ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

หลังเศรษฐกิจยุคทุนนิยมล่มสลาย ระบบใหม่ก็เข้ามาแทนที่พร้อมกับชนชั้นทั้งสามที่ถือกำเนิด

นาย...ไท...และทาส

ระบบการปกครองที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดในสังคมอันโหดร้าย

ธรรมชาติคัดสรรให้ผู้ที่แข็งแกร่งอยู่เหนือผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างนั้นหรือ?

คนพวกนั้นก็คือพวกชนชั้น ‘นาย’ อย่างไรล่ะ พวกที่แข็งแกร่งรองลงมา ถึงจะไม่มีอำนาจอยู่ในมือแต่สามารถดูแลจตัวเองได้ พวกนั้นจึงเป็น ‘ไท’ แต่สำหรับ ‘ทวิช’ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้อ่อนแอ

ไม่สิ...ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่คิด คนอื่นๆ เองก็คิด เพราะชนชั้นของเขาบ่งบอกความอ่อนแอและล้มเหลวของต้นตระกูลตนอย่างชัดเจน

‘ทาส’…

ทวิชผูกติดกับคำนี้มาตั้งแต่ที่เขายังไม่ออกจากครรภ์ของมารดาด้วยซ้ำ

ทาส...ไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

ทาส...จำต้องมีนายและเข้าสังกัดเพื่อให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าปกป้อง หากไม่มีนายแล้ว ทาสก็ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะ ถูกทำร้ายหรือตายไปสักคน ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะชีวิตมีค่าน้อยยิ่งกว่าตั๋วเบี้ย1ที่ค่าต่ำที่สุดเสียอีก

เขาถูกจำหน่ายเข้าสังกัดนายหลายต่อหลายคน การพลัดพรากจากครอบครัวไม่จบไม่สิ้นทำเอาเขาลืมไปแล้วว่าพ่อแม่ของตนหน้าตาเป็นอย่างไร มีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาไม่รู้ทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเมื่อทาสอย่างเขาต้องมีลมหายใจอยู่เพื่อภักดีกับนาย

ทว่า...มันจะไม่ใช่เมื่อเขาอายุครบยี่สิบปี

เป็นเกณฑ์อายุที่ทาสอย่างเขาจะขอนายปลดแอกจากความเป็นทาสเพื่อเป็นไทได้

หากแต่ตอนนี้ทวิชมีอายุเพียงสิบเก้า เขาต้องรออีกหนึ่งปีเพื่อให้ถึงวันนั้น

“เอ้า ว่าไงไอ้วิช มึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด รีบบอกไป คุณเขาจะได้เอาไปบอกคุณท่าน”

คุณท่าน...คือสรรพนามเรียกแทนตัวผู้เป็นนายของทาสทุกชีวิตที่นั่งอยู่ตรงนี้ รวมถึงพวกไทที่มาทำงานให้ด้วย ทวิชเหลือบไปมองหน้าชายหนุ่มในชุดสูทที่ทางด้านหลัง รอให้หัวหน้าทาสจดของขวัญวันเกิดที่ทาสที่เกิดในเดือนนี้อย่างเงียบเชียบ โดยปกติแล้วไม่มีนายคนไหนหรอกที่จะมอบของขวัญวันเกิดให้ทาสอย่างนี้ พวกเขาถือคติว่าพวกทาสคือชนชั้นล่างที่ไม่ควรลงไปเกลือกกลั้วหรือใส่ใจ เว้นเสียก็แต่ทาสในสังกัด ‘จันทรานิรันดร์’ ที่มีธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ

ทาสทุกคนมีความสำคัญ เป็นแรงงาน เป็นแขนเป็นขา อีกนัยหนึ่ง การมอบของขวัญให้เช่นนี้ก็คือการซื้อใจเพื่อให้ทาสยอมภักดี ไม่อาจหาญขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

ทวิชยังคงนึกไม่ออกว่าอยากจะได้อะไรเป็นพิเศษในวันเกิดตัวเอง นั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากขบคิดกระทั่งหัวหน้าทาสร้องถามมาอีก

“มึงจะบอกได้หรือยัง หรือของที่มึงอยากได้มีมากจนคิดไม่ตกวะ”

เสียงหัวเราะของบรรดาทาสที่มีวันเกิดในเดือนเดียวกันดังขึ้นขรม แต่ทวิชไม่ได้อยากได้สิ่งของมีค่าใดๆ เลย จึงทำให้เขาเงียบงันอยู่อย่างนี้ เพราะของที่มีค่าสำหรับเขาตอนนี้ก็คือ...

“จะบอกไม่บอก ถ้าไม่บอก กูเอาใบรายชื่อไปให้เขาแล้วนะ”

“คือผม...”

ทวิชหมายจะบอกส่งเดชไปให้เรื่องมันจบๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ ก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นจากไม่ไกล เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเสียงจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพวกไทลากออกมาจากทางด้านหลังของอาคารที่เรียกว่า ‘สังเวียน’

ร่างที่โชกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ใบหน้าบวมปูดและแขนขาที่บิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้บรรดาทาสที่เห็นภาพนั้นพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทาสคนนั้นคืออะไร

ทาสคนนั้น...ขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

การขอปลดแอกแม้จะทำได้เมื่ออายุครบยี่สิบปี แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่ายเพราะพวกนายทั้งหลายถือว่าการขอปลดแอกคือการกบฏ

...กบฏย่อมต้องถูกลงโทษ

หากแต่ไม่ใช่การลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ แต่เป็นการบีบบังคับให้ทาสต้องใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับอิสระที่โหยหา ทั้งหมดนั้นก็เพื่อทำให้พวกทาสไม่กล้าที่จะคิดตีตัวจากไป ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าทาสที่นั่งหน้าสลอนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครสักคนที่กล้าจะเอ่ยปากขอปลดแอก มิหนำซ้ำยังพากันบริภาษทาสผู้น่าสงสารคนนั้นอย่างพร้อมเพรียงอีกด้วย

“อยู่ในสังกัดดีอยู่แล้วแท้ๆ หาเรื่องใส่ตัว คงจะไม่ไหวล่ะสิ”

“ก็แน่ล่ะ ใครมันจะไปไหว นักสู้พวกนั้นไม่ใช่ทาสเหมือนพวกเรา เป็นพวกที่ถูกฝึกมาเพื่อคุมทาส ไม่ตายก็บุญหัวแล้ว”

“แต่มันก็สมควรตาย ตายให้กับความโง่ของมันนั่นแหละ แต่คุณท่านคงไม่ปล่อยให้มันตายหรอก พามันไปรักษาอยู่ดี เนี่ย มีนายที่ไหนบ้างที่แสนดีเหมือนสังกัดนี้ อยู่ดีไม่ว่าดี เจ็บปากตายแบบนี้ก็สมน้ำหน้ามันแล้ว”

ต่างคนต่างก่นด่า ทวิชก้มหน้าลง ครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความเงียบงัน

การเป็นไทต้องแลกด้วยชีวิต...

สิ่งนั้นทำให้เขาหวาดกลัวเสียจนสั่นสะท้าน

แต่...กลิ่นของความอิสระมันช่างหอมหวนเหลือเกิน

ต่อให้ต้องหมดลมหายใจ ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังอยากได้มันมาอยู่ในมือ เขาคิดวกวนอยู่แต่เรื่องนี้ ก่อนที่จะได้สติอีกครั้งเมื่อถูกหัวหน้าทาสถามอีกครั้ง

“ว่าไง ตกลงคิดได้หรือยังว่ามึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด”

ทวิชคิดว่าเขานึกออกแล้ว

“ผม....” พูดพลางสูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะบอกออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากขอปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสครับ”

ตอน 2

คำพูดที่ไม่คาดคิดที่หลุดออกจากปากเด็กหนุ่มเรียกทุกสายตาให้หันไปมองในทันที ไม่เว้นแม้แต่ไทที่รับคำสั่งให้มาถามเรื่องของขวัญวันเกิด

เมื่อครู่นี้...เด็กนั่นพูดว่าอยากขอปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสอย่างนั้นหรือ?

ใช่...ไม่ผิดแน่ เด็กหนุ่มพูดอย่างนั้น แต่ก็ไม่มีใครแน่ใจนักเพราะทวิชไม่ใช่ทาสที่กระด้างกระเดื่อง ออกจะว่านอนสอนง่ายด้วยซ้ำ สั่งให้ทำอะไรอย่างไรก็ทำตามอย่างไม่มีบ่ายเบี่ยง อีกทั้งยังรูปร่างผอมบาง เป็นที่ให้ถูกทาสด้วยกันรังแกเอาเปรียบอยู่ร่ำไป

แต่...จู่ๆ ก็มาประกาศกร้าวว่าอยากจะปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาส

เมื่อคืนนี้นอนน้อยจนหัวสมองเบลอไปหมดแล้วหรือยังไงกันนะ!?

“เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ”

แม้แต่หัวหน้าทาสยังไม่เชื่อหูตัวเองเลยว่าเด็กหนุ่มพูดอะไร ทวิชซึ่งถูกทุกสายตากดดันอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ลังเลว่าจะพูดออกไปอีกครั้งดีหรือไม่ ก่อนจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกตวาด

“กูถามว่ามึงพูดอะไร!”

“ผม...ผม...”

ทวิชตัวสั่นงันงก ขณะที่สีหน้าของหัวหน้าทาสแลดูกราดเกรี้ยว

ไม่โกรธสิแปลก ทวิชเป็นทาสใต้ความดูแลของเขา จู่ๆ ก็มาพูดเรื่องขอปลดแอก ไอ้พวกทาสกบฏพวกนี้ถ้าเกิดคิดทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา เขานี่ล่ะจะจับพลัดจับผลูซวยไปด้วย

แต่ยังไม่ทันที่ทวิชจะได้พูดซ้ำและความเดือดดาลของหัวหน้าทาสจะได้ทวีไปมากกว่านี้ ไทที่ได้รับคำสั่งจากนายมาก็เดินเข้ามาแทรกกลาง ก่อนพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้หัวหน้าทาสหลบไป

“แต่คุณธาม...”

“ไม่เป็นไร ฉันจัดการเอง”

‘คุณธาม’ หรือ ‘ธาม’ เป็นที่รู้กันว่าเป็นคนชนชั้นไทและเป็นลูกน้องคนสนิทของนายแห่งสังกัดจันทรานิรันดร์ อายุอานามไล่เลี่ยกับนายใหญ่ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เมื่อเรียนจบก็มาทำงานด้วย พูดง่ายๆ ก็คือนอกจากเพื่อนแล้วก็ยังเป็นมือขวา และที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อทำหน้าที่ตามคำสั่งนั่นล่ะ

“นายอยากปลดแอกเหรอ”

เป็นคำถามแรกที่หลุดออกจากปากของชายหนุ่ม ทวิชพยักหน้ารับทั้งที่ยังก้มหน้า ธามระบายลมหายใจ เขาไม่รู้จักเด็กคนนี้เป็นการส่วนตัว เคยเห็นหน้าค่าตาบ้างเป็นบางครั้ง แต่เขากลับจำเจ้าของใบหน้านี้ได้แม่นยำทั้งที่ทาสในคฤหาสน์ของจันทรานิรันดร์จะมีหลายร้อยคนก็ตาม นั่นก็เพราะทวิชเป็นทาสที่หน้าตาผิวพรรณดีกว่าทาสคนอื่นๆ ธามเคยเห็นทาสในสังกัดนี้มามากมายหลายหมื่นชีวิต ไม่ว่าจะเขตพื้นที่ไหน ก็ไม่มีใครเลยที่เหมือนกับคนตรงหน้า

เป็นคนหน้าตาดี แล้วก็ยังดูเป็นคนหัวอ่อน ท่าทางเซื่องๆ ไม่สู้คนอย่างนี้ ใครจะไปคิดว่าจะกล้าพูดอะไรบ้าๆ ออกมา

“ปีนี้นายอายุเท่าไร”

พอถูกถาม ทวิชก็เอ่ยเสียงแผ่ว

“สิบเก้าครับ”

เท่านั้นธามก็ขมวดคิ้ว “อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ มาขออะไรบ้าๆ อย่างนี้ทำไม ไม่รู้เหรอว่าการขอปลดแอกจะต้องมีอายุยี่สิบขึ้นไป”

เรื่องนี้ทวิชรู้ แต่ที่เขาพูดน่ะ ก็เพราะ...

“ผมก็แค่อยากขอให้คุณท่านรับปากว่าพอผมอายุถึงเกณฑ์ ท่านจะอนุญาตให้ผมขอปลดแอกตัวเองน่ะครับ”

มองก็รู้เลยว่าที่แท้เด็กหนุ่มก็เป็นห่วงว่าจะไม่ได้รับอนุญาต แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องโง่ๆ อยู่ดี ธามส่ายหน้าพรืด ว่าออกมาแทบจะในทันใด

“เปลี่ยนใจซะ ขอของขวัญอย่างอื่น อย่าขอเรื่องไร้สาระ”

ทวิชเหลือบมองหน้าคนพูด

เรื่องไร้สาระอย่างนั้นเหรอ? เขาอยากได้อิสระ อยากเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง ไม่ตกอยู่ใต้คำสั่งของใคร อยากเป็นไทเหมือนธาม... มันไร้สาระอย่างนั้นเหรอ?

สำหรับทาสมันดูไร้สาระจริงอย่างที่ธามว่า ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังยืนยันหนักแน่น

“แต่ผมอยากจะขอเรื่องนี้จริงๆ ครับ”

“คิดใหม่ ลองคิดดูให้ดีว่าเธอมีอย่างอื่นที่อยากได้นอกจากนี้หรือเปล่า อย่าเสียเวลากับเรื่องแบบนี้”

ธามพยายามโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจ ทว่าทาสที่ใครต่อใครมองว่าหัวอ่อนกลับส่ายหน้าอีกครั้ง

“ผมอยากได้นี่ครับ”

“อยากได้อะไร”

“อิสระ”

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากนั้น แม้แต่ธามเอง เขาไม่ได้เห็นใจหรือเอ็นดูทาสตรงหน้าหรอก ได้แต่มองอย่างเวทนามากกว่า

“เมื่อกี้ไม่เห็นหรือไงว่าจุดจบของทาสที่พยายามจะปลดแอกตัวเองเป็นยังไง”

ธามว่าขึ้น เขาหมายถึงชายหนุ่มที่ถูกหามร่างโชกเลือดออกมาจากสังเวียนเมื่อครู่นี้ ส่วนสังเวียน... มันคือการที่ทาสถูกส่งตัวไปขึ้นสู้กับนักสู้ที่พวกนายใช้เป็นเกมการพนันกับนายสังกัดอื่นๆ โดยมีสิ่งเดิมพันคือจำนวนของทาส แต่เมื่อทาสขึ้นสังเวียน สิ่งที่ทาสใช้เดิมพันนั้นก็คือชีวิต ขณะที่นายใช้อิสระของทาสเป็นตั๋วเบี้ยเดิมพัน

การต่อสู้มีทั้งหมดสิบยก...กับนักสู้สิบคน

กติกามีเพียงอย่างเดียว... ทาสจะต้องชนะนักสู้ทั้งหมด ถ้าไม่ชนะ บาดเจ็บสาหัสหรือตายไประหว่างการต่อสู้ก็จะถือว่าการเดิมพันสิ้นสุดลงทันที

การปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสนั้นไม่ง่าย ไม่มีทาสคนไหนที่มีความเป็นอยู่หลังจากการขอปลดแอก

ไม่ตาย...ก็พิการ ทุกสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้จะหายไปจากอุ้งมือทันทีหากไม่เจียมตน

ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองเป็นทาส และทาสก็ไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีนาย แต่ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังอยากจะอยู่ด้วยตัวเอง อิสระมันชวนให้หลงใหลเกินกว่าเขาจะละทิ้งมันได้โดยง่าย

ทำไมน่ะหรือ?

ก็เพราะชีวิตใต้อำนาจของนายมันไม่ได้ดีสำหรับเขา ต่อให้ได้มาอยู่ในสังกัดจันทรานิรันดร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายที่ใจดีหลังจากถูกจำหน่ายเป็นเดิมพัน เป็นทาสของนายหลายต่อหลายคน เขาก็ยังไม่ไว้ใจนายของที่นี่

ที่ผ่านมากับนายคนก่อนๆ เขาถูกกระทำไม่ต่างจากสัตว์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา รอยแผลเป็นบนตัว ความฟกช้ำทางจิตใจ ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ทำให้เขาไว้ใจคนที่ได้ชื่อว่าเป็นนายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ถ้าต้องยอมเป็นทาสต่อไป แล้วอีกเมื่อไรกันที่เขาจะอยู่อย่างไม่หวาดระแวงได้สักที?

ทวิชเงียบไปครู่ใหญ่ ทำเอาคนตรงหน้าต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“เลิกคิดซะเถอะเรื่องนี้น่ะ ขอในสิ่งที่เป็นไปได้ถ้ายังอยากมีลมหายใจอยู่”

พูดจบก็หมายจะหันหลังกลับไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเด็กหนุ่มไม่ยอมเลิกราง่ายๆ

“แต่ผมอยากจะขอเรื่องนี้จริงๆ นะครับ”

ธามหันมามอง ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงได้ตื๊อนัก ขณะที่ทวิชยกมือขึ้นพนมที่หน้าอก

“ขอร้องล่ะครับคุณธาม ช่วยไปบอกคุณท่านทีว่าของขวัญวันเกิดปีนี้ ผมขอแค่ให้คุณท่านรับปากว่าปีหน้าจะให้ผมปลดแอก เท่านี้ผมก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว”

ไม่เจียมตัว...

ธามอยากจะพูดคำนี้นัก แต่เพื่อไม่ให้เรื่องมันยืดเยื้อ เขาจึงตัดรำคาญด้วยการรับปากไป

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ฉันจะบอกให้”

สิ้นเสียง รอยยิ้มก็ผุดพรายขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่มพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นมา

“ขอบคุณมากครับ”

เด็กหนุ่มกลับเข้าไปนั่งรวมกับกลุ่มทาสแล้ว ธามสูดหายใจเข้าปอดด้วยความระอาก่อนจะเดินจากไป

ขอให้นายรับปากว่าจะให้ปลดแอกเมื่ออายุครบเกณฑ์อย่างนั้นหรือ?

ดูท่าแล้วคงจะอยากมีอายุถึงแค่ยี่สิบเท่านั้นล่ะมั้ง...

ตอน 3

บทที่ 3

ของขวัญวันเกิดจากคุณท่าน...

ทวิชทอดสายตามองกล่องของขวัญที่เป็นเพียงกล่องกระดาษสีพื้นด้วยความผิดหวัง หลังจากถูกหัวหน้าทาสเรียกไปรับแล้วเปิดมันออกมา เขาก็พบว่าสิ่งที่เขาได้เป็นของขวัญวันเกิดคือเสื้อตัวใหม่ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะให้เขาได้ปลดแอกเมื่ออายุครบเกณฑ์อย่างที่เขาหวังไว้

ธามโกหกเขา โกหกว่าจะไปบอกให้ แต่จริงๆ แล้วคำขอของเขาไม่ได้ถูกเขียนลงในรายงานเลยแม้แต่คำเดียว

เสื้อตัวใหม่...ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าต้องเป็นธามที่บอกให้หัวหน้าทาสเขียนลงไปแน่

ทวิชวางเสื้อลงบนฟูกนอนมอซอของตัวเอง สีหน้าและดวงตาฉายแววผิดหวังออกมาอย่างไม่ปกปิด ทำเอาหัวหน้าทาสที่เป็นคนมอบกล่องของขวัญให้เมื่อครู่นี้หัวเราะร่วนเป็นการใหญ่

“ได้เสื้อก็ดีแล้วไอ้วิช”

“แต่ผมไม่อยากได้เสื้อ”

ทวิชยังคงตอบไปตามความจริง ทำให้เขาถูกตบเข้าที่ข้างศีรษะไม่แรงนัก

“ทาสอย่างมึงมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอวะ อย่าเรื่องมาก”

ทวิชลูบศีรษะตัวเองป้อยๆ ใบหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยเจ็บแปลบขึ้นมา ขณะที่อีกฝ่ายเท้าสะเอวว่า

“กูไม่เข้าใจมึงเลยว่าทำไมจะต้องเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับอะไรโง่ๆ ด้วย มึงก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าไอ้โง่นั่นมันเป็นยังไง โน่น ป่านนี้ยังนอนพะงาบๆ หยอดน้ำเกลือไม่ได้สติอยู่เลย ดีนะที่มันเป็นทาสในสังกัดนี้ ถ้าเป็นสังกัดอื่น นายเขาทิ้งให้ตายเป็นหมาข้างถนนแล้ว”

เรื่องนั้นก็จริงอยู่ แต่ทวิชก็อดไม่ได้นี่นาที่จะคิดถึงความอิสระที่ตัวเองโหยหานี่นา ถึงเขาจะโง่ที่ไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ทว่าก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าไม่ควรพูดอะไรออกไปหลังจากนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องถูกหัวหน้าทาสตบอีกแน่

“เลิกคิดฟุ้งซ่านซะ แล้วมาช่วยกูเตรียมข้าวของ คืนพรุ่งนี้คุณท่านจะจัดงานเลี้ยง อย่ามัวขี้เกียจ”

ทวิชลุกขึ้นตามคำสั่ง เขาเตรียมจะไปช่วยทาสผู้ชายคนอื่นๆ ยกโต๊ะเก้าอี้ไปจัดในห้องบอลรูมของคฤหาสน์ ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินออกจากเรือนนอนทาส หัวหน้าทาสก็มาขวางหน้าเขาไว้ ก่อนกดเสียงต่ำพูดให้ได้ยินเพียงสองคน

“แล้วก็อย่าคิดทำเรื่องวุ่นวายเป็นอันขาด ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน”

ที่พูดอย่างนี้เพราะระแวงว่าทวิชจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดล่ะสินะ ก็แน่ล่ะ ขนาดของขวัญที่ร้องขอยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเลย ถูกปฏิเสธอย่างนี้ ถ้าเกิดคิดทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา เดี๋ยวจะพากันซวยไปทั้งบาง

“เข้าใจไหม”

ถูกย้ำถามมาอีกที ทวิชก็พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่หัวหน้าทาสจะเดินออกไป ปล่อยให้เด็กหนุ่มก้าวตามหลัง

ทำเรื่องวุ่นวายหรือ?

เขาไม่ทำหรอก เพราะที่เขาจะทำน่ะ...คือขอของขวัญชิ้นใหม่ก็เท่านั้นเอง

เขาไม่อยากได้เสื้อตัวใหม่ ไม่อยากได้สิ่งของมีค่าอะไรทั้งนั้น เขาขอแค่โอกาส...

...โอกาสที่จะได้รับอิสระ

เพียงเท่านี้ ชีวิตเขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

การได้ไปช่วยจัดโต๊ะเก้าอี้ที่ห้องบอลรูมในคฤหาสน์ เป็นโอกาสให้ทวิชได้สำรวจทางหนีทีไล่และทางเข้าออกในคฤหาสน์แห่งนี้

ใช่... เขากำลังคิดถึงการประจันหน้ากับนายของเขาซึ่งๆ หน้าเพื่อร้องขอในสิ่งที่เขาต้องการ

ไม่มีทาสคนไหนเคยทำแบบนี้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทาสสมควรทำด้วย แต่เพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับอิสระ ทวิชก็รู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรที่จะต้องเสียอีกแล้ว ชีวิตอย่างนั้นหรือ? ถ้าเขาตาย มันก็เท่ากับว่าได้รับอิสระเช่นกัน แต่ถ้าพิการ...อย่างน้อยก็ไม่ต้องรับคำสั่งใครล่ะมั้ง

เป็นความคิดตื้นๆ และโง่มาก ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังคงตั้งใจจะทำสิ่งนั้น โชคเป็นของเขาที่นายใหญ่แห่งสังกัดจันทรานิรันดร์มักจะจัดงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง

คืนพระจันทร์เต็มดวงในวันพรุ่งนี้ตรงกับวันเกิดของทวิชเสียด้วย เขาเลยถือโอกาสคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นการขอของขวัญวันเกิดจากนายก็แล้วกัน

หลังจากที่ทำงานประจำวันตามหน้าที่เสร็จ ทวิชก็หลบออกมาจากวงอาหารเย็นเพราะรู้ดีว่าทุกครั้งที่คฤหาสน์มีการจัดงานเลี้ยง เหล่าทาสและไทมักจะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ดื่มและกินได้มากเท่าที่ใจต้องการเพราะมีอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงถูกส่งต่อมาให้ลิ้มรสไม่อั้น

อันที่จริงก็เป็นช่วงเวลาที่ทวิชชอบที่สุดในการเป็นทาสเหมือนกัน แต่เขาตั้งใจว่าจะไม่เป็นทาสอีกแล้ว ดังนั้นเขาจะพอใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาทาสไม่ได้

เด็กหนุ่มแสร้งว่าป่วย ขอตัวกลับมาพักผ่อนที่เรือนนอน การที่เขาหายตัวไปสักคน ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ทวิชจึงอาศัยโอกาสนี้หลบไปยังคฤหาสน์เพื่อทำตามแผน ทว่าการเข้าไปในคฤหาสน์ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ เหมือนตอนที่มาจัดโต๊ะเก้าอี้ในงาน

เข้าทางข้างหน้าไม่ได้ มีพวกไทที่เป็นลูกน้องของธามยืนเฝ้าระวังความปลอดภัยเต็มไปหมด

จะทำอย่างไรดี? ต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าไปประชิดตัวของนายใหญ่ได้?

เด็กหนุ่มยืนขบคิดอยู่ในมุมมืดของพุ่มไม้ข้างคฤหาสน์พักใหญ่ สายตาสอดส่องไปทั่วว่ามีทางไหนที่สามารถลักลอบเข้าไปได้บ้าง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าที่กำแพงใกล้กับจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่มีช่องลม ไม่รู้ว่าโชคช่วยหรืออย่างไร กิ่งก้านต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นก็โน้มใกล้ราวกับว่าเป็นใจอีกด้วย

ทวิชตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้นั้น ลอดมองไปในช่องลมที่มีตะแกรงกั้น พลันพบว่ามันคือช่องระบายอากาศของห้องน้ำ

ทางสะดวก!

เด็กหนุ่มคิดในใจอย่างลิงโลด ก่อนจะลงมือใช้ไขควงที่พกมาด้วยลงมือไขน็อตเพื่อทำการเปิดทันที ในใจก็ชื่นชมความรอบคอบของตัวเองไปด้วยที่พกไขควงมา มันมีประโยชน์ในสถานการณ์อย่างนี้แหละ!

ด้วยความที่มีร่างกายผอมบาง ทวิชจึงสอดตัวลอดเข้าไปในช่องนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เมื่อทิ้งตัวลงมายืนบนพื้นได้ เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อสายตาปราดไปเห็นร่างของใครบางคนอยู่ในห้องน้ำนั้นด้วย

“เธอเป็นใคร”

น้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าดุดันเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของผู้ชายในชุดสูท ท่าทางน่าเกรงขามนั้นทำเอาทวิชใจสั่นระรัวขึ้นมาทันที

ผู้ชายคนนี้... นายของเขานี่นา!

ถึงกับเข่าอ่อนจนแทบทรุด ใครจะไปคิดกันล่ะว่าคนที่เขาอยากพบหน้าอย่าง ‘เวหา จันทรานิรันดร์’ ทายาทคนเดียวและเป็นนายใหญ่ของสังกัดจันทรานิรันดร์จะมาปรากฏตัวตรงหน้าโดยไม่ได้เตรียมใจมาก่อน

หมายถึง... จริงๆ ก็เตรียมใจนั่นล่ะ แต่นี่มันได้เจอเร็วเกินไป

ทวิชพูดไม่ออก เซไปเกาะอ่างล้างมือ ขณะที่เวหาทอดสายตามองก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือทาสของตัวเองจากจี้บนปลอกคอที่เด็กหนุ่มสวมใส่

ใช่...ปลอกคอ พวกทาสที่มีนายมักจะมีปลอกคอสวม พร้อมกับจี้ที่เป็นสัญลักษณ์ของสังกัดผู้เป็นนาย สำหรับจันทรานิรันดร์แล้ว สัญลักษณ์ของจี้จะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ทาสกว่าครึ่งหนึ่งของอาณาเขตนี้ล้วนแล้วเป็นทาสในสังกัดจันทรานิรันดร์ทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีทาสคนหนึ่งก่อกบฏเสียแล้ว

“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”

น้ำเสียงของเวหานอกจากจะน่าเกรงขามแล้ว ยังเย็นยะเยือกเสียจนคนฟังเสียวสันหลังวาบ ริมฝีปากของทวิชสั่นระริกจนรู้สึกได้ เขาพูดไม่ออกสักคำ ทำให้เวหาพ่นลมหายใจออกมาเต็มแรงด้วยความหงุดหงิด

เขาไม่ได้หงุดหงิดที่ถูกคนมาขัดจังหวะการปล่อยเบาหรือปล่อยหนัก แต่หงุดหงิดเพราะเขาต้องการหลีกความวุ่นวายจากผู้คนด้านนอกมาใช้เวลาอยู่กับตัวเองครู่หนึ่ง แล้วดันมาเจอทาสโง่เง่าโผล่ทะเล่อทะล่าเข้ามาทางช่องระบายอากาศต่างหาก

น่าหงุดหงิดชะมัด!

และก็ดี! ในเมื่อไม่พูด เขาเองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดเหมือนกัน

เวหาไม่แสดงสีหน้าใดก็จริง แต่เขาหงุดหงิดเต็มทีแล้ว พลันก็ถลาเข้ามาคว้าแขนของเด็กหนุ่มไว้มั่น ทวิชยังไม่ทันจะได้ทักท้วงอะไร ประตูห้องน้ำก็ถูกกระชากออก ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกโยนออกไปให้กับไทที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

“จัดการด้วย”

พวกไทที่ยืนรอการกลับมาของผู้เป็นนายตกใจกันไม่น้อยที่เห็นทาสเข้ามาในคฤหาสน์โดยไม่ได้รับอนุญาต แน่ล่ะว่ามันต้องเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของพวกเขาที่ปล่อยให้การรักษาความปลอดภัยหละหลวม แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือทาสคนนี้คุ้นหน้าคุ้นตาธามเป็นอย่างดี

ธามที่เป็นหัวหน้าในการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้มองหน้าเด็กหนุ่มด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะถามเสียงเขียว

“นายมาทำอะไรที่นี่”

“คะ...คือผม...”

ทวิชไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างไรดี ตอนนี้เขาเริ่มประหม่าแล้ว เพราะนอกจากจะอยู่ท่ามกลางพวกไทที่เป็นบอดี้การ์ด เขายังอยู่ท่ามกลางสายตาของเหล่านายที่มองมายังเขาราวกับว่าเป็นตัวประหลาดอีกด้วย

เวหาไม่คิดจะฟังหรอก เห็นอีกฝ่ายอึกๆ อักๆ ก็โบกมือเป็นสัญญาณให้บอดี้การ์ดของตนพาตัวทาสคนนี้ออกไป ทวิชถูกรวบตัวทันที ก่อนที่เขาจะตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ

“ปล่อยผม! ปล่อยนะ!”

“อย่าโวยวายให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้อีก แค่นี้โทษของนายก็หนักหนาพอแล้ว”

ธามที่เดินตามคุมเอ่ยบอก หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทวิชเงียบเสียงลงได้เลย

เรื่องอะไรที่เขาต้องเงียบล่ะ เขาอุตส่าห์เข้ามาที่นี่ได้แล้ว เขาจะต้องทำสิ่งที่เขาตั้งใจให้สำเร็จให้ได้!

“แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณท่าน! คุณท่านครับ! ผมมีเรื่องจะขอร้อง วันนี้เป็นวันเกิดผม! คุณท่าน!”

“เงียบน่า”

ธามว่าเสียงดุ เขาไม่อยากให้บรรยากาศแย่ไปมากกว่านี้ เป็นคนสนิทของนายใหญ่ แค่เห็นหัวคิ้วขมวดมุ่นของเวหาก็รู้แล้วว่ากำลังหงุดหงิดใจเพียงใด เขาไม่ยอมปล่อยให้ทาสเด็กนี่มาสร้างเรื่องกวนใจให้มากไปกว่านี้หรอก

แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการณ์ เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนของเด็กหนุ่ม เวหาที่หันหลังจะเดินไปอีกทางก็ชะงัก หันมามองเจ้าของเสียงที่กำลังถูกลากออกไปนอกคฤหาสน์ทั้งที่ปากยังร้องบอกไม่เลิก

“วันนี้เป็นวันเกิดผมครับ! ผมมาขอของขวัญวันเกิด!”

เวหานิ่งงันทันที ส่วนธามก็ตีหน้าโกรธขึ้ง

“ของขวัญวันเกิดอะไร ฉันก็ให้หัวหน้าทาสเอาไปให้แล้วนี่”

ก็ใช่ แต่มันไม่ใช่ของที่เขาร้องขอนี่นา!

“รีบเอาตัวออกไป เร็ว!”

ธามไม่สนใจแล้ว ร้องบอกให้บอดี้การ์ดรีบพาตัวไปให้พ้นก่อนที่เจ้านายของเขาจะเสียหน้าไปมากกว่านี้ ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเวหาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับโบกมือขึ้นอีกครั้ง

บรรดาชายฉกรรจ์หยุดฉุดลากเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ รอให้ผู้เป็นนายได้ไต่ถามในสิ่งที่อยากรู้

“เธอว่าที่บุกเข้ามาในคฤหาสน์เป็นเพราะอยากจะขอของขวัญจากฉันงั้นเหรอ”

ทวิชพยักหน้าให้อีกฝ่ายได้ถามต่อ

“ของขวัญเดิมที่ถูกส่งไปให้ไม่ใช่สิ่งที่นายอยากได้หรือไง”

ทวิชพยักหน้าไปอีก เวหาพอจะเดาได้ทันทีว่าคำขอของเด็กหนุ่มคงจะเป็นที่น่ารำคาญใจมากเป็นแน่ ลูกน้องคนสนิทของเขาจึงไม่ยอมแจ้งให้เขารู้ เปลี่ยนคำขอด้วยตัวเองจนทาสตรงหน้าต้องมาเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองขอไป

“แล้วเธออยากได้อะไร”

ตอนนี้เวหาโบกมืออีกครั้งเป็นเชิงให้ปล่อยตัวทวิช แล้วสั่งให้บอดี้การ์ดถอยออกไปยืนห่างๆ เพราะเขาจะจัดการเอง ธามเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ก็จำใจถอยออกมาโดยดี ปล่อยให้นายใหญ่ได้สะสางปัญหา ส่วนเขาก็คอยเก็บกวาดในภายหลัง ขณะที่ทวิชซึ่งไม่เคยเห็นหน้านายของตัวเองใกล้ๆ สักครั้ง เมื่อต้องมาประจันหน้าอย่างนี้ เด็กหนุ่มก็สั่นเทาไปทั้งร่าง ความตั้งใจที่มีอยู่ตอนแรกมลายหายไปสิ้น

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WCJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WCJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ลูน่าผู้ถูกอัลฟ่าปฏิเสธ — อุ้มท้องลูกของศัตรูเขา
ลูน่าผู้ถูกอัลฟ่าปฏิเสธ — อุ้มท้องลูกของศัตรูเขา
เมื่อคีริน อัลฟ่าคู่แท้เห็นเธอเป็นแค่ตัวแทนของคนอื่น บังคับให้รับสมอ้างท้องแทนเพื่อปกป้องหญิงอื่น และสั่งให้ทำแท้งอย่างเลือดเย็นจนเธอต้องสูญเสียลูกไปท่ามกลางความทรมาน ลูน่าผู้บอบช้ำจึงส่งเสียงหอนเรียกราชวงศ์เขี้ยวขาว ครอบครัวที่แท้จริงให้มารับเจ้าหญิงคนนี้กลับไปทวงแค้น อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นได้แล้ว
9.7
55 ตอน
หลิวซือเย่
หลิวซือเย่
เมื่อโศกนาฏกรรมพรากชีวิตเธอและสามีไปพร้อมลูกในท้อง หลิวซือเย่จึงได้โอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นิยายรักย้อนเวลาเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับการต่อสู้เพื่อปกป้องครอบครัวจากแม่เลี้ยงใจโฉด เธอสาบานว่าจะพาสามีหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และไม่ยอมสูญเสียคนรักไปเป็นครั้งที่สอง อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.4
56 ตอน
ซุปตาร์พลาดรัก
ซุปตาร์พลาดรัก
เมื่อซุปตาร์หนุ่มสุดฮอตผู้ตั้งกฎเหล็กว่าจะไม่ยอมตกหลุมรักใครเพื่อรักษาชื่อเสียงในวงการบันเทิง กลับต้องมาเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่สั่นคลอนหัวใจอย่างคาดไม่ถึง อ่านนิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความกดดันและเสน่ห์ชวนฝันได้แล้ววันนี้
7.9
90 ตอน
หมอลำซัมเมอรฺ์
หมอลำซัมเมอรฺ์
เมื่อสาวลูกครึ่งอย่างเดือนพิลาสต้องกลายมาเป็นนักร้องหมอลำจำเป็นในนามเดือนเด่น แดนดาว แห่งวงพิณเพลิน ท่ามกลางเสียงเพลงและตำนานส้มตำสุดแซ่บ เธอต้องพิสูจน์ฝีมือด้วยลูกคอสามชั้นสุดไพเราะ พร้อมเผชิญหน้ากับเรื่องราวของหัวใจในนิยายรักร่วมสมัยสุดอลเวงที่จะทำให้คุณฟินจนหยุดอ่านไม่ได้
8.7
69 ตอน
จอมใจมาเฟีย [ Mafia’s Beloved ] SET : Romance Of Mafia 5th
จอมใจมาเฟีย [ Mafia’s Beloved ] SET : Romance Of Mafia 5th
เมื่อคำบอกรักในอดีตกลายเป็นเพียงคำเย้ยหยัน น้ำใสจึงต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของเอ็ดเวิร์ด นิยายมาเฟียแนวรักอันตรายสุดเร่าร้อนที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่เกมรักที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และรสชาติแปลกใหม่ที่เขาจะปรนเปรอให้เธอคนเดียวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.2
50 ตอน
พระจันทร์ร่ายรัก
พระจันทร์ร่ายรัก
เมื่อพิมพ์อัปสรกล้าปฏิเสธ 'พระจันทร์' นักธุรกิจอสังหาฯ ผู้ทรงอิทธิพล ความปรารถนาจึงกลายเป็นเพลิงแค้นในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อน เขาตราหน้าว่าเธอทำร้ายน้องสาวของเขา และพร้อมมอบบทลงโทษแสนป่าเถื่อนที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือน อ่านนิยายรักสายดาร์กสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและแรงอารมณ์ได้แล้ววันนี้
8.9
47 ตอน