ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

สายลมหนาวกระโชกแรง เสียดเสียงหวีดหวิวเป็นระยะ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่โอบล้อมบ้านปูนชั้นเดียวขนาดหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำและหนึ่งห้องรับแขก ขนาดช่างกะทัดรัดเหมาะเจาะกับการอยู่คนเดียวเสียจริง ปิ่นลดาคงอุ่นใจกว่านี้หากที่พักพิงแห่งใหม่จะมีเพื่อนบ้านในระยะสายตามองเห็น...ไม่ใช่ตั้งอยู่ชิดขอบกำแพงสูงที่ล้อมคฤหาสน์ใหญ่ที่เห็นดำทะมึนอยู่เบื้องหน้า

คฤหาสน์ใหญ่โต หรูหรา ดูมีชีวิตชีวาในตอนกลางวัน หากมืดสนิทในทุกค่ำคืน

หญิงสาวเอื้อมปิดหน้าต่าง ปิดกั้นความหนาวเย็นและมืดสนิทของบรรยากาศด้านนอกที่จะแทรกผ่านเข้ามา แล้วมองหนังสือในมือจากแสงนวลของโคมไฟส่อง หนังสือเล่มเดียวที่ติดกระเป๋าเสื้อผ้ามาจากบ้านซึ่งสร้างความเพลิดเพลิน สิ่งเดียวที่ช่วยคลายเหงาและลดทอนความหวาดหวั่นที่มักจู่โจมเข้ามายามความคิดระแวงผุดแทรก และเหมือนมันจะถี่ขึ้นในพักหลังอย่างที่เธอไม่อาจหักห้ามตัวเอง

“งานพี่เลี้ยงเด็ก”

เธอพึมพำกับตัวเอง ก้มมองร่องรอยการใช้งานอย่างหนักของหนังสือ ไล้มุมกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับ ใช้เรียวนิ้วคลี่มันออก แล้วปิดลง หยิบวางตรงโต๊ะหัวเตียง ปีนขึ้นเตียง ทอดกายนอน พยายามหลับตา กว่าชั่วโมงที่เธอจะหลับใหล ไม่ต่างจากสิบกว่าวันก่อนนับจากมาอยู่ในบ้านหลังเล็กสีฟ้านี้

กระดาษเก่าคร่ำคร่าถูกวางบนโต๊ะไม้เนื้อดีในห้องทำงานขนาดกว้างขวางทางปีกขวาบนชั้นสองของคฤหาสน์ โดยผนังด้านหนึ่งของห้องมีประตูเชื่อมติดกับห้องนอนใหญ่สุด

“เอาแน่แล้วใช่ไหม”

“ทำไมถามอย่างนี้ คิดว่าฉันจะลังเล เปลี่ยนใจปล่อยผู้หญิงคนนั้นกลับไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” รัชตะพูดพลางวางมือเรียวแข็งแรงจากงาน เงยหน้ามองคนถาม

“เห็นนายทิ้งเรื่องนี้ไว้นาน นานจนฉันคิดว่านายใจดีปล่อยเงินก้อนโตให้นายวัฒนะเอาไปกินฟรี แล้วยังใจดีปล่อยสมบัติของพ่อให้คนมาชุบมือเปิบ”

ท้ายเสียงมีแววประชดประชัน จนคนนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำหลังโต๊ะปรายตาคมกริบมองคนร่างสูงใหญ่ไล่เลี่ยกันที่ยืนอิงหน้าต่างห้องทำงานเขา

“ฉันไม่ปล่อยให้นายชวดมรดกเพราะเงื่อนไขบ้าๆ นั่นหรอกน่า”

“อย่าทำใจดีหน่อยเลย ความจริงนายก็อยากได้มันด้วยใช่ไหม ถึงจะเป็นแค่เสี้ยวเดียวที่นายมีอยู่ แต่นายไม่มีวันตัดใจจากทรัพย์สินของพ่อเราได้หรอก”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง” เจ้าของคำพูดหลุบตาลง เขามีเหตุผลที่ไม่อาจบอกใคร...เพราะตนเองก็ยังไม่มั่นใจมันเหมือนกัน “นายรู้เพียงว่าฉันจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อ และเราก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน”

“ใช่ ฉันจะได้สมบัติของพ่อ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่ขังจมอยู่ ส่วนนายโชคดี ได้จากคุณแม่มาลงทุน สร้างกิจการจนร่ำรวยมหาศาลไปแล้ว”

“พูดยังกับว่าถ้าไม่มีมันแล้วนายหมดทางทำกิน” เจ้าของห้องส่งเสียงกลั้วหัวเราะ “ถึงแม้ว่าสุดท้ายเราจะไม่ได้ส่วนของคุณพ่อ นายก็สามารถสร้างมันเองได้ ตอนนี้นายก็ล่ำซำพอตัวแล้ว อีกอย่างฉันไม่มีวันทิ้งนายให้กลายเป็นยาจกข้างถนน สบายใจได้ น้องรัก”

“ถ้าจะรักฉันมากกว่านี้ นายก็ไปเร่งทำให้บรรลุเงื่อนไขของตาแก่นั่นเร็วๆ ฉันเบื่อการรอคอย...สำเร็จเมื่อไหร่ เราต่างคนต่างได้ แม้แต่ลูกหนี้ชั้นเลวของนายที่เอาลูกสาวมาแลกก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน เพราะฉันจะเลิกเอาระเบิดไปหย่อนเล่นที่ประตูรั้วบ้านสักที”

“พูดเรื่องนี้ก็ดี” คนร่างใหญ่ขยับตัวนั่งตรง น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ฉันอยากให้นายเลิกยุ่งกับคนบ้านนั้น เพราะฉันตกลงล้างหนี้ของนายวัฒนะแล้ว ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่”

คนถูกสั่งเพียงไหวไหล่ เหมือนว่าตนยังไงก็ได้ เพราะคนที่พูดถึงไม่มีความน่าสนใจและไม่สำคัญพอที่เขาจะติดใจ ในเมื่อพี่ชายฝาแฝดบอกให้จบ คนอย่างรัชภาคย์ก็จบได้เหมือนกัน

“ฉันกลับละ จะไปนอนเล่นแก้เบื่อที่เหมืองสักหน่อย”

ว่าจบ คนร่างสูงใหญ่ในเสื้อผ้าเนื้อหนาเก่าปอนแต่ดูน่าจะสบายพอตัวก็เดินผ่านไปอย่างง่ายดาย ทิ้งคนข้างหลังให้มองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนเขาจะหมุนเก้าอี้ไปทางด้านข้าง มองออกนอกหน้าต่างที่กรุกระจกนิรภัยซึ่งน้องชายยืนอิงเมื่อครู่ ภาพที่เห็นเป็นบ้านหลังเล็กสีฟ้าที่อีกไม่นานหรอกเขาจะเหยียบกรายไปหา

สายลมหนาวพัดเกรียวเข้ามาในเวลาบ่าย ปิ่นลดาห่อกายเมื่อความเย็นแทรกผ่านเสื้อไหมพรมเนื้อหนาที่เตรียมมาพร้อม ก่อนเดินทางหล่อนศึกษาข้อมูลอากาศ รวมทั้งภูมิประเทศของสถานที่ทำงานแห่งแรกในชีวิตนี้ค่อนข้างละเอียด

ระยะนี้ หล่อนรู้จากข่าวในทีวีว่าความกดอากาศสูงในประเทศจีนพัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทยทางตอนเหนือ ทำให้อุณหภูมิลดต่ำอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ปิ่นลดาจึงไม่พลาดที่หยิบบรรดาเสื้อหนาวที่นานๆ ครั้งจะได้ใช้ยามอยู่บ้านในกรุงเทพฯ มาพับใส่กระเป๋า ก่อนเดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่สนามบินประจำจังหวัด แล้วต่อด้วยรถยนต์ที่ไปรอรับเธอเพื่อมายังที่แห่งนี้

ความจริงแล้วเมืองเชียงราชซึ่งเป็นเมืองชายแดนในภาคเหนือของไทยก็ใหญ่พอ แถมมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากยิ่งกว่าตัวเมืองของจังหวัด เพราะถูกวางเป็นเป้าหมายในการพัฒนา เป็นประตูเมืองในการเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศแถบนี้ จนสามารถมีท่าอากาศยานนานาชาติตั้งอยู่ แต่เนื่องจากสายการบินภายในประเทศมีน้อยและราคาค่อนข้างสูง หล่อนจึงเลือกลงที่สนามบินของจังหวัดแทน แล้วนั่งรถต่อมายังเมืองนี้ แม้ระยะทางจะไกลหน่อย แต่ประหยัดได้หลายพันบาททีเดียว

เมื่อสิบกว่าวันก่อน ปิ่นลดายังตื่นตากับบรรยากาศสวยงาม ไร่ผลไม้กว้างสุดลูกหูลูกตาที่ปลูกในพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา เมื่อทอดสายตาออกไปไกลๆ หล่อนยังเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นงดงามแซมจนทั่ว

กระทั่งรถแล่นผ่านสะพานคอนกรีตที่สร้างตัดแม่น้ำสายหนึ่ง แม่น้ำสายเล็กแต่มีน้ำไหลผ่านสมบูรณ์ รถยนต์แล่นตรงมาอีกไม่กี่ร้อยเมตร หญิงสาวก็เห็นคฤหาสน์ใหญ่สีแดงอิฐมาแต่ไกล รูปทรงเมดิเตอร์เรเนียนที่ดูน่าทึ่งถูกปลูกสร้างอย่างโดดเด่น ท่ามกลางความเขียวขจีของทิวเขาที่โอบล้อม ปิ่นลดาตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น และยิ่งพอใจเมื่อรู้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ทำงานของตน

ตอน 2

หากทั้งหมดนั้น มันเกิดเมื่อสิบกว่าวันก่อน ไม่ใช่สิ่งที่หล่อนรู้สึกในเวลานี้

ปิ่นลดาเดินทอดฝีเท้าเดินจากบ้านหลังเล็กสีฟ้าเรื่อยๆ จนมาถึงเขตสวนดอกไม้ด้านข้างคฤหาสน์ คะเนด้วยสายตาเฉพาะสวนดอกไม้แห่งนี้ก็น่าจะกินพื้นที่กว่าสองไร่ ทุกอย่างช่างงดงามและสมบูรณ์แบบ หากเธอรู้ว่ามันจะสร้างความประทับใจแต่แรกเห็นเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมันคือความเงียบสงัด เย็นชาและมืดมิด ไร้อิสระโดยสิ้นเชิง

ลูกจ้างที่ไหนกันถึงห้ามออกพ้นเขตรั้วบ้าน เราไม่ใช่นักโทษสักหน่อย ถึงจะจ้างด้วยค่าจ้างสูงลิบ แต่สิทธิพื้นฐานของลูกจ้างยังต้องมีเหมือนกัน ถ้ารู้ว่ามาแล้วจะเจออย่างนี้ ไม่มีทางมาหรอก

คนหน้าหวานมุ่ยหน้าลง เมื่อประจักษ์กับความจริงในข้อนี้ เธอกำลังจะหันกายกลับเมื่อรับรู้ว่าได้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ด้านหน้าแล้ว เพราะศจีสาวใหญ่ร่างผอมบางที่เธอพูดคุยอยู่ทุกวันได้บอกเป็นเชิงห้ามเอาไว้

หากว่าความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เธอต้องชะงักพลัน

คนร่างสูงใหญ่ในเครื่องแต่งกายกางเกงยีนส์กระชับตัวกับเสื้อทีเชิ้ตสีน้ำเงินไว้ข้างใน สวมทับด้วยแจ๊กเกตสีน้ำตาลเนื้อหนาที่ดูน่าจะเหมาะสำหรับการบุกงานอยู่กลางแจ้งหรือลุยเข้าป่ามากกว่าเดินอยู่ในคฤหาสน์หรูหรา เขากำลังย่างเท้าออกมาแล้วตรงไปยังรถยนต์คันใหญ่ที่มีดินโคลนเกาะแห้งกรัง จังหวะชายคนนั้นเปิดประตูรถ เขาก็หันขวับมาทางเธอ

ปิ่นลดาเบิกตาโต หลบเลี่ยงไม่ทัน รู้ว่าตนช่างเสียมารยาทที่แอบมองและยืนจ้องเขาอยู่อย่างนั้น พักเดียวที่เธอเห็นแววตาของเขาทอความสงสัยก่อนจะจางหายในไม่กี่วินาที

เขาก้มหน้าทักทายให้เธออย่างสุภาพ...ยิ่งทำให้ปิ่นลดาเงอะงะหนักกว่าเดิม เธอได้แต่ยิ้มตอบ แต่คงทั้งแหยและจืดเจื่อนอย่างน่าตลก เพราะเห็นประกายพริบพราวในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น

ชายคนนั้นขับรถออกไปแล้ว ปิ่นลดาจึงหันกายกลับ เร่งฝีเท้าไปยังที่ของตัวเองโดยไม่คิดจะเหลือบแลไปทางอื่นด้วยความอยากรู้อีก

ภาพการพบเจอของเธอกับผู้ชายร่างใหญ่หนวดเครารุงรังอยู่ในสายตาผู้ชายอีกคน ดวงตาคมเข้มสีสนิมเหล็กทอดมองจากหน้าต่างห้องทำงาน เขาหรี่ตามองเธออย่างประเมิน ก่อนจะปรายตามองตามรถยนต์คันที่แล่นห่างออกไป

“เมื่อกี้คุณไปไหนมา ฉันเอามื้อเที่ยงมาให้ วางอยู่บนโต๊ะ ใกล้จะเย็นชืดแล้ว รีบกินซะนะ”

คำพูดแรกจากคนเดียวที่แวะเวียนมาให้เธอได้พูดคุยอยู่ทุกวันนับจากย่างกรายมาดังขึ้น แต่บ่อยครั้งก็ทำให้ขัดใจเพราะศจีไม่ใช่เพื่อนคุยที่น่าเพลินใจนักหรอก...สารพัดคำห้าม ข้อควรปฏิบัติและบางทีก็เป็นคำถามเข้มงวดที่มาจากเจ้าตัว จนทำให้ปิ่นลดาคิดว่าเธอมีผู้คุมมากกว่าคนร่วมงาน หรือแม้แต่จะเป็นใครที่มาพูดคุยให้หายเหงา

“ออกไปเดินเล่น อุดอู้อยู่ในบ้านทั้งวัน ฉันเบื่อ” ปิ่นลดาบ่น ถึงอย่างไรศจีก็เป็นคนเดียวที่เธอบอกความรู้สึกได้ “ฉันจะได้ทำงานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะ พักอยู่อย่างนี้รู้สึกกินแรงนายจ้างชะมัด”

เจ้าหล่อนบ่นพึม โดยไม่ได้มองคนวัยสูงกว่าที่เบือนไปทางอื่นพร้อมสีหน้าแปลกเปลี่ยนไป

ปิ่นลดานั่งประจำเก้าอี้ตรงโต๊ะทานอาหารในห้องครัว เปิดสำรับที่จัดมาอย่างประณีตและตั้งใจ หล่อนหันมองสาวใหญ่ที่เดินอย่างเงียบกริบเป็นเชิงขอบคุณ หากไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำบ่น

“ไม่นานฉันคงอ้วนตัวกลม นั่งๆ นอนๆ ทุกวัน อาหารที่ศจีเอามาให้ก็อร่อยทั้งนั้น”

“คุณอ้วนอีกนิดก็ยังสวยค่ะ”

“จริงเหรอศจี พูดอย่างนี้รู้หรือเปล่าว่าฉันบ้ายอ ถือเอาจริงจังเลยนะ”

ปิ่นลดาล้อคนหน้านิ่ง ขนาดนี้แล้วเจ้าตัวแค่ยกมุมปากยิ้มตอบนิดเดียว

“ฉันกลับแล้วนะ เย็นจะมาใหม่ คุณอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”

ปิ่นลดาชะงักมือที่กำลังตักอาหาร นิ่งเป็นครู่ ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

สุดท้ายก็อยู่ตามลำพัง ศจีคงไม่ใช่เพื่อนคุยของเธอจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่แค่มาส่งข้าวปลาวันละสามครั้งแล้วจากไปเมื่อหมดหน้าที่อย่างนี้หรอก

ในบ้านหลังกะทัดรัดที่ปลูกสร้างมาหลายสิบปีตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สภาพภายนอกเก่าคร่ำคร่าเพราะขาดการดูแล แต่ด้านในยังคงสะอาดสะอ้าน เครื่องใช้เครื่องเรือนแม้จะเป็นของเก่าแต่ดูมีราคา เห็นกลิ่นไอความหรูหราครั้งอดีต

“เด็กบอกว่าคุณให้รื้อของในห้องยายลดาทิ้ง หมายความว่ายังไง เด็กคนนั้นแค่ไปทำงานไม่ใช่หรือ กลับมาแล้วจะพักห้องไหน”

“กว่าจะกลับมา บ้านก็เปลี่ยนมือไปแล้ว ทยอยเคลียร์ของในบ้านตอนนี้แหละดีแล้ว”

“คุณ...” คู่ชีวิตอุทาน มองชายวัยกลางคนอย่างคาดไม่ถึง สีหน้าและแววตานั้นดูเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกอย่างที่เธอว่าดูแปลกตา

“ผมตัดสินใจแล้วว่าเราควรย้ายออกจากบ้าน ไปอยู่ใกล้ลูกของเรา หรือว่าคุณไม่อยากไป”

“อยากสิคะ ฉันบอกคุณให้ขายตั้งนานแล้ว คุณมัวแต่เสียดายสมบัติเก่าของพ่อแม่คุณ ที่ดินแถบนี้ใครๆ ก็ต้องการ ขายกันตารางวาละตั้งหลายแสน ยิ่งของเรากินเนื้อที่ตั้งสองไร่กว่า ขายตอนนี้เราก็เป็นเศรษฐีกันแล้วนะคุณ”

นายวัฒนะพยักหน้า มองสีหน้าดีใจของภรรยาแล้วมีกำลังใจว่าตนได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

สำหรับเด็กคนนั้น เขาก็ได้ทำตามคำขอของลูกน้องเก่าเหมือนกัน เลี้ยงดูลูกสาวกำพร้าของเจ้าตัวก่อนจะสิ้นใจให้มีการศึกษา ส่งเสียให้เรียนจบปริญญา...คำสัญญาที่เขายึดถือมีเพียงเท่านี้ และมันสิ้นสุดเมื่อหลายเดือนก่อน

นับจากนี้ปิ่นลดาจะมีชีวิตเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับเขา

“แล้วยายลดารู้เรื่องที่เราจะย้ายกันหรือยังคะ”

ตอน 3

“ช่างเถอะ แกจะรู้หรือไม่รู้มีค่าเท่ากัน”

นายวัฒนะบอกปัด ภรรยาก็ไม่เซ้าซี้ถาม ในเมื่อเธอได้ในสิ่งที่ต้องการและหมายตามานาน เรื่องอื่นก็ไม่น่าสนใจอีก…แต่ยังมีอีกอย่างที่สงสัยอยู่

“แล้วเงินล่ะคะ เงินที่เราเอาของคุณรัชภาคย์มา ป่านนี้รวมดอกเบี้ยตั้งเท่าไหร่แล้ว จะคืนเขายังไง”

“ไม่ต้องคืน เราล้างหนี้ไปแล้ว”

“เมื่อไหร่คะ คุณเอาเงินที่ไหนไปคืน ฉันจำได้ว่าที่หยิบยืมเขาส่งให้ยายแหววเรียนต่อตั้งแต่มัธยมจนจบปริญญาที่ต่างประเทศมันก้อนใหญ่มาก ไหนเงินที่คุณเอาไปไถ่ถอนบ้านจากธนาคารเมื่อ 2-3 ปีก่อนอีก คุณเอาเงินตั้งมากมายมาจากไหน”

“ไม่ต้องสงสัยหรอก คุณรู้แค่ว่าผมหาเงินพวกนั้นมาได้ ไม่ได้คดโกงจี้ปล้นใครก็พอ เจ้าของเงินเต็มใจให้เรา แลกกับของที่ผมส่งไป จากนี้ไปบ้านหลังนี้เป็นสิทธิ์ของผมกับคุณ หนี้ที่ส่งเสียยายแหววก็เคลียร์แล้วเหมือนกัน”

“ค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันรู้ ฉันก็ไม่ต้องการรู้ ฉันไว้ใจคุณ ส่วนบ้าน ฉันจะเริ่มเคลียร์ของออกตั้งแต่พรุ่งนี้” ดวงหน้าอูมอิ่มของหญิงวัยกลางคนดูเบิกบาน หากเป็นครู่ก็เปลี่ยนเป็นระแวงขึ้นอีก “แล้วแน่ใจนะว่าคุณรัชภาคย์ไม่ตามมาทวงหนี้คุณ พูดก็พูดเถอะ ฉันกลัวเขาจริงๆ ดูป่าเถื่อนชอบกล ฉันได้ยินมาว่าคนคนนี้มีเส้นสาย รู้จักคนใหญ่คนโตอีกด้วย”

“เขาไม่ทำอะไรเราหรอก เพราะเจ้าของเงินตัวจริงที่เราเอามาไม่ใช่เขา และคนคนนั้นก็เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรล้างหนี้ให้ผมแล้ว”

“ใครกันคะ”

“คุณรัชตะ พี่ชายฝาแฝดนายรัชภาคย์ เจ้าพ่อธุรกิจยานยนต์ที่ไปลงทุนอยู่ทางภาคเหนือ กำลังรุ่งเรืองในธุรกิจข้ามชาติ เงินแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งเขาร่วง ส่วนนายรัชภาคย์ ถ้าพี่ชายสั่งอะไร นายคนนี้ไม่กล้าหือ”

“ขนาดนั้นเชียวหรือคุณ”

“นายรัชภาคย์ ไม่น่ากลัวเท่าคุณรัชตะ”

แค่นี้ร่างอวบท้วมก็ห่อไหล่ด้วยความรู้สึกชวนขนลุก ถ้าคนที่พูดถึงและเธอยังไม่เคยเห็นหน้าจะน่ากลัวกว่านายรัชภาคย์ที่ยกพวกมาทวงหนี้ รังควาญเธอกับสามีอยู่หลายครั้ง แล้วจะเป็นเรื่องน่ายินดีได้อย่างไร

“คุณรัชตะไม่ยุ่งกับเราแน่นอน เขาเป็นคนจริง คำไหนคำนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสร้างอาณาจักรยิ่งใหญ่ด้วยตัวเองในวัยสามสิบสองปีหรอก ที่สำคัญผมส่งของที่เขาต้องการไปให้ ไม่ได้ขอให้ล้างหนี้กันฟรีๆ ทุกอย่างลงตัว”

“ถ้าอย่างนั้นฉันค่อยโล่งใจหน่อยค่ะ”

เท่านี้ก็เป็นคำตอบให้คนขี้สงสัยได้คลายกังวล จนสามารถตัดทุกปัญหาออกจากใจ แล้วเร่งมือทำในสิ่งที่ตนและสามีต้องการโดยไม่เสียเวลานึกถึงใคร

ล่วงเข้าเดือนที่สองของการย้ายมาอยู่ในที่แห่งนี้ ปิ่นลดาเดินวนไปมาในเขตชายคาด้านข้างบ้านหลังสีฟ้า สีหน้าครุ่นคิด มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ถึงตอนนี้หล่อนมั่นใจทีเดียว และยังโทษตัวเองว่าคิดช้าไป เพราะหลายอย่างส่งสัญญาณให้รู้นับจากวันแรกด้วยซ้ำ

สัญญาณมือถือไม่มี...ศจีเป็นคนให้คำตอบเมื่อเธอถาม เพราะไม่สามารถติดต่อทางบ้านหรือเพื่อนคนไหนได้เลย ดังนั้นมันจึงกลายเป็นแค่เศษเหล็กที่นอนนิ่งอยู่ก้นกระเป๋าตั้งแต่มาถึงจนวันนี้

หากเพิ่งสังเกตว่าในคฤหาสน์ใหญ่ก็มีการสื่อสารเป็นปกติ ด้วยระยะทางแค่ร้อยกว่าเมตร ไม่น่าจะเป็นเฉพาะพื้นที่บ้านสีฟ้าที่กลายเป็นจุดอับสัญญาณ...แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

“หรือจะเป็นเพราะโทรศัพท์ของเรา เป็นไปได้ไหม”

หล่อนพึมพำถามตัวเอง แล้วเมื่อเห็นร่างผอมบางเดินมาส่งอาหารเช้า จึงรีบเดินมาทางหน้าบ้าน เพื่อจะถาม

“ฉันอยากโทร.หาพ่อกับแม่ ต้องทำยังไง”

“คงต้องเข้าเมืองค่ะ”

“งั้นพาฉันไปหน่อย”

“ไม่ได้ค่ะ ต้องขออนุญาตคุณใหญ่ก่อน”

“ใครคือคุณใหญ่” คำถามของหล่อนคงแปลกประหลาดที่สุดในโลก เพราะทำให้คนหน้าเรียบเฉยถึงกับแสดงอารมณ์ประหลาดใจสุดฤทธิ์

“คุณใหญ่คือนายของพวกเรา”

“เขาเป็นนายของฉันด้วยหรือเปล่า”

“เอ่อ...ฉันไม่ทราบ”

“แล้วเธอรู้อะไรบ้าง” ปิ่นลดาเผลอตัวหงุดหงิด ปกติหล่อนไม่ใช่คนขึ้นเสียงกับใคร แต่ด้วยภาวะคลุมเครือที่ต้องมาอยู่ในที่ไม่น่าไว้ใจ จึงทำให้กดดัน จนยากจะควบคุมตัวเอง

“อีกไม่นาน คุณจะได้พบคุณใหญ่เอง”

ศจีบอกน้ำเสียงเป็นปกติ เหมือนไม่ติดใจอารมณ์เกรี้ยวกราด จะว่าเธอเข้าใจหรือไม่ถือสากับอารมณ์คนอื่น ปิ่นลดาก็ยากจะรู้...เธอไม่อยากเก็บมาคิด เพราะแค่ปัญหาที่เจอก็ทำให้ปวดหัวและหวั่นระแวงจนเจียนบ้าแล้ว

“ฉันจะไปถามเขา”

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ถ้าศจีหรือใครๆ ให้คำตอบฉันไม่ได้ คงมีแต่คุณใหญ่อะไรนั่นที่ฉันควรถาม เพราะเขาเป็นเจ้าชีวิตทุกคนที่นี่ใช่ไหม”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

“อะไรนะ” ปิ่นลดาเบิกตาโต ไม่คาดจะได้ยินน้ำเสียงเออออตามจากคู่สนทนา “ศจี เมื่อกี้ฉันประชด จะบ้าหรือไงยุคนี้จะมีใครเป็นเจ้าชีวิตใครกันอีก”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TXS” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TXS
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์
รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์
เมื่อความรักข้างเดียวสามปีไร้ค่า เปี่ยนจือจึงเซ็นใบหย่ากับโอวม่อเยวียนแล้วกลับคืนสู่ทายาทเปี่ยนซื่อกรุ๊ปผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางครอบครัวมหาเศรษฐีที่พร้อมหนุนหลัง ทว่าอดีตสามีกลับตามง้อ ขณะที่คู่แข่งหนุ่มผู้หยิ่งทะนงยอมสละมรดกพันล้านเพื่อสยบแทบเท้าเธอ อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
9.2
30 ตอน
ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
เมื่อเฉียวลู่ ดาราสาวชื่อดังต้องเผชิญข่าวฉาวจนต้องกลับบ้านเกิด แต่โชคชะตากลับพัดพาให้เธอพบกับฉีหมิงเยี่ยน ท่านอ๋องผู้ความจำเสื่อม และฮ่องเต้ผู้ตามหาลูกเมียที่หายไปในนิยายย้อนเวลาสุดเข้มข้น เรื่องราวความรักต่างมิติและการเอาชีวิตรอดเพื่อปกป้องลูกน้อยจึงเริ่มต้นขึ้น
9.7
46 ตอน
นายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้
นายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้
เมื่อความรักของนายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ผุพัง นิยายรักร่วมสมัยเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความจริงอันขมขื่นในเมืองใหญ่ เมื่อการประคับประคองรักที่เจ็บปวดอาจไม่ใช่ทางออก และการเดินจากกันไปคือการปลดปล่อยที่ดีที่สุด อ่านนิยายออนไลน์ที่จะบีบคั้นอารมณ์คุณจนหยดสุดท้าย
8.8
64 ตอน
หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
เมื่อหลิวชิงเฟยตื่นขึ้นในร่างนางร้ายตัวประกอบของนิยายมาเฟียสุดอันตราย เธอต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเซี่ยงไฮ้ พร้อมภารกิจเสี่ยงตายในการส่งตัวหลานชายและสุนัขคู่ใจกลับคืนสู่อ้อมอกของท่านประธานผู้เป็นพ่อแท้ๆ อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดระทึกใจได้แล้ววันนี้
8.7
64 ตอน
ครั้งต่อไปจะรักคุณให้ดี
ครั้งต่อไปจะรักคุณให้ดี
เมื่อความรักหมดใจถูกทรยศด้วยการทอดทิ้ง นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดีตคู่หมั้นหวนกลับมาพร้อมข้อเสนอแสนเลือดเย็น บีบบังคับให้เธอเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อภรรยาใหม่ของเขา นิยายประธานบริษัทสายโหดที่จะมากรีดแทงหัวใจและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกสลาย อ่านนิยายดราม่าที่ทุกคนต้องหลั่งน้ำตา
7.0
40 ตอน
เล่ห์รักไฟสวาท
เล่ห์รักไฟสวาท
เมื่อความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันเร่าร้อน คิมหันต์จึงกักขังปิ่นปักไว้ในกรงเสน่หา แม้ปากจะบอกว่าเกลียดชัง แต่สัมผัสลึกซึ้งกลับปลุกเร้าความคุ้นเคยอย่างประหลาดในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักอันตรายครั้งนี้จนวางไม่ลง
9.4
65 ตอน