ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“สตรีอย่างเจ้าอย่างไรก็หาคนแต่งด้วยไม่ได้หรอก!

ดีแค่ไหนที่ข้ายอมมาดูตัวด้วย ยังจะมาดูถูกข้าอีก!” บุรุษผู้หนึ่งตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห

หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมุ่นคิ้ว นางสะบัดพัดเก็บตบลงกลางฝ่ามือ

“ใครกันแน่ที่ดูถูกกัน ข้าเป็นสตรีทำการค้าแล้วอย่างไร เจ้าเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาดูแคลนข้า หรือตระกูลของข้า!”

“คุณหนูกู้~ ท่านก็น่าจะรู้ว่าที่นี่แคว้นอ้าย รอบ ๆ นี้มีสักกี่แคว้นที่ยกย่องสตรีอย่างท่าน~”

เจ้าคนหยาบคาย!

“ขอบคุณคุณชายที่สละเวลา ข้าคงไม่รบกวนเวลาไปมากกว่านี้แล้ว”

กู้หลินฟางยืนขึ้นเต็มความสูง เดินออกมาจากห้องโดยไม่สนใจอีกฝ่าย มีเสียงเรียกตะโกนไล่หลังมา แต่นางก็หาได้หันหลังกลับไป

เมื่อออกมาพ้นร้านน้ำชา สาวใช้คนสนิทก็เอ่ยกับนางด้วยความอึดอัดใจ

“คุณชายคนนั้นนิสัยแย่เกินไปแล้วนะเจ้าคะ”

“ใช่เจ้าค่ะ ดีจริง ๆ ที่คุณหนูไม่ได้เกี่ยวดองกับคนแบบนั้น ขืนแต่งกันไปก็คงดูถูกดูแคลนคุณหนูทุกวันแน่”

กู้หลินฟางถอนหายใจ เหมือนนางเกิดมาผิดยุคผิดสมัย หรือไม่ก็ผิดแผ่นดิน ความคิดอ่านถึงได้ไปคนละทางกับคนแถวนี้

“ช่างเถอะ อาจจะไม่มีคนแบบนั้นที่แคว้นนี้ก็ได้” นางหมายถึงว่าที่คู่ครองที่เหมาะสมกับตน ถึงจะพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไรอย่างนั้น แต่นางก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่ลึก ๆ เช่นกัน

กู้หลินฟางเป็นบุตรีในตระกูลพ่อค้า ด้วยการเลี้ยงดูมาอย่างทัศนคติของผู้สืบทอด นางต้องหาบุรุษมาแต่งงานด้วย และต้องเป็นการแต่งเข้าเท่านั้น ซึ่งแนวคิดนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในแคว้นอ้าย ตอนวัยแรกปักปิ่นนางคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้น แต่จากเรื่องที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่ามันล้มเหลว

หญิงสาวก็มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าบุรุษ บิดาให้ความรักและคาดหวัง ให้ความรู้แบบที่ผู้นำตระกูลควรมี

แต่ดูเหมือนความคิดเช่นนี้ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับพอ ๆ กับที่จะให้บุรุษแต่งเข้า พวกชาวเมืองไม่ได้มีปัญหาเมื่อกล่าวถึงเรื่องเช่นนี้ เพราะว่าเป็นเรื่องของคนอื่น แต่หากจะให้บุตรชายตนเองแต่งเข้ามาอยู่ใต้อิทธิพลภรรยาก็แสดงออกชัดเจนว่า ยอมรับไม่ได้กันทั้งนั้น

“ข้าทำท่านพ่อผิดหวังแล้ว”

“โธ่คุณหนู คุณหนูไม่ผิดเสียหน่อยเจ้าค่ะ คนพวกนั้นดูถูกเรา ยอมไม่ได้นะเจ้าคะ”

“ช่างเถอะ ๆ พูดถึงไปก็อารมณ์เสีย ซื้ออะไรหน่อยค่อยกลับบ้านแล้วกัน”

“ล้มเหลวรึ?”

“พังไม่เป็นท่าเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ”

ประมุขตระกูลพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

กู้หยวนเป็นคนแคว้นอ้าย แต่ก็ไม่เหมือนคนแคว้นอ้าย เขาเกิดที่นี่ แต่เติบโตอยู่บนเรือสำเภา ไปมาหลายทวีป เจอผู้คนหลากหลาย พอบิดามารดาเข้าสู่วัยบั้นปลายจึงกลับมาบ้านเกิดที่กู้หยวนมีความทรงจำเพียงผิวเผิน

เขารู้ว่าที่แห่งนี้สตรียากจะโดดเด่นในฐานะผู้นำ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะขนาดนี้

ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้จนลูกสาวข้าโตก็ยังไม่เปลี่ยนคงพานางไปเรียนรู้บนเรือเสียนานแล้ว

“หรือลูกลองมองหาบุรุษจากเมืองอื่นไว้ดีหรือไม่”

กู้หยวนก็จนใจแล้วเช่นกัน

“ลูกยังไม่รีบร้อนหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ เรื่องนี้ค่อย ๆ คิดไปก็ได้ ว่าแต่เรื่องการเปิดเส้นทางการค้าใหม่จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะ”

“เรื่องนั้นพ่อให้ลูกจัดการแล้วกัน”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ลูกจะรีบหาวันเดินทาง”

สองพ่อลูกเงียบลงครู่หนึ่ง กู้หยวนมองหน้าบุตรสาวจนนางรู้สึกตัว บิดาทำสีหน้าลำบากใจก่อนเอ่ยออกมา

“หลินเอ๋อร์ เรื่องคู่ของลูกไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีฐานะใกล้เคียง หรือผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นหรอกนะ

ถึงมีแล้วมันจะส่งผลต่อธุรกิจให้มากกว่า แต่ตระกูลกู้ไม่ได้ไร้หนทางเพียงเพราะเรื่องแค่นั้น เรามีดีกว่านั้นมากมาย คิดถึงความสุขและความต้องการของตัวเองเข้าไว้เถอะ”

“...” กู้หลินฟางชะงักนิ่งไปก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อย ๆ “ทราบแล้วเจ้าค่ะ ลูกจะจำไว้”

เมื่อคุยธุระเสร็จแล้วนางก็ออกมาจากห้องหนังสือ

กู้หลินฟางเดินผ่านเรือนใหญ่จะกลับเรือนนอนของตัวเอง ขณะนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่าพุ่งเข้ามาหา

นางก้มมองเด็กหญิงตัวน้อย

“หรูอัน? ทำไมเจ้ามาอยู่ตรงนี้เล่า?”

“ข้ามารับท่านพี่” นางแย้มยิ้มแล้วเอาหน้าซุกกับหน้าท้องของพี่สาว

กู้หรูอันเป็นคุณหนูเล็กของตระกูล สกุลกู้รุ่นปัจจุบันมีบุตรสาวสองคน แม้ห่างจากพี่สาวเพียงสามปี แต่นางก็ตัวเล็กมากเพราะป่วยง่ายตั้งแต่ยังเด็ก หากไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนคงนึกว่าพวกนางห่างกันหลายปีกว่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นไปกินขนมที่เรือนพี่กันเถอะ”

“เจ้าค่ะ” นางขานรับอย่างกระตือรือร้นพี่สาวจึงยิ้มกว้างขึ้น

ระหว่างเดินทางกลับก็ไปทักทายมารดา และแจ้งว่านางกลับมาแล้ว วันนี้คุณหนูใหญ่ออกไปแต่เช้าตรู่จึงไม่ทันได้ทักทายคนในครอบครัวก่อนไปเลย

“ดูจากสีหน้าเจ้า การดูตัววันนี้ก็ล้มเหลวสินะ”

“ปิดบังท่านแม่ไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ”

สองพี่น้องนั่งลงริมระเบียงข้างมารดา ฉู่หลานมองหน้าบุตรสาวทั้งสองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอเวลาที่บุตรสาวถูกปฏิเสธแค่เพราะว่านางเป็นบุตรีสกุลกู้

ตอน 2

ตอนที่ได้พบรักกับสามีนางก็ประหลาดใจกับเรื่องนี้เช่นกัน สกุลกู้นั้นแตกต่างจากครอบครัวอื่นในเมือง ด้วยกฎที่ว่าบุตรคนโตไม่ว่าหญิงหรือชายจะต้องเป็นผู้นำตระกูลรุ่นต่อไป ส่วนน้อง ๆ ก็จะคอยเป็นผู้ช่วยหลังจากนั้น

ด้วยความที่แคว้นอ้ายยังไม่ได้เปิดรับกับเรื่องนี้พวกนางจึงถูกต่อต้านอยู่บ่อย ๆ นางเคยขึ้นเรือสำเภาไปกับสามีทำให้ได้เห็นโลกกว้าง และได้รู้ว่าบ้านเกิดของตนนั้นยังมีจุดบกพร่องอยู่มาก ถึงอย่างนั้นกำลังของคนไม่กี่คนไม่อาจพลิกผันสิ่งที่เชื่อ และทำตามกันมาอย่างเนิ่นนานได้

ฉู่หลานได้แต่ภาวนาให้บุตรสาวทั้งสองได้พบคู่ครองที่จริงใจ และไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ ที่ผ่านมาเจอแต่คนเห็นแก่ตัวเพียงเพราะอยากอาศัยตำแหน่งในตระกูลของพวกนางกันทั้งนั้น ทำเอามารดาอย่างนางทั้งปวดหัวปวดใจไม่น้อยเลย

“ท่านพี่ไม่ถูกใจกับว่าที่คู่หมั้นอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่กู้หรูอันได้ยินเลย นางได้ยินมาจนเบื่อจนแทบแค้นใจด้วยซ้ำ

พี่สาววางมือบนศีรษะของผู้เป็นน้องแล้วลูบเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ยิ้มให้น้องสาวคลายกังวล เพราะนางหน้าหงอยลงทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้

ท่านพี่ของนางไม่ใช่คนนิสัยเลวร้าย หน้าตาก็ไม่ได้แพ้ใคร เหตุใดจึงถูกมองข้ามอยู่เรื่อย การดูตัวทั้งสามครั้งที่ผ่านมาล้วนล้มเหลว ก่อนหน้านี้ที่เคยมีคู่หมั้น อีกฝ่ายก็ถอนหมั้นไปก่อนตั้งแต่พี่สาวของนางพึ่งปักปิ่น เหตุผลก็แค่พวกเขาไม่อยากให้สตรีมีอำนาจมากกว่า

“พี่ชินแล้ว ไม่เป็นไรหรอก”

“ข้าไม่ชอบเลยเจ้าค่ะ ท่านพี่ของข้าทำไมถึงได้ถูกเมินอยู่เรื่อย แต่ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ต้องมีคนที่เหมาะสมกับท่านอยู่แน่นอน!”

ถ้าไม่มีใครมองเห็นตัวตนของท่านพี่จริง ๆ ข้าจะดูแลนางในบั้นปลายเอง!

กู้หรูอันคิดในใจอย่างมุ่งมั่น ถึงร่างกายของนางจะอ่อนแอ แต่หัวใจของนางแข็งแกร่งมาก ใครจะมาแตะต้องท่านพี่คนดีของนางไม่ได้ทั้งนั้น

เมื่อไถ่ถามกับมารดาเสร็จแล้วกู้หลินฟางก็ให้สาวใช้นำของว่างกับน้ำชามาที่เรือนนอนของตนเอง นี่เป็นช่วงเวลาที่น้องสาวของนางชอบมากที่สุด เมื่อก่อนทำอย่างนี้ได้บ่อย ๆ แต่พอนางเริ่มแบ่งหน้าที่ของผู้นำตระกูลมารับผิดชอบก็ใช้เวลากับน้องสาวได้น้อยลง

“ท่านพี่ลองหาบุรุษจากเมืองอื่นดีไหมเจ้าคะ”

คนกำลังดื่มชาสำลักพรวด หันมองน้องสาวพลางกะพริบตาปริบ ๆ เพราะนางก็คิดเรื่องเดียวกันนี้อยู่พอดี

แต่กู้หลินฟางไม่ถึงกับคิดว่ามันไร้หนทาง การเป็นสตรีไม่มีผลต่อการเป็นผู้สืบทอดของนาง

“อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ เอาไว้ถ้าข้าไม่มีผู้สืบทอดก็จะยกให้ลูกเจ้าแล้วกัน”

คุณหนูเล็กสกุลกู้คว่ำปาก “ไม่เอาเจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าพึ่งหมดหวังนะ”

“ไม่อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ?” นางเอียงศีรษะด้วยความประหลาดใจ

“ข้าไม่เก่งคำนวณเหมือนท่านพี่นี่เจ้าคะ” กู้หรูอันรู้เลยว่าถ้ากิจการของตระกูลมาอยู่ในมือนางต้องล้มละลายภายในสามวันแน่นอน

“แต่ความคิดแปลกใหม่ของเจ้าก็ช่วยเราไว้หลายครั้งนี่นา”

กู้หรูอันแก้มแดงปลั่งด้วยความเขินอาย นางยินดีที่ถูกพี่สาวชม ทั้งคู่ใช้เวลาช่วงเย็นเล่นด้วยกันเหมือนย้อนกลับไปสมัยเด็ก

เมื่อเติบโตขึ้นงานของตระกูลก็เริ่มส่งต่อมาให้นางทีละเล็กทีละน้อย เลิกงานเจรจากับคู่ค้าก็เป็นหนึ่งในนั้น

กู้หลินฟางพาสาวใช้ออกจากบ้านไปที่สำนักคุ้มภัยประจำเมืองทันทีหลังมื้อเช้า

การเดินทางระหว่างดินแดน หรือระหว่างเมืองเป็นระยะทางไกลนั้นปกติมากสำหรับแผ่นดินใหญ่ที่นางอาศัยอยู่ อาชีพยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพ่อค้าถ้าไม่ใช่คนคุ้มกันก็เป็นทหารรับจ้าง อย่างน้อยก็ต้องมีสองอาชีพนี้ติดมาด้วยแน่นอนยามเอ่ยถึง

การเจรจาเรื่องเปิดเส้นทางใหม่ไม่ได้เป็นจุดมุ่งหมายเดียวของการเดินทางครั้งนี้ นางต้องนำตัวอย่างสินค้าใหม่ไปให้คนร่วมลงทุนดูด้วย แล้วก็ต้องเผชิญคำดูถูกเหยียดหยามอีกนับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน ถึงคนพวกนั้นจะเกรงใจบิดาของนาง แต่ไม่ได้เกรงใจนาง การจะหาคู่ค้าใหม่ก็ต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้

“คุณหนูเจ้าคะ เดินทางครั้งนี้ให้พวกบ่าวไปด้วยหรือไม่เจ้าคะ”

ปกติแล้วถ้าระยะทางไกลมากนางจะพาสาวใช้ไปด้วยทั้งสองคน แต่หากไปไม่กี่วันนางจะพาไปแค่คนเดียว

กู้หลินฟางใคร่ครวญดูแล้วครั้งนี้นางอาจต้องเปลี่ยนวิธีจัดการสักหน่อย

“พวกเจ้าอยากไปด้วยกันไหมล่ะ”

การร้องขอสิ่งใดกับเจ้านายเป็นไปได้ยาก ต่อให้เจ้านายถามอย่างนี้ก็ยังพูดออกมาได้ลำบาก ทั้งสองอึกอักอยู่นานกู้หลินฟางจึงเลือกให้เอง

“ไปทั้งคู่เลยก็แล้วกัน”

“ขะ…ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู!”

ปกติสาวบ่าวชายหรือสาวใช้จะไม่มีทางได้ออกไปไหนหากไม่ใช่การติดตามเจ้านาย แล้วเจ้านายส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะมีงานที่ต้องเดินทาง การที่พวกนางได้เปิดหูเปิดตาต้องบอกว่าเป็นเพราะตระกูลกู้โดยแท้ เสี่ยวจูกับเสี่ยวลี่จึงคอยรับใช้อย่างภักดีเรื่อยมา

การมาเยือนหอคุ้มภัยมักจะคุ้นเคยกับเสียงดังตั้งแต่ยืนอยู่หน้าประตู พวกเขาโบกมือแล้วโวยวายกันเป็นเรื่องปกติ เพราะมีโต๊ะนั่งให้กินดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่มารอรับงาน แต่พวกเขาไม่ใช่ร้านขายสุรา อย่างมากก็ยอมให้แค่คนละจอกพอชุ่มคอ เพราะถ้าสมาชิกหออาละวาดขึ้นมาหัวหน้าหอก็คงปวดหัวหนักแน่

กู้หลินฟางเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคย นางมาจ้างวานที่นี่บ่อยแล้ว ส่วนกลุ่มที่ได้รับการว่าจ้างก็เปลี่ยนไปตามจังหวะและเวลา นางเดินไปที่โต๊ะตัวยาวของแผนกจัดสรรงาน

“ไปเมืองอู่ ทำสัญญาสองเที่ยว”

“ต้องการคนจำนวนมากไหมเจ้าคะ”

“รถม้าสามคัน”

“ถ้าอย่างนั้นแนะนำเป็นกลุ่มคุ้มภัยที่มีสิบคนเป็นอย่างน้อยเจ้าค่ะ ถึงระยะทางไปเมืองอู่จะไม่ได้ยาวมาก

ใช้เวลาไม่เกินสามวันก็ถึง แต่ระหว่างทางมีการพบเห็นสัตว์อสูรอยู่บ่อยครั้ง”

“ตอนนี้มีกลุ่มที่เหมาะสมหรือเปล่า”

“ตอนนี้ที่อยู่ที่นี่มีกลุ่มสิบคนขึ้นไปอยู่สองกลุ่ม

แต่อีกกลุ่มนั้นมีคนมาก ไม่แนะนำสำหรับการคุ้มกันรถม้าสามคันเจ้าค่ะ” หมายความได้ว่า อีกกลุ่มหนึ่งนั้นหากเป็นการคุ้มกันของคาราวานจะเหมาะกว่า

“เอาอีกกลุ่มก็แล้วกัน”

“ราคาเริ่มต้นสิบเหรียญทองเจ้าค่ะ”

ด้วยจำนวนคนและเวลาเดินทางถือว่ากำลังพอดี เป็นราคาที่นางยอมรับได้

“ตกลงตามนั้น”

คุณหนูกู้ต้องทำสัญญาสองฉบับของขาไปขากลับแยกกัน รวมถึงระบุวันเวลาไปกลับที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้คนคุ้มภัยเสียโอกาสในการรับงานอื่น กรณีเช่นนี้ต้องจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าของสัญญาฉบับที่สองไว้ก่อนครึ่งหนึ่ง เสมือนเป็นการจองตัวในภารกิจไว้ก่อน หากนางไม่กลับตามวันที่กำหนดเงินมัดจำจะเป็นของหอ และกลุ่มคนที่จองตัวไว้ทันที

กู้หลินฟางทำสัญญาและวางเงื่อนไขเรียบร้อย แต่นี่ก็ยังไม่เสร็จเสียทีเดียว ต้องรอให้กลุ่มคุ้มภัยกลุ่มนั้นตอบรับด้วย หญิงสาวจากโต๊ะแผนกจัดสรรงานเดินออกมาแล้วตรงไปที่โต๊ะมุมร้าน

คุณหนูใหญ่สกุลกู้มองตามไปด้วยความสนใจ อยากรู้ว่าใครจะมาเป็นคนคุ้มกันชั่วคราวของตัวเอง

ตอน 3

แผ่นดินใหญ่แห่งหนึ่งที่ไร้ชื่อเรียกชัดเจน นามของมันแตกต่างไปในแต่ละท้องที่ แต่หากพูดถึงมันทุกคนล้วนเข้าใจว่าหมายถึงที่ใด แผ่นดินนั้นมีแคว้นน้อยใหญ่อยู่หลากหลาย บ้างรุ่งเรือง บ้างล่มสลายจนสิ้นชื่อ

แต่ละดินแดนมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งการเกษตร

การประมง หรือปศุสัตว์ ไม่เด่นเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง แต่แคว้นที่รุ่งเรืองจากการค้านั้นเลี่ยงชื่อแคว้นอ้ายไปไม่ได้

เหลาสุราแห่งหนึ่งโต๊ะด้านนอกสุด ชายหนุ่มวัยกลัดมันกลุ่มใหญ่กำลังเพ่งมองไปยังริมถนนอีกฟากอย่างลุ้นระทึก แม้ไม่ได้ยินเสียง แต่ก็คาดเดาได้จากท่าที

“เจ้าว่าครั้งนี้จะสำเร็จไหม”

“ข้าว่าแห้ว”

“ท่านหัวหน้าจะน่าสงสารเกินไปไหม จะทำลายสถิติตัวเองไปเรื่อย ๆ ไม่ได้นะ”

พวกเขาแย่งกันพูดจนแยกแทบไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใครบ้าง แต่จุดมุ่งหมายเดียวก็ยังเป็นคนที่อยู่อีกฟากถนน หญิงสาวจากร้านขายบะหมี่เริ่มทำท่าลำบากใจ ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกันนั้นก็มีท่าทีประหม่าแล้วเช่นกัน

“แม่นางไม่มีเวลาสักนิดเลยหรือ” เทียนจื่อซานเกาศีรษะแก้เก้อ ในใจหวังเพียงสักนิดให้อีกฝ่ายตอบรับมา

“ท่านพูดแบบนี้ข้าลำบากใจนะเจ้าคะ”

“เวลาดื่มชาสักนิดก็ไม่ได้เลยหรือ”

“คือ…ข้า ข้าขอพูดตรง ๆ เลยนะเจ้าคะ เพราะท่านเป็นคนนิสัยดี ข้าจึงไม่อยากทำร้ายจิตใจ แต่ข้าไม่สนใจชายอื่นนอกจากสามีหรอกเจ้าค่ะ!”

“สะ...สามี?” ความรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าแล่นแปลบลงมากลางใจจนเข่าแทบทรุดตอนกลางวันแสก ๆ

“ขอโทษจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ไม่ได้พูดให้ชัดเจนแต่แรก ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” ว่าแล้วนางก็วิ่งจากไป

ทิ้งหัวหน้ากลุ่มต้าหยางแห่งสำนักคุ้มภัยยืนเหี่ยวเฉาอยู่คนเดียว

สภาพน่าเวทนาของหัวหน้ากลุ่ม ทำให้เสวียนหรงจำใจต้องเดินไปลากเขากลับมาที่ร้าน จับนั่งเก้าอี้แล้วตบบ่า

ปุ ๆ อย่างให้กำลังใจ โต๊ะสองตัวที่ลากมาติดกันเงียบกริบ

มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่าน ทั้งที่อยู่ในบริเวณร้านเดียวกัน แต่บรรยากาศโต๊ะพวกเขาราวกับป่าช้าหน้าหนาวเหลือเกิน สถานการณ์ที่ไม่มีอะไรน่าทักเช่นนี้ก็ยังมีคนสมองถั่วโพล่งขึ้นจนได้

“ลูกพี่อกหักสิบครั้งแล้วนะ ปลูกแห้วได้เป็นไร่แล้วเนี่ย” กำปั้นเขกลงโป๊กทันทีที่เขาพูดจบ เกาเฟิงชุนลูบหัวตัวเองร้องโอดโอยมองรองหัวหน้าอย่างไม่เข้าใจ เห็นท่าทางของเขาแต่ละคนก็ได้แต่ส่ายหน้าและถอนหายใจ เจ้าน้องเล็กนี่ยังพูดจาไม่ดูฝนดูแดดเหมือนเดิม โดนฟ้าผ่ากลางกบาลเลยเป็นอย่างไรล่ะ

ขณะที่ลูกน้องกลับมาเจี๊ยวจ๊าวเหมือนเดิมแล้ว

แต่ลูกพี่ใหญ่อย่างเทียนจื่อซานกลับเหมือนวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว

“หัวหน้า ข้าว่าหัวใจอันใสซื่อบริสุทธิ์ของท่านคงสงวนไว้ให้วัดวาอาราม…”

“ทำไม! ทำไมถึงเป็นข้าทุกที” เขาร้องเสียงดังแล้วยกไหเหล้ายกซดจนไหลล้นออกจากมุมปากเลอะเสื้อไปหมด แต่เสียงร่ำร้องของเขาก็ยังสู้โต๊ะอื่นในร้านไม่ได้

“ไม่ใช่ความผิดลูกพี่หรอกที่มีตาหามีแววไม่ ดูไม่ออกว่าสตรีคนไหนมีครอบครัวแล้วบ้าง”

“ไม่นะ ข้าว่าลูกพี่แค่โง่เง่าเท่านั้น”

“เกาเฟิงชุน! เจ้าเด็กนี่เอาอีกแล้วนะ ถ้าปากเจ้าว่างนั่งก็ยัดกับแกล้มเข้าไป” เสวียนหรงใช้ตะเกียบคีบ ๆ ยัดอาหารเข้าไปให้เต็มปากเจ้าตัวดี ก่อนจะพ่นอะไรไม่เข้าท่าออกมาอีก

บุรุษอกสามศอกแทบน้ำตาร่วงเผาะ เพราะโดนลูกน้องจิกกัดด้วยความบริสุทธิ์ใจ เกาเฟิงชุนทำงานดีและเป็นเด็กดีของพี่ ๆ มาก มาเสียก็แต่เขาปากพล่อยไปหน่อย จึงโดนพี่ชายทั้งหลายตบให้เข้าร่องเข้ารอยเป็นประจำ

“เอาน่าหัวหน้า อกหักแค่นี้ไม่ตายหรอก ลองใหม่ครั้งที่สิบเอ็ดก็ได้ ต้องมีสตรีสักคนที่ชอบพอท่านแน่”

“เพราะข้าอ่อนแอเกินไปหรือ” เทียนจื่อซานเริ่มตัดพ้อกับทุกอย่าง

“คนที่ตบสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าเอาอะไรมาอ่อนแอเล่า”

“หรือท่าทางข้าน่ากลัวเกินไป?”

“บุรุษที่ดูอ่อนน้อมเหมือนเต้าหู้อย่างท่านไม่มีอีกแล้วในแคว้นอ้าย”

“ทำไมข้าไม่รู้สึกว่ากำลังโดนชมอยู่เลย” เขารู้สึกเหมือนโดนพี่น้องหลอกด่าอยู่มากกว่า

ต้าหยางเป็นการรวมรวมตัวของกลุ่มคนที่พลัดพรากจากพ่อแม่ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ และรับงานจากสำนักคุ้มภัยเลี้ยงชีพ รู้ตัวอีกทีตอนนี้ก็มีสมาชิกสิบคนแล้ว ศูนย์รวมใจของทุกคนคือเทียนจื่อซาน เขาจึงได้เป็นหัวหน้า

ทุกคนสนิทกับเขาพอ ๆ กับที่นับได้ว่าเขาอกหักมากี่ครั้ง…

เทียนจื่อซานเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่งในความเห็นของ

พี่น้องที่ตามติดกันมานาน เรื่องความรักที่ไม่สมหวังนี้คงบอกได้แต่เพียงว่าเขาโชคร้าย หากหญิงที่หมายตาไม่ได้เอาแต่พิศวาสใจกับชายชั่วก็ออกเรือนมีคู่ครองแล้ว ประสบการณ์ที่ได้คบหานั้นเป็นศูนย์ เพราะอกหักตั้งแต่เริ่ม

วันนี้เองก็เช่นกัน หรือพวกเขาควรเข้าวัดแล้วสวดภาวนาให้ฟ้าส่งใครสักคนมาดามหัวใจน้อย ๆ ของหัวหน้าพวกตนบ้าง

ระหว่างที่คิดไร้สาระกันอยู่ ตัวของเทียนจื่อซานก็ไหลพรืดลงจากเก้าอี้ไปกองที่พื้นเพราะซดเหล้าเหมือนน้ำเปล่าจนเมาแอ๋

“ลูกพี่!”

“แย่แล้ว ตัวเขาหนักอย่างกับควายป่า ข้าไม่แบกนะ พวกเจ้าจัดการแล้วกัน”

“ลูกพี่รองพูดอะไรไม่ดูตัวเองเลย ในที่นี้ถ้าจะมีใครแบกเขาได้ก็ท่านนั่นแหละ”

“ข้าขี้เกียจ” เสวียนหรงสะบัดหน้า โบกมือปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ให้เจ้าน้องเล็กแบกไปแล้วกัน”

เกาเฟิงชุนสำลักก่อนจะปล่อยแก้วเหล้าหลุดมือ

“นี่เป็นการทารุณกรรมน้องเล็กอย่างข้าหรือเปล่า?”

“ไปต่อร้านสองกันเถอะ!”

“โอ้!”

คำพูดของเกาเฟิงชุนไม่มีใครสนใจ สุดท้ายพวกเขาก็หิ้วปีกกันไปต่อร้านสองทั้งแบบนั้น

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TYC” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TYC
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เสน่หาเจ้าสาวจำยอม
เสน่หาเจ้าสาวจำยอม
เมื่อน้องสาวต่างพ่อหนีไป ออทัมน์จึงต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชาร์ลส์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแทนเพื่อหาเงินรักษาย่า นิยายประธานบริษัทสุดเข้มข้นที่เริ่มต้นจากสัญญาจ้างรักที่ไร้ใจ แต่ความใกล้ชิดในโลกสังคมชั้นสูงกลับปลุกเร้าความปรารถนาอันเร่าร้อนและเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้กลายเป็นรักแท้ที่ยากจะถอนตัว
9.2
47 ตอน
วิวาห์ลวง
วิวาห์ลวง
เมื่อชีวิตแต่งงานห้าปีเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อปกป้องฆาตกรที่หวังเอาชีวิตเธอ นิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความจริงอันเจ็บปวด เมื่อสามีแสนดีแอบซ่อนชู้รักและลูกชายไว้เบื้องหลัง เธอจึงขอทวงคืนความยุติธรรมด้วยการฟ้องหย่าแล้วหายไปตลอดกาล อ่านนิยายฟรีเพื่อร่วมลุ้นไปกับการแก้แค้นครั้งใหญ่
8.1
88 ตอน
ยอดดวงใจซื่อจื่อ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ
ฉางเจียอีลั่นวาจาว่าจะไม่ขอข้องแวะกับบุรุษปากร้ายผู้นั้นอีกชั่วชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้นางต้องผิดคำพูดเพื่อช่วยพี่ใหญ่ให้พ้นทุกข์ นิยายรักจีนโบราณที่จะพาทุกคนไปลุ้นกับความสัมพันธ์สุดแสนขัดใจ เรื่องราววุ่นวายไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
8.4
47 ตอน
มาเฟียร้ายพ่ายรัก
มาเฟียร้ายพ่ายรัก
เมื่อมาเฟียร้ายซ่อนตัวตนอันดำมืดไว้ใต้หน้ากากชายหนุ่มผู้อ่อนโยน แต่ความลับไม่มีในโลกสีเทาอันตรายนี้ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายและการทรยศหักหลังที่คาดไม่ถึง อ่านนิยายรักมาเฟียเรื่องนี้แล้วคุณจะหยุดอ่านไม่ได้
8.6
60 ตอน
พิศวาสเถื่อน
พิศวาสเถื่อน
เมื่อความแค้นกลายเป็นไฟเสน่หา เบน คริสเตียนเซน ลวงพลอยพิชญามากักขังบนเกาะร้างเพื่อล้างแค้นให้น้องชายที่จากไป ทว่าการลงทัณฑ์อันแสนป่าเถื่อนในนิยายดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้ กลับจุดไฟปรารถนาเร่าร้อนที่ผูกมัดหัวใจของทั้งคู่ไว้จนยากจะถอนตัว อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นนี้เลย
8.7
94 ตอน
รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
เมื่อ ดารณา ต้องรับมือกับ จอม ชายหนุ่มมาดเถื่อนที่พยายามตะคอกกลบเกลื่อนความหึงหวง นิยายรัก เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์สุดฟิน เมื่อความอ่อนหวานของเธอสยบความดุดันของเขาได้อย่างราบคาบ ท่ามกลางบรรยากาศพ่อแง่แม่งอนที่แสนอบอุ่นหัวใจ อ่านนิยาย สนุกๆ เรื่องนี้ได้เลยตอนนี้
8.2
50 ตอน