ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เพลิงรักหัวใจซาตาน

ผู้เขียน : วรนิษฐา

จัดทำ : สิงหาคม 2564

จำนวนหน้า : 254 หน้า

บรรณาธิการ : วรนิษฐา

ออกแบบปก : Comehug Coverdesign

พิสูจน์อักษร : Cappuchino Frappe’

E-Mail : Mindnui@gmail.com

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้

รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าในรูปแบบหรือวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการ

ตอน 2

“มีน ปีนี้จะออกค่ายอีกหรือเปล่า?” เสียงทุ้มน่าฟังของร้อยตำรวจเอกชนาธิป ชายหนุ่มในเครื่องแบบเอ่ยถามน้องสาวบนโต๊ะอาหารเช้าของวันที่อากาศสดใส ทั้งสองเป็นพี่น้องที่อายุห่างกันเกือบเจ็ดปี ชนาธิปนั้นเป็นนายตำรวจอนาคตไกล ส่วนปาณิสราคือสาวน้อยน่ารักของพี่ชนาธิป ปีนี้เธอก็จะจบการศึกษาเป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาปิโตรเคมีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง คณะและสาขาที่เธอเรียนดูจะไม่ค่อยเข้ากับสาวสวยน่ารัก บอบบางในสายตาทุกคนที่เห็นสักเท่าไหร่นัก

“ไปค่ะ” ปาณิสราหันมาตอบพี่ชายที่หาเงินส่งเธอเรียนตั้งแต่ไร้ซึ่งผู้เป็นบิดามารดา เพราะมารดานั้นเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนบิดาก็แยกไปมีครอบครัวใหม่ สองพี่น้องก็อาศัยเพิ่งพากันและกันมาตลอด ยังดีหน่อยที่มีบ้านให้พักอาศัยแม้จะไม่ใหญ่โต แต่มันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น

“กี่วัน เป็นเดือนอีกหรือเปล่า” คนเป็นพี่หันมามองน้องสาว ปาณิสราดูจะมีเค้าโครงรูปหน้าเหมือนมารดา ดวงตาคมโต ใบหน้าเรียวสวย จมูกโด่งเป็นสันที่ชอบย่นใส่เขายามไม่พอใจ คิ้วแทบไม่ต้อง จัดแต่งก็สวยได้รูป ริมฝีปากหยักที่ชอบเม้มเข้าหากันในยามขบคิด

ผมยาวดำขลับที่บางวันก็เป็นยายเพิ้งเพราะไม่ค่อยชอบหวีผมสักเท่าไหร่ แต่ถ้าวันไหนมีเรียนก็จะเป็นสาวเรียบร้อยกับเขาได้เหมือนกัน มองดูกี่ทีปาณิสราก็ยังเป็นเด็กสาวตัวน้อยในสายตาของชนาธิปเสมอ เด็กผู้หญิงที่ต้องมีพี่ชายดูแล แม้จะเรียนในสาขาวิชาที่ดูห้าวไปหน่อยก็ตามที

“อืม…มีนยังไม่เห็นกำหนดการเลยพี่มัตต์” คนถูกถามทำท่าคิด ก่อนจะเอ่ยตอบ เพราะตอนนี้เธอยังไม่มีข้อมูลในมือเลยว่าการออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทของเธอต้องไปที่ไหน อะไรยังไงบ้าง ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้ว เธอต้องไปช่วยอย่างแน่นอน

“จะไปเมื่อไหร่ก็บอกพี่ด้วยแล้วกัน” ชนาธิปเอ่ยขึ้น ก่อนจะยกกาแฟดำในแก้วทรงสวยขึ้นดื่ม จะว่าไปปีนี้ปาณิสราก็กำลังจะเรียนจบแล้ววันเวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง

“เจ้าค่ะ”

“เราจะเรียนจบแล้วนี่ คิดเอาไว้หรือยังว่าอยากไปสมัครงานที่ไหน”

“คิดแล้วค่ะ แต่บริษัทที่ตรงกับสายงานของมีนและเป็นบริษัทที่อยากร่วมงานด้วย ล้วนอยู่ต่างจังหวัดทั้งนั้นเลย” พูดจบก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ มือก็แกว่งช้อนทรงสูงไปบนถ้วยที่ตอนนี้คอนเฟลกดูดนมสดจนมันชักจะอืดแล้ว

“ไม่เห็นเป็นไร ไปทำงานต่างจังหวัดก็ดีออก”

“แต่มีนอยากอยู่กับพี่มัตต์นี่” ความที่ยังไม่เคยห่างพี่ชายและยังไม่เคยใช้ชีวิตคนเดียว ทำให้ปาณิสรารู้สึกกลัวไม่ได้ ถึงจะโตจนอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีแล้ว แต่สำหรับเธอโลกใบนี้ดูกว้างเสียจนไม่รู้ว่าการอยู่คนเดียวนั้น เธอจะทำได้แค่ไหน

“เด็ก...จะอยู่กินนมพี่หรือไง”

“เปล่าสักหน่อย ก็แค่กลัวว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า” คนถูกสบประมาททำเสียงอ่อยๆ ให้ ก่อนจะย่นจมูกและตักคอนเฟลกเข้าปาก

“ไม่ลองไม่รู้ จริงไหม”

“ก็จริง แต่มันก็อดกลัวไม่ได้นี่คะ” ปาณิสราพยักหน้าให้คำพูดของพี่ชาย แต่ก็ยังไม่ข้อโต้แย้งเล็กๆ กลับมาอยู่ดี ชนาธิปจึงส่ายหน้าให้ แต่จะว่าไปเขานั้นก็เป็นห่วงปาณิสรามากอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องปล่อยให้น้องสาวก้าวต่อไปด้วยตัวเอง ล้มลุกคลุกคลานบ้างก็ถือซะว่าเป็นรสชาติของชีวิต

“อย่ากลัวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม จำไว้”

“ค่ะ” คนเป็นน้องสาวเอ่ยรับเสียงใส แต่ในใจนั้นก็แอบหวั่น แต่ก็ไม่อยากให้ชนาธิปมาคอยห่วงเธอแบบนี้เหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโตเสียที

“รีบกินเข้า เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่มหาวิทยาลัย วันนี้จะใช้รถ”

“เหรอคะ นึกว่าจะขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่นั่นไปส่งมีนซะอีก” หญิงสาวหันไปยังรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำคันใหญ่ของพี่ชายที่จอดอยู่ข้างๆ รถเก๋งของเธอที่หาซื้อมาเพราะเงินเดือนของชนาธิป เนื่องจากชายหนุ่มเห็นว่าน้องสาวต้องใช้ขับไปเรียนจะได้สะดวกขึ้น

“ก็อยากทำ แต่วันนี้นายเรียกประชุมบอกให้สร้างภาพหน่อย”

“อ้อ” ปาณิสราเอ่ยตอบเสียงสูง ก่อนจะตักคอนเฟลกใส่นมเข้าปาก เพราะนี่คืออาหารเช้าของเธอที่จะกินทุกวันแทนข้าว เพราะนั่นจะหนักท้องไปสำหรับเธอ ส่วนชนาธิปมีแค่กาแฟดำกับขนมปังปิ้งสองแผ่นก็เพียงพอแล้วเหมือนกัน

เมื่อกินข้าวเช้ากันเรียบร้อย ชนาธิปก็ขับรถไปส่งน้องสาวที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะขับรถไปยังสถานที่นัดหมาย ซึ่งมันไม่ใช่กองปราบสถานที่ทำงานของเขาแต่อย่างใด ไม่รู้ว่านายมีอะไรสำคัญนักหนา ถึงให้เขามาหาที่นี่แถมยังต้องให้เขาสร้างภาพทำตัวเนี๊ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบนี้อีก ชนาธิปขับรถไปตามแผนที่ที่ พันตำรวจโทอานนท์ให้มา ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปยังคอนโดมิเนียมสุดหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา

นายตำรวจหนุ่มก้าวลงจากรถ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เพราะชนาธิปนั้นถือว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี แม้ผิวจะคล้ำแดดก็ตาม แต่ใบหน้าก็ดูหล่อเข้ม นัยน์ตาสีน้ำตาล คิ้วดกหนา จมูกโด่งรับกับริมฝีปาก โดยรวมก็มีเสน่ห์แต่กลับไร้ซึ่งคนรักเพราะมัวแต่ทุ่มเทให้กับงาน

ชนาธิปเดินตรงไปยังลิฟต์ก่อนจะกดขึ้นไปยังชั้นยี่สิบห้า พอประตูลิฟต์เปิดออกก็มองหาห้องหมายเลข 2509 ซึ่งมันเป็นห้องที่อยู่ริมสุดของตัวตึกด้านซ้ายนั่นเอง แต่ที่ดูจะไม่ธรรมดาก็เพราะหน้าห้องมีตำรวจยศน้อยยืนอยู่ถึงสองคน พอเห็นหน้าชายหนุ่ม ตำรวจนายหนึ่งก็รีบเคาะประตูเป็นสัญญาณ ก่อนจะผายมือให้เขาเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งชนาธิปก็เดินเข้าไปแบบระวังตัว

“มาแล้วเหรอผู้กอง” พันตำรวจโทอานนท์เอ่ยทักลูกน้อง

“ครับท่าน” ชนาธิปเอ่ยรับ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย อันที่จริงเขาเห็นเธอเป็นคนแรกตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วด้วยซ้ำ หญิงสาวที่นั่งอยู่ถือว่าหน้าตาดีใช้ได้ ตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย แต่ใบหน้าสวยๆ นั้นกลับบึ้งตึงน่ากลัวและไม่น่าคบดี แต่จะว่าไปใบหน้าเธอดูคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

ตอน 3

ส่วนหญิงสาวตรงหน้าก็มองชายหนุ่มในเครื่องแบบผู้มาใหม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าไล่มองลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าแสดงออกว่าไม่ชอบนิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่เพราะความจำเป็นหรอกเธอถึงยอมมาอยู่ที่เมืองไทย ไม่อย่างนั้นเธอไม่มีวันมาแน่นอน แถมยังต้องมาแบบไม่ให้ใครรู้อีก ทั้งๆ ที่แฟนคลับในเมืองไทยของเธอก็มีตั้งมาก

“นั่งก่อนสิ” ชายหนุ่มนั่งลงตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่วันนี้มาแปลก เหมือนจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

“นี่เฮริมหลานฉัน ส่วนนี่ผู้กองชนาธิป” คำแนะนำตัวให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันของพันตำรวจโทอานนท์ ทำให้ชนาธิปค่อนข้างแปลกใจ ฟังจากชื่อเหมือนเธอจะไม่ใช่คนไทย แต่ชายหนุ่มก็ดูจะไม่ค่อยสนใจเสียด้วย ถึงเธอจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจแต่ชายหนุ่มก็พูดทักทายเป็นภาษาไทยไปก่อน

“สวัสดีครับ”

“สวัดดีค่ะ” ปาร์คเฮริมเอ่ยทักแบบเสียงตึงๆ กลับไป ตามมารยาทเท่านั้น สำเนียงภาษาไทยเวลาพูดคุยของเธอนั้นถือว่าดี ครั้งแรกชนาธิปยังคิดว่าเธอจะตอบเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นเสียอีก แต่กลับผิดคาด

“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน เฮริมเขาถูกแฟนคลับขู่ทำร้าย งานของผู้กองคือมาเป็นบอดี้การ์ดให้เธอ ตามติดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ว่าเฮริมจะไปไหน ผู้กองต้องไปด้วย”

“บอดี้การ์ด งานแบบนั้นท่านรองก็รู้ว่าผม...” ชนาธิปทำท่าจะเอ่ยค้าน เพราะงานแบบนี้เขาไม่รับทำและหลีกเลี่ยงมาตลอด โดยที่ผู้บังคับบัญชาก็รู้ดี แต่ทำงานแบบนี้ถึงมาหาเขาอีก

“ผมรู้ว่าผู้กองไม่รับงานแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่มีใครว่าง ทุกคนออกนอกพื้นที่กันหมด อีกอย่างเฮริมคือหลานสาวผม ผมไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำงานนี้” แววตาของพันตำรวจโทอานนท์ดูแน่วแน่ ถึงคนอื่นจะว่างแต่สำหรับงานนี้คนที่เหมาะสมที่สุดคือชนาธิป

“แล้วที่บอกว่าตามติดยี่สิบสี่ชั่วโมงมันคืออะไรครับ” นายตำรวจหนุ่มคิ้วขมวด หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิดเอาไว้

“ผู้กองต้องบินกลับไปเกาหลีพร้อมเฮริม อยู่ดูแลเธอจนกว่าสายสืบที่นั่นจะจับคนร้ายได้” พันตำรวจโทอานนท์นั้น ได้ให้น้องสาวซึ่งเป็นมารดาของปาร์คเฮริม จัดการเรื่องนี้อย่างลับๆ ด้วยการเข้าแจ้งความให้ตำรวจที่เกาหลีตามสืบหาตัวคนร้าย แต่จะให้ตำรวจที่นั่นมาคอยตามติดปาร์คเฮริม ตลอดก็คงผิดสังเกต กลัวคนร้ายจะรู้ทันจึงต้องโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายอย่างตนถึงเมืองไทย

“เกาหลี!!” ชนาธิปเอ่ยทวนสิ่งที่ได้ยินจากพันตำรวจโทอานนท์ สุดท้ายสิ่งที่คิดก็เป็นจริงแถมยังเกินไปเสียด้วย ให้ตายสิ งานแบบที่เขาไม่ต้องการพุ่งเข้าหาแบบปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย

“ใช่…เพราะเฮริมอยู่ที่นั่น”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้ตำรวจของที่นู่นให้คุ้มกัน” นายตำรวจหนุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย เขาเป็นตำรวจที่เมืองไทย ให้ไปทำงานที่เกาหลีจะทำอะไรได้

“ขืนเป็นข่าว ฉันก็แย่น่ะสิ” ปาร์คเฮริมเอ่ยขึ้น เพราะไม่อยากให้เรตติ้งของตัวเองตกนั่นเอง ขืนสมาชิกในวงอีกสามคนรู้ว่าเธอเป็นตัวอันตรายพวกเขาก็ต้องหวาดระแวงเป็นแน่ เธอไม่อยากให้เรื่องมันเลวร้ายแบบนั้น

“แค่เนี้ย แล้วมันจะคุ้มกันไหมกับชีวิตของเธอ กลัวอะไรไม่เข้าท่า” ชนาธิปส่ายหน้าให้กับความคิดตื้นๆ ของหญิงสาวตรงหน้า

“คุณ...” คนฟังกำหมัดแน่น กัดฟันดังกรอดๆ ท่าทางของปาร์คเฮริม ทำให้ชนาธิปรู้ว่าเธอเข้าใจภาษาไทยได้ดีทีเดียว บิดาหรือมารดาของเธอคงสอนมาดีก็เป็นได้ว่าการเป็นลูกครึ่งมันต้องได้ทั้งภาษาพ่อและแม่ ซึ่งก็ดีไม่น้อยเพราะถ้าขืนทำงานกับคนที่พูดคนละภาษาเขาก็คง ปวดหัวตาย

“เฮริม...หลานอย่าใจร้อน” พันตำรวจโทอานนท์เอ่ยปรามหลานสาว

“แต่ถ้าเขาไม่เต็มใจทำงานนี้ หนูก็ไม่ต้องการค่ะคุณลุง” ปาร์คเฮริมเอ่ยขึ้น ก่อนจะมองไปยังชนาธิป เพราะเธอเองก็ไม่อยากเห็นหน้าคนที่ไม่เต็มใจทำงานใกล้ชิดเธอเหมือนกัน อุตส่าห์หลบมาที่เมืองไทยหวังให้คนเป็นลุงช่วยแท้ๆ แต่สุดท้ายเหมือนเธอกลับเกาหลีมือเปล่า

“ขอบคุณที่เข้าใจ ผมเองก็ขอปฏิเสธ” ชนาธิปเองก็ได้ทีไม่ขอรับงานนี้เหมือนกัน พอเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่เมินใส่เธอแบบนั้นปาร์คเฮริมก็แทบกรี๊ด นี่เขาไม่รู้เลยใช่ไหมว่าเธอเป็นใคร เธอนั้นโด่งดังในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปของเกาหลี มีแต่คนอยากเข้าใกล้ แล้วทำไมอีตาตำรวจทึ่มๆ คนนี้ถึงไม่อยากทำงานด้วย เธอนั้นดังมากเชียวนะ คิดแล้วก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที

“นี่คือคำสั่งของผมผู้กอง” ในเมื่อชนาธิปปฏิเสธ พันตำรวจโทอานนท์ ก็ต้องใช้คำว่าผู้บังคับบัญชามาใช้ให้เป็นประโยชน์ นายตำรวจหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกทันที

“ท่านครับ”

“ไม่มีข้อแม้ใดๆ งานนี้ผู้กองต้องรับไปทำ” คำพูดแบบมัดมือชกดังออกมาจากพันตำรวจโทอานนท์อีกครั้ง เพราะนี่คือชีวิตของหลานสาว เขาไม่อยากเสี่ยง

“แล้วงานของผมที่นี่ล่ะครับ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการเอง” พันตำรวจโทอานนท์ตอบอย่างมั่นใจ เพราะงานนี้เขาเตรียมทุกอย่างไว้รอแล้วนั่นเอง

“ผมต้องทำงานนี้ไปนานแค่ไหน”

“จนกว่าทางเกาหลีจะตามสืบหาตัวคนร้ายและจับได้” คำพูดของพันตำรวจโทอานนท์ไม่สามารถกำหนดเป็นจำนวนวันได้ ถ้ายังจับคนร้ายไม่ได้เขาก็ต้องอยู่กับผู้หญิงคนนี้ต่อไปเรื่อยๆ เนี่ยเหรอ สงสัยเขาต้องเร่งสืบอีกแรงให้มันจบๆ งานนี้จะได้ยุติลงเสียที

“ถ้ามันลำบากนัก คุณก็ไม่ต้องทำ” ปาร์คเฮริมเอ่ยด้วยเสียงห้วนๆ มองมายังชนาธิป เพราะเธอไม่อยากทำงานกับคนที่ไม่เต็มใจเหมือนกัน

“นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำเหมือนกัน แต่ในเมื่อมันคือคำสั่งผมก็คงปฏิเสธไม่ได้ ตกลง ผมรับงานนี้” ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นและเป็นคำสั่ง ชนาธิปก็ต้องรับทำ แม้จะไม่ต้องการก็ตามที

ได้ยินแบบนี้ พันตำรวจโทอานนท์ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ถ้าปาร์คเฮริมไม่ใช่หลานเขา งานนี้ก็คงไม่ลงมายุ่งด้วย แต่น้องสาวที่แต่งงานกับปาร์ค ฮยอง นักธุรกิจเกาหลีกลับโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือเรื่องนี้ ใครจะไปนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไหว

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VUF” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VUF
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เสน่ห์ร้ายเกมกลลวง
เสน่ห์ร้ายเกมกลลวง
เมื่อความแค้นกลายเป็นเกมรักอันตราย บุหลันจึงขอเดิมพันชีวิตเพื่อล้างความอัปยศในอดีต เธอวางแผนล่อลวงชายหนุ่มผู้เคยดูแคลนให้มาสยบแทบเท้า ทว่าในนิยายรักดราม่าเรื่องนี้ ยิ่งเธอถลำลึกในกลลวงมากเท่าไร หัวใจกลับยิ่งสั่นคลอนจนยากจะควบคุม เกมแค้นครั้งนี้จะจบลงด้วยน้ำตาหรือรักแท้
8.9
77 ตอน
ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคิดว่าการมองดวงดาวจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล จนได้พบกับเขาผู้ไร้ขอบเขตแห่งกาลเวลาในนิยายรักแฟนตาซีสุดโรแมนติก การพบกันท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่างนี้คือเรื่องบังเอิญหรือโชคชะตาลิขิต ร่วมไขปริศนาความรักข้ามมิติที่พร้อมสะกดหัวใจนักอ่านทุกคนแล้ววันนี้
8.7
76 ตอน
หนูจะเป็นเด็กดีของพี่ไหม
หนูจะเป็นเด็กดีของพี่ไหม
เมื่อริสา สาวน้อยไร้เดียงสาต้องกลายเป็นเครื่องมือชำระแค้นของธาวิน เพลย์บอยหนุ่มสุดโหดในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงนี้ เธอถูกจองจำในกรงเสน่หาและบีบบังคับให้เป็นเด็กดีคอยตอบสนองความต้องการอันไร้ขีดจำกัด อ่านนิยายรักอันตรายที่เต็มไปด้วยตัณหาและความเจ็บปวดที่ยากจะถอนตัวได้แล้ววันนี้
8.0
31 ตอน
(ห) อย่า ยั่ว รัก
(ห) อย่า ยั่ว รัก
เมื่อความเชื่อใจพังทลายเพราะความระแวงว่าสามีซ่อนใครอีกคนไว้ กันต์กมลจึงตัดสินใจขอหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์อันแสนอึดอัดนี้ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อเขาปฏิเสธและไม่ยอมปล่อยมือเธอไปง่ายๆ นิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้นที่นางเอกต้องหาทุกวิถีทางเพื่อหย่าร้าง ในขณะที่สามีจอมตื้อยังคงดึงดันรักษาตำแหน่งอย่างไร้ทางถอย
9.2
39 ตอน
ฉันนี่แหละ แสงสว่างของตัวเอง
ฉันนี่แหละ แสงสว่างของตัวเอง
เมื่อ 'เย่ยวน' ทายาทตัวจริงถูกครอบครัวและคู่หมั้นทรยศเพื่อปกป้องลูกสาวจอมปลอม เธอจึงกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะแพทย์ชื่อดังและแฮกเกอร์ระดับโลกที่ทุกคนต้องสยบ นิยายรักแนวสู้ชีวิตและรักต่างชั้นสุดเข้มข้นที่นางเอกจะขอทวงคืนความยุติธรรมและไม่ให้อภัยใครทั้งสิ้น พร้อมเผชิญหน้ากับความรักครั้งใหม่
8.3
74 ตอน
ในกรงกุหลาบซาตาน
ในกรงกุหลาบซาตาน
เมื่อวิกฤตครอบครัวบีบคั้นให้ปัทมนต์ต้องหาเงินรักษาพี่สาว รุทระ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมความลับร้ายกาจจึงยื่นข้อเสนออันตรายที่เธอไม่อาจปฏิเสธ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสพันธนาการรักร้อนแรงที่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรี อ่านนิยายรักสุดเร้าใจที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลของท่านประธานสายโหดได้แล้ววันนี้
8.7
46 ตอน