ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ร้านอาหารไหมทอง

สามเดือนแล้วที่สุวิมลต้องติดอยู่ในยุคจีนโบราณ ที่ย้อนยุคกลับมาประมาณสี่ร้อยปีโดยที่ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ได้อย่างไร และไม่รู้ว่าพี่น้องอีกสี่คนจะเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่ก็หวังว่าพวกนั้นจะไม่โชคร้ายเหมือนเธอ

หรือ..หรือถ้าโชคร้ายเหมือนกัน เธอก็หวังว่าจะมีโอกาสได้มาเจอหน้ากันในวันหนึ่ง

“ซูวี่!.. ซูวี่!”

“ได้ยินแล้ว ทำไมต้องตะโกนเสียงลั่นทุ่งขนาดนั้นด้วย” เธอโมโหคนเรียกที่ไม่รู้จักให้เกียรติกันบ้าง และไม่สนใจว่าเขาจะพอใจหรือไม่ที่ตะโกนเสียงดังสวนกลับไป เธอวางมือจากงานล้างจานที่ยังล้างไม่เสร็จแล้วเดินเข้าไปในครัว “มีอะไร”

“ข้าปวดแขน เจ้าไปทำอาหารตามรายการนี้หน่อย” พ่อครัวที่มีนิสัยหยิ่งทระนงพอ ๆ กับความขี้เกียจยื่นกระดาษที่เขียนรายการอาหารให้หญิงสาว

“ทำไมข้าต้องทำด้วย มันไม่ใช่หน้าที่ของข้า อาเกอกับอาเล้งเป็นผู้ช่วยของเจ้า ทำไมไม่ใช้พวกเขาล่ะ”

“ซูวี่ช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะ ตอนนี้เราทำไม่ทันจริง ๆ ดูสิ” อาเกอหยิบรายการอาหารที่เขาต้องทำให้หญิงสาวดู

“ของข้าก็ไม่น้อยไปกว่าอาเกอหรอก” เล้งใช้ปากชี้รายการอาหารของตัวเองที่หนีบเอาไว้ตรงหน้า “ช่วยพวกเราหน่อยนะซูวี่” เขารู้ว่าภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนร้ายของนางนั้นเต็มไปด้วยมิตรไมตรี นางจะร้ายกับคนที่ร้ายใส่อย่างเสี่ยวหมานเท่านั้น

“ช่วยพวกเราหน่อยนะ ถ้าอาหารออกช้าแล้วลูกค้าไม่พอใจพวกเราซวยซ้ำซวยซ้อนแน่” อาเกอกระซิบกับหญิงสาว

“ข้าทำแทนก็ได้นะ” หญิงสาวนางหนึ่งพูดขึ้นพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“เจ้าไม่ต้องยุ่ง ข้าไม่ได้ใช้เจ้า” เสี่ยวหมานรีบปฏิเสธแล้วโยนกระบวยให้หญิงสาวอีกนางหนึ่ง ที่ไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่วันแรกที่นางมาทำงานที่นี่ แต่ก็ต้องรับนางเอาไว้เพราะดันแอบชอบหญิงสาวที่พานางมาฝากฝัง “รีบออกไปจากตรงนี้เลยลี่ชุน เดี๋ยวโดนน้ำมัน น้ำร้อนกระเด็นใส่แล้วจะหาว่าข้าไม่เตือน ยังไม่ไปอีก!” เขาตะคอกใส่เมื่อนางเอาแต่ยืนอาลัยอาวรณ์เพื่อนรักของนาง

“ออกไปเตรียมของมาให้ข้าเถอะลี่ชุน” ซูวี่เห็นลี่ชุนผู้มีพระคุณโดนดุก็จำใจต้องทำตามคำสั่งของหัวหน้าพ่อครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้

“เจ้าทำได้แน่นะ” ลี่ชุนกระซิบถามอย่างห่วงใย

“อือ” เธอไม่กลัวสักนิดที่ถูกแกล้งให้ทำอาหาร เพราะในยุคอนาคตจากนี้อีกสี่ร้อยปีที่เธอเคยอยู่ เธอเป็นถึงเจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหารและเครื่องดื่ม และยังสอนทำอาหารผ่านโลกออนไลน์อีกด้วย

แม้อาหารในยุคนี้จะแปลกและเครื่องปรุงก็ไม่ได้มีให้เลือกมากมายเหมือนยุคของเธอ แต่พรสวรรค์ในการทำอาหารที่มีอยู่ แค่ชิม ๆ แตะ ๆ ก็สามารถปรุงออกมาได้รสชาติที่ดีได้ไม่ยาก

ที่สำคัญไปกว่านั้น ลี่ชุนเป็นคนที่ช่วยเธอเอาไว้..

หลังจากที่รู้สึกตัวที่ริมลำธารสายเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก็พยายามเดินหลบหลีกสายตาผู้คนที่มองเธอเหมือนตัวประหลาดมาที่หลังร้านอาหารแห่งนี้ มายืนชะเง้อคอมองตามกลิ่นอาหารที่หอมกรุ่นด้วยความหิวโหยจนนางเห็นเข้า

นางไม่ถามสักคำว่าเธอมาจากไหน ทำไมถึงแต่งตัวแปลกประหลาดกว่าคนอื่น แต่กลับช่วยเหลือด้วยการแอบเอาอาหารมาให้กินแก้หิว และพากลับบ้านที่อยู่ในตรอกแคบ ๆ ข้างร้านอาหารแห่งนี้

ดังนั้นเธอจะไม่ทำให้หญิงสาวต้องมาตกที่นั่งลำบากเพราะเธอเด็ดขาด

“มันไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เขาแกล้งข้าแบบนี้ ไปเตรียมของมาให้ข้าเถอะ”

“อือ”

“จะเป็นห่วงเป็นใยอะไรนางนัก ก็แค่ผัดผัก ไม่ได้ยากเสียหน่อย” เสี่ยวหมานบ่นอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นความห่วงใยของลี่ชุนที่มีต่อซูวี่

บนถนนสายการค้าของเมืองหลวง

“ท่านชาย”

“จะบอกให้ข้ารีบกลับบ้านใช่ไหม”

“ท่านก็รู้นี่”

“ข้ายังไม่อยากกลับ ก็บอกแล้วไงว่าหิว ๆ ๆ”

“ก็รีบกลับไปสะ..กินที่บ้านสิ” ชายหนุ่มรูปงาม ร่างผอมเพรียว เตี้ยกว่าอีกฝ่ายเกือบ ๆ ฉือกระซิบตอบ

“ถ้าไม่อยากถูกข้าเล่นงานกลางตลาดก็ปิดปากให้สนิท” ชายหนุ่มรูปงาม ร่างสูงโปร่งแต่ไม่เพรียวบางเหมือนคนข้าง ๆ กระซิบขู่หน้าตึง

“อย่างนั้นกินเสร็จแล้วรีบกลับนะท่านชาย”

“คราวหน้าข้าจะไม่พาเจ้ามาด้วยแล้ว”

“โธ่ท่านชาย”

“หุบปากเจ้าซะ!” ตะคอกใส่คนใกล้ตัวเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปมาหันมอง

อวี่กงได้แต่ทอดถอนใจ ไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีกแม้คำเดียว ขันทีอย่างเขาถึงจะเป็นเพื่อนสนิทขององค์รัชทายาทผู้นี้ แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือต้องยอมตลอด แม้สิ่งที่พระองค์ทำจะเป็นความผิดก็ตาม คิดแล้วก็น่าน้อยใจนักที่ไม่เคยเมินใส่พระองค์ได้สักที

“อวี่กง”

“พ่ะ.. ขอรับ” รีบกลับคำเมื่อเจอสายตาอาฆาต

“ร้านไหมทองหรือร้านหมูทองดีล่ะ” เขาชี้ไปที่ร้านด้านขวามือแล้วค่อยชี้ไปที่ร้านด้านซ้ายมือ

“แล้วแต่ท่าน”

“ข้าตามใจเจ้า อยากกินร้านไหนเลือกมาได้เลย”

นี่ไงแบบนี้ไง ตบหัวแล้วลูบหลังแบบนี้ตลอด แล้วใครจะไปโกรธได้ลงคอ

“ร้านไหมทอง” คราวที่แล้วพระองค์เปรย ๆ กับเขาว่าอยากกินผัดผักบุ้งที่ร้านไหมทองเพราะรสชาติอร่อยถูกปากมาก จึงเลือกที่นี่เพื่อพระองค์

“ใจเราตรงกันอีกแล้ว” รัชทายาทขยิบตาให้ขันทีคนสนิทแล้วเลี้ยวขวา เดินเข้าไปในร้านอาหารไหมทอง

“นายท่าน ยินดีต้อนรับขอรับ” หลงจู๊ประจำร้านโค้งศีรษะทักทายลูกค้าอย่างยิ้มแย้ม “วันนี้นั่งชั้นบนหรือชั้นล่างดี”

“เจ้าจำข้าได้ด้วยเหรอ ข้าเพิ่งมาที่ร้านเจ้าแค่สองครั้งเองนะ”

“จำได้สิขอรับ ครั้งแรกท่านเลือกนั่งที่ชั้นล่างทางด้านนั้น ครั้งที่สองท่านต้องการความเป็นส่วนตัวจึงเลือกนั่งที่ชั้นบน” ทำไมเขาจะจำไม่ได้เล่า ในเมื่อพวกเขารูปงามเปล่งประกายแบบคนชั้นสูงมาก ๆ เพียงแค่เดินเข้ามาในร้านก็พาให้คนอื่นดูมัวหมองในทันที โดยเฉพาะบุรุษที่รูปร่างสูงโปร่งกว่า

“น่าประทับใจนัก วันนี้คนยังเต็มร้านเหมือนเดิมนะ ข้าไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย ขอนั่งชั้นบนก็แล้วกัน”

“ได้ขอรับ อาเว่ย พาท่านชายทั้งสองขึ้นไปที่ชั้นบน” หลงจู๊ตอบรับและสั่งการอย่างรวดเร็ว

“ทางนี้ขอรับนายท่าน” อาเว่ยพาบุรุษรูปงามทั้งสองขึ้นไปยังชั้นบนและให้พวกเขาเลือกนั่งตามใจชอบ ซึ่งก็มีที่ว่างอยู่ไม่มากนัก

“ท่านชายจะสั่งอาหารเลยไหมขอรับ หรือจะรับสุราก่อนดี”

“วันนี้ข้าไม่อยากดื่มสุรา ขอสั่งอาหารเลยก็แล้วกัน เจ้าสั่ง” องค์รัชทายาทรูปงามผลักภาระให้ขันทีผู้ติดตาม

“ผัดผักบุ้ง ถั่วคั่วเกลือ ต้มหวานปลาตะเพียน ข้าวต้มงาดำสองถ้วย” อวี่กงสั่งอาหารอย่างรวดเร็ว เลือกแต่สิ่งที่รัชทายาทเคยพูดว่าถูกปาก

“ขอรับ” อาเว่ยจดรายการอาหารลงในกระดาษแล้วโค้งศีรษะปิดท้ายก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่าง

หลังจากนั้นไม่นานก็กลับขึ้นมาพร้อมถาดบรรจุอาหาร บรรจงวางทุกอย่างลงบนโต๊ะอย่างสุภาพ

“เชิญกินให้อร่อยนะขอรับ” แล้วโค้งศีรษะกล่าวลา

ตอน 2

หนึ่งเดือนต่อมาที่ร้านไหมทอง

“ถ้าท่านยังทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ข้าจะขอย้ายไปอยู่ตำหนักอื่น” อวี่กงบ่นกับรัชทายาทผู้เอาแต่ใจ เพราะเดือนนี้พระองค์แอบหนีออกจากวังหลวงเป็นครั้งที่สามแล้ว

“จะไปอยู่ตำหนักไหน ข้าจะได้แจ้งให้น้าของเจ้ารู้” รัชทายาทถามอย่างไม่ทุกข์ร้อน เอ่ยถึงหัวหน้าขันทีที่เป็นน้าชายแท้ ๆ ของสหายรัก

“องค์ชาย!” อวี่กงชักสีหน้าไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายกล่าวอย่างไม่อนาทร

“เลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว”

อวี่กงไม่พูดต่อเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายบอกใบ้ว่ามีคนอื่นใกล้เข้ามา เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็นเสี่ยวเอ้อร์

“กินสิอวี่กง” องค์รัชทายาทบอกคนสนิทขณะหยิบตะเกียบขึ้นมารอท่า

“ขอรับ” ขันทีหนุ่มหยิบตะเกียบแล้วคีบอาหารสี่จานบนโต๊ะชิมก่อนอย่างละคำ และผัดผักบุ้งจานสุดท้ายก็ทำให้เขาต้องนิ่วหน้า

“ทำไมเหรอ” รัชทายาทสงสัยอาการของอีกฝ่าย

“ท่านต้องชิมเอง” กล่าวจบอวี่กงก็คีบผัดผักบุ้งใส่ในถ้วยของอีกฝ่าย

“ข้าอายุยี่สิบแปดแล้วอวี่กง เลิกยุ่งกับข้าแล้วจัดการท้องตัวเองให้อิ่มเถอะ” บุรุษที่ถูกดูแลเอาใจใส่เยี่ยงเด็กพูดอย่างไม่พอใจ

“ก็มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อม” ตอบกลับไปเสียงเบา หน้าตามีแง่งอน

“หน้าที่ของเจ้าแค่ชิมอาหารให้ข้าเท่านั้น” พูดจบก็คีบผัดผักบุ้งของโปรดใส่ปาก แล้วคิ้วเข้มพาดเฉียงของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน “เสี่ยวเอ้อร์! ไปตามคนผัดผักบุ้งมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”

เสียงวางอำนาจกับหน้าตาที่ขมวดมุ่นเหมือนไม่พอใจของเขา ทำให้เสี่ยวเอ้อร์ที่กำลังเก็บโต๊ะอื่นอยู่รีบลนลานลงไปรายงานต่อหลงจู๊

ห้องครัว

“เสี่ยวหมาน!”

เสียงที่ตะโกนเรียกมาแต่ไกลทำให้พ่อครัวจอมอู้ที่กำลังนั่งสบายอารมณ์รีบเด้งตัวลุกขึ้น

“ขอรับหลงจู๊” ผลักหญิงสาวที่ถือตะหลิวทำหน้าที่แทนตัวเองจนเซไปกระแทกโต๊ะเตรียมอาหารทางด้านหลัง

หลงจู๊เดินหน้าตึงเข้ามาในครัว “ใครเป็นคนทำผัดผักบุ้ง”

“ทำไมหรือขอรับ”

“ข้าถามก็แค่ตอบมา”

เสี่ยวหมานกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าบอกความจริงว่าตัวเองโยนงานให้ซูวี่ทำแทน

“ข้าทำเองขอรับ” เขาจำใจต้องโกหกเพราะไม่อยากถูกหมายหัวจากหลงจู๊ผู้เคร่งครัด

“เจ้าเป็นถึงพ่อครัวแต่กลับทำอาหารง่าย ๆ แบบนี้เหรอ”

“ถ้ารายการอาหารมันเยอะมาก ข้าก็ต้องแบ่งเบาภาระของอาเกอกับอาเล้งขอรับ แต่บางครั้งข้าก็อยากให้พวกเขาได้ทำอาหารอื่นดูบ้าง” เขาแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ แต่ฟังดูมีเหตุผล

“แบบนี้นี่เอง แต่วันนี้เป็นฝีมือของเจ้าเอง”

“ขอรับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ผัดมาให้ข้าอีกจาน”

“ตอนนี้เลยเหรอขอรับ”

“ใช่ ข้าจะรอเอาไปเลย” ขณะรออาหารเขาก็มองหญิงสาวที่ใบหน้าค่อนข้างมัน ผมค่อนข้างฟู “ซูวี่”

“เจ้าค่ะหลงจู๊”

“เจ้าแต่งตัวทะมัดทะแมงนัก ข้านึกว่าบุรุษรูปงามที่ไหนเสียอีก”

หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้าง “แต่งแบบนี้ทำให้คล่องตัวกว่าชุดแบบกระโปรง ต่อไปนี้ข้าจะแต่งแบบนี้ทุกวันเจ้าค่ะ”

“แล้วลี่ชุนล่ะ วันนี้ข้ายังไม่เห็นหน้านางเลย”

“นางไม่ค่อยสบาย ข้าก็เลยให้นางนอนพักอยู่ที่บ้าน”

“อ้อ”

“เสร็จแล้วขอรับหลงจู๊”

เขาหันไปรับเอาจานผัดผักบุ้งจากเสี่ยวหมานแล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร

เสี่ยวหมานรอจนหลงจู๊เดินพ้นครัว จึงเดินไปหาหญิงสาวที่กำลังเตรียมของอยู่ทางด้านหลัง

“ซูวี่!”

“อะไร”

เขาดึงแขนเสื้อให้นางเข้ามาใกล้ ๆ “ถ้าเจ้าเอาเรื่องที่ข้าใช้ให้เจ้าทำอาหารไปบอกหลงจู๊ ข้าเตะเจ้าออกไปจากห้องครัวของข้าแน่” เขาขู่อีกฝ่ายแล้วสะบัดมือออกอย่างไม่แยแส

“ประสาท” สุวิมลด่าอีกฝ่ายเบา ๆ เป็นภาษาไทย

“เจ้าว่าอะไรข้า”

“เปล่า” หญิงสาวยักไหล่

“เจ้าว่าข้า ข้ามั่นใจ” เสี่ยวหมานไม่ยอมเชื่อ

“ก็บอกว่าเปล่า ๆ ๆ”

“โกหก!”

“ถ้าอย่างนั้นได้ยินข้าว่าอะไรเจ้าล่ะ” เธอย้อนถาม แปลกใจกับตัวเองที่สามารถพูดคุยภาษาจีนได้แตกฉานไม่ต่างกับภาษาไทย

“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ”

“เออ” พอลี่ชุนไม่มาหน่อยล่ะเอาใหญ่เลยนะไอ้หมาบ้าเอ๊ย นางด่าในใจเพราะไม่อยากมีปัญหากับเขา

ที่ชั้นบนของร้าน

“เป็นอย่างไรขอรับท่านชาย ไม่ถูกปากเหมือนจานแรกหรือขอรับ” หลงจู๊ถามเมื่อเห็นเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้ววางตะเกียบลงหลังจากที่ชิมผัดผักบุ้งจานใหม่ไปแค่คำเดียว

“ถ้าเทียบกับจานแรกแล้วไม่อร่อยเอาเสียเลย เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นฝีมือของคนเดิม” ท่านชายจำแลงถามอย่างตรงไปตรงมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ เพราะจานนี้รสชาติมันเหมือนทุกครั้งที่เคยกิน ต่างกับจานแรกของวันนี้ที่รสชาติกลมกล่อมกว่า ผักบุ้งที่ผัดแล้วยังคงความกรอบเหมือนผักสด แม้แต่ห้องครัวในวังหลวงยังทำได้ไม่อร่อยเท่า

“แน่สิขอรับ”

“โกหก ลิ้นของข้ามีค่าดั่งทองคำ ถ้าคนเดียวกันทำรสชาติจะไม่โดดกันขนาดนี้หรอก”

เจอคำพูดประโยคที่ว่าลิ้นมีค่าดั่งทองคำเข้าไปหลงจู๊ก็ไม่กล้ายืนยันคำพูดของตัวเองอีกเลย ได้แต่อึกอักพูดไม่ออก

อวี่กงคลี่ยิ้มละมุนเมื่อเห็นอาการลังเลของหลงจู๊ เขาไม่ใช่นักกินตัวยง แต่เพราะติดสอยห้อยตามเจ้านายพระองค์นี้ไปทุกแห่งหน และเคยมากินที่ร้านนี้ถึงห้าครั้งในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทุกครั้งจะมีผัดผักบุ้งยืนพื้นเพราะเป็นจานโปรดของพระองค์ จึงทำให้เขาคุ้นเคยกับรสชาติไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ และวันนี้ผัดผักบุ้งจานแรกที่ถูกนำมาบริการรสชาติมันแตกต่างจนเขายังรู้สึกได้ตั้งแต่เส้นแรกที่ชิม

“ท่านชายของข้าชอบกินอาหารรสเลิศ ไม่ว่าจะเป็นอาหารของชนชาติไหนก็ล้วนเคยกินมาแล้วทั้งนั้น ถ้าอาหารชนิดไหนกินแล้วถูกปากก็อยากกินซ้ำ และจะจำรสชาติได้อย่างแม่นยำ ท่านอย่าโกหกท่านชายของข้าเลยหลงจู๊”

“ข้าไม่ได้โกหก ข้าไปถามหัวหน้าพ่อครัวมาด้วยตนเอง และเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าวันนี้เขาเป็นคนทำ และจานนี้ที่ข้ายกมาข้าก็เห็นกับตาว่าเขาทำ”

“จานนี้กับจานนี้คนทำไม่ใช่คนเดียวกันแน่ เจ้าจงรีบไปหาคำตอบมาให้ข้าว่าเป็นฝีมือของใคร และให้เขาทำมาใหม่อีกหนึ่งจานเพื่อยืนยัน”

“ท่านชายขอรับ”

“หลงจู๊ ได้โปรดทำตามที่ท่านชายของข้าต้องการเถอะ เชื่อในสิ่งที่ข้าพูดแล้วจะเป็นผลดีต่อท่านเองนะ” ขันทีหนุ่มอ่านจากแววตาของอีกฝ่ายออกว่าเขาคิดจะพูดอะไร จึงกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ตอน 3

ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมเพราะทำงานบริการมายี่สิบกว่าปี เจอลูกค้ามากหน้าหลายนิสัย ทำให้หลงจู๊เข้าใจความหมายข่มขู่กลาย ๆ ของอีกฝ่ายทันที และเพราะบุคลิกลักษณะที่ดูสูงส่งเกินอาจเอื้อมของบุรุษผู้นี้ ทำให้เขาไม่กล้าโต้แย้ง

“ท่านชายได้โปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้”

หลงจู๊รับคำแล้วเดินกลับไปที่หลังร้านอีกครั้ง ไปถึงครัวโดยไม่ให้ซุ่มเสียงใด ๆ และความเงียบของเขาก็ทำให้เขาได้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้น

“แบบนี้นี่เอง”

“หลงจู๊!” เสี่ยวหมานตกใจ รีบลุกจากเก้าอี้แล้วผลักหญิงสาวที่กำลังถือตะหลิวอยู่หน้ากระทะจนเซไปอีกเตา

“โอ๊ย!”

“ซูวี่!” อาเกอรีบจับมือหญิงสาวที่นาบโดนกระทะร้อน ๆ ไปแช่ในถังน้ำเย็น

“เป็นอย่างไรบ้าง” หลงจู๊รีบเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรมากเจ้าค่ะ” เธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแต่ก็ไม่ได้มากมายเพราะชักมือออกได้ทันท่วงที

“ไม่เป็นได้อย่างไร ดูสิ มือเจ้าแดงเลย” อาเล้งจับมือของหญิงสาวแล้วเอายาที่พกติดตัวเอาไว้ตลอดทาลงบนฝ่ามือให้นาง

“ขอบใจนะอาเล้ง”

หลงจู๊มองหญิงสาวและเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ท่าทางเข้ากันได้ดี แล้วมองไปที่หัวหน้าพ่อครัวที่ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว แต่เจ้าช่วยตอบคำถามข้าอีกรอบสิเสี่ยวหมาน”

“ข้าไม่ผิดนะขอรับหลงจู๊ นางวุ่นวายไม่เข้าเรื่องเองที่มาเสนอหน้ายืนในที่ของข้า”

“อย่างนั้นเหรอ” หลงจู๊หันไปทางหญิงสาว มองอาการเม้มปากแน่นเหมือนอดกลั้นของนางก็พอจะเดาออก “ซูวี่ มือเจ้าพอทนเจ็บได้ไหม”

“ทำไมเหรอเจ้าคะ” หญิงสาวถามกลับด้วยความสงสัย

“ข้าหิวข้าวมาก ช่วยทำอะไรก็ได้ให้ข้าหนึ่งจาน และอีกจานขอเป็นผัดผักบุ้งจะได้ไหม”

“ข้าทำให้ก็ได้ขอรับหลงจู๊” เสี่ยวหมานรีบอาสา

“ข้ากินเองไม่ต้องให้ถึงมือเจ้าหรอก ฝีมืออย่างเจ้าเก็บเอาไว้ให้ลูกค้าของร้านกินดีกว่า” ตอบหัวหน้าพ่อครัวแล้วเลิกคิ้วขอคำตอบจากหญิงสาว “พอจะทำได้ไหม ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะ”

“ทำได้เจ้าค่ะ” เธอทำงานอยู่กับครัว เจ็บแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก “หลงจู๊นั่งรอสักครู่นะเจ้าคะ” บอกกับเขาแล้วหาผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาพันฝ่ามือที่ปวดแสบปวดร้อน เพื่อสะดวกในการจับกระทะ

หลงจู๊มองท่าทางคล่องแคล่วว่องไวของหญิงสาวตั้งแต่เตรียมของสดจนถึงผัดลงกระทะ และยิ่งรู้สึกชื่นชมเมื่อได้กลิ่นอาหารที่โชยขึ้นมา

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

“หน้าตาน่ากินมาก กลิ่นก็หอมเตะจมูกดี พอจะบอกได้ไหมว่าจานนี้คืออะไร” เขาเห็นนางหยิบปีกไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ผสมเกลือกับน้ำให้ละลายแล้วเอาไก่ลงไปหมักทิ้งไว้ สักพักก็เอาไก่มาสะเด็ดน้ำแล้วทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ

“ไก่ทอดเกลือเจ้าค่ะ วันนี้ข้าทำอาหารแบบง่าย ๆ ให้ท่านกินก่อนเพราะเห็นบ่นว่าหิว ถ้าคราวหน้ามีโอกาสข้าจะทำซุปไก่ให้ท่านได้ลอง”

“ดี ดีมาก”

“ข้าตักข้าวสวยให้เจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าจะกลับมาใหม่” เขาต้องกลับมาให้นางทำอาหารสองจานนี้ให้กินให้ได้ อยากรู้นักว่ารสชาติจะออกมาดีเหมือนกลิ่นและหน้าตาหรือไม่ “อาเว่ย ยกอาหารสองจานนี้ตามข้ามา”

“หลงจู๊จะเอาอาหารของเจ้าไปกินที่ไหน” อาเกอถามหญิงสาวด้วยความสงสัยใคร่รู้

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เหมือนหลงจู๊กำลังทดสอบฝีมือของเจ้าอยู่นะ ไม่แน่ ถ้าอาหารสองจานนั้นถูกปากเขาขึ้นมา เจ้าอาจจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นแม่ครัวก็ได้” อาหลงสรุปตามที่คิด

“ไร้สาระกันไปใหญ่แล้ว รีบทำงานกันสักที อยากโดนลูกค้าด่าหรือไง” เสี่ยวหมานโวยวายไม่พอใจเมื่อได้ยินดังนั้น เขาชำเลืองมองหญิงสาวด้วยสายตาเกลียดชัง “ไสหัวไปให้พ้น ๆ เลย เห็นแล้วรำคาญตานัก.. ทำไม อยากมีเรื่องกับข้าเหรอ ระวังจะตกงานนะ” เขาตะคอกใส่เมื่อเห็นนางเอาแต่จ้องหน้า สายตาไม่พอใจ

สุวิมลมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเกลียดชังไม่ต่างกัน “ไม่ต้องขู่ข้าหรอก ข้าไปแน่ แต่ถ้าข้าไปข้าก็ต้องเอาลี่ชุนไปด้วย ข้าไม่ให้นางทนทำงานกับคนใจแคบอย่างเจ้าหรอก” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไป

“ซูวี่!”

“พี่เสี่ยวหมานรีบทำอาหารเถอะ ลูกค้ามาเพิ่มอีกหลายโต๊ะเลย” อาเกอรีบเรียกหัวหน้าพ่อครัวที่กำลังเดินตามหญิงสาวออกไป

“เร็วเข้าเถอะพี่เสี่ยวหมาน เดี๋ยวหลงจู๊ก็กลับมาเอาเรื่องอีกหรอก” อาหลงช่วยอาเกอพูดอีกคน เพราะไม่อยากให้เขาตามไปหาเรื่องซูวี่ที่แสนมีน้ำใจ

“ไก่ทอดเกลือ..” องค์รัชทายาทมองอาหารสีเหลืองทองดูน่ากินในจาน “เจ้าเอามาเพื่อไถ่โทษรึ” ถามเสียงสูง หน้าตามีความสงสัย

“อย่าได้คิดเช่นนั้นท่านชาย ข้าอยากให้ท่านลองชิมผัดผักบุ้งจานนี้ดูก่อน ใช่รสชาติอย่างที่ท่านชายต้องการหรือไม่ ส่วนจานนี้ข้าแค่อยากให้ท่านได้ลองชิมเพื่อติชม เพราะเป็นอาหารจานใหม่ของทางร้านเราขอรับ”

รัชทายาทรับตะเกียบที่หลงจู๊ยื่นให้ คีบผัดผักบุ้งมาดมเอากลิ่นแล้วค่อยใส่ปาก

“อื้อ..” ส่งเสียงในลำคอด้วยความพึงพอใจ เคี้ยวผักบุ้งที่กรุบกรอบอย่างละเมียดละไมเพื่อซึมซับรสชาติที่ถูกใจ “รสชาตินี้แหละที่ข้าต้องการ สรุปใครเป็นคนทำกันแน่”

หลงจู๊วัยสี่สิบต้น ๆ ละอายแก่ใจจนยากที่จะเอ่ยออกมา และยังโมโหเสี่ยวหมานที่กล้าโกหกเขา

“คงไม่ใช่หัวหน้าพ่อครัวอย่างที่พูดสินะ” บุรุษรูปงามเอ่ยอย่างรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย หยิบไก่ทอดเกลือชิ้นหนึ่งมาลองกิน.. เพียงแค่เริ่มเคี้ยวเท่านั้นเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้น “จานนี้ก็อร่อย เนื้อไก่รสชาติเค็มกำลังดีกรอบนอกนุ่มในถูกใจข้ามาก ใช่คนเดียวกับที่ทำผัดผักบุ้งหรือไม่”

“ใช่ขอรับท่านชาย”

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเสียเวลาเลย รีบตามคนผู้นั้นมาพบข้าทีเถอะ”

“ขอรับ” หลงจู๊รับคำแล้วหันไปกวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด “ไปตามซูวี่มา”

“ซูวี่” ชื่อที่ได้ยินฟังดูแปลกหูแต่ก็เรียกร้องความสนใจอย่างบอกไม่ถูก “ชื่อนี้ไม่คุ้นหูเลย แปลว่าอะไรเหรอหลงจู๊”

“เอ่อ.. ข้าก็ไม่รู้ขอรับท่านชาย ลองถามกับนางเองจะดีกว่า” หลงจู๊ผู้ปราดเปรื่องจนปัญญา ตอนที่ลี่ชุนพานางมาของานทำเขาก็ยังงงกับชื่อของนางเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยคิดจะถาม

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SHJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SHJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

One Night One Love ดวงใจรามสูร
One Night One Love ดวงใจรามสูร
เมื่อค่ำคืนเร่าร้อนชั่วข้ามคืนเปลี่ยนเป็นผูกพัน นิยายรักสุดซึ้งที่เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ชายหนุ่มและหญิงสาวต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินห้ามใจ และการตื่นจากฝันครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเขาและเธอไปตลอดกาล ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่อบอวลไปด้วยไฟปรารถนา
8.4
99 ตอน
เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป
เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป
เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงในฐานะภรรยาไร้ค่าที่สามีพร้อมเขี่ยทิ้งเพื่อแฟนเก่า เธอจึงซ่อนใบหย่าไว้ในกองเอกสารให้เขาเซ็นเพราะความรีบร้อน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านั่นคือการสละสิทธิ์ในตัวลูกและเมียตลอดกาล นิยายรักดราม่าน้ำตาท่วมที่คนเป็นสามีต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่อาจเรียกคืน
8.6
91 ตอน
หน่วยคัดกรองรัก Covid19
หน่วยคัดกรองรัก Covid19
เมื่อความเมาทำให้ 'หมอตฤณ' ทันตแพทย์หนุ่มจอมเนี้ยบต้องมาพัวพันกับบริษัทจัดหาคู่ และได้พบกับหญิงสาวที่มีสัมพันธ์วันไนท์สแตนด์ในหน่วยคัดกรองโรค ทว่าเธอไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่กลับซ่อนความลับเรื่องลูกของเขาเอาไว้! อ่านนิยายรักแนวฟีลกู้ดท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
9.3
87 ตอน
ศัตรูที่รัก
ศัตรูที่รัก
เมื่อความสัมพันธ์กลายเป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจ นิยายดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายที่ปนไปด้วยเพลิงแค้น ยิ่งเธอพยายามหนีห่างจากศัตรูร้ายที่แสนเกลียดชังมากเท่าไร หัวใจกลับยิ่งผูกพันลึกซึ้งจนไม่อาจลบเลือน อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นที่ชวนลุ้นจนหยุดไม่ได้
8.3
80 ตอน
Smokin'Love วิมานรักสีเทา
Smokin'Love วิมานรักสีเทา
เมื่อคุณหมอมาเฟียสุดโหดผู้ปิดตายหัวใจ ต้องมาพบกับหญิงสาวผู้บอบช้ำจากความรัก ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนำพาไปสู่สถานะแฟนหลอกๆ ในนิยายรักมาเฟียสุดเร่าร้อน เรื่องราวรักอันตรายที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและการปกป้องจะเปลี่ยนวิมานสีเทาให้กลายเป็นวิมานรักแท้ที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
8.7
77 ตอน
ดั่งหทัยภูผา
ดั่งหทัยภูผา
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ผู้จัดการร้านขนมหวานสาวธรรมดาๆ ต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อระดับคาสโนว่า จนนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิด นิยายประธานบริษัทแนวรักต่างชั้นเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเส้นทางรักสุดตราตรึงที่ผสมผสานทั้งความหวานและดราม่าบีบหัวใจ
9.2
80 ตอน