ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ลวงรักพิศวาสร้าย เป็นเรื่องราวของหมอศัลกรรมหนุ่มหล่อกระชากใจแต่กวนโอ๊ยเหลือร้ายในสายตานางเอก...หนังสือเล่มนี้ทำให้แตงโมได้รู้จักนักอ่านขาประจำเพิ่มขึ้นหลายท่านเพราะว่าต่างก็ติดใจลีลาและวาจาเด็ดๆ รวมทั้งทุกการกระทำของหมอหนุ่ม และเข้ามาพูดคุยกันทำให้เป็นปลื้มกับหนังสือเรื่องนี้มากๆ ด้วยเหตุผลข้างต้นแตงโมจึงนำ ลวงรักพิศวาสร้าย มารีไรท์เป็นหนังสืออีบุคส์อีกครั้งเพื่อให้คนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้ได้ติดตามในความมีเสน่ห์และเป็นตัวของตัวเองของพี่หมอของเรา... หวังว่าทุกคนคงจะชอบคนหล่อที่ซ่อนสไตล์โหดเถื่อนไว้ใต้เสื้อกาวน์สีขาวอย่างมิดชิดของเราไม่มากก็น้อย... ขอบคุณทุกการดาวน์โหลดจากหัวใจ สำนักพิมพ์พิมพ์จันทร์(เม็ดแตงโม พิมพ์รภัส ภัสรพีร์ ไหมแก้ว)

ตอน 2

ขอเชิญเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีหมั้น

ระหว่าง

นายแพทย์อัศวธร เลิศมงคลกิจ และ แพทย์หญิงพราวดาว วันดารา

ข้อความในการ์ดสีชมพูหวานเปรียบดั่งมีดที่กรีดลงบนหัวใจของตติยาภาเมื่อได้อ่าน...

ชื่อของผู้ที่อยู่ในการ์ดสีชมพูนั้นเป็นคนใกล้ตัวเธอทั้งสองคน ฝ่ายชาย คือคนรักที่รักกันมานานหลายปี รักมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนในรั้วโรงเรียนมัธยมและเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย ฝ่ายหญิงคือเพื่อนที่เรียนมาพร้อมๆ กัน

พูดไปมันก็เหมือนนิยาย สองคนที่ไม่มีทางจะมาเกี่ยวข้องกันได้มาหมั้นกัน ด้วยเหตุผลอะไรและตอนไหนเธอก็ไม่อาจจะทราบได้ เธอทราบแค่ว่าในตอนนี้ คนที่ถือการ์ดสีชมพูนั้นคือคนที่เธอรัก มันตอกย้ำให้ตติยาภารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เกิดเพราะว่าเพื่อนที่แข่งขันกับเธอมาตลอดในทุกเรื่องทั้งๆ ที่เธอไม่อยากจะแข่งด้วยอย่างพราวดาวแกล้งเธอ...

“พี่ขอโทษ ที่เก็บไว้ไม่บอก มันเกิดปัญหาขึ้น แล้วพี่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ แต่ปัญหามันไม่จบเพราะพราวดาวท้อง... พี่ขอโทษจริงๆ ตาล” คำพูดที่บอกมาอย่างลำบากนั้นแทบไม่เข้าหูคนที่กำลังทำใจให้เข้มแข็งอย่างยิ่งยวด...

เหตุมันเกิดจากงานเลี้ยงรุ่นของนักเรียนแพทย์ที่เขาไปกับพราวดาว แล้วเกิดการพลั้งพลาดขึ้นมา... เขาไม่เคยบอกเธอเลย จะมาบอกก็ตอนที่พราวดาวท้องและต้องแต่งงานกันเพื่อรับผิดชอบ... เรื่องมันผ่านไปตั้งสองเดือนโดยที่ตติยาภาไม่รับรู้ความผิดปรกติอะไรและเป็นตัวอะไรที่ไม่รู้เรื่องมาตั้งนาน แล้วก็เหมือนคนรักของเธอเสยหมัดยกใหญ่เข้าปลายคางเมื่อเขาเอาการ์ดนี้มาให้แล้วไม่บอกไม่กล่าว

เหตุผลเดียวที่เขาทำเช่นนั้นคือทำใจที่จะบอกเธอไม่ได้ แต่สุดท้ายมันจำเป็นมากก็ต้องมาบอกอยู่ดี... เขาบอกก่อนที่งานจะเริ่มเพียงแค่ไม่กี่วัน...

“พี่บอกเราเองเพราะว่าพี่ไม่อยากให้เรารู้จากปากคนอื่น... พี่รับผิดชอบเขาเพราะพี่ทำผิดพลาด แต่พี่ยังรักตาลเสมอ รักไม่เคยเปลี่ยน... พี่มาบอกตรงนี้ไม่ได้หวังให้ตาลให้อภัยหรือว่ายังรู้สึกดีต่อกัน ตาลอาจจะเกลียดพี่ไปเลยก็ได้ พี่ไม่ว่า... แต่พี่แค่อยากขอโทษ ขอโทษที่ทรยศตาล”

หมอหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงลำบากใจ... ตติยาภายืนนิ่งเฉยจนเขาเดาอารมณ์เธอไม่ถูกว่าเธอจะดีใจหรือเสียใจหรือว่าช็อค เขามองร่างบอบบางที่เขารักและห่วงใยมาหลายปีด้วยความอาดูรอย่างสุดซึ้ง...

ความพลั้งพลาดนั้นหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้น เพราะมันส่งผลให้เขาต้องพรากจากคนที่รัก และไม่อาจจะครอบครองได้อีกต่อไป...

“ตาล อย่าเงียบไปสิ ตาลจะโกรธ จะด่าทออะไรพี่ก็ได้”

“ก็ยังดีค่ะที่รู้สึกผิด แต่พี่นัทบอกตาลช้าไปหน่อยนะคะ” ตติยาภากัดฟันบอกเขา... “ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ ตาลขอโทษตรงนี้เลยแล้วกันเพราะว่าคงไปร่วมงานไม่ได้ ขออวยพรตรงนี้แล้วกันนะคะว่าขอให้โชคดี ถ้าพี่นัทรู้สึกผิดจริงๆ ตาลก็ขอให้พี่นัทไถ่โทษด้วยการที่ทำเหมือนว่าเราเป็นคนที่ไม่รู้จักกันอีกต่อไป... เพราะตาล อยากตัดพี่ออกไปจากชีวิตให้ได้... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และขอบคุณสำหรับวันนี้ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

ตติยาภาดึงการ์ดจากมือเขาแล้วเดินออกมา ใบหน้าสวยหวานเชิดระหงเรียบเฉยราวกับว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งที่หัวใจเจ็บปวดเหลือจะกล่าว... เขากรีดหัวใจเธอซ้ำๆ จนไม่มีแผลเจ็บอะไร...

ตลอดเวลาที่คบกันมาเธอรู้ว่าเขาและเธอต่างรักกันมาก แต่มันจะมีความหมายอะไรล่ะ ในเมื่อความรักนั้นมันจบลงไปแล้ว...

คนรักเก่าเธอไม่ตามมาเพราะรู้จักนิสัยเธอดีว่า เธอไม่ใช่คนที่พูดมาก หากได้ตัดสินใจเรื่องอะไรไปแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจ การที่เขามาร้องขอให้กลับไปเป็นคนที่รู้จักหรือแม้แต่เป็นเพื่อนกัน มันไม่มีทางได้ผล...

น้ำตาของตติยาภาไหลลงมาเป็นทางเมื่อพ้นจากเขามาแล้ว เธอตั้งใจว่าจะไม่อ่อนแอ ไม่ร้องไห้ โดยเฉพาะในที่ทำงาน แต่แล้วเธอก็ไม่อาจห้ามได้...

ร่างบางหยุดยืนในมุมลับตาคน เพื่อปล่อยให้น้ำตาแห่งความอึดอัดสูญเสีย และเสียใจรินไหลออกมาให้พอ... สายตามองไปที่การ์ดที่เธอหยิบมาเก็บไว้กับตัวเพื่อตอกย้ำว่าจากนี้ไปเธอจะต้องเข้มแข็ง และลืมเรื่องทุกอย่างให้หมด... รักเขามามากมายแค่ไหนก็ต้อลืมให้หมด...

จะยากจะง่ายแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้...

จงอกหักอย่างมีคุณค่า อย่าโง่ อย่าทำร้ายตัวเอง...

เธอบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น...

ความเข้มแข็งที่เธอมีมาแต่ไหนแต่ไรทำให้เธอรับกับความผิดหวังได้อย่างอัศจรรย์...

“อย่ามองกลับไปข้างหลังตาล...” เธอบอกกับตัวเองก่อนจะปาดน้ำตาทิ้ง... กลืนเก็บความร้าวรานอันมากมีเข้าในใจ ร่างบางในชุดเดรสงามคลุมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ก้าวเดินออกมาจากมุมตึก แต่ด้วยความที่ไม่ทันได้มองทำให้เธอชนกับหมอหนุ่มที่ยืนสูบบุหรี่อยู่อีกด้านจนบุหรี่ในนิ้วมือเขากระเด็น

“อุ๊ย ขะ ขอโทษ...” คำขอโทษที่เธอตั้งใจจะเอื้อนเอ่ยอย่างเพราะพริ้งตามความเคยชินสะดุดไปเมื่อเห็นคนตรงหน้า... ดวงหน้าเธอเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยขึ้นมาทันตา...

“เป็นอะไร” เขาเอาเท้าเหยียบบุหรี่ดับไฟแล้วหันมามองใบหน้าแดงก่ำมีรอยน้ำตาของเธอ...

“ไม่เป็นอะไร หลีกทางหน่อยจะไป” เธอบอกเสียงห้วน ดวงตาเจือแววเศร้านั้นกร้าวด้วยแววเคืองขุ่นขึ้นมาเมื่อเห็นเขาเลียริมฝีปากตนเอง...

กริยาที่เขาทำเพียงแค่นั้นแทบจะเรียกเสียงกรี๊ดจากเธอได้...

“เป็นรุ่นน้องภาษาอะไร พูดกับหมอรุ่นพี่ไม่สุภาพเลย”

“นี่ไม่ใช่เวลางาน” เธอตอบเขาห้วนๆ

“เก่ง...” เขาบอกแค่นั้นแล้วก็หัวเราะก่อนจะเดินหนีไปก่อน เพื่อเปิดทางให้เธอได้เดินไปด้วยเช่นกัน...

ตติยาภามองเขาไปด้วยสายตาที่แช่งชักหักกระดูก เธอไม่ชอบใจผู้ชายที่ชื่อว่า นายแพทย์สหภพ วิชาเวชย์เจริญกิจคนนี้เลยจริงๆ

แต่เธอหนีเขาไม่พ้น เพราะมีเรื่องให้เกี่ยวข้องกันอีกหลายอย่าง เพราะนอกจากเขาจะเป็นคนที่ทำงานที่เดียวกันกับเธอแล้ว เขายังเป็นสมาชิกร่วมบ้านเธออีกด้วย

วันนี้มันเป็นวันที่แย่ของตติยาภาจริงๆ เจอเรื่องร้ายช็อคโลกแล้วยังต้องมาเจอคนที่เธอพยายามหลบหน้าตลอดอีกต่างหาก บ้าจริง

ตอน 3

เสียงพลุดังกึกก้องติดต่อกันหลายนัดแต่คนที่นั่งอยู่ให้ห้องคนเดียวกลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจออกไปดูแสงสีจากพลุงามเลย ร่างอ้อนแอ้นในชุดนอนสีไข่มุกได้แต่ทอดถอนใจ งานเฉลิมฉลองระดับจังหวัดที่ครอบครัวเธอไปร่วมงานกันยกบ้านต้องขาดเธอไปเพราะไม่มีแก่จิตแก่ใจที่จะไปไหนจึงอ้างว่าไม่สบายออกไป นึกไปแล้วน่าเสียดายเธอน่าจะออกไปเปิดหูเปิดตาดูสิ่งต่างๆบ้าง จะได้ไม่ต้องมาทนนั่งเหงาอยู่คนเดียว แล้วก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งเมื่อสายตาหันไปปะทะการ์ดสีหวานบนโต๊ะหัวเตียง

ตติยาภาแยกแยะไม่ออกระหว่างความเสียใจ เจ็บปวด หรืออกหัก มันร้าวไปหมด ได้การ์ดมาเมื่อกลางวันนี้ เธอก็ยังนั่งมองมันอยู่อย่างนั้น เหมือนจะช่วยตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บ...

มันสะใจดี เธอคงเป็นพวกมาโซคิสม์ที่ชอบความเจ็บปวดถึงได้ย้ำตัวเองอยู่ตลอด แวบหนึ่งเธอก็สงสัยตัวเองว่าเธอทำไมไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่โทษใครที่ทำร้ายหัวใจเธอแล้วเหยียบย่ำให้จมดิน... แต่ทำอย่างนั้นก็คงไม่ใช่เธอ... คงเป็นเพราะเธอเจ็บมากจนด้านชา และระบบป้องกันหัวใจตัวเองสร้างให้เธอเข้มแข็ง เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน... เธอบอกตัวเองและมองที่การ์ดนั่นเพื่อตอกย้ำ

ดี เจ็บมากๆ จะได้ลืมง่ายๆ ไม่ต้องอาลัยอะไร เธอบอกกับตัวเองอย่างนั้น...

เพราะมัวแต่มองการ์ดอย่างแล้วจมอยู่ในห้วงของความเจ็บปวดจึงไม่ได้รับรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาภายในห้อง แล้วหยุดมองเธออย่างพิจารณา

“มัวแต่นั่งเหม่ออยู่ได้ คนเข้ามาทั้งคนยังไม่รู้อีก นี่ถ้าเป็นโจรคงโดนข่มขืนไปแล้ว” ผู้เข้ามาใหม่กล่าวประชดออกมา ทำให้คนที่นั่งทอดอาลัยอยู่บนเตียงสะดุ้งแทบทันที

“คุณเข้ามาทำไม” ตติยาภาตกใจ เขาไม่ได้ไปงานเลี้ยงกับบิดาของเขาหรือทำไมมาโผล่ที่ห้องได้ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย คงเป็นเพราะเธอคิดว่าไม่มีใครอยู่บ้านจึงไม่ได้ล็อคห้องนอนทำให้เขาบุกรุกเข้ามาได้

“มีเรื่องคุย” เขาตอบห้วนๆ

“ไปรอที่ห้องรับแขกได้เลย เดี๋ยวฉันจะตามลงไป” เธอลุกขึ้นเตรียมหยิบเสื้อคลุมมาสวม

แม้ว่าชุดนอนที่สวมอยู่จะไม่ได้บางอะไรเลย หากประสบการณ์ที่อยู่บ้านหลังนี้หลายเดือนกว่าทำให้ตติยาภารับรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ปลอดภัย ต้องให้เขาออกจากห้องนี้ให้ได้ ถ้าหากอยู่กันเพียงลำพังอย่างนี้โจรที่ข่มขืนเธอก็คงจะเป็นเขานี่แหล่ะ ต่อหน้าคนอื่นเขาดูเป็นคนดีที่หลายคนนับหน้าถือตา แต่ฉากหลังอันเลวร้ายของเขามีเพียงเธอที่เห็นว่า เขาน่ะเป็นซาตานในคราบเทพบุตรชัดๆ

“ไม่หรอกน่า เราต้องคุยกันยาวนะน้องสาว” เขายังยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคุกคามอย่างเห็นได้ชัด ห้องนอนของเธอไม่ได้เล็ก แต่พอมีเขามายืนอยู่ด้วยทำให้ดูอึดอัดขึ้นมาทันตา หวังว่าเขาคงไม่ได้คิดมิดีมิร้ายกับเธอหรอกนะ คงไม่มีใครมาช่วยเธอไว้ทัน และถ้าต่อสู้กับเขาเพียงลำพังเธอก็คงไม่มีทางเอาชนะร่างกายที่สูงใหญ่ของเขาได้

“อย่าเรียกฉันว่าน้องสาว” แม้จะกลัวเขา แต่เธอก็ยังกล้าตวาดแว้ดใส่เขา เพราะอดไม่ได้เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มฉายแววกวนโมโหออกมา “ฉันไม่นับคนอย่างคุณเป็นพี่ชาย มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันง่วงแล้ว” เธอบอก นึกอยากหัวเราะที่เขาเรียกเธอว่าน้องสาว ที่เขาทำมันทำให้ความนับถือที่เธอมีให้เขาก่อนที่จะมาร่วมชายคากันหดหายไปไม่เหลือหลอเลย

เขาคือนายแพทย์สหภพ นายแพทย์หนุ่มผู้มีชื่อเสียง เขาเป็นหมอผ่าตัดหัวใจฝีมือระดับต้นๆ ของประเทศ เธอเป็นเพียงหมอที่เรียนต่อในวอร์ดเด็กที่โรงพยาบาลเดียวกันกับเขา วิถีชีวิตเธอกับเขาไม่มีทางที่จะได้มาข้องเกี่ยวใกล้ชิดกว่าการเป็นเพื่อนร่วมงานกันเลย ถ้าวันหนึ่งมารดาเธอไม่มาบอกว่าจะแต่งงานใหม่กับเจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ซึ่งเป็นบิดาของสหภพนี่เอง มารดาของเธอตัดสินใจขายบ้านแล้วพาลูกทั้งสามมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของเขา เธอจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรมากนัก เพราะเธอยังปรับตัวกับครอบครัวใหม่ไม่ได้ หรืออีกทางหนึ่งคือไม่คิดจะปรับนั่นเอง

สำหรับเขาคงจะเป็นแค่สมาชิกร่วมบ้าน ถ้าวันหนึ่ง เขาไม่ได้เข้ามาคุยกับเธอแล้วพยายามจะให้เธอเรียกบิดาเลี้ยงว่าพ่อ แต่เธอไม่ได้ยอมเขาจึงเยาะเย้ยมาว่าเธอเป็นเด็กมีปัญหา ทำให้ผู้ใหญ่ปวดหัว เธอทนไม่ไหวจึงตบเขาซะหน้าหัน พร้อมกับก่นด่าเขาไม่เป็นภาษา แล้วเขาก็ปิดปากเธอด้วยการคุกคามด้วยจุมพิตลงเพื่อทัณฑ์ทันทีเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำร้ายเธอตอบด้วยวิธีไหน

เมื่อเห็นว่าเป็นวิธีเดียวที่กำราบเธออยู่เขาก็ถือเป็นวิธีการต่อสู้ที่ได้ผล ต่อมาหลังจากนั้นเธอก็ยังไม่ยอมรับเข้าเป็นครอบครัวกับเขาอย่างที่เขาต้องการ เขาจึงเอาความแข็งแรงกว่ามาข่มเหงเธออย่างไม่น่าเชื่อว่าคนที่ท่าทางน่าจะเป็นคนดีอย่างเขาจะทำ.. แต่เธอก็ไม่มีทางยอมแพ้ หลังจากนั้นเมื่ออยู่กันสองคนเขาก็จะแกล้งเข้ามาทำรุ่มร่ามเสมอ จนเธอแทบจะทนไม่ไหว พยายามหลบหน้าเขาตลอดเวลา สำหรับตอนนี้สถานะเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว จากสมาชิกร่วมบ้าน เป็นคนที่เธอเกลียดเข้าไส้

“ไม่เป็นน้องสาว เป็นอย่างอื่นแทนมั้ย” เขายังไม่หยุดยั่ว ตติยาภาอยากจะหาอะไรเขวี้ยงเขานัก

“พูดที่คุณต้องการจะพูดมา” เธอบอก

เขาเอื้อมมือไปล็อคห้องเสียงดังกริ๊ก ก่อนจะสาวท้าวมาใกล้ เธอกระโดดลงจากเตียงแทบไม่ทัน นึกไม่ถึงว่าเขาจะเล่นบทกระโจนเข้าหาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ จนเขาทำจริงๆ เธอก็หนีเขาไม่ทันแล้ว

“จะเข้ามาทำไม ยืนคุยตรงนั้นก็ได้” เธอถามเสียงสั่นเมื่อเขามายืนอยู่ต่อหน้า โดยที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวหนีเมื่อเห็นสายตาคุกคามของเขาเธอจึงแข็งใจพูดออกไป

“จะพูดอะไร ก็พูดมาสิ”

“ผมอยากถามเรื่องเดิม เมื่อไหร่คุณจะเรียกพ่อผมว่า พ่อซักที”

“ฉันเคยบอกคุณแล้วว่า ฉันมีพ่อคนเดียว ฉันจะเรียกพ่อคุณว่าอามันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แล้วที่สำคัญคุณก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไรเลย พ่อคุณเองยังไม่เคยว่าฉันสักคำ” เธอบอกตรงกับใจจริง ลืมนึกไปว่าจะทำให้เขาขุ่นเคืองใจกับคำตอบของเธอหรือไม่

“ไม่ว่าสักคำ แต่กลุ้มใจจนความดันขึ้นน่ะสิ ปีนี้คุณก็ยี่สิบสี่แล้วนะ ทำไมผมถึงเห็นคุณเหมือนเด็กหกขวบจัง มิน่าเล่าถึงได้ไปทำงานที่วอร์ดเด็ก หาเพื่อนนี่เอง” เขาพูดแล้วหัวเราะกับความคิดของตัวเอง

ตติยาภาแทบทนไม่ไหว อยากยกมือจะตบหน้าคมๆ ให้ได้รอยมือนัก ก็รู้อยู่ว่าเธอไม่ชอบให้ว่าเป็นเด็กมีปัญหา เขาก็ตอกย้ำอยู่ได้

“อ๊ะ อ๊ะ อย่านะ จำไม่ได้เหรอคราวที่แล้วคุณตบผม แล้วผมทำอะไรคุณกลับ ไอ้คนอย่างผมนี่นะจะทำร้ายผู้หญิงกลับมันก็ไม่ใช่วิสัย สงบสติอารมณ์มาคุยกันดีๆ สิ ไม่งั้นโดนจูบจนขาดใจผมไม่รับรองนะ”

“คุยกันดีๆ คุณก็ช่วยพูดดีๆ กับฉันด้วยสิ ฉันบอกกี่ครั้งแล้วอย่ามาว่าฉันเป็นเด็กมีปัญหา”

“ก็คุณเป็น” เขายังมิวายเถียง

“โอ๊ย คุณ...คุณนี่มัน” เธอกำกำปั้นเกร็งจนตัวสั่น อยากทำอะไรให้เขานอนหมอบแทบเท้าจริงๆ

“พอๆ เรามาว่ากันด้วยเหตุผลดีกว่า” เขาเลิกทำหน้ากวนมาจริงจังอีกครั้ง

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TFB” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TFB
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

โสเภณีไร้เดียงสา
โสเภณีไร้เดียงสา
เมื่อมรสุมชีวิตบีบคั้นให้เด็กสาวผู้แสนบริสุทธิ์ต้องก้าวเข้าสู่โลกสีเทาในฐานะผู้หญิงอย่างว่า ทว่าโชคชะตากลับพาเธอมาพบกับมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและไร้ความปรานี นิยายรักแนวรักอันตรายที่ชวนให้ลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันเร่าร้อนในกรงขังเสน่หาที่ไร้ทางออก
7.8
41 ตอน
พิษรักผู้ชายอันตราย
พิษรักผู้ชายอันตราย
เมื่อความรักกลายเป็นเกมอันตราย นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงแค้น เมื่อผู้ชายสายโหดที่ไร้หัวใจพร้อมจะสั่งสอนบทเรียนรักสุดเลือดเย็นให้เธออย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะพยายามต่อต้านแต่ยิ่งหนีก็ยิ่งจมดิ่งลงสู่บ่วงแค้นที่ยากจะถอนตัว
9.5
96 ตอน
ไอ้เสือของผม
ไอ้เสือของผม
จากเด็กกำพร้าสู่คนรักในกรงทองของเจ้าพ่อมาเฟีย แต่ความรักอันตรายครั้งนี้กลับพังพินาศเพราะการนอกใจและความรุนแรง เขาจึงหนีมาเริ่มต้นใหม่และพบรักครั้งใหม่กับนายแบบนู้ดชื่อดัง นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปลุ้นกับชะตาชีวิตที่ยากจะคาดเดา อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
8.3
54 ตอน
วายุไฟ
วายุไฟ
เมื่อ วายุ นายแบบหนุ่มสุดฮอตผู้มีเสน่ห์เย้ายวนดั่งไฟร้อน ต้องโคจรมาพบกับ ณธีร์ ข้าราชการหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเคร่งครัด ความรักต่างขั้วท่ามกลางอุปสรรคจึงเริ่มต้นขึ้น เขาจะใช้เสน่ห์และความปรารถนาหลอมละลายหัวใจที่แข็งแกร่งนี้ได้หรือไม่ ร่วมลุ้นไปกับนิยายรักโรแมนติกที่ชวนให้คุณใจสั่น
9.4
49 ตอน
ซ่อนสวาทมาเฟีย
ซ่อนสวาทมาเฟีย
เมื่อ ‘เดือนกันยา’ ต้องตกเป็นของ ‘สงคราม’ มาเฟียหนุ่มผู้เป็นสามีของพี่สาวตัวเอง ความสัมพันธ์ลับที่เร่าร้อนและผิดศีลธรรมจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเกลียดชังและรู้สึกผิดอันแสนทรมาน อ่านนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับรักต้องห้ามครั้งนี้
8.6
47 ตอน
ทะลุมิติมาเปลี่ยนยัยเต้าหู้...ให้เป็นคุณหนูสุดแซ่บ
ทะลุมิติมาเปลี่ยนยัยเต้าหู้...ให้เป็นคุณหนูสุดแซ่บ
เมื่อวิญญาณหลุดเข้าไปในโลกนิยายพร้อมภารกิจพิชิตตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเพื่อกลับบ้าน แต่นางเอกคนใหม่กลับต้องกุมขมับเมื่อพระเอกสุดเย็นชาเมินใส่ แถมหันไปปันใจให้นางร้ายซะงั้น! นิยายทะลุมิติสุดแฟนตาซีที่จะชวนคุณมาลุ้นไปกับการปฏิวัติตัวเองของยัยเต้าหู้จืดชืดให้กลายเป็นสาวแซ่บเพื่อทวงคืนหัวใจเขากลับมา
8.9
92 ตอน