ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันยอมทิ้งชีวิตในฐานะ “เนเมซิส” ทนายความผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ เพื่อมาเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบให้กับคีท สัมพันธ์วงศ์ อัยการดาวรุ่งแห่งกรุงเทพฯ ฉันแลกสำนวนคดีกองโตกับตำราอาหาร ด้วยความเชื่อที่ว่าฉันจะสามารถเยียวยาผู้ชายที่ฉันรักได้

ในวันครบรอบแต่งงานของเรา เขากลับมาบ้านในสภาพเมามาย จูบฉันอย่างสิ้นหวัง และกระซิบชื่อผู้หญิงคนอื่น

“ฮอลลี่” เขาพร่ำเพ้อ “ผมรู้ว่าคุณจะกลับมาหาผม”

แต่คำพิพากษาสุดท้ายสำหรับชีวิตแต่งงานของเราเกิดขึ้นที่ร้านอาหาร เมื่อบริกรทำกาแฟร้อนจัดทั้งกาหก คีทไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาพุ่งเข้าไปบังฮอลลี่ แฟนเก่าของเขา จากกาแฟเพียงไม่กี่หยด

กาแฟที่เหลือทั้งกาจึงสาดใส่แขนของฉันเต็มๆ ทำให้เกิดแผลไหม้ระดับสอง เขากลับตื่นตระหนกกับรอยแดงเล็กน้อยบนมือของฮอลลี่ และรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลเอกชน

เขาไม่แม้แต่จะชายตามองผิวหนังที่พุพองของฉัน เขาแค่ยื่นบัตรเครดิตให้

“เรียกแท็กซี่ไปคลินิกฉุกเฉินนะ” เขาพูด “แล้วเดี๋ยวผมจะโทรหา”

วินาทีนั้นเองที่ภรรยาผู้ทุ่มเทได้ตายจากไป ฉันเดินออกมาและไม่เคยหันกลับไปมองอีกเลย สามเดือนต่อมา ฉันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาในห้องพิจารณาคดี ในฐานะทนายให้กับชายที่เขากำลังฟ้องร้องในคดีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา

เขาไม่เคยรู้เลยว่าแม่บ้านเงียบๆ ที่เขาเขี่ยทิ้ง คือตำนานแห่งวงการกฎหมายที่รู้จักกันในนาม ‘เนเมซิส’ และฉันกำลังจะทำลายสถิติไร้พ่ายอันสมบูรณ์แบบของเขาให้ย่อยยับ

บทที่ 1

ในโลกของกฎหมายธุรกิจ ชื่อของ “เนเมซิส” คือตำนาน คือปีศาจ ตลอดสามปีที่ผ่านมา วงการกฎหมายต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่าทนายความอัจฉริยะผู้ไม่เคยแพ้คดีหายตัวไปไหน บางคนบอกว่าเธอหมดไฟ บ้างก็กระซิบว่าเธอสร้างศัตรูที่ทรงอิทธิพลเกินไปจนต้องหลบซ่อนตัว

ไม่มีใครเดาความจริงได้ถูก

ความจริงที่ว่านั้นกำลังจัดช่อดอกลิลลี่สีขาวใส่ในแจกันทรงมินิมอล การเคลื่อนไหวของเธอระมัดระวังและเงียบเชียบ เอวา สันติสุข ผู้เคยเป็นที่รู้จักในนามเนเมซิส ตอนนี้ใช้ชื่อว่าเอวา สัมพันธ์วงศ์ เธอคือภรรยาของคีท สัมพันธ์วงศ์ อัยการดาวรุ่งแห่งกรุงเทพฯ ชายผู้มีสถิติไร้พ่ายอันสมบูรณ์แบบเป็นของตัวเอง

เป็นเวลาสามปีที่เธอสวมบทบาทแม่บ้านผู้เรียบง่ายและทุ่มเท เธอเก็บชุดสูทเนี้ยบกริบและสำนวนคดีต่างๆ เข้ากรุ แลกมันกับผ้ากันเปื้อนและตำราอาหาร เธอทำไปเพื่อความรัก หรือสิ่งที่เธอหวังอย่างยิ่งว่ามันจะกลายเป็นความรัก

การแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องที่รีบร้อน มันเกิดจากค่ำคืนแห่งความเหงาที่ทั้งสองมีร่วมกัน และความรู้สึกรับผิดชอบในส่วนของเขา เอวาในตอนนั้นเป็นทนายความสาวดาวรุ่งที่แอบหลงรักอัยการหนุ่มผู้ปราดเปรื่องที่เธอมักจะเจอในการว่าความฝึกซ้อมอยู่บ่อยครั้ง เธอเคยเห็นแวบหนึ่งของความเปราะบางในตัวเขา ความเจ็บปวดที่เขาซ่อนไว้หลังเสน่ห์อันล้นเหลือ เธอคิดว่าเธอจะเป็นคนเดียวที่เยียวยามันได้

เธอคิดผิด

ความเจ็บปวดของคีทมีชื่อเรียก นั่นคือ ฮอลลี่ โคเบตต์ รักแรกของเขา ดีไซเนอร์แฟชั่นชื่อดังที่ทิ้งเขาไปเพื่อสร้างอาณาจักรของตัวเอง เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย บ้านของพวกเขากลายเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งความหลงใหลของเขา แม้จะไม่มีรูปของฮอลลี่บนฝาผนัง แต่ตัวตนของเธอกลับอยู่ทุกหนทุกแห่ง มันอยู่ในยี่ห้อกาแฟที่เขาดื่มเพราะเธอชอบ เพลงที่เขาเปิด หรือแววตาที่เหม่อลอยของเขา ยามหลงอยู่ในความทรงจำที่เอวาไม่มีส่วนร่วม

เอวาพยายามแล้ว เธอเรียนรู้กิจวัตร ความชอบ และอารมณ์ของเขา เธอทุ่มเทสติปัญญาทั้งหมดที่มีเพื่อคดีที่ไม่มีวันชนะคดีเดียว นั่นคือการเอาชนะใจสามีของตัวเอง

แต่หลังจากหนึ่งพันวันแห่งความเย็นชาเมินเฉย การเป็นเพียงคนแปลกหน้าในบ้านของตัวเอง เธอก็รู้ว่าคำพิพากษาได้ออกมาแล้ว เธอแพ้แล้ว

หลักฐานชิ้นสุดท้ายเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ มันเป็นวันครบรอบแต่งงานของพวกเขา วันที่คีทลืมมันเหมือนเช่นเคย เขากลับมาบ้านดึก กลิ่นวิสกี้ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ของผู้หญิงคละคลุ้ง เขาเมาหนักกว่าที่เธอเคยเห็น

เขาสะดุดเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่เธอรออยู่ เพื่อนๆ ของเขาจากสำนักงานอัยการมาด้วย พวกเขากำลังหัวเราะเรื่องคดีเก่าๆ กันอยู่ พวกเขาแทบจะไม่ทักทายเธอ สายตาของพวกเขาเมินผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง

“คีท คุณต้องไปพักผ่อนแล้วนะ” เธอพูดเบาๆ พลางขยับเข้าไปช่วยพยุง

เขาทิ้งน้ำหนักตัวลงบนร่างเธอ ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดข้างหู ในชั่วขณะที่น่าเวียนหัว เธอรู้สึกถึงประกายความหวังเล็กๆ เขากำลังอยู่ใกล้ เขากำลังสัมผัสตัวเธอ

แล้วเขาก็จูบเธอ มันเป็นจูบที่รุนแรงและสิ้นหวัง ไม่เหมือนการจูบเบาๆ ตามหน้าที่ที่เขาเคยให้เธอเลย หัวใจเธอเต้นรัวอยู่ในอก บางทีอาจจะเป็นครั้งนี้ บางทีแอลกอฮอล์อาจทำลายกำแพงของเขาลงได้ในที่สุด

เขาถอยออกมา ดวงตาของเขาพร่ามัวและไร้จุดหมาย เขายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่แตกสลายและอ่อนโยนซึ่งไม่ได้มีไว้สำหรับเธอ

“ฮอลลี่” เขากระซิบ นิ้วโป้งของเขาลูบไล้แก้มเธอ “ผมรู้ว่าคุณจะกลับมาหาผม”

ชื่อนั้นเหมือนหมัดที่ชกเข้าเต็มหน้า ความหวังในใจเธอแตกสลาย กลายเป็นฝุ่นผงละเอียดแหลมคมที่อัดแน่นอยู่ในปอด เธอไม่พูดอะไรสักคำ เธอแค่ช่วยพยุงเขาไปที่ห้องนอน ถอดเสื้อผ้าให้ และพาเขานอนบนเตียง การเคลื่อนไหวของเธอเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

เขาหลับไปในทันที พึมพำชื่อฮอลลี่เป็นครั้งสุดท้าย

เอวายืนอยู่ในห้องที่เงียบสงัด แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา เขาคือชายที่ทั้งเมืองยกย่อง เป็นยักษ์ใหญ่แห่งความยุติธรรม แต่สำหรับเธอ เขาคือความว่างเปล่า คือสิ่งที่คอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น

เธอเดินออกจากห้องนอนเข้าไปในห้องทำงานของเธอ ห้องที่เขาไม่เคยย่างกรายเข้ามา เธอหยิบกล่องที่เต็มไปด้วยฝุ่นออกมาจากหลังตู้เสื้อผ้า ข้างในนั้นคือของเก่าของเธอ ประกาศนียบัตรจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำ ถ้วยรางวัลจากการแข่งขันว่าความจำลอง และกล่องใส่นามบัตรสีดำเรียบๆ

เธอหยิบออกมาใบหนึ่ง มันดูเรียบง่ายและคมคาย

เอวา สันติสุข

ทนายความ

มันให้ความรู้สึกแปลกแยกในมือเธอ ราวกับเป็นของที่ระลึกจากอีกชีวิตหนึ่ง

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนผ่านชื่อของคีท รูปของเขาคือรอยยิ้มจอมปลอมที่สร้างภาพต่อสาธารณะ นิ้วของเธอหยุดอยู่เหนือเบอร์โทรศัพท์ที่เธอไม่ได้โทรหามาสามปีแล้ว

ดอยล์ ซิมป์สัน อดีตที่ปรึกษาของเธอที่นิวยอร์ก ชายผู้ตั้งฉายาให้เธอว่าเนเมซิส

เธอกดปุ่มโทรออก หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอและเยือกเย็น ตอนนี้ที่นิวยอร์กเป็นเวลาหลังเที่ยงคืน แต่เธอรู้ว่าเขาจะรับสาย เขาทำงานดึกเสมอ

เขารับสายในกริ๊งที่สอง “ซิมป์สันพูด” เสียงของเขายังคงห้วนและคุ้นเคยเหมือนเคย

“ดอยล์คะ” เธอพูด เสียงของเธอเองฟังดูแปลกไป หยาบกระด้างเพราะไม่ได้ใช้งานมานาน

เกิดความเงียบยาวนานที่ปลายสาย เธอจินตนาการภาพเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ: นั่งอยู่ในห้องทำงานหัวมุมที่มองเห็นวิวเมือง คาบซิการ์ไว้ระหว่างฟัน ดวงตาคมกริบของเขาหรี่ลง

“เอวา?” เขาถาม เสียงของเขาเจือด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “พระเจ้า นั่นเธอจริงๆ เหรอ? เธอหายหัวไปไหนมา? ทนายทั้งนิวยอร์กคิดว่าเธอตกขอบโลกไปแล้ว”

คำพูดที่ฉุนเฉียวของเขาเป็นเหมือนยาชโลมใจที่เยือกแข็งของเธอ มีคนจำเธอได้ มีคนรู้ว่าเธอเป็นใคร

“ฉันแค่พักร้อนค่ะ” เธอพูด เป็นการพูดที่ลดทอนความจริงไปอย่างมหาศาล

“พักร้อนสามปีเนี่ยนะ? เนเมซิส เธอไม่ใช่คนที่จะพักร้อน เธอมีแต่จะจับคนเข้าคุก” เขาบ่น “ทุกครั้งที่ฉันต้องรับมือกับฉลามธุรกิจชั้นสองพวกนี้ ฉันสาปแช่งชื่อเธอที่ทิ้งฉันให้จัดการพวกมันคนเดียว พวกมันอ่อนข้อลงเยอะเลยนะที่ไม่มีเธอคอยทำให้พวกมันตื่นตัว”

เอวามองเงาสะท้อนของตัวเองในหน้าต่างที่มืดมิด ผู้หญิงซีดเซียวที่มีดวงตาเหนื่อยล้าและผมรวบเป็นมวยง่ายๆ เธอกำลังสวมเสื้อคาร์ดิแกนสีเบจนุ่มๆ นี่ไม่ใช่เนเมซิส นี่คือวิญญาณ

“เขารู้หรือยังว่าเธอเป็นใคร?” ดอยล์ถาม เสียงของเขาเบาลง เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้เรื่องการแต่งงานลับๆ ของเธอ

“เขาไม่เคยถามค่ะ” เอวาตอบ ความจริงข้อนั้นช่างกลวงเปล่าและเด็ดขาด

จากนั้น เธอก็สูดหายใจเข้าลึกๆ อากาศเย็นๆ เข้าไปเต็มปอดและปัดเป่าฝุ่นผงสุดท้ายออกไป

“ฉันกำลังจะฟ้องหย่า”

ความเงียบอีกครั้ง แล้วก็มีเสียงถอนหายใจช้าๆ อย่างพึงพอใจจากดอยล์ “ดี”

“และดอยล์คะ” เธอพูด เสียงของเธอหนักแน่นขึ้น ความแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าในวันวานกลับคืนสู่กระดูกสันหลังของเธอ “ฉันกำลังจะกลับไป”

“เมื่อไหร่?”

“ไฟลท์ของฉันจะลงที่สุวรรณภูมิบ่ายพรุ่งนี้ค่ะ”

เธอได้ยินเสียงยิ้มในน้ำเสียงของเขา “ห้องทำงานหัวมุมยังรออยู่ ยินดีต้อนรับกลับนะ เนเมซิส ถึงเวลาเตือนให้พวกมันรู้แล้วว่าการต่อสู้ที่แท้จริงเป็นยังไง”

เธอวางสายและมองไปที่เอกสารหย่าที่เซ็นแล้วบนโต๊ะทำงานของเธอ เธอร่างมันไว้เมื่อหลายเดือนก่อน เป็นแผนสำรองที่เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้

โทรศัพท์ของเธอสั่น เป็นข้อความจากคีท

‘จะกลับดึกหน่อยนะ ฮอลลี่มาที่นี่ มีประชุมเรื่องงานเลี้ยงอาหารค่ำ ไม่ต้องรอ’

เอวามองข้อความนั้น แล้วลบมันทิ้งโดยไม่ตอบกลับ

เธอหยิบปากกาขึ้นมาและเซ็นชื่อลงบนเอกสารอย่างมั่นใจ ลายเซ็นของเธอคมคายและแน่วแน่ เป็นลายเซ็นของผู้หญิงที่รู้คุณค่าของตัวเอง

มันจบแล้ว ละครฉากใหญ่ การแต่งงาน และการรอคอยอันยาวนานและเจ็บปวดสำหรับผู้ชายที่จะไม่มีวันมองเห็นเธอ

เอวา สันติสุข ได้ตายไปแล้ว

เนเมซิสกำลังจะกลับบ้าน

ตอน 2

เช้าวันรุ่งขึ้น บ้านทั้งหลังเงียบสงัดราวกับสุสาน คีทออกไปก่อนที่เธอจะตื่น ที่นอนฝั่งของเขาเย็นเฉียบและไม่มีร่องรอยการนอน กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงของเขาจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ เป็นดั่งเงาของผู้ชายที่อาศัยอยู่ที่นี่แต่ไม่เคยอยู่จริงๆ

เอวาจัดกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว เธอเอาไปแค่ของที่เป็นของเธอก่อนแต่งงาน หนังสือของเธอ เสื้อผ้าเรียบๆ ไม่กี่ชุดที่เธอซื้อเอง และกล่องที่บรรจุชีวิตที่เธอพักไว้ ทุกอย่างที่เหลือ—เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่คีทซื้อให้โดยไม่ถามไซส์หรือสไตล์ของเธอ เครื่องประดับที่นอนนิ่งอยู่ในกล่อง อุปกรณ์ทำครัวที่เธอใช้ทำอาหารจานโปรดของเขา—เธอทิ้งไว้เบื้องหลัง พวกมันเป็นเพียงอุปกรณ์ประกอบฉากในละครที่เธอไม่ได้แสดงอีกต่อไปแล้ว

ขณะที่เธอกำลังรูดซิปกระเป๋า ออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น เสียงของมันดังเสียดแทงในบ้านที่เงียบสงบ เธอไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมา

เธอเปิดประตูพบกับผู้หญิงที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากปกนิตยสาร เธอสูงเพรียว แต่งกายด้วยชุดกางเกงสูทสีขาวเนี้ยบกริบที่น่าจะแพงกว่าค่าอาหารทั้งเดือนของเอวา ผมสีบลอนด์ของเธอจัดทรงอย่างสมบูรณ์แบบ และรอยยิ้มของเธอก็สดใส เป็นรอยยิ้มที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีและไม่มีความอบอุ่นที่แท้จริง แม้ไม่ต้องแนะนำตัว เอวาก็รู้ว่าเธอคือใคร

ฮอลลี่ โคเบตต์

“สวัสดีค่ะ” ฮอลลี่พูด เสียงของเธอเรียบเนียนดุจแพรไหม “คุณคงจะเป็นเอวา ฉันฮอลลี่ค่ะ”

เธอไม่ได้ยื่นมือมาให้จับ เธอแค่มองผ่านเอวาเข้าไปในบ้าน

“คีทอยู่ไหมคะ? เขานัดฉันทานอาหารเช้าเพื่อคุยรายละเอียดสุดท้ายเรื่องการตรวจสอบทางกฎหมายของแบรนด์ฉันน่ะค่ะ”

ก่อนที่เอวาจะทันได้ตอบ เสียงของคีทก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน “ฮอลลี่! คุณมาก่อนเวลานี่”

เขาเดินผ่านเอวาไป ใบหน้าของเขาสว่างไสวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจแบบที่เธอไม่ได้เห็นมานานหลายปี เขาสวมกอดฮอลลี่อย่างอบอุ่น เป็นความสนิทสนมที่เป็นธรรมชาติซึ่งบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและลึกซึ้ง

“พอดีฉันผ่านมาแถวนี้น่ะค่ะ” ฮอลลี่พูด พลางถอยออกมาแต่ยังคงวางมือไว้บนแขนของเขา “ฉันกังวลเรื่องปัญหาทรัพย์สินทางปัญญานิดหน่อย คอลเลคชั่นใหม่ของฉันจะเปิดตัวสัปดาห์นี้แล้ว ฉันไม่อยากให้มีอะไรสะดุดเลย”

“ไม่ต้องห่วง” คีทพูด เสียงของเขาต่ำและปลอบโยน “ผมจัดการเอง ผมดึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกมาหมดแล้ว เราจะจัดการพวกนั้นก่อนที่มันจะรู้ตัวซะอีก”

เขานำเธอเข้าไปในห้องนั่งเล่น ลืมไปสนิทว่าเอวายืนอยู่ที่ประตู พวกเขานั่งลงบนโซฟา ก้มหน้าก้มตาดูแท็บเล็ตที่ฮอลลี่หยิบออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมของเธอ เขาจดจ่ออยู่กับมันอย่างเต็มที่ สมาธิของเขามั่นคงแน่วแน่ เป็นสมาธิแบบเดียวกับที่เขาใช้เพื่อชนะคดีที่เป็นไปไม่ได้ สมาธิแบบเดียวกับที่เขาไม่เคยให้ภรรยาของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เอวามองพวกเขา พวกเขาดูสมบูรณ์แบบเมื่ออยู่ด้วยกัน คู่รักทรงอิทธิพลแห่งกรุงเทพฯ เขา อัยการผู้ปราดเปรื่อง เธอ ดีไซเนอร์ชื่อดัง พวกเขาเป็นของที่เข้าชุดกัน

เอวาไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่มีความหึงหวง ไม่มีความโกรธ มีเพียงความชัดเจนที่ลึกซึ้งและเยือกเย็น เธอเป็นคนนอกที่นี่ เป็นตัวแทน เป็นบทบาทที่เธอไปสมัครอย่างโง่เขลา โดยไม่รู้ว่าบทนั้นมีคนได้รับเลือกไปแล้ว

เธอค่อยๆ ปิดประตูหน้าบ้านและเดินกลับไปที่ห้องของเธอ เธอหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา

ขณะที่เธอเดินผ่านห้องนั่งเล่น เธอได้ยินเสียงหัวเราะของฮอลลี่ “โอ้ คีท คุณยังจำได้ด้วยว่าฉันดื่มกาแฟใส่น้ำตาลก้อนเดียวกับนมอัลมอนด์นิดหน่อย คุณรู้จักฉันดีที่สุดเสมอเลยนะ”

“บางเรื่องก็ลืมไม่ลงหรอก” คีทตอบ เสียงของเขานุ่มนวล

เอวาหยุดชะงัก มือของเธอวางอยู่บนลูกบิดประตู เธอใช้เวลาสามปีชงกาแฟให้เขาทุกเช้า กาแฟดำ น้ำตาลสองช้อน ความจริงง่ายๆ ที่เขาคงจำไม่ได้แม้ว่าชีวิตจะแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เธอเดินออกจากบ้านไปโดยไม่มีเสียง เธอไม่หันกลับไปมอง เธอเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน แสงแดดของกรุงเทพฯ ช่างแผดเผาและแปลกแยกบนผิวของเธอ

บนเครื่องบิน ขณะที่เมืองกรุงเทพฯ อันกว้างใหญ่เล็กลงอยู่เบื้องล่าง เอวาก็เปิดแล็ปท็อปของเธอ ดอยล์ส่งไฟล์สำหรับคดีแรกของการกลับมาให้เธอแล้ว มันคือการเข้าครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตรที่โหดร้ายและเดิมพันสูง ลูกความกำลังจะล้มละลาย ส่วนทนายฝ่ายตรงข้ามก็เป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหด พวกเขาบอกว่ามันเป็นคดีที่ไม่มีทางชนะ

เอวาอ่านสำนวนเบื้องต้น ความคิดของเธอเริ่มกลับเข้าที่ ความตื่นเต้นที่คุ้นเคยของการท้าทาย การตามล่าหาจุดอ่อน กลยุทธ์ที่คลี่คลายในใจของเธอ มันเหมือนได้หายใจอีกครั้งหลังจากกลั้นหายใจมาสามปี

ผู้หญิงที่เคยจัดดอกไม้และรอสามีกลับบ้านได้หายไปแล้ว

เนเมซิสเริ่มทำงานแล้ว

ตอน 3

คีทไม่รู้ตัวว่าเอวาหายไปถึงสองวัน

เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการเปิดตัวแฟชั่นวีคของฮอลลี่ เขาเป็นคู่ควงของเธอไปงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นที่ปรึกษากฎหมายที่พร้อมให้บริการ และเป็นเพื่อนคู่คิดของเธอ เขาเคลื่อนไหวไปในโลกอันเจิดจรัสของเหล่าชนชั้นสูงในกรุงเทพฯ ด้วยเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติ โดยมีฮอลลี่อยู่เคียงข้าง เขารู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า

จนกระทั่งเช้าวันที่สาม เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในบ้านที่เงียบสงัดและว่างเปล่า และตระหนักว่ากาแฟยี่ห้อโปรดของฮอลลี่หมดแล้ว ความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้น

เขาเรียกชื่อเอวา “เอวา?”

ความเงียบ

เขาเดินไปทั่วบ้าน ตู้เสื้อผ้าของเธอว่างไปครึ่งหนึ่ง โต๊ะเครื่องแป้งฝั่งของเธอถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงจากผลิตภัณฑ์เรียบง่ายไร้กลิ่นของเธอ เขาขมวดคิ้ว เธอไปเยี่ยมครอบครัวเหรอ? ปกติเธอจะบอกเขานะ

เขาเห็นกองกระดาษบนเคาน์เตอร์ในครัว มีแจกันทรงมินิมอลที่เธอชอบทับไว้ เขาหยิบมันขึ้นมา

คำร้องขอหย่า

ตัวอักษรเหล่านั้นดูเหมือนจะลอยออกมาจากหน้ากระดาษ เขามองมันอย่างไม่เข้าใจ หย่างั้นเหรอ?

เขาหัวเราะหึออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ นี่ต้องเป็นเรื่องตลกแน่ๆ เป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างสิ้นหวัง ช่วงนี้เธอดูอารมณ์ไม่ดี เขาจำได้ลางๆ นี่ก็คงเป็นการแสดงออกที่เงียบขรึมแต่ดราม่าอีกอย่างหนึ่งของเธอ

โทรศัพท์ของเขาสั่น เป็นข้อความจากฮอลลี่

‘คืนนี้มีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่สกายบาร์นะ อย่าสายล่ะ ฉันมีเซอร์ไพรส์ให้คุณด้วย’

เขาลืมเรื่องเอกสารไปทันที เซอร์ไพรส์ของฮอลลี่ฟังดูน่าสนใจกว่าอาการงอนของเอวาเยอะ เขาโยนเอกสารกลับไปบนเคาน์เตอร์ คว้ากุญแจ และมุ่งหน้าไปที่ประตู เขาจะจัดการเรื่องเอวาตอนกลับมาถึงบ้าน ตอนนั้นเธอคงใจเย็นลงแล้ว เธอก็เป็นแบบนี้เสมอ

เขากำลังจะออกจากบ้าน แต่สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับลายเซ็นที่หน้าสุดท้าย ลายมือของเอวาสวยงามและแม่นยำ แต่ข้างๆ กันนั้น มีโน้ตเล็กๆ ที่เธอเขียนด้วยลายมือของตัวเอง

‘เรื่อง: คดี Cobb Fashion v. Atelier Noir - ลองเช็คข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาปี 2531 มาตรา 2(c) ดู ข้อสัญญาห้ามประกอบธุรกิจแข่งขันของพวกเขาไม่สามารถบังคับใช้ได้ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16600 คุณกำลังมองผิดที่’

คีทตัวแข็งทื่อ

เขาคว้าเอกสารขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เธอรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร? ข้อพิพาทกับ Atelier Noir เป็นเรื่องลับที่เขาคุยกับฮอลลี่และทีมกฎหมายของเขาเท่านั้น และข้อตกลงปี 2531... มันเป็นเอกสารเก่าเก็บที่พวกเขาเพิ่งขุดขึ้นมาเจอเมื่อวานนี้เอง

และที่สำคัญกว่านั้น เธอรู้ได้อย่างไรว่ามันบังคับใช้ไม่ได้? เขาและทีมของเขาเถียงกันเรื่องนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว และก็ยังไม่แน่ใจเลย

เขามองไปที่โน้ต ลายมือเป็นของเอวา แต่การวิเคราะห์ทางกฎหมายที่เยือกเย็นและเฉียบคม... มันเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป มันยอดเยี่ยมมาก มันคือข้อโต้แย้งที่เขาพยายามจะคิดให้ออกมาตลอด

ความสับสนเล็กน้อยแทรกผ่านความรำคาญของเขา ผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วยคนนี้เป็นใครกัน? แม่บ้านเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใครคนนี้ที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องคดีของเขาดีกว่าทนายความค่าตัวแพงของเขาเสียอีก?

โทรศัพท์ของเขาสั่นอีกครั้ง ‘คุณอยู่ไหน?’

เขาส่ายหัว ปัดความรู้สึกแปลกๆ นั้นทิ้งไป มันคงเป็นการเดาที่โชคดี บางทีเธออาจจะแอบได้ยินเขาคุยโทรศัพท์ ไม่สำคัญหรอก ฮอลลี่กำลังรออยู่

เขาทิ้งเอกสารหย่าไว้บนเคาน์เตอร์และเดินออกไปรับแสงแดดของกรุงเทพฯ โน้ตที่น่าหนักใจนั้นค่อยๆ เลือนหายไปจากความคิดของเขา

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RCG” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RCG
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

จอมใจ จอมมาเฟีย
จอมใจ จอมมาเฟีย
เมื่อ เมลิน่า ต้องปลอมตัวเป็นบอดี้การ์ดหนุ่มในอาณาจักรมาเฟีย แต่กลับไปสะดุดตา ดินิย่าร์ มาเฟียรัสเซียผู้ทรงอิทธิพล ความใกล้ชิดปลุกเร้าความปรารถนาจนเขาเริ่มหึงหวงลูกน้องหน้าหวานคนนี้ นำไปสู่การพิสูจน์ตัวตนผ่านสัมผัสสุดเร่าร้อนใน นิยายรักมาเฟีย สุดอันตรายที่ห้ามพลาด
9.0
31 ตอน
ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม
ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม
เซี่ยอวี๋อันแอบรักเฟิงจี้หานมานานปี แต่เมื่อวันแต่งงานที่รอคอยมาถึง เขากลับพาคนรักเก่ากลับมาเหยียบย่ำหัวใจเธอ ความรักอันตรายครั้งนี้กลายเป็นเพียงภาพลวงตา เธอจึงตัดสินใจยื่นใบหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์และขอแยกทาง ทว่าเขากลับเสียสติและกักขังเธอไว้ในฐานะคุณนายเฟิงต่อไป อ่านนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
9.7
55 ตอน
แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
เมื่อวิวาห์ล่มซ้ำซากถึง 1,314 ครั้งเพราะแฟนหนุ่มซีอีโอผู้เห็นแก่ตัว เลือกทิ้งเธอไปหาหญิงอื่นโดยอ้างความผูกพันในวัยเด็ก ทิ้งให้เธอเผชิญความอับอายเพียงลำพัง ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นค่า นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพานางเอกก้าวข้ามความเจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นที่พร้อมดูแลเธออย่างแท้จริง
8.9
87 ตอน
ยัยตัวร้ายกับนายแบดบอย NC18++
ยัยตัวร้ายกับนายแบดบอย NC18++
เมื่อยัยตัวร้ายสุดแสบต้องมาปะทะกับนายแบดบอยสุดฮอตใน นิยายรัก วัยรุ่นสุดร้อนแรง ความสัมพันธ์แบบคู่กัดที่ซ่อนความปรารถนาอันลึกซึ้งและฉากรักสุดเร่าร้อน NC18++ ที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นรัว อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้แล้วคุณจะหยุดไม่ได้กับเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว
9.8
99 ตอน
พี่ชายที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
พี่ชายที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
เมื่อพี่ชายที่เคยแสนดีกลายเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ อัญชันต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกผลักไสและย่ำยีเพราะความเข้าใจผิด นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายและการแก้แค้นที่บีบหัวใจ อ่านนิยายรักเรื่องนี้เพื่อลุ้นว่าความผูกพันจะช่วยเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำได้หรือไม่
9.4
83 ตอน
เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
เมื่อยอดบุรุษผู้สง่างามกลับถูกเหยียดหยามจนไร้ค่า มีเพียงนางผู้เป็นรักแท้ที่พร้อมลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศของเขา นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสการเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อพิทักษ์ชายเดียวในดวงใจ อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้แล้ววันนี้
9.6
74 ตอน