ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

‘เกิดเป็นมนุษย์ล้วนแล้วแต่มีโชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สวรรค์ไม่เคยอนุญาตให้ใครได้มีช่วงเวลาสงบสุขนานนักหรอก นี่แหละคือความเป็นมนุษย์ละ’

นั่นก็คือคำสอนยาวเหยียดของเจ้าสำนักอู๋เล่ยซิงในยามที่ศิษย์ในสำนักตะโกนโทษดินฟ้าเมื่อพบเจอกับปัญหาที่คิดไม่ตก... ก็เหมือนกับที่นางกำลังประสบพบเจอในตอนนี้นี่ไง!

ไป๋หลันคือศิษย์สำนักเต๋าซานเหลิงที่ขึ้นชื่อเรื่องรักความสงบมากที่สุด ในทางเดียวกัน นางก็เป็นคนที่ใจอ่อนกับศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักมากที่สุดเช่นกัน ในเมื่อศิษย์น้องจู่ๆ ก็ล้มป่วยออกทำภารกิจไม่ได้ สำหรับไป๋หลัน นางรู้ดีเชียวละว่าศิษย์น้องคนนี้มิได้ป่วย ก็แค่เกิดปอดแหกขึ้นมาเท่านั้นเอง

หญิงสาวคิดพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า ชายเสื้อและชายกระโปรงสีขาวขยับไหวยามกระแสลมพัดผ่าน ทั้งสีหน้าและแววตาของนางแสดงว่ากำลังลังเล นางไม่แน่ใจว่าควรจะเดินหน้าต่อหรือถอยหลังกลับดี ทั้งที่รับปากศิษย์น้องคนที่สามไปแล้วแท้ๆ ว่านางจะทำภารกิจแทนให้สำเร็จ หากแต่ว่าเมื่อนางมาถึงดินแดนตะวันตก นางกลับเกิดความลังเลที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสียอย่างนั้น

เมื่อไม่นานนี้เอง เจ้าสำนักอู่เล่ยซิงถูกราชสำนักวานให้สืบเรื่องเภทภัยทางดินแดนตะวันตก ตอนแรกนางและศิษย์คนอื่นๆ เข้าใจว่าเภทภัยในที่นี้ก็คือภูตผีปีศาจ ศิษย์น้องคนที่สามมีความเชี่ยวชาญเรื่องไล่ผีจับปีศาจ เหตุนี้นางจึงถูกเลือก แต่ต่อมาเมื่อรู้ว่าเภทภัยนี้ไม่ได้เกิดจากภูตผี ศิษย์น้องคนที่สามจึงล้มป่วยกะทันหัน!

เรื่องนั้นยืนยันได้เมื่อนางเดินทางมาถึงเมืองซาเป่ย ตลอดทางนางได้ยินคนพูดถึงโจรทะเลทรายมากกว่าปีศาจร้ายเสียอีก

และสิ่งที่ทำให้นางลังเลว่าจะก้าวต่อไปข้างหน้าดีหรือไม่ หาใช่เพราะนางเกิดความหวาดกลัวเหมือนศิษย์น้องคนที่สามแต่อย่างใด นางเพียงแค่กลัวว่าหากจวนตัวจนเกิดการต่อสู้ นางก็ไม่อยากลงมือต่อสู้จนฝ่ายนั้นต้องบาดเจ็บหรือล้มตาย นั่นนับว่าเป็นบาปมหันต์ หากอีกฝ่ายเป็นภูตผี พลาดพลั้งมือไปก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งมิใช่หรือ

จะบอกว่านางมั่นใจในฝีมือตนเองก็ได้ แต่สำนักเต๋าซานเหลิ่งมิใช่สำนักหญิงล้วนกระจอกๆ ที่จะพ่ายให้กับโจรผู้ร้ายหรือผีสางง่ายๆ แต่สิ่งที่ทำให้วิตกมากกว่าก็คือการกลัวว่าตนจะพลั้งเผลอกระทำบาป

นางถอนใจอีกระลอก แล้วบ่นงึมงำ

“เภทภัยอะไรกัน ก็แค่กลุ่มโจรทะเลทรายเองไม่ใช่หรือ ให้ทางการจัดการก็ได้แล้วนี่นา”

“แม่นาง เจ้าไม่รู้อะไร กลุ่มโจรทะเลทรายพวกนี้ไม่ใช่โจรกระจอกๆ นะ” ท่านป้าที่เดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดี นางหยุดและพูดราวกับว่าคนมาใหม่อย่างนางช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย!

“ทำไมหรือท่านป้า โจรกลุ่มนี้น่ากลัวอย่างไรเจ้าคะ” ไป๋หลันไม่รู้จะพูดอะไร รู้เพียงว่านางเผลอพูดสิ่งที่ไม่สมควร จึงทำแต่ได้เออออและถาม

“หัวหน้าโจรกลุ่มนี้ไม่ใช่คนธรรมดา” พูดแล้วท่านป้าก็มองซ้ายขวา ทำท่าอยากพูดให้มากกว่านี้ แต่ก็ติดว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า เมื่อเห็นรอบด้านไม่มีใครสนใจพวกนาง ท่านป้าก็พูดต่อ “พูดไปแล้วก็เหยียบไว้ตรงนี้เลยนะ ข้าได้ยินมาว่าโจรทะเลทรายกลุ่มนี้ แม้แต่ทางการก็ยังไม่กล้าจัดการ หัวหน้าของมันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาด้วยซ้ำ หืม... บางคนล่ำลือว่าคนคนนี้กินเลือดสดๆ แทนน้ำ กินเนื้อหนังของหญิงสาวเป็นอาหาร อี๋... ข้าไม่พูดแล้ว ขนลุก!”

“จริงหรือท่านป้า”

ไป๋หลันมีสายตาที่แสดงออกว่าสนใจ

“หากเจ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดก็ลองไปหาข่าวที่เมืองหู่ต้าและเมืองเหอเถียนดูสิ ทั้งสองเมืองนั้นก็ถูกโจรกลุ่มเดียวกันนี้รุกราน เห็นว่าหญิงสาวหายไปรายวันเชียวนะ” ท่านป้ามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า “แต่เจ้าก็เถอะ เป็นสาวเป็นนางอย่าไปเลยจะดีกว่า คนต่างถิ่นเยี่ยงเจ้าเป็นสิ่งที่พวกมันชอบนัก”

ไป๋หลันยิ้มอย่างลำบากใจ ความจริงนางมาที่นี่ก็เพื่อสืบเรื่องนี้ หากนางไม่ไปแล้วจะนำข่าวอะไรกลับไปรายงายกับเจ้าสำนักกันล่ะ

คิดอยู่ชั่วครู่ นางก็ประสานมือค้อมศีรษะให้หญิงสูงวัยด้วยท่าทางจอมยุทธ์หญิง

“ขอบคุณท่านป้าที่เป็นห่วงข้าเจ้าค่ะ”

ท่านป้าพยักหน้าหงึกๆ จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกไป

ไป๋หลันครุ่นคิดต่อ มีหญิงสาวหายตัวไปหลายรายเชียวหรือ มิหนำซ้ำยังมีข่าวลือว่าพวกมันกินเลือดสดๆ ต่างน้ำหรือกลุ่มโจรพวกนี้จะไม่ธรรมดา หรือว่า... จะเป็นภูตผี

แต่ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจหรือเป็นฝีมือของมนุษย์ นางตั้งมั่นแล้วว่าต้องตามสืบให้สำเร็จ ก็นี่เป็นหน้าที่ของนางนี่!

ตอน 2

ใช้เวลาถึงสิบวันหญิงสาวก็เดินทางมาถึงเมืองเหอเถียนด้วยสภาพคล้ายกับกำลังอพยพหนีตาย ชุดสีขาวสะอาดของนางบัดนี้กลายเป็นสีเหลืองน้ำตาลที่เกิดจากฝุ่นที่พบเจอระหว่างทาง ทว่าความย่อท้อกลับไม่ปรากฏในแววตาของนางสักนิด

หลังจากรู้ว่ากลุ่มโจรที่นางตามสืบข่าวนี้เป็นโจรที่ชาวบ้านล่ำลือว่าไม่ธรรมดา นางก็เริ่มมีความมั่นใจในการทำภารกิจมากขึ้น

ไม่ใช่ว่านางอยากทำภารกิจเสี่ยงตายอะไรทั้งนั้น อย่างที่บอก หากเภทภัยที่นางกำลังตามสืบนี้เป็นฝีมือของคนธรรมดา นางกลัวพลาดพลั้งสังหารคนเท่านั้นเอง แต่เท่าที่สืบข่าวมาตลอดทาง ตั้งแต่เมืองซาเป่ย เมืองหู่ต้า และเมืองเหอเถียน ชาวบ้านต่างพูดเสียงเดียวกันว่าหญิงสาวที่หายตัวไปนั้นอาจถูกฆ่าตายแล้ว!

เช่นนั้นข่าวลือที่ว่าหัวหน้าโจรดื่มเลือดสดๆ ก็อาจเป็นความจริง นั่นหมายความว่าหากนางพลั้งมือสังหารก็คงไม่ผิดบาปอะไรมากกระมัง...

ไป๋หลันเดินบนถนนสายหลักของเมืองเหอเถียนพลางมองสำรวจเมืองไปด้วย

เมืองเหอเถียนเป็นหนึ่งในสามเมืองหลักในเขตพื้นที่ตะวันตก ดังนั้นที่แห่งนี้จึงมีคนต่างแคว้นเข้ามาทำการค้ามากที่สุด

“ถือว่าเจริญยิ่งนัก แต่น่าเสียดายกลับมีสตรีหายไปรายวัน” หญิงสาวพึมพำ เท้าก็ขยับเดินไปข้างหน้า

ตอนนั้นเอง เสียงตะโกนด้วยความตกใจของชายผู้หนึ่งดังขึ้น และตามมาด้วยเสียงตะเบ็งเซ็งแซ่ ผู้คนที่เดินบนท้องถนนเบียดตัวหลบสองข้างทางอย่างชุลมุนวุ่นวาย

“ระวังม้าพยศ! หลบไป หลบไป!”

ม้าพยศ? บนถนนเมืองใหญ่นี่นะ หญิงสาวคิดพลางขยับถอย ทว่าความเป็นห่วงชาวบ้านซึ่งเป็นพื้นฐานนิสัยของนางกลับแล่นขึ้นมาจุกในอก

ไม่ดีแน่! หากปล่อยม้าพยศวิ่งในเมืองเช่นนี้ มีหวังม้าวิ่งเหยียบชาวบ้านตายเสียก่อน!

ไป๋หลันคิดแล้วก็เพ่งตามองม้าป่าแดงตัวใหญ่ห่อตะบึงบนถนนกว้างด้วยความเร็วสูง มีชายหนุ่มร่างบึกบึนวิ่งไล่ตามมา ขณะวิ่งเขาจะตะโกนบอกให้ชาวบ้านหลบ กระทั่งม้าพยศวิ่งมาเกือบถึงตัวนางนั่นแหละ เสียงของเขายิ่งดังขึ้นไปอีก

“แม่นางคนงาม หลบไปเร็วเข้า!”

หากทว่านางไม่หลบ ตอนม้าวิ่งมาถึงตรงหน้านางนั้น นางเอื้อมมือออกไปคว้าจับบังเหียนในชั่วอึดใจ ใช้จังหวะเดียวกันนั้นตวัดตัวขึ้นหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่าที่มีมาแต่กำเนิด ก่อนจะรั้งบังเหียนให้ม้าป่าสงบลง แล้วก้มตัวตบๆ ลูบๆ กล่อมให้มันหยุดพยศ

หญิงสาวปลอบม้าป่าแดงไม่นานมันก็หยุดฝีเท้าลงและไม่วิ่งอีก แต่ส่งเสียงฟืดฟาดและย่ำเท้าไปมา ราวกับไม่ค่อยพอใจนางมากนัก

ไม่นาน ชายร่างบึกบึนผู้นั้นก็วิ่งมาถึง เขามองนางหนึ่งตลบ แล้วมองม้าป่าแดงอีกหนึ่งตลบ ก่อนจะรีบบอกนางว่า

“อา... แม่นางคนงาม ขอบใจเจ้ามาก” เขาพูดพลางเท้าเอวและหอบแฮก “ข้าเพิ่งเคยพบคนงามบังคับม้าพยศเป็นครั้งแรก เลื่อมใสๆ”

ไป๋หลันกระโดนลงจากหลังม้า นางไม่ได้มีเจตนาจะแสดงฝีมือในที่ต่างถิ่นเพื่อตกเป็นจุดสนใจเช่นนี้หรอก ทว่าหากไม่มีใครหยุดม้าป่าแดงที่มีขาแข็งแรงตัวนี้ สำหรับชาวบ้านไร้ซึ่งวิชายุทธ์นับว่าอันตรายถึงชีวิต ส่วนนางเป็นคนเห็นเหตุการณ์อันซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสีย แต่กลับนิ่งเฉยแล้วละก็ ถือว่าเป็นบาปมหันต์ เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์ด้วยกันแล้ว สมองของนางสั่งให้นางกระโดนขึ้นหลังม้าและหยุดมันก็เท่านั้นเอง

“นี่ม้าของท่านหรือ ดูแลดีๆ ด้วย ม้าป่าแดงเป็นสายพันธุ์ที่พยศง่าย เหตุใดต้องจูงเดินกลางเมืองใหญ่เช่นนี้ อันตรายยิ่งนัก หากว่ามันวิ่งเหยียบคนเข้าเล่า ท่านรับผิดชอบไหวหรือ” นางถาม และบอกกล่าวในเชิงสั่งสอน ซึ่งดูเหมือนว่านิสัยเช่นนี้จะติดมาจากเจ้าสำนักอู๋เล่ยซิง

ชายหนุ่มร่างใหญ่ใช้ดวงตาสีแปลกของเขามองนางนิ่ง คนผู้นี้มีพื้นฐานร่างกายของชาวตะวันตก แต่ใบหน้ากลับมีส่วนคล้ายชาวฮั่น อีกทั้งตอนพูดเขาออกเสียงสำนวนฮั่นได้คล่องปาก นางจึงกล้าร่ายยาวเพราะไม่คิดว่าเขาจะฟังตามไม่ทัน... ว่าแต่ เขาจะมองนางไปถึงไหนกัน!

“มีอะไรติดหน้าข้าหรือ” เมื่อเก็บความสงสัยไม่อยู่นางถามพาซื่อ

ชายตรงหน้าไม่ตอบ แต่ถามกลับ

“แม่นางไม่ใช่คนที่นี่สินะ”

“ถูกต้อง”

“แล้วแม่นางมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ” เขายังคงถามนางต่อ

“ข้า...” ไป๋หลันเกือบจะเปิดปากบอกจุดประสงค์ในการมาเสียแล้ว หากทว่าก็ยั้งคำพูดไว้ได้ทัน “ขอโทษพี่ชาย ข้าไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้ามากไปกว่านี้”

จะว่าไปแล้ว ท่าทางของเขาที่แสดงออกว่าสนใจนางก็มีพิรุธอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นหนึ่งในกองโจรทะเลทรายที่ชาวบ้านพูดถึง

“แม่นางเข้าใจผิดแล้ว” จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นราวกับรู้ว่านางกำลังคิดอะไร

ไป๋หลันหน้าแดงด้วยความเก้อเขิน จากนั้นทวนคำของเขาพร้อมถาม

“เข้าใจผิด? ท่านคิดว่าข้ากำลังคิดอะไร?”

“แม่นางกำลังคิดว่าข้าสนใจในตัวแม่นางใช่ไหม ไม่ๆ ข้าไม่ได้สนใจในตัวแม่นางเสียหน่อย” เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา และนั่นก็ทำให้นางหน้าแดงยิ่งขึ้น “ข้าก็แค่คิดจะขอบคุณแม่นางที่ช่วยจับม้าพยศตัวนี้ก็เท่านั้นเอง จึงคิดจะเชิญแม่นางไปที่สำนักเสือขาวเพื่อตอบแทนบุญคุณ”

ได้ยินเขาพูดถึงสำนักเสือขาว ไป๋หลันรู้สึกได้ว่าแววตาของตนแสดงออกว่าสนใจ

ประเดี๋ยวก่อน สำนักเสือขาว? ใช่สำนักของเจ้าสำนักทัวป๋า

อู๋จี้แห่งดินแดนตะวันตกหรือไม่ ตอนอยู่ในสำนักซานเหลิ่งนางพอได้ยินเรื่องพรรคและเจ้าสำนักเหนือใต้ออกตกอยู่บ้าง จึงพอรู้ข้อมูลของสำนักเหล่านั้นคร่าวๆ รวมถึงสำนักเสือขาวนี้ด้วย เช่นนั้นชายคนนี้ก็ไม่ใช่โจรทะเลทราย แต่เป็นคนของสำนักเสือขาวสินะ

ทว่า... จะให้นางติดตามผู้ชายตั้งแต่ครั้งแรกที่พบก็ใช่เรื่อง

คิดแล้ว ไป๋หลันก็ปฏิเสธอย่างมีมารยาท

“ขอบคุณพี่ชาย แต่ข้าต้องขอปฏิเสธความหวังดีของท่านแล้วละ”

“เจ้าสำนักทัวป๋าเชียวนะ! แม่นางไม่อยากพบเจ้าสำนักจริงๆ หรือ” เขาถามย้ำด้วยน้ำเสียงคล้ายตกใจอยู่บ้าง

สำหรับไป๋หลัน นางมองว่าเขากำลังใช้คำถามนั้นมาหลอกล่อนาง ก็เหมือนกับเอาอมยิ้มมาล่อเด็กเล็กๆ ให้สนใจนั่นแหละ

ยอมรับอยู่บ้างว่านางสนใจ แต่การติดตามผู้ชายมันไม่ใช่สิ่งที่สตรีสำนักเต๋าพึงกระทำสักนิด

“พี่ชาย จะเป็นเจ้าสำนักทัวป๋าหรือฮ่องเต้ข้าก็ยังขอปฏิเสธ ข้าช่วยเหลือคนด้วยน้ำใจมิใช่ช่วยเหลือเพื่อหวังผลตอบแทน ขอบคุณน้ำใจของท่านมาก”

ชายหนุ่มมองนางด้วยดวงตาไหวระริก นางสัมผัสได้ แววตาของเขาแสดงออกว่าสนใจนางเป็นที่สุด หรือนางพูดอะไรผิดไป!

“แม่นางมาจากสำนักไหนหรือ” เขายังไม่ลดละ ต้องการชวนนางคุยให้ได้

“สำนักเต๋าแห่งเขาซานเหลิ่ง” ตอบไปแล้วนางก็อยากกัดปากตนเองเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่านางโง่หรือซื่อเกินไปที่ตอบเขาไปตามตรงแบบนี้

ตอน 3

“เจ้ามาเพื่อสืบเรื่องเภทภัยแถบนี้ใช่หรือไม่”

ชายหนุ่มถาม ดั่งว่าอ่านใจนางออก

คราวนี้นางมิอาจซ่อนแววตาประหลาดใจได้อีกแล้ว

“ทำไมพี่ชายถึงรู้!”

“คนละแวกนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าแถบตะวันตกกำลังประสบปัญหาเรื่องกองโจรทะเลทราย แต่น่าแปลกที่หญิงสาวที่ถูกลักพาตัวไปกลับหายอย่างไร้ร่องรอย”

พูดไปพูดมานางเองยังสงสัยว่าแล้วเจ้าสำนักเสือขาวมัวทำอะไรอยู่ เหตุใดไม่ออกหน้าตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ทว่าเหมือนชายหนุ่มคนนี้อ่านความคิดของนางออกอีกครั้ง เขาเอ่ยขึ้นว่า

“เจ้าสำนักทัวป๋าทำอะไรไม่ได้มากหรอก หากออกหน้าจัดการเรื่องโจรทะเลทรายกลุ่มนี้มีแต่จะทำให้สำนักถูกจ้องเล่นงาน” เขาบอกด้วยท่าทางเป็นจริงเป็นจัง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าคล้ายว่าตกใจ “อย่าบอกนะว่าราชสำนักส่งผู้หญิงคนเดียวให้มาตรวจสอบเรื่องนี้!”

ไป๋หลันไม่โกรธวาจาดูแคลนของเขา นางเองยังแปลกใจว่าเหตุใดราชสำนักถึงเลือกใช้สำนักเต๋าแห่งเขาซานเหลิ่งให้มาที่นี่ แทนที่จะเป็นสำนักบู๊ตึ้งหรือสำนักคุนหลุน ไม่ก็ส่งทหารหนุ่มที่มีความสามารถสักคนมาตรวจสอบ

“สิ่งที่พี่ชายพูดไม่ได้โกหกข้าแน่นะ” นางรู้ว่าไม่ควรถามอะไรโง่ๆ เพราะหากเขาหลอกนาง เขาจะบอกนางตรงๆ หรือ

เป็นดังที่คาด ชายหนุ่มตอบ และยังพูดออกมาตรงเสียยิ่งกว่าตรง

“ข้าจะโกหกแม่นางทำไมกัน บอกตามตรง ข้าคิดว่าราชสำนักจะส่งทหารหรือจอมยุทธ์ที่มีความสามารถมาเสียอีก เห็นแบบนี้แล้วอดผิดหวังกับการทำงานของราชสำนักไม่ได้เลยจริงๆ”

ไป๋หลันเม้มปากเงียบ พยายามไม่พูดหรือออกความเห็นใดๆ กับเรื่องนี้อีก

“แล้วแม่นางมีที่พักหรือยัง”

“ขอบคุณพี่ชายที่เป็นห่วงข้าในเรื่องนี้ แต่ข้าคงบอกอะไรท่านมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ”

คำตอบของนาง ทำให้เขาเดาะลิ้นและมองนางด้วยสายตาคล้ายกำลังบอกว่า ‘เจ้าช่างหยอกย้อนเก่งยิ่งนัก’

“ไหนๆ พวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แม่นางไม่ไปพักที่สำนักเสือขาวหรือ”

ไป๋หลันกะพริบตาปริบๆ เขาใช้คำผิดแล้วกระมัง คำว่าลงเรือลำเดียวกันไม่ได้ใช้ในสถานการณ์เช่นนี้สักหน่อย!

“ข้ามาที่นี่เพื่อสืบเรื่องเภทภัยในดินแดนตะวันตก อีกอย่างเมื่อครู่ท่านพูดคล้ายว่าเจ้าสำนักทัวป๋าไม่ต้องการแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับพวกโจรทะเลทราย ขืนข้าข้องเกี่ยวกับสำนักเสือขาวมีแต่จะทำให้เจ้าสำนักของท่านต้องเดือดร้อน”

เขาส่ายหน้า ทำเสียง ‘จุๆ’ เหมือนว่านางช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

“เจ้าไม่เข้าใจคำว่าทำอะไรแบบลับๆ เลยหรือ ยังมีอีกนะ เจ้าคงได้ยินมาแล้วใช่ไหมว่าสามเมืองหลักในแถบตะวันตกมีหญิงสาวหายไปทุกวัน ขืนเจ้าที่เป็นคนต่างถิ่นอยู่ในเมืองนี้เพียงลำพัง เจ้าได้ตกเป็นจุดสนใจและอาจเป็นหญิงสาวรายต่อไปที่ถูกจับก็ได้ใครจะรู้”

แล้วประโยคนั้นของเขาก็กระแทกใจนางอย่างจัง

หากให้นางยอมรับแบบไม่หลงตัวเอง นางรู้ว่าตนพอมีฝีมืออยู่บ้าง ย่อมประมือกับคนที่หวังฉุดนางได้ แต่กระนั้นนางก็ไม่ชอบการปะทะอันซึ่งนำไปสู่การสูญเสียสักเท่าไร ข้อเสนอของเขาจึงน่าเก็บเอามาพิจารณา

“แม่นางคนงาม เป็นสตรีมิอาจทำงานได้คนเดียว มิสู้ให้สำนักเสือขาวคอยช่วยเหลือ” เขาพูดขึ้นอีก

คราวนี้นางมีสีหน้าครุ่นคิดหนัก และหลังจากครุ่นคิดตามคำของเขาอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ตัดสินใจได้

“เช่นนั้นต้องรบกวนพี่ชายแล้ว!”

ไม่รู้นางตาฝาดไปหรือไม่ เมื่อนางตอบออกไปเช่นนั้น รอยยิ้มผุดเผยบนมุมปากของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง ทว่าพอนางกะพริบตาและเพ่งมองอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นก็ไม่ปรากฏอีก

ครั้นพอชายหนุ่มเดินนำนางมาถึงท้ายเมือง เบื้องหน้าของพวกเราก็ปรากฏทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายโล่งกว้าง ไกลออกไปคือภูเขาสูงทอดตัวยาว บางยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะอาดตา ตีนเขาคือต้นไม้หลากสีสัน

ถึงตรงนี้ ในใจของนางมีเพียงคำว่า... ผืนดินตะวันตกงดงามเหลือจะกล่าว!

หากทว่านางก็ไม่อาจชื่นชมบรรยากาศนี้นานนัก เพราะนางยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้ลุล่วง

ระหว่างที่นางหยุดยืนมองเบื้องหน้าจนคล้ายเหม่อลอย ด้านข้างพลันบังเกิดเสียง ดึงสายตาของนางให้หันกลับไปสนใจ

“หลังภูเขาลูกนั้นก็คือสำนักเสือขาว” พี่ชายร่างสูงบอกนางพลางชี้ไปทางภูเขาลูกหนึ่งที่ดูไม่ต่างจากภูเขาลูกอื่น แต่หากสังเกตให้ดี ภูเขาลูกนั้นค่อนข้างสูงกว่าสำนักเสือขาว

นางพยักหน้ารับรู้

“ว่าแต่ ตอนนี้เรามีม้าตัวเดียว ข้าจะยอมให้เจ้านั่งรั้งท้ายและกอดเอวข้าตอนที่พวกเราควบม้าไปที่สำนักก็แล้วกัน” พี่ชายร่างสูงมองนางและยิ้มกว้าง

แก้มของนางร้อนผะผ่าวเล็กน้อย วาจาของเขาช่างทำให้กระดากใจเสียเหลือเกิน นี่เขาเข้าใจคำว่าศิษย์สำนักเต๋าหรือไม่ หากไม่เข้าใจนางก็จะอธิบายให้!

“พี่ชาย ข้าเป็นศิษย์สำนักเต๋า ไม่ว่าอย่างไรชายหญิงล้วนไม่ควรใกล้ชิด อีกอย่างท่านนั่งม้าไปเถอะ ข้าจะซื้อม้าอีกสักตัว...”

นางยังไม่ทันได้ร่ายยาวเท่าไร ชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นอย่างติดตลก

“ข้าล้อแม่นางเล่น ถือว่าเจ้าระมัดระวังตัวได้ดี!” เขาบอก จากนั้นก็ยื่นบังเหียนให้นาง “เจ้าเอาม้าไปเถอะ ข้าจะใช้วิชาตัวเบานำทางเจ้าไป”

ไป๋หลันหรือจะกล้าปฏิเสธความหวังดี นางรับบังเหียนมา ก่อนจะตวัดตัวขึ้นบนหลังม้า ควบขี่ม้าป่าแดงโดยมีเขาใช้วิชาตัวเบานำทางนางไป

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VWY” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VWY
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์
ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์
เมื่อเลขาฯ สาวต้องกลับมาเผชิญหน้ากับท่านประธานหนุ่มสุดเย็นชา อดีตคู่ปรับตัวฉกาจสมัยเรียนที่เคยปะทะคารมกันไม่เว้นวัน ทว่าการกลับมาพบกันในฐานะเจ้านายและลูกน้องครั้งนี้ กลับปลุกเร้าความทรงจำและซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่เขาเก็บไว้มานานแสนนาน จนกลายเป็นนิยายรักแนวประธานบริษัทที่ห้ามพลาด
8.8
38 ตอน
เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
เมื่อความรักของเมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ กลายเป็นความแค้นแสนสาหัส หลังถูกลอบสังหารจนสูญเสียคนสนิท และปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีผู้เป็นที่รักมีส่วนรู้เห็นในแผนร้ายนี้ แม้เธอจะร้องไห้ยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ความเชื่อใจได้พังทลายลงจนยากจะหวนคืนในนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นเรื่องนี้
8.2
92 ตอน
หนี้รักบำเรอสวาท
หนี้รักบำเรอสวาท
เมื่อความผิดหวังเปลี่ยนสุภาพบุรุษให้กลายเป็นเสือร้าย นิยายดาร์กโรแมนซ์ สุดร้อนแรงเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความรักอันตรายของชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ตราหน้าเธอเป็นเพียงนางบำเรอขัดดอกไร้ค่า ท่ามกลางไฟแค้นและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เธอจะรอดพ้นจากกรงเล็บของเขาได้หรือไม่
9.7
68 ตอน
พิษสวาทร้าย เจ้าชายเถื่อน
พิษสวาทร้าย เจ้าชายเถื่อน
เมื่อเธอต้องสวมรอยเป็นพี่สาวฝาแฝดเพื่อแต่งงานกับเจ้าชายรูปงามแห่งดินแดนทะเลทราย แต่ความลับกลับแตกจนนำไปสู่บทลงโทษสุดเร่าร้อนในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นนี้ ความรักอันตรายท่ามกลางเพลิงสวาทที่ยากจะต้านทานจะจบลงอย่างไร อ่านนิยายรักสุดฟินนี้ได้เลย
8.7
55 ตอน
ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก
ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก
เมื่อสาวไร้เดียงสาบุกมาขอให้เพื่อนสนิทของพี่ชายช่วยสอนบทเรียนรักสุดเร่าร้อน ออสติน ชายหนุ่มผู้ซ่อนความปรารถนาอันมืดดำไว้จึงไม่อาจปฏิเสธได้ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเกมรักสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและการลงโทษอันแสนเย้ายวนใจเกินกว่าจะถอนตัว
9.6
52 ตอน
ชิงรัก
ชิงรัก
ชเนตตีวางแผนแย่งชิงไอศูรย์มาจากน้องสาวด้วยความอิจฉา แต่ความผิดพลาดในคืนนั้นทำให้เกิดความสัมพันธ์ทางกายขึ้นจริง แม้จะได้แต่งงานตามปรารถนาในฐานะภรรยา แต่ชีวิตคู่กลับกลายเป็นนิยายดาร์กโรแมนซ์ที่เต็มไปด้วยความแค้น เมื่อเขาเริ่มสงสัยและคาดคั้นความจริงอย่างโหดร้าย เธอจึงต้องปกปิดความลับนี้สุดชีวิต
9.8
63 ตอน