ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“เอาอันนั้นค่ะ” หญิงสาวบอกพนักงานในร้าน ยืนรอสักครู่กล่องของขวัญสีชมพูหวานแหววก็มาอยู่ในมือ เธอยื่นธนบัตรใบละพันให้คนขายสามใบแล้วก็ได้ใบสีแดงคืนมาสองใบ

“พี่บาสจะชอบไหมนะแต่ที่แน่ๆ พี่บาสไม่รู้หรอกว่าเพิ่งมาได้เอานาทีสุดท้ายเหมือนเดิม” เธอรำพึงกับตัวเองแล้วยิ้มแป้น ชายหนุ่มที่คบหาตั้งแต่มัธยมปลายจนตอนนี้ทำงานได้สองปีมักจะบ่นเสมอว่าเธอคือพวกที่ไม่มีแผนการในชีวิตชอบมาตัดสินใจตอนไฟลนก้นเกือบทุกครั้ง เธอพยายามวางแผนตามที่เขาบอกแต่ตลอดเจ็ดปีที่คบกันมันก็ไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่ก็เธอเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรจะให้เปลี่ยนเป็นคนเจ้าระเบียบมีแพลนทุกขั้นตอนในแต่ละวันมันไม่ง่ายเลย

พรุ่งนี้คือวันครบรอบเจ็ดปีเธอหวังตั้งแต่ตอนฉลองห้าปีว่าเขาจะขอแต่งงาน สมัยเรียนเขาบอกว่าพอมีฐานะมั่นคงก็จะให้เธอสวมชุดเจ้าสาวทันทีซึ่งเธอเห็นว่าเขาก็มั่นคงมาสองปีแล้วทั้งการงานและด้านอื่นๆ เขามีเงินเดือนหลักแสน มีรถยนต์หนึ่งคัน มีบ้านเดี่ยวเล็กๆ หนึ่งหลังแล้วก็มีคอนโดแถวชานเมืองเอาไว้ปล่อยเช่าอีกสองห้อง

สายตาคนภายนอกส่วนมากรวมถึงตัวเธอด้วยมองว่าเขาพร้อมจะลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวแล้วด้วยวัยที่ย่างเข้าสามสิบห้าปีกับทรัพย์สินมูลค่าหลายล้าน ต้องรอให้พร้อมกว่านี้หรือ ? คำตอบคือใช่

“ขอพี่ซื้อคอนโดให้ได้ก่อนนะฝ้ายแล้วเราค่อยแต่งงานกัน ฝ้ายก็รู้ถ้ามีเงินนอนกินทุกเดือนไปยันแก่มันปลอดภัยกว่า” นั่นคือคำพูดของเขาตอนฉลองครบรอบห้าปี

“ไว้ปีหน้านะฝ้าย ปีนี้พี่อยากซื้อคอนโดอีกห้องมันเพิ่งขึ้นใหม่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่จะเปิดอีกสามปีข้างหน้าซื้อไว้ตอนนี้มีแต่ได้กับได้” นั่นคือคำพูดของเขาตอนฉลองครบรอบหกปี

ปุยฝ้าย ตุงสุวรรณในวัยเบญจเพสไม่เห็นข้ออ้างอะไรอีกในปีที่เจ็ดเพราะเขาก็เลิกเห่อเรื่องคอนโดมาเป็นปีแล้ว รถยนต์ก็เพิ่งถอยคันใหม่เมื่อเดือนก่อนส่วนคันเก่าก็ขายไป เธอคิดติดตลกว่าถ้าเขาจะผัดผ่อนการแต่งงานอีกก็คงเพราะต้องการซื้อกระสวยอวกาศเอาไว้เก็งกำไรแน่นอน

เธอเขย่ากล่องเล็กๆ แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ มันคือพวงกุญแจทองคำขาวรูปหัวใจสองดวง ดวงแรกมีตัวบีและอีกดวงมีตัวเอฟ เธอหวังว่าเขาจะชอบเพราะมันหรูหราเหมือนทุกสิ่งในชีวิตเขา

วันครอบรอบเจ็ดปี

ปุยฝ้ายตื่นแต่เช้าแล้วลุกไปอาบน้ำ วันนี้น่าจะเป็นวันที่ความหวังตลอดสองปีคงจะเป็นจริงสักที หญิงสาวขัดสีฉวีวรรณทุกส่วนสัดของร่างกายด้วยความพิถีพิถันถึงแม้ว่าจะต้องไปทำงานก่อนก็ตามเพราะกว่าจะได้เจอคนรักก็ตอนค่ำแต่วันพิเศษก็ต้องพิเศษตั้งแต่ลืมตาและเธอจะพกอุปกรณ์อาบน้ำไปอาบที่โรงแรมหลังเลิกงานด้วย

ใครๆ มักคิดว่าปุยฝ้ายเป็นชื่อเล่นแต่มันคือชื่อจริงส่วนชื่อเล่นที่พ่อกับแม่เรียกก็คือฝ้ายแต่คนส่วนใหญ่ก็เรียกเธอว่าปุยฝ้ายกลายเป็นว่าเรียกกันซะเต็มยศเลยแต่เธอก็ไม่มีปัญหาอะไรจะเรียกสั้นเรียกยาวเธอก็ชอบอยู่ดีเพราะชื่อนี้ผู้มีพระคุณมอบให้เธอตั้งแต่เกิด

ปุยฝ้ายเกิดและเติบโตที่จังหวัดเชียงรายเธอเข้ามากรุงเทพตอนเรียนมัธยมต้นแล้วก็อยู่ที่นี่มาตลอดแต่ก็ยังกลับบ้านเกิดสม่ำเสมอ พ่อกับแม่ของเธอทอผ้าฝ้ายขายเพื่อส่งเสียให้ลูกสาวเพียงคนเดียวได้ร่ำเรียนสูงๆ นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อและเธอรักผ้าฝ้ายยิ่งกว่าอะไร เสื้อผ้าส่วนมากแม่จะตัดเย็บแล้วส่งมาให้ซึ่งเธอรักษาและดูแลอย่างดีทุกชิ้นเวลาซักก็ซักด้วยมือไม่โยนลงเครื่อง

เรื่องนี้เป็นตลกร้ายระหว่างเธอกับคนรัก ช่วงแรกๆ ที่คบกันเขาบอกว่าเธอแต่งตัวเชยไม่เข้าท่าเพราะไม่ยอมใส่ของแบรนด์เนมหรือเสื้อผ้าตามร้านค้าทั่วๆ ไป พอเธอบอกว่าชุดนี้แม่เป็นคนทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่เก็บฝ้าย นำมาปั่น ทอเป็นผืนแล้วตัดเป็นชุด เขาก็อึ้งไปแล้วก็ไม่เคยติเตียนอะไรอีกแต่สายตาของเขาก็บอกแทนทุกอย่าง ชุดบ้านๆ เชยๆ ไม่มีวันสวยงามเท่าชุดแบรนด์เนมราคาแพง

เธอยอมโอนอ่อนตามเขาหลายอย่างเช่นยอมไว้ผมยาวทั้งที่ชอบผมซอยสั้น ลดความกระโดกกระเดกลงเพิ่มความเป็นกุลสตรีให้มากขึ้นและอีกมากมายหลายข้อ ถ้าจะมาจำกัดการแต่งตัวอีกก็คงจะเยอะไปหน่อยและเขาก็รู้ดีว่าข้อนี้เธอไม่ยอมแน่ๆ แต่เขาไม่ได้มีแต่ข้อเสียหรอกนะถ้าเขาเป็นคนไม่ดีจะคบกันมาตั้งเจ็ดปีได้ยังไง

ข้อดีของเขาก็คือพูดเพราะ ใจเย็น ไปไหนด้วยกันเขาจะมารับมาส่งเสมอและไม่เคยให้ออกเงินสักบาทเขาบอกว่ามันคือหน้าที่ของผู้ชายที่ต้องดูแลผู้หญิงซึ่งเธอแพ้ให้กับคำพูดนี้ราบคาบ มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ยอมเขาเกือบทุกอย่างเพราะถ้าเขาไม่รักจะมาทำแบบนี้ให้ทำไม

“แฮปปี้ แอนนิเวอซารี่จ้ะ” เข็มหอมหรือพี่เข็มของน้องๆ หัวหน้าแผนกต้อนรับ ทักทายเด็กสาวที่เดินยิ้มแป้นมาแต่ไกล

“ขอบคุณค่ะพี่เข็ม” ปุยฝ้ายกล่าวกับหัวหน้าแผนก เธอทำงานตำแหน่งพนักงานต้อนรับที่โรงแรมห้าดาวกลางเมืองกรุงมาได้สองปีกว่าแล้ว พี่ๆ ที่ทำงานด้วยน่ารักและใจดีกับเธอมาก

“ไปฉลองที่ไหนกันล่ะ” เข็มหอมถามไถ่ ที่เธอจำได้ว่าเป็นวันครบรอบของเพื่อนร่วมงานก็เพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานของเธอด้วยแต่เธอแต่งมาห้าปีแล้ว

“บุรีธาราค่ะพี่เข็ม ดูจากในรูปสวยมากเลยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

“น่าอิจฉาจัง เออ ! ปุยฝ้าย พี่ฝากดูแลก่อนนะ จะไปคุยกับแม่บ้านเรื่องจัดดอกไม้ต้อนรับลูกค้าที่มาจะมาค่ำนี้” เข็มหอมบอกลูกน้องแล้วเดินเลี่ยงออกมาเพราะไม่อยากให้เธอจับพิรุธได้

ผู้จัดการห้องอาหารบุรีธาราคือเพื่อนสนิทของเข็มหอม ทั้งคู่เพิ่งคุยกันวันก่อนว่าห้องอาหารคืนนี้โดนเหมาทั้งหมดเพื่อจัดงานแต่งให้ลูกค้าซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมากแต่ที่ไม่ปกติก็คือ ทำไมแฟนของปุยฝ้ายถึงบอกว่าจองโต๊ะไว้กับร้านนั้นซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่คืนนี้ทั้งคู่จะไปใช้บริการที่นั่น

ปุยฝ้ายทำงานด้วยความแช่มชื่นตลอดทั้งวันโดนไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่นั่งข้างๆ มีอาการกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข เข็มหอมอยากถามปุยฝ้ายเหลือเกินแต่คิดว่าไม่ควรทำให้เด็กสาวกังวลเกินไป บางทีปุยฝ้ายอาจฟังชื่อร้านผิดหรือแฟนหนุ่มอาจจะทำเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์พาไปร้านอื่นแทนก็เป็นได้

“ไปเตรียมตัวเถอะปุยฝ้าย” เข็มหอมบอกพนักงาน

“เพิ่งสี่โมงเอง พี่เข็มลืมเหรอคะว่าฝ้ายเลิกงานห้าโมง”

“ไม่ได้ลืมจ้ะแต่อยากให้ไปแต่งตัวทำสวยก่อน ไปใช้ห้องน้ำในห้องประชุมได้เลยพี่อนุญาต”

“ขอบคุณค่ะพี่เข็ม” ปุยฝ้ายกอดเอวผู้จัดการใจดีแล้วหยิบข้าวของพุ่งตัวไปที่ห้องประชุมด้วยความรวดเร็ว ในใจยังอดคิดไม่ได้ว่าถ้าพี่บาสมาเห็นเธอวิ่งเป็นจรวดแบบนี้คงโดนเอ็ดเอาแน่ๆ

ปุยฝ้ายอาบน้ำใหม่อีกครั้งแถมยังเอาสครับเกลือกลิ่นวานิลลาสุดเซ็กซี่มาขัดจนทั่วแล้วทิ้งไว้สิบนาที พอล้างออกผิวกายทั้งตัวก็นุ่มเนียนและหอมเหมือนขนมหวานไม่มีผิด พี่บาสซื้อชุดอาบน้ำเซทนี้ให้ตอนวันวาเลนไทน์เธอยังจำได้ดีว่าการร่วมรักคืนนั้นเร่าร้อนขนาดไหนเพราะเขาคลั่งไคล้กลิ่นของมันเหลือเกิน

“Give your all to me. I'll give my all to you. You're my end and my beginning” เสียงเพลงรักหวานจับใจดังมาจากมือถือของปุยฝ้าย เธอวางขวดน้ำหอมลงแล้วรีบกดรับสายทันที

เริ่มต้นสายสนทนา

ปุยฝ้าย: สวัสดีค่ะพี่บาส (เสียงของเธอสดใสราวกับระฆังเงิน เขาคงมาถึงแล้วแน่ๆ)

บาส: ฝ้าย คือพี่…

ปุยฝ้าย: มีอะไรเหรอคะพี่บาส (ปกติพี่บาสเป็นคนพูดจาชัดเจนไม่มีมาอ้ำอึ้งให้เสียเวลา)

บาส: พี่ไปไม่ได้แล้วล่ะคืนนี้

ปุยฝ้าย: ทำไมคะ มีงานด่วนเหรอคะ ไม่เป็นไรค่ะไว้เราฉลองวันหลังก็ได้ (ใช่ว่าเขาไม่เคยเบี้ยวนัด เธอชินแล้ว)

บาส: เปล่าครับ พี่หมายถึงไปไม่ได้ตลอดไป

ปุยฝ้าย: ยังไงคะพี่บาส ฝ้ายไม่เข้าใจ

บาส: พี่เจอคนอื่นที่ดีกว่า พี่ขอโทษนะ

ปุยฝ้าย: พี่บาสอย่าล้อเล่นแบบนี้ค่ะ

บาส: พี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่เจอคนที่เหมาะสมกว่า ขอโทษนะ

ปุยฝ้าย: พี่คบกับฝ้ายมาเจ็ดปี พี่ไปเจอคนอื่นตอนไหนคะ

บาส: เมื่อต้นปี ทางบ้านพี่เขาก็เห็นชอบด้วย เราจากกันด้วยดีนะ

ปุยฝ้าย: ไม่ ฮือๆๆ พี่บาสทำยังงี้กับฝ้ายไม่ได้ เรารักกันมาตั้งเจ็ดปีพี่เห็นคนอื่นเหมาะสมกว่าฝ้ายได้ยังไงรู้จักกันยังไม่ถึงปีเลยด้วยซ้ำ

บาส: ความรักมันไม่เกี่ยวกับเวลาหรอกฝ้าย แค่นี้นะ

ปุยฝ้าย: พี่บาส ฮือๆๆๆ ฝ้ายขอโทษ ฝ้ายจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น อย่าทิ้งฝ้ายไป

บาส: ไม่ต้องหรอกฝ้ายเพราะพี่ไม่ได้รักฝ้ายแล้ว แค่นี้นะ

ปุยฝ้าย: พี่บาส อย่าเพิ่งวาง ฮือๆๆๆๆ

ปุยฝ้ายโทรกลับไปเป็นสิบๆ ครั้งก็โดนตัดสายทิ้งและสุดท้ายเขาก็ปิดเครื่อง หญิงสาวนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตะวันลาลับขอบฟ้า ชุดเดรสสีหวานของแบรนด์เนมหรูหรายับยู่ยี่ ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเลอะเทอะไม่เหลือเค้าความงามแม้แต่นิด

“ปุยฝ้าย ยังอยู่ในนั้นรึเปล่า” เข็มหอมเข้ามาตรวจดูที่ห้องประชุมเพื่อความแน่ใจเพราะเธอยังไม่เห็นลูกน้องเดินออกไปเลย

“ปุยฝ้าย เปิดประตูให้พี่หน่อย” เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นเข็มหอมก็แน่ใจว่าปุยฝ้ายยังอยู่ในนั้น

“พี่เข็ม ฮือๆๆๆ” ปุยฝ้ายโผเข้ากอดหัวหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกเป็นชั่วโมง

ตอน 2

“อยากให้พี่โทรไปหากุ้งไหม” เข็มหอมถามเมื่อเสียงสะอื้นของเด็กสาวเงียบลง เกือบหนึ่งชั่วโมงที่สนทนากันเธอจับใจความได้แค่ว่าปุยฝ้ายโดนแฟนทิ้ง

“ร้องออกมาแล้วจบแค่วันนี้ ผู้ชายแบบนั้นไม่ควรไปเสียน้ำตาให้” เข็มหอมลูบผมปุยฝ้ายเบาๆ เธอมีลูกน้องในสังกัดยี่สิบคนซึ่งเธอรักและเอ็นดูทุกคนเหมือนน้องเหมือนลูก แผนกต้อนรับน่าจะเป็นแผนกเดียวในโรงแรมที่ไม่เคยมีเรื่องอิจฉาริษยากันเพราะเธอปลูกฝังให้พนักงานรักและสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

“ทำไมพี่เข็มพูดแบบนั้นคะ” เธอเห็นแววตาของความเกลียดชังแล้วริมฝีปากที่เม้มแน่นนั่นอีก เหมือนว่าหัวหน้าพยายามจะกัดลิ้นตัวเองไม่ให้พูดอะไรออกมา

“พี่เคยเห็น ไม่ใช่สิเพื่อนพี่มันเคยเห็นว่าแฟนของปุยฝ้ายพาผู้หญิงคนอื่นไปดินเนอร์…ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย”

“จริงเหรอคะ” ปุยฝ้ายถามด้วยความตกใจ ตลอดเวลาเจ็ดปีเธอไม่เคยระแวงสงสัยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาจะมีคนอื่นเขาเป็นผู้ชายสุภาพและซื่อสัตย์มาก ก่อนจะนอนก็จะโทรหาหรือไม่ก็แชทคุยกันตลอด

“พี่ไม่อยากพูดให้ความสัมพันธ์ของปุยฝ้ายกับแฟนต้องสั่นคลอน พี่คิดว่าเขาคงเลิกไปเองหรือคิดได้ในที่สุดว่าผู้หญิงคนไหนที่รักเขาหมดหัวใจ…แต่เขาก็คิดไม่ได้”

“แล้วโต๊ะที่บุรีธาราเขาก็ไม่ได้จองหรอกนะ ไอ้ตั้มเพื่อนพี่มันเป็นผู้จัดการที่นั่นมันบอกว่าคืนนี้ร้านโดนเหมาเพื่อจัดงานแต่ง”

“เขาโกหกฝ้ายทำไมพี่เข็ม ฝ้ายไม่ดีตรงไหน ฮือๆๆ” เมื่อได้รู้ความจริงปุยฝ้ายก็ร่ำไห้อีกครั้ง เธอไม่เคยมีใจหรือมองใครเลยในหัวใจของเธอมีแค่เขาเพียงคนเดียว เขาเป็นรักแรกและผู้ชายคนแรกและเธอหวังว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายด้วย

“คนที่ไม่ดีคือเขา ไม่ใช่เราจำไว้ปุยฝ้าย”

“ถ้าฝ้ายดีจริงพี่บาสจะทิ้งไปทำไม ขอ…ขอฝ้ายโทรไปหาพี่บาสก่อนนะคะ ฝ้ายจะถามว่าฝ้ายต้องปรับปรุงอะไรบ้าง” หญิงสาวที่หัวใจแหลกสลายถามไปสะอื้นไปส่วนมือก็ควานหาโทรศัพท์ไปด้วย

“พี่จะให้มือถือแต่เบอร์ที่จะกดออกต้องไม่ใช่เบอร์ผู้ชายคนนั้น เขาทิ้งหนูไปแล้วปุยฝ้ายทิ้งได้เลือดเย็นมากด้วยเลือกวันครบรอบเพื่อบอกเลิก…จิตใจอำมหิตที่สุด” เข็มหอมกำมือถือของปุยฝ้ายไว้ เธออยากให้เด็กสาวตัดใจจากคนเลวๆ แบบนั้น คนดีๆ แบบเธอไม่สมควรไปเสียเวลากับมันอีก

“โทรไปหากุ้ง ตกลงไหม” เธอกำชับก่อนจะส่งมือถือคืนให้เจ้าของ

ปุยฝ้ายโทรไปหาเพื่อนตามที่หัวหน้าบอก เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมหัวหน้าต้องสั่งแบบนั้นคนที่อยากคุยด้วยที่สุดในโลกตอนนี้คือพี่บาส เธอไม่อยากคุยกับใครนอกจากเขา

“เก่งมากเดี๋ยวพี่อยู่เป็นเพื่อนนะ” เข็มหอมชมเมื่อลูกน้องวางสายจากเพื่อนสนิท กลอยใจหรือกุ้งคือพนักงานอีกคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเธอ

“พี่เข็ม ฝ้าย…ฝ้ายอยากคุยกับพี่บาส ให้ฝ้ายโทรไปหาเขานะคะ” ปุยฝ้ายอ้อนวอน

“เขาไม่ซื่อสัตย์กับหนูทำให้หนูเสียใจปางตาย ยังจะอยากคุยกับเขาทำไม”

“ฝ้าย ฮือๆๆๆ ฝ้ายรักเขา ฝ้ายขาดเขาไม่ได้”

“ได้สิ จะอยากมีคนเลวอยู่ในชีวิตทำไม ก่อนหน้านั้นที่ยังไม่มีเขาทำไมอยู่ได้ล่ะ”

“ฝ้ายอยู่ไม่ได้ ฝ้ายอยากตาย ฮือๆๆๆ”

“ปุยฝ้าย พูดอะไรออกมารู้ตัวไหม” เข็มหอมจับไหล่ของลูกน้องไว้ เธอจ้องดวงตาแดงช้ำอย่างแน่วแน่เพราะอยากให้เธอได้สติ

“ฝ้ายรักเขา ฝ้ายอยู่ไม่ได้”

“คิดบ้างไหมว่าพ่อแม่มาได้ยินจะเสียใจแค่ไหน ท่านเลี้ยงหนูมาด้วยความรักแล้วหนูจะมาจบชีวิตเพื่อผู้ชายเลวๆ คนเดียวเหรอ”

“ฮือๆๆๆ พี่เข็ม”

“ร้องซะให้พอแล้วจบแค่วันนี้” เข็มหอมทั้งขู่ทั้งปลอบเด็กสาว เธอรู้ดีถึงพิษรักว่ามันร้ายแรงแค่ไหนมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจและก้าวผ่านไปแต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้มแข็งและเดินไปข้างหน้า

“ฝ้าย พอแล้ว ดูหน้าตาสิ” กุ้งมาถึงตอนสามทุ่มกว่าเพราะรถติดมากแถมยังอยู่คนละฝั่งกับโรงแรม

“ฮือๆๆ แก พี่บาสเขาทิ้งฉันไปแล้ว” ปุยฝ้ายไปซบหน้าร้องไห้กับเพื่อนแทน

“ดี คนเผด็จการแบบนั้นไปรักมันทำไม” กุ้งบอกด้วยความสะใจ เพื่อนของเธอแทบจะใช้ชีวิตตามใบกำกับของไอ้บ้านั่น มันสั่งทุกอย่างตั้งแต่การแต่งตัวไล่ไปยันของกิน

“แต่ฉันรักเขา ฮือๆ”

“แต่มันไม่ได้รักแกแล้ว โอเคม่ะ เลิกร้อง…ถ้าแกยังร้องอีกนะฉันจะถือว่าแกไม่รักฉัน”

“พี่เข็มคะ ขอบคุณมากเลยค่ะที่อยู่เป็นเพื่อนมันเดี๋ยวกุ้งดูแลต่อเอง ป่านนี้ลูกกับสามีพี่เข็มรอแย่แล้ว”

“ไม่เป็นไรพี่ส่งข้อความไปบอกแล้ว ปุยฝ้ายอยากพักก่อนไหม”

“ดีค่ะพี่เข็ม ปีนี้มันยังไม่ได้พักร้อนเลย” กุ้งชิงตอบแทนเพื่อน

“งั้นพี่จัดให้หยุดสามวัน เหลือไว้ก่อนเผื่อปลายปีปุยฝ้ายอยากจะลากลับบ้าน” เข็มหอมตัดสินใจ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งปกติคือวันหยุดของปุยฝ้ายแต่บังเอิญเพื่อนขอแลกไว้เมื่อตอนต้นเดือนแต่เธอคิดว่าพนักงานที่กำลังป่วยด้วยโรคอกหักคงไม่มีกะจิตกะใจมาทำงานแน่ๆ

“ส่วนกุ้ง พรุ่งนี้หยุดไปนะสับวันหยุดกับอาร์มเดี๋ยวพี่บอกอาร์มเอง”

“ขอบคุณค่ะพี่เข็ม”

“เลิกร้อง หยุดๆๆ” กุ้งเอามือถูแก้มเพื่อนไปๆ มาๆ เธอรอเวลานี้มานานแล้วเวลาที่เพื่อนของเธอจะได้หลุดจากกรงขังของไอ้บ้านั่น เมื่อก่อนเธอกับฝ้ายไปมาไหนมาไหนด้วยกันเสมอแต่พอมาคบกับพ่อจอมเผด็จการค่ำคืนของสาวๆ ก็หายไป เธอไม่ได้อิจฉาที่เพื่อนมีแฟนแต่เธอรู้สึกมาตลอดว่าผู้ชายคนนี้ตอแหล

“ฉันไม่ดีตรงไหนอ่ะแก” ปุยฝ้ายถามเพื่อน

“ไม่ดีตรงที่ซื่อและไว้ใจคนอื่นมากเกินไป คืนนี้ไปลัลลาดีกว่า”

“สภาพนี้เนี่ยนะ” ปุยฝ้ายก้มมองตัวเองยังอดเวทนาไม่ได้

“มืดแบบนั้นใครจะมานั่งมองเสื้อผ้าส่วนหน้าตาเดี๋ยวกุ้งคนสวยจัดให้” ว่าแล้วเพื่อนสนิทก็งัดเครื่องสำอางออกมาจากกระเป๋าแล้วเนรมิตใบหน้าหม่นหมองให้สวยผุดผ่องราวกับไม่เคยผ่านการร้องไห้มาก่อน

กุ้งพาเพื่อนไปแด๊นซ์อย่างสุดเหวี่ยงเพื่อให้ลืมทุกอย่าง ฝ้ายเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตั้งแต่คบกับพี่บาสเธอก็ไม่เคยมีเวลาให้เพื่อนอีกเลยทั้งที่สมัยมัธยมเธอกับกุ้งจะไปเที่ยวเล่นด้วยกันเสมอแต่พอมีแฟนเธอก็จัดเขาไว้เป็นความสำคัญลำดับหนึ่งมาตลอด

“เฮ้ยๆ เบาหน่อย” กุ้งปรามเพื่อนที่กระดกเหล้าถี่เหลือเกิน

“เบา เบย อารายยย ไม่มาวว สักนิด” ปุยฝ้ายเถียงกลับเสียงอ้อแอ้แล้วคว้าแก้วเหล้ากลับมาดื่มอีกอึกใหญ่ เธอถามตัวเองว่าทำไมผู้คนรอบตัวถึงหน้าตาเหมือนกันไปหมดแถมหัวก็หมุนๆ ชอบกล

“ไปห้องน้ำก่อนนะ” กุ้งตะโกนใส่หูเพื่อน

“โอเคๆ” ปุยฝ้ายตอบกลับไป

กุ้งบุกตะลุยไปหลังร้านด้วยความรวดเร็วเพราะปวดฉี่จะแย่แล้วส่วนฝ้ายได้ยินเพื่อนบอกว่ากลับบ้านก่อนนะจึงเดินฝ่าฝูงชนออกไปนอกร้านด้วยความทุลักทุเล

“ท๊ากกก ซี่ จอดๆๆ” ปุยฝ้ายโบกรถแล้วบอกจุดหมายปลายทาง กุ้งกลับมาที่โต๊ะเมื่อไม่เจอเพื่อนก็มองหาจนทั่วร้านแถมเดินกลับไปดูที่ห้องน้ำอีกรอบแต่ก็ไม่เจอโทรหาก็ไม่ยอมรับสาย

“โอ๊ย! ฝ้าย แกหายไปไหนเนี่ย”

“อ้าว คิดว่ากลับไปด้วยกันซะอีก” การ์ดหน้าร้านที่กุ้งคุ้นหน้าคุ้นตาดีทัก

“อะไรนะ ใครกลับ”

“ก็เพื่อนไง ที่มาด้วยกันตะกี้ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว”

“จริงดิ”

“จริง จะโกหกทำไมล่ะ”

“ตายแล้ว ไอ้ฝ้าย ตายๆๆ” กุ้งกระหน่ำโทรไปหาเพื่อนอีกครั้ง

ปุยฝ้ายนั่งครึ่งหลับครึ่งตื่นมาตลอดทาง เธอยังสนุกอยู่เลยแต่ไอ้กุ้งดันไล่กลับบ้านซะงั้นแต่ไม่เป็นไรหรอกไว้วันหลังค่อยมาแด๊นซ์กันใหม่

“ขอบคุณมากกก ค่า” ปุยฝ้ายบอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริง โชคดีนักที่โชเฟอร์เป็นลุงแก่ๆ ธรรมะธัมโมไม่อย่างนั้นละก็ป่านนี้โดนลากไปข่มขืนกลางป่าแล้วแน่ๆ

“อย่าดื้อกับพี่สิ จุ๊ๆ” หญิงสาวคุยกับแม่กุญแจที่ดิ้นไปดิ้นมาไม่ยอมให้ไข จริงๆ แล้วเพราะมือเธอสั่นต่างหาก

“เสียงอะไรวะ” สายฟ้าต้องลุกจากเตียงมาด้วยความหงุดหงิด เพิ่งปั่นงานเสร็จล้มตัวลงนอนกำลังเคลิ้มๆ ก็โดนรบกวนจากเสียงประหลาด

“คุณ ทำอะไร” เขาตะโกนถามคนข้างบ้านที่ยืนเกาะประตูรั้วไม่ยอมเข้าไปสักที

“ขายยย ปา กู นะเซ่ ถามด้ายยย”

“อะไรนะ” เขาได้ยินชัดเต็มสองหูแต่แปลไม่ออกเลยว่าคนข้างบ้านพูดอะไร

นี่เมาเหรอ ? อะเมซิ่งมาก !

เป็นเพื่อนบ้านกันมาเกือบสามปียังไม่เคยเห็นเมาเลยสักครั้งกลับบ้านดึกเกินสี่ทุ่มก็ไม่เคยหรืออาจจะเคยแต่เขาไม่เห็นแต่ทุกครั้งที่เห็นคือสองทุ่มกว่าเธอจะถึงบ้านแล้วก็ออกไปอีกทีตอนทำงาน ช่างเป็นคนที่มีกิจวัตรประจำวันคาดเดาง่ายเหมาะกับการปล้นเป็นที่สุด

“ไข ปา กู ได้แหละ โครมมมม” เมื่อกุญแจเจ้ากรรมยอมพ่ายแพ้แต่โดยดีปุยฝ้ายก็เดินเข้าบ้านแต่ก็สะดุดเท้าตัวเองล้มหน้าคะมำ

“เฮ้ย! คุณ โอเคไหม”

“โอเค๊” เธอลุกขึ้นแล้วส่งสัญญาณมือไปให้เพื่อนบ้าน จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซไปตามทางแล้วก็ชนประตูหน้าบ้านอีกโครมใหญ่ สายฟ้าดูจนเธอเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วไปล้มตัวนอนแต่กลับข่มตาไม่ลงจนฟ้าสว่าง

ตอน 3

หนุ่มข้างบ้านของปุยฝ้ายชื่อแฟ้บ

ชื่อจริงคือสายฟ้า นามสกุลพรหมคีรี อายุยี่สิบแปดปีเต็ม บ้านเกิดคือจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่อจริงไม่ต้องเดาใช่ไหมว่าเขาเกิดตอนไหนก็ตอนฟ้าผ่านะสิแม่ตกใจเลยเบ่งพรวดออกมา ชื่อเล่นก็ไม่มีอะไรมากสมัยที่แม่ท้องแม่รับซักผ้า วันๆ เจอแต่แฟ้บแล้วก็แฟ้บลูกชายคนโตเลยชื่อแฟ้บส่วนน้องสาวชื่อโฟม

แฟ้บมาอยู่เมืองกรุงตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ได้งานตามสาขาที่จบมาคือเป็นกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรักบริษัทมากเพราะที่นี่ทำงานโดยไม่ต้องเข้าบริษัท แฟ้บจะเข้าไปแค่สัปดาห์ละครั้งสองครั้งและอีกกรณีที่ต้องเข้าบริษัทก็คือมีประชุมหรือนัดคุยงานกับลูกค้าแต่ก็ไม่ได้บ่อยอะไร

เขานอนตาค้างมาตั้งแต่ตีสามจนตอนนี้เจ็ดโมงกว่าแล้วก็ยังคงกระสับกระส่ายไม่ยอมหลับเขาจึงยอมแพ้แล้วลุกไปชงกาแฟ ส่วนสายตาจับจ้องไปที่บ้านข้างๆ ตลอดเวลาเพราะอยากเห็นความเคลื่อนไหว

“ไฟยังเปิดค้างไว้อยู่เลย แต่ก็นะ กลับมาตีสามคงยังไม่ฟื้นง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มคนกาแฟในแก้วแล้วกลับไปนั่งจ่อมจมที่โซฟาตัวโต เขาคิดกังวลแทนคนข้างบ้านว่าถ้าแฟนมาเห็นเธอในสภาพนี้จะโดนต่อว่าไหมเพราะไอ้หนุ่มผมเรียบคนนั้นต้องเจ้าระเบียบสุดๆ แน่ๆ แค่เห็นในระยะสามร้อยเมตรยังรู้เลย

กิจวัตรประจำวันของคนข้างบ้านที่เขาเห็นจนชินตาก็คือเธอจะตื่นตอนหกโมงแล้วก็ออกมารดน้ำต้นไม้ทั้งที่ใส่ชุดนอน จากนั้นก็กลับเข้าบ้านแล้วก็ออกมาอีกทีตอนเจ็ดโมงครึ่งเป๊ะๆ ไม่ขาดไม่เกินด้วยชุดฟอร์มสีครีมเรียบกริบ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางพองาม ที่ชุดมีป้ายชื่อและตราโรงแรมชัดเจน

เธอหยุดงานวันเสาร์กับวันอาทิตย์และกิจวัตรประจำวันหยุดก็คือ เช้าวันเสาร์ตอนเก้าโมงตรงรถยนต์สีดำคันงามของแฟนหนุ่มจะมาจอดหน้าบ้านแล้วเธอก็ขึ้นรถไปจะได้เห็นหน้าอีกทีก็ค่ำวันอาทิตย์หลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว

“เก้าโมงครึ่งแล้ว แปลกแหะที่นายคนนั้นยังไม่มา” แฟ้บดูนาฬิกาแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะปกตินายหัวเรียบไม่เคยมาสายเลยสักครั้ง

“ชักจะยังไงๆ แล้วนะเนี่ย” ชายหนุ่มกระดกกาแฟหมดแก้วแล้วเติมอีกครั้ง จากนั้นจึงเปิดคอมพิวเตอร์แล้วนั่งเคาะงานเคาะแบบไปเรื่อยเปื่อยเพราะสมองยังไม่แล่นเท่าไหร่

เมื่อกาแฟแก้วที่สองหมดลงแฟ้บก็รินแก้วที่สามให้ตัวเองแล้วกลับไปนั่งที่โซฟาอีกครั้ง ในหัวมีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับสาวข้างบ้านและแฟนหนุ่มของเธอ เกือบสามปีเขาก็แค่ส่งยิ้มให้ตามมารยาทไม่ค่อยได้พูดคุยกันนักแต่ถ้าจะบอกว่าไม่คิดอะไรเลยก็คงไม่จริง

ผู้ชายที่ไหนจะไม่ชอบผู้หญิงน่ารักบ้าง…จริงไหม

ก็แค่นั้นแหละมันก็เหมือนเราปลื้มดารานักร้องก็ได้แต่มองไปวันๆ ก็เธอมีแฟนอยู่แล้วแถมดูรักกันดีหมายถึงเธอดูรักไอ้หัวเรียบดี นายสายฟ้าจึงทำได้แค่มองเธออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ มันมีอะไรเยอะกว่านั้นแต่ไว้เล่าทีหลังแล้วกัน ตอนนี้ทั้งง่วงทั้งปวดหัวแถมกลุ้มใจจะตายอยู่แล้ว

“เยี่ยม!” ลืมตามาอีกทีก็บ่ายสาม แฟ้บรีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วกลับมาส่องบ้านข้างๆ เหมือนเดิม

“เหมือนไม่มีการเคลื่อนไหวเลยป่ะวะ” ชายหนุ่มถามตัวเองและเริ่มร้อนรนขึ้นทุกที เมื่อความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำจนถึงขั้นสุดแฟ้บจึงเดินไปดูให้เห็นกับตา

“เยี่ยมมากครับ ล็อกข้างเดียว” ปุยฝ้ายไม่ได้คล้องแม่กุญแจกับประตูทั้งสองด้านเธอล็อกแค่ด้านเดียว! เธอนอนในบ้านทั้งที่ไม่ได้ล็อกประตูรั้วตลอดคืน

“คุณ คุณโอเคไหม” แฟ้บไปยืนตรงหน้าต่างจึงเห็นว่าเธอนอนคว่ำอยู่บนโซฟาในชุดเดียวกับเมื่อคืนเป๊ะ

“ก๊อกๆๆ คุณ ได้ยินไหม”

“ปังๆๆๆๆ คุณ ตื่นเถอะ” จากที่เคาะก็กลายเป็นทุบและมันทำให้ว้าวุ่นใจขึ้นเรื่อยๆ นอนคว่ำแบบนั้นมันไม่เห็นจังหวะการกระเพื่อมของหน้าอก…ไม่ใช่ตายแล้วนะ!

“คุณ เฮ้ย! เชื่อเขาเลย” แฟ้บหมุนลูกบิดประตูและมันก็เปิดออกอย่างง่ายดาย เขาย่องช้าๆ ไปหยุดตรงโซฟาแล้วพ่นลมหายใจพรวดออกมาด้วยความโล่งอก…เธอยังไม่ตาย

“คุณ ตื่นเถอะจะเย็นแล้วเนี่ย” แฟ้บเขย่าแขนคนขี้เซาอยู่หลายนาทีกว่าเธอจะรู้สึกตัว ระหว่างที่เธอยังไม่ตื่นเขาก็แอบมองแล้วยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า ก็ไม่เคยได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้มาก่อนไม่ให้ดีใจได้ไง

“อือ จะนอน อย่ามายุ่ง” ปุยฝ้ายปัดมือของคนที่เขย่าแขนออกด้วยความรำคาญ

เดี๋ยวนะ! ใครมาเขย่าแขนฉัน!!!

“เฮ้ย! คุณเข้ามาได้ไง” ปุยฝ้ายกระโดดขึ้นนั่งตัวตรงด้วยความตกใจและงุนงงเป็นที่สุด เธอมาโผล่ที่นี่ได้ไง ยัยกุ้งล่ะหายไปไหน

“ใจเย็นๆ ก่อนคุณ อย่าโวยวาย เมื่อคืนคุณเมามากไม่ได้ล็อกบ้าน” แฟ้บรีบบอกรวดเดียวเพราะกลัวเธอจะแหกปากให้เพื่อนบ้านได้ยิน

“คุณเห็นฉันกลับมาเหรอ”

“ใช่ คุณกลับมาตีสาม ไขประตูอย่างดังแถมล้มด้วย ตายห่า!” เมื่อพูดมาถึงคำว่าล้มแฟ้บก็มองไปที่ขาของเธอ มันมีรอยถลอกและเลือดแห้งๆ ติดอยู่

“ไม่เจ็บเหรอเนี่ย หลับไปได้ไงแถมนอนทับได้ตั้งครึ่งค่อนวัน”

“เจ็บก็ตอนที่ถามนี่แหละ ฮือๆๆ ขาฉัน” ปุยฝ้ายปอดแหกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเลือด…เธอกลัวเลือดเห็นแล้วลมจะใส่ทุกครั้ง

“เอ้า! เฮ้ย! เป็นอะไร” อยู่ๆ เธอก็นั่งคอพับคออ่อนเหมือนคนจะเป็นลม

“ฉันกลัวเลือด”

“กล่องปฐมพยาบาลมีไหม”

“หลังตู้เย็น” ปุยฝ้ายตอบด้วยเสียงแหบแห้ง แฟ้บรีบเดินไปหยิบแล้วบังเอิญไปเห็นโหลแก้วที่บรรจุเหรียญและธนบัตรจนเกือบเต็ม

“โอ๊ย แสบอ่ะ” เมื่อยาล้างแผลสัมผัสผิวหนัง ปุยฝ้ายก็ร้องลั่น

“นิดเดียว อดทนหน่อยเดี๋ยวติดเชื้อจะรักษายากกว่านี้”

“ซี๊ดด ขอโทรหาเพื่อนก่อนนะ” หญิงสาวครางให้กับความเจ็บแสบที่หัวเข่า เธออยากคุยกับเพื่อนเพื่อหันเหความสนใจไปทางอื่น แฟ้บทำแผลไปก็ฟังบทสนทนาไปและได้ข้อสรุปสั้นๆ ที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งก็คือเธอเลิกกับไอ้หัวเรียบแปล้แล้ว

“เจ็บหน่อยนะ ต้องคีบเศษหินที่มันฝังอยู่” แฟ้บเตือนล่วงหน้าแล้วหยิบคีมพลาสติกขึ้นมา

“โอ๊ย ฮือๆๆๆ เจ็บ หมดรึยัง ไม่ไหวแล้ว”

“หมดแล้วๆ” แฟ้บบอกแล้วรีบใส่ยาสมานแผลจากนั้นจึงปิดทับด้วยพลาสเตอร์ขนาดใหญ่

“เสร็จแล้ว ขอโทษด้วยนะที่เข้ามาในบ้านคุณโดยไม่ขออนุญาตผมเห็นคุณไม่ออกมาตั้งแต่เช้าเลยเป็นห่วง คราวหน้าถ้าเมาอย่านั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตรายถ้าไม่มีใครจริงๆ โทรมาหาผมก็ได้ผมจะไปรับเอง”

“ขอบคุณนะ คะ ฮึ ฮึก ฮือๆๆ” ปุยฝ้ายได้ยินถ้อยคำที่แสนเป็นมิตรจากเพื่อนบ้านที่เรียกว่าเป็นคนแปลกหน้าก็ไม่ผิดนักก็ซึ้งใจเป็นที่สุดและสิ่งที่ได้ยินมันสู้กับสิ่งที่สองตาเห็นไม่ได้เลย

สายตาของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นห่วงจากใจไม่ได้เสแสร้ง น่าแปลกนักที่เธอเชื่อเขาหมดทุกคำเชื่อจากหัวใจว่ามันคือความห่วงใยที่แท้จริง และที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คือผู้ชายที่คบกันมาเจ็ดปีกลับไม่เคยมีสายตาห่วงหาลึกซึ้งแบบนี้ให้เธอสักครั้งเขามีแต่สายตาเหยียดหยันให้กับความบ้านนอกของเธอ

“คุณ เจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ เดี๋ยวก็หายนะ อดทนไว้” แฟ้บกลับไปนั่งที่พื้นเหมือนเดิม เขาปล่อยให้เธอร้องไห้คนเดียวไม่ได้หรอก

“มันไม่หายง่ายๆ หรอก และฉันก็ไม่รู้ รู้ ว่า จะ จะ อดทนได้ไหม ฮือๆๆๆ”

“ไม่ได้หมายถึงแผลที่ขาใช่ไหม” แฟ้บถาม

“เขาทิ้งฉันไปแล้ว เมื่อวานวันครบรอบเจ็ดปีแล้วเขาก็บอกเลิกเขาบอกว่าเจอคนที่ดีกว่าเมื่อต้นปีแล้วก็บอกว่าไม่รักฉันแล้ว ฮือๆๆ ฉันผิดตรงไหน”

“คุณไม่ได้ผิด ความจริงน่าจะดีใจนะที่ปล่อยคนเลวๆ ออกไปจากชีวิตจะเก็บไว้ทำไม”

“คุณไม่เคยรักใครจะเข้าใจได้ยังไงล่ะ” ปุยฝ้ายฟูมฟายแบบไร้สติและไปสะกิดแผลอีกคนโดยที่ไม่รู้ตัว

“โอเค ผมผิดเองที่ไม่เข้าใจคุณ ขอตัวนะแล้วก็ขอโทษที่พูดจาไม่ดี” แฟ้บบอกแล้วลุกขึ้นยืน

“คุณ” ปุยฝ้ายใจหายวาบเธอลืมร้องไห้ไปชั่วขณะเมื่อได้สบตาเขา…แววตาที่แสนอบอุ่นเมื่อสักครู่หายไปไหน

“มีอะไรครับ”

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่เป็นไรครับ ขอตัวนะ”

“คุณ อย่าทำแบบนี้ ฮือๆๆ ผู้ชายสองคนจะทิ้งฉันสองวันติดกันไม่ได้นะ”

“โอเค” แฟ้บพูดและพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าเธอยังไม่สร่างเมาหรือเป็นคนตรงๆ แบบนี้จริงๆ

“หิวไหม” หลังจากนั่งนิ่งๆ กันอยู่หลายนาทีแฟ้บก็ถามขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ

“พอถามก็หิวเลยอ่ะ แล้วก็ สภาพฉันคงอุบาทว์มากเลยใช่ไหม” ปุยฝ้ายเพิ่งนึกได้ว่าเธอกลับบ้านมาในสภาพไหนแถมเพิ่งตื่นนอน หน้ายังไม่ล้าง ฟันยังไม่แปรง ผมคงฟูแบบไม่ต้องสงสัย…ประทับใจสุดๆ

“ก็ปกติของคนเพิ่งตื่น ไปอาบน้ำสิผมจะทำอะไรให้กินถ้าคุณอนุญาต”

“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ”

“ได้แค่ง่ายๆ แหละ ข้าวต้มไก่ดีไหม กินอะไรอุ่นๆ จะได้สบายท้อง”

“ดีค่ะ”

“ไปอาบน้ำเลย” ปุยฝ้ายเดินเข้าห้องไปแบบงงๆ บ้านของเธอเป็นบ้านชั้นเดียวเหมือนกับบ้านเขาทุกอย่าง ภายในมีหนึ่งห้องนอนพร้อมห้องน้ำ ด้านนอกมีห้องน้ำอีกห้องกับมุมครัวแล้วก็มุมห้องนั่งเล่น

เธอล้างเครื่องสำอางออกเป็นลำดับแรกพอล้างเสร็จก็มาแง้มประตูแอบดูว่าเขาทำอะไรเขาก็ยังง่วนอยู่หน้าเตาแก๊สเหมือนเดิม

“เสร็จพอดีเลย” แฟ้บบอกเมื่อคนในห้องเดินออกมาพร้อมกลิ่นสบู่หอมฉุย

“ผมต้มไว้เยอะอยู่ เผื่อคุณอยากกินอีกตอนค่ำๆ ไปนะ”

“คุณมีธุระที่ไหนรึเปล่า ถ้าไม่มีกินข้าวด้วยกันไหม”

“ขอบคุณมากนะคะ คุณใจดีมากเลย” ปุยฝ้ายบอกเมื่อเขานั่งลงตรงข้ามเธอ

“ไม่เป็นไรหรอกเราเพื่อนบ้านกัน มีอะไรช่วยได้ผมเต็มใจครับ” แฟ้บนั่งกินข้าวต้มฝีมือตัวเองแล้วก็คิดว่ามันอร่อยที่สุดตั้งแต่ทำกับข้าวมา อาจเพราะเขาตั้งใจเป็นพิเศษหรือจริงๆ แล้วอาจเป็นเพราะได้นั่งกินกับคนพิเศษ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TEN” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TEN
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ปรารถนาซาดิสม์
ปรารถนาซาดิสม์
เมื่อพริตตี้สาวสุดเซ็กซี่อย่าง 'อุมาริการ์' กล้าปฏิเสธเงินก้อนโตและฝากรอยตบไว้บนใบหน้าของ 'เทมป์' นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอยผู้ทรงอิทธิพล เกมรักอันตรายสายดาร์กโรแมนซ์จึงเริ่มต้นขึ้น ยิ่งเธอพยศก็ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบให้เขาอยากเอาชนะ ค่ำคืนไล่ล่าที่เต็มไปด้วยความซาดิสม์และอารมณ์รักสุดรุนแรงนี้ใครจะเป็นฝ่ายยอมสยบ
8.4
60 ตอน
เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
เมื่อความแค้นในอดีตปะทุขึ้นพร้อมความปรารถนาอันเร่าร้อน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเกมรักสุดอันตราย เมื่อหัวใจที่เคยด้านชาต้องสั่นคลอนเพราะไฟสวาทที่ไม่อาจต้านทาน พวกเขาจะเลือกเดินหน้าต่อตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ หรือปล่อยให้ความแค้นเผาทำลายรักครั้งนี้จนมอดไหม้
8.8
32 ตอน
พันธะรักวิวาห์จำเป็น [Bond of Love - Wedding]
พันธะรักวิวาห์จำเป็น [Bond of Love - Wedding]
เมื่อท่านประธานสุดเพอร์เฟกต์ต้องเข้าพิธีวิวาห์จำเป็นกับสาวกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าตามคำสั่งบิดา นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเกมรักสุดเร่าร้อนที่เขาจ้องจะตักตวงผลประโยชน์จากเธอให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ทั้งเรื่องบนเตียงและการลงทัณฑ์อันแสนเร่าร้อนเพื่อเอาคืนเธอให้สาสม
8.2
57 ตอน
สาบสาว
สาบสาว
เมื่อสาวน้อยตกหลุมรักหนุ่มต่างชาติร่างยักษ์ผู้มีดวงตาสีมรกตอันทรงเสน่ห์ แม้ค่ำคืนที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่สัมผัสอันเร่าร้อนจากเขากลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบเสียอาการ อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินที่เต็มไปด้วยเสน่หาและการเย้าแหย่สุดเร้าอารมณ์ได้แล้ววันนี้
9.8
99 ตอน
สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
เมื่อคุณชายผู้เย่อหยิ่งได้รับโอกาสครั้งที่สองในการย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งวั้งซานกู่ การเดินทางเพื่อปกป้องครอบครัวและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางบททดสอบที่ขัดเกลาหัวใจ อ่านนิยายแฟนตาซีโรแมนติกสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักและการเติบโต
9.5
57 ตอน
เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
เมื่อความรักของเมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ กลายเป็นความแค้นแสนสาหัส หลังถูกลอบสังหารจนสูญเสียคนสนิท และปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีผู้เป็นที่รักมีส่วนรู้เห็นในแผนร้ายนี้ แม้เธอจะร้องไห้ยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ความเชื่อใจได้พังทลายลงจนยากจะหวนคืนในนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นเรื่องนี้
8.2
92 ตอน