ตอน 2

เขาพูดเสียงแข็งราวกับเซิงหนานอิงเป็นขโมยที่แอบหยิบสร้อยไปโดยพลการ

“เธออยู่ไหน? ฉันสัญญากับเสวี่ยเว่ยแล้วว่าจะให้ฟู่เสวี่ยเว่ยใส่สร้อยนี้ไปงาน รีบเอามาคืนเดี๋ยวนี้!”

เซิงหนานอิงส่งบัตรเชิญให้ผู้จัดการตรงประตูทางเข้า พลางหัวเราะใส่โทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“สร้อยเส้นนี้เป็นสมบัติแต่งงานที่ฉันเอาติดตัวมาจากตระกูลเซิง คนอื่นมีสิทธิ์ตัดสินใจตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าตระกูลฟู่ผู้ยิ่งใหญ่ก็ถังแตกจนต้องหยิบเอาสมบัติแต่งงานของภรรยาไปใช้?”

ฟู่หยานอันถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้หญิงที่ยอมให้ทุกอย่างเซิงหนานอิง กลับกล้าพูดจากระแนะกระแหนเขาในวันนี้?

เขาเปลี่ยนเสียงเป็นเย็นชากว่าเดิม “เซิงหนานอิง ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เอาสร้อยมาคืนเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะได้รู้ว่าพอฉันโกรธแล้วจะต้องเจอกับอะไร!”

ที่ผ่านมาเวลาเขาพูดเสียงแข็ง นั่นเป็นการบ่งบอกเป็นนัย ๆ ว่าใกล้จะหมดความอดทนเต็มทนแล้ว

การทำแบบนี้มักตามมาด้วยการบล็อกและลบชื่อทิ้ง แล้วก็มักจะสงครามเย็นที่กินเวลานับเดือน ไม่ว่าเซิงหนานอิงจะขอร้องอ้อนวอนแค่ไหน เธอก็ไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นรอยยิ้มของเขาเลย

เมื่อนึกถึงชาติที่แล้วตัวเองเป็นราวกับสุนัข คอยกระดิกหางเพื่อขอความรักอันน้อยนิดจากฟู่หยานอัน เซิงหนานอิงรู้สึกเพียงว่ามันช่างน่าสะอิดสะเอียดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

“งั้นฉันก็จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เอาสินสมรสของภรรยาไปให้ผู้หญิงอื่นใส่อย่างกับทำอัฐยายซื้อขนมยาย ฟู่หยานอันคุณเป็นผู้บริหาร หรือเป็นแมงดาห่ะ?”

เธอแค่นหัวเราะ “ถ้าชอบที่จะอารมณ์เสียงั้นก็เชิญอารมณ์เสียไป ขอให้คุณเป็นมะเร็งเต้านมตายไปซะเร็ว ๆ”

สิ้นคำ เธอก็ตัดสายทิ้งทันที ทิ้งให้ฟู่หยานอันโกรธจัดจนกระทืบเท้าไปมา

แต่ไหนแต่ไรมามีแต่เขาเท่านั้นที่เคยเป็นฝ่ายวางสายใส่เซิงหนานอิง เซิงหนานอิงกล้าวางสายใส่เขาตั้งแต่เมื่อไร?

ฟู่เสวี่ยเว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “พี่หยานอันคะ พี่หนานอิงคงหึงที่พี่พาฉันไปงานประมูลด้วยหรือเปล่า เลยจงใจไม่ยอมให้ยืมสร้อยเส้นนั้น?”

คำพูดนี้จุดชนวนความโมโหที่มีอยู่ของฟู่หยานอันให้คุกรุนขึ้นมาได้ในมันที

เขาสบถฮึดฮัด “ใช้มุกแบบนี้ดึงดูดความสนใจของฉันอีกแล้ว แต่งเข้าบ้านมาได้แค่ปีกว่า เซิงหนานอิงกลายเป็นผู้หญิงขี้อิจฉาแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่? !”

เมื่อรู้ว่าเซิงหนานอิงไม่ยอมยกสร้อยให้ตัวเอง ฟู่เสวี่ยเว่ยทั้งโกรธ และร้อนใจ แต่สีหน้ากลับแลดูเศร้าสร้อยปนผิดหวัง

“ช่างเถอะค่ะ ฉันไม่ไปงานเลี้ยงดีกว่าค่ะ แค่สร้อยเส้นเดียวพี่หนานอิงก็คอยหาเรื่องเสียแล้ว ถ้าฉันไปร่วมงานในฐานะคู่ควงของพี่อีก ฉันไม่รู้ว่าจะทำให้พี่หนานอิงเกลียดฉันมากขึ้นขนาดไหน!”

“เธออยากจะเป็นบ้าก็ปล่อยเธอบ้าไป ยังไงเสียถ้าจะต้องอับอายก็เป็นตระกูลเซิงนั่นแหละ!”

ฟู่หยานอันตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย

หลังจากระบายอารมณ์ออกมาแล้วเขาก็ลูบศีรษะฟู่เสวี่ยเว่ยเบา ๆ และพูดอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วง พี่จะให้เธอได้ใส่สร้อยมรกต และโดดเด่นในงานประมูลให้ได้!”

ดวงตาของฟู่เสวี่ยเว่ยเป็นประกาย รีบพุ่งเข้ากอดฟู่หยานอันและออดอ้อน “พี่ชายที่แสนดีของฉัน ฉันรักพี่ที่สุดเลย!”

ในขณะเดียวกัน ทางด้านเซิงหนานอิงที่เพิ่งเข้าสู่งานประมูล ก็มีผู้จัดการคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอเพื่อสอบถาม

“คุณนายฟู่ ขออนุญาตสอบถามว่าในงานประมูลครั้งนี้คุณได้เตรียมอะไรมาเข้าร่วมบ้างครับ?”

เซิงหนานอิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงที่มั่นใจว่า “งานประมูลครั้งนี้ ฉันต้องการใช้ชื่อของฉันเอง ไม่ใช่ในนามตระกูลฟู่ ไม่ทราบว่าจะได้ไหมคะ?”

ผู้จัดการอึ้งไปชั่วขณะ แต่ก็รีบตอบกลับไปอย่างสุภาพ “ได้แน่นอนครับ! ในงานประมูลนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้บริจาคเป็นหลักอยู่แล้วครับ”

เซิงหนานอิงพยักหน้ารับ ก่อนจะลูบไล้สร้อยคอมรกตที่ประดับอยู่บนลำคอของเธอ

“ของประมูลของฉัน ก็คือสร้อยเส้นนี้ล่ะค่ะ”

ผู้จัดการถึงกับเบิกตากว้างในทันที ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการประมูล เขาย่อมรู้ถึงมูลค่าของสร้อยเส้นนี้เป็นอย่างดี

“คุณผู้หญิงครับ ทางเราซาบซึ้งในความใจกว้างของคุณมาก แต่คุณคงทราบว่างานประมูลครั้งนี้เป็นงานเพื่อการกุศล ซึ่งเป็นงานที่ตระกูลเผยร่วมมือกับคนดังจากทั่วทุกสาขาอาชีพ ไม่ใช่การประมูลเชิงพาณิชย์นะครับ”

“สร้อยเส้นนี้ทำมาจากวัสดุที่หายาก แถมยังทำขึ้นโดยช่างฝีมือระดับสูง ใครดูก็รู้ได้ไม่ยากว่ามันมีอายุเก่าแก่ไม่น้อย เอามาประมูลในงานแบบนี้จะมากเกินไปไหมครับ?”

เซิงหนานอิงยกยิ้มมุมปาก เธอย่อมรู้อยู่แล้วว่าสร้อยเส้นนี้มีค่าเพียงใด เพราะมันเป็นสินสมรสที่คุณย่าหมอบให้เธอเองกับมือ เธอจึงไม่เคยคิดจะนำมันออกมาใช้ประมูลเลย

แต่เธอยังจำได้ดีว่าในชาติก่อน เพื่อดึงดูดความสนใจฟู่เสวี่ยเว่ยเคยเอาสร้อยเส้นนี้ไปประมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

คิดไม่ถึงว่าสร้อยเส้นนี้จะไปเตะตาเจ้าภาพงานอย่างคุณท่านผู้หญิงตระกูลเผยตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ไม่เพียงแต่ประมูลมันไปในราคาสูงลิ่ว แต่ยังเป็นสะพานให้ตระกูลฟู่ได้ร่วมงานกับตระกูลของเธอ จนตระกูลฟู่ขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดของสังคมอีกด้วย

แต่ในฐานะเจ้าของสร้อยตัวจริงที่อยากได้ของคืน เซิงหนานอิงกลับถูกฟู่หยานอันตราหน้าว่าเป็นอีบ้า และถูกลากตัวออกจากงานไปขังไว้ในรถ

และไม่ให้เธอปรากฏตัวในงานสังคมอีกเลยแต่นั้นมา

แทนที่จะใช้เป็นสะพานให้คนอื่น สู้เธอเลือกใช้เป็นอาวุธเพื่อตัวเองจะดีกว่า

“ในเมื่อเป็นงานการกุศล ก็ต้องแสดงความจริงใจ และมีความตั้งใจอย่างแท้จริงค่ะ ฉันเชื่อว่านั่นก็คือเจตนาของคุณท่านผู้หญิงตระกูลเผยในการจัดงานนี้ด้วยเช่นกันค่ะ”

คำพูดนี้พูดได้อย่างมีวาทศิลป์ และฟังดูใจกว้าง แม้แต่ผู้จัดการยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอในใจ

“แต่อย่างไรก็ตาม ฉันมีเรื่องเล็ก ๆ จะขอร้องค่ะ” เซิงหนานอิงยิ้มพลางกล่าว “ฉันอยากจะขึ้นเวทีไปเป็นแบบ และแนะนำสร้อยเส้นนี้ด้วยตัวเอง”

“เพราะฉันคิดว่าคงไม่มีใครรู้จักสร้อยเส้นนี้ดีไปกว่าฉันอีกแล้ว”

ผู้จัดการชะงัก เพราะคำขอนี้ถือว่าผิดธรรมเนียมไปบ้าง แต่เนื่องจากเป็นงานการกุศล พิธีการก็ไม่ได้สลักสำคัญเท่าไรนัก และในฐานะผู้บริจาคแล้ว ตราบใดที่คำขอของเซิงหนานอิงไม่มากเกินไป เขาก็ยินดีให้ความร่วมมือ

“ได้เลยครับ เมื่อขึ้นเวทีจะมีการแจ้งให้คุณผู้หญิงทราบล่วงหน้านะครับ”

การสนทนาของทั้งสองตกอยู่ในสายตาของชายสองคนที่อยู่ในห้องส่วนตัวชั้นสอง หนึ่งในนั้นสวมสูทสีแชมเปญ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกล่ำสันด้วยท่าทีที่มีเสน่ห์และโดดเด่นเกินใคร

“เยี่ยมหนิ คุณหนูตระกูลเซิงคนนี้ทำใจได้เก่งจริง ๆ ถึงกับยอมเอาสร้อยสุดล้ำค่ามาเข้าร่วมงาน แถมยังจะขึ้นเวทีด้วยตัวเอง ใครประมูลไปต้องมองเธอใหม่แน่ ๆ !”

เขาหันไปมองชายที่นั่งบนโซฟา ครึ่งหนึ่งของมองเห็นราง ๆ ในเงามืด “นายว่า เธอจะรู้ไหมว่าคุณย่าของนายอยากได้สร้อยเส้นนี้มานานแล้ว?”

เผยเช่อยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ก่อนจะแกว่งแก้วให้ของเหลวสีแดงไหลไปมา น้ำเสียงทุ่มลึก

“เธอแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาคนเดียวล่ะ?”

ตอน 3

เมื่อได้ยินคำถามนี้ เยี่ยนยื่ออันก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา รีบส่งสายตาให้เผยเช่อพร้อมหัวเราะเบา ๆ “นายไม่รู้หรอก เพราะตอนนั้นนายอยู่ต่างประเทศ เรื่องนี้เคยเป็นเรื่องซุบซิบกันไปทั้งเมืองจาวิลล์!”

“ฟู่หยานอันมีน้องสาวบุญธรรมที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ เซิงหนานอิงน่ะสิที่โง่ หอบเงินไปแต่งงาน ช่วยกอบกู้สถานการณ์การเงินให้ตระกูลฟู่ที่เกือบจะล้มละลายอยู่แล้ว ผลสุดท้าย แต่งไปเป็นปี ฟู่หยานอันก็ยังพาแต่ยัยน้องสาวบุญธรรมไปงานสังคมทุกงาน บ้านตระกูลฟู่เองก็เห็นแต่หัวน้องสาวบุญธรรมคนนี้ ส่วนเซิงหนานอิง...แต่งเข้าไปเป็นเหมือนแม่บ้านที่ไม่มีตัวตน แทบจะไม่มีใครให้ความเคารพ”

เยี่ยนยื่ออันเดาะลิ้นก่อนเล่า “นายดูเถอะ ไอ้ฟู่หยานอันมันคิดอะไรอยู่ พูดถึงรูปร่างหน้าตา มารยาททุกอย่าง ดูยังไงเซิงหนานอิงที่เคยดังเป็นที่หนึ่งในวงสังคมก็ต้องโดดเด่นกว่า ทำไมถึงเอาแต่ทิ้งไว้ที่บ้านไม่แตะต้อง แต่กลับไปเอาอกเอาใจน้องสาวบุญธรรมที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า……”

พูดเสร็จไปพักใหญ่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไร เมื่อหันไปจึงพบว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาหายตัวไปแล้ว

“เฮ้ย ไม่สิ เฮียรอฉันก่อน……”

เซิงหนานอิงเพิ่งเซ็นเอกสารเสร็จและกำลังจะไปหามุมสงบเพื่อทานขนมสักหน่อย ก็ได้ยินเสียงอันดุดันดังมาจากด้านหลัง

“เซิงหนานอิง ใครอนุญาตให้เธอมางานเลี้ยงเองโดยที่ฉันยังไม่ได้เอ่ยปากห่ะ?”

เธอหันไปมองตามเสียง และก็ได้เห็นฟู่เสวี่ยเว่ยในชุดเจ้าหญิงแสนงามที่กำลังคล้องแขนฟู่หยานอันไว้ มองภายนอกสีหน้าดูไร้เดียงสา แต่ลึก ๆ ในแววตากับเต็มไปด้วยความสะใจ

“พี่หยานอันคะ อย่าอารม์เสียใส่พี่หนานอิงเลยค่ะ พี่หนานอิงอาจจะไม่ชอบใจที่พี่ควงฉันมางาน เลยจงใจมางานก่อนเพื่อทำให้พี่ลำบากใจ”

“เอางี้……”

เธอช้อนตามองไปยังฟู่หยาน แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจ “ฉันกลับก่อนดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ทำให้พี่หนานอิงไม่พอใจ”

ฟู่หยานอันจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา มองข้ามชุดเจ้าหญิงที่ดูไม่เข้ากับสไตล์ของเธอ ชุดกีบเพ้าของเซิงหนานอิงกลับเสริมให้หุ่นของเธอดูโดดเด่นขึ้นมา

รูปร่างเพรียวบางที่งดงาม และท่วงท่าที่สง่างามทำให้เขานึกถึงวันที่เธออยู่ในตระกูลเซิง เป็นหญิงสาวที่งามสง่าทั่วทั้งเมืองเบรดเวลต้องจับตามอง

สูงส่งเกินเอื้อมแบบนั้น เย่อหยิ่งอย่างน่ารังเกียจ

เขาหัวเราะอย่างเย็นชา “นิสัยเย่อหยิ่งดั่งเจ้าหญิงเอาแต่ใจ ให้มาเป็นคู่ควงของฉันในงานใหญ่แบบนี้ มีแต่จะทำลายชื่อเสียงของตระกูลฟู่จนไม่เหลือดี”

เขาลูบมือปลอบฟู่เสวี่ยเว่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ตั้งแต่เด็กจนโตไม่ว่างานไหน เธอก็เป็นคู่ควงของพี่ และเธอจะเป็นคนเดียวตลอดไป”

ทั้งสองคนเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย เหมือนที่เคยเป็นมา ภายในคำพูดแทรกซึมเข้าไปยังส่วนลึกในใจของเซิงหนานอิง

“เฮ้อ คุณนายฟู่ทำไมต้องทำให้ตัวเองดูแย่ขนาดนี้ด้วยนะ? รู้ทั้งรู้ว่าสามีเอนเอียงไปทางน้องสาวบุญธรรม ยังพยายามจะแข่งทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็โดนเหยียบย่ำเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง?”

ผู้คนรอบข้างพากันกระซิบกระซาบเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้

เซิงหนานอิงกลับยิ้มอย่างอ่อนโยน “นั่นน่ะสิ มีเสวี่ยเว่ยเป็นคู่ควงของหยานอัน ฉันโล่งใจขึ้นเยอะเลย”

ใครจะไปคิด วันนี้เซิงหนานอิงจะเปลี่ยนไปจากที่เคยอารมณ์ร้อนเอาแต่โวยวาย จู่ ๆ กลับทำตัวสงบเสงี่ยมเป็นแม่บ้านแม่เรือน

ฟู่เสวี่ยเว่ยชะงักไป เมื่อคิดว่าเซิงหนานอิงยอมจำนนเพราะโดนฟู่หยานอันสั่งสอน ขณะกำลังได้ใจ เซิงหนานอิงก็พูดขึ้นมาว่า

“ยังไงก็ดีกว่าผู้หญิงนอกบ้านที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเป็นไหน ๆ ”

ความโกรธแค้นวาบผ่านในดวงตาของฟู่เสวี่ยเว่ย

เธอแสร้งทำหน้าตาเศร้าสร้อย ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาขณะมองเซิงหนานอิง “พี่หนานอิงคะ ฉันรู้ว่าพี่ไม่พอใจที่พี่หยานอันดีกับฉันก็เลยตั้งใจจะหาเรื่องฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ พี่มีชาติตระกูลสูงส่ง ย่อมมีสิทธิ์เหยียดหยามคนอื่นได้เป็นธรรมดา”

“แต่อย่างไรเสียตระกูลฟู่ก็ไม่ใช่ตระกูลตาสีตาสาที่จะให้ใครมาเหยียบย่ำกันง่าย ๆ ถ้ามีเรื่องอะไรก็มาลงที่ฉันเถอะค่ะ ทำไมต้องใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจกันด้วยล่ะคะ?”

คำถามนี้ ทำให้ใจเซิงหนานอิงอยากจะหัวเราะเยาะนัก

เมื่อครั้งที่ทั้งสองตระกูลตกลงแต่งงานกัน เป็นตอนที่ตระกูลฟู่กำลังถดถอย สื่อมวลชนยังใช้คำว่า “ยอมลดตัวลงมาแต่ง” มาบรรยายจนกลายเป็นปมในใจของฟู่หยานอันมาตลอด

ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเรื่องชาติตระกูล เขาจะไวต่อคำพูดเหล่านั้นโดยมักจะรู้สึกว่าเซิงหนานอิงเหยียดหยามเขา จริง ๆ แล้วเป็นเพียงความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของเขาเอง

และเรื่องนี้ ฟู่เสวี่ยเว่ยรู้ดี เธอสามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งทีพูดว่าเซิงหนานอิงใช้ฐานะตัวเองเหยียดหยามผู้อื่น ฟู่หยานอันก็จะโกรธเคืองเซิงหนานอิงจนแทบระเบิด

และในตอนนี้ก็เช่นกัน ฟู่หยานอันหันไปตะคอกใส่เซิงหนานอิง “ขอโทษเดี๋ยวนี้!”

“ที่ผ่านมาฉันคิดว่าเธอแค่เป็นโรคเจ้าหญิงเอาแต่ใจไม่เห็นหัวใคร ตอนนี้ถึงขั้นหยาบคายไม่มีมารยาทเลยเหรอ ตระกูลเซิงสั่งสอนลูกสาวมาแบบนี้ใช่ไหม? ตระกูลเก่าแก่ร้อยปีอะไรกัน เฮอะ!”

เขาจ้องมองเซิงหนานอิงอย่างเย็นชา สายตาเต็มไปด้วยคำเตือน

“รีบขอโทษเสวี่ยเว่ย แล้วถอดสร้อยที่คอออกมาให้ฟู่เสวี่ยเว่ยซะ ถ้าเธอจริงใจพอ ฉันจะพิจารณาดูว่าจะให้อภัยเธอหรือไม่!”

น้ำเสียงของเขาที่ใช้กับเซิงหนานอิงเต็มไปด้วยการบังคับ คำพูดที่เย็นชาราวกับคำสั่ง

หากเป็นเมื่อก่อน เซิงหนานอิงที่เคยกลัวว่าเขาจะเป็นแบบนี้ คงทำตามทุกอย่างเพื่อเลี่ยงการถูกเขาเมินเฉยด้วยความเย็นชาเป็นเดือน ๆ แม้จะถูกข่มเหงอย่างไรก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

แต่ครั้งนี้ เขาพูดออกมารุนแรงซะขนาดนี้ เซิงหนานอิงกลับไม่ยอมก้มหน้า……

“ว่าไงนะ! คุณจะให้ฉันคุกเข่าขอโทษน้องสาวบุญธรรมของคุณอย่างนั้นเหรอ? !”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WVM” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WVM
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
เมื่อ กลิ่นชวา วางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเพื่อต้องการเพียงทายาท แต่เธอกลับต้องช็อกเมื่อพ่อของลูกคือ วาดิม หัวหน้ามาเฟียรัสเซียผู้ทรงอิทธิพล เขาตราหน้าเด็กในท้องว่าเป็นจุดอ่อนอันตรายและบีบบังคับให้เธอทำลายสายเลือดตัวเอง นิยายรักแนวมาเฟียสุดเข้มข้นที่นางเอกต้องสู้สุดชีวิตเพื่อปกป้องลูกน้อย
8.9
57 ตอน
อุ้มรักคาสโนว่า
อุ้มรักคาสโนว่า
เมื่อ 'ศิวัฒน์' ท่านประธานหนุ่มสายเปย์และคาสโนว่าตัวร้าย พยายามใช้กำลังบังคับให้เธอจำนนในอ้อมกอด แม้เธอจะขู่ฟ้องผู้ใหญ่และพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่เขากลับอ้างสิทธิ์ความเป็นสามีอย่างไร้ยางอาย จุดเริ่มต้นของนิยายรักแนวตบจูบสุดฟินที่เต็มไปด้วยการปะทะคารมและความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน
8.9
84 ตอน
บ่วงรักทาสเสน่หา
บ่วงรักทาสเสน่หา
ประณาลีพยายามย้ำเตือนตัวเองว่าเธอเป็นเพียงพี่เลี้ยง แต่ท่านประธานหนุ่มอย่างนิธิภัทรกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาใช้ความเร่าร้อนทำลายกำแพงใจจนเธอโอนอ่อนตาม นิยายรักแนวประธานสายเปย์ที่ห้ามใจอย่างไรก็พ่ายแพ้ต่อไฟปรารถนา อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.4
101 ตอน
เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก
เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก
เมื่อเธอเลือกแต่งงานเพราะรักสุดหัวใจ แต่เขากลับวิวาห์เพียงเพราะหน้าที่ นิยายรักดราม่าสุดสะเทือนอารมณ์ที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความห่างเหินและหัวใจที่ต่างกันคนละขั้ว บทสรุปของชีวิตคู่ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณซึ้งจนหยุดไม่ได้
8.0
59 ตอน
โอเมก้าผู้ถูกปฏิเสธ: โอกาสครั้งที่สองกับราชา
โอเมก้าผู้ถูกปฏิเสธ: โอกาสครั้งที่สองกับราชา
เมื่อ คีแลน อัลฟ่าใจร้ายตราหน้าคู่แท้อย่างเธอเป็นหัวขโมยและสั่งขังคุกอย่างไร้เยื่อใย พันธะรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับโอกาสครั้งที่สองและการล้างแค้นอันดุเดือด อ่านนิยายฟรีเพื่อร่วมเดินทางไปกับโอเมก้าผู้ถูกปฏิเสธคนนี้
8.5
73 ตอน
สุดที่รักที่ร้าย My baby
สุดที่รักที่ร้าย My baby
เมื่อสาวช้ำรักที่ผันตัวมาเป็นคนรักสนุก ต้องเจอกับชายหนุ่มหน้าเหมือนรักแรก เธอจึงเสนอสัญญาบนเตียงไร้ข้อผูกมัดเพื่อเยียวยาใจ ทว่าเขากลับไม่ยอมเป็นแค่คู่นอนตามเกมของเธอ แต่ยื่นคำขาดให้จดทะเบียนสมรสเพื่อแลกกับการใกล้ชิดกัน นิยายรักร่วมสมัยสุดแซ่บที่จะทำให้คุณฟินจนหยุดอ่านไม่ได้
8.2
67 ตอน