ตอน 2

ทหารทั้งสองยังทำหน้างุนงงหนักกว่าเดิม ยิ่งทำให้แม่ทัพใหญ่โมโหเพิ่มขึ้นไปอีก เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้เดินดุ่มๆ ไปยังเรือนทางปีกซ้ายของจวน จำได้ว่าตอนนางมาถึง เขาให้พ่อบ้านจัดที่พักให้ พ่อบ้านก็จัดเรือนปีกซ้ายทั้งที่เรือนของเขาอยู่ปีกขวา คนพวกนี้ก็อย่างไรกัน ช่างรนหาที่ตายโดยแท้ มีใครกันแยกห้องสามีภรรยาอยู่คนฟากของจวนเช่นนี้

แม่ทัพใหญ่เดินไปที่เรือนของนาง ทว่ายังไม่ทันพ้นประตูวงพระจันทร์ก็เห็นเจ้าตัวขนสีขาววิ่งมาชนขาจนมันเสียหลักเซไปทางอื่น เขาก้มมองเจ้า ‘แพะน้อย’ อายุน่าจะประมาณแค่สองเดือน ดูจากสายตาเอาเรื่องมันแล้วก็ทำให้เขาขมวดคิ้วไม่รู้ตัว

“เปาเป่า กลับมานี่”

เสียงหวานใสร้องเรียกปนหัวเราะทำให้ยามอาทิตย์อัสดงมีชีวิตชีวา เขาเงยหน้าขึ้นมองพลันสบตากับเจ้าของร่างเล็กที่เดินเร็วๆ มาทางเขา แววตากลมโตกระจ่างเบิกกว้างขึ้นดูคล้ายตกใจก่อนจะปรับอารมณ์วูบหนึ่งหลุบตาลง

“ท่านแม่ทัพ” จ้าวจื่อรั่วคารวะอย่างมีมารยาท “ท่านมาถึงเรือนของข้า มีเรื่องใดรึเจ้าคะ”

“จวนข้า ข้าจะไปที่ใดต้องรายงานเจ้ารึ”

จ้าวจื่อรั่วเงยหน้าขึ้น ไม่รู้ว่านางทำเรื่องใดผิดจึงทำให้เขาดูอารมณ์ร้ายนัก นางยังไม่ทันเอ่ยปากอธิบาย เจ้าแพะน้อยทำท่าจะวิ่งพุ่งเข้าใส่ท่านแม่ทัพ

“เปาเป่า!”

พูดยังไม่ทันขาดคำ เจ้าแพะน้อยสีขาวก็พุ่งเข้าใส่ จ้าวจื่อรั่วร้องอย่างตกใจ แต่กู้ตงหยางก้มลงหิ้วคอแพะน้อยขึ้นมาไว้ก่อน

‘เจ้านี้มันร้ายจริง!’

“เหตุใดมีแพะอยู่ในจวนได้”

“เป็นแพะจากโรงครัวเลี้ยงเอาน้ำนมเจ้าค่ะ” เสี่ยวฉู่ที่ถูกส่งมาเป็นสาวใช้รับใช้ฮูหยินรีบพูดขึ้น “เจ้าแพะน้อยตัวนี้ตั้งแต่ได้พบหน้าฮูหยินก็เดินตามไม่ยอมห่าง จนฮูหยินขอนำมันมาเลี้ยงไว้ดูเล่นเจ้าค่ะ”

ปกติบ่าวไพร่แทบไม่มีผู้ใดกล้าปริปากพูดกับเจ้านาย แต่ยามนี้เพื่อปกป้องฮูหยินจึงกล้าพูดขึ้น กู้ตงหยางประหลาดใจยิ่งนัก นางมาอยู่จวนเขาไม่นานกลับซื้อใจคนในจวนได้ เห็นทีว่าเขาจะประเมินสตรีสกุลจ้าวน้อยเกินไป

จ้าวจื่อรั่วย่อมไม่เข้าใจความคิดของกู้ตงหยาง นางพึ่งระลึกเสมอว่าตนเองเป็นเพียงผู้อาศัย จะทำสิ่งใดต้องเกรงใจเจ้าของบ้าน แม้แพะตัวนี้เป็นแพะของจวน แต่นางนำมาเลี้ยงที่เรือนของตน อาจทำให้เขาไม่พอใจได้ ก่อนที่เขาสั่งการใดออกมา นางจึงรีบเอ่ยปากสั่งเสี่ยวฉู่เสียก่อน

“รีบพาเปาเป่าไปเถิด วันนี้เล่นซนทั้งวันแล้ว”

“เจ้าค่ะ”

เสี่ยวฉู่รีบเข้าไปอุ้มเจ้าแพะน้อยออกไปทันที ทำให้ยามนี้ในเรือนของนางไม่มีบ่าวไพร่คนอื่นคอยรับใช้ เหลือเพียงนางและผู้เป็นเจ้าของจวนเท่านั้น

ยามตะวันพลบค่ำท้องฟ้าเป็นสีแดงเรื่อคล้ายย้อมแก้มนวลให้แดงปลั่ง ริมฝีปากบางขบเม้มจนเรียบตึงอย่างครุ่นคิด นางแต่งกายด้วยอาภรณ์สีเขียวใบบัว เรือนผมก็เกล้าอย่างเรียบง่าย แตกต่างจากเฉียวฉู่ราวฟ้ากับดิน ทว่าภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับให้ความรู้สึกอ่อนโยน สงบนิ่งและสบายใจ

“ท่านแม่ทัพ” จ้าวจื่อรั่วเรียกเสียงเบาด้วยยังไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสิ่งใด “ท่านมาถึงเรือนข้ามีสิ่งใดหรือเจ้าคะ เหตุใดไม่ให้บ่าวไพร่มาเรียกข้าไปพบ”

กู้ตงหยางได้สติก็สูดลมหายใจลึก พลันได้กลิ่นหอมของอาหาร ทำให้นึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้กินมื้อเย็น เขากระแอมไอขึ้นเล็กน้อยแล้ววางท่าราวกับสนทนากับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของตน

“เจ้าใช่ไหมที่เป็นคนเปลี่ยนสุราของข้า”

“อ่อ...เรื่องนั้นเป็นข้าเองเจ้าค่ะ” นางยิ้มรับแต่โดยดี “หมอทหารแจ้งว่าท่านแม่ทัพยังมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังไม่ควรดื่มสุรารสแรง ข้าจึงเปลี่ยนเป็นสุรายาให้ท่าน”

“หมอทหารกล้าเอาเรื่องนี้มาพูดกับเจ้ารึ!” เขาขึงตาใส่นาง แต่หญิงไม่หลบสายตาซ้ำยังคงระบายยิ้มอย่างอ่อนหวาน

“ทุกคนล้วนเป็นห่วงสุขภาพของท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังพลทหารนับแสน ข้าอยู่หลังบ้านช่วยได้เพียงเล็กน้อย จึงรับปากท่านหมอทหารว่าจะช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

พูดออกไปแล้วก็รู้สึกโล่งใจ หลายวันก่อนหมอทหารพูดคุยกับนางจึงพอได้รับรู้ความลับเล็กๆ เรื่องนี้ นางจึงได้แต่ปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพของท่านแม่ทัพ หญิงสาวเห็นเขายังยืนนิ่งเป็นท่อนไม้อยู่จึงเอ่ยถาม

“ท่านแม่ทัพกินอะไรมาหรือยังเจ้าคะ ข้าทำน้ำแกงหัวปลาไว้ ท่านอยากลองชิมสักชามไหมเจ้าคะ”

แววตานางเหมือนเด็กที่อยากอวดของเล่น เอาเถอะ แค่น้ำแกงชามเดียวไม่เสียเวลานัก เขาพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปด้านใน ตั้งแต่รับนางมาไว้ในจวนตลอดจนเข้าพิธีแต่งงาน เขาไม่เคยเข้ามาดูความเป็นอยู่ของนางเลยสักนิด เรือนของนางตบแต่งเรียบง่าย นอกจากภาพอักษรที่แขวนที่ผนังและต้นไม้เล็กๆ ไม่กี่กระถางแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดเป็นพิเศษ

“เหตุใดเจ้าทำตัวอัตคัดยิ่งนัก”

จ้าวจื่อรั่วถูกตำหนิก็นิ่งไป นางอดก้มมองตนเองไม่ได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาคมกริบจ้องมองอยู่ หรือเขาจะคิดว่านางทำตัวไม่สมฐานะเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ

“ข้าเป็นสตรีที่ออกเรือนแล้วไม่ควรแต่งกายสีสันฉูดฉาด เกล้าผมก็ทรงของสตรีที่ออกเรือน ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพต้องการให้ข้าปรับปรุงจุดไหนเจ้าคะ”

นางถามกลับด้วยแววตาใสซื่อแต่ทำเอากู้ตงหยางอยากกระอักโลหิตออกมา กินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไร ช่างกล้าต่อปากต่อคำกับเขานัก แต่เขาเป็นบุรุษทั้งแท่งจะมาโต้เถียงกับสตรีก็ไม่ใช่เรื่อง เขาจึงนั่งลงที่เก้าอี้กลมแล้วโบกมือไปมา

“ไปยกน้ำแกงของเจ้ามา”

“เจ้าค่ะ”

หญิงสาวก้าวออกไปแล้ว เขาจึงกวาดตามองโดยรอบอย่างสำรวจ ทุกอย่างเรียบง่ายจนน่าประหลาดใจ ผิดกับห้องของเฉียวฉู่ เขาไม่ได้ช่วยเพียงนาง แต่สตรีอีกหลายคนที่ถูกช่วยมาพร้อมกัน แต่นางอ้างว่าตนเป็นบุตรสาวของเฉี่ยวโจว เจ้าเมืองต้าเหลียง เขาจึงรับตัวนางไว้และให้คนส่งข่าวเพื่อไปแจ้งกับบิดาของนาง จะได้ส่งคนมารับคนกลับไป

ครู่ต่อมาจ้าวจื่อรั่วประคองถาดใส่อาหารเดินกลับเข้ามา นางวางอาหารบนโต๊ะแล้วค่อยปรนนิบัติเขาอยู่ด้านข้าง

“เจ้าเข้าครัวเอง?”

ตอน 3

“ทางโรงครัวส่งสำรับอาหารมาครบทุกมื้อ แต่ข้าอยู่ว่างๆ จึงทำอะไรเล่น ท่านแม่ทัพลองชิมดูนะเจ้าคะ”

นางเกรงว่าเขาจะตำหนิผู้อื่น ปกตินางอยู่ที่จวนสกุลจ้าวก็เข้าครัวทำอาหาร ทั้งของตัวเองและน้องๆ รวมทั้งของผู้อื่น ยามมารดายังมีชีวิตอยู่ เพราะมีบุตรชายจึงไม่ค่อยมีใครกล้ารังแก แต่เมื่อมารดาตายและน้องยังเล็ก น้องชายคนรองอายุสิบสองขวบ คนเล็กเพียงหกขวบ นางจึงต้องเข้มแข็งดูแลน้องๆ ด้วยตนเอง

กู้ตงหยางชิมน้ำแกงหัวปลา หลังกลืนน้ำแกงลงท้องแล้วรู้สึกสบายตัว นอกจากอาหารอุ่นร้อนพอดีแล้วยังให้รสชาติกลมกล่อมอีกด้วย

จ้าวจื่อรั่วเห็นเขากินไปหลายคำจึงใจชื้น กล้าเอ่ยถามเขา “ท่านแม่ทัพจะรับข้าวไหมเจ้าคะ ยังมีปลาผัดเปรี้ยวหวานกับ ผัดผักเจ้าค่ะ”

เขาพยักหน้าแทนคำตอบรับเพียงแค่นั้นหญิงสาวก็หมุนตัวเดินออกไป เขาแปลกใจที่นางไม่เรียกคนรับใช้ ก็นึกได้ว่า เสี่ยวฉู่อุ้มแพะไปเก็บ แต่นางก็ใช้เวลาไม่นาน อาหารก็วางบนโต๊ะ แม้เป็นอาหารง่ายๆ แต่เลิศรสไม่น้อย เขาเองยังไม่กินมื้อเย็นจึงเผลอกินเข้าไปจนเกลี้ยงทุกอย่างจึงนึกได้ว่า... อาหารบนโต๊ะเป็นของนาง ครั้นจะถามก็ปากหนักเกินไป จึงได้แต่ทำหน้านิ่งและรับน้ำชาจากนางมาดื่ม

“ไม่รู้ว่าคนสกุลจ้าวกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงกล้าส่งสาวใช้มาเป็นฮูหยินแม่ทัพใหญ่เช่นข้า”

จ้าวจื่อรั่วได้ยินพลันชะงักมือไปเล็กน้อย แต่ยังส่งผ้าเปียกให้เขาเช็ดมือ

“เป็นเพราะราชโองการของฮ่องเต้ หากไม่แล้ว ข้าเป็นเพียงลูกอนุไม่อาจเอื้อมตำแหน่งสูงส่งนี้” นางกล่าวอย่างเจียมตัว “แต่ท่านวางใจได้ ข้าจะอยู่ในที่ของตนเองอย่างสงบเจ้าค่ะ”

‘อยู่ในที่ของตัวเอง’

เขาแค่นหัวเราะในลำคอแล้วยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“เจ้าติดค้างข้า ไม่ว่าจะเล่นลิ้นอย่างไร เจ้าย่อมรู้ดีว่าสกุลจ้าวปลิ้นปล้อน อย่าได้หวังว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายเลย”

พูดจบชายหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดทิ้งให้หญิงสาวนั่งเพียงลำพัง แม้จเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้

ชีวิตนางจะได้พบความสุขเช่นคนอื่นบ้างไหม.

“ขนมดอกกุ้ยของฮูหยินนี่อร่อยยิ่งนัก”

“พวกเจ้านี่ก็อย่างไรกัน ปล่อยให้ฮูหยินเข้าครัวแล้วพวกเจ้านั่งกิน!”

“ก็ฮูหยินไม่ให้เราช่วยนี่”

“ยังจะเถียงอีก”

“เอาเถิด เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง”

จ้าวจื่อรั่วหัวเราะน้อยๆ มองดูบ่าวไพร่ในครัวพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง หลังจากอยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือน นางสนิทสนมกับทุกคน จดจำชื่อและตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคนได้ ยิ่งได้รู้ ยิ่งนับถือแม่ทัพกู้ตงหยาง ภาพนอกดูโหดเหี้ยมแต่แท้ที่จริงห่วงใยผู้อื่น เหล่าบ่าวไพร่ในจวนล้วนเป็นญาติพี่น้องของคนในกองทัพที่ไม่มีที่ไป บางคนบาดเจ็บพิการไม่มีญาติพี่น้อง ท่านแม่ทัพก็ให้อยู่ในจวน ทำงานเล็กๆ น้อยๆ มีหญิงหม้ายที่สามีตายในสนามรบและไม่มีที่ไปก็มาอยู่ช่วยงานในจวน หากบางคนอยากออกไปตั้งตัว ท่านแม่ทัพก็ให้พ่อบ้านจัดการดูแลต่อไป

แม้เขาไม่เห็นนางเป็นภรรยา แต่สำหรับนาง เขาคือสามีสุดประเสริฐ นับว่าเป็นวาสนาของนางนัก หญิงสาวตั้งใจจะทำหน้าภรรยาที่ดีชดเชยที่ตระกูลจ้าวส่งลูกอนุต่ำต้อยเช่นนางมาเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพใหญ่ แทนที่จะเป็นบุตรสาวภรรยาเอกผู้เลอโฉมผู้นั้น

“อาหารที่ฮูหยินทำเลิศรสมาก ข้าแอบเห็นท่านแม่ทัพเติมข้าวตั้งสองถ้วย” เสี่ยวฉู่พูดด้วยท่าทีตื่นเต้น แต่ถึงกระนั้นคนทั้งจวนก็รู้ว่ามีแต่ท่านแม่ทัพที่หมางเมิน

“วันๆ ไม่เห็นมาหาฮูหยิน เอาแต่สนใจสตรีชุดแดงผู้นั้น” เสี่ยวฉู่พูดอย่างน้อยใจ ฮูหยินดีถึงเพียงนี้ ทำไมท่านแม่ทัพไม่เหลียวแลภรรยาของตน

“เสี่ยวฉู่!” แม่ครัวหันมาตำหนิสาวใช้ แต่คนอื่นก็ลอบมองสีหน้าฮูหยิน แม้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าแต่ท่าทีขมขื่นไม่น้อย

“ฮูหยิน ท่านอย่าคิดมากนะเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพของเรา ปกติเป็นคนใส่ใจผู้อื่น คงเห็นว่าแม่นางผู้นั้นน่าสงสารจึงดูแลเป็นพิเศษ”

นางจะไปมีสิทธิ์รู้สึกอะไรได้ แค่เขาไม่เอาเรื่องที่ถูกเปลี่ยนตัวเจ้าสาวก็นับว่าดีมากแล้ว

“ฮูหยินขอรับ บ่าวมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือขอรับ”

“มีเรื่องใดรึ ถ้าข้าช่วยได้ย่อมทำสุดกำลัง”

“เป็นเรื่องของท่านแม่ทัพขอรับ” พ่อบ้านมีสีหน้าหนักใจ แล้วเชิญฮูหยินออกมาสนทนาด้านนอกห้องครัว

“ที่นี่ไม่มีผู้อื่นแล้ว พ่อบ้านพูดมาเถิด” จ้าวจื่อรั่วร้อนใจ

“หมอทหารกำชับให้บ่าวดูแลท่านแม่ทัพให้ดี ท่านแม่ทัพกรำศึกมานาน มีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง แต่เรื่องนี้ย่อมให้ผู้อื่นรู้มิได้”

“ข้าเข้าใจ ข้าจะเก็บเป็นความลับ”

ได้ยินดังนั้น พ่อบ้านก็มีสีหน้าดีขึ้นและรีบพูดต่อ

“บ่าวอยากรบกวนฮูหยิน ช่วยดูแลท่านแม่ทัพขอรับ”

“ให้ข้าดูแลท่านแม่ทัพ? ทำอย่างไรเล่า? ปกติเขาไม่เคยเรียกพบข้าด้วยซ้ำ”

หากนางเสนอหน้าไปโดยที่เขาไม่เรียก จะไม่กลายเป็นว่าไปรบกวนสายตาและยังรบกวนเวลาที่อยู่กับแม่นางเฉียวฉู่หรือ?

“ข้าน้อยก็จนปัญญาขอรับ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นเฮือกหนึ่งก่อนพูดต่อ “เป็นหน้าที่พ่อบ้านอย่างข้าต้องดูแลใส่ยาให้นายท่าน แต่ต้องมารบกวนฮูหยินเช่นนี้ รู้สึกละอายใจยิ่งนัก”

“ใส่ยา?”

“ขอรับ นายท่านมีบาดแผลที่ด้านหลัง ใส่เองไม่สะดวก แต่พอข้าเข้าไปที่ไรก็โดนไล่ออกมาทุกที บรรดาหมอทหารก็ส่ายหน้าในความดื้อรัน แต่ทุกคนล้วนเป็นห่วงท่านแม่ทัพ”

“ก็ได้ ข้าจะลองดู” นางพยักหน้ารับ อย่างไรเขาก็เป็นสามี ให้ภรรยาเข้าไปปรนนิบัติก็คงไม่เป็นเรื่องผิดสังเกตใดกระมัง

“พ่อบ้านอธิบายมาเถิด ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”

พ่อบ้านยิ้มกว้างและเริ่มอธิบาย หลังจากนั้นไม่นาน ฮูหยินก็เดินกลับเรือนไป สาวใช้และคนครัวที่แอบอยู่หลังบานประตูจึงโผล่หน้าออกมา

“ท่านพ่อบ้านพูดอะไรกับฮูหยินรึ” เสี่ยวฉู่เอ่ยถาม “มีอะไรก็ให้ข้าไปทำก็ได้นี่”

“ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินเป็นคนลงมือ”

“เรื่องใดกัน”

“พวกเจ้าไม่รู้อะไรนั้นก็ดีแล้ว” พ่อบ้านหัวเราะ “เอาล่ะ เสี่ยวฉู่ เจ้ารีบยกน้ำชาไปให้แม่นางเฉียวฉู่ได้แล้ว”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TWF” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TWF
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

จังหวะรักมาเฟีย [ Mafia’s Rhythms Of Love ] SET : Romance Of Mafia  1st
จังหวะรักมาเฟีย [ Mafia’s Rhythms Of Love ] SET : Romance Of Mafia 1st
เมื่อ 'ปีเตอร์' มาเฟียหนุ่มสูญเสียความทรงจำ แต่กลับจำภาพความเร่าร้อนระหว่างเขากับ 'หนูนา' ได้อย่างแม่นยำ ทว่าเธอกลับเลือกปิดปากเงียบและท้าทายให้เขาฟื้นความทรงจำด้วยตัวเอง เรื่องราวของรักอันตรายครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น อ่านนิยายรักมาเฟียสุดฟินและลุ้นไปกับบทพิสูจน์หัวใจที่เต็มไปด้วยความเสน่หา
8.6
91 ตอน
หวางเสี่ยวเหยา นางร้ายปลูกผัก
หวางเสี่ยวเหยา นางร้ายปลูกผัก
เมื่อนางร้ายทะลุมิติไม่ขอแย่งชิงพระเอก แต่เลือกตามหาตัวประกอบชายสุดจืดจางเพื่อพากันไปใช้ชีวิตเรียบง่ายและเริ่มต้นปลูกผักในชนบท นิยายรักแฟนตาซีสุดอบอุ่นหัวใจที่จะพาทุกคนไปพบกับความรักแสนธรรมดาในโลกที่แสนวุ่นวาย อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ที่จะทำให้คุณอมยิ้มตามได้ไม่ยาก
8.0
61 ตอน
เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
เมื่อความแค้นในอดีตปะทุขึ้นพร้อมความปรารถนาอันเร่าร้อน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเกมรักสุดอันตราย เมื่อหัวใจที่เคยด้านชาต้องสั่นคลอนเพราะไฟสวาทที่ไม่อาจต้านทาน พวกเขาจะเลือกเดินหน้าต่อตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ หรือปล่อยให้ความแค้นเผาทำลายรักครั้งนี้จนมอดไหม้
8.8
32 ตอน
การได้พบเธอคือสิ่งที่สวยงามที่สุด
การได้พบเธอคือสิ่งที่สวยงามที่สุด
เมื่อวิวาห์ในฝันกลายเป็นนรกบนดินจากสามีสารเลวที่ทำลายศักดิ์ศรีจนหมดสิ้น เธอจึงตัดสินใจหนีเอาชีวิตรอดในคืนที่มืดมิดด้วยการขึ้นรถไปกับชายแปลกหน้า การหลบหนีครั้งนี้คือฟางเส้นสุดท้ายที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล อ่านนิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
6.6
617 ตอน
รักสุดใจนายหมอนวด
รักสุดใจนายหมอนวด
เมื่อความรักของเขาเริ่มต้นจากศูนย์ในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ยังคลุมเครือไม่ชัดเจน เขาจึงยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อพิสูจน์รักแท้ ขอเพียงเธอแบ่งปันใจให้แค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเขาจะใช้ความพยายามเติมเต็มให้ครบร้อย นิยายรักฟีลกู้ดสุดอบอุ่นหัวใจที่จะทำให้คุณซาบซึ้งไปกับความผูกพัน
8.7
72 ตอน
การจากลาครั้งที่เก้าสิบเก้า
การจากลาครั้งที่เก้าสิบเก้า
เมื่อความรักในวัยเรียนพังทลายลงในวันจบการศึกษา เพราะเขาเลือกปกป้องมือที่สามและปล่อยให้เธอจมน้ำอย่างเลือดเย็น นิยายรักแนวดราม่าเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายและการตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อทิ้งคนใจร้ายไว้เบื้องหลัง อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณอินจนหยุดไม่ได้
9.1
34 ตอน