ตอน 2
“แม่บุษ... แม่บุษ!”
“อุ้ย! คะคุณพี่ โธ่... อยู่ใกล้กันแค่นี้ ไยต้องเสียงดังเล่าคะ”
“ไม่เสียงดังได้อย่างไร ก็พี่เรียกน้องตั้งนานสองนาน น้องก็ไม่ขานรับ ใจลอยไปอยู่ที่ใดเล่า หรือว่าลอยไปหาพ่ออิเหนาคนนั้นอีก”
“คุณพี่! น้องไม่พูดด้วยแล้ว”
‘พิกุล’ ทอดสายตาอ่อนโยนมองน้องสาวคนเล็กที่ทำหน้าเง้า ทว่ากลับก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม แก้มนวลนั้นระเรื่อขึ้น ด้วยเรื่อง ‘นางบุษบาหลงพักตร์อิเหนา’ กลายเป็นเรื่องหยอกเย้าของพี่น้อง แม้จะผ่านมากว่า 3 ปี จนดรุณีน้อยวัย 14 ปี ในวันวานกลับกลายเป็นดอกไม้งามแห่งเรือนพระนาฏกรรมวิจิตร บุษบาก็ยังสะเทิ้นอายทุกครั้งหากหล่อนหรือ ‘ประยงค์’ น้องสาวคนรองหยอกเย้าเรื่องนี้ และจากอายมากก็จะกลายเป็นงอนมาก
พิกุลส่ายหน้าอมยิ้มก่อนจะหันมองประยงค์ที่กำลังคัดเลือกผ้าอบร่ำหอมกรุ่นออกจากหีบ ส่งยิ้มให้กันเพราะต่างรู้ดีว่าวันนี้บุษบาน่าจะประหม่ามากเป็นพิเศษด้วยค่ำนี้ที่กรมมหรสพมีงาน บุษบาอาจได้พบพักตร์อิเหนารูปงามอีกคราก็ได้ เพราะพิกุลสืบดูจนรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในเจ้าพนักงานดนตรีที่จะได้ร่วมบรรเลงเพลงในค่ำคืนนี้ด้วย
“แม่บุษอย่ามัวแต่อาย มาหาพี่เถอะ มาเลือกผ้าเลือกโจงที่จะใช้นุ่งเย็นนี้กัน นี่พี่อบร่ำไว้หอมกรุ่นเชียว ไม่ให้เสียชื่อลูกสาวคุณพ่อแน่”
ประยงค์พูดพลางลูบฝ่ามือลงบนผ้าโจงสีม่วงดอกตะแบกซึ่งผ่านการซัก ขัด และอบร่ำเรียบร้อยแล้ว
“จะเสียชื่อแน่ล่ะสิแม่ประยงค์”
“เสียชื่ออย่างไรหรือคะคุณพี่ ผ้าที่น้องเตรียมไว้ไม่งาม หรือว่ามีเรือนอื่นอบร่ำได้หอมกว่าน้องกันคะ”
“มิใช่ดอก”
“อ้าว... แล้วอันใดเล่าคะ คุณพี่ถึงว่าจะเสียชื่อคุณพ่อ”
ประยงค์ถามพี่สาว ตาก็มองผ้าอบร่ำในหีบกับที่วางไว้บนหน้าตัก สีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะทำหน้าเง้าเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของพี่สาวและน้องสาว เห็นทีว่าคนอยู่แต่เรือนอย่างหล่อนคงไม่ทันเหตุอีกเช่นเคย
“ครานี้จะเปลี่ยนอันใดอีกล่ะคะ จะเป็นเสื้อระบายลูกไม้คอลึก แขนเย็บชั้นยาวเสมอศอก ไม่พองมาก ไม่รัดปลายแขน สะพายแพรติดเข็มกลัดหัวไหล่ น้องหวังว่าคงไม่เปลี่ยนให้แขนสั้นขึ้นอีกกระมัง”
ประยงค์เอ่ยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ ด้วยไม่ใคร่ออกไปนอกเรือน จะออกไปสักครั้งก็แค่ไปหาซื้อผ้ากับอุปกรณ์ตัดเย็บที่ย่านพาหุรัดเท่านั้น นอกนั้นอย่าได้หมายว่าหล่อนจะไปไหน หล่อนมีความสุขกับการอยู่เรือน คอยดูแลอาหารการกินและเสื้อผ้าให้กับบิดา พี่สาว น้องสาว
ส่วนเรื่องงานละครในกรมหมรสพซึ่งบรรพบุรุษของหล่อนเป็นผู้ฝึกสอนและจัดแสดงกันสืบต่อเป็นรุ่นๆ นั้น หล่อนไม่ขอยุ่งเกี่ยวเพราะไม่ชำนาญการเลยสักอย่าง
‘พระนาฏกรรมวิจิตร’ คุณพ่อของหล่อนทำหน้าที่ฝึกสอนนักแสดงในกรมมหรสพร่วมกับ ‘คุณย่าน้อย’ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญด้านงานละครเพราะเคยรับใช้ใกล้ชิดเจ้าจอมในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน แต่เมื่อผลัดแผ่นดิน คุณย่าน้อยก็ขออยู่รับราชการเพื่อฝึกสอนนักแสดงละครต่อไป และพิกุลก็เป็นหนึ่งในนักแสดงละครของกรมมหรสพที่คุณพ่อและคุณย่าฝึกสอนมาด้วยตนเอง ดังนั้นพิกุลคงได้สืบทอดงานละครต่อจากคุณพ่อและคุณย่า
ส่วนบุษบานั้นเป็นน้องคนเล็กที่ขาดแม่และด้วยอายุที่ห่างกันร่วมรอบนักษัตร หล่อนและพิกุลจึงเอ็นดูบุษบาประหนึ่งว่าเป็นลูกของตนเอง
เมื่อครั้งบุษบายังไม่โกนจุก หล่อนไม่เห็นว่าบุษบาควรจะลำบากทำสิ่งใดเพราะที่เรือนก็มีทุกอย่างให้ไม่ได้ขาด จึงสอนแค่งานบ้านงานเรือน งานเย็บปักถักร้อยและงานตัดเย็บเสื้อผ้าให้เท่านั้น ส่วนพิกุลก็ทำหน้าที่สอนงานละครให้ แต่กลับไม่มีสิ่งใดที่บุษบาชื่นชอบ ใคร่อยากเรียนรู้ และมุ่งมั่น
ทว่าคุณพ่อกลับเห็นว่าควรส่งบุษบาไปเรียนหนังสือให้แตกฉานทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ในยามนั้นหล่อนไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องออกไปนอกเรือน ไปคบค้ากับคนต่างชาติต่างภาษา ทว่าคุณพ่อกลับบอกว่าทั้งหมดนี้คุณย่าน้อยแนะนำ
จากนั้นคุณพ่อก็บอกเล่าเรื่องสนทนากับคุณย่าน้อย
‘แม่บุษนี่ต้องให้ไปเรียนหนังสือกับแหม่ม หัดให้เป็นให้เชี่ยวชาญทุกภาษาเท่าที่จะหัดได้ ทั้งภาษาฝรั่ง ภาษาญี่ปุ่น และต้องหัดเข้าผู้ใหญ่ด้วย จะได้เป็นหญิงมั่นใจตามนิยม’
‘ทำเยี่ยงนั้นจะดีหรือขอรับคุณอา แม่บุษเป็นหญิง กระผมใคร่เห็นแม่บุษสืบสานงานละครอีกสักคน เพราะแม่พิกุลคนเดียวกระผมกลัวว่าจะไม่พอ แม่ประยงค์ก็ไม่เอาอยู่แล้ว กระผมอยากให้ลูกๆ ชำนาญ งานละครของบรรพบุรุษจะได้ไม่หายไป’
‘ทุกอย่างก็ว่ากันตามวาระนะพ่อพุด ผลัดแผ่นดินแต่ละครั้ง สยามก็เปลี่ยนไปทุกครั้ง และหญิงสยามก็ต้องปรับให้ทันด้วย พ่อพุดเองน่าจะรู้ดีกว่าอาว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรสยามเป็นเช่นไร สยามเราต้องก้าวหน้า ต้องทัดเทียมนานาประเทศ ไม่ให้ชาติใดมาเอาเปรียบเราได้ และไม่ใช่เพียงชายที่จะสังคม มีความรู้ และรักชาติเท่านั้น ทว่าหญิงก็เช่นกัน
พ่อพุดมีแม่พิกุลสืบทอดงานละครอยู่แล้ว แม่ประยงค์ก็ดูแลบ้านเรือนไม่ขาดตก ส่วนระเด่นบุษบานั้น พ่อพุดจงปั้นให้งามพร้อม จงสอนให้แม่บุษเชี่ยวชาญทุกอย่าง ให้เข้าใจทุกเรื่อง ทั้งงานบ้านงานเรือน การเข้าสังคม กิริยามารยาทและเครื่องแต่งกาย ให้รอบรู้ ฉลาด มีไหวพริบ และต้องเข้าสังคมตะวันตกได้ สตรีงามพร้อม บุรุษย่อมหมายปอง’
ตอน 3
‘คุณอาหมายความว่า... จะให้แม่บุษถวายตัวหรือขอรับ’
‘อพิโธ่พิถัง! ใครเขาจะทำเยี่ยงนั้นกันเล่าพ่อพุด ดู๊ดู! พ่อพุดก็ช่างคิด พระเจ้าอยู่หัวทรงนิยมผัวเดียวเมียเดียว พ่อพุดก็รู้นี่นา แล้วอาจะไปทำเยี่ยงนั้นได้อย่างไรเล่า หรือจะให้หลานสาวไปเป็นเมียกลางนอกตำหนักไหนเรือนไหน อาก็ไม่นิยมเหมือนกัน ที่อาให้ทำเยี่ยงนั้นก็เพราะว่าแม่บุษมีหน้าที่สำคัญน่ะสิ’
‘ขอประทานโทษขอรับคุณอา กระผมสงสัยก็เลยถามน่ะขอรับ ได้ยินคุณอาว่าเยี่ยงนี้กระผมก็เบาใจ ว่าแต่หน้าที่สำคัญของแม่บุษคืออันใดขอรับ’
‘ก็หน้าที่สืบตระกูลของเรายังไงเล่า พ่อพุดมีลูกสาวสามใบเถาก็จริงอยู่ แต่พ่อพุดดูสิ แม่พิกุลกับแม่ประยงค์ก็อยู่นานจนจะเป็นสาวเทื้ออยู่รอมร่อ พ่อพุดคงไม่ใจดำให้แม่บุษเป็นสาวเทื้อเหมือนพี่ๆ ใช่รึไม่
พ่อพุดดูโฉมนางบุษบาสิเล่า นี่ขนาดยังไม่โกนจุก ระเด่นบุษบายังงามเยี่ยงนี้ รอสักประเดี๋ยวเถิด โกนจุกเมื่อใด เห็นทีหัวกระไดบ้านพ่อพุดคงจะไม่แห้งแน่ นี่ถ้าเลี้ยงดี ปั้นแต่งให้เหมาะให้สม เมื่อถึงกาลนางบุษบาเสี่ยงเทียน นางย่อมได้คู่ครองที่เหมาะสม ดีไม่ดีแม่บุษบาอาจได้เป็นเมียพระราชทานของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ก็เป็นได้’
นั่นคือเหตุและผลที่คุณพ่อเห็นควรตามที่คุณย่าน้อยต้องการ เพราะคุณย่าน้อยท่านมีหูตากว้างไกล เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายยุคสมัย ท่านย่อมมองโลกขาด ในยามนั้นแม้หล่อนจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะหากหนทางนั้นจักทำให้บุษบางามพร้อม หล่อนก็แสนจะยินดี
ทว่าที่หล่อนและพิกุลหนักใจก็คือ บุษบาที่พบพักตร์อิเหนาแล้วนั้นจะพึงใจบุรุษใดได้อีกเล่า เมื่อตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เจ้าบุษบายังมิเคยลืมเลือนชายรูปงามราวอิเหนาผู้นั้น
และในค่ำคืนนี้ หล่อนก็คาดหวังว่าจะแต่งกายให้บุษบางามพร้อมจนอิเหนาต้องตามหา ทว่าเหตุใดเสื้อผ้าของหล่อนจึงทำให้คุณพ่อต้องเสียหน้ากันเล่า
“คุณพี่คะบอกน้องเถิด น้องควรตัดชุดเยี่ยงไร จะปรับตรงไหนเปลี่ยนตรงไหนบ้าง น้องจะได้เร่งมือ น้องไม่ใคร่ให้คุณพ่อต้องเสียหน้านะคะ และแม่บุษก็ต้องงามพร้อมอย่างที่เราหมายใจไว้ด้วย”
น้ำเสียงของประยงค์อ่อนอกอ่อนใจก็จริงแต่ก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่ พิกุลยิ้มเข้าใจในความคิดของน้องสาว ด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณนี้ประยงค์จัดเตรียมไว้สำหรับหล่อนและบุษบาเป็นอย่างดี หากไม่ได้ใช้ก็คงจะเสียดายแย่ ทว่าเมื่อมีสิ่งเปลี่ยนแปลงก็จำต้องเปลี่ยน
“คุณพ่อไม่เสียหน้าแน่แม่ประยงค์ แม่บุษไปหยิบมาทีสิ”
“ค่ะ คุณพี่”
บุษบารับคำ ยิ้มให้พี่สาวทั้งสอง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของพิกุล เพียงอึดใจก็ออกมาพร้อมกับถุงกระดาษหลายถุง
“เปิดดูสิแม่ประยงค์” พิกุลบอกน้องสาวคนกลางเมื่อบุษบาวางถุงกระดาษลงตรงหน้า
“ซิ่นและก็เสื้อ...”
“ใช่ ซิ่นกับเสื้อ สามคนสามชุด พี่กับแม่บุษไปซื้อมาจากห้างฝรั่ง”
“โธ่! แล้วคุณพี่ไปซื้อทำไมเล่าคะ แค่บอกน้องว่าต้องการแบบไหน น้องก็ตัดเย็บได้ทุกอย่าง คุณพี่จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ผ้าผืนงามเราก็มีมากมาย”
“ก็พี่ซื้อไว้ให้แม่ประยงค์ดูแบบนั่นแหละ จะให้พี่ขีดเขียนให้ พี่ก็ทำไม่เป็นดอกนะ หรือจะให้แม่ประยงค์ออกไปดูชาวบ้านร้านตลาดเขาสวมใส่กัน ละแวกเรือนเราก็คงไม่มีให้ดู เพราะเสื้อผ้าแบบนี้ที่พี่เห็นก็จะมีแต่คุณหญิงท่านหญิงเท่านั้นที่จะแต่งกัน และค่ำนี้พี่ก็หวังว่าแม่ประยงค์จะได้แบบมากมาย เพราะสุภาพสตรีที่จะไปชมดนตรีในค่ำคืนนี้ ย่อมแต่งกายมาประชันกันเต็มที่”
“แล้วแต่งแบบนี้จะไม่ดูเป็นแหม่มไปหรือคะ”
ประยงค์พินิจดูเสื้อคอกว้าง แขนสั้นประมาณต้นแขน เข้ารูปช่วงเอวและปล่อยชายทิ้งลงคลุมตามแนวสะโพก ตัดเย็บจากลูกไม้ฝรั่งปักลูกปัดเป็นลวดลาย และในถุงกระดาษก็ไม่มีผืนแพรเข้าชุด
“แพรสะพายไม่มีนี่คะ หรือคุณพี่จะให้น้องจัดให้”
“แม่บุษว่าอย่างไร ตอบพี่เชื้อเราหน่อยสิ เพราะเรื่องนี้แม่บุษเขาเป็นคนเจรจา”
พิกุลโบ้ยไปที่บุษบาเพราะหล่อนก็ท้วงแล้วว่าไม่มีแพรสะพาย แต่บุษบาที่สื่อสารกับแหม่มเจ้าของร้าน กลับบอกว่าไม่ต้องใช้
“ไม่ต้องใช้แพรสะพายแล้วค่ะคุณพี่”
“เยี่ยงไรรึแม่บุษ”
“แหม่มมาเรียเจ้าของร้านเสื้อ เธอบอกน้องว่า ตัวเสื้อปักมุกปักลูกปัดมากอยู่แล้ว รวมทั้งเครื่องประดับตามนิยมก็เป็นสร้อยเส้นสั้นติดคอ หรือไม่ก็จะเป็นสร้อยลูกปัดกับสร้อยมุก ถ้ารวมทั้งสร้อยคาดหน้าผากไปอีก หากสะพายแพรทับลงไปที่ตัวเสื้อก็อาจจะดูรุ่มร่ามไม่เข้าชุดน่ะค่ะ และท่านหญิงกับคุณหญิงหลายท่านที่มาสั่งตัดชุดที่ร้านของแหม่ม ก็ไม่มีท่านใดสั่งแพรสะพายเพิ่มนะคะ แหม่มมาเรีย เธอแนะนำว่าเท่านี้ก็งามพอแล้วค่ะ”
“อ้อ... นี่ต้นคิดเสื้อผ้าชุดใหม่มาจากแม่บุษดอกรึ”
บุษบายิ้มแหยพลางซบหน้าลงบนต้นแขนของประยงค์อย่างประจบ เพราะที่ประยงค์พูดนั้นจริงทุกอย่าง ด้วยบรรดาท่านหญิงและคุณหญิงที่เรียนร่วมโรงเรียนกับหล่อน ล้วนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นลักษณะนี้กันหมดแล้ว ซึ่งหล่อนเองก็เห็นว่างดงามควรที่พิกุลและประยงค์จะแต่งตาม
“ไม่ใช่จากแม่บุษคนเดียวดอก พี่เองก็เห็นควรด้วย เพราะท่านหญิงวิมลกับท่านหญิงติ๋วก็ใส่เยี่ยงนี้แหละ จะออกงานทั้งทีก็ต้องแต่งกายให้ร่วมสมัยหน่อย”
คุณอาจชอบ
![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://v.pinedrama.net/b1265344voduse1318177724/ffd620845001834806830388761/m4YCjeKBdtUA.webp)




