลาล่วงเลยมาถึงตอนค่ำที่งานเลี้ยงตามนัดเพื่อจะพูดคุยธุรกิจสำคัญ ฟีนด์นั่งฟังพ่อแนะนำให้รู้จักกับนักธุรกิจหลายคนและพูดคุยเรื่องทั่วไปเพื่อความสัมพันธ์อันดีในอนาคต จากนั้นพ่อก็จับมือเธอเดินไปนั่งกับเจ้าของเหมืองเพราะว่าเราจะเจรจากันเกี่ยวกับงานอย่างไม่เป็นทางการให้เขาเก็บเอาไปพิจารณา แล้วหลังจากนั้นจะนัดเจอกันอีกครั้งหลังจากเขากลับมาจากพักผ่อนแล้ว

เรื่องงานไม่ได้น่าเครียดอย่างที่คิด

ตอนนี้เครียดเรื่องผัวมากกว่า

เธอแอบมองพี่บลูมที่กำลังพูดคุยกับผู้หญิงสองคนอย่างเป็นมิตร เขาทำเหมือนว่าไม่มีเมียงั้นแหละ แล้วยัยผู้หญิงสองคนนั้นดันทำท่าทางเหมือนอยากจะลากเขาขึ้นห้องให้ได้เลย นี่ขนาดอยู่ในงานเลี้ยงยังทำท่าทางระริกระรี้เหมือนลืมสถานะว่าตัวเองก็ลูกคุณหนูคนหนึ่งที่ควรจะเก็บอาการบ้าง ความคันช่องคลอดเวลาเห็นผู้ชายหล่อเร้าใจมันก็ไม่แปลก แต่นี่จะเอาแบบไม่เลือกสักหน่อยเหรอ

นั่นผู้ชายของเธอนะ

อยากไปกระชากยัยสองคนนั้นออกจริงๆ

“มึงว่าคุณหนูจ้องพี่บลูมปะ?” แฮมกระซิบถามพี่ชายเบาๆด้วยความสงสัยมาก

“ตอนบ่ายทะเลาะอะไรกันรึเปล่าวะ?” เกรย์ถามกลับด้วยความสงสัยเช่นกัน

“คุณหนูเล่นเรียกไปคุยส่วนตัวในห้องเป็นชั่วโมงแบบนั้นใครจะรู้วะ!”

“กูว่านะต้องโดนด่าชัวร์เลย คุณหนูท่าทางเหวี้ยงเก่งขนาดนี้ แถมพี่บลูมก็หน้าโหดฉิบหาย”

“คิดแล้วสงสารพี่บลูมเลยวะ”

ฟีนด์พยายามรักษาสีหน้าให้มากที่สุดทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟแล้ว ผู้ชายในงานเลี้ยงนี้มีตั้งเยอะแยะทำไมถึงไม่สนใจกันนะ ทำไมต้องสนใจคนที่ทำหน้าดุดันตลอดเวลาแบบนั้นด้วย ผู้หญิงสองคนนั้นทำท่าเหมือนอยากจะได้บอดี้การ์ดของเธอไปจริงๆนะนั่นถึงได้วนเวียนใกล้ตัวตลอดเวลาแบบนี้

สองคนนั้นตั้งใจรุมกินผัวเธอให้ได้เลยใช่ไหม

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิดมากแต่ต้องเก็บอาการ

“เป็นอะไรรึเปล่าฟีนด์ถึงทำหน้าแบบนี้”

“รองเท้ากัดค่ะพ่อ ขยับแล้วมันเจ็บมาก”

“มีคู่สำรองไหม?”

“อยู่ที่รถค่ะ งั้นฟีนด์ขอตัวไปเปลี่ยนก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับมา”

“ระวังตัวด้วยล่ะ”

ฟีนด์ยิ้มกว้างให้กับพ่อที่เป็นห่วงความปลอดภัย แล้วรีบเดินไปจับแขนคนตัวใหญ่กระชากออกจากงานทันที พอพ้นสายตาคนเธอปล่อยมือออกแล้วกอดอกเดินไปที่รถด้วยความหงุดหงิดมาก เขาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดได้ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรกแถมไม่มีพิรุธอะไรแสดงออกมาให้ใครเห็นถึงความสัมพันธ์ของเราสองคนว่าแนบชิดกันมากขนาดไหน พอเปิดประตูรถเข้าไปนั่งแล้วปิดประตูรถเธอดึงเขามาจูบทันทีเผื่อว่าจะทำให้ใจเย็นมากขึ้น พอผละมาอีกทีเขาก็อุ้มนั่งตักแล้ว

เธอไม่อยากจะงี่เง่าแบบนี้เลย

“เป็นอะไรอีก?”

“สองคนนั้นมันชอบพี่นี่!”

“หึงผัว?”

“ไม่!”

“ลากพี่มาจูบขนาดนี้ถ้าไม่หึงก็น่าจะหิวไส้กรอกแน่เลย”

“กินตอนบ่ายจนอิ่มแล้ว”

“แน่ใจเหรอ?”

“ก็…กินอีกก็ได้ แต่เร็วๆหน่อยนะ”

“ยัยเด็กหื่น!”

กว่าเราจะกลับเข้างานเลี้ยงกันอีกครั้งก็เล่นเอาแทบหมดแรงจนขยับตัวไม่ไหว บลูมช่วยจัดแจงเสื้อผ้าให้เมียใหม่อีกครั้งเพื่อความเรียบร้อยและขัดใจนิดหน่อยตรงที่มันโชว์หน้าอกมากเกินไป จากนั้นหยิบรองเท้าหนังมาใส่ให้แทนส้นสูงเผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้วิ่งหนีทัน ส่วนเมียกำลังทาลิปสติกใหม่และจัดผมให้เข้าทรง ก่อนจะหยิบน้ำหอมขวดเล็กมาฉีดอีกครั้งทั้งที่ตัวก็ยังหอมอยู่ เขาหยิบปืนของเธอมาเช็คให้แน่ใจก่อนจะเก็บเข้าไว้ที่เดิม

อีกครึ่งชั่วโมงเราจะกลับกันแล้ว

มีคนตามมาฆ่าเมียแน่

“อย่าให้ฉันเห็นอีกนะว่ามีคนมาจีบพี่อีกอะ!”

“ไหนว่าไม่หวงไง แล้วทำไมขู่ดีจัง”

“อยากโดนอีกรึไง!?”

“ทั้งคืนก็ไหว”

“หุบปากไปเลย!”

เธอตัวเล็กเท่ามดแต่มาชี้นิ้วขู่เขาที่ตัวเท่ายักษ์นี่นะ นับถือว่ากล้าและความปากแจ๋วจริงๆเลย ยัยคุณหนูฟีนด์ขี้หึงยังไงก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แถมเราเจอกันอีกครั้งในรอบหลายเดือนเธอดูหิวมากนะ ตอนบ่ายจับเขากินจนหมดแรงจะขย่มต่อถึงยอมลงให้เขาคุมเกมไปจนเสร็จ ตกดึกเข้าหน่อยก็ลากออกจากงานเลี้ยงมาขย่มจนรถโยก ดีหน่อยที่เขายังห้ามตัวเองไหวไม่งั้นได้มีรอยแดงตามตัวเธอแน่นอน

พ่อตาไม่รู้ว่าเขาคือใครกันแน่

แต่พ่อเขารู้จักกับพ่อตาเพราะเป็นหุ้นส่วน

เรื่องการมาคุ้มครองเมียก็ไม่ใช่ความบังเอิญหรือพึ่งจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ว่าที่มาช้าเพราะก่อนหน้านี้เขาติดงานสำคัญมากอยู่ แล้วตอนนั้นถูกล้อมจนต้องวางแผนหลายตลบเพื่อหลบหนีออกมาจากเขตของศัตรูได้อย่างหวุดหวิด พอเดินทางมาถึงที่บ้านลูกน้องก็รายงานเรื่องปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นทันที ยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์ก็รู้ข่าวเรื่องฟีนด์ถูกลอบทำร้ายจนรถคว่ำกำลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เขาให้พ่อจัดการเรื่องปลอมตัวเป็นบอดี้การ์ดมาดูแลและเลือกลูกน้องฝีมือดีในประเทศใกล้เคียงเพื่อดึงตัวมาช่วยงานใหญ่ในครั้งนี้

ทุกอย่างมันคือความลับ

เมียยังไม่รู้ ลูกน้องก็ยังไม่รู้เช่นกัน

ดังนั้นสถานะของเขาในตอนนี้คือบอดี้การ์ดของหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทที่ส่งมาคุ้มครองลูกสาวของประธานคนใหม่ อีกหน้าที่คือช่วยสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนที่ให้ความช่วยเหลือพวกมันหลบหนียิ่งต้องหาให้เจอก่อนทุกอย่างจะแย่กว่านี้ หลายคนเริ่มถูกฆ่าปิดปากและโยนความผิดมาให้พ่อตารับเต็มๆ

เงินแค่สองร้อยล้านหายไปจากบริษัท

มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SQH” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SQH
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เพลิงแค้นซาตาน
เพลิงแค้นซาตาน
เมื่อความแค้นบดบังใจ เหนือตะวันจึงเลือกทำลายทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึง เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ยอมตกเป็นเหยื่อเพื่อไถ่บาปแทนครอบครัว ทว่ายิ่งเขาทรมานเธอด้วยไฟเสน่หาและรอยแค้น หัวใจที่ด้านชากลับยิ่งสั่นคลอนด้วยความเจ็บปวด นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับบทสรุปของความรักอันตรายครั้งนี้
9.0
97 ตอน
เด็กฉลาดของประธาน
เด็กฉลาดของประธาน
เมื่อเธอต้องปลอมตัวเป็นชายเพื่อหาเงินมารักษาแม่ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้ต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางความใกล้ชิดในโลกธุรกิจที่แสนหรูหรา ความลับที่เธอซ่อนไว้เริ่มสั่นคลอนเมื่อเจ้านายหนุ่มสายตาคมกริบเริ่มสงสัยในตัวเธอ นิยายรักแนวโรแมนติกที่ชวนลุ้นจนหยุดอ่านไม่ได้
6.8
433 ตอน
ลวงรักพิศวาสร้าย
ลวงรักพิศวาสร้าย
เมื่อคำสัญญาแปรเปลี่ยนเป็นกับดักอันตราย ตาลต้องเผชิญหน้ากับเล่ห์เหลี่ยมของชายหนุ่มผู้ใช้ความเร่าร้อนเข้าคุกคามในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น แม้เธอจะพยายามขัดขืน แต่สัมผัสอันช่ำชองของเขากลับปลุกเร้าอารมณ์จนยากจะต้านทาน อ่านนิยายรักที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและไฟปรารถนาได้แล้ววันนี้
8.4
53 ตอน
หัวใจป่วนไอรัก
หัวใจป่วนไอรัก
นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้น เมื่อ 'ฐิตตา' ต้องปกปิดความลับเรื่องลูกแฝดจาก 'ภวินท์' สามีแพทย์หนุ่มสุดเย็นชา เพราะกลัวว่าจะสูญเสียลูกไปก่อนการหย่าร้างจะสิ้นสุด แต่แล้วความลับที่เธอซ่อนไว้กลับพังทลายลงในพริบตาเมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับลูกน้อยทั้งสอง อ่านนิยายฟรีเรื่องราวความรักสุดหน่วงได้แล้ววันนี้
9.6
33 ตอน
เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
เมื่อความรักกลายเป็นความคลั่งรักสุดอันตราย วชิตารีย์ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อผูกมัดรามิล ชายหนุ่มผู้เย็นชาให้มาแต่งงานกับเธอ แม้ต้องเผชิญกับความเย็นชาจนใจเจ็บช้ำ แต่เธอก็ไม่ยอมตัดใจ ในเมื่อเล่ห์เหลี่ยมมนุษย์ใช้ไม่ได้ผล เธอจึงหันไปพึ่งคุณไสยและมนตร์ดำเพื่อมัดใจเขาให้ยอมสยบแทบเท้าในนิยายดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้
8.2
65 ตอน
พันธะหัวใจ(My Heart)
พันธะหัวใจ(My Heart)
เมื่อความสัมพันธ์ลับระหว่าง 'วีนัส' ผู้ช่วยสาวทรงเสน่ห์ กับหัวหน้างานที่มีเจ้าของอย่าง 'กิตติ' กลายเป็นบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความลุ่มหลงและความต้องการที่ไร้ทางออก นิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้นเรื่องนี้จะพาคุณไปสัมผัสกับเกมรักต้องห้ามที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอุปสรรคที่ยากเกินคาดเดา
8.6
45 ตอน