ตอน 2

บทที่ ๑ ตัดเข้าโฆษณา

คงจะกล่าวได้ว่า หลายสิ่งเกิดขึ้นบนโลกใบนี้อย่างหาสาเหตุมิได้ แม้แต่การเวียนว่ายตายเกิดก็ยังไม่อาจหาสาเหตุชี้ชัดได้ว่าเพราะเหตุใด

ทว่าอาจจะพอนิยามได้ว่ามันคือ ปรากฏการณ์กระแสวิญญาณไหลเวียน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้ที่วายชนม์จากดินแดนหนึ่งจะไปปรากฏอีกดินแดนหนึ่ง ณ ห้วงแห่งกาลเวลาที่อาจจะเป็นอดีตกาลหรืออนาคต หรือแม้แต่ผู้ที่กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างที่มิใช่ของตน

เหตุการณ์เช่นนี้ไหลเวียนไม่มีสิ้นสุด ตราบใดที่ขุมพลังงานจากดวงวิญญาณนำมาซึ่งเสถียรภาพและสมดุลของความเป็นไปแห่งยุค ทว่าข้อผิดพลาดของปรากฏการณ์ดังกล่าวยังมีอยู่มาก เฉกเช่นดวงวิญญาณนั้นได้พกพาความทรงจำที่มีมาจากชาติก่อนมาด้วย

เรื่องปริศนาที่ชวนฉงนไม่แพ้ปรากฏการณ์นั้น ก็คงจะเป็นเรื่องราวของดินแดนที่ถูกเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ อย่างเช่น เหตุใดหากเดินทางไปยังพิกัดของละติจูดกับลองจิจูดดังกล่าว มันกลับพาไปสู่น่านน้ำทะเลที่ว่างเปล่า

ทั้งที่ครั้งหนึ่ง ณ ดินแดนแห่งนั้นมีทั้งผู้อาศัยอยู่ ที่ไม่ใช่เพียงมนุษย์สามัญ...

ถ้าเช่นนั้นจะขอกล่าวขานถึงดินแดนแห่งนี้สักหน่อย คิดเสียว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าขานให้ท่านทั้งหลายได้ยินยลก็แล้วกัน

อันว่าแคว้นต้าเหลียงนั้นมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับบุรุษรูปงามกับมังกรสวรรค์ในสมัยบรรพกาล

บุรุษผู้นั้นจะมาเป็นมหาจักรพรรดิผู้เกรียงไกรสยบทุกหย่อมหญ้าไว้ด้วยพลานุภาพเหนืออนันต์ที่ใช้ล้างผลาญเหล่ามาร

มือข้างหนึ่งถือเจดีย์ทองคำ ส่วนมืออีกข้างถือดอกบัว

หนึ่งอาวุธสังหาร หนึ่งเครื่องมือเยียวยา

หนึ่งเทพเซียน หนึ่งสัตว์เทพแห่งสรวงสวรรค์ ร่วมกันปราบเหล่ามารและขจัดภยันตรายย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่ให้เทพแต่ละองค์มารับหน้าที่อันทรงเกียรตินี้อยู่ตลอดอันตรกัปหรือช่วงอายุขัยของมนุษย์

แม้นในบางกัปบางกัลป์นั้นจะปรากฏเรื่องราวของเทพเซียนผู้จำต้องสังหารมังกรคู่กายของตนลง หากมันได้กลายมาเป็นหายนะแห่งแคว้นต้าเหลียง เพื่อรักษาซึ่งความสงบสุขเอาไว้

ทว่าทุกสิ่งย่อมดำรงไว้ซึ่งความดีงามตามที่สวรรค์กำหนด

หากแต่เรื่องราวที่เล่าขานนั้น มิใช่ความจริงแม้แต่น้อย ความดีงามที่สวรรค์สรรค์สร้างถูกทำลายลงด้วยกามารมณ์และเรื่องฉาวคาวโลกีย์ เมื่อความจริงแล้วตั้งแต่บรรพกาลแรกเริ่ม มหาจักรพรรดิผู้เป็นดุจเทพเซียนอันบริสุทธิ์ลงมาจุติดังคำกล่าวว่าเป็นถึงโอรสสวรรค์ผู้นั้นเกิดมีใจปฏิพัทธ์รักใคร่กับสัตว์เทพข้างกายตน

สวรรค์มิอาจทนเห็นและมวลประชามิอาจทนดูความอุจาดที่สองสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นประสานเป็นหนึ่งเดียว จึงได้ส่งคืนมังกรให้เป็นสัตว์รับใช้เทพเซียนบนสรวงสวรรค์โดยการบรวงสรวงแด่เทพผู้พิพากษาให้ลงมาสังหารสัตว์เทพตนนั้นเสีย

หลังแยกพวกเขาออกจากกันต่างฝ่ายต่างสิ้นใจตายไปในทันที เมื่อขาดผู้ปกครองและขาดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้กำราบเหล่ามารปีศาจทั่วทั้งพื้นพิภพและสวรรค์ก็ปั่นป่วน พวกเขาจึงได้นำทั้งสองมาอยู่รวมกันอีกครั้งและสร้างวิหารไว้ให้เพื่อเคารพบูชา

ชาวต้าเหลียงได้เขียนตำนานเล่าขานใหม่ว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นย่อมมีมังกรเคียงข้างบัลลังก์ หากแต่มังกรนั้นก็เป็นเพียงสิ่งเล่าขาน สิ่งที่เปรียบเทียบแทนความยิ่งใหญ่ ความชาญฉลาด ความปรีชาสามารถของฮ่องเต้ มิได้มีมังกรดังที่เป็นถึงสัตว์เทพข้างกายดั่งในนิทานปรัมปรา

แม้ว่าจะมิได้คืนชีพเทพจักรพรรดิขี่มังกรปราบมารผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นเหมือนอย่างเคย แต่ก็ใช่ว่าสวรรค์นั้นจะขาดเทพผู้รับหน้าที่กำราบอสุรา

กาลต่อมาได้มีเทพเซียนผู้หนึ่ง ได้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับสัตว์เทพเคียงข้างกาย ความสง่างามและท่วงท่าในการปราบมารนั้นเป็นที่เลื่องลือในหมู่เทพและหมู่มาร เซียนหนุ่มผู้นั้นนุ่งห่มอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ราวกับเมฆลอยล่องบนฟ้า ขณะที่สัตว์เทพเคียงกายเป็นมังกรสีดำสนิท

ดาบทั้งหกเล่มคลี่กางออกราวกับปีกของพญาอินทรีย์รอบกายของเทพเซียนในอาภรณ์ขาวผู้ทรงมังกรสีดำทมิฬกลางเวหาประมือกับมารจากขุมนรกด้วยท่าทีสง่าดุจน้ำแข็งสลักต้องแสงอาทิตย์ ส่วนมังกรทมิฬตนนั้นรับหน้าที่ในการกลืนกินเหล่ามารเข้าไปในตัว สูบกลืนพลังทิพย์ของพวกมันเพื่อต่ออายุขัยของตนเอง

ทั้งสีขาวของอาภรณ์ที่เทพเซียนผู้นั้นสวมใส่และผิวกายสีดำทมิฬของมังกรตนนั้นสอดประสานกันอย่างลงตัวราวกับสัญลักษณ์แห่งความสมดุลดังเช่นหยินและหยาง

หากว่าการสอดประสานกลับมิใช่เพียงแค่เรื่องการปราบมาร...

ภาพการเสพสังวาสแสนอภิรมย์ของร่างสูงระหงผิวขาวหยกอันบริสุทธิ์ขณะพลีกายให้แก่สัตว์เทพย่ำยีด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข ดาบทั้งหกเล่มปักรอบกองฟางบนผืนนาของแดนมนุษย์ราวกับประกาศว่านี้คือบัลลังก์การเสพสุขของทั้งสอง

หนึ่งเดือยใหญ่จากมังกรขยับเข้าออกในกลีบบัวตูมสีอ่อนดังเช่นผิวขาวดุจหยกเนียนชั้นดี ใบหน้างามที่มีสัญลักษณ์เทพสวรรค์เชิดขึ้น ริมฝีปากอ้าออกร้องครางถึงนามของมังกรตนนั้นด้วยความสุขสม

ก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงมายังดาบสีขาวพิสุทธิ์

สลักคำว่า ลิ่วเจี่ยน เอาไว้ทั้งหกเล่ม นำมาซึ่งการหยุดยั้งการกระทำอันน่าสังเวชของเทพและมังกรตนนั้นเอาไว้กลางคัน

ร่างของเทพเซียนผู้นั้นโผเข้าสู่อ้อมอกของมังกรหนุ่มผู้เป็นคนรัก เช่นเดียวกันกับมังกรทมิฬตนนั้นก็ยกสองแขนขึ้นมาโอบกอดปกป้องร่างนี้เอาไว้แนบกาย จ้องตาเขม็งใส่เหล่าผู้มาเยือนทั้งหลายอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว

หนึ่งในเทพเซียนผู้ไม่อาจทนรับความวิปลาสได้ปรากฏกายพร้อมกับนำนางฟ้าตนหนึ่งมาโยนจนนางล้มพับลงตรงหน้า นางเป็นเพียงเทพธิดาบรรเลงผีผา ริอาจผันตัวไปเป็นแม่สื่อแม่ชักนำความวินาศมาสู่เหล่าเทพเซียนทำให้ต้องแปดเปื้อน!

หนึ่งนางแม่สื่อ หนึ่งเทพอัปรีย์ หนึ่งมังกรจัญไร

ทั้งสามล้วนถูกลงทัณฑ์ให้ไปรับเคราะห์กรรมที่ตนตั้งใจก่อ

หนึ่งนางเนรเทศให้ตกสวรรค์ไปพบกับความอัปยศและมีรูปโฉมอัปลักษณ์

อีกหนึ่งตนถูกขับไล่ลงจากสรวงสวรรค์ไปสถิตยังภพมาร ให้ตกระกำลำบากและหาหนทางสู่ความตาย

อีกหนึ่งตัวลบล้างความทรงจำและทรมานมันทั้งเป็น ร้อยปี พันปี หมื่นปี ก็จะไม่มีวันจดจำเรื่องราวนี้ได้

เรื่องราวเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์ได้ว่าเหล่าเทพเซียนนั้น ช่างไร้ปราณีและขาดคุณธรรม!

ถุย! ผิดแล้ว เหล่าเทพเซียนนั้นตายด้านและไร้หัวใจต่างหาก!

“ราศีใดในที่นี้มีเกณฑ์จะได้เนื้อคู่เป็นคนที่เด็กกว่าถึงสิบปี !”

“สิบกว่าปีเลยนะนั่น...” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยงึมงำเพียงลำพัง

โห นี่ถ้านับตอนนี้เขากำลังอายุสามสิบปีพอดีถ้วน

หากเป็นราศีของเขาละก็... เนื้อคู่ก็จะอายุประมาณยี่สิบต้น ๆ บวกลบกับอายุสามสิบปีของเขา ไม่สาวน้อยวัยยี่สิบ ก็สาวใหญ่รุ่นราวคราวป้าประมาณสี่สิบปีน่ะสิ

...เวรกรรมแท้โมเอ๋ย

“ราศีนั้นก็คือ... คือออ!!” เสียงดนตรีเร้าอารมณ์ให้ตื่นเต้นไปได้สามวินาทีภาพก็ตัดเข้าโฆษณาในทีวีที่กำลังฉายกลางโรงอาหารของพนักงาน

ขณะนั้นเขากำลังนั่งลุ้นไปกับคุณป้าแม่บ้านทั้งหลายที่พอรายการตัดเข้าโฆษณานั้นก็พากันตบขาตบเข่าอย่างเซ็งจิตกันยกใหญ่

“หมอโมเข้าเวรบ่ายหรอจ้ะวันนี้” ป้าแม่บ้านคนหนึ่งหันกลับมาคุยกับเขาอย่างเป็นมิตร

เบื้องหลังของเหล่าสาววัยทองคือร่างอ้วนท้วนของอาจารย์แพทย์วัยสามสิบปีที่มีชื่อเล่นสั้น ๆ ว่าโม น้อง ๆ พยาบาลรวมไปถึงป้าแม่บ้านก็เรียกเขาสั้น ๆ ว่าหมอโมกันทั้งนั้น

คนที่ถูกเรียกว่าหมอโมยิ้มจนแก้มปริบวกกับผิวขาวและภายในโรงอาหารที่ร้อนอบอ้าวนั้นทำให้แก้มของเขาเหมือนซาลาเปาลูกโต ๆ ที่เปียกเหงื่อ

ซึ่งอาจารย์แพทย์โมเรส สุขสว่าง ผู้นี้เป็นนักเรียนทุนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำชื่อดังทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพียงเวลาไม่กี่ปีก็ได้เป็นอาจารย์แพทย์ มีข่าวลือซุบซิบกันไปว่าด้วยงานที่ท่วมท้นบวกกับเพิ่งถูกสาวเทมาไม่นานแม้แต่เวลาจะออกกำลังกายก็ไม่มีเขาเลยต้องมาอยู่ในสภาพนี้ หรือความจริง... เขาอาจจะอ้วนตั้งแต่แรกเริ่มแล้วก็เป็นได้

แพทย์สั่งห้ามกินของหวานกับคนไข้แต่คนไข้แอบกินได้ฉันใด

แพทย์ก็เป็นหนึ่งในคนที่กินมันจนน้ำหนักเกินเกณฑ์ได้ฉันนั้น

กาแฟเช้า ชาไข่มุกเที่ยง ยังไม่รวมของหวานระหว่างมื้อ และรวมไปถึงช็อคโกแลตบาร์ที่พกไว้ตอนไปราวด์

เอาเถิด ชีวิตนี้จะต้องการอะไรอีกนอกจากอาหารอร่อยและนอนเต็มอิ่ม

ทว่า... เรื่องดงเรื่องดวงเนี่ย ฟังหูไว้หูสักหน่อยก็ไม่เสียหายใช่ไหมเล่า

หลังจากที่ป้าคนนั้นไถ่ถาม เขาก็พยักหน้ารับพร้อมกับดูดน้ำเปล่าปิดท้ายก่อนจะลุกเอาจานชามไปเก็บ โดยไม่คิดจะนั่งรอดูรอลุ้นกับรายการทำนายดวงตามราศีชื่อดังนั่นต่ออีกแล้ว

แต่พอเขาลุกขึ้นอาการวิงเวียนหน้ามืดก็ปรากฏขึ้นมาทันที ก่อนมือที่ถือจานข้าวจะถูกปล่อยให้ร่วงตก

มือหนึ่งเท้ากับโต๊ะค้ำน้ำหนักไว้ อีกมือหนึ่งจับที่อกเสื้อด้วยความรู้สึกเสียดแน่นเจ็บร้าวไปหมด

คุณหมอโมโยกหน้าโยกหลังก่อนจะพยายามยกมือขึ้นบอกในเชิงว่าไม่เป็นอะไร แต่สักพักก็ล้มพับลงไปนอนหมดสติกับพื้นพร้อมกับชีพจรที่อ่อนลงทุกขณะ จนกระทั่งหยุดลงในที่สุด

ตอน 3

บทที่ ๒ ไร้ยางอาย

“งิ้วใกล้จะแสดงแล้ว!”

เสียงป่าวประกาศที่ดังกังวานได้ยินโดยทั่วกันเรียกความสนใจจากผู้ฟังได้เป็นอย่างดี เหล่าประชาต่างแห่แหนมารวมกันที่จัตุรัสกลางเมือง บ้างยืน บ้างนั่ง บ้างก็ปีนขึ้นที่สูงเพื่อจะได้ชมงิ้วอันเลื่องชื่อ

เมื่อตัวแสดงเอกสวมชุดนางฟ้าเทพธิดาคลุมผ้าแพรพาดไหล่ออกมาเสียงปรบมือก็ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงสลับเสียงกู่ร้องตะโกนเยี่ยงชาวตลาด

เสียงอ่านบทบรรยายดังออกมาราวกับเสียงประกาศจากขันทีเฒ่าหม่ากงกงที่นำราชโองการจากโอรสสวรรค์มาป่าวประกาศ

‘ไป่เฟยถูกสาป โทษฐานกระทำผิดต่อกฎมณเฑียรบาลของสวรรค์

ถูกลงทัณฑ์ให้ลงมาเกิดเป็นหญิงอัปลักษณ์นามฉานฉู

ซ้ำยังคบชู้สู่ชายถึงสองคน

สามีคนแรกคือบุรุษสวมหน้ากากผู้ลึกลับ สามีคนที่สองกลับเป็นถึงโอรสสวรรค์

ทว่านางมีลูกอยู่หนึ่งคน ช่างน่าสงสัยว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรของชายคนใดกันแน่’

ขณะที่บทบรรยายกำลังกล่าวขานถึงเรื่องราวของหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้ พลันเกิดกระแสลมพัดผ่านให้ผ้าแพรของนางฟ้านางแสดงผู้นั้นลอยไปตามลม ก่อนที่ท้องฟ้าในยามนี้จะหวนกลับไปในยามที่สวรรค์ได้บันดาลทุกอย่างขึ้น...

แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มีได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่แล้วหากมิใช่การที่มีผู้สำเร็จการเป็นเซียนได้ขึ้นสวรรค์ก็ย่อมเป็นเทวดานางฟ้านางสวรรค์ตนใดถูกขับไล่ลงมา

นับสิบปีหรือรอบหลายร้อยปีจะปรากฏหนึ่งหน หรือตราบเท่าที่ยังมีเซียนทำผิดกฎสวรรค์จึงถูกขับไล่ไสส่ง

ทว่าไม่นานมานี้ มันเกิดขึ้นที่เมืองอู่ถง

ในป่าลึก ยามที่มีฝนฟ้าคะนองเช่นนี้สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างหาที่พึ่งพิงหลบห่าฝน ทว่ากลับมีหญิงชราผู้หนึ่งแอบอยู่หลังต้นไม้กลางป่าเขาลึกที่ในยามนี้มิมีผู้ใดสัญจรผ่าน นางกำลังเฝ้าดูและอยู่ในเหตุการณ์ของ ‘การพิพากษา’

ตุบ!

ร่างของสตรีนางหนึ่งร่วงลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมายังโคลนตมที่เปียกนองจากน้ำฝน

นางกอดบางสิ่งเอาไว้ในอ้อมอก เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง มันคือผีผา

ร่างระหงถูกกระชากผ้าแพรคลุมไหล่ออก พร้อมกับถูกช่วงชิงผีผาในอ้อมอกไป หากว่าการช่วงชิงคือการที่ผ้าแพรและผีผาลอยมาอยู่บนฝ่ามือของบุรุษผู้หนึ่งแทนอย่างง่ายดาย

บุรุษผู้นั้นมีร่างสูงตระหง่านลอยอยู่เหนือพื้น ร่างกายเปล่งรัศมีเจิดจรัสจนมิอาจมองเห็นใบหน้าได้ แสงสีทองเรืองรองจนมิอาจจ้องมองได้โดยตรง

เทพเซียนผู้นั้นเอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าไม่ดังมาก แต่กึกก้องในหูของนาง แม้ท่ามกลางลมพายุฝนพัดกระหน่ำก็ไม่อาจกลบเสียงพิพากษานั้นได้

“ความผิดของเจ้าคือช่วยเหลือเทพเซียนผู้หนึ่งให้กระทำผิดมหันต์ เช่นนั้นก็จงลงมาช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าเสียเถิด จงอยู่ด้วยรูปกายอัปลักษณ์ ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญ จนกว่าจะสำนึกความผิดบาปที่เจ้าได้ก่อ”

ทันทีที่เสียงกังวานสิ้นสุด ราวกับว่าฝนที่ตกลงมานั้นคือฝนพิษ หยาดน้ำฟ้าได้ชะล้างผิวนางจากที่เคยเต่งตึงผ่องใสกลับเหี่ยวย่นและหม่นหมอง แผลผุพองเป็นตุ่มไตตะปุ่มตะป่ำเยี่ยงคางคกที่อยู่ตรงหน้าของนาง

หญิงอัปลักษณ์แหงนหน้าขึ้นจ้องไปยังเทพเซียนผู้นั้นโดยพลัน

“ตลอดห้าร้อยปีที่ข้าคอยเป็นข้ารับใช้เหล่าเทพยดาทั้งหลาย ท่านเทพเซียนได้โปรดประทานพรให้ข้าด้วย ขอความเป็นธรรมแก่ เฟยเอ๋อร์ ผู้นี้ด้วย!”

ครั้นเมื่อพิจารณาแล้ว นางมีความดีความชอบหลายส่วน

แม้ไป่เฟยจะเป็นเพียงหนึ่งในเทพธิดาผู้บรรเลงเพลง แต่นางก็มีความรับผิดชอบในหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

เช่นนั้นเทพเซียนผู้นี้จึงพยักหน้า

นางจึงกล่าวขานถ้อยคำร้องขอ

“ให้ข้าร่ำรวยจากการช่วยเหลือคน—อร๊อก!”

เสียงร้อง ‘อร๊อก’ ของสิ่งมีชีวิตตัวกระจ้อยตนหนึ่งออกมาหากินในยามวัสสานฤดูชุ่มฉ่ำต่อท้าย ดังมาจากคางคกตัวนั้น ทำให้เทพเซียนผู้นี้เกิดความคิดบางอย่างด้วยความคิดที่อยากจะกลั่นแกล้งนางให้ได้รู้สำนึก

ปลายนิ้วจึงจรดลงบนกลางหน้าผากของนางพร้อมตวัดนิ้วเป็นตัวอักษรทั้งสี่ตัวพลางเอ่ย

“สำ รอก เงิน ทอง”

จากนั้นมันได้เรืองแสงราวกับพรล้ำค่าก่อนจะซึมลงไปในหน้าผากของนาง

ครั้นเมื่อร่างส่องสว่างราวกับโคมไฟเคลื่อนคล้อยลอยกลับสวรรค์ผกผันกับห่าฝนที่ตกลงมา

หญิงสาวผู้นั้นก็ลุกขึ้นพลันหัวเราะออกมาดังลั่นเยี่ยงคนวิปลาส แหงนหน้ามองฟ้า นิ้วมือชี้ขึ้นอย่างท้าทาย

“ย่อมได้! ข้าขอท้าว่าข้าจะร่ำรวยเงินทองและเสวยสุขบนโลกมนุษย์ มีความสุขเสียสิ่งกว่าการถูกเทพเซียนทั้งหลายอย่างเจ้าจิกหัวใช้แน่นอน!”

เสียงฟ้าร้องนั้นราวกับตอบรับคำท้าก่อนที่นางจะแผดเสียงขึ้นมาอีกครั้ง

“สวรรค์เฮงซวย!”

...ผีผานั้นก็เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของข้า ยังหน้าด้านแย่งไป!

ใจแคบใจดำ ดูแคลนความรักต่างเผ่าพันธุ์ถึงขนาดลงโทษข้าผู้เป็นแม่สื่อเยี่ยงนี้

บัดซบ!

ครืนนน!!

เสียงฟ้าร้องดังลั่นสนั่นไปทั่วปฐพี ตามมาด้วยอสนีบาตฟาดลงมากลางกบาลของนางราวกับสั่งสอน ‘นางฟ้าตกสวรรค์’ ผู้นี้ให้รู้จักสำนึก

ร่างของนางหงายหลังล้มตึงลงบนโคลนตม ก่อนจะสิ้นสตินางแค่นหัวเราะแล้วถ่มน้ำลายรดฟ้า

เป็นดังสำนวน... น้ำลายนั้นตกใส่หน้าของนางเอง

เสียงหัวเราะของหญิงอัปลักษณ์ค่อยๆ แผ่วลง คล้ายดั่งความเหนื่อยล้าเฉกเช่นมนุษย์ได้ถาโถมเข้าใส่ร่างกายทิพย์ที่มิเคยต้องเหน็ดเหนื่อยมาหลายร้อยปี

ไม่นานนักหญิงชราผู้เป็นหมอตำแยผู้หนึ่งก้าวออกมาจากที่ซ่อน

เทพเซียนผู้นั้นสังเกตเห็นนางนานแล้ว แต่แสร้งไม่สนใจราวกับจงใจให้นางคอยอยู่ช่วยแม่หนูผู้นี้

ไม้เท้าของนางหมอตำแยย่ำลงโคลน เข้าใกล้ร่างสลบไสลของนางแล้วใช้ไม้เท้าเขี่ยเจ้าของร่างที่มีผิวกายน่ารังเกียจเยี่ยงคางคกนั่น

มองดูทรวงอกของนางที่ยังขยับขึ้นลงเป็นอันเข้าใจได้ว่านางยังมีชีวิตอยู่เพื่อรับโทษทัณฑ์

จากเคยรังเกียจเดียดฉันท์ ยามนี้ชาวเมืองอู่ถงแห่งแคว้นต้าเหลียงกลับชื่นชอบ ‘หญิงอัปลักษณ์’ ผู้นี้เป็นที่สุด นางไปบ้านหลังใดย่อมมีเหตุให้โรคภัยไข้เจ็บหายไปและตามมาด้วยเงินทองไหลมาเทมา ราวกับว่านางคือเทพเซียมซู

เช่นนั้นแล้วแทนที่นางจะได้รับเงินสักตำลึงนางกลับได้เป็นเจ่งอั๊บ ติดไม้ติดมือมาแทน เป็นเพราะทุกครั้งที่นางได้ช่วยเหลือมนุษย์สักผู้สักคน นางก็จะอาเจียนสำรอกเอาเงินเอาทองออกจากปากมาจำนวนหนึ่งก่อนจะสลบไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม ระหว่างนั้นเงินทองที่ออกจากปากนางย่อมถูกกอบโกยไปหมดสิ้น จนไม่เหลือตกให้นางแม้แต่ตำลึงเดียว

เหอะ ๆ ... บิดาพวกเจ้าสิ!

แทนที่จะให้เงินที่สำรอกออกจากปากข้า กลับเอากล่องขนมไหว้เจ้านั้นมาแลกกับเงินที่ออกจากปากของข้าแทน จริงอยู่ที่ค่าหยูกยานั้นข้าไม่ได้เสียสักตำลึง หาเก็บมาจากป่าจากเขา แต่อย่างน้อยข้าก็เหนื่อยแรงเก็บและบด ตากและตำสมุนไพรเหล่านั้นเองกับมือ

ด้วยเหตุฉะนี้ พวกเจ้าจงจ่ายค่ายาของข้ามาซะดี ๆ !!

สุดท้ายแล้วนางก็ทำได้เพียงถอนหายใจพลางเดินกลับไปยังป่าท้ายหมู่บ้านที่นางจากมา

บ้านไม้เรือนนั้นเป็นบ้านหลังเก่าของยายเฒ่าที่ช่วยสั่งสอนนางถึงอาชีพที่สามารถเลี้ยงปากท้องตนเองได้อย่างอาชีพหมอตำแย

นามเดิมของนางคือ ‘ไป่เฟย’ ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาเป็นนามที่เรียกขานล้อกับชื่อของเทพคางคกคาบทองนั้นอย่าง ‘ฉานฉู’

นางได้ขึ้นสวรรค์เป็นเซียนตอนอายุสิบหกปี คงความเยาว์วัยเนิ่นนานจนกระทั่งเกิดเรื่องวิบัติเยี่ยงนี้ขึ้น เช่นนั้นเมื่อตกสวรรค์นางจึงกลับมาอายุสิบหกอีกครา

ฉานฉูแกว่งห่อผ้าที่หุ้มเจ่งอั๊บไปตามทาง ท่วงท่าเยี่ยงหญิงสาวแก่นแก้ว นางก้าวขาเดินไปในป่าทึบ รอบกายเต็มไปด้วยแมกไม้และสมุนไพรนานาชนิด ยอดไม้สูงบดบังแสงสีแดงยามเย็นของพระอาทิตย์ที่กำลังคล้อยหลับลับฟ้า

นางกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องแผนการกอบโกยเงินในอนาคต ทำเยี่ยงไรนางถึงจะเป็นเศรษฐีนีแห่งเมืองอู่ถง คงไม่พ้นต้องไปแต่งเป็นอนุให้ชายแก่วัยใกล้ลงโลงเป็นแน่ แต่สารรูปของนางในยามนี้งั้นรึ ใครจะเอา นางอาจจะตายก่อนวัยอันควรด้วยซ้ำ ยามนั้นเทพเซียนเหล่านั้นย่อมหัวเราะเยาะนางจนสำลักผลท้อแห่งความเยาว์วัยจนติดคอตาย

พูดถึงความตาย ความตายก็มาเยือน!

คบดาบพาดขวางที่คอของนางเตรียมจะตัดมันขาดอยู่รอมร่อ ฉานฉูกลั้นหายใจโดยพลัน ผู้เป็นเจ้าของดาบเล่มนั้นเข้าประชิดกายหญิงสาวพลางหอบหายใจใกล้กับใบหูของนาง

เสียงหอบหายใจนั้นไม่ต่างจากหมีป่าที่กำลังเหน็ดเหนื่อย แม้ไม่ต้องหันไปมองนางก็รับรู้ได้ว่านางสูงเพียงอกของบุรุษผู้นี้ด้วยซ้ำไป แผงอกกว้างขยับขึ้นลง ชีพจรของเขากำลังอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

นางค่อย ๆ ผ่อนลมและสูดหายใจเข้าไปใหม่อีกครั้ง พยายามไม่ให้คอเข้าไปใกล้คมดาบนั้น กลิ่นเหงื่อและกลิ่นเลือดคลุ้งกันไปหมดจนแยกไม่ออก

ทว่านางผู้มีประสาทสัมผัสดียิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป ยิ่งทำให้มึนเมากลิ่นปะปนนั้นคล้ายพะอืดพะอม จนใคร่อยากจะอาเจียน

เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างยากลำบาก

“...อย่า...ขยับ...ช่วยข้า...”

สิ้นคำพูดเขาก็ถาโถมน้ำหนักตัวราวกับหมีป่าใส่นาง ฉานฉูตั้งรับไม่ทันเกือบจะล้มลงให้ชายผู้นี้นอนทับ ทว่านางกัดฟันฮึดแล้วคว้าแขนของเขามาพาดคอของนางไว้อย่างไม่รู้ตัว

บัดซบ! …นี่ไงเล่าช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าเสียเทิด นี่ไงเล่า!

ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวซวยนี้เป็นพวกคนชั่ว! สภาพปางตายเสื้อผ้าขาดวิ่น! บาดแผลจากการฆ่าฟัน! เลือดอาบจนแทบหมดตัวเยี่ยงนี้!

นางทำได้แค่กัดฟันกรอด หมดคำจะด่าทอต่อสวรรค์และโชคชะตา

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VTB” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VTB
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

อุปถัมภ์รักเมียเด็ก
อุปถัมภ์รักเมียเด็ก
เมื่อสาวน้อยวัยใสต้องตกอยู่ใต้การดูแลของท่านประธานหนุ่มสุดฮอตในฐานะเด็กอุปถัมภ์ ความใกล้ชิดในบ้านหลังเดียวกันปลุกเร้าความปรารถนาต้องห้ามที่ยากจะต้านทาน นิยายประธานบริษัทแนวโคแก่กินหญ้าอ่อนที่จะทำให้คุณฟินจิกหมอนกับความคลั่งรักสายเปย์ อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินได้แล้ววันนี้
7.8
83 ตอน
วิวาห์หวานรัก
วิวาห์หวานรัก
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ พิมพ์นารา สาวอวบสุดน่ารักต้องกลายมาเป็นภรรยาของ กันต์ ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์อย่างไม่คาดฝัน แม้เธอจะคิดว่าตัวเองไม่ใช่สาวในสเปกและชอบแง่งอนจนเขาเรียกว่าลูกหมู แต่เสน่ห์อันเป็นธรรมชาติของเธอกลับทำให้เขาตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นในนิยายรักฟีลกู้ดเรื่องนี้
9.2
57 ตอน
ขอบคุณนะ คุณหวาง
ขอบคุณนะ คุณหวาง
เมื่อชีวิตการทำงานวันแรกของหวางหลิงต้องพลิกผันเพราะซ่างกวนรุ่ยซิน ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนหลังงานเลี้ยงได้ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความลับมากมายที่สามีจอมลึกลับคนนี้ซ่อนไว้ เธอต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเล่ห์เหลี่ยมในนิยายรักแนวท่านประธานสุดร้อนแรงนี้
6.8
16 ตอน
บ่วงสวาททาสรัก
บ่วงสวาททาสรัก
เมื่อ อเล็กซิส มหาเศรษฐีหนุ่มผู้รักชีวิตโสดถูกบังคับให้แต่งงานคลุมถุงชนกับผู้หญิงที่เขาแสนจะดูแคลน ทว่าในคืนวิวาห์ รูปลักษณ์ที่แท้จริงของเธอกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว นิยายรักแนวท่านประธานสุดร้อนแรงที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ลงท้ายด้วยความคลั่งรักจนหาทางออกไม่ได้
8.7
81 ตอน
แม่ทูนหัวโคตรเลิศ
แม่ทูนหัวโคตรเลิศ
เฉียววาน ทายาทมหาเศรษฐีผู้มีความลับระดับโลก ถูกตระกูลฮั่วรับเลี้ยงด้วยความรักมหาศาล ท่ามกลางข่าวลือว่าเธอไร้ค่า เธอคืออัจฉริยะตัวจริงที่ทุกคนต้องสยบ แต่แล้ว กู้ซือหาน ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นสามีพร้อมข้อเสนอสุดเย้ายวนใจ นิยายรักโรแมนติกที่สายฟินห้ามพลาด
8.0
54 ตอน
กลับมาครั้งนี้ข้าขอเพียงชีวิตที่สงบสุข
กลับมาครั้งนี้ข้าขอเพียงชีวิตที่สงบสุข
เมื่อ เหอหลันฮวา ได้รับโอกาสเกิดใหม่หลังความตายอันแสนสลดในชาติก่อน ท่ามกลางความอิจฉาริษยาของน้องสาวต่างมารดา ชาตินี้นางหาได้ต้องการแก้แค้น แต่ปรารถนาเพียงหลีกหนีโศกนาฏกรรมเพื่อใช้ชีวิตที่แสนเรียบง่ายและสงบสุขเคียงข้างสามีสุดที่รักไปตลอดกาล อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดซึ้งนี้เลย
8.4
100 ตอน