ตอน 2

“มิ... รา...” ชนะชนพึมพำชื่อของเธอ เสียงขาดหายไปในลำคอ นัยน์ตาเบิกกว้างคล้ายกำลังเจอเรื่องเหนือธรรมชาติจากอีกห้วงมิติ

...ไม่ผิดแน่! ชายหนุ่มบอกตัวเอง พร้อมกับจับจ้องเธออย่างไม่วางตา หญิงสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อยดูน่ารัก แต่นัยน์ตากลมโตมีแววโศก เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีม่วงอ่อน กับแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน สวมขายาวกางเกงสีกรมท่า และรองเท้าส้นเตี้ย ผมยาวเกือบถึงกลางหลังรวบไว้เรียบร้อย แล้วก็อาจเป็นเพราะชนะชนจ้องมองเธอนานเกินไป หญิงสาวจึงรู้สึกตัวและหันมามองเขา ถึงอย่างนั้นลึกๆ ข้างในแววตาของเธอก็ไม่ได้ปรากฏสิ่งที่บ่งบอกว่า เธอเคยรู้จักกับเขามาก่อนเลยแม้แต่น้อย

“เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จักกันไว้นะคะ” เจ๊แหม่ม ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ยิ้มแย้มบอกทั้งสองฝ่าย ก่อนจะเริ่มต้นแนะนำ 1 คนชรากับ 2 หนุ่มให้ 2 สาวรู้จักก่อน “ทางซ้ายมือสุดคือ ผอ.วิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดีจ้ะ ถัดมาคนกลางก็พี่ชนะชนเป็นหัวหน้ากลุ่มวิชาการโบราณคดี แล้วก็ท้ายสุดพี่จตุรงค์ รองหัวหน้ากลุ่มวิชาการโบราณคดี”

“สวัสดีค่ะ” สองสาวยกมือไหว้ทั้ง 3 คนตามลำดับ ขณะที่อีกฝ่ายก็รีบรับไหว้ โดยชนะชนยังคงจับจ้องเพียง ‘เธอ’ คนเดิม ส่วนจตุรงค์ซึ่งมั่นใจนักหนาว่า เสื้อเชิ้ตลายทางสีขาว – น้ำเงิน กับกางเกงขายาวสีขี้เถ้าที่พึ่งควักกระเป๋าซื้อมาใหม่ จะช่วยเสริมหล่อให้เขาพอสูสีกับชนะชนได้ ก็เล็งเป้าหมายไปที่สาวหมวยหน้าหวานเจ้าของผมม้าสไลด์ ในชุดแซกลายสก๊อตผูกเอว ดูทันสมัยเหมือนหลุดจากนิตยสารแฟชั่น

“ส่วนคนสวย 2 คนนี้ มินตรากับเกสรี เจ้าหน้าที่กลุ่มประวัติศาสตร์ เป็นน้องใหม่พึ่งเข้ามาทำงาน มีอะไรก็ช่วยๆ กันแนะนำหน่อยนะคะ” เจ๊แหม่มแนะนำ 2 สาวให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายชายรู้จักบ้าง

“ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ” จตุรงค์ฉีกยิ้มบอกสองสาว ซึ่งทั้งคู่ต่างก็ยิ้มฝืดตอบขอบคุณ

“เป็นรุ่นพี่ที่น่ารัก ถ้าอย่างนั้นช่วยเอาพาสปอร์ตของทุกคน ไปเช็คอินตั๋วทีนะจ๊ะ” เจ๊แหม่มแก้เผ็ดความกะล่อนของจตุรงค์ พร้อมกับส่งพาสปอร์ตของตัวเองกับสองสาวให้ โดยได้รับความร่วมมือจาก ‘ป๋า’ ผอ.สำนักโบราณคดี และชนะชนซึ่งพร้อมใจกันหยิบพาสปอร์ตส่งให้จอมกะล่อนเช่นกัน

“แหะๆ ไม่มีปัญหาครับ” จตุรงค์หน้าเจื่อนลงไปนิดหนึ่ง ถึงอย่างนั้นก็ยังฉีกยิ้มสู้

“ดีมากจ้ะ งั้นฝากกระเป๋าของสองสาวไปด้วยนะจ๊ะ จตุรงค์คนเก่งช่วยเข็นไปทีนะ” เจ๊แหม่มฉวยกระเป๋าเดินทางในมือมินตรากับเกสรีวางลงบนรถสำหรับเข็นกระเป๋า ซึ่งมีกระเป๋าเดินทางของสองผู้อาวุโสวางอยู่ก่อนแล้ว “ชนะชนก็เอากระเป๋ามาวางไว้ด้วยกันซะสิจ๊ะ จะได้ไม่ต้องเดินลาก สบายออก”

“เอ่อ... ครับ” ชนะชนวางกระเป๋าของตัวเองลงบนรถเข็นกระเป๋าตามที่เจ๊แหม่มบอก ยิ่งทำให้จตุรงค์หน้าซีดเป็นไก่ต้ม มุมปากที่เคยชี้ขึ้นฉีกยิ้มแบบสู้ตายค่อยๆ ตกลงๆ กระทั่งไม่เหลือแม้รอยยิ้มฝืด เพราะแค่สัมภาระของเจ๊แหม่มชนิดแทบจะขนบ้านไป ก็คงทำให้หนุ่มร่างบางสูงโปร่งอย่างเขาแทบจะสะบักสะบอมแล้ว เรื่องนั้นชนะชนเองก็รู้

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก เดี๋ยวฉันช่วยเข็นไปให้” ชายหนุ่มตบบ่าเพื่อนสนิท ก่อนจะเป็นฝ่ายเข็นรถเข็นกระเป๋าเดินนำไปก่อน กระทั่งสิ้นสุดการเช็คอินตั๋ว และชั่งน้ำหนักกระเป๋าซึ่งสองหนุ่มต่างช่วยกันขนสัมภาระของคนทั้งคณะ ลงจากรถเข็นกันอย่างแข็งขันเสียเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง

“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับหัวหน้า” จตุรงค์โค้งให้ชนะชนท่าทางนอบน้อม จนถูกอีกฝ่ายถลึงตาใส่

“บอกว่านอกเวลางานไม่ต้องเรียกหัวหน้าไง เดี๋ยวขากลับให้เข็นกระเป๋าคนเดียวซะเลยนี่”

คำพูดของชนะชนเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน ยกเว้นจตุรงค์ที่ยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มรอบสอง เมื่อนึกถึงของฝากจากอียิปต์ที่เจ๊แหม่ม ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ของพวกเขา จะขนกลับมาอีกพะเรอเกวียน

“โห โหดร้ายกับเพื่อนตาดำๆ ได้ไงเนี่ย”

“ทีแบบนี้ล่ะอยากเป็นเพื่อนขึ้นมาเชียวนะ”

ทั้งคำพูดและท่าทางหงอๆ ของจตุรงค์ กับสีหน้าเอือมระอาของชนะชน ยิ่งทำให้ทุกคนพากันขบขัน ไม่เว้นแม้แต่สองสาวน้องใหม่อย่างมินตราและเกสรี นั่นเองที่ทำให้ชนะชนชะงักไปอีกครั้ง เมื่อได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของหญิงสาว

“เฮ้ๆ จะตกหลุมรักสาวทั้งที ก็เก็บอาการนิดนึงสิ แบบนี้น้องเขาก็รู้หมด” จตุรงค์สะกิดเตือนเพื่อน หลังจากที่เห็นชนะชนเอาแต่คอยชำเลืองมองรุ่นน้องสาวแทบทุกอิริยาบถ ตั้งแต่อยู่ภายในสนามบินจนกระทั่งขึ้นมานั่งบนเครื่องบิน เตรียมมุ่งหน้าสู่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์

“ทีนายเองยังทั้งส่งสายตา ทั้งแสดงออกว่ากำลังขายขนมจีบรุ่นน้องแบบไม่เกรงใจผู้ใหญ่เลยนี่ เลยโดนแกล้งซะ” ชนะชนย้อนขำๆ ถึงอย่างนั้นก็ยอมรับแต่โดยดีว่า ตัวเองตกหลุมรักมินตราเจ้าหน้าที่น้องใหม่เข้าอย่างจังเบ้อเร่อ โดยเฉพาะรอยยิ้มของเธอที่ทำให้หัวใจแข็งๆ ของเขาอ่อนยวบลงในทันที ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และทั้งที่ยังไขปริศนาเกี่ยวกับตัวเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ก็นั่นมันเอกลักษณ์ของฉัน แต่เอกลักษณ์ของนายมันไม่ใช่นี่ มันต้องขรึม ขรึม และขรึม ถึงจะสมกับเป็นนาย” จตุรงค์แจกแจง ขณะที่ชนะชนรับฟัง พลางชำเลืองมองมินตราซึ่งนั่งอยู่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามทางด้านซ้ายมือของเขา และกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนสนิทของตัวเองเช่นกัน

“นี่! มิน ฉันว่ารุ่นพี่ที่ชื่อชนะชนอะไรนั่นน่ะ ต้องแอบชอบเธอแน่ๆ เลย” เกสรีกระซิบบอกเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเกรงว่าเจ๊แหม่ม ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ซึ่งนั่งอยู่ด้วยกันจะได้ยินเข้า

“พูดอะไรน่ะเกด ไปเอามาจากไหน เดี๋ยวเขารู้ก็ซวยกันหมดหรอก” มินตราเอ็ดเพื่อนเสียงเบา นัยน์ตากลมโตราบเรียบ ไร้แวววูบไหว เพราะไม่คิดว่านั่นจะเป็นเรื่องจริง

“เธอไม่สังเกตหรือรู้สึกตัวบ้างเหรอว่า เขามองเธอแทบจะตลอดเวลา ฉันยังเห็นเลย” เกสรียืนยัน พลางชำเลืองมองจับผิดชนะชนซึ่งกำลังชำเลืองมองมินตราอยู่เช่นกัน “นั่นไง! ลองหันไปดูสิมิน” เพื่อนสาวหน้าหมวยพยักเพยิดหน้าให้มินตราหันไปมองชนะชน เป็นเวลาเดียวกับที่จตุรงค์สะกิดชนะชนให้ตั้งใจฟังที่เขาพูด

“เขาก็คุยอยู่กับเพื่อนของเขานี่ เธอดูละครหลังข่าวมากไปหรือเปล่าเกด” มินตราหันไปมองชนะชนแวบหนึ่ง แล้วหันกลับมาหาเกสรี ส่ายหน้าให้กับคำพูดของเพื่อน จึงไม่เห็นว่าชนะชนหันมาชำเลืองมองเธออีก

“ก็อีตารองหัวหน้าติ๊งต๊องนั่น ดันสะกิดให้เขาหันไปพูดด้วยตอนที่เธอหันไปมองพอดีนี่ อ๊ะ! นั่นไงๆ หันมามองเธออีกแล้ว หันไปดูสิมิน” เกสรีสะกิดเพื่อนให้หันไปมองชนะชนอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่แอร์โฮสเตสสาวประจำเครื่องสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ชนะชนจึงหันไปฟังสิ่งที่แอร์โฮสเตสพูด รวมทั้งก้มลงมองสำรวจความเรียบร้อยของอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัว

“ก็ไม่เห็นว่าเขาจะหันมามองฉันเลยนี่เกด เธอน่ะดูหนังดูละครมากเกินไปจริงๆ ด้วย” มินตราส่ายหน้าเอือมระอาอีกรอบ แล้วหันไปฟังแอร์โฮสเตสพูดบ้าง ปล่อยให้เกสรีนั่งโมโหหัวเสียกับการที่ชนะชนแคล้วคลาด หลุดรอดจากการจับผิดของเธอไปเป็นครั้งที่ 2

ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ เธอหมายมั่นปั้นมือที่จะจับผิดชนะชนให้ได้คาหนังคาเขา ในระยะเวลาการเดินทางไปอียิปต์ 5 วัน 4 คืนนี้ โดยลืมจุดประสงค์ในการเดินทางของคณะนักโบราณคดีจากประเทศไทยไปเสียสนิท

ตอนที่ 2

นกยักษ์บินลัดฟ้าข้ามทวีปมาจนถึงที่หมาย ณ สนามบินนานาชาติกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ในเวลา 18 นาฬิกา หรือเกือบ 13 นาฬิกาตามเวลาในประเทศอียิปต์ ซึ่งช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยไม่มีการแวะพักที่สนามบินใด รวมระยะเวลาในการเดินทางเกือบ 10 ชั่วโมง นับเป็นช่วงเวลายาวนานสำหรับสองสาวที่ยังไม่เคยเดินทางไกลด้วยเครื่องบินมาก่อน โดยเฉพาะเกสรี สาวน้อยคนเดียวของคณะผู้อาจหาญชี้นิ้วเลือกอาหารอียิปต์มารับประทานเป็นมื้อกลางวันบนเครื่องบิน

“โอย ยังติดลิ้นอยู่เลยล่ะมิน” เธอหันไปบ่นกับเพื่อนสาวคนสนิท ระหว่างรอกระเป๋าสัมภาระที่กำลังโหลดจากใต้ท้องเครื่องบิน

“ก็ฉันบอกแล้วว่าให้เลือกอาหารที่เราคุ้นๆ กันอยู่ เกดก็ไม่เชื่อ” มินตราส่ายหน้าให้เพื่อนอีกรอบ

“แหม! ฉันก็อยากลองกินอาหารอียิปต์บ้างสิ อุตส่าห์ได้มาบ้านเมืองเขาทั้งที”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวทางสถานทูตเขาก็ทำให้กิน เผลอๆ จะทุกมื้อด้วยซ้ำ” ชนะชนซึ่งถือโอกาสมายืนอยู่ข้างๆ มินตราพูดขึ้นยิ้มๆ แต่เพราะคำพูดของเขานั่นเองที่ทำให้เกสรีแทบชักตาตั้ง

“หา ! จะ... จะ... จริงหรือคะ!?”

“ใจเย็นๆ จ้ะ ถึงจะเป็นอาหารต่างประเทศ แต่เขาก็จะพยายามทำให้รสชาติออกมาคล้ายอาหารไทย ทานง่าย ไม่เหมือนของดั้งเดิมหรอก” จตุรงค์ซึ่งสบโอกาสทำไม่รู้ไม่ชี้มายืนข้างเกสรีเช่นกัน ปลอบหญิงสาวที่ทำท่าจะลมจับขึ้นมาดื้อๆ แต่นั่นเป็นเพียงแค่ปัญหาของเธอคนเดียว ยังไม่รวมถึงปัญหาที่คนทั้งคณะต้องประสบ

“การสื่อสารของทางเรากับสถานทูตคงมีอะไรผิดพลาด เขาบอกว่าสถานทูตไทยแจ้งว่ามีนักโบราณคดีเดินทางมาแค่ 4 คน” ผอ.สำนักโบราณคดีควบตำแหน่งหัวหน้าคณะ เดินเข้ามาบอกทุกคนสีหน้าเคร่งเครียด หลังการเจรจากับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศอียิปต์เป็นที่ล้มเหลว

“เดี๋ยวฉันจะลองไปพูดอีกแรงนะคะ” เจ๊แหม่มในฐานะรองหัวหน้าคณะ เดินจ้ำอ้าวไปหาเจ้าหน้าที่ พร้อมกับพยายามปั้นหน้านางยักษ์ให้กลายเป็นใบหน้าของนางสิบสอง แต่ก็ต้องเดินกลับมาด้วยใบหน้านางยักษ์ตามเดิม

“เขาบอกว่ายังไงก็ไม่ได้ค่ะ ให้ตายเถอะ! นี่มันอะไรกันเนี่ย”

“เดี๋ยวผมไปเคลียร์เองครับ ขอบัตรประชาชนกับบัตรประจำตัวข้าราชการของทุกคนด้วยครับ” ชนะชนพูดขึ้นเสียงขรึม ก่อนจะรับบัตรประจำตัวของทุกคนมา และเดินไปหาเจ้าหน้าที่ซึ่งปั้นหน้าบูดๆ รอรับอยู่แล้ว

แต่หลังจากนั้น...

“หัวหน้าชนะชนพูดภาษาอาหรับได้ด้วยหรือคะเนี่ย!?” เกสรีทำตาโต ออกอาการตื่นเต้น เมื่อได้ยินเสียงพูดภาษาอาหรับโต้ตอบกันดังแว่วมาเข้าหู แทนที่จะเป็นภาษาอังกฤษ

“ไม่ใช่แค่ภาษาอาหรับกับภาษาไทย แต่ทั้งภาษาอังกฤษสำเนียงอังกฤษ สำเนียงอเมริกัน ภาษาจีน แล้วก็ภาษาญี่ปุ่น ชนะชนพูดได้เหมือนเป็นเจ้าของภาษาเลยล่ะ” ผอ.สำนักโบราณคดีตอบด้วยความภาคภูมิใจแทนเจ้าตัว ยิ่งทำให้สองสาวรู้สึกทึ่งในตัวชายหนุ่ม

“เป็นมนุษย์ 5 ภาษาที่หาตัวจับยากจริงๆ” เจ๊แหม่ม ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ยืนกอดอกมองชนะชนอย่างชื่นชม

“ทีนี้คงหมดปัญหาเสียทีสินะ” จตุรงค์ยิ้มรับเพื่อนสนิทที่เดินกลับมา อันที่จริงแล้วเขาเองก็พูดภาษาอาหรับได้เหมือนกับชนะชน แต่ท่าท่งขรึมๆ ดูน่าเกรงขามของหมอนั่น คงเหมาะกับงานแบบนี้มากกว่า

“เขาจะยึดบัตรประชาชนของเราไว้ก่อนนะครับ แล้วจะคืนให้เมื่อมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตมายืนยัน แต่ตอนนี้ให้เราผ่านไปได้ครับ” ชนะชนส่งบัตรข้าราชการและพาสปอร์ตคืนให้ทุกคน รวมทั้งคืนหนังสือราชการระหว่างประเทศฉบับสำเนาที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้ให้ ผอ.สำนักโบราณคดีด้วย

แต่... ปัญหาของคนทั้งคณะก็ยังไม่ได้จบลงแค่นี้

ตอน 3

“รถของท่านเอกอัครราชทูตเกิดเสียกะทันหันน่ะครับ แล้วก็คิดว่าท่านที่เดินทางมามีแค่ 4 ท่านก็เลย... แหะๆ” เจ้าของสำเนียงสุพรรณบุรีกับความสูง 150 ซ.ม. ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาว คนรถประจำสถานทูตไทย ณ กรุงไคโร ยิ้มเจื่อนๆ ให้นักโบราณคดีทั้ง 6 ซึ่งต่างยืนตะลึงตัวแข็งค้างไปกับหน้าตารถยนต์ที่พวกเขาจะต้องนั่งอัดกันไปจนถึงสถานทูต

...มันเป็นรถรุ่นสมัยคุณยายยังสาว สภาพเข้าขั้นบุโรทั่ง สีแดงที่เคยส่องประกายสดใสหลงเหลือเพียงความหม่นหมองและซีดเซียว ไล่เป็นเฉดสีแดง เหลือง ส้มทั่วทั้งคัน ซ้ำยังแถมขี้สนิทไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ จนน่ากลัวว่าจะแยกส่วนก่อนถึงที่หมาย

“เอ่อ... มินตรากับเกสรีนั่งเบียดๆ กันที่เบาะหน้าแล้วกันนะจ๊ะ” เจ๊แหม่มจัดการแบ่งสันปันส่วนที่นั่ง ระหว่างที่คนอื่นๆ ยืนพูดไม่ออก “แล้วก็ข้างหลัง... จตุรงค์เข้าไปคนแรกนะ เพราะตัวเล็กกว่าใครนี่ เอ้า! เร็วๆ เข้า อย่าให้น้องเขาคอยนาน”

“เอ่อ...ครับ” จตุรงค์รับคำตะกุกตะกัก และจำต้องทำตามคำสั่งเจ๊แหม่มอย่างเสียไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าตนต้องตกอยู่ในสภาพแบนเป็นกล้วยปิ้งหลังจากนี้ก็ตาม

“เชิญ ผอ.วิบูลย์เข้าไปนั่งต่อเลยค่ะ” เจ๊แหม่มเจ้ากี้เจ้าการจัดคิวต่อ ขณะที่ป๋าวิบูลย์ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดีจำต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดและเร่งด่วน “คนต่อไปชนะชนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะนั่งติดกับประตูเอง”

“เอ่อ... ครับๆ” ชนะชนซึ่งกำลังจัดกระเป๋าเดินทางทั้งหมดใส่ท้ายรถ แทนคนรถที่หมดความสามารถจะอัดสัมภาระเหล่านั้นลงไปได้ รับคำพร้อมกับปิดกระโปรงท้ายรถจนสะเทือนไปทั้งคัน

“เบาๆ หน่อยก็ได้ครับคุณเพื่อน เดี๋ยวชิ้นส่วนก็หลุดออกมาหมดตั้งแต่ยังไม่ได้ไปหรอกครับ” จตุรงค์ร้องเตือนแทนคนอื่นๆ ที่พากันนั่งอกสั่นขวัญแขวน

“ขอโทษครับ” ชนะชนยิ้มเจื่อนๆ ให้ทั้งจตุรงค์และป๋าวิบูลย์ ระหว่างเข้าไปนั่งที่เบาะหลังเป็นคนที่ 3

“จตุรงค์เขยิบไปอีกหน่อยสิจ๊ะ พี่ขึ้นได้ขาเดียวเองนะเนี่ย” เจ๊แหม่มซึ่งเข้าไปนั่งปิดท้ายร้องบอกจตุรงค์

“ครับๆ ดะ... ดะ... ได้ครับ” เจ้าของชื่อรีบทำตัวลีบเขยิบไปจนชิดประตู ถึงอย่างนั้นก็ยังเหลือที่ว่างไม่พอดีกับสรีระของเจ๊แหม่ม

“อีกนิดจะาจตุรงค์ ยังปิดประตูไม่ได้เลย”

“คะ... คะ... คร้าบ”

สุดท้าย... นอกจากจตุรงค์จะต้องนั่งตัวลีบแล้ว ยังต้องเกาะเบาะหนังทะลุๆ ของคนขับ และจับประตูรถซึ่งมีแววว่าจะหลุดหายไประหว่าทางไว้สุดแรงเกิด ตลอดระยะเวลาการเดินทางกว่า 1 ชั่วโมง อันเนื่องมาจากการรักษาความเร็วระดับช้ากว่าเต่าคลานของคนรถ

“ถึงแล้วล่ะครับสถานทูต ส่วนบ้านพักจะอยู่ด้านหลังครับผม” คนรถพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากเลี้ยวรถเข้ามาภายในอาณาบริเวณสถานทูตไทย ซึ่งเป็นตึก 2 ชั้นขนาดไม่ใหญ่โตนัก ภายนอกทาสีขาวดูสะอาดตา และตามวงกบรวมทั้งบานประตูหน้าต่างมีการตกแต่งด้วยลายไทย บ่งบอกให้รู้ถึงสัญชาติของสถานทูตแห่งนี้

“ดูยังใหม่อยู่เลยนะ สร้างใหม่เหรอ ตอนมาครั้งก่อนจำได้ว่าไม่ใช่ตึกแบบนี้นี่” เจ๊แหม่มถามคนรถพลางกวาดตามองไปรอบๆ

“ขออภัยจริงๆ ครับ ผมเองก็พึ่งมาอยู่ได้แค่ 2 ปี ตอนมามันก็เป็นแบบนี้แล้วล่ะครับ”

“ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะไม่ได้อยู่แถวนี้ด้วย สถานทูตไทยหลังเก่าน่ะ” ป๋าวิบูลย์ ผอ.สำนักโบราณคดีพูดขึ้นบ้าง

“ใช่ไหมล่ะคะ ดิฉันก็จำได้คับคล้ายคับคลาว่าไม่ใช่” เจ๊แหม่มยังคงหันซ้ายหันขวาสำรวจสถานที่ กระทั่งรถค่อยๆ คลานมาจอดสนิทตรงหน้าบ้านพักเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

“กำลังรออยู่เลยล่ะค่ะ เชิญค่ะๆ มากันเหนื่อยๆ เชิญพักผ่อนกันก่อนนะคะ” คุณหญิงอัญชัน ภรรยาเอกอัครราชทูตในชุดผ้าไหมสีคราม ยืนยิ้มต้อนรับอยู่หน้าบ้าน 2 ชั้นหลังกะทัดรัด และแม้จะเป็นทรงกึ่งตะวันตก แต่ลายฉลุของเชิงชายไม้รอบตัวบ้าน รวมทั้งบานประตูหน้าต่างก็ยังเป็นลวดลายแบบไทยๆ

“ขอบคุณมากครับ” ป๋าวิบูลย์ ผอ.สำนักโบราณคดียิ้มขอบคุณ ก่อนจะเดินนำเข้าไปเป็นคนแรก ขณะที่เจ๊แหม่มยังคงยืนมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณซึ่งมีต้นไม้ดอกไม้ปลูกอยู่ร่มรื่น

“สร้างใหม่ทั้งหมดเลยสินะคะเนี่ย ดูสวยกว่าเดิมเยอะเลย”

“ค่ะ พอดีว่าที่ดินตรงสถานทูตเก่า ทางการเขาจะเอาไปสร้างพิพิธภัณฑ์น่ะค่ะ” คุณหญิงอัญชันตอบคำถามเจ๊แหม่ม แล้วหันไปพูดกับคนรถ “สมชาย เดี๋ยวยกของคุณๆ เขาลงจากรถแล้ว ช่วยขับรถออกไปรับคุณประสิทธิ์ด้วยนะจ๊ะ แล้วก็เรียนท่านว่าคณะนักโบราณคดีจากไทยมาถึงแล้ว”

“เดี๋ยวหนูยกเข้าไปเองค่ะ คุณๆ เชิญพักผ่อนในบ้านดีกว่าค่ะ” แม่บ้านวัย 20 เจ้าของผมม้าในชุดเสื้อยืดสีสดกับผ้าซิ่นสีเข้ม รีบวิ่งออกมาช่วยคนรถสมชายยกกระเป๋า แต่แล้วก็ต้องทำหน้างงกับจำนวนแขกซึ่งไม่ตรงกับที่ตัวเองรู้มา “เอ๋? คุณๆ มีกัน 6 คนหรือคะเนี่ย?”

“เอ๊ะ! จริงหรือคะ คุณประสิทธิ์บอกดิฉันว่ามากัน 4 คนนี่คะ” คุณหญิงอัญชันพลอยตกใจไปด้วย

“ค่ะ แจ้งเพิ่มเติมมาตอนหลังว่า จะพาเจ้าหน้าที่ใหม่มาดูงานอีก 2 คน แต่สงสัยคนรับโทรศัพท์จะลืมบอก รู้สึกคนที่พิมพ์จดหมายราชการของกรมศิลปากร ก็จะบ้าจี้พิมพ์ว่า 4 คนด้วยค่ะ เลยเกือบผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้ นี่ก็โดนเขายึดบัตรประชาชนอยู่” เจ๊แหม่ม ในฐานะผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสองสาวร่ายยาว ทำเอาคุณหญิงอัญชันหน้าซีด

“เดี๋ยวจะบอกคุณประสิทธิ์ให้รีบไปเคลียร์นะคะ ขออภัยจริงๆ ค่ะ แล้วก็... ต้องขอโทษเรื่องรถด้วยค่ะที่ทำให้ต้องนั่งเบียดกันมา” คุณหญิงอัญชันกล่าวขอโทษเจ๊แหม่ม พลางชำเลืองมองรถยนต์สำรองประจำสถานทูตที่คนรถค่อยๆ ขับออกไป และครุ่นคิดอยู่ในใจว่ามันคงถึงกาลอวสานเร็วๆ นี้

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องซีเรียสหรอกค่ะ” เจ๊แหม่มยิ้มแย้ม หัวเราะเสียงดังเหมือนมีลำโพง 8 ตัวอยู่ข้างๆ ตรงข้ามกับสองสาว มินตรา เกสรี และสองหนุ่ม ชนะชน จตุรงค์ที่ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ กับสภาพอันน่าสมเพชของตัวเองซึ่งพึ่งจะผ่านพ้นมา

และเนื่องจากห้องพักสำหรับแขกมีเพียงแค่ 3 ห้อง ชนะชนกับจตุรงค์จึงต้องเสียสละออกมาจัดของนอนที่ห้องโถงกัน 2 คน

“ที่นอน... ปิกนิก... มาแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณๆ อยากจะ... นอนบนโซฟา คุณผู้หญิงก็... บอกว่า... ตามสบายเลยนะคะ” ประนอมแม่บ้านคนเดิมขนที่นอนปิกนิกใหม่เอี่ยม 2 ชุดมาให้สองหนุ่ม พร้อมด้วยหมอนหนุน หมอนข้าง และผ้าห่มอีกอย่างละ 2 ชุด พะรุงพะรังและตุปัดตุเป๋ จนทั้งชนะชนและจตุรงค์ต้องมาช่วยยก ก่อนที่แม่บ้านประนอมจะเทกระจาดของทั้งหมดเพราะหกล้มหน้าทิ่มพื้น

“นายนอนโซฟาไหมล่ะ ฉันนอนที่นอนปิกนิกเอง นอนเสมอกับหัวหน้าแล้วตะขิดตะขวงใจยังไงไม่รู้” จตุรงค์พูดขึ้นหลังจากที่แม่บ้านคล้อยหลังไปแล้ว

“ถ้าพูดอะไรแบบนี้อีกครั้งเดียว ขากลับเชิญนายเข็นรถเข็นกระเป๋าคนเดียวเลย” ชนะชนย้ำประโยคเดิมที่เคยพูด นั่นเองที่ทำให้จตุรงค์หน้าซีดเป็นไก่ต้มรอบที่ 3

“ก็ได้ๆ ฉันเลิกพูดก็ได้ เอาฉันไปต้มยำทำแกง ยังดีซะกว่าให้ฉันเข็นรถเข็นกระเป๋าคนเดียวอีก”

“เอ๋? ทำไมล่ะคะ?”

เสียงตั้งคำถามที่ดังแทรกขึ้น ทำเอาสองหนุ่มหันไปมองสองสาวที่เดินเข้ามา

“เอ่อ... ก็ลองดูสัมภาระขากลับขอเจ๊ เอ้ย! ผอ.วิไลวรรณดูสิจ๊ะ แล้วก็จะรู้” จตุรงค์ตอบคำถามเกสรี และเกือบหลุดปากเรียก ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ด้วยฉายาที่ตัวเองตั้ง ทำเอาชนะชนส่ายหน้าเอือมระอา

“ช้อปปิ้งสินะคะ ดีจัง! แสดงว่า ผอ.รู้แหล่งช้อปดีๆ แน่เลย” เกสรีทำท่าตื่นเต้น เพราะเธอก็เป็นนักช้อปปิ้งตัวยงเหมือนกัน

“พี่ก็รู้แหล่งช้อปดีๆ นะ วันนี้ยังพอมีเวลาเหลือ พวกน้องๆ อยากไปไหมล่ะ เดี๋ยวพี่กับชนม์จะเป็นไกด์ให้เอง” จตุรงค์รีบเสนอตัวหวังทำคะแนนกับเกสรี รวมทั้งช่วยให้เพื่อนได้ใกล้ชิดมินตราด้วย

“พูดเองเออเองนะนั่นน่ะ” ชนะชนม์แกล้งตีหน้าขรึมให้จตุรงค์เสียวสันหลังเล่น ก็หมอนั่นอยากบอกเองนี่ว่าเขาเหมาะกับบุคลิกขรึมๆ มากกว่า

“โธ่! อยู่ดีๆ ก็เล่นตัวขึ้นมาเชียวนะคุณเพื่อน อย่าบอกนะว่าจะไม่ซื้อของไปฝากคุณพระญาติทั้งหลาย อย่างน้อยก็พี่นิดล่ะ” จตุรงค์ชักแม่น้ำทั้ง 5 จากเมืองไทยมาหว่านล้อม โดยมีเกสรีซึ่งปรารถนาจะช้อปปิ้งสุดใจขาดดิ้นช่วยหว่านล้อมด้วยอีกคน

“ไปเถอะค่ะหัวหน้า ไปหลายๆ คนสนุกดีออก ใช่ไหมมิน มินก็จะไปด้วยใช่ไหมล่ะ” สาวหมวยหันไปขอเสียงสนับสนุนจากเพื่อนสาวคนสนิท

“เอ่อ... จ้ะ ถ้าเกดไป ฉันก็ไป” มินตรายิ้มเจื่อนๆ ตอบ และแม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มฝืดๆ ฝืนๆ แต่ก็ทำให้ชนะชนชะงักไปกับอีกอิริยาบถของเธอที่เขาไม่เคยเห็น

ไม่สิ! รู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นยามที่เธอยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ หรืออิริยาบถอื่นที่ต่างออกไป แต่เมื่อไหร่และที่ไหนกันล่ะ ชนะชนถามตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน ว้าวุ่น สมองไม่ยอมรับรู้เรื่องอื่นใดนอกเหนือจากนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองหลังจากนั้นจึงเป็นเพียงระบบสั่งการอัตโนมัติของร่างกาย รวมทั้งการที่ชนะชนพยักหน้าตอบรับคำชวนครั้งที่ 2 ของจตุรงค์ จนดูเหมือนว่าเขายอมไปเป็นไกด์ให้สองสาว เพราะอยากอยู่ใกล้ชิดมินตรามากกว่า

...ปฏิบัติการจับผิดรุ่นพี่หนุ่มหัวหน้ากลุ่มวิชาการโบราณคดีของเกสรี กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว!

สถานที่อันเป็นเป้าหมายของทั้ง 4 คนในครั้งนี้คือ ตลาดข่านเอล คาลิลี ซึ่งเป็นตลาดชื่อดังอายุกว่า 600 ปี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานทูตไทยมากนัก ถึงอย่างนั้นก็ยังนับว่าเป็นโชคดีที่รถยนต์ประจำสถานทูตซ่อมเสร็จแล้ว คุณประสิทธิ์จึงให้คนรถสมชายขับรถสภาพกลางเก่ากลางใหม่คันนี้ไปคอยรับ – ส่งคนทั้งหมดแทน

“โห ขายของเยอะแยะเลย คล้ายๆ ตลาดจตุจักรบ้านเราเลยนะคะเนี่ย” เกสรีออกอาการตื่นเต้นหนักกว่าเดิม ทันทีที่มาถึงและได้เห็นสถานที่จริงซึ่งไม่เกินไปกว่าที่จตุรงค์คุยโวมาตลอดทางเลย

“เดินเกาะกลุ่มกันไว้ดีๆ ล่ะ ทางเดินค่อนข้างจะเป็นเขาวงกต เดี๋ยวจะหลงได้” ชนะชนบอกสองสาว แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าใดนัก โดยเฉพาะเกสรีที่มัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับข้าวของสินค้าแปลกๆ มากมาย และลากมินตราไปทางนั้นทีทางโน้นที ปล่อยให้สองหนุ่มเดินเร็วตามไปร้านนู้นทีร้านนี้ทีจนหัวหมุน เป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายพลัดหลงกันในที่สุด

“หายไปไหนแล้วล่ะ เฮ้อ! ยุ่งล่ะสิทีนี้” จตุรงค์เกาหัวแกรกๆ ระหว่างที่พยายามกวาดตามองหาสองสาว

“ก็บอกแล้วว่าให้เดินเกาะกลุ่มกัน จะได้ไม่หลง ท่าทางคงไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย” ชนะชนส่ายหน้าแล้วสาวเท้าเดินนำออกไป พลางหันซ้ายหันขวามองหาสองสาวไปเสียทุกร้าน และตอนนั้นเอง...

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WDD” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WDD
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

โซ่รักเมียตีตรา
โซ่รักเมียตีตรา
เมื่อชญานินต้องตกเป็นเมียบำเรอลับของเตชินเพื่อทดแทนบุญคุณ นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการตีตรา ทว่าเมื่อคนรักของเขาปรากฏตัว เธอจึงต้องเดินจากไปพร้อมกับสายเลือดที่ซ่อนอยู่ อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้เลย
9.2
69 ตอน
ไฟรักเร่าร้อน NC18++
ไฟรักเร่าร้อน NC18++
เมื่อนางร้ายสุดเซ็กซี่ตกที่นั่งลำบากจนต้องขอความช่วยเหลือจาก 'คิณ อัคนี' ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชา ข้อเสนอสุดเร่าร้อนที่มีราคาสูงลิ่วจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางไฟรักและแรงปรารถนาที่แผดเผา เธอจะต้านทานเสน่ห์อันตรายนี้ได้อย่างไร อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นที่เดิมพันด้วยหัวใจได้แล้ววันนี้
7.9
58 ตอน
กลรักวิวาห์ลวง
กลรักวิวาห์ลวง
จากเด็กสาวที่เคยถูกปฏิเสธรักอย่างเย็นชา 'มิลันดา' กลับมาในฐานะศัลยแพทย์สาวพราวเสน่ห์เพื่อเผชิญหน้ากับ 'คมฉณัฐ' ชายหนุ่มผู้เคยไร้เยื่อใย เกมวิวาห์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยเล่ห์กลและความปรารถนาที่ซ่อนเร้น อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่ชวนให้คุณลุ้นไปกับหัวใจสองดวงได้แล้ววันนี้
9.4
98 ตอน
วังวนรัก... เพลิงฐานิน
วังวนรัก... เพลิงฐานิน
เมื่ออดีตคนรักที่เคยทิ้งไปแต่งงานใหม่จนสร้างบาดแผลลึกในใจ กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมความจริงที่คาดไม่ถึงว่าพวกเขามีลูกด้วยกันหนึ่งคน นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับบทพิสูจน์หัวใจของพันไมล์ ว่าจะยอมให้อภัยผู้ชายใจร้ายในวังวนรักครั้งนี้ได้หรือไม่ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.3
32 ตอน
หลงใหล NC25+
หลงใหล NC25+
เมื่อความรักกลายเป็นการทรยศ พลอยรัตน์ถูกคนรักหลอกวางยาและขายให้กับสุภวิทย์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ต้องการครอบครองเธอมานาน ท่ามกลางค่ำคืนอันเร่าร้อนและอันตราย นิยายรักแนวบอสหนุ่มสุดฮอตเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับรักอันตรายและการควบคุมที่ยากเกินจะต้านทาน อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.3
72 ตอน
จำเลยแค้น สามีเถื่อน
จำเลยแค้น สามีเถื่อน
เมื่อความผิดที่ไม่ได้ก่อกลายเป็นพันธนาการรักสุดแสนทรมาน เธอต้องชดใช้ด้วยหยาดน้ำตาและร่างกายในฐานะจำเลยแค้นของชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายท่ามกลางเพลิงโทสะที่แผดเผาหัวใจ เขาจะทำลายเธอหรือยอมปล่อยวางอดีตเพื่อหัวใจตัวเอง
9.5
42 ตอน