ตอน 2
ให้เงินแม่แล้วเข็นรถเข็นน้ำเต้าหู้ออกมาที่สวนสาธารณะเหมือนเดิม พร้อมกับความเหนื่อยหนักใจที่ตัวเองต้องแบกรับเอาไว้ตั้งแต่เด็กเธออยากหนีไปให้ไกลจากแม่ แต่เธอก็ยังเป็นห่วงคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของเธอ แม่ของเธอนอกจากกินเหล้า กับเอาใจพ่อเลี้ยงแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย ส่วนเงินน่ะเหรอก็เอาไปจากเธอทั้งหมด เธอต้องแอบยักยอกเอาไว้ส่วนหนึ่งแล้วโกหกทุกวันว่าขายของไม่ค่อยดี
"น้ำเต้าหู้จ้า~"
"น้ำเต้าหู้มั้ยจ๊ะ หนูทำอร่อยนะ"
"ลองชิมดูก่อนก็ได้นะจ๊ะ หนูไม่คิดเงินหรอก"
พอใจมาขายของที่สวนสาธารณะแห่งนี้ทุกวัน เธออยากเจอพี่ชายที่เธอจำชื่อ หรือแม้แต่หน้าก็ยังไม่ได้เลย เธออยากเจอเขาอีกสักครั้ง ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ ทำให้เธอต้องไปพักรักษาตัวอยู่กับกะรัตเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่เธอมีเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียวกว่าเธอจะดีขึ้นมาได้ขนาดนี้
"หนูพอใจป้าเอาน้ำเต้าหู้ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่เครื่องห้าถุงจ๊ะ"
"ได้จ้ะป้า ดีแล้วจ้ะไม่ต้องใส่น้ำตาลสุขภาพจะได้ดีๆ "
"ลูกชายป้ามันชอบฝีมือหนู มันบอกว่าไม่ต้องใส่น้ำตาลก็หวาน"
"ขอบคุณนะจ๊ะป้า เดี๋ยวเร็วๆ นี้หนูจะทำโจ๊กหมูขายด้วยนะจ๊ะป้า ถ้าป้าชอบกินมาชิมโจ๊กหนูก่อนได้นะ"
"ดีเลย แถวนี้มีโจ๊กขายน้อย จะมีก็ต้องเดินไปไกลโน่น"
ลูกค้าประจำของเธอป้าแจ่มมักจะมาซื้อแบบนี้ตั้งแต่เธอขายแรกๆ แล้ว คนในชุมชนแม้อยากจะช่วยเหลือเธอมากแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพวกเขาเป็นคนนอก และความรู้ก็ไม่ค่อยมี ไม่รู้หรอกกฎหมาย กฎหมู่อะไร รู้แต่ใครชู้ใคร ใครเมียใคร ลูกสาวของข้างบ้านเป็นยังไงเสียมากกว่า
ยื่นถุงน้ำเต้าหู้ไปให้ป้าแจ่มลูกค้าประจำ รับเงินมาแล้วยกมือไหว้ป้าแจ่มอย่างสวยงาม นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ใครต่างก็อยากช่วยเหลือหรือสนับสนุนเธอ
เวลาล่วงเลยเข้าช่วงสายแล้วพอใจต้องรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้าไปเรียนหนังสือ เธอโชคดีที่ได้ทุนนักเรียนดีเด่นของมหาวิทยาลัยชื่อดัง TK University ที่เพิ่งจะลองเปิดรับนักเรียนทุนเรียนดีเพียงแค่สิบอัตราในปีแรกหลังจากนั้นเธอก็ได้ทุนมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เธอเรียนอยู่ปีสามแล้วคณะบริหารธุรกิจ เอกสาขาวิชาการตลาด
"พอใจ ยังไม่เก็บของอีกเหรอ"
"กุ้ง พอใจกำลังจะเก็บของแล้ว" กะรัตเพื่อนรักของเธอมีฐานะที่ดีกว่าเธอในระดับปานกลางไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ที่บ้านก็ไม่มีหนี้สินอะไร
"มาเถอะ กุ้งช่วย ว่าแต่มีน้ำเต้าหู้เหลือให้กุ้งบ้างมั้ยอ่า หิว"
"นี่ พอใจเก็บไว้ให้กุ้งแล้ว ถุงนึง"
สองสาวต่างก็ช่วยกันเข็นรถขายน้ำเต้าหู้ของพอใจเดินกลับไปจอดที่หน้าบ้านโทรมๆ ซอมซ่อ ของเธอ กะรัตมาแบบนี้ทุกวันแรกๆ เพียงตาแม่ของพอใจก็บ่นเพราะเธอไม่ชอบให้ใครมาสนิทกับลูกสาวของตัวเอง
"สวัสดีค่ะคุณน้า"
"มาอีกแล้ว จะมาอะไรทุกวันทุกวี่"
"มารอรับพอใจไปเรียนค่ะ หนูกลัวว่าถ้าไม่มารับ พอใจอาจจะโดนหมาคาบไปกินโดยที่มีคนรู้เห็นเป็นใจก็ได้"
เพียงตาเดินกระทืบเท้าปึงปังเข้าไปในบ้าน บ้านก็มีเพียงแค่นั้น ยังจะกระทืบได้อีก ดูสิบ้านโยกหมดแล้ว ห้องน้ำของที่บ้านนี้ค่อนข้างจะไม่ค่อยมิดชิดสักเท่าไหร่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครบางคนจงใจแอบดูพอใจอาบน้ำอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่พอใจอาบน้ำเธอต้องเตรียมผ้าขนหนูเข้าไปสี่ผืนเพื่อคลุมปิดผนังทั้งสี่ด้านเอาไว้ไม่ให้คนมองได้
"แม่จ๋า พอใจไปเรียนก่อนนะจ๊ะ"
"เออๆ รีบกลับมาด้วยล่ะหาอะไรมาให้กูแดกด้วยนะ"
"จ๊ะแม่ ไปกันกุ้ง"
"เดี๋ยว! เมื่อเช้ามึงขายของได้กี่บาท เห็นขายหมดทุกวันเลยนิ ทำไมมึงถึงบอกว่าขายได้ไม่ดี"
พอใจกลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาสบกับกะรัตเพื่อนรักของตัวเอง แน่นอนว่ากะรัตเองก็ชินกับคำพูดพวกนี้แล้วเช่นกัน หลายครั้ง หลายคราที่เธอชวนพอใจให้ออกมาอยู่ที่บ้านของเธอ แต่พอใจไม่ไปเธอบอกว่าเกรงใจกะรัต อีกทั้งยังห่วงเพียงตาแม่ของเธออีกด้วย
"ขายไม่ค่อยดี พอใจเลยทำน้อยลงจ๊ะแม่ มันเลยหมดทุกวันเพราะทำน้อย"
"จริงนะ อย่าให้กูรู้ว่ามึงซ่อนเงินไว้นะ มึงเป็นลูกหัดรู้บุญคุณกูบ้าง กว่าจะเลี้ยงมึงมาจนโตขนาดนี้"
"หึ" เสียงของกะรัตที่แค่นหัวเราะออกมาจากลำคอ สายตาของกะรัตประสานกับเพียงตาอย่างคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แหม ช่างกล้าพูดว่าเลี้ยงพอใจเพื่อนรักของเธอมา พอใจน่ะปากกัด ตีนถีบ ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด ขนาดโดนไอ้พ่อเลี้ยงสารเลวนั่นจะทำอะไร เพียงตายังไม่เชื่อเลย
"มองอะไร อีเด็กเปรต คิดว่าเป็นเพื่อนนังพอใจแล้วกูจะไม่กล้าเหรอวะ"
"เปล่าจ๊ะน้า งั้นกุ้งพาพอใจไปเรียนก่อนนะจ๊ะ"
สองสาวพากันเดินทะลุสวนสาธารณะออกมาเจอกับมอเตอร์ไซค์ระบบออโตเมติกของกะรัตที่จอดอยู่ทั้งสองสาวสวมหมวกกันน็อกเอาไว้เพื่อความปลอดภัย กะรัตเป็นคนขับ ส่วนพอใจเป็นคนซ้อน
"พอใจ ออกมาอยู่กับกุ้งเถอะนะ พ่อกับแม่กุ้งก็อยากให้พอใจอยู่ด้วยนะ"
"ขอบใจนะกุ้ง พอใจเกรงใจน่ะ เอาไว้เดี๋ยวถ้าทนไม่ไหวจริงๆ พอใจจะไปขอความช่วยเหลือนะ"
"จริงนะ"
"จริงสิ สัญญาเลย" กะรัตพยักหน้าให้อย่างจำใจ ก่อนจะพากันขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเข้าไปจอดที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งสองสาวต่างก็เช็กความเรียบร้อยให้อีกฝ่ายเปรียบดังกับว่าอีกฝ่ายเป็นกระจกของอีกคน
"มึงมาทำไมอีกเนี่ย ไอ้เข็ม"
"เอ้า! กูก็มาดูกิจการกูดิ เปิดร้านมาได้สองปีแล้วกิจการกูเป็นไงบ้าง" พอใจหันไปตามเสียงที่ได้ยิน เธอจำได้ว่าหนึ่งเสียงในนั้นเป็นผู้อำนวยการชื่อไทก้าที่ทั้งหล่อ และหนุ่ม แม้อายุจะค่อนข้างมากแล้วแต่ก็ยังดูหล่ออยู่เลย ส่วนอีกคนเธอเห็นไม่ชัดเพราะเขายืนหันหลังอยู่
บรื้น~ บรื้น~ บรื้น~
เสียงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ดังกระหึ่มเข้ามาตั้งแต่ทางเข้า พอใจกับกะรัตเพื่อนของเธอหันไปมองตามต้นทางของเสียงก็เจอเข้ากับชายหนุ่มหุ่นดีขับรถบิ๊กไบค์คันใหญ่เข้ามาจอดในที่วีไอพี
ชายหนุ่มก้าวขาเรียวยาวลงจากรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ เขาถอดหมวกกันน็อกออกแล้วสะบัดผมเล็กน้อยให้เข้าทรง ก่อนจะเดินถือหมวกกันน็อกราคาแพงผ่านหน้าทั้งสองสาวไป พอใจมองตามชายหนุ่มคนนี้อยู่พักหนึ่ง แล้วอยู่ๆ ภาพเหตุการณ์อะไรบางอย่างก็ฉายแวบเข้ามาในหัวของเธอ
'พี่ชื่อxxx นะ เราเข้ามาในบ้านพี่ได้ยังไง'
'น หนูวิ่งหนีพ่อมาค่ะ'
'ทำไมละ แล้วทำไมผอมอย่างนี้ หิวมั้ย กินอะไรหน่อยมั้ย'
'ขอบคุณค่ะ พี่xxx'
"พอใจ"
"..."
"พอใจ"
"..."
"พอใจ!"
"อ่ะ! กุ้ง! ตะโกนใส่พอใจทำไม ตกใจหมดแล้ว" พอใจกวาดสายตามองออกไปที่บริเวณนั้น ทั้งผู้อำนวยการไทก้า ทั้งพี่ผู้ชายหุ่นดีที่ขับบิ๊กไบค์ ทั้งเพื่อนของผู้อำนวยการ ต่างก็หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว
ตอน 3
"รีบไปกันเถอะกุ้ง"
สองสาวก้มหน้างุดเดินผ่านผู้อำนวยการไปอย่างเรียบร้อยทว่า ดันถูกผู้อำนวยการหนุ่มเรียกตัวเอาไว้
"เธอสองคน ใช่เด็กทุนรึเปล่า"
"ค่ะ ผอ."
กะรัตเป็นคนตอบ ทำให้พอใจจำต้องหันหน้ามาด้วยเพราะการหันหลังคุยกับผู้ใหญ่มันไม่ดี พอใจเผลอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้อำนวยการหนุ่มที่กำลังยืนทำท่าคิดอะไรบางอย่าง เธอเม้มปากแน่นและรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ พอใจหันหน้าไปตามสัญชาตญาณก็เจอเข้ากับเพื่อนของผู้อำนวยการที่ค่อนข้างดูดีทั้งสองคน
โครงหน้าของทั้งสองคนค่อนข้างคล้ายกัน ส่วนสูงของทั้งสองคนก็ไล่ๆ กัน พอใจมองทั้งสองคนสลับกันอย่างสับสนเธอพยายามนึกว่าเคยเจอทั้งสองคนที่ไหนหรือเปล่าแต่ก็นึกไม่ออก
"ไม่เจอกันนานเลยนะ"
หนึ่งในทั้งสองคนเอ่ยทักเธอขึ้น คนนี้สูง ขาว ดูมีเสน่ห์ไม่เบา ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาพลิ้วไสวไปตามแรงลม ทำให้เธอเผลอมองไปที่ลำคอหนาของเขาที่ค่อนข้างสวยเลยทีเดียว เขาใส่สร้อยเงินเอาไว้แต่เธอไม่รู้หรอกนะว่าเป็นสร้อยอะไร
"อ้าวน้องที่ขายน้ำเต้าหู้ที่สวนรึเปล่าเนี่ย"
คนนี้เป็นคนที่ขับบิ๊กไบค์ เขาเองก็ค่อนข้างดูดีไม่ต่างจากคนที่เอ่ยทักเธอเท่าไหร่ แต่พอเธอรู้ว่าเขารู้ว่าเธอขายของพอใจก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ อย่างน้อยๆ เขาน่าจะต้องเคยกินน้ำเต้าหู้ของเธอ และต้องเคยซื้อมาฝากเพื่อนแน่ ถ้าเขาเป็นคนที่ปากมากสักหน่อยเที่ยวบอกใครต่อใครว่าน้ำเต้าหู้ของเธออร่อยเริศแค่ไหนก็คงดีสินะ
"ทำไมถามไม่ตอบละ จำพี่…"
"เราชื่ออะไรนะ" ผู้อำนวยการหนุ่มถามขึ้นมาในตอนที่หนึ่งในสองคนนั้นตั้งใจจะถามอะไรเธอบางอย่าง ต้องใช่แน่ๆ เธอกับเขาทั้งสองคนต้องเคยรู้จักกันมาก่อนแน่ แต่คนแรกดูเขาแบดบอยไม่น่าเชื่อถือเลย ส่วนคนที่ขับบิ๊กไบค์ก็ดูแบดไม่ต่างกัน เพียงแค่เหมือนกับว่าเขาจะอัธยาศัยดีกว่า
"หนูชื่อพอใจค่ะ"
"หนูชื่อกะรัตค่ะ"
"ฉันจำเธอได้ เธอได้ทุนเรียนดีทุกปีเลยนี่ ปีหน้าก็ปีสุดท้ายแล้วนะเต็มที่เข้าล่ะ"
"ค่ะ ผอ."
"เธอชื่อกะรัตใช่มั้ย เพราะคะแนนเธอทั้งสองคนไม่ห่างกันมากฉันจำได้"
สองเด็กสาวยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะไม่บ่อยนักที่คนเป็นผู้อำนวยการจะจำนักศึกษาได้ แสดงว่าเธอสองคนก็ค่อนข้างเป็นที่สนใจของมหาวิทยาลัยนี้อยู่เหมือนกัน
"แล้วนี่จะไปไหนกัน"
"หนูกับเพื่อนเพิ่งมาถึงค่ะ ผอ."
"อ่อ โอเค งั้นไปเรียนเถอะ ถ้าว่างๆ ก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเพื่อนฉันสิ ตรงนั้นไง"
นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ร้านอาหารหรูใกล้ๆ กับโซนโรงอาหารของที่นี่ ซึ่งพอมองออกไปก็เจอเข้ากับมวลนักศึกษาที่ยืนออกันอยู่ที่หน้าร้านคงไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยว่าร้านนี้เขาขายดีขนาดไหน
"ค่ะ พอใจกับเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ"
เพราะรู้สึกอึดอัดที่ถูกใครบางคนคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับว่าเธอทำความผิดอะไรร้ายแรงเอาไว้มากกว่า เธอไม่เข้าใจเขาคนนั้นจะมองเธอทำไมนักหนา เธอเคยไปวางเรือใบรถเขาหรือก็เปล่า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอผิดอะไร
"เดี๋ยวสิพอใจ"
"คะ? ผอ.มีอะไรจะเรียกใช้พอใจหรือเปล่าคะ"
"ไอ้เข็ม ร้านมึงขาดคนมั้ย กูฝากพอใจไปทำพาร์ทไทม์หน่อยสิ" เพราะรู้ดีว่านักศึกษาที่ได้รับทุนเรียนดีนั้นฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนัก แต่ทว่าทางมหาวิทยาลัยเพิ่งจะเริ่มมีโครงการช่วยนักศึกษาที่ต้องการทำงานพาร์ทไทม์เพียงแค่ไม่มีกี่เดือนก่อนหน้า เพราะเพิ่งจะเล็งเห็นว่านอกจากสถาบันการศึกษาที่ให้ความรู้แล้ว ก็ควรที่จะให้อาชีพและคอยซัพพอร์ตนักศึกษาด้วย
"ไม่รับ!"
"เอ้า! อะไรของมึงวะ ก่อนหน้านี้ยังเห็นบ่นๆ อยู่เลยว่าพนักงานไม่พอ"
เข็มทิศไม่ตอบ แต่กลับยืนจ้องหน้าพอใจตาเขม็ง จ้องเสียจนไทก้ากับลมหนาวที่ยืนอยู่ด้วยต้องเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์
"งั้นน้องพอใจไปทำงานที่สนามแข่งรถของพี่มั้ย" พอใจไม่ค่อยเข้าใจกับพฤติกรรมของเพื่อนผู้อำนวยการเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าเธอจะคิดว่าเคยเจอกับเขาทั้งสองคนมาก่อน แต่คนหนึ่งกลับมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยพอใจเธอสักเท่าไหร่
หรือว่า…
เธอเคยทำร้ายเขาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวมาก่อน
"พี่ชื่อลมหนาวนะ"
"ค่ะ หนูชื่อพอใจค่ะ"
ปึ้ง!
"เฮือก!" เพื่อนผู้อำนวยการอีกคนเดินไปเตะถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลทำให้พอใจกับกะรัตที่ไม่รู้สถานการณ์สะดุ้ง เธอทั้งสองคนค่อนข้างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอทั้งสองคนงั้นเหรอ
"มันชื่อเข็มทิศ อย่าไปสนใจมันเลย"
ลมหนาวยืนยิ้มแฉ่งให้อย่างใจดี นั่นทำให้พอใจเผลอนึกถึงบางเหตุการณ์ในฝันที่เธอจำได้อย่างเลือนราง เธอจำได้ว่า เธอฝันถึงพี่ผู้ชายใจดีคนหนึ่งอยู่บ่อยๆ ในฝันนั้น เธอไม่เห็นหน้าเขา เธอจำชื่อเขาไม่ได้ เธอจำได้แค่เค้าโครงรูปร่าง และเค้าโครงหน้าเท่านั้น ขนาดในฝันเธอกับพี่ผู้ชายใจดีได้พูดคุยกัน แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแม้แต่น้ำเสียงของเขาเธอก็จำไม่ได้ ทุกครั้งที่เธอนึกถึง เธอจะมีอาการปวดหัวอยู่บ่อยๆ
"งั้นพอใจ กับเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน"
ผู้อำนวยการหนุ่มพยักหน้าอนุญาตก่อนที่ทั้งสองสาวจะเดินห่างออกไปโดยมีเข็มทิศที่ยังยืนจ้องมองพอใจอย่างไม่เข้าใจ
"คุณเข็มทิศน่ากลัวเนอะ เขาต้องเป็นพวกที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่เลย" เมื่อเดินออกมาไกลแล้ว กะรัตก็หันกลับไปมองที่กลุ่มของผู้อำนวยการโดยที่เมื่อหันไปก็ต้องรีบหันกลับมาทันทีเพราะเข็มทิศยังยืนจังก้าจ้องมาทางเธอทั้งสองคนอยู่
"เขายังจ้องพอใจไม่หยุดเลย พอใจเคยสาดน้ำเต้าหู้ใส่เขารึเปล่าเนี่ย"
"พอใจก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะกุ้ง แต่คุณเขาจ้องพอใจตลอดเลย เขาน่ากลัวเนอะ" สองสาวหันมาคุยกันซุบซิบ แล้วเดินเข้าห้องเรียนของตัวเองไป
"ไอ้เข็ม น้องเขา…"
"ไม่ต้องย้ำ!" น้ำเสียงของเข็มทิศแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ไหนมึงบอกน้องเป็นเด็กดี ไม่ลืมบุญคุณไง นี่มึงไปเมืองนอกไม่กี่ปีน้องลืมมึงแล้ว"
ลมหนาวพูดขึ้น แล้วหันไปหัวเราะกับไทก้าที่ยืนส่ายหน้าให้กับเข็มทิศที่ยังจ้องไปบนอาคารเรียน เพราะโครงการทุนการศึกษาที่เขามีขึ้นมาเนี่ย เป็นความคิดของเข็มทิศ แต่การที่พอใจเข้ามาเรียนที่นี่ได้เพราะเธอสอบผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยจริงๆ ไม่ได้มีใครช่วยเหลือ
"กูบอกมึงแล้วว่าไม่ให้ทำสวน เสือกห้าวอยากทำ"
"ก็พ่อแม่กูไม่อยู่แล้ว กูจะเก็บไว้ทำไมละ เอาที่ไว้ให้คนทำประโยชน์ดีกว่า"
"เป็นคนดี หรือทำเพื่อใครกันแน่วะ รำคาญฉิบหาย"
"ไอ้สัสลม"
"อะไร อย่ามาขึ้นเสียงกับกูนะไอ้คนที่ถูกลืม"
คุณอาจชอบ





