ตอน 2

บทที่ 2

ทั้งที่ได้ชื่อว่าหวงแหนลูกแฝดราวกับพญาจงอางหวงไข่ แต่ก็มิวายมีแว่นแคว้นมาทาบทามสองยักษ์น้อยให้ได้ดองกับแคว้นของตนอยู่ร่ำไป สิ่งนั้นช่างกวนใจบิดาอย่างไอศูรย์เสียเหลือเกิน ยิ่งเจ้าสองเขี้ยวน้อยของเขาเติบใหญ่ถึงวัยครองเรือน ก็มีราชทูตจากดินแดนอื่นแวะเวียนมายังท้องพระโรงของกษัตริย์ปรมะไม่เว้นวัน

วันนี้ก็เช่นกัน...เป็นคราวของแคว้นสราลีอันเป็นดินแดนทางสุดตะวันออกที่ยกพลราชทูตมาทาบทามโอรสหัวแก้วหัวแหวนของกษัตริย์ปรมะ

บนบัลลังก์ปรากฏร่างจอมทัพอสุราที่นั่งฟังราชทูตจากสราลีกราบทูลไป แยกเขี้ยวโค้งพรายไปด้วยไม่สบอารมณ์ยิ่ง มีอย่างที่ไหน ถูกวิรัลย์ยาใจปลุกให้ตื่นแต่เช้าเพื่อมาฟังถ้อยคำของเจ้าพวกที่จะพรากลูกตนไปจากอก มันใช้ได้หรือ!?

อยากจะบั่นหัวเจ้าพวกยักษ์ไม่รู้จักกาลเทศะ ทั้งยังโอหัง คิดการใหญ่กำเริบเสิบสาน หมายจะพาโอรสของตนไปครองคู่กับองค์ยุพราชของตน

...ใช่ องค์ยุพราช ไอศูรย์ฟังไม่ผิดแน่ ใบหน้าถึงได้ถมึงทึงราวกับพร้อมจะสู้รบถึงปานนี้

“องค์ยุพราชของชาวสราลีนั้นเก่งกล้าสามารถ ไม่ว่าจะเป็นแว่นแคว้นดินแดนใดในทางตะวันตก พระองค์ก็ล้วนแล้วแต่เหยียบย่างเอาซึ่งชัยไปทุกที่ อีกทั้งรูปร่างก็องอาจ ใบหน้าก็งดงามคมคายสมบุรุษยักษา หากองค์ไอศูรย์ทรงมีพระเมตตา ยินยอมยกองค์ศวรรย์ให้ได้ดองเป็นทองแผ่นเดียวกับสราลีแล้วไซร้ ปรมะและสราลีจะต้องยิ่งใหญ่กว่าผู้ใดในหล้าแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงของราชทูตนั้นแทบไม่เข้าหูไอศูรย์เลย เขาได้แต่นั่งคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยชื่อเจ้าศวรรย์ออกมา

ทูลขอใครไม่ขอ มาขอลูกคนเล็ก สงสัยจะไม่อยากกลับแผ่นดินมาตุภูมิแล้วกระมัง!

แต่ก็มีเพียงเหล่าข้าราชบริพารในปรมะเท่านั้นที่รู้ดีว่าไอศูรย์หวงแหนโอรสองค์เล็กมากเพียงใด กับองค์โตนั้นก็ไม่ใช่ว่าไม่หวงแหน หากทว่าเจ้าวรรศนั้นเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายมากล้น ทั้งยังกะล่อนลื่นไหล จึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนักหากถึงคราวต้องเอาตัวรอด ต่างจากเจ้าศวรรย์ผู้เป็นน้องยิ่ง ด้วยเจ้าศวรรย์นั้นมีลักษณะคล้ายกับวิรัลย์ผู้เป็นบิดาอีกคน ไม่ช่างพูดช่างเจรจา สีหน้าท่าทางดูซื่อใสราวกับไม่ประสา

ไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ ไอศูรย์จะไม่เป็นห่วงกว่าเจ้าวรรศได้อย่างไรกัน!

อยากจะปฏิเสธเต็มแก่ ทว่าก็ต้องชะงักงันเมื่อวิรัลย์ที่นั่งเคียงข้างลดหลั่นลงมาจากบัลลังก์เอ่ยขึ้น

“สราลีนั้นอยู่สุดแคว้นตะวันตก ห่างไกลจากปรมะอยู่โข กระนั้นข้าก็ได้ยินมาหนาหูว่าแคว้นของพวกเจ้าอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ทรัพย์ในดิน สินในน้ำก็มากมี อาณาเขตแผ่ขยายกว้างไพศาล แคว้นน้อยใหญ่ที่รายล้อมต่างยอมศิโรราบโดยดุษณี ไร้ซึ่งการเสียเลือดเสียเนื้อ”

“นั่นเพราะพวกกระหม่อมชาวสราลีเป็นยักษ์รักสงบพ่ะย่ะค่ะ หากไม่จำเป็นต้องสู้รบก็จะไม่จัดทัพ มีข้อพิพาทคราใด กษัตริย์ของกระหม่อมก็ทรงมีพระบัญชาให้ส่งคณะราชทูตไปเจรจาสงบศึก”

“หากเป็นเช่นนั้นก็น่าเป็นที่ยกย่องเหลือเกินว่าแคว้นสราลีเป็นแคว้นแห่งปราชญ์ ใช้ปัญญาเข้าแก้ไขปัญหามากกว่ากำลัง”

ได้ยินคำเอ่ยชมจากวิรัลย์เช่นนั้น ราชทูตจึงไม่รอช้าที่จะกราบแนบพื้นอย่างนอบน้อม

“ขอบพระทัยองค์วิรัลย์ยิ่งพ่ะย่ะค่ะ แคว้นสราลีจะสมบูรณ์ได้แน่หากได้ดองกับปรมะ ดินแดนหนึ่งอุดมด้วยปัญญา อีกดินแดนเลื่องลือด้วยกำลัง ต้องยิ่งใหญ่กว่าผู้ใดในแผ่นดินเป็นแน่แท้พ่ะย่ะค่ะ”

ประโยคหลังนั้นจงใจเอ่ยเพื่อล่อลวงไอศูรย์ด้วยคิดว่าจอมทัพอสุราผู้นี้น่าจะนิยมชมชอบด้วยอำนาจ หากแต่หารู้ไม่เลยว่าทุกครั้งที่เอื้อนเอ่ยว่า ‘ดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน’ เขี้ยวของไอศูรย์ก็งอกยาวขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงหางตา

บัดซบนัก! ผู้ใดอยากจะดองกับพวกเจ้ากัน!

อันที่จริงคือไม่อยากให้โอรสองค์เล็กไปไกลหูไกลตามากกว่า ขณะที่วิรัลย์กลับเห็นดีด้วย

“เรื่องเป็นใหญ่กว่าแว่นแคว้นใดนั้น หาใช่เรื่องที่ข้าสนใจนัก ข้าสนใจเพียงสินทรัพย์ทางปัญญาของพวกเจ้า”

“หากเป็นดองกันแล้วไซร้ ไม่ว่าสิ่งใดกษัตริย์ของกระหม่อมก็ทรงยินดีถวายให้พ่ะย่ะค่ะ”

ราชทูตเปล่งเสียงตามที่ได้รับสั่งมา ก่อนจะต้องสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ไอศูรย์ก็หมดสิ้นซึ่งความอดทน แผดเสียงขึ้นมา

“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่ยกลูกของข้าให้!”

ไม่เพียงแต่ราชทูตสราลีที่ตกใจอกสั่นขวัญแขวน เสนาอำมาตย์ของปรมะก็พากันหน้าซีดเผือดเช่นเดียวกัน

กษัตริย์ของพวกเขาอารมณ์ไม่ดีแล้ว อีกประเดี๋ยวคงจะได้เห็นองค์เทพประทับจอมทัพอสุราตนนี้ให้เต้นผาง

แต่กระนั้นก็มีอำมาตย์ใจกล้าผู้หนึ่งยกมือประนมที่หน้าอกเพื่อกราบทูล

“ทูลองค์ไอศูรย์ แต่การดองกับแคว้นสราลีเป็นการดีนะพ่ะย่ะค่ะ สราลีมั่งคั่งด้วยทรัพย์ในดิน อีกทั้งยังเป็นมหามิตรกับแว่นแคว้นทางตะวันตกมาเนิ่นนาน ความยิ่งใหญ่หาได้ยิ่งหย่อนไปกว่าปรมะเลยแม้แต่น้อย เป็นทองแผ่นเดียวกันก็ล้วนเป็นประโยชน์แก่ปรมะ ทรงไตร่ตรองก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม...”

“ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่! ลูกของข้า ข้าไม่ยกให้ผู้ใดทั้งนั้น!”

อับจนคำพูดกันทั้งท้องพระโรงโดยพลัน เหล่าเสนาอำมาตย์ชำเลืองมองไปทางวิรัลย์อย่างขอความช่วยเหลือ ขณะที่วิรัลย์พ่นลมหายใจออกมาเต็มแรง เหลือบมองไอศูรย์อย่างเสียมิได้

“ไอศูรย์...ลูกเรานั้นก็ถึงเพลาสมควรแก่การมีคู่ครองแล้ว จะผิดแผกอะไรหากจะส่งไปให้ได้ดูตัว”

…ดูตัว ใช่แล้ว ที่ราชทูตกราบทูลมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงทูลขอให้ไอศูรย์ยินยอมส่งเจ้าศวรรย์ไปดูตัวกับองค์ยุพราชแห่งสราลีในกำหนดระยะเวลาสามเดือนเท่านั้น หาใช่ให้อภิเษกกันเป็นคู่ตุนาหงันแต่อย่างใดทั้งที่จริงแล้วอยากจะให้เป็นอย่างนั้น ทว่าก็ใช่ว่าสราลีจะไม่รู้ว่าจอมทัพอสุราผู้นี้หวงแหนลูกเพียงใด หากบุ่มบ่ามขอลูกมาเป็นเขยขวัญ มีหวังดินแดนได้พินาศย่อยยับไปกับตาเป็นแน่ จึงได้หยอดชักชวนเพียงเท่านี้ก่อน การต่อไปจะเป็นเช่นไร ค่อยวางแผนให้แยบยลอีกครา

“แต่น้องวิรัลย์ เจ้าเขี้ยวน้อยทั้งสองของพี่นั้นยังเล็กนัก”

เห็นพ่อขวัญตาไม่เข้าข้าง ไอศูรย์ก็ส่งเสียงโอด

“สิบแปดขวบปี หาได้เล็กแล้ว”

ไอศูรย์ถึงกับหรี่ตา ไม่แน่ใจว่าที่ยอดดวงใจบอกว่าไม่เล็กนั้นหมายถึงสิ่งใด วิรัลย์เห็นแววตานั้นก็รู้ทัน รีบโพล่งออกมาก่อนที่อีกฝ่ายจะคิดเป็นอื่น

“ตัวโตเป็นยักษ์ฉกรรจ์แล้ว ข้าหมายความเช่นนั้น”

ไอศูรย์ร้องอ๋อ ทำเอาวิรัลย์ถึงกับย่นคิ้ว

โง่งมจริงหรือแสร้งโง่กัน!

กระนั้น ไอศูรย์ก็ไม่ยอมอยู่ดี

“แต่พี่อยู่ไม่ได้หากไม่มีเจ้าเขี้ยวน้อยทั้งสองของพี่”

“ผู้ใดว่าต้องส่งไปทั้งคู่กันเล่า ทางสราลีร้องขอเพียงเจ้าศวรรย์เท่านั้น”

ก็เจ้าศวรรย์นั่นล่ะ แก้วตาดวงใจของเขาเลยนะ! ลูกคนเล็กเช่นนั้นจะยกให้ผู้ใดได้อย่างไรกัน!

“แต่เจ้าศวรรย์ช่างไร้เดียงสา...”

“หากเจ้าเป็นห่วงลูกในอุทรนักก็ลองคิดดูสิว่าเมื่อเจ้าตายไป เจ้าศวรรย์จะมีผู้ใดดูแล เป็นปึกแผ่นกับแคว้นสราลีก็หาได้แย่ อีกทั้งองค์ยุพราชของสราลีนั้นก็องอาจเข้มแข็ง หากทั้งสองมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกัน เจ้าศวรรย์ก็จะได้มีผู้ดูแลตราบสิ้นอายุขัย ให้ลองไปดูจะไม่เป็นการดีกว่ารึ”

เรื่องเป็นปึกแผ่นกับแคว้นสราลีนั้น ไอศูรย์หาได้สนใจหรอก แต่ที่เงียบงันไปนั้นก็เพราะได้ยินว่าเมื่อเขาสิ้นไป เจ้าศวรรย์จะได้มีคนดูแล เขาก็อดไม่ได้ที่จะคล้อยตามขึ้นมา

แม้จะรักสุดดวงใจแค่ไหน แต่ก็มิอาจอยู่ยืนยงค้ำฟ้าเป็นเทวดาปกปักลูกรักได้ชั่วนิรันดร์...

ไอศูรย์ตระหนักได้ถึงข้อเท็จจริงนี้แล้ว พลันระบายลมหายใจออกมาราวกับจะศิโรราบ กระนั้นก็ไม่ยอมพ่ายแพ้

“แต่องค์ยุพราชแห่งสราลีเป็นยักษา เจ้าศวรรย์ก็เป็นยักษา ไยจะครองคู่กันได้”

“แล้วข้าเป็นยักษีหรือไร”

ถูกวิรัลย์ตอกหน้าคืนมาเช่นนี้ ไอศูรย์ก็พูดต่อไม่ออก ย่นปากมองยอดรักราวกับจะโอดครวญ ก่อนที่วิรัลย์จะถามขึ้นอีก

“ว่าอย่างไร เจ้าจะยินยอมให้เจ้าศวรรย์ไปดูตัวหรือไม่”

ดวงเนตรคู่สวยจ้องมองราวกับคาดคั้นเอาคำตอบ ถึงครานี้ ไม่ตกลงก็ต้องยอมแล้ว

“แค่ดูตัวใช่ไหม”

“อืม”

“หากเจ้าศวรรย์หาได้มีจิตปฏิพัทธ์ก็จะกลับคืนสู่อ้อมอกพี่ใช่ไหม”

“ใช่”

ไอศูรย์พ่นลมหายใจออกมาอีกครา

“ก็ได้ ไปก็ไป”

เหล่าเสนาอำมาตย์ถึงกับเก็บความดีใจกันไว้ไม่อยู่ ยิ้มร่าออกนอกหน้ากันพัลวัน ทำเอาไอศูรย์แยกเขี้ยวขู่

“ดีใจอะไรกันหนักหนา ประเดี๋ยวก็สั่งประหารล้างโคตร!”

เงียบกริบกันทั้งท้องพระโรงอีกครา มีเพียงวิรัลย์เท่านั้นที่กลั้วหัวเราะในลำคออย่างขบขัน

หวงราวกับเป็นทรัพย์ล้ำค่าเช่นนี้ พระอิศวรคงจะทรงปลาบปลื้มพระทัยยิ่งอย่างแน่นอนที่ไอศูรย์รักใคร่เทวดาที่ส่งมาอุบัติเป็นสองเขี้ยวน้อยเช่นนี้

คิดเช่นนั้นโดยหารู้ไม่ว่าสีหน้าของไอศูรย์นั้นดำมืดไปหลายส่วนราวกับถูกราหูอมไปเรียบร้อยแล้ว...

***

ตอน 3

บทที่ 3

ถึงจะตกปากรับคำ แต่ใจก็มิได้ยินดี ครั้นออกจากท้องพระโรงมา ปล่อยให้ข้าราชบริพารได้รับรองคณะทูตจากสราลีแล้วสิ้น ในหัวก็ขบคิดเป็นการใหญ่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

เดินครุ่นคิดมาเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกคราก็มาอยู่ที่ตำหนักของเจ้าวรรศแล้ว สายตาเหลือบมองไปยังพลับพลาหน้าตำหนัก เห็นโอรสองค์โตนอนเอกเขนกชมนกชมไม้ พลันก็เดินเข้าไปหา ปากส่งเสียงร้องเรียก

“เจ้าวรรศ”

อสุราหนุ่มที่นอนไขว่ห้างรับลมหันมามองตามต้นเสียง ครั้นเห็นว่าเป็นบิดาก็รีบลุกขึ้น ยกมือประนมแนบอก

“พ่อยักษ์ใหญ่มีธุระสำคัญใดรึ ถึงได้มาหาลูกจ๋าถึงที่ตำหนักเช่นนี้”

ไอศูรย์ไม่พูดในทันที ทิ้งตัวลงนั่งก่อน ถอนหายใจอีกระลอกใหญ่ เมื่อเห็นสายตาของเจ้าวรรศมองมาอย่างสงสัยถึงได้เอ่ยขึ้น

“เมื่ออรุณรุ่งมีคณะราชทูตจากแคว้นสราลีมาทาบทามน้องเจ้าให้ไปดูตัวกับองค์ยุพราชของพวกมัน”

เจ้าวรรศร้องอ๋อ เรื่องนี้เขาได้ยินมาแต่เช้าแล้ว หากทว่าหาได้ใส่ใจด้วยไม่เห็นว่าเป็นธุระกงการใดของตน

“แล้วอย่างไรรึพ่อจ๋า”

“องค์ยุพราชของพวกมันมีนามว่าองค์นวิน พวกมันว่ากันว่ารูปงามองอาจ สมบุรุษยักษา”

เรื่องนั้นเจ้าวรรศก็รู้ แต่...

“แล้ว?”

ถามออกไปจนได้ ไอศูรย์ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ก็ไม่อย่างไร พ่อแค่อารมณ์เสีย พ่อไม่อยากให้เจ้าศวรรย์ไปดูตัว แต่พ่อยักษ์น้อยของเจ้ากลับเห็นดีเห็นงามด้วยยิ่ง”

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าพ่อยักษ์ใหญ่ตกปากรับคำไปแล้ว?”

ไอศูรย์พยักหน้า ถอนหายใจออกมาอีกครา พานทำให้เจ้าวรรศพยักหน้ารับด้วยอีกคน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี อารมณ์เสียเรื่องนี้แล้วแวะเวียนมาหาเขา เขาจะช่วยการใดได้

ทว่าอีกไม่กี่เพลาให้หลังก็ตระหนักได้ทันควันเมื่อฉับพลันไอศูรย์ก็คิดการชั่วออก

“พ่อมาคิดๆ ดู จะว่าไปแล้ว เทียบเจ้ากับเจ้าศวรรย์ เจ้านั้นมีปัญญาเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าน้องของเจ้าอยู่โข หากสราลีมาทูลขอเจ้าไปดูตัว พ่อคงจะยินดี ไม่มีบ่ายเบี่ยง เพราะพ่อเชื่อว่าเจ้าเอาตัวรอดได้ดีกว่าเจ้าศวรรย์ยิ่งนัก”

คนฟังย่นคิ้วทันที สมองประมวลผล เข้าใจความนัยของบิดาได้ฉับพลัน

“ทั้งหมดทั้งมวลที่พ่อยักษ์ใหญ่กล่าวมา ใจความเดียวคือจะให้ลูกจ๋าไปดูตัวแทนเจ้าศวรรย์ใช่หรือไม่”

เจ้าวรรศถามไปตามตรง ไอศูรย์เลิกอ้อมค้อมแล้ว พยักหน้าอย่างจำนน

“ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก และใช่ ช่วยไปแทนน้องเจ้าที”

ได้ฟัง เจ้าวรรศก็ปั้นหน้างองุ้ม เขานอนเล่นชมนกชมไม้อยู่เฉยๆ แท้ๆ จู่ๆ ก็มีเรื่องชวนปวดหัวเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ฤๅสวรรค์จะลงโทษที่เขาเอาแต่เตร็ดเตร่ ไม่ยอมฝึกวิชาหรือเรียนรู้ศาสตราใดเช่นเจ้าศวรรย์กัน?

“เหตุใดลูกจ๋าต้องไป”

เจ้าวรรศถามอย่างอิดออด ไอศูรย์เห็นก็รู้ว่าโอรสองค์โตของตนเกียจคร้านในการทำเรื่องยุ่งยาก เขาจึงไม่ใคร่อยากจะให้เจ้าวรรศได้ลำบากใจนักถึงได้ไม่เคี่ยวเข็ญใดๆ ทั้งที่ในภายภาคหน้าเจ้าวรรศจะต้องขึ้นรั้งเป็นกษัตริย์ต่อจากเขา อีกทั้งเพลานี้ก็เป็นถึงองค์ยุพราช แต่ครานี้จำเป็นต้องให้ลำบากใจแล้ว อย่างน้อยก็ทำหน้าที่ยุพราชเสียหน่อยเถิด

“เพราะเจ้าศวรรย์ช่างไร้เดียงสา”

ได้ยินความในใจของบิดา เจ้าวรรศก็เบ้หน้าโดยพลัน

“เจ้าศวรรย์เนี่ยนะ?”

มีเพียงแต่เขาที่รู้กระมังว่าแฝดผู้น้องนั้นเจ้าเล่ห์จะตาย ภายใต้ท่าทางเซื่องๆ ไม่ประสา หัวอ่อนว่านอนสอนง่ายนั้น แฝงไปด้วยความร้ายกาจเกินผู้ใดจะล่วงรู้ แม้แต่บิดาทั้งสองของเขาเอง แม้แต่เขายังไม่อยากจะวิวาทมีปากเสียงกับเจ้าศวรรย์เลย เพราะรู้ดีว่ากระทำไปก็เสียเปล่า ท้ายที่สุด เขาก็จะเป็นฝ่ายผิดเพราะผู้อื่นเข้าข้างเจ้าศวรรย์ด้วยเอ็นดูแฝดผู้น้องกันหมด

มารยาสาไถยจะตายชัก!

แต่ไอศูรย์ก็ยังคงเชื่อในสิ่งที่เห็นเช่นนั้น พอเจ้าวรรศทำท่าไม่เชื่อ เขาก็ว่าออกมาอีก

“ใช่ เอาเถิดน่า ไปแทนน้องที แล้วช่วยเป็นหูเป็นตาให้พ่อด้วยว่าองค์นวินเป็นเช่นไร กล้าแกร่งดั่งคำที่ราชทูตแคว้นสราลีกล่าวไว้หรือไม่ พ่อจะได้เบาใจว่าหากพ่อสิ้นไป องค์นวินจะได้ปกป้องน้องได้หากน้องของเจ้าจำต้องอภิเษกเป็นคู่ตุนาหงันกับองค์นวินจริง”

เป็นห่วงแต่เจ้าศวรรย์นั่นล่ะ!

เจ้าวรรศหาได้อิจฉาริษยาผู้เป็นน้องหรอก เพียงแต่คิดว่าพ่อยักษ์ใหญ่ของเขานั้นถูกอนุชาตัวดีหลอกเสียจนหมดสิ้น ผู้ใดว่าเขาเจ้าเล่ห์กัน เขาก็แค่มีอุปนิสัยเปิดเผย หาได้ชอบเสแสร้งแกล้งทำไร้เดียงสาดั่งเช่นเจ้าศวรรย์

“วันๆ เจ้าเอาแต่เกียจคร้าน ไม่ปฏิบัติราชกิจเฉกเช่นที่องค์ยุพราชควรจะกระทำ เพลานี้ได้โอกาสก็จงไปเสีย ไม่เช่นนั้นแล้วพ่อจะทำโทษให้เจ้าไปอยู่ที่ชายแดนกับทัพทหาร”

เห็นเจ้าวรรศไม่ตอบตกลงเสียทีก็แสร้งขู่ แต่มีหรือที่เจ้าวรรศจะสะทกสะท้าน จะส่งเขาไปแห่งหนตำบลใดก็เท่านั้นล่ะ อย่างไรเสียเขาก็เกียจคร้านอยู่ดี ได้ออกไปนอกเขตพระราชฐานเป็นเรื่องดีเสียด้วย เพราะอุดอู้อยู่แต่ในนี้ช่างน่าเบื่อนัก

ทว่าเจ้าวรรศก็หาได้ตอบโต้สิ่งใด คิดเพียงแต่ว่าได้เดินทางไปดินแดนแคว้นอื่นบ้างก็ดี คงจะเพลิดเพลินอยู่ไม่น้อยหากได้ชมความรุ่งโรจน์ของสราลี จึงเหลือบมองบิดาแล้วยื่นมือไปตรงหน้า

“มีอันใด”

ไอศูรย์ย่นคิ้วยู่ ถามบุตรชายที่ยกยิ้มเผล่

“หากลูกจ๋าตกปากรับคำแล้วไซร้ ของรางวัลของลูกจ๋าล่ะ”

“ไหว้วานเท่านี้ จำต้องมีของรางวัลด้วยรึ”

เจ้าวรรศดึงมือกลับ เชิดหน้าขึ้นทันที

“แล้วแต่พ่อยักษ์ใหญ่นะ ไม่มีของแลกเปลี่ยนลูกจ๋าก็ไม่ไป เสียเวลาเล่นสนุก ทั้งยังเสี่ยงให้พ่อยักษ์น้อยขุ่นเคือง สู้นอนเล่นอยู่ที่ตำหนักดีกว่า”

ไอศูรย์ถึงกับกัดฟันกรอด

เล่นแง่แสนกลนัก เจ้าเล่ห์เพทุบายได้ผู้ใดมา!

แต่แล้วก็ต้องจำยอมเมื่อเห็นเจ้าวรรศยกมือประนมทำท่าจะกราบลา ทำให้เขาต้องรีบตอบตกลง

“เออๆ อยากได้สิ่งใดกันเล่า”

“โตเทพอัสดร1ของพ่อยักษ์ใหญ่”

เจ้าวรรศรีบเอ่ยทันที ไอศูรย์ถึงกับย่นคิ้ว

“เพียงแค่โตเทพอัสดรเท่านั้นรึ”

“จ้ะ ตัวที่พ่อยักษ์ใหญ่ใช้เป็นพาหนะยามออกศึกเลย”

ไอศูรย์ไม่ได้หวงหรอกที่เจ้าวรรศเอ่ยขอพาหนะคู่ใจเช่นนั้น แต่...

“เจ้าจะเอาโตเทพอัสดรฝีเท้าดีไปเพื่อการใดกัน”

เจ้าวรรศหันมายักคิ้วหลิ่วตา “เผื่อว่าองค์นวินมีรูปงาม ลูกจ๋าจะได้ลักพาตัวกลับปรมะของเรา ตบแต่งเป็นชายาเสียเลย”

ไอศูรย์ตบเข่าฉาดอย่างต้องใจ

“ดีมากลูกรัก อย่ายอมให้ผู้ใดข่มเหงเจ้าหรือน้องของเจ้าได้ พวกเจ้าจะต้องเป็นฝ่ายอยู่เบื้องบนเท่านั้น”

เรื่องยุลูกนี่ถนัดนัก!

ที่ต้องยุเป็นเพราะพิจารณาจากคำบอกเล่าของเหล่าราชทูตแห่งแคว้นสราลีแล้ว หากองค์นวินองอาจเหี้ยมหาญเช่นนั้น มิแคล้วเจ้าศวรรย์คงได้ถูกข่มเหง ส่งเจ้าวรรศที่มีชั้นเชิงและมากเล่ห์กว่าไปกำราบเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แม้ว่าเจ้าวรรศจะเกียจคร้านเพียงใด แต่เรื่องฝีไม้ลายมือในเชิงดาบก็หาได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด อีกทั้งรูปร่างรึก็สูงใหญ่ แม้ว่าจะมีดวงหน้างดงามเพียงใด กระนั้นก็เรียกได้ว่าองอาจน่าเกรงขามยิ่งนัก

เจ้าวรรศนั่นล่ะสมควรไป ไม่ผิดแล้ว!

ไอศูรย์กระหยิ่มยิ้ม ขณะที่เจ้าวรรศคิดวางแผนการในหัว ที่ร้องขอโตเทพอัสดรฝีเท้าดีของบิดาไป หาใช่จะใช้ลักพาตัวองค์นวินกลับมาหรอก เขาเอาไว้ใช้เผื่อว่าจะต้องหลบหนีหากไปก่อกวนทำการใดให้แคว้นสราลีขุ่นข้องเข้าเท่านั้นล่ะ

รู้รักษาเอาตัวรอดเป็นยอดดี ทำการชั่วช้าสิ่งใดไว้...ไม่เก็บไม่เช็ด เผ่นแน่บหนีลูกเดียว สิ่งนั้นคืออุปนิสัยซุกซนที่น่าโดนวิรัลย์จับมัดแล้วโบยหวายวันละสามรอบ

“เช่นนั้นแล้ว พ่อจะสั่งการให้การิตตระเตรียมทุกสิ่งสรรพไว้ให้พร้อม” ไอศูรย์เอ่ยชื่อทหารเอกของตนออกมา เจ้าวรรศพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะต้องชะงักเมื่อไอศูรย์นึกบางสิ่งออก “แต่เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับระหว่างพ่อกับเจ้า แล้วก็เจ้าศวรรย์ เข้าใจหรือไม่ จะให้พ่อยักษ์น้อยรู้มิได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น...”

ว่าพลางใช้นิ้วทำท่าเชือดคอตนเอง เจ้าวรรศพยักหน้ารับระรัวเลยทีเดียว ตายอย่างอนาถทั้งพ่อทั้งลูกแน่นอนหากวิรัลย์รับรู้ ก่อนที่เจ้าวรรศจะรับคำ

“พ่อยักษ์ใหญ่มิต้องห่วง พ่อไม่พูด ลูกจ๋าไม่พูด เจ้าศวรรย์ไม่พูด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เป็นแน่”

มั่นใจว่าวิรัลย์ไม่รู้เช่นนั้นเป็นเพราะเจ้าวรรศและเจ้าศวรรย์เป็นฝาแฝดที่มีใบหน้าและรูปร่างเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก หลายครั้งหลายคราทีเดียวที่ข้าราชบริพารจำสับสนสลับกันไปมา หากไม่สังเกตจากลักษณะการพูดจาและท่าทางแล้ว คงจะแยกไม่ออกกันเลยทีเดียว

“เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วย”

ตบบ่าลูกรักแล้วจากไป ปล่อยให้เจ้าวรรศยิ้มย่องเพียงลำพังกับความหรรษาที่จะอุบัติในอีกไม่กี่เพลาต่อจากนี้

เกียจคร้านมากเท่าใดก็จะระริกระรี้ขึ้นมามากเท่านั้นเมื่อได้เล่นซุกซน

เห็นทีแคว้นสราลีคงจะได้วุ่นวายชวนหัวกันยกใหญ่แล้วกระมัง...

***

วันเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่ทิวาให้หลัง เจ้าวรรศสวมรอยเป็นเจ้าศวรรย์ รีบร้อนออกจากปรมะไปกับขบวนเสด็จที่ทางสราลีตระเตรียมไว้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางตามคำสั่งของไอศูรย์ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะกราบลาวิรัลย์ก่อน แต่ก็จำต้องรีบเร่งไปด้วยไอศูรย์มีคำสั่ง พร้อมทั้งอ้างว่าเกรงจะเสียเวลาในการเดินทาง

ในเมื่อเป็นคำสั่งก็มิอาจขัดขืนได้ ยอมปล่อยให้ไปโดยมีการิตติดตามไปด้วย เหตุที่ส่งการิตไปนั้นเป็นเพราะไอศูรย์เองก็เป็นห่วงเจ้าวรรศ ถึงจะรู้ดีว่าโอรสองค์นี้เอาตัวรอดได้ แต่ก็ไม่วายหวงแหนตามประสาบิดา การิตก็เห็นดีด้วยจึงรับคำสั่งโดยมิหน่ายหนี แน่นอนว่าเขาเองก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนชั่วครั้งนี้

เว้นเสียแต่เจ้าศวรรย์ที่เพิ่งรู้หลังจากที่แฝดผู้พี่ของตนจากไปแล้วด้วยไอศูรย์เรียกตนไปพบที่พลับพลาในสวนพฤกษาเพื่อบอกกล่าวเรื่องนี้ ความยินดีพร่างพราย รอยยิ้มปรากฏให้เห็นบนดวงหน้าผุดผาด เพราะเขาเองก็หาใช่ยักษ์ที่ชอบตะลอนท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยเฉกเช่นเชษฐา การได้อยู่ที่ตำหนักของตนนั้นสุขล้นยิ่งกว่าสถิตอยู่ในวิมานไหนๆ

“ลูกจ๋าต้องขอบพระคุณพ่อยักษ์ใหญ่เป็นอย่างยิ่งจ้ะที่เมตตาลูกจ๋าถึงเพียงนี้”

ดีใจเสียจนเก็บท่าทีไว้ไม่ได้ คุกเข่าก้มกราบแนบตักบิดาที่นั่งอยู่บนตั่งเบื้องหน้า

“เพราะพ่อรักเจ้านัก ถึงได้มิยอมให้ตกเป็นของผู้ใด”

มือใหญ่ลูบเรือนผมนุ่มสลวยของโอรสองค์เล็กแผ่วเบา ขณะที่เจ้าศวรรย์ยิ้มระรื่น

“ลูกจ๋าก็รักพ่อยักษ์ใหญ่เช่นกันจ้ะ”

ออดอ้อนเอาใจบิดาเป็นการใหญ่ ไอศูรย์ก็ชื่นใจยิ่งนัก ไม่ว่าอย่างไรเจ้าเขี้ยวน้อยฝาแฝดตนนี้ก็หาได้โตขึ้นเลย ทว่า...ความสุขนั้นก็เป็นอันต้องมลายเมื่อทั้งสองได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้นไม่ไกล

“รักกันมากเหลือเกินนะ”

หันขวับไปมองก็เห็นว่าเป็นวิรัลย์ ทำเอาสองพ่อลูกผละออกจากกันอย่างพร้อมเพรียง เสียวสันหลังวาบราวกับรู้ชะตาชีวิตตน

“นะ...น้องยักษ์มาทำอะไรที่สวนพฤกษาแต่เช้าจ๊ะ”

ถามไปราวกับโง่งม วิรัลย์หรี่ตามอง ว่าเนิบนาบ

“แล้วเหตุใดข้าจะมาที่นี่ไม่ได้”

“มะ...มาได้จ้ะ ที่พี่ถามเป็นเพราะเห็นว่าเจ้านอนหลับฝันดีอยู่ จึงสงสัยนักว่าเหตุใดถึงตื่นเช้ากัน”

หลับฝันดีอย่างนั้นรึ...วิรัลย์แกล้งหลับต่างหาก ด้วยสังเกตเห็นความผิดปกติจากท่าทางของไอศูรย์ที่ดูลับๆ ล่อๆ มาตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้จึงลอบมาดูว่าคิดแผนชั่วอะไรไว้ ที่เอะใจนั่นก็เป็นเพราะเช้านี้เป็นวันที่จะต้องส่งเจ้าศวรรย์ไปยังแคว้นสราลี แต่เมื่อเขาตื่นมาก็ไม่พบขบวนราชทูตแล้ว มีแต่ไอศูรย์เท่านั้นที่ย่องออกจากตำหนักแล้วมุ่งหน้ามาที่นี่ แล้วก็จริงเสียด้วยที่ไอศูรย์มีแผนชั่ว เพราะสิ่งที่สองพ่อลูกสนทนาพาทีกันก่อนหน้านั้น ล้วนเข้าหูเขาแล้วหมดทั้งสิ้น

“เจ้าวรรศล่ะ”

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ถามถึงโอรสองค์โตทันที ไอศูรย์ละล่ำละลักพูดทันใด

“เจ้าวรรศก็อยู่นี่อย่างไรล่ะจ๊ะ”

เหลือบมองไปยังเจ้าศวรรย์ด้วย เจ้าศวรรย์เองก็รู้งาน รีบสวมรอยเป็นแฝดผู้พี่ทำท่าทางองอาจ ทำตาวาววับเจ้าเล่ห์ให้เหมือนกับคนที่ถูกถามหา

“ลูกจ๋าอยู่นี่จ้ะพ่อยักษ์น้อย”

วิรัลย์สูดลมหายใจเข้าปอด พ่นทิ้งออกมาอย่างระอา

“พวกเจ้าคิดว่าข้าโง่งมถึงขนาดแยกแยะลูกตัวเองไม่ออกเลยหรือไร”

ทั้งไอศูรย์ ทั้งเจ้าศวรรย์ต่างเย็นต้นคอวาบไปตามๆ กัน

ถึงผู้ใดจะแยกสองแฝดนี้ไม่ออก แม้แต่ไอศูรย์เองที่บางคราก็สับสน แต่มีเพียงวิรัลย์เท่านั้นที่แยกออกเพียงมองหน้า ไม่จำเป็นต้องสังเกตท่าทางการพูดใดก็รู้ได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าวรรศ ผู้ใดเป็นเจ้าศวรรย์

และทันทีที่เห็นว่าแผนการแตกย่อยยับ ความลับไม่มีในโลกอีก เจ้าศวรรย์ก็รีบยกมือขึ้นประนมแนบอกทันที

“ลูกจ๋าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเช้านี้ได้รับปากกับราชครูไว้ว่าจะไปร่ำเรียนตำราการปกครองที่ตำหนักหลวง ลูกจ๋าทูลลาพ่อๆ จ้ะ”

ก้มกราบแล้วเผ่นแน่บไปโดยไว ทิ้งให้ไอศูรย์บ้าใบ้อ้ำอึ้งเมื่อเห็นลูกรักก้าวหนีไปโดยไวเท่านั้น

ไอ้ที่ก่อนหน้ารักพ่อยักษ์ใหญ่นักหนาอะไรนั่นเป็นเพียงลมปากรึ!?

อยากจะตัดพ้อลูกใจจะขาด แต่เมื่อเห็นสายตากรุ่นโกรธของวิรัลย์ พร้อมกับเขี้ยวข้างหนึ่งที่งอกยาวแล้ว ไอศูรย์ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“มีสิ่งใดจะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่”

“มีจ้ะพ่อตาหวาน มีเยอะเลย”

แม้ไอศูรย์จะเป็นถึงกษัตริย์ แต่วรรณะในครัวเรือนนั้นช่างต่ำต้อยเสียจริง มิแปลกหากลูกจะเผ่นหนีเอาตัวรอดเช่นนี้

ความผิดนั้นก่อร่วม แต่เมื่อถูกวิรัลย์จับได้ขึ้นมาก็...ตัวใครตัวมัน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WDL” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WDL
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

อาญารักเจ้าพ่อกาสิโน
อาญารักเจ้าพ่อกาสิโน
เมื่อพนักงานสาวกล้าตราหน้ามหาเศรษฐีเจ้าของกาสิโนผู้ทรงอิทธิพลว่าห่วยแตก เกมรักอันตรายจึงเริ่มต้นขึ้น นิโคลาสจึงวางแผนล่อลวงเธอด้วยความหวานล้ำดั่งเจ้าหญิงเพื่อรอวันสลัดทิ้งอย่างเลือดเย็น อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและความปรารถนาเร่าร้อนได้แล้ววันนี้
9.0
52 ตอน
ความรักจากท้องฟ้า
ความรักจากท้องฟ้า
เมื่อความสัมพันธ์สามปีเป็นเพียงแค่คู่นอนระยะยาวไร้ตัวตน นิยายรักดราม่าบีบหัวใจที่จะพาคุณไปพบกับความเจ็บปวดของการรักคนไม่มีใจ แม้จะพยายามยื้อความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้ไว้ แต่สุดท้ายกลับไร้สิทธิ์แม้แต่จะบอกเลิก อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวความรักสุดหน่วงได้แล้ววันนี้
6.7
42 ตอน
ค่า เมียน้อย วัยสิบเก้า ของเขา
ค่า เมียน้อย วัยสิบเก้า ของเขา
เมื่อชีวิตคู่ห้าปีกับท่านประธานเพลย์บอยต้องจบลงเพราะความลำเอียง คริสโตเฟอร์เลือกปกป้องเมียน้อยวัยสิบเก้าในวันที่พ่อของเธอเสียชีวิตและแย่งชิงมรดกไปให้เด็กคนนั้น นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับการตัดสินใจหย่าขาดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.6
72 ตอน
ไม่คิดจะรัก
ไม่คิดจะรัก
เมื่อกัญญ์วราต้องพึ่งพิงภูเมฆา ท่านประธานหนุ่มผู้ปิดตายหัวใจเพราะอดีตอันเจ็บปวด แม้เธอจะมอบรักแท้ให้เขา แต่เขากลับเย็นชาและพร้อมปล่อยเธอไปอย่างง่ายดาย เธอจึงเลือกเดินจากไปพร้อมลูกในท้องเพื่อหนีจากคนไร้ใจ อ่านนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณน้ำตาท่วมไปกับความรักต่างชั้นครั้งนี้
9.2
80 ตอน
หงส์พันปี
หงส์พันปี
จากองค์หญิงผู้ถูกตราหน้าว่าโง่เขลาและถูกขับไล่ในวันที่ตั้งครรภ์และเสียโฉม วันนี้เฉินเสียนหวนคืนมาเพื่อทวงแค้น นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสะใจกับการกวาดล้างอดีตสามีและชู้รักอย่างเด็ดขาด อ่านนิยายสนุกๆ ที่จะทำให้คุณหยุดอ่านไม่ได้
8.4
749 ตอน
ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส
ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส
เมื่อความเข้าใจผิดทำให้จิรัฎฐ์ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาใหม่ของพ่อ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยบทลงทัณฑ์อันป่าเถื่อนเพื่อขับไล่เธอไป ทว่ายิ่งทำร้าย หัวใจเขากลับยิ่งสั่นคลอนด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน อ่านนิยายรักสายโหดหึงที่ห้ามพลาด
9.1
53 ตอน