ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

แกรนด์รอสเซลโฮเต็ล นาโปลี อิตาลี

ร่างสูงในชุดสูทราคาแพงสีน้ำตาลทอดสายตามองผ่านกระจกบานใหญ่จากชั้นบนสุดของโรงแรม ใบหน้าคมเข้มหลับตาลงเบาๆ คล้ายกับจะผ่อนคลายความตึงเครียดในหัวสมอง เขาเพิ่งจัดการกับเอกสารกองโตเสร็จสิ้นไปไม่กี่นาทีนี้ ลุกจากโต๊ะทำงานมานั่งชมวิวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าและคิดอะไรเรื่อยเปื่อย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าควรจะจัดการกับมันอย่างไรดี โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงคำพูดที่ดังก้องอยู่ในหัวสมองเวลานี้

'คืนก่อนที่แม่จะไปพบหลวงตา แม่ฝันร้าย มันน่ากลัวมากเลยจ้ะ'

'หลวงตาบอกว่าลูกของแม่กำลังมีเคราะห์ ควรจะหาทางผ่อนหนักเป็นเบา'

'หลวงตาบอกว่าคนที่จะมาช่วยแบ่งเบาเคราะห์ให้ลูกก็คือ คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตจ้ะ แม่ก็เลยอยากให้ลูกแต่งงาน'

'แต่งงาน!'

เขาถอนหายใจออกมาดังๆ โดยไม่ลืมตา ตั้งแต่ที่ได้ยินคำว่าแต่งงานจากปากของมารดาสุดที่รัก อัลเฟรโด้ รอสเซลลินีก็แทบไม่ได้ย่างกรายกลับไปเยี่ยมบุพพการีอย่างที่เคยทำเป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้ว เหตุผลน่ะเหรอ ร้อยแปดข้ออ้างที่จะคิดขึ้นมาอ้างได้ ยามที่มารดาหรือใครโทรศัพท์มาตามตัวให้กลับไปที่คฤหาสน์รอสเซลลินี

ไม่ใช่ว่าไม่คิดถึงครอบครัวแต่อัลเฟรโด้ก็มั่นใจว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นใครก็คงต้องใช้วิธีนี้เช่นเดียวกันแน่ หาความวุ่นวายในภาระความรับผิดชอบมาเป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องการแต่งงาน ยิ่งนานเท่าไรยิ่งดี ยิ่งถ่วงเวลานานมากเท่าไรที่พอจะทำได้ก็ควรทำ เพื่อให้มารดาสุดที่รักยอมตัดประเด็นเรื่องนี้ทิ้งไปซะ หรือถ้าให้ดีไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกต่อไปเลยจะดีมาก

การอ้างเอางานมาบังหน้า ด้วยหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการใหญ่ของครอบครัว ต้องบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแกรนด์รอสเซลโฮเต็ลที่มีสาขามามายทั่วโลก คงไม่แปลกที่อัลเฟรโด้จะเดินทางไปในที่ต่างๆ บ่อยขึ้น เพื่อดูแลธุรกิจสำคัญที่มีมาตั้งแต่รุ่นของซัลวิโอ รอสเซลลินีบิดาบังเกิดเกล้า

มันน่าจะได้ผล และเขาคิดจะใช้วิธีนี้เป็นข้ออ้างที่จะทำให้เรื่องการแต่งงานเกิดขึ้นช้าที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลยได้ยิ่งดี ตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าพี่น้องคนไหนจะลงเอยกับใครเมื่อไร หรือจะมีใครถูกจับคู่แต่งงานคลุมถุงชนอย่างที่คิดไว้แต่แรก ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสทองสำหรัลอัลเฟรโด้ ที่จะใช้เรื่องงานที่รัดตัวอยู่ให้เป็นประโยชน์

เขาจะไม่มีวันเข้าสู่วงจรบ้าๆ ของมารดาเด็ดขาด การแต่งงานเพื่อแก้ไขดวงชะตาเป็นเรื่องล้อเล่น มันก็แค่ฝันร้ายและคงเป็นฝันที่น่ากลัวไปหน่อย นางอนงค์รัตน์ถึงได้ต้องปรึกษากับผู้ที่นับถือ จนกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่นางสิงห์แห่งรอสเซลลินีหมายมั่นที่จะจัดการกับลูกๆ ของตน

ไม่ได้การแล้ว เขาต้องรีบทำให้ตารางชีวิตตัวเองยุ่งเหยิง ต้องรีบคิดโปรเจคใหม่ๆ เพื่อเป็นการพัฒนารายได้ของโรงแรม ต้องตรวจดูว่าสาขาที่ไหนมีรายได้ที่ไม่กระเตื้องขึ้นจนน่าตกใจ ซึ่งถึงแม้ว่าเรื่องจริงจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่อัลเฟรโด้ก็มีวิธีที่จะทำให้มันดูคล้ายว่าจะมีปัญหา เพื่อหาข้ออ้างในการเดินทางได้ และมันต้องเริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

เมื่อสรุปลงตัวได้ว่า จะใช้การทำงานที่รัดตัวมาเป็นข้ออ้างให้กลับบ้านน้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงพูดเรื่องการแต่งงานที่ไร้สาระ คนที่จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมทั้งปิดปากให้สนิทว่านี่คือข้ออ้างก็คือผู้ช่วยคนสนิทของท่านประธานหนุ่ม คริสเตียน อบาเต้

ประตูห้องทำงานเปิดขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสีดำเข้มก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเร่งรีบ อัลเฟรโด้ลืมตามองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วคริสเตียนไม่เคยมีท่าทีลุกลี้ลุกรนเช่นนี้มาก่อน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรและเมื่อเห็นหน้าผู้ช่วยคนสนิทที่เข้ามาในจังหวะที่ถูกต้องแล้ว จึงรีบเอ่ยปากสั่งให้ไปเตรียมการในเรื่องเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้

"นายมาก็ดีแล้วคริสเตียน ฉันมีเรื่องจะให้นายไปจัดการอยู่พอดี"

"เมื่อครู่มาดามโทรศัพท์มาหาครับ ถามว่าเรื่องที่จะนัดไปเยี่ยมคุณโซเฟีย คุณอัลเฟรโด้จะว่าอย่างไร" คริสเตียนรีบรายงานเรื่องสำคัญให้เจ้านายรู้ก่อนเป็นอันดับแรก

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้อัลเฟรโด้สั่งให้เขาเป็นผู้รับสายโทรศัพท์ของมารดา และสั่งให้พูดเพียงประโยคเดียวสั้นๆ นั่นก็คือ

'คุณอัลเฟรโด้ติดประชุมยุ่งอยู่ครับ ผมจะเรียนให้ทราบและให้โทรกลับไปหามาดามอีกทีนะครับ'

สองสามวันแรกนางอนงค์รัตน์ดูเหมือนว่าจะไม่ว่าอะไรกับคำตอบที่คริสเตียนแจ้งทุกครั้งที่โทรศัพท์มา แต่พอมาวันนี้นางกลับไม่ฟังสิ่งที่เขาบอกเหมือนทุกครั้ง ซ้ำยังออกคำสั่งให้ถือกลับมาบอกเจ้านายสุดที่รักว่า

'บอกอัลด้วยนะจ้ะคริสเตียนว่าแม่คนนี้รออยู่ และอยากจะชวนลูกชายสุดที่รักไปเยี่ยมหนูโซเฟียด้วยกัน หวังว่าอัลคงไม่ทำให้แม่คนนี้ต้องรอเก้อนะ เธอก็ช่วยจัดตารางเวลาให้เจ้านายว่างสักสองสามชั่วโมงก็ได้นะจ้ะ คริสเตียน'

แน่นอนว่าคริสเตียนต้องรีบนำคำสั่งแกมบังคับของนายหญิงมาแจ้งให้เจ้านายรู้ และก็คงเป็นเขาอีกที่จะต้องนำคำตอบจากปากอัลเฟรโด้ ไปบอกให้นางอนงค์รัตน์ทราบว่าอัลเฟรโด้จะว่าอย่างไร

แต่ที่คริสเตียนสังหรณ์ใจก็คือ ถ้าเจ้านายสุดหล่อไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง รับรองได้ว่านางสิงห์แห่งรอสเซลลินีต้องเยื้องกรายมาที่นี่แน่ และเมื่อถึงตอนนั้นเขาคงไม่อาจเป็นหนังหน้าไฟช่วยได้แน่

"บอกแม่ไปว่าฉันยังไม่ว่าง อ้อ วันนี้เรียกประชุมหัวหน้าแผนกของโรงแรมทุกฝ่ายให้ด้วย แล้วตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจัดตารางนัดประชุมกับหัวหน้าแผนกทุกสาขาของเราทั้งหมด เอาวันละสองหรือสามสาขาก็ได้ บอกหัวข้อไปว่าฉันต้องการรู้เป้าหมายกำไรในไตรมาสหน้า แล้วก็ทิศทางที่แต่ละสาขาจะเพิ่มรายได้เพื่อให้ได้ตามเป้า"

"เรื่องนี้เพิ่งจะส่งนโยบายไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่ครับ แล้วคุณอัลเฟรโด้ก็ยังบอกเองว่าพร้อมเมื่อไรให้นำกลับมารายงานให้ทราบ" คริสเตียนงงกับคำสั่งใหม่

เขาจำได้ว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนท่านประธานหนุ่มเพิ่งมีนโยบายที่จะปรับปรุงโรงแรมในแต่ละสาขา และแจกนโยบายการทำงานไปหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือเป้าหมายการเพิ่มผลกำไรในไตรมาสหน้า และให้แต่ละสาขาแจ้งมาว่าในท้องที่ของตนเองมีอะไรที่ต้องการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติม เพื่อให้ทันสมัยหรือสามารถรองรับความต้องการของแขกที่มาพักให้ได้รับความพอใจสูงสุด สมกับสโลแกนที่ว่า แกรนด์รอสเซลคือที่หนึ่งในใจคุณ

แต่มาวันนี้เขากลับได้รับคำสั่งใหม่ ที่ดูเหมือนว่าจะทำให้ชีวิตของท่านประธานหนุ่มแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก สิบแปดชั่วโมงต่อวันที่อัลเฟรโด้ทุ่มเทเวลาให้กับงาน และงาน และงานมากกว่าอะไรทั้งหมด เวลาพักผ่อนของเจ้านายกำลังจะถูกลิดรอนด้วยโปรเจคใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า

"นายก็ถามไปว่ามีที่ไหนพร้อมจะกลับมารายงานแล้วบ้าง ถ้ายังไม่มีก็ตั้งขึ้นมาเลยว่าใครต้องรายงานวันไหน"

อัลเฟรโด้มั่นใจว่าเรื่องนี้คริสเตียนจัดการได้แน่อยู่แล้ว แค่นี้ก็จะทำให้ตารางเวลาชีวิตของเขาเต็มแน่นเอี๊ยดด้วยเรื่องงาน จนไม่มีเวลาจะกลับบ้านแน่ อย่างน้อยก็ภายในสามเดือนนี้

"ครับ ผมจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้" คริสเตียนรับคำสั่งอย่างแข็งขันและเตรียมจะออกไปแจ้งข่าวนี้แก่คนอื่นต่อไป

"เดี๋ยว แล้วเรื่องที่ให้ไปสืบตกลงไปถึงไหนแล้ว" อัลเฟรโด้นึกได้ว่ามีอีกอย่างหนึ่งที่สั่งให้คริสเตียนไปจัดการ

"ได้เรื่องแล้วครับ แต่ว่า เอ่อ คือ" ผู้ช่วยคนสนิทอ้ำอึ้งก้มหน้าไม่กล้าพูดต่อ

ตอน 2

"แต่ว่าอะไร หรือว่าทางโน้นหาสปอร์นเซอร์ที่จ่ายหนักได้มากกว่าเรา"

งานอีกชิ้นที่อัลเฟรโด้ตั้งใจว่าจะมาช่วยให้ชีวิตของตนวุ่นวายมากขึ้นไปอีก นั่นก็คือการเข้าไปซื้อทีมฟุตบอลสโมสรหนึ่งมาบริหาร ซึ่งกีฬาชนิดนี้เป็นความชื่นชอบส่วนตัวของเขา และใฝ่ฝันมาโดยตลอดว่าจะเป็นผู้บริหารทีมฟุตบอลที่คว้าชัยในการแข่งขันระดับประเทศให้ได้

"ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ ทางสโมสรยินดีมากที่คุณอัลเฟรโด้จะเข้าไปสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ว่า เอ่อ..." คริสเตียนก้มหน้าอีกแล้ว

"มีอะไรก็ว่ามา อย่าอ้ำอึ้ง"

"เพียงแต่ว่ามาดามสั่งระงับโปรเจคนี้ ถ้าคุณอัลเฟรโด้ไม่ตอบตกลงให้แน่ชัดว่าจะไปพบคุณโซเฟียวันไหนครับ"

"อะไรนะ" อัลเฟรโด้อุทานด้วยความตกใจเมื่อได้ยินว่า โปรเจคใหม่ของตนถูกมารดาบังเกิดเกล้าระงับคำสั่ง ให้ตายเหอะ แม่นะแม่ รู้เรื่องนี้เข้าให้จนได้

ในหัวสมองของอัลเฟรโด้คิดวางแผนทันที เขารู้ทันเกมที่นางอนงค์รัตน์กำลังกระทำว่ามาจากสาเหตุใด มารดาสุดที่รักรู้เรื่องที่ใช้เงินส่วนตัวซื้อทีมฟุตบอลมาบริหาร ซ้ำยังมาเหนือเมฆกว่าด้วยการใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการทำตามประสงค์ด้วย เห็นทีว่าจะต้องรีบจัดการอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตจะถูกนางสิงห์แห่งรอสเซลลินียึดครองหมด

"นอกจากนี้ มาดามยังบอกอีกว่ากำลังจะเดินทางมาที่นี่ และสั่งให้คุณอัลเฟรโด้ห้ามไปไหน ให้อยู่รอเจอก่อนถ้าหากว่ายังอยากเป็นประธานสโมสรทีมฟุตบอลเนเปิ้ลอยู่"

"อะไรนะ" อัลเฟรโด้ตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง

นี่เขาคิดช้าไปหรือนี่ หรือว่ามารดาตลบหลังกลับได้เร็วกว่ากันแน่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่อัลเฟรโด้ต้องคิดอีกต่อไปแล้ว เพราะเวลานี้นางสิงห์แห่งรอสเซลลินีปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องทำงานของท่านประธานหนุ่มเรียบร้อยแล้ว และเมื่อบอร์ดี้การ์ดที่อยู่หน้าห้องเปิดประตูให้นางก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแสนหวาน ที่ทำให้อัลเฟรโด้เย็นวาบไปทั่วแผ่นหลังด้วยความตกใจ

"ว่าไงจ้ะ ท่านประธานแกรนด์รอสเซล คุณอัลเฟรโด้ รอสเซลลินี"

"แม่"

หญิงวัยกลางคนซึ่งยังคงเค้าความงามไม่เปลี่ยนแปลง คือสุภาพสตรีเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่กุมหัวใจของอัลเฟรโด้ และกุมหัวใจของทุกคนในตระกูลรอสเซลลินีไว้ทั้งหมด ตระกูลมาเฟียอันดับหนึ่งแห่งเมืองนาโปลี ซึ่งทรงอิทธิพลและเป็นที่เกรงขามของทุกคนมาอย่างยาวนาน ใครจะรู้บ้างว่าเบื้องหลังแล้วสตรีนางนี้คือผู้ชี้เป็นชี้ตายของทุกคนในครอบครัว

ธุรกิจที่ครอบครัวรอสเซลลินีครอบครองเจริญก้าวหน้า และมีผลกำไรมหาศาล ถึงแม้ว่าจะก้าวขึ้นมาผงาดในฐานะมาเฟียก็ตามแต่ แต่มาเฟียตระกูลนี้ยึดถือความซื่อสัตย์และจริงใจในการทำธุรกิจ จึงเป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากผู้คนมากหน้าหลายตา ที่สำคัญธุรกิจของพวกเขาคือสีขาวที่ถูกต้องการกฎหมายและศีลธรรม นอกจากนี้ในบางโอกาสยังคืนกำไรสู่สังคมอีกด้วย

"แม่จะมาทำไมไม่บอกผมก่อนล่วงหน้า ผมจะได้..." อัลเฟรโด้รีบลุกขึ้นไปรับหน้านางสิงห์แห่งรอสเซลลินีที่เพิ่งเดินทางมาถึง การปรากฎตัวของมารดาไม่ใช่เรื่องปกติแต่และเขาก็พอจะเดาสาเหตุที่ทำให้นางอนงค์รัตน์ต้องมาด้วยตัวเองได้ไม่ยาก

"จะได้หนีแม่ไปตรวจงานที่อื่นใช่ไหมจ้ะ" อนงค์รัตน์ยิ้มหวานดักทางหนีทีไล่ของลูกชายสุดที่รักไว้ได้ โดยที่เจ้าตัวทำได้แค่ยิ้มหวานประจบแล้วก้มลงหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ แล้วประคองนางไปนั่งลงที่โซฟามุมห้อง ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของเมืองได้

"มาเหนื่อยๆ อยากดื่มอะไรไหมครับ วันนี้เรามีน้ำผลไม้สูตรพิเศษที่กำลังเป็นที่นิยมของแขกที่มาพัก แม่จะรับสักแก้วไหมครับ"

เขารู้ แค่เห็นสายตาที่จ้องมองมาด้วยความรักของนางอนงค์รัตน์แล้ว อัลเฟรโด้ก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที นี่พี่ชายและน้องสาวของเขาอยู่ที่ไหนกันบ้าง และมีใครที่มารดาสุดที่รักแวะเวียนไปหาบ้างแล้วหรือเปล่า หรือมีใครที่ยอมทำตามใจแม่บังเกิดเกล้าแล้วบ้าง

ไม่ต้องถามอัลเฟรโด้ก็พอเดาได้ไม่ยากว่า นาทีนี้คงไม่มีใครกลับบ้าน จูเซปเป้ รอสเซลลินี พี่ชายสุดที่รักก็คงวุ่นวายอยู่กับการดูแลกิจการเรือเดินสมุทรทุกประเภทจนไม่มีเวลากลับบ้าน ส่วนน้องสาวคนเล็กสุดรายนั้นยิ่งไม่ต้องพูด ลอร่าเป็นสาวน้อยอ่อนหวานน่าเอ็นดูที่ใครอยู่ใกล้ต่างก็พากันหลงรัก แต่รับรองว่าเรื่องนี้เธอจะเป็นคนสุดท้ายที่ถูกมารดาจับคู่ และก็ไม่ต้องสงสัยอีกว่า ทายาทสาวคนสุดท้ายจะไม่มีวันยอมให้เกิดการคลุมถุงชนง่ายๆ แน่

ส่วนเขาน่ะเหรอ อัลเฟรโด้เริ่มรู้ตัวแล้วว่าคิดช้าเกินไป เพราะมัวแต่วุ่นวายกับงานในโรงแรมจนแทบไม่มีสมองคิดเรื่องอื่น นอกจากนั้นก็เรื่องกิจการใหม่ที่มาจากความชอบส่วนตัว ถึงความสนใจและเวลาที่เหลือจากงานโรงแรมไปจนหมดสิ้น เรียกว่าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท และเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรคิดหาทางหลบหลีกป้องกันตัวเองให้พ้นจากความปรารถนาที่เป็นไปไม่ได้ของมารดาเสีย แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสายไปจริงๆ

"อัลจ๋า ลูกรู้ใช่ไหมว่าแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย นับตั้งแต่วันรู้ว่าลูกของแม่กำลังมีเคราะห์ ลูกรู้ไหม แม่กลัวมากแค่ไหน กลัวว่าลูกของแม่จะโชคร้าย กลัวทุกอย่าง กลัวว่าครอบครัวเรา..." นางอนงค์รัตน์เริ่มเรื่องสำคัญอย่างไม่รีรอ

นางปล่อยให้ลูกทุกคนได้มีเวลาไปครุ่นคิดถึงเรื่องที่บอกไป และผลตอบรับที่ได้ก็คือการหายหน้าไปอย่างพร้อมเพรียงกันของทุกคน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เรื่องนี้เนิ่นนานจนแก้ไขอะไรไม่ได้ และเพื่อไม่ให้ลูกคนใดคนหนึ่งต้องถูกเคราะห์ร้ายนี้แผ้วพาน นางจึงตัดสินใจแล้วว่าจะต้องกางปีกปกป้องลูกๆ ทุกคนให้รอดพ้นจากโชคร้ายครั้งนี้

ด้วยวิธีที่เชื่อว่าจะสามารถผ่านเคราะห์และสิ่งไม่ดีคราวนี้ไปได้ด้วยการแต่งงาน และคนแรกที่นางสิงห์แห่งรอสเซลลินีหมายมั่นปั้นมือที่จะทำให้เข้ารูปเข้ารอยโดยเร็ว ก็คือลูกชายคนเล็กที่ดูจะพูดง่ายและเชื่อฟังแม่มากที่สุดคนนี้

"เชื่อผมซิว่าเราทุกคนจะต้องปลอดภัย แม่เป็นคนสอนเองไม่ใช่เหรอว่าทำดีก็ต้องได้ดี ทุกวันนี้ครอบครัวเราไม่ได้ทำอะไรในทางเสื่อมเสียหรือทำให้ใครเดือดร้อนไม่ใช่เหรอครับ ผมว่าแม่ทำใจให้สบายและยิ้มหวานๆ ให้พวกเราเห็นบ่อยๆ จะดีกว่า" อัลเฟรโด้ปลอบขวัญมารดาด้วยน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยน

"แต่ว่าอัลจ้ะ แม่กลัวจริงๆนะ" สีหน้านางอนงค์รัตน์หวั่นวิตกกัลเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด

แม้สิ่งที่อัลเฟรโด้พูดจะเป็นเรื่องจริงแค่ไหน ว่าครอบครัวของนางไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครหน้าไหนต้องทุกข์ใจ และเชื่อในเรื่องการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วมาโดยตลอดก็ตามแต่ กระนั้นนางก็อดที่จะคิดคำนึงถึงฝันร้ายและคำทำนายที่เป็นทางออกเพื่อให้เกิดความสบายใจนั้นไม่ได้

ถ้าฝันร้ายไม่ใช่เรื่องจริง ไม่มีลูกคนใดที่จะมีเรื่องร้ายแรงในชีวิต จะว่าไปการแต่งงานก็เป็นสิ่งที่สมควรแก่เวลาแล้วไม่ใช่หรือ ในเมื่อทุกคนมีหน้าที่การงานมั่นคงและรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี ก็เหมาะสมที่จะสร้างครอบครัวกับผู้หญิงดีๆ สักคนเพื่อมีหลานน้อยๆ มาให้นางและสามีได้ชื่นใจ

จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ช่างเถอะ นางอนงค์รัตน์คิดเพียงแค่ว่า การแต่งงานจะทำให้ลูกๆ พ้นเคราะห์ และสิ่งที่ได้เป็นของแถมนั่นก็คือศรีสะใภ้และเขยขวัญที่น่ารัก รวมไปถึงชีวิตน้อยๆ ที่จะลืมตามาดูโลกในอีกไม่ช้า

ตอน 3

"หลวงตาไม่เคยทำนายอะไรพลาด ลูกจำได้ไหมตอนที่ลูกห้าขวบแม่กับพ่อพาลูกไปกราบหลวงตาครั้งแรก ท่านบอกมาว่าลูกจะมีน้องซึ่งตอนนั้นพ่อกับแม่ยังคิดกันอยู่เลยว่า หรือเราจะรับเด็กมาอุปการะสักคนเพื่อให้ลูกมีเพื่อน แต่สุดท้ายลอร่าก็กลายมาเป็นน้องสุดท้องของบ้านเรา" นางอนงค์รัตน์เท้าความในอดีต และเอ่ยต่อไปอีกว่า

"แล้วยังจะเรื่องของจูเซปเป้อีก ลูกรู้ไหมใจแม่แทบจะขาดเมื่อรู้ข่าวว่าลูกชายตัวเองถูกลอบทำร้าย คำทำนายของหลางตาไม่เคยพลาด แล้วแบบนี้จะให้แม่วางใจนอนหลับได้อย่างไร"

"แต่ว่าแม่ครับ เรื่องพี่เซปเป้เกิดจากความเข้าใจผิด อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นก็ยืนยันว่าเข้าใจผิด ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด" ท่านประธานหนุ่มปลอบใจ

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่พี่ชายคนโตของบ้าน ขอใช้สถานที่ในโรงแรมเรียกประชุมทีมงานทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหาร เพื่อให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน

ในระหว่างพักเกิดความเข้าใจผิดระหว่างจูเซปเป้กับแขกสาวชาวไทยที่เข้าพักที่โรงแรม เป็นเหตุให้พี่ชายสุดที่รักถูกสาวเจ้าที่เพิ่งเห็นหน้าเป็นครั้งแรก ฝากรอยไว้ด้วยกำปั้นหมัดหนักเข้าให้ที่เบ้าตา และเกือบเป็นเรื่องราวใหญ่โตดีที่จูเซปเป้จัดการอธิบายความจริงจนแม่สาวคนนั้นยอมเลิกรา

แต่นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ย้ำความกังวลใจของมารดามากขึ้นไปอีกว่า ลูกๆ ทุกคนของนางกำลังมีเคราะห์ และจะผ่านเคราะห์นี้ไปได้ด้วยการแต่งงานเพียงเท่านั้น

อัลเฟรโด้รู้ดีว่ามารดาเคารพพระภิกษุนามว่าหลวงตาคงมากแค่ไหน ทุกคนในครอบครัวล้วนเคยพบและประสบมาด้วยตนเองกับคำทำนายที่ขอเรียกว่า ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ เพียงแต่ว่าครั้งนี้มันออกจะสร้างความลำบากใจให้กับทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

"อัลจ้ะ ถือว่าแม่ขอร้องได้ไหม ทำเพื่อแม่สักครั้งได้ไหมลูก" อนงค์รัตน์ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของบุตรชาย แล้วเอ่ยต่อไปว่า

"แม่รักลูกทุกคนยิ่งกว่าชีวิต แม่คงอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเกิดเรื่องร้าย อัลเชื่อแม่สักครั้งได้ไหม เห็นแก่แม่คนนี้แม่ที่ไม่อาจทนเห็นลูกของตนต้องพบเคราะห์ร้าย แม่ไม่อยากเห็นใครต้อง..." น้ำเสียงมารดาสั่นเครือเล็กน้อย จนอัลเฟรโด้ต้องรีบเอื้อมมือมากุมมือของนางไว้เพื่อปลอบประโลมใจ

"แม่ครับ" อัลเฟรโด้พูดไม่ออก ยิ่งเห็นมารดาน้ำตาคลอเบ้าสีหน้าซีดเซียวแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย ความทุกข์ของแม่ที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาทุกข์ใจไม่แพ้กัน

"แม่ทำใจให้สบายดีกว่า ยิ้มหวานๆ ให้ผมดูหน่อยนะครับ" ลูกชายสุดหล่อส่งเสียงออดอ้อน

"แม่ยิ้มไม่ออกจ้ะ" นางอนงค์รัตน์ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม

"ทำเพื่อแม่ไม่ได้สักครั้งเหรอ อัล"

"แม่ครับ เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ อีกอย่างตอนนี้ผมไม่ได้คบใครเป็นจริงเป็นจริงทั้งนั้น แล้วถ้าพูดเรื่องแต่งงานมันก็คงเป็นไปไม่ได้" ท่านประธานหนุ่มตัดสินใจพูดตามความจริง

ใครๆ ก็รู้ว่าอัลเฟรโด้หวงความโสดแค่ไหน ในบรรดาพี่น้องของตระกูลรอสเซลลินี เขานี่แหล่ะที่เป็นข่าวเรื่องผู้หญิงน้อยที่สุด หรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้จนครั้งหนึ่งเคยเกือบทำให้พี่ชายคนโตต้องพิสูจน์แล้วว่า น้องชายสุดที่รักเป็นอะไรกันแน่

ผู้หญิงสวยใครจะไม่ชอบ สเปคเนื้อนมไข่อวบอิ่มอึ๋มอั๋นแบบนั้นเป็นใครก็ต้องอยากเข้าใกล้ แต่เขาอาจจะแตกต่างจากพี่น้องคนอื่น ตรงที่ผู้หญิงที่จะเข้าหาหรือขึ้นเตียงมีความสุขด้วยจะต้องรับกฏเหล็กข้อหนึ่งให้ได้ นั่นก็คือ ไม่เรียกอย่ามาให้เห็น ไม่จำเป็นไม่ต้องมาหา คิดถึงจะให้คนพามา และคงต้องบอกลาเมื่อล้ำเส้นกัน นี่ต่างหากคือเหตุผลที่ว่า ทำไมถึงไม่มีข่าวเรื่องผู้หญิงมากเหมือนคนอื่น

"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง แม่รู้ว่าอัลเฟรโด้ของแม่เป็นคนอย่างไร ถ้ารอให้ลูกเจอเองแม่ว่ามันอาจจะไม่ทันเวลา แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักกันมาบ้างแล้วและปรับตัวเข้ากันอีกสักนิด แม่เชื่อว่าลูกชายแม่จะต้องมีความสุขมากๆ แน่" นางหมายถึงผู้หญิงที่ตั้งใจจะจับคู่ให้กับอัลเฟรโด้ ไม่ใช่ใครอื่นลูกสาวของเพื่อนรักที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับบุตรชายมากที่สุด

"ผมรู้ว่าแม่หมายถึงโซเฟีย แต่ผมกับโซเฟียไม่ได้เจอกันร่วมสิบปี ต่างคนต่างมีชีวิต เธออาจจะมีคนรักอยู่แล้วก็ได้ ที่สำคัญผมเห็นเธอเป็นน้องเหมือนลอร่าอีกคน" อัลเฟรโด้พูดตามความจริง เมื่อนึกถึงคู่หมายที่มารดากำลังจะชักนำให้มาเป็นคู่ชีวิตตามคำนายที่ได้รับมาก่อนหน้า

"ถ้าลูกเห็นโซเฟียอีกครั้ง ลูกจะต้องเปลี่ยนความรู้สึก เปลี่ยนความคิดใหม่แน่จ้ะอัลเฟรโด้ เพราะโซเฟียไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่วิ่งเล่นกับลอร่าเหมือนตอนเด็กๆ อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้โซเฟียโตเป็นสาวและสวยมากด้วย"

"แต่ว่าแม่ครับ ผมไม่ได้คิด..."

"แม่บอกคุณพ่อแล้วว่าเรื่องการซื้อสโมสรทีมฟุตบอลที่กำลังประสบปัญหาเรื่องขาดทุนเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเศรษฐกิจแบบนี้กับกิจการใหม่ที่เราไม่เคยลงทุนมาก่อนด้วยแล้ว ยิ่งไม่เหมาะสม"

"แม่" อัลเฟรโด้รู้ตัวแล้วว่ากำลังจะถูกบีบ

คนทั้งบ้านรู้ดีว่าเขาชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ และมีความใฝ่ฝันที่อยากจะมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตนเองสักทีม ทันทีที่เรียนจบอัลเฟรโด้ได้รับมอบหมายจากบิดาให้ดูแลกิจการด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวของครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าตลอดหลายปีที่ผ่าน ผลกำไรที่มากมายมหาศาลจากน้ำพักน้ำแรงของตนเป็นที่ยอมรับของทุกคน

ต้นปีที่ผ่านมาสโมสรฟุตบอลที่อัลเฟรโด้ชื่นชอบประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน เขาให้คริสเตียนผู้ช่วยคนสนิทจัดการสืบจนเหลือเพียงแค่การเจรจารอบสุดท้าย และเมื่อหลายวันก่อนชายหนุ่มเพิ่งปรึกษากับบิดา เรื่องการลงทุนซื้อทีมฟุตบอลนี้มาบริหารภายใต้ปีกตระกูลรอสเซลลินี ซึ่งแม้ว่าจะเป็นธุรกิจตัวใหม่แต่ทุกคนก็ลงความเห็นชอบด้วย เพราะเชื่อมั่นในฝีมือว่าลองถ้าลงมือทำอะไรแล้วย่อมสำเร็จแน่นอน

"อย่าทำแบบนี้ซิครับ ปกติแม่ไม่เคยบังคับลูกไม่ใช่เหรอ" อัลเฟรโด้ขยับตัวเข้าไปหากุมมือมารดาขึ้นมาจูบเบาๆ แล้วเอ่ยต่อไปว่า

"มันคนละเรื่องกันนะครับ นี่มันเป็นธุรกิจที่จะทำรายได้มหาศาลให้เราต่อไปในอนาคต"

"แต่ต้องหลังจากที่ลูกแต่งงานกับโซเฟียแล้วจ้ะ" มารดายื่นคำขาดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจังอย่างเห็นได้ชัด

"แค่ดูแลงานโรงแรมลูกชายของแม่ก็กินนอนไม่เป็นเวลา ดูซิเนี่ย ซูบลงไปตั้งเยอะ ถ้าขืนซื้อทีมฟุตบอลมาบริหาร มีหวังว่าต่อไปเราสองคนแม่ลูกคงไม่ต้องได้เห็นหน้าค่าตากันแล้วมั้ง เพราะมัวแต่ไปคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ไอ้ลูกกลมๆ พวกนั้นมีกำไรกลับมา"

"โธ่ แม่ครับ มันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก ยังไงผมก็รักแม่ คิดถึงแม่เสมอ" ท่านประธานหนุ่มโอดครวญ

"ถ้าอัลรักแม่จริงอย่างที่พูด ก็ต้องยอมทำตามที่แม่ขอ แต่งงานกับโซเฟียซะ แล้วเรื่องทีมฟุตบอลอีกกี่สิบทีมแม่จะพูดกับคุณพ่อให้ หรืออยากจะลงทุนทำอะไรอีกก็บอกแม่จะจัดการให้ทุกอย่าง แต่ต้องหลังจากที่มีการแต่งงานของลูกกับโซเฟียแล้ว"

"เรื่องทีมฟุตบอลกับเรื่องโซเฟียคนละเรื่องกันนะครับ แม่" ชายหนุ่มถอนหายใจดังๆ ด้วยความอึดอัดเมื่อถูกยื่นคำขาดเช่นนี้

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TJK” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TJK
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
เมื่อ 'เตยหอม' ต้องสวมรอยเป็นเจ้าสาวบรรณาการในคืนวิวาห์เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณ แต่ค่ำคืนเร่าร้อนกับมหาเศรษฐีหนุ่มกลับทิ้งพยานรักเอาไว้ สี่ปีผ่านไปโชคชะตาพัดพาให้เธอกลับมาพบเขาอีกครั้ง พร้อมความลับเรื่องลูกที่กำลังจะถูกเปิดโปง นิยายรักแนวท่านประธานสายเปย์ที่พร้อมจะไล่ต้อนหัวใจคุณให้จนมุม
8.4
48 ตอน
หนาวปรารถนา [SixteeNature]
หนาวปรารถนา [SixteeNature]
เมื่อภีมวัจน์ต้องกลายเป็นผู้ปกครองของเด็กสาววัยสิบหกปีที่กำพร้าพ่อกะทันหัน ความสงสารกลับแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันตรายที่ยากจะต้านทาน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ต้องห้ามที่มีช่องว่างระหว่างวัยถึงสิบหกปี เขาจะห้ามใจตัวเองได้ไหมเมื่อความรักครั้งนี้ช่างแสนทรมาน
9.7
40 ตอน
อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง
อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง
เมื่อ ฉีอันหนิง บุตรีเจ้าเมืองตงหลางผู้ฉลาดและแสนซน ต้องมาพัวพันกับ ซ่งมู่เฉิน ผู้นำหน่วยพยัคฆ์ดำผู้แสนเย็นชา ท่ามกลางภารกิจปกป้องบ้านเมืองอันตราย ความใกล้ชิดกลับก่อตัวเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว นิยายรักโรแมนติกที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับบทสรุปของหัวใจสองดวงในนิยายออนไลน์สุดเข้มข้นเรื่องนี้
8.5
45 ตอน
คืนแต่งงานของฉัน สามีที่เย็นชาของฉันจู่ๆ ก็จูบฉันอย่างแรง
คืนแต่งงานของฉัน สามีที่เย็นชาของฉันจู่ๆ ก็จูบฉันอย่างแรง
เมื่อฟางถีถูกตระกูลขับไล่ ทุกคนต่างคิดว่าเธอจะตกอับ แต่เธอกลับสร้างความตกตะลึงด้วยการแต่งงานกับทายาทตระกูลหยั่นผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางข่าวลือว่าเธอใช้ลูกบีบบังคับเขา ทว่าในคืนแต่งงานและงานเลี้ยงสำคัญ ท่านประธานสุดเย็นชากลับแสดงความคลั่งรักอย่างเร่าร้อน อ่านนิยายรักสุดฟินนี้ได้เลย
8.5
66 ตอน
ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย
ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย
เมื่อสาวแกร่งต้องทะลุมิติมารับบทภรรยาตัวร้ายในโลกโบราณ แถมยังถูกบีบให้แต่งงานกับหนุ่มยากไร้ที่โดนเกณฑ์ไปรบตั้งแต่วันแรก! นางต้องสู้ชีวิตฟันฝ่าความยากจนและป้าสะใภ้เจ้าเล่ห์เพื่อปกป้องครอบครัว อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่ชวนลุ้นทุกตอนได้แล้ววันนี้
8.8
64 ตอน
อกแทบหัก แอบรักท่านประธาน
อกแทบหัก แอบรักท่านประธาน
เมื่อเลขาแสนจืดชืดซ่อนความลับสุดเร่าร้อนเป็นสาวโพลแดนซ์ที่ท่านประธานหนุ่มหลงใหล แถมยังถูกจ้างมาสอดส่องเขา แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เธอพลาดท่าเสียตัวให้ชายในฝัน อ่านนิยายรักโรแมนติกที่จะทำให้คุณใจสั่นกับความรักลับๆ ที่ต้องหลบซ่อน
9.7
32 ตอน