ตอน 2

ชาลีมองไปยังเอมอรด้วยความอารมณ์ที่หงุดหงิดใจ เขาดูออกว่าเธอเป็นเช่นนี้เพราะกำลังคิดถึงภูชิตอดีตคู่หมั้นของเธอ ในตอนแรกที่เธอตอบตกลงจดทะเบียนสมรสกับเขานั้น ดูเหมือนว่าเธอจะทำใจที่ลืมภูชิตไปได้แล้ว

จนกระทั่งเมื่อวานเธอประสบอุบัติเหตุลื่นล้มลงจนหัวฟาดกับพื้น ตอนนั้นเธอตกเลือดและต้องทำการคลอดก่อนกำหนด เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็กลับบอกว่าไม่อยากเห็นหน้าลูกแฝดทั้งสองของเธอ

เขาแปลกใจที่เธอมีอาการเช่นนี้ต่อลูกๆ ของเธอ เดิมที่เธอปกป้องลูกในท้องของเธอมาตลอด เธอไม่ยอมเอาเด็กออกด้วยซ้ำไปไม่ว่าเขาจะต้องการอย่างไร

"เธอกำลังคิดถึงหมอนั่นอยู่ใช่ไหม" ชาลีเข้าไปคว้าร่างของเอมอรและพูดกับเธอด้วยอารมณ์โกรธ

"ต่อให้ฉันไม่ได้รักเธอ เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉัน โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นคือสามีของน้องสาวฉัน" ชาลีพูดอย่างเตือนสติเอมอร และซ้ำให้เธอรู้ว่าตอนนี้ภูชิตคือสามีของน้องสาวของเขาไปแล้ว

เอมอรได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับน้ำตานองหน้าอีกครั้ง เธอพยายามอดกลั้นมันมานานแต่คำพูดของชาลีมันเหมือนสวิทที่เปิดปุ่มน้ำตาของเธอให้ไหลออกมา

"ร้องไห้ทำไม เสียใจเหรอ" ชาลีเขย่าร่างของเอมอรที่กำลังร้องไห้

เอมอรเริ่มหวาดกลัวชาลี เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อพูดถึงภูชิต เขาเกลียดเธอที่เป็นอดีตคู่หมั้นของภูชิต เพราะในตอนนี้ภูชิตคือน้องเขยของไปแล้ว เพื่อน้องสาวเขายอมรับเธอที่กำลังตั้งครรภ์มาอยู่ใกล้ตัวเขา ยอมแม้กระทั่งจดทะเบียนสมรสกับเธอ

เขาทำลงไปก็เพื่อไม่ให้เธอเอาลูกในท้องไปยุ่งเกี่ยวกับภูชิตอีกต่อไป และเขาเข้าใจผิดคิดว่าลูกในท้องของเธอคือลูกภูชิต ต่อให้เธอปฏิเสธเขาอย่างไรก็ไร้ผล

"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วเด็กไม่ใช่ลูกของภูชิต" เอมอรพูดออกไปอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของเด็กคือใคร คืนนั้นมันคือความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับเธอ ในตอนแรกเธอคิดว่ามันคือความโชคร้ายของเธอ แต่เมื่อจดจำสิ่งที่องค์กรอมนุษย์นั่นทำกับเธอ เธอก็เริ่มเกลียดชังค่ำคืนนั้นยิ่งขึ้นไปอีก นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในแผนการขององค์กร ที่ต้องให้เธอต้องพบเจอกับเรื่องเช่นนั้น

"ถ้าไม่ใช่ไอ้หมอนั่น แล้วมันเป็นลูกของไอ้ผู้ชายตัวไหน" ชาลียิ่งฟังเธอแก้ตัวก็ยิ่งโกรธเธอ

"ฉันไม่รู้! ฉันบอกว่าไม่รู้ไง กรี๊ดด!" เอมอรพูดแล้วกรีดร้องออกมาราวกับว่ากำลังคลุ้มคลั่ง

ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไรออกไปเขาก็ไม่เคยเชื่อเธอ แล้วเธอจะบอกเขาได้อย่างไรกันว่าเธอถูกขืนใจจากผู้ชายที่เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่าใคร

"หยุดบ้าสักที!" ชาลีตะคอกใส่เอมอร

เมื่อเธอยังไม่ยอมหยุด เอาจึงใช้ผ้าผืนหนึ่งปิดปากของเธอเอาไว้ พร้อมทั้งมัดมือมัดเท้าของเธอเอาไว้อีก เอมอรดิ้นไปมาเล็กน้อยก็จะสงบลง

"ฉันบอกให้เธอเชื่อฟังฉันไง ถ้าไม่เชื่อฟังฉันเธอจะเจอดีกว่านี้" ชาลีบีบกรามของเอมอรจนแน่นแล้วพูดกับเธอ

เขาใช้วิธีที่เบาที่สุดสำหรับเธอแล้ว เขาเป็นมาเฟียการทำโทษคนร้ายหรือการขู่ให้กลัวมันย่อมรุนแรงกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้ชายที่หยาบกระด้าง ไม่มีซึ่งความนุ่มนวลต่อให้ตรงหน้าจะเป็นผู้หญิงก็ตาม

"ฉันมีความเมตตาต่อเธอมากแล้วนะเอมอร เพราะฉะนั้นเลิกทำให้ฉันรำคาญใจเสียที" ชาลีพูดอย่างหงุดหงิดใจ

เอมอรมักจะทำให้เขาหงุดหงิดใจอยู่เรื่อยมา ซึ่งเขาไม่เคยเป็นนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน กับลูกแฝดของเธอก็ด้วย เจ้าสองตัวที่น่ารำคาญนั่น วันๆ ไม่ทำอะไรมีแต่ส่งเสียงร้องไห้ให้เขารำคาญใจ

"ค่อยๆ ดื่มนะ อย่ารีบ" อรอินทร์กำลังให้นมของเธอกับแฝดคนที่สอง แฝดคนแรกกินอิ่มแล้วก็หลับแล้ว

เมื่อเธอมองไปยังเด็กแฝดสองคนก็ทำให้เธอคิดถึงลูกแฝดของเธอขึ้นมา ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เตชิตจะดูแลพวกเขาทั้งสองได้ดีหรือเปล่า

"เตชิตฉันหวังว่าคุณจะดูแลลูกของเราได้ดีนะ รอฉันกลับไปแล้วเราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง"

หากองค์กรชั่วร้ายยังอยู่ เธอคงใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างไม่เป็นสุข ชีวิตในแต่ละวันคงอยู่ด้วยความหวาดระแวง ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรคนผู้นั้นจะเข้ามาอีก ยิ่งพวกเขาสามารถเปลี่ยนเป็นใครก็ได้ในชีวิตของเธอ

"พวกเขาหลับแล้วเหรอ" ชาลีกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่อรอินทร์ให้นมเด็กแฝดเสร็จแล้วก็กล่อมพวกเขาเข้านอน

"ค่ะ พวกแกหิวกันมาก กินกันไปเยอะเลย พออิ่มแล้วก็เลยหลับไป"

"มาเถอะฉันจะพาเธอไปที่ห้องพักของเธอ" ชาลีพูดจบก็เดินนำอรอินทร์ไป

"ห้องนี้เธอพออยู่ได้ไหม" ชาลีถามอรอินทร์

"อยู่ได้ค่ะ" อรอินทร์ตอบชาลี ห้องนี้ใหญ่โตพอสมควรมีของใช้มากมายครบทุกอย่างเธอจะอยู่ไม่ได้อย่างไรกัน

"เธอพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ก็ไปดูเด็กๆ เหมือนเดิม ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับองค์กรฉันจะบอกเธออีกแรง" เขาเองก็จะช่วยเธอตามหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์เหมือนกัน

"ขอบคุณค่ะ" อรอินทร์ขอบคุณชาลี เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมาพึ่งพาเขา ไม่สิตอนนี้เขาเองก็พึ่งพาเธอเหมือนกัน เรียกว่าต่างคนต่างพึ่งพากันจะดีกว่า

ชาลีออกไปจากห้องของอรอินทร์และตรงไปที่ห้องลับทันที ห้องลับที่ว่าคือห้องที่มีไว้สำหรับลงโทษคน วันนี้เขาจับสายลับของศัตรูฝ่ายตรงข้ามได้หนึ่งคนรอให้เขาเข้าไปลงโทษ

"ไอ้หมอนี่แหละครับที่เป็นสายให้กับแก๊งศัตรูของเรา"

"ไปเอาแซ่ออกมา" ชาลีสั่งลูกน้องคนสนิท

เมื่อรับแซ่มาจากลูกน้องเขาก็ใช้มันฟาดลงไปบนร่างของสายลับคนนั้นอย่างไร้ปรานี เสียงเจ็บปวดของผู้ถูกฟาดด้วยแซ่ก็ดังอย่างโหยหวน

"แกส่งข้อมูลอะไรออกไปบ้าง บอกมา!" ชาลีเค้นถามความจากคนผู้นี้ เขาอยากรู้ว่าเรื่องที่เขามีน้องสาวอยู่ที่เมืองไทยถูกฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้ไปแล้วหรือยัง

หากฝั่งนั่นรู้ว่าเขามีน้องสาว จันทร์เจ้าคงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ถึงจะอยู่ไกลถึงเมืองไทย แต่คนนี้อาจจะส่งคนไปทำร้ายจันทร์เจ้าได้ทุกเมื่อ

"ไม่! ไม่ยังไม่ได้ส่งข่าวอะไรไปเลย" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด

"ไปเอาน้ำเกลือมา" ชาลีสั่งลูกน้องของตน ก่อนจะออกแรงเฆี่ยนตีลงไปอีก เสื้อผ้าของชายคนนั้นขาดไม่เป็นชิ้นดีและอาบไปด้วยเลือด แผลจากการโดนเฆี่ยนตีเปิดเป็นทางยาวและเหวะหวะ

ชาลีสั่งให้ลูกน้องนำน้ำเกลือมาสาดลงร่างของชายตรงหน้าที่เขาเฆี่ยนตีอยู่ เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นมาในเวลาต่อมา เขาเจ็บปวดจนเจียนตาย หากตายได้ตอนนี้คงก็ยินดี

"ถ้านายไม่พูดฉันยังมีวิธีที่ทรมานนายยิ่งกว่านี้อีก" ชาลียังคงทรมานคนผู้นั้นต่อไป

เขาใช้เหล็กร้อนที่เผาไฟจนขึ้นสีแดงแล้วกดมันลงไปที่แผลของชายตรงหน้า เขาส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน ชายคนนั้นดิ้นไปมาก่อนจะสิ้นใจตายลงในที่สุด

"อดทนไม่เก่งเอาเสียเลย" ชาลีพูดจบก็ทิ้งแท่งเหล็กในมือลงด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดามาก

ตอน 3

ลูกน้องของชาลีส่งผ้าสะอาดให้กับชาลี ชาลีรับผ้าผืนนั้นมาแล้วเช็ดมือของตนเองจนสะอาด แต่ถึงจะเช็ดเลือดออกไปยังไงกลิ่นคาวเลือดก็ยังติดอยู่เช่นเดิม แต่เขาก็ไม่เคยใส่ใจมัน

ในวัยเด็กเขากับพ่อต้องถูกคนที่มีอำนาจมากกว่ารังแกมาทั้งเท่าไร ถ้าไม่ดิ้นรนมีชีวิตเขาก็คงตายไปนานแล้ว น่าเสียดายในวันที่เขามีอำนาจมากพอพ่อของเขากลับไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว หากวันนั้นเขาไม่ประมาทพ่อของเขาก็คงไม่ตาย

"นำศพมันไปทิ้งไว้ที่หน้ากาสิโนของพวกมัน" ชาลีออกคำสั่ง

ที่นี่เขามีกาสิโนที่ใหญ่ที่สุด พวกกาสิโนใกล้ๆ เลยไม่พอใจเขามากนัก เลยมักจะส่งคนมาก่อกวนที่กาสิโนของเขาหรือไม่ก็ส่งสายลับมาเช่นนี้ ถ้าเขาไม่แกร่งพอคงไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้

เขาเสี่ยงตายมาแล้วทั้งหลายครั้ง เกือบโดนไฟเผาร่างทั้งเป็นก็เคยมาแล้ว เหตุผลที่เขาต้องมีรอยสักบนหน้ากับบนร่างกาย ก็เพราะต้องการปกปิดร่องแผลเป็นที่เกิดจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อคราวนั้น และรอยสักของเขามันทำให้เขาดูน่าหวาดกลัวขึ้นในฐานะมาเฟีย

"ครับ ผมจะเอาศพไปทิ้งไว้หน้ากาสิโนของพวกมัน คนที่นั่นจะได้แตกตื่นกัน" ลูกน้องของชาลีพูดแล้วก็ลากศพออกไป

ชาลีออกมาจากห้องลับก็ตรงไปที่เรือนกระจกในทันที เขาจำได้ว่ายังคงมัดเอมอรเอาไว้ แต่เขาไม่ได้คิดที่จะมาปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เขานอนลงบนเตียงใกล้กับเอมอร

เอมอรที่หลับไปแล้วก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนมานอนใกล้เธอ เธอได้กลิ่นคาวเลือดก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นชาลี เธอเลยแกล้งหลับ

"ฉันรู้ว่าเธอตื่นแล้ว" ชาลีพูดออกไป

ชาลีกระชากร่างของเอมอรเข้ามาในอ้อมอก เอมอรมองไปยังชาลีอย่างโกรธเคือง เขาช่างเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจ และเอาแต่เอานอนไม่ได้สักอย่าง

ชาลีมองไปยังเอมอรก่อนจะพลิกร่างของตัวเองขึ้นคร่อมบนเอมอรเอาไว้ เขาเสียสละจดทะเบียนสมรสกับเธอและยังเลี้ยงลูกของเธอทั้งสองคน เขาควรจะได้อะไรตอบแทนมากกว่านี้

"อย่างส่งเสียง ฉันเป็นสามีของเธอนี่ เรื่องแบบนี้ฉันมีสิทธิ์ในตัวของเธอ" ก่อนหน้านี้เขาไม่แตะต้องเธอก็เพราะว่าเธอกำลังตั้งครรภ์

เอมอรเห็นถึงความไม่ปลอดภัยเธอรีบขัดขืนจากชาลีในทันที เธอเพียงผ่าคลอดจะมีเรื่องพวกนั้นกับเขาได้อย่างไรกัน

"จะดิ้นทำไมกัน" ชาลีเริ่มหัวเสีย

"เธอมีอะไรก็พูดมา" ชาลีแกะผ้าที่มัดปากของเอมอรไปเพราะดูเหมือนเธอต้องการจะพูดอะไรบ้างอย่างกับเขา

"คุณจะทำอะไรฉัน คุณทำกับฉันอย่างนั้นไม่ได้นะ" เอมอรพูดออกไป

"ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ตอนนี้ฉันคือสามีของเธอนะ" ชาลีพูดอย่างหงุดหงิด เพราะเขาไม่มีเซ็กซ์มานานเหลือเกิน

"ฉันเพิ่งผ่าคลอดนะ ยังมีอะไรกับคุณไม่ได้ตอนนี้" เอมอรรีบบอกเหตุผลกับเขาไป

"บ้าเอ๊ย! ให้ตายเถอะ" ชาลีลุกขึ้นอย่างหัวเสียแล้วเดินออกจากห้องไป

เอมอรถอนหายใจอย่างโล่งใจ โชคดีที่ชาลียอมฟังเธอ ถ้าเธอขืนมีอะไรกับเขาตอนนี้คงแย่แน่ แผลผ่าคลอดของเธอยังปวดอยู่เลย ก็เธอเพิ่งผ่าคลอดเมื่อวานนี้เอง เพราะเขาเป็นมาเฟียและมีศัตรูมากมาย เธอเลยต้องทำการผ่าคลอดกับหมอที่เขาจ้างมาสถานที่ทำการผ่าคลอดก็เรือนกระจกแห่งนี้

"แต่เมื่อวานทำไมฉันถึงล้มจนหัวฟาดกับพื้นได้กัน" เอมอรเริ่มแปลกใจ มีเธอจำได้ว่ามีคนผลักเธอ

ชาลีตรงมาที่ห้องของอรอินทร์อีกครั้ง เขาเคาะประตูเรียกเธออย่างคนมีอารมณ์โกรธ อรอินทร์ที่หลับอยู่ก็ถึงกับสะดุ้งจากเตียง

"คุณนี่เอง มีอะไรเหรอ" อรอินทร์เปิดประตูมาแล้วถามเขาด้วยเสียงงัวเงีย

"ผู้หญิงที่ผ่าคลอดจะมีอะไรกับสามีของตัวเองได้เมื่อไร" ชาลีถามอรอินทร์ออกไป

"อ๊ะ! อ๋อ คุณหมายถึงแม่ของเด็กแฝดสินะ"

"จะใช่หรือไม่ใช่ ก็รีบตอบมาก่อนเถอะ" ชาลีอยากรู้คำตอบจนรู้สึกหงุดหงิดที่อรอินทร์ไม่ตอบเขาเสียที

"ก็โดยปกติต้องรออีกหกสัปดาห์ จนกว่าแผลผ่าตัดจะหายดีและมดลูกเข้าที่ เพิ่งผ่าคลอดไปเมื่อวานคุณคงไม่ใจดำทำกับเธอได้ลงหรอกนะ" อรอินทร์พูดกับชาลี

"ทำไมมันถึงนานแถมยังยุ่งยากอีกเนี่ย" ชาลีบ่นแล้วเดินจากไป

"อะไรของเขาเนี่ย ลงแดงหรือไงกัน ชักจะสงสัยแล้วสิว่าแม่ของเจ้าเด็กแฝดเป็นใคร"

ท่าทีของชาลีที่แทบจะบ้านั้นทำให้อรอินทร์อยากรู้ว่าแม่ของเด็กนั้นเป็นใคร ถ้าชาลีบอกเธอว่าเด็กแฝดนั้นไม่ใช่ลูกของเขานี่สิ

"ไม่ใช่ลูกแต่ทำไมหน้าถึงเหมือนเขา" อรอินทร์พูดออกมาแล้วก็ได้แต่งง เธอดูเด็กแฝดแล้วก็พบว่ามีส่วนคล้ายกับชาลีอยู่มาก

"หรือเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเมียตัวเองมีชู้กัน" เพราะเหตุผลนี้เลยทำให้ชาลีไม่ยอมรับเด็กแฝดว่าเป็นลูกของเขา

"แต่คนอย่างเขาก็น่าจะตรวจ DNA ไปแล้วนี่ หรือตรวจแล้วผลมันออกมาว่าไม่ใช่" อรอินทร์ยิ่งคิดแล้วก็ก็ยิ่งสับสน เธอหยุดคิดแล้วเข้ากลับไปนอนอีกครั้ง

เธอไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของชาลีมากเกินไป เขาให้เธอเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เธอก็จะทำมันเพียงทำนั้น หลังจากนั้นเธอจะให้เขาช่วยตามสืบเรื่องขององค์กร เขาเป็นมาเฟียคงต้องสืบหาข้อมูลได้ดีแน่ หากมีเวลาเธอเองก็จะออกไปสืบด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน

ชาลีกลับไปหาเอมอรอีกครั้ง คราวนี้เขาแค่นอนลงและหันหลังให้กับเธออย่างเช่นเคย ชาลีมักจะทำเช่นนี้เสมอตั้งแต่เธอยังตั้งครรภ์อยู่ สำหรับเอมอรมันเลยกลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว

ชาลีหลับตาไปสักพักก็หันกลับมาแกะผ้าที่มัดมือและเท้าของเอมอรออกไปให้เธอ แล้วเขาก็ล้มตัวนอนลงอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรกับเอมอร บางครั้งการกระทำเล็กๆ น้อยเช่นนี้ของเขาก็ทำให้เธออบอุ่นที่หัวใจขึ้นมา ถึงเขาจะร้ายแต่ก็ยังมุมที่อ่อนไหวในบางครั้ง

บางทีเขาแค่ไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอย่างไรกับเธอ ถ้าหากเธอทำให้เขาตกหลุมรักเธอขึ้นมา เขาจะเป็นผู้ชายที่อบอุ่นให้เธอได้หรือเปล่า เอมอรคิด

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167USU” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167USU
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

สามีพันธนาการ (Series The Husband (สามี))
สามีพันธนาการ (Series The Husband (สามี))
เมื่อโปรดิวเซอร์สาวสุดแสบยอมแลกทุกอย่างเพื่อเรตติ้ง ด้วยการปล้นจูบประกาศแต่งงานกับนายหัวปัณณ์กลางงานแถลงข่าว ทว่านายหัวหนุ่มผู้เย็นชาดึงเธอเข้าสู่บ่วงรักด้วยทะเบียนสมรสของจริง นิยายประธานบริษัทแนวแต่งงานกำมะลอสุดเร่าร้อนที่จะทำให้คุณฟินจนหยุดอ่านไม่ได้
9.4
36 ตอน
สัญญาร้ายพ่ายเพลิงรัก
สัญญาร้ายพ่ายเพลิงรัก
เมื่อนาถลดาแบล็กเมล์เควินด้วยข้อหาล่วงละเมิดเพื่อบังคับแต่งงาน ชีวิตของเขาก็พังทลายลง ทว่าในคืนวิวาห์เธอกลับเสนอสัญญาจ้างรักที่ห้ามเขาแตะต้องตัวเธอ เควินที่โกรธแค้นจึงซ้อนแผนล้างแค้นเพื่อลากเธอลงนรกไปด้วยกัน นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่สายรักอันตรายต้องไม่พลาด
8.8
41 ตอน
เล่ห์รักร้าย
เล่ห์รักร้าย
เมื่อเฌอปรางต้องเผชิญหน้ากับนิโคลัส ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ตราหน้าว่าเธอเป็นคนยั่วยวนเขาในค่ำคืนอันตรายนี้ ท่ามกลางความสับสนและหวาดกลัว เธอถูกพันธนาการด้วยจุมพิตเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน อ่านนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับความรักอันตรายครั้งนี้
7.9
78 ตอน
กังหันเสน่หา
กังหันเสน่หา
เมื่อสายน้ำผึ้งต้องเผชิญหน้ากับภาสวร ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุทำลายครอบครัวคนอื่น นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับความรักอันตรายและการลงทัณฑ์ที่ไร้ความปรานี หญิงสาวจะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของอสูรร้ายที่จ้องจะทำลายเธอได้อย่างไร
9.5
59 ตอน
ใจคุณร้ายดังเขาว่า
ใจคุณร้ายดังเขาว่า
เมื่อข่าวลือว่าท่าน ส.ส. หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลนั้นแสนดุร้ายและเย็นชาไร้หัวใจกลายเป็นความจริงที่ทุกคนหวาดกลัว เธอจึงต้องก้าวเข้าไปค้นหาความจริงเบื้องหลังหน้ากากอันตรายนั้น นิยายรักแนวร่วมสมัยที่จะพาคุณไปสัมผัสความรักสุดเข้มข้นและเบื้องลึกสุดลึกลับในหัวใจเขาที่ยังไม่มีใครเคยได้สัมผัสมาก่อน
8.3
81 ตอน
ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
เมื่อ ซูฮวา ทะลุมิติมาร่างกายปางตายในยุคโบราณ นางได้รับความช่วยเหลือจากราชาพยัคฆ์ผู้ลึกลับใต้หน้ากากทองคำ เขาคือชายผู้ต้องคำสาปจนกลายร่างเป็นปีศาจมานานนับสิบปี เพื่อแลกกับอิสรภาพและการกลับสู่โลกเดิม นางต้องยอมทำสัญญาชะตากรรมกับเขาในนิยายแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่ห้ามพลาด
9.4
94 ตอน