ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

มือเรียวเล็กปรับเบาะรถทางฝั่งคนขับให้เอนไปด้านหลัง หล่อนขึ้นคร่อมเขาเอาไว้ กระโปรงของชุดเดรสที่สวมใส่อยู่ถลกขึ้นมาจนเห็นชั้นในบางเบา ‘เดชาธร’ ที่ยังมีสติไม่ได้เมามายขนาดนั้นพยายามผลักเธอออก หากแต่หญิงสาวที่เวลานี้เร่าร้อนไปทั่วทั้งกายกลับไม่ยอมแพ้ เธอสอดแขนออกจากชุดเดรสของตัวเองแล้วดึงต่ำลงจนอกอวบอิ่มโผล่พ้นออกมาปรากฏแก่สายตาของเขา

“นี่คุณ ใจเย็นก่อน” เขาห้าม ทว่าอีกฝ่ายกลับใช้ดวงตาคู่สวยนั้นมองเขาด้วยความเว้าวอน

“ทำไมล่ะ แม้แต่คุณก็รังเกียจฉันหรือ ฉันมันน่าเกลียดนักหรือไง”

เธอถามทั้งน้ำตา น้ำเสียงแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจที่สั่งสมมานานบ่งบอกได้ว่าเธอไม่สามารถทนรับเรื่องพวกนี้ได้อีกแล้ว บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปจนเกือบหมดลังยิ่งทำให้เธอไร้ซึ่งสติ

“ผมไม่ได้รังเกียจคุณ แต่คุณจะมาปล้ำผมแบบนี้ไม่ได้”

ร่างสูงตอบ พยายามเบือนหน้าหันไปอีกทางเพราะไม่อยากจะล่วงเกินเธอทางสายตามากนัก

“ฮิๆ ปล้ำงั้นเหรอ คุณนี่...น่ารักจังเลยนะ”

เล็บยาวที่ทาสีแดงเอาไว้กรีดไล้ใบหน้าของเขาเบาๆ อย่างยั่วยวน เธอโน้มตัวมาด้านหน้า ถูไถอกอิ่มกับแผงอกกว้างของเขา

“ฉันอยากเป็นของคุณจัง”

เธอมองเขาดวงตาเลื่อนลอยก่อนจะเขยิบตัวเข้าหามากขึ้น บดเบียดกายสาวกับความแข็งขืนของชายหนุ่มที่ถูกปลุกเร้า ริมฝีปากเล็กประกบเข้าที่ลำคอของเขา หล่อนดูดมันเต็มแรง

“นี่คุณ...!”

จะผลักออกก็ออกแรงได้ไม่เต็มที่ด้วยอารมณ์เคลิบเคลิ้มตามเข้าครอบงำ เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถูกผู้หญิงสวยราวนางฟ้าแถมยังเซ็กซี่ระดับ ฮอตสตาร์แบบนี้ยั่วยวน มีหรือจะไม่ตบะแตก นาทีนี้เดชาธรกำลังตีกับความคิดของตัวเองเป็นอย่างมาก

“นี่ไง เท่านี้คุณก็เป็นของฉันแล้ว”

ร่างบางชี้ไปที่รอยจูบตรงต้นคอของเขาซึ่งเธอเป็นคนทำไว้เมื่อครู่ ใบหน้าสวยที่ยื่นมาใกล้สะกดเขาให้มองตาม ริมฝีปากเรียวเล็กได้รูปแต้มสีแดงสดเอาไว้ จมูกที่เชิดรั้น และดวงตาคู่สวยแสนเย็นชา ทุกอย่างหลอมรวมให้หล่อนกลายเป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง

“พอได้แล้ว ถ้าผมทนไม่ไหวขึ้นมา คุณจะยุ่งเอานะ แขไข...”

เขาพูดน้ำเสียงจริงจัง สองมือจับรวบแขนของอีกฝ่ายเอาไว้

“คุณเป็นคนสวยนะ อย่าทำแบบนี้เลย”

เดชาธรพยายามเตือนสติหล่อน เขารู้ดีว่าที่เธอเป็นแบบนี้สาเหตุมาจากอะไร

หญิงสาวคนนี้คืออดีตแฟนของเพื่อนรักของเขา จริงอยู่ว่าเธอเป็นฝ่ายทิ้งเพื่อนของเขาไป หากแต่เธอคงยังรักเขาอยู่และคิดที่จะกลับมาขอคืนดี ทว่าอีกฝ่ายแต่งงานไปแล้วทำให้เธอรู้ตัวว่าไม่มีทางสู้ต่อไปได้ การที่เธอดื่มเบียร์เป็นลังๆ แล้วเมาขนาดนี้คงเพราะตัดสินใจที่จะตัดใจจากเพื่อนของเขาแล้ว

“ถ้าฉันสวย คุณก็กอดฉันสิ” เธอมองเขาด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

“กอดฉันหน่อยนะคะ คุณเดช...”

ชายหนุ่มตาโตเมื่อถูกเธอเรียกชื่อ เป็นการยืนยันได้ว่าเธอไม่ได้มองเห็นเขาเป็นคนอื่นแล้วมาทำรุ่มร่ามด้วย แต่เธอรู้ดีแต่แรกว่าเป็นเขา...

เธอต้องการเขาจริงๆ...

“ผมอดทนได้ไม่นานนะครับ พอเถอะ”

เดชาธรย้ำอีกครั้ง เฮือกสุดท้ายของการระงับสติของเขาเอง ถ้าจากนี้เธอยังไม่หยุด เขาก็ไม่แน่ใจแล้วว่าจะหยุดความต้องการของตัวเองเอาไว้ได้

“ก็ไม่ต้องทนสิคะ ฉันไม่เคยบอกให้คุณอดทนสักหน่อย”

สิ้นคำ หญิงสาวแสนสวยคนนี้ก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบเขาอย่างร้อนแรง หล่อนสอดลิ้นเข้ามากวาดไปทั่วโพรงปากของเขา รสชาติของเบียร์ติดอยู่ในปากของคนทั้งคู่

หมับ!

มือหนาจับเข้าที่เต้าอวบแล้วบีบเคล้นมันเต็มแรง เขาเริ่มจูบตอบโต้เธอจนร่างบางอ่อนระทวยในอ้อมแขน เดชาธรจูบไล่ต่ำลงมาจนถึงซอกคอ เขาฝากรอยแดงเอาไว้หลายต่อหลายจุด หญิงสาวตระกองกอดเขาเข้ามาแนบอก บราเซียสีเดียวกับชุดถูกปลดออก ปทุมถันสีชมพูสวยปรากฏแก่สายตา ร่างสูงไม่รอช้า ก้มต่ำลงไปครอบครองมันเอาไว้ ดูดกลืนให้หายเข้าไปในโพรงปาก

“อ๊า...!” แขไขครางเสียงหวาน

เธอรู้สึกว่าเสื้อผ้าของเธอและเขามันช่างเกะกะเหลือเกิน มือเล็กช่วยปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่าย เหมือนอย่างที่เขาช่วยถอดชุดเดรสของเธอออกให้ ร่างบางเกือบจะเปลือยเปล่า เหลือเพียงชั้นในบางเบาที่ปกปิดส่วนสำคัญที่สุดเอาไว้

เดชาธรเลื่อนมือต่ำลงไปกอบกุมกายสาวเอาไว้ เขาแหวกอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วออกไปด้านข้าง ถูไถนิ้วเรียวกับร่องสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำแห่งความสุข โดยไม่ลืมที่จะปรนเปรอสองเต้าด้วยริมฝีปากและมืออีกข้าง แขไขโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น เธอแอ่นตัวเข้าหาเขาด้วยความต้องการมันล้นปรี่ออกมา

“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ อ๊า...”

เธอครางไม่เป็นคำพูด ขณะนิ้วยาวแทงเข้าออกอยู่ภายในกาย เป็นครั้งแรกที่เธอได้ร่วมบทรักอันร้อนแรงในรถแคบๆ แบบนี้

ใช่แล้ว...ทั้งคู่อยู่กันในรถของเดชาธรนั่นเอง

ระหว่างที่เขากำลังจะกลับบ้าน ก็ตั้งใจจะแวะไปที่บ้านของ ‘นนท์นธี’ เพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของไร่แสงตะวันและเป็นแฟนเก่าของหญิงสาวคนนี้ หากแต่ระหว่างทางที่กำลังจะไป เขาเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้ารีสอร์ทของไร่จึงจอดรถแวะดู ท่าทางของหล่อนไม่ค่อยดี หากปล่อยเอาไว้เขากังวลกลัวเธอจะคิดสั้นเลยชวนขึ้นรถพามาขับรถเล่น จนมาถึงหน้าบึงน้ำไม่ไกลจากรีสอร์ท ระหว่างนั้นหล่อนก็สังเกตเห็นว่าที่เบาะหลังรถของเขามีเบียร์วางอยู่หลายลัง เป็นเบียร์ที่เขาถูกคนที่บ้านฝากซื้อ แขไขขอเขากินเบียร์พวกนั้นจนเกือบหมดลัง และเริ่มปรับทุกข์ให้ชายหนุ่มฟังจนกระทั่งเมื่อเธอเมาได้ที่ และเขาเองก็เริ่มเมานิดๆ เช่นกัน

“อ๊ะ อื้อ...”

หญิงสาวครางได้ไม่เต็มเสียงนักเมื่อความคับแน่นกำลังคืบคลานเข้ามา ท่อนลำขยายใหญ่กว่าที่เธอเคยผ่านมา ยิ่งอยู่ในท่านั่งบนรถแคบๆ การจะสอดใส่อย่างรวดเร็วจึงเป็นไปได้ยากนัก

“ซี๊ด คุณแข...คุณรัดผมแน่นไปแล้ว”

เดชาธรบอกขณะพยายามบดเบียดยัดเยียดตัวตนเข้าไป แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนแรกของเธอ แต่ความคับแน่นที่ยังดูสดใหม่นี้ก็สร้างความพึงพอใจให้ไม่น้อย เขาแลบลิ้นไปตวัดเลียเม็ดบัวตรงอกตูมของเธอ ละเลงเสียจนหญิงสาวเสียวซ่านไปหมด

พยายามอยู่ไม่นานเขาก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ แขไขเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงด้วยตัวเองเพื่อเป็นฝ่ายคุมเกม เธอร่อนสะโพกไปมา กัดริมฝีปากตัวเองและมองหน้าเขาอย่างยั่วยวน ทุกการกระทำของเธอเซ็กซี่บาดใจเขาเหลือเกิน เดชาธรแทบไม่ต้องทำอะไรเพราะเธอจัดให้ทั้งนั้น ที่เขาทำมีเพียงนอนราบไปกับเบาะ สองมือขยำเต้าอวบเพื่อปลุกเร้าเธอเท่านั้น

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า อื้อ อ๊ะ!”

ภาพของเธอที่เขามองเห็นในตอนนี้ช่างติดตาตรึงใจจนยากจะถอน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมอบความสุขให้เขาแบบนี้มาก่อน อันที่จริงถ้าจะพูดให้ถูก...เขาเคยผ่านผู้หญิงมาแค่คนเดียวเท่านั้นคือตอนจบมหาวิทยาลัยที่อเมริกาและที่นั่นจัดงานเลี้ยงกัน คืนนั้นเขาเมามากเลยเผลอได้เสียกับเพื่อนรวมชั้นไป ซึ่งมันก็ผ่านมาหลายปีมากๆ แล้ว

เดชาธรดึงเธอเข้ามาจูบเมื่อจุดสูงสุดกำลังใกล้เข้ามา แขไขจูบตอบอย่างร้อนแรง เธอขยับสะโพกเร็วขึ้นๆ เพราะตัวหล่อนก็ใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้วเช่นกัน สองร่างนัวเนียลูบไล้กันและกัน มือหนากดสะโพกเธอเอาไว้ ปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระเพื่อปลดปล่อยเสียงคราง

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า!!!”

“อ่า...” ทั้งคู่กระตุกเกร็ง เดชาธรปลดปล่อยทุกอย่างใส่กายสาวไม่เหลือ ร่างบางทิ้งตัวลงนอนซบกับอกกว้าง หอบแฮ่กด้วยความเพลีย

“ชอบจัง...”

เธอพึมพำแต่เขาได้ยินชัดเจน การเป็นที่ต้องการของใครสักคนในเวลานี้ทำเอาชายหนุ่มใจฟู เขาเชยคางหญิงสาวขึ้นมาให้สบตากัน

“ผมถูกใจคุณซะแล้วสิ” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ย แขไขมองความหล่อนั้นด้วยแววตาเลื่อนลอย

“คุณเหมือนเทวดาเลย หล่อจัง”

แขไขเขยิบตัวขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อจูบที่ปลายคางของเขา เดชาธรใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเธอเอาไว้แล้วก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยน

“คุณก็สวยเหมือนนางฟ้าเช่นกัน นางฟ้าของผม”

วงแขนแกร่งโอบกอดร่างบางไว้แน่น เขาชักอยากจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วสิ ไม่อยากจะให้เธอ...ต้องมีน้ำตาอีกต่อไปแล้ว

ทว่าแม้จะมีความคิดแบบนั้น หากแต่ในหัวใจของเขาก็ยังมีภาพของผู้หญิงอีกคนชัดเจนอยู่...

ผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาและทำให้เขาตัดสินใจที่จะเป็นหมอ...

...ภรรยาของเพื่อนสนิทเขา ‘หวานเย็น’

ตอน 2

สามเดือนต่อมา

“สามเดือนจากนี้ต้องฝากตัวด้วยนะคะ หวังว่าเราจะร่วมงานกันได้ดี”

หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเดรสสีดำตัดกับสีเล็บและรองเท้าสีแดงสด ผมสั้นทรงบ็อบเทสีเดียวกับเดรสที่สวมใส่ เธอยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อเช็คแฮนด์กับเขา เจ้าของไร่แสงตะวัน

“พูดเป็นการเป็นงานไปได้ ผมต่างหากที่ต้องฝากตัว คุณมาในฐานะเจ้านายผมด้วยซ้ำ”

นนท์นธีเอ่ยอย่างเป็นกันเอง แขไขถูกส่งมาดูงานในส่วนของการผลิตแยมองุ่น โยเกิร์ตรสองุ่น และอีกมากมายที่วัตถุดิบทำมาจากองุ่นของไร่นี้ โดยจะต้องมีการสร้างองุ่นพันธุ์ใหม่ขึ้น ซึ่งเธอถูกส่งตัวมาดูงานขั้นตอนเหล่านี้โดยเฉพาะหลังจากที่กลับไปได้เพียงสามเดือนในครั้งมาคุมงานตอนผลิตไวน์องุ่น

“ยินดีต้อนรับนะคะพี่แข”

ร่างเล็กอีกคนยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร แขไขมองเธอก่อนจะยิ้มอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู หญิงสาวคนนี้คือหวานเย็น ภรรยาของนนท์นธีที่กำลังตั้งครรภ์ แม้ว่าหล่อนจะเคยไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ หากแต่ความสดใสใจดีของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอเปลี่ยนใจกลับมาเอ็นดูได้

“จ้ะ แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง อาการแพ้ท้องยังมีอยู่ไหม”

“ไม่แล้วล่ะค่ะ ได้พี่นนท์เป็นคนแพ้แทน” เธอชี้ไปทางสามีของตนที่ยืนดมยาดมอยู่

“จริงเหรอ นี่คุณแพ้ท้องเหรอคะนนท์”

แขไขหันไปถามเขาด้วยความเหลือเชื่อ แต่ดูจากสภาพของอีกฝ่ายที่ดูอิดโรยแล้วคงมีแต่ต้องเชื่อเท่านั้น

“ไม่รู้ว่าต้องแพ้ไปอีกนานแค่ไหนนะครับ ว่าแต่คุณจะเริ่มงานวันไหนเหรอ ผมจะได้ให้ลูกน้องเตรียมตัวพาคุณเข้าไปในไร่”

“น่าจะอีกสักอาทิตย์ค่ะ แขว่าจะเที่ยวพักผ่อนก่อน เผื่อจะมีไอเดียในการออกแบบอะไรใหม่ๆ ระหว่างพักด้วย”

เธอตอบเขา ความรู้สึกที่มีต่อนนท์นธีตอนนี้เหลือเพียงความเป็นเพื่อนเท่านั้น เขาไม่ใช่คนเลวถึงขั้นที่เธอจะตัดความสัมพันธ์ไมตรี แม้ว่าครั้งหนึ่งเธอจะเคยเจ็บปวดแทบตายเพราะเขาก็ตาม

“งั้นแขขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ ห้องพักแขห้องเดิมเลยไหมคะเนี่ย”

“ห้องเดิมเลยครับ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแขค่อยๆ เดินไปก็ได้ ไม่ไกลเท่าไหร่”

เธอตอบปฏิเสธด้วยไม่อยากทำให้หวานเย็นต้องคิดมากอีกเป็นครั้งที่สอง เธอเคยทำพลาดไปครั้งหนึ่งที่คิดแย่งเขาคืนมา แต่มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว หญิงสาวไม่ต้องการเป็นมือที่สามทำลายครอบครัวของใคร

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยค่ะพี่นนท์ มีราชรถมารอรับพี่แขอยู่แล้ว”

ร่างเล็กยิ้มเจ้าเล่ห์ แขไขหรี่ตามองอย่างจับผิดและไม่ไว้ใจ ทั้งสามพากันเดินออกมาที่หน้าบ้าน รถยนต์คันหนึ่งจอดรออยู่พร้อมกับเจ้าของรถ

“ไอ้เดช มายังไงเนี่ย” นนท์นธีรีบเข้าไปทักเพื่อนสนิท แขไขหันขวับไปมองหวานเย็นด้วยความไม่พอใจ ร่างเล็กรีบยกมือไหว้ขอโทษ

“ก็พี่เดชเขาขอให้ช่วยนี่นา” เธอกะพริบตาปริบๆ ทำเอาแขไขต่อว่าไม่ลง

“ฉันมารับคุณแขน่ะ ไม่ต้องห่วงเลยนะ จะดูแลให้อย่างดีเลย” เดชาธรตอบคำถามพลางเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้เสร็จสรรพ “เชิญครับคุณนางฟ้า”

“นางฟ้า?” นนท์นธีทวนคำอย่างแปลกใจ นึกสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนว่าเริ่มไปสนิทคุ้นเคยกันตั้งแต่เมื่อไหร่

“พี่นนท์คะ เข้าบ้านกันเถอะ หวานเพลียจังเลย”

หวานเย็นที่พอจะรู้เรื่องราวอยู่บ้างกวักมือเรียกสามีป้อยๆ แล้วทำท่าเป็นเจ็บท้อง นนท์นธีจึงรีบถอยกลับมาประคองภรรยา

“งั้นฝากส่งแขไขด้วยนะ มีอะไรก็โทรมาได้นะครับแข”

“ขอบคุณค่ะ นนท์พาหวานเย็นไปพักผ่อนเถอะ”

รอจนคนทั้งคู่กลับเข้าไปในบ้าน แขไขจึงเดินเข้าไปประชันหน้ากับเดชาธร ชายหนุ่มที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดบนโลกใบนี้

“เชิญครับ”

เขาผายมือเชิญให้เธอขึ้นรถ ทว่าสิ่งที่หญิงสาวทำกลับเป็นการปิดประตูรถกลับเข้าไปอีกครั้งแล้วเลือกที่จะเดินไปยังรีสอร์ทด้วยตัวเอง ร่างสูงรีบดับเครื่องรถแล้ววิ่งตามเธอไป เขาแย่งเอากระเป๋าเดินทางแบบล้อลากของเธอไปลากเอง

“ผมช่วยนะ”

“ไม่ต้องค่ะ”

เธอพยายามจะแย่งคืน แต่เขาก็เอาหลบ แขไขขัดใจและไม่ชอบใจในความทะเล้นขี้เล่นของเขา นิสัยของเขามันช่างตรงกันข้ามกับเธอเสียเหลือเกิน

“เดินไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ ได้กินลมชมวิวช่วงหน้าหนาวด้วย สบายจะตายไป” เดชาธรพยายามชวนคุยแต่ไม่เป็นผล แขไขไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบรับเขาเลย เธอทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ

“จริงสิ สามเดือนที่ผ่านมา ผมมีสัมมนาสำคัญที่ปารีสก็เลยไม่ได้ไปหาคุณที่กรุงเทพฯ เลย ต้องเข้าร่วมเคสผ่าตัดสำคัญเพื่อเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างด้วย เลยไม่ได้ติดต่อมา คุณ...โกรธผมหรือเปล่า”

เขาถามเสียงเครียด เพราะมันเป็นช่วงเวลาหลังจากเกิดเรื่องคืนนั้นในรถของเขาไปเพียงไม่กี่วัน เบอร์ติดต่อของเธอเขาก็ไม่มี ขอนนท์นธีไปอีกฝ่ายก็ไม่ให้เพราะแขไขเคยสั่งห้ามเอาไว้ ทำให้เขาหมดหนทางที่จะติดต่อกับเธอ เดชาธรกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกฟันแล้วทิ้ง ทั้งที่จริงไม่ใช่แบบนั้น

“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ”

เธอตอบเสียงเรียบ ความนิ่งทำให้เธอดูหยิ่งยโสและเย็นชา ทว่าไม่รู้เพราะอะไร ตลอดสามเดือนที่ไม่ได้เจอกัน คนที่เดชาธรคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกกลับเป็นเธอคนนี้ ไม่ใช่หญิงสาวที่เป็นรักแรกอย่างหวานเย็น เขายังคงฝันถึงค่ำคืนอันแสนสุขที่ได้มีร่วมกับเธอ

“แต่ผมคิดนะ”

“...”

“ผมคิดถึงคุณ”

เขาพูดจากใจจริง แขไขไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับคำพูดหวานๆ นั้นแม้แต่นิด เธอยังคงจ้ำอ้าวเดินต่อไปข้างหน้าหวังให้ถึงที่พักเร็วๆ จะได้ไปให้พ้นจากคนๆ นี้

“เดินช้าๆ สิครับ ถนนแถวนี้ยังเป็นถนนลูกรังอยู่นะ เดี๋ยวก็สะดุด...”

“โอ๊ย!” พูดยังไม่ทันขาดคำ แขไขก็สะดุดส้นสูงของตัวเองจนล้มลงไปกองกับพื้น เสื้อผ้าและแขนขาเลอะฝุ่นจากดินลูกรังเต็มไปหมด เดชาธรรีบพุ่งตัวเข้าไปหาหล่อนด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรไหมครับ เห็นไหมล่ะ ผมบอกคุณแล้วว่าให้เดินช้าๆ”

“ถ้าจะมาช่วยก็ไม่ต้องบ่น แต่ถ้าจะมาบ่นก็ไม่ต้องช่วย” แขไขว่าเสียงเขียว ชายหนุ่มยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นการยอมแพ้และขอสงบศึก

“ลุกไหวไหมครับ” ร่างบางส่ายหน้า นึกหัวเสียอยู่ในใจที่ดันมาบาดเจ็บเวลานี้เสียได้ เดชาธรที่พอจะมองออกว่าเธอเสียฟอร์มแอบลอบยิ้ม เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกของตัวเองมาคลุมขาเธอเอาไว้ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วใช้นิ้วเกี่ยวกระเป๋าเธอยกขึ้นมาด้วย

“หนักชะมัด” เขาบ่นอุบ

“ถ้าหนักมากนักก็ปล่อยฉันลง”

“เรื่องอะไร นี่มันรางวัลคนดีสำหรับผมชัดๆ”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ แขไขเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ ต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือเขาแบบนี้มันไม่น่าไว้ใจเลย

เดชาธรอุ้มเธอมาจนถึงห้องพัก เขาเปิดประตูพาเธอไปนั่งบนเตียงเพื่อจะตรวจดูข้อเท้าให้ เขาทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นแล้วยกขาของหญิงสาวขึ้นมาวางบนตักอย่างไม่รังเกียจ ค่อยๆ ถอดส้นสูงออกแล้วเริ่มตรวจดูอาการบาดเจ็บ แขไขมองการกระทำด้วยความรู้สึกแปลกๆ

“โชคดีนะครับที่ไม่เป็นอะไรมาก คงแค่เจ็บตอนล้มเฉยๆ อีกสักพักก็เดินปร๋อแล้วล่ะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอยกขาขึ้นมานั่งพับเพียบบนเตียงโดยมีสูทของเขาคลุมปิดขาเอาไว้อยู่ เดชาธรเงยหน้ามองเธอแล้วยิ้มแป้นจนหญิงสาวเริ่มอึดอัด

“มองอะไรไม่ทราบคะ” จำต้องถามออกไป

“ทีแรกผมคิดว่าผมก็แค่คิดถึงคุณเฉยๆ แต่พอได้มาเจอ ได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ ทำให้ผมรู้เลยว่ามันไม่ใช่แค่คิดถึง” เขาเงียบไปอึดใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

“แต่เป็นคิดถึงมากเลยต่างหาก”

ร่างสูงวางแขนขนาบข้างตัวของแขไขเอาไว้แล้วยันตัวขึ้นมานั่งยองๆ เงยหน้ามองเธอ หญิงสาวคนนี้ยังหน้าตาสะสวยและมีกลิ่นกายที่หอมเย้ายวนเหมือนเคย

“จะอ้วก” เธอตอบสั้นๆ แล้วเบือนหน้าหนีเขา หากแต่แก้มขาวๆ ก็แอบขึ้นริ้วสีแดงพอให้ฝ่ายชายใจชื้นได้บ้าง เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง พอเครื่องลงแล้วได้รู้ข่าวจากหวานเย็นว่าแขไขจะมาพักที่ไร่สามเดือนเพื่อทำงาน เดชาธรก็รีบบึ่งรถมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พัก กระเป๋าเดินทางของเขายังอยู่ในรถเลยด้วยซ้ำ

ปุ...

“เหนื่อยจัง” เขาทั้งตัวนั่งลงอีกครั้งแล้วฟุบหน้าลงบนตักของเธอ อาการคิดถึงเธอจนปวดใจก่อนหน้านี้ค่อยๆ จางหายไป เพราะตอนนี้เธออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

“นี่คุณ ใครอนุญาตให้นอนคะ”

“ขอแค่แป๊บเดียวนะครับ ผมเพิ่งลงเครื่องจากอเมริกามาเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง” เดชาธรพึมพำตอบเธอทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แขไขมองไปยังเสื้อสูทแล้วถึงบางอ้อ มิน่าเขาถึงแต่งตัวเต็มยศ ที่แท้เพราะเพิ่งกลับจากอเมริกานี่เอง พอรู้ว่าอีกฝ่ายรีบร้อนมาหามากแค่ไหน หัวใจเธอก็เต้นระรัวขึ้นมา

หญิงสาวสั่นศีรษะพลางห้ามใจตัวเองเอาไว้ ไม่ได้เด็ดขาด ผู้ชายคนนี้แอบรักหวานเย็น เขาไม่มีทางคิดอะไรกับฉันแน่นอน เต็มที่ฉันคงเป็นได้แค่ตัวแทนไม่ต่างจากตอนคบกับนนท์หรอก เธอคิดในใจ

“ผมคิดถึงคุณมากจริงๆ นะครับ นางฟ้าของผม”

คำพูดที่แสนอ่อนโยนนั้นทำให้เธอหวนนึกถึงค่ำคืนนั้นที่เธอจำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะมันไม่ได้เกิดจากความมึนเมาเพียงแค่อยากเดียว เธอรู้สึกว่าส่วนหนึ่งในตัวเธอเองก็ต้องการมัน ผู้ชายที่วนรถกลับมาแล้วเข้ามากอดเธออย่างอ่อนโยนโดยไม่ถามอะไรสักคำคนนั้น...

“คนบ้า...” เธอพึมพำเบาๆ

มือเล็กวางลงบนศีรษะของคนหลับแล้วลูบไล้เส้นผมนุ่มเบาๆ ราวกับกำลังกล่อมให้เขานอนหลับฝันดี แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ เธอจะยอมให้เขาหนุนตักเพราะเห็นแก่ที่เขารีบมาหาจนไม่ได้พักผ่อนก็เท่านั้น

ไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย...

ตอน 3

แขไขตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำเพื่อไปท่องเที่ยวในวันนี้ เธอยังไม่ได้เตรียมแพลนเที่ยวเอาไว้ ตั้งใจว่าจะไปเรื่อยๆ เจอที่ไหนถูกใจก็แวะ วันนี้เธอเลือกที่จะใส่กางเกงขากระบอกสีดำยาวคลุมถึงตาตุ่มกับเสื้อแขนยาวเอวลอยสีขาวเอวลอยนิดๆ เพื่อความคล่องตัว ริมฝีปากสวยยังคงสีแดงสดเฉกเช่นทุกครั้ง

“อรุณสวัสดิ์ครับผม”

ปึง!

เธอปิดประตูห้องอีกรอบแล้วขยี้ตาตัวเอง ต้องตาฝาดไปแน่ๆ เช้าขนาดนี้ทำไมเธอถึงเห็นเขายืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าห้องกันล่ะ เมื่อตั้งสติได้แล้ว หญิงสาวก็เปิดประตูห้องอีกครั้ง เดชาธรโบกมือหยอยๆ ยิ้มรับเธอ แขไขถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมศีรษะ ก่อกวนกันแต่เช้าเลยหรือ?!

“มีอะไรคะ” เธอถามไปตามมารยาท ก่อนจะเดินออกจากห้องมาพร้อมกระเป๋าเป้ใบเล็กที่ด้านหลัง

“ผมจะเป็นไกด์นำเที่ยวให้คุณในหนึ่งอาทิตย์นี้เอง”

“ใครขอร้องไม่ทราบ” เธอสวนกลับ

“ผมเต็มใจเอง ยังไงคุณก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ การจะหาที่เที่ยวสวยๆ แล้วเที่ยวอย่างสบายใจคงยากนะครับ ให้ผมไปด้วยเถอะนะ นะๆๆ” เขาออดอ้อนเป็นเด็กๆ เข้ามาเขย่าแขนเธอและเอนหัวซบเหมือนลูกแมว

ไม่สิ กรณีเขาต้องเป็นลูกเสือเสียมากกว่า เพราะเขี้ยวเล็บยังติดตัวอยู่เสมอ

“ไม่” เธอยืนกรานปฏิเสธ ขืนให้เขาไปด้วยได้อันตรายกว่าเดิมกันพอดี

“ให้ผมไปด้วยเถอะน่า เที่ยวคนเดียวจะไปสนุกอะไรล่ะครับ ผมรับรองเลยว่าจะไม่ทำอะไรคุณเด็ดขาด จะไม่แตะต้อง จะไม่สัมผัส ถ้าคุณไม่อนุญาต”

เขายกมือขึ้นชูสามนิ้วสาบาน ทว่ามืออีกข้างกลับเอานิ้วไขว้กันแอบไว้ด้านหลัง เขาทนคิดถึงเธอแทบตายมาสามเดือน ถ้ามีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสองมีหรือจะไม่ย้อนความหลัง เขาจะทำให้เธอรับรู้ถึงความทรมานในการคิดถึงเธอให้ได้

“แน่ใจหรือคะ” เธอถามย้ำอีกครั้ง

“แน่ใจครับ ถ้าผมผิดคำพูดให้คุณตีผมได้เลย”

“แต่หน้าตาคุณดูไม่น่าไว้ใจเลยนะ” แขไขยังคงไม่ไว้ใจเขา ผู้ชายที่ทะเล้นทะลึ่งตลอดเวลาอย่างนี้จะทำตามคำพูดได้จริงน่ะหรือ เธอสงสัยไม่น้อย

“มาครับ ผมช่วยถือกระเป๋าให้ เราสองคนไปผ่อนคลายกันดีกว่า”

เดชาธรมัดมือชกเธอเสร็จสรรพ เขาถอดกระเป๋าเป้จากด้านหลังเธอมาถือไว้แล้วเอาไปใส่ในรถ แขไขส่ายหน้าระอา แต่ก็ยอมตามเขาไปแต่โดยดี อย่างน้อยการท่องเที่ยวในครั้งนี้ของเธอก็คงไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียวแล้ว หรืออาจจะวุ่นวายกว่าเดิมกันแน่นะ

ระหว่างทาง เดชาธรเปิดเพลงสนุกสนานบนรถและเปิดหน้าต่างเอาไว้เพื่อให้เธอได้รับกลิ่นอายของธรรมชาติ หญิงสาวสูดเอาบรรยากาศสดชื่นเหล่านี้เข้าปอด เธอทอดมองไปยังท้องฟ้าไกล สองข้างทางเป็นไร่องุ่นนับไม่ถ้วนจากทั้งไร่ของนนท์นธี และไร่ของชาวบ้านคนอื่นๆ

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เธอไม่เคยได้รับความสงบสุขแบบนี้...

“อากาศดีไหมครับ” เขาเอ่ยถาม แขไขที่กำลังหลับตารับลมเย็นๆ พยักหน้ารับ

หลายครั้งที่เธอดูเหมือนจะเปิดใจให้แก่เขา แต่ไปมาๆ ก็กลับมาปิดกั้นเหมือนปกติ เดชาธรอยากจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้หญิงสาวที่ทั้งสวยและเก่งคนนี้กลายเป็นคนปิดกั้นตัวเองจากความสุข เขาอยากจะค้นหาคำตอบนั้นให้เธอเพื่อปลดปล่อยเธอจากมัน

“สามเดือนที่ผ่านมา คุณเป็นยังไงบ้างเหรอครับ คือผมหมายถึง สบายดีใช่ไหม”

“ก็อย่างที่คุณเห็นค่ะ ฉันไม่ได้ทุกข์ใจอะไรและใช้ชีวิตปกติดีทุกอย่าง” เธอตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“ผมสงสัยจัง ว่าใบหน้าของคุณในตอนที่ยิ้ม...จะสวยแค่ไหน”

คำถามของเขาทำเอาคนถูกถามต้องหันหน้ามาสบตา นัยน์ตาหวานเยิ้มที่บ่งบอกถึงความรู้สึกในจิตใจทำให้เธอต้องหลบตาด้วยไม่อยากรับรู้ถึงมัน

“เลิกพูดบ้าๆ แล้วตั้งใจขับรถไปเถอะค่ะ”

“แค่มีคุณมานั่งอยู่ข้างๆ ผมก็เสียสมาธิหมดแล้ว ยิ่งเป็นรถคันนี้ด้วย ผมยิ่ง...”

เขาเว้นช่องไฟเอาไว้ ภาพค่ำคืนอันเร่าร้อนระหว่างทั้งคู่แวบเข้ามาในความคิดของหญิงสาว แขไขรู้ได้ในทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร

“นี่คุณ...!”

“ฮะๆๆ ผมล้อเล่นๆ อย่าโกรธเลยน่า”

เขาใช้มือข้างหนึ่งรับแขนเธอที่กำลังกระหน่ำตีเขาไม่หยุดเอาไว้ นอกจากมุมเงียบขรึม เห็นทีจะมีแต่มุมโกรธจนควันออกหูของเธอนี่แหละมั้งที่เขาได้สัมผัส ตราบใดที่เธอยังไม่คิดเปิดใจให้ใครแบบนี้

“แล้วนี่คุณจะพาฉันไปไหนเหรอคะ”

“หมู่บ้านติดดาวครับ อยู่บนภูเขาสูง ที่นั่นบรรยากาศดีมากๆ แล้วก็มีวิถีชาวบ้านที่น่าสนใจด้วย ผมเคยไปมานานแล้วตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนกลางคืนคุณจะได้เห็นดาวชัดเจนราวกับจะเอื้อมมือไปหยิบมาได้เลยล่ะครับ”

“จริงเหรอคะ ฉันชอบดาวนะ อยากเห็นเร็วๆ จัง” สีหน้าของแขไขดูดีใจอย่างชัดเจน

เดชาธรโล่งอกที่เธอชอบดวงดาวเหมือนเขา เขารู้มาว่าที่ผ่านมาเธอต้องทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาพัก เขาหวังว่าการไปเที่ยวในครั้งนี้จะทำให้เธอผ่อนคลายได้มากที่สุด อย่างน้อยขอแค่เจ็ดวันที่เธอไม่ต้องเอาเรื่องงานมาใส่ในหัวให้รกสมอง

“สวยจังเลย” ชายหนุ่มลืมตัวเผลอยื่นมือไปลูบหัวหล่อนแล้วเอ่ยชม

แขไขนั่งนิ่งตกใจ คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้ หัวใจของหล่อนเต้นไม่เป็นจังหวะแม้จะพยายามระงับมันเพียงใดก็ตาม เธอกำมือแน่น

“ขะ...ขอโทษครับ ผมเผลอ” ร่างสูงชักมือกลับแล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ ร่างบางค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกเพื่อระงับอาการใจเต้นจนทำอะไรไม่ถูกของตัวเอง พลันเสียงของเขาในค่ำคืนนั้นก็ดังเข้ามาในหัว

‘คุณก็สวยเหมือนนางฟ้าเช่นกัน นางฟ้าของผม’

ตายๆๆๆ คิดอะไรของเธอกันแขไข หยุดคิดเรื่องลามกเดี๋ยวนี้เลยนะ เธอเอ็ดตัวเองแน่ใจ ทำไมในหัวถึงได้มีแต่ภาพของเขาตอนกำลังสุขสมกันล่ะ เธอกลายเป็นคนหมกมุ่นเรื่องพวกนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่!

ขณะเดียวกันทางด้านเดชาธรเองก็มีแต่เรื่องในคืนนั้นอยู่ในหัว เบาะที่เขานั่งในรถคันนี้ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทุกอย่างคือส่วนประกอบของคืนนั้นทั้งหมด แค่มองหน้าเธอเขาก็เหมือนจะมองทะลุเสื้อผ้า เห็นทุกสัดส่วนแสนสวยที่ซ่อนอยู่ภายใน ลมหายใจของเขาเริ่มไม่คงที่

‘คุณเหมือนเทวดาเลย หล่อจัง’

คำพูดของหล่อนฉายซ้ำในหัวเขาไม่หยุด นิ้วมือที่ลูบไล้เขา สายตาที่จ้องเขาตาไม่กะพริบคู่นั้น

พรึ่บ...!

เอี๊ยด!

เดชาธรเบรกรถกะทันหันด้วยตกใจที่มังกรของตัวเองผงาดขึ้นมาเพียงแค่จินตนาการถึงหญิงสาวข้างตัวเท่านั้น ความโป่งนูนของกางเกงกลายเป็นที่สังเกตเห็นของแขไข หญิงสาวตกใจตาโตที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีอารมณ์ทางเพศ เธอตวัดสายตาคมกริบมองเขา

“นี่คุณ...!” ร่างบางชี้หน้าชายหนุ่ม เดชาธรส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่...ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ”

“อีตาโรคจิต!”

เพี๊ยะ!

แขไขตบหน้าเขาไปเต็มๆ ฝ่ามือ ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดตัวเองเอาไว้แล้วเขยิบตัวหนีจนชิดประตูอีกฝั่ง เดชาธรเบ้หน้า แบบนี้มันผิดจากที่เขาจินตนาการไว้ลิบลับ ตั้งใจจะเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวผู้แสนดีในชีวิตของเธอแท้ๆ ไหงแค่วันแรกก็กลายเป็น อีตาโรคจิตสำหรับเธอแบบนี้ล่ะ

ไม่แฟร์สำหรับเขาเลยสักนิด!

สามชั่วโมงต่อมา

ณ หมู่บ้านติดดาว

ในที่สุดก็มาถึงที่หมาย แก้มซ้ายของเดชาธรมีรอยแดงรูปฝ่ามือประดับอยู่ หลังจากถูกไล่ให้จอดรถลงไปสงบสติเจ้ามังกรของตัวเองจนมันยอมกลับไปจำศีลตามเดิม ตลอดทางหญิงสาวไม่มองหน้าเขาเลย เธอเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ซ้ำยังเอากระเป๋าเป้ของตัวเองมาคั่นกลางระหว่างเธอกับเขาไว้อีกด้วย

ชายหนุ่มช้ำใจยิ่งนัก...

“สวัสดีครับๆ มาแล้วเหรอครับ”

‘ผู้เฒ่าเซียน’ ชายแก่ที่ได้รับความเคารพจากคนในหมู่บ้านออกมาต้อนรับ เขาเดินค้ำไม้เท้าเข้ามาหาทั้งคู่ เดชาธรยกมือไหว้ แขไขจึงยกมือไหว้เช่นกัน

“ผู้เฒ่าเซียนใช่ไหมครับ ผมเดชาธรที่โทรมาจองที่พักไว้นะครับ”

“ครับๆ ผมให้คนเตรียมไว้ให้แล้ว ยินดีต้อนรับนะครับคุณหมอกับคุณภรรยา”

“เอ่อ ไม่ใช่...” แขไขตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่เดชาธรกลับโอบเธอมากอดเอาไว้

“ขอบคุณมากครับ ที่นี่ยังสวยเหมือนเดิมเลย ชวนให้คิดถึงจริงๆ”

“เดี๋ยวผมพาไปที่ห้องพักนะครับ จัดไว้ให้แถวๆ ผาชมดาวเลย รับรองว่ากลางคืนจะต้องโรแมนติกมากแน่นอน ตามมาครับๆ เอ้า ถือกระเป๋าให้คุณหมอกับภรรยาด้วย”

“คือว่าฉันไม่ใช่...” แขไขตั้งใจจะแย้งอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับถูกเขาปิดปากเอาไว้เลยพูดไม่ได้

ทั้งสองเดินตามผู้เฒ่าเซียนมาจนถึงห้องพักที่ทำจากไม้และฟาง ตั้งอยู่ห่างจากผาชมดาวไม่ถึงร้อยเมตร บริเวณรอบๆ ห้อมล้อมไปด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน ไม่ไกลมีแปลงผักที่คนในหมู่บ้านปลูกเอาไว้ทำอาหาร อากาศบนนี้ค่อนข้างเย็นไปจนถึงหนาวจัด

“ขอให้สนุกนะครับคุณหมอ นี่ห้องพักของคุณหมอกับภรรยา ขาดเหลืออะไรบอกผมได้เลย ผมจะให้คนเตรียมมาให้” ผู้เฒ่าเซียนบอกพร้อมกับเปิดประตูห้องพักที่เตรียมไว้ให้ทั้งคู่ดู ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง

แขไขมองเข้าไปด้านในก็พบว่าเป็นที่นอนแบบเตียงเดี่ยวสำหรับนอนด้วยกันเท่านั้น เธอหันขวับมามองหน้าเดชาธรที่ทำผิวปากไม่รู้ไม่ชี้ทันที การที่มีห้องให้นอนได้เพียงห้องเดียวแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ดูเหมือนเธอจะติดกับแผนการ เจ้าเล่ห์ของเขาเข้าอย่างจัง

“อย่าบอกนะว่าห้องนี้...”

“ใช่ครับ แค่คุณกับผม... ห้องของเราสองคน” คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกว้างอย่างมีแผน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VQJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VQJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

มิปองรัก
มิปองรัก
นิยายรักต่างวัยสุดร้อนแรง เมื่อ ปอไหม สาวน้อยวัยยี่สิบสองยอมเล่นกับไฟ ตกหลุมรัก ราชันย์ ท่านประธานหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบผู้มองความสัมพันธ์เป็นเพียงเรื่องเงินตรา แม้ถูกตราหน้าว่าหวังผลประโยชน์ แต่ความเร่าร้อนปนเสน่ห์ร้ายกลับกักขังเธอไว้ในกรงทองที่ไม่อาจถอนตัว อ่านนิยายรักครบรสได้แล้ววันนี้
9.0
80 ตอน
ช่วยข้าทีสองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
ช่วยข้าทีสองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
เมื่อชีวิตแสนสุขพังทลายลงพร้อมการสูญเสีย หนานอิงจึงได้รับการช่วยเหลือจากสองอ๋องผู้โหดเหี้ยม ทว่าความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับเปิดเผยว่าผู้ร้ายที่ทำลายชีวิตเธอในคืนนั้นก็คือชายทั้งสองที่เธอรับใช้ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและความปรารถนาอันตรายที่ยากจะถอนตัว
8.9
69 ตอน
กรงรักร้อนภรรยาคนเถื่อน
กรงรักร้อนภรรยาคนเถื่อน
เมื่อ มยุรดา ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายมอมยาแล้วส่งไปขายในซ่องนรก แต่โชคชะตาทำให้เธอรอดพ้นมาได้เพราะ อินทนิล ชายหนุ่มลึกลับผู้เข้ามาช่วยชีวิต ทว่าความหวาดกลัวทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือคนร้ายที่ลักพาตัว นิยายดาร์กโรแมนซ์ สุดระทึกที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและรักอันตรายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
9.0
86 ตอน
ซ่อนสวาทมาเฟีย
ซ่อนสวาทมาเฟีย
เมื่อ ‘เดือนกันยา’ ต้องตกเป็นของ ‘สงคราม’ มาเฟียหนุ่มผู้เป็นสามีของพี่สาวตัวเอง ความสัมพันธ์ลับที่เร่าร้อนและผิดศีลธรรมจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเกลียดชังและรู้สึกผิดอันแสนทรมาน อ่านนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับรักต้องห้ามครั้งนี้
8.6
47 ตอน
รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
เมื่อทิชา ซุปตาร์หนุ่มชื่อดังตกหลุมรักจันทร์หอม พ่อค้าผักผู้แสนธรรมดา ความแตกต่างทางชนชั้นจึงกลายเป็นกำแพงสูงชัน โดยเฉพาะเมื่อแม่ของเขาคัดค้านสุดตัวและบังคับให้แต่งงานกับคนอื่นเพื่อตัดสัมพันธ์ รักต่างชั้นครั้งนี้จะพังทลายลง หรือเขาจะสู้เพื่อปกป้องคนรัก อ่านนิยายรักสุดซึ้งได้แล้ววันนี้
9.0
26 ตอน
เมียเด็กของคุณป๋า
เมียเด็กของคุณป๋า
เมื่อครอบครัวล้มละลาย 'พิชญา' จำต้องเอาตัวเข้าแลกกับสัญญาอัปยศ กลายเป็นของเล่นชั่วคราวของ 'ปรเมศวร์' มหาเศรษฐีค้าเพชรผู้ไร้หัวใจ นิยายรักดราม่าแนวหนี้รักที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและเสน่หาอันตรายอันยากจะถอนตัว อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.1
64 ตอน