ตอน 3

หลายชั่วโมงต่อมา...

“หิวแล้วล่ะสิ”

คำถามจากเฮียแม็คดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงที่คลออยู่บนรถ พอเห็นฉันหันไปมองร้านอาหารละลานตาที่อยู่ก่อนถึงที่พัก

“เราไปเช็คอินกันก่อนก็ดะ...”

พรึ่บ!

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เฮียแม็คก็หักพวงมาลัยเข้ามาที่ลานจอดรถของร้านที่ใกล้ที่สุดทันที ก่อนจะก้มมองนาฬิกาและหันข้อมือมา

“เหลือเวลาอีกตั้งนาน”

13.12 PM คือเวลาที่โชว์บนหน้าปัดนาฬิกาหรูบนข้อมือนั้น แล้วพอพูดจบเฮียก็ดับเครื่องรถเดินลงไปเลย ฉันเองก็คว้ากระเป๋าสะพายแต่ดันทำมันหลุดมือจนข้าวของหล่นกระจัดกระจาย

โธ่เอ๊ย มันใช่เวลามั้ยเนี่ย - -^

ก๊อกๆ กึก!

เฮียแม็คเคาะกระจกเบาๆ พอเห็นฉันเงียบไปนาน ฉันเลยเปิดมันออกไป

“แป๊บนึงเฮีย เดียทำของหล่นอ่ะ”

แต่แทนที่เขาจะช่วย เฮียกลับยืนมองแบบแอบขำ ส่วนฉันก็รีบก้มเก็บของใช้ส่วนตัวที่หล่นเกลื่อนบนรถพัลวัน

“นี่มาเปิดท้ายขายของรึเปล่า?”

“หึ...แป๊บนึงสิ หรือเฮียจะเข้าไปก่อน”

และคงเพราะฉันพูดคำว่าแป๊บนึงมาตลอดตั้งแต่ที่เจอกัน พอได้ฟังเฮียแม็คก็ส่ายหัว

“จะแป๊บนึงถึงค่ำเลยมั้ย”

“เฮียแม็ค! อย่ามาแซวน่า”

“ซุ่มซ่าม”

คำพูดสั้นๆทำฉันหันไปลอยหน้าลอยตาใส่เขา ก่อนจะรีบโกยทุกอย่างลงกระเป๋าแบบเดิมเสร็จสรรพ

“แค่นี้ก็เรียบร้อย”

“อ๋อเมื่อเช้าก็ทำอย่างนี้”

พูดจบเขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินนำเข้าร้านอาหารไปทันที ทิ้งให้ฉันเดินอมยิ้มตามหลังอย่างเคย

หึ...ขอให้มันเป็นวันที่ดีด้วยเถอะนะ

ขอให้เราได้ใกล้กัน...ให้นานที่สุด...ใกล้กันจนนาทีสุดท้ายเลย :)

“เดี๋ยวสิ เมื่อกี๊เฮียว่าไงนะ?!”

“เปล่าาา...”

สิ้นสุดคำอธิษฐานในใจ ฉันก็แกล้งตะโกนตามหลังเฮียแม็คที่ลากเสียงตอบกลับมาเหมือนกัน ก่อนเราจะกวาดสายตาหาโต๊ะเพราะวันนี้คนแน่นมากๆ

“เฮียกินไรเหรอ?”

พอเลือกโต๊ะได้ เราก็นั่งเปิดเมนูกันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าให้เดามันต้องมี...

“ทอดมันกุ้ง”

ใช่ด้วย! :)

'ลองกินสิ แม่เราทำทอดมันกุ้งอร่อยมาก’

“หึ...”

ฉันหลุดยิ้มออกมาอย่างลืมตัว พอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาที่ยังคงจำมันได้ดี รู้ตัวอีกทีเฮียแม็คก็จ้องมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม

“???”

“ปะ...เปล่า ไม่มีไร”

“ชื่อเมนูที่ดูมันตลก?”

“งั้นมั้ง นี่จริงในนี้มีหนังสือขายหัวเราะซ่อนอยู่ :)”

ฉันตอบกลับไปขำๆ เฮียก็ทำหน้างงๆ ก่อนจะสั่งเมนูต่างๆที่เขาชอบอีกหลายอย่าง เช่น ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ ห่อหมกทะเล กุ้งเผา...

“แล้วเรา?”

สงสัยใครบางคนเพิ่งจะนึกได้ว่าสั่งเพลินเลยหันมาถามฉัน ซึ่งก็... อืมมม มีอีกอย่างนะ ที่เฮียแม็คน่าจะลืมสั่ง

'อันนี้ห้ามลืมเลย เราชอบมากๆ ฝึกทำไว้ด้วย...'

“เดีย”

“หะ...ฮะ? อ๋อ กรรเชียงปูผัดพริกเหลืองค่ะ”

ฉันหันไปบอกพนักงานหลังได้ยินเสียงเฮียแม็คดึงให้หลุดจากภวังค์ แล้วเฮียแม็คก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที

“ใช่ นี่ทีเด็ดเลย”

อ่าฮะ อีกแล้วล่ะ อีกแล้วที่ฉัน...เฝ้ามองรอยยิ้มเล็กๆของเขาด้วยความปลาบปลื้มแบบนี้ :)

หึ...ทีเด็ดเหรอ? ก็ต้องอย่างงั้นอยู่แล้ว เพราะทุกเมนูที่เขาพูดมา ป้ามาร์ธาแม่ของเขาสลับกันทำให้เฮียทานในช่วงนั้นตลอดเลยนี่นา ขนาดบอกว่ามันเผ็ด เฮียแม็คก็ยังชอบมาก เขากินเผ็ดเก่งตั้งแต่เด็กๆแล้วนะรู้มั้ย แล้วก็จะชอบกินไอติมวานิลลาตบท้าย ถ้าไม่ได้กินจะมีคนปวดท้องเอาง่ายๆ :)

“เอาอย่างเดียว?”

“อื้ม ก็เฮียสั่งหลายอย่างแล้วนี่นา” ฉันพยักหน้าตอบไป แล้วเฮียแม็คอยู่ๆก็ทำท่าจะ Cancel เมนูพวกนั้นขึ้นมา

“เปลี่ยนได้ น้อง...”

“ไม่นะ!”

เห็นแบบนั้นฉันก็โพล่งออกไปทันที ก่อนจะตัดบทรวบรัดให้พนักงานรีบเดินออกจากไปโต๊ะตอนนี้

“เอาตามนั้นเลยค่ะ รีบหน่อยนะเราหิวมากเลย ^_^”

“ครับคุณลูกค้า” แล้วพนักงานก็เดินออกไป ส่วนเฮียแม็ค...

“โทษที”

“เรื่องเล็กน้อยน่าเฮีย เดียชอบทุกเมนูที่เฮียสั่งนั่นแหละ”

“ชอบ?”

แย่ละ ฉันหลุดปากพูดออกไป แล้วเฮียแม็คก็จ้องมา

“ก็...มาทะเลไม่กินซีฟู้ด มันก็แปลกๆนะว่ามั้ย”

แล้วพอตอบกลับไปแบบนั้นเฮียก็พยักหน้า

“ใช่ งั้นเดี๋ยวชดเชยให้ด้วย...”

เฮียแม็คเว้นช่วงคำพูดนิดนึง และชี้ไปที่คาเฟ่ริมหาดไม่ใกล้ไม่ไกลที่มองเห็นจากตรงนี้

“จริงนะ”

“จริงดิ แต่หลังจากเช็คอิน เดี๋ยวมีคนโวยวาย”

“อื้ม”

ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย แม้ลึกๆจะจุกนิดหน่อยตอนเห็นเฮียยิ้มกว้างเวลาพูดใครที่ยังมาไม่ถึงไง

ไม่กี่นาทีต่อมา...

“นี่แรร์โลเคชั่นเลยป่ะ”

หลังจากเช็คอินและได้โปรพิเศษมาตอน 14.22 PM เรียบร้อย เฮียแม็คก็พาฉันมาคาเฟ่น่ารักริมหาดตามสัญญา ส่วนที่เขาพูดเมื่อกี๊ก็เพราะที่ร้านนี้ลูกค้าเยอะมาก และมีมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ลูกค้าต่อแถวรอถ่ายมุมนี้หลายสิบคน แต่ฉันไม่ใช่หนึ่งในนั้นหรอกนะ

“เอาด้วยมั้ย?”

“ไม่อ่ะ เฮียรอไม่ไหวหรอก”

ฉันตอบไปขำๆ วิวรอบข้างที่เค้าแย่งกันถ่ายอยู่มันก็สวยแหละ แต่ฉันไม่ได้มีความอดทนยืนรอนานขนาดนั้น

“ที่จริงตรงนั้นสวยกว่าอีก”

เฮียแม็คชี้ไปตรงระเบียงไม้ที่ยื่นออกจากร้านไปนิดหน่อย แต่มันค่อนข้างจะเก่าและสูงมาก แถมไม่มีอะไรกั้นเลย ยิ่งเวลาลมทะเลแรงๆพัดมานี่น่ากลัวจัด

“นั่นดิ แต่มันจะเสียวหน่อยก็แค่นั้น”

ฉันพยักหน้าเห็นด้วย เฮียแม็คก็ขำๆ แถมยังเดินนำไปที่ระเบียงแล้วเอียงคอชะเง้อมองข้างล่าง

“ถ้าตกลงไปไม่ต้องเรียกใครเลย”

“อื้อ ภาวนาให้เฮียคว้าเดียทัน”

ที่พูดแบบนี้เพราะข้างล่างมันเป็นโขดหินทั้งนั้นเลย ลำพังลุ้นระทึกตอนตกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เปอร์เซ็นต์ที่หัวจะไม่กระแทกโขดหินตายนี่มีน้อยมาก

“แล้วถ้าคว้าไม่ทัน?”

เฮียแม็คหันมาเลิกคิ้วตั้งคำถาม พอฉันหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่แบบคนอื่นเค้าบ้าง แต่อย่างเฮียแม็คเนี่ยนะจะคว้าไม่ทัน เขาไม่มีทางอืดอาดเป็นเต่าล้านปีหรอกมั้ง

“นี่เดียมากับมือวางอันดับหนึ่งของ Dark Shadow เลยนะ”

ใช่... Dark Shadow

ภายนอกอาจดูธรรมดา แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่ยืนอมยิ้มกับคำพูดของฉันตอนนี้ จะเป็นถึง Top One แห่งการต่อสู้ของแก๊งค์มาเฟียที่กระจายอำนาจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ที่ญี่ปุ่น ทุกคนอยู่กันเป็นครอบครัวมาเฟีย ใช้นามสกุลเดียวกัน ตราประทับเดียวกัน ที่อยู่ปัจจุบันคือปราสาทใหญ่โตมโหฬารอย่าง Dark Shadow Castle!

และโดยข้อมูลคร่าวๆที่กล่าวไปนั่นหมายถึง...

ฉัน! คือลูกบุญธรรมของสมาชิกระดับสูงท่านหนึ่งในแก๊งค์ หากนับตามความสัมพันธ์ในฐานะลูกบุญธรรม ฉันอยู่สังกัดสภากฎ สังกัดที่เป็นผู้ควบคุมข้อบังคับต่างๆของแก๊งค์ ให้เป็นไปตามความเห็นชอบทางกระบวนการของเรา

ส่วนเขา...เฮียแม็ค!

เฮียแม็คเป็นหนึ่งในสมาชิกของแก๊งค์ ที่ ณ ตอนนี้วนเวียนอยู่ในสังกัดสภาเช่นกัน เขาเป็นที่นับหน้าถือตาของใครต่อใคร เป็นบุคคลที่ได้รับการชื่นชมและยกย่องจากท่านเซนจิ พ่อบุญธรรมของฉันจนออกนอกหน้า นั่นทำให้เฮย์โซ ลูกบุญธรรมอีกคนของท่านไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่นัก

และคนสุดท้าย พี่เฟรย์!

หึ... เธอเป็นลูกบุญธรรมของท่านผู้นำสูงสุดของแก๊งค์นี้ พ่วงตำแหน่งรักษาการแทนท่านผู้นำที่ดูสูงศักดิ์เกินใครซะไม่มี รักษาการเป็นตำแหน่งที่มีสังกัดเป็นของตัวเองและไม่อยู่ในกฎ หากว่ากันตามหลักการ เธอคือจุดบอดที่สภากฎกำลังหาทางให้กลับเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับสมาชิกทุกคน แต่รายละเอียดทางความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างซับซ้อน เอาไว้ถ้ามีเวลา ฉันจะสาธยายเรื่องพวกนั้นให้ฟังอีกที

“...ถ้าคว้าไม่ทันเฮียก็เป็นคนสุดท้ายที่เดียอยู่ด้วยก่อนตายล่ะมั้ง”

หลังจากยืนเงียบอยู่นาน ฉันก็พูดไปแบบทีเล่นทีจริง แต่ถ้าเป็นเขาที่ฉันได้เห็นหน้าเป็นคนสุดท้ายจริงๆ มันก็เป็นสิ่งดีที่สุดแล้วนี่ :)

“ไม่ฝึกไว้บ้าง”

ถึงปกติเราจะไม่ได้คุยกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าใครๆ แต่อย่างที่บอก เราวนเวียนอยู่ในสังกัดเดียวกัน เลยเจอกันบ่อย ก่อนที่ฉันจะย้ายมาเรียนที่ประเทศไทย และฝึกที่ว่า...หมายถึงการฝึกใช้อาวุธและสกิลการต่อสู้ต่างๆที่สมาชิกทุกคนเขาทำกัน นั่นรวมถึงเฮียแม็คและพี่เฟรย์ แต่มันเป็นข้อยกเว้นสำหรับฉัน

“เดียชอบอยู่แบบสงบมากกว่า”

และที่ๆสงบที่สุดของฉัน คือหลังกระจกที่ได้มองเขาวาดลวดลายการต่อสู้อยู่ทุกวัน จนเห็นใครต่อใครยกธงขาวยอมแพ้ให้กับความสามารถนั้น

“ถึงคราวจวนตัวเราก็ต้องออกรบบ้าง”

“อะไรเนี่ยเฮีย นี่กำลังปลุกใจกันว่างั้น?” เป็นฉันที่เลิกคิ้วถามไปบ้าง แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกเฮียแม็คใช้คำพูดทำนองนั้น

“ถ้าว่างเมื่อไหร่ เชิญที่ห้องซ้อม”

อีกละ! ถ้าให้นับกันตามจริง นี่น่าจะเป็นครั้งที่สี่หรือห้าแล้วล่ะ แต่ที่ผ่านมาเฮียจะชวนฉันเวลาที่ตัวเองซ้อมอยู่กับพี่เฟรย์ และเพื่อนเขา...คิระ

“กลัวเฮียจะหนวกหูเปล่าๆ เดียตกใจง่าย แล้วก็กรี๊ดดังใช้ได้เลยนะ”

“หึ...”

พอจบบทสนทนาฉันก็ส่งมือถือตัวเองให้เฮียแม็ค เป็นเชิงบอกนัยๆให้เขาถ่ายรูปให้ เขาเองก็รับไป แต่แค่ฉันก้าวถอยหลังเอามือไปค้ำกับระเบียงไม้ เนื้อไม้ที่คงตากแดดตากลมมานานเกินไปก็เกิดเปราะและหักทันทีจนฉันเสียหลักเกือบหงายท้องลงไป

แกร๊ก!

“ว๊าย!”

หมับ!

“เฮีย O_O!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันกำลังจะตกลงไปแล้ว ถ้าเฮียแม็คไม่พุ่งเข้ามาคว้าไว้ ทะ...ที่สำคัญ เขาถึงตัวฉันก่อนซะอีก ถึงก่อนที่ฉันจะเรียกด้วยซ้ำ

“เฮียแม็ค...”

เพราะหันมองตามเศษไม้ที่ร่วงลงจากระเบียงลงไปที่โขดหินและกระเด็นเกลื่อน ทำให้ฉันเผลอกำเสื้อเฮียแม็คที่กำลังโอบเอวล็อคฉันไว้กับตัวเขาแทนอย่างตกใจพอกัน

“เป็นไรมั้ย?”

“มะ...ไม่”

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ แต่แค่แว๊บเดียวเหมือนความหวิวพวกนั้นดูดพลังฉันไปหมดเลย มือขาอ่อนลงจนฉันทิ้งตัวไปหาเฮียแม็ค แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

“เหมือนเราจะพลาดอะไรไป”

ในระหว่างที่ประคองฉัน สายตาเฮียแม็คก็มองไปยังบางอย่างที่น่าจะสู้แรงลมทะเลไม่ไหวจนปลิวหล่นไปอยู่ที่พื้น มันคือป้าย 'งดใช้บริการ' และ 'ปิดปรับปรุง' พื้นที่ระเบียงบริเวณนี้ ก่อนที่เราจะต่างคนต่างสอดส่องสายตาไปรอบๆเพื่อความแน่ใจอีกที ถึงรู้ว่าตัวเองโชคดีกันขนาดไหนที่จุดที่ยืนกันอยู่ มันคือจุดที่แข็งแรงที่สุดแล้วบนระเบียงสูงนี้

“เฮียนั่นแหละ บอกว่าตรงนี้สวยกว่า”

“ทีแบบนี้ล่ะจำแม่น แล้วตอนบอกว่าถ้าตกลงไปไม่ต้องเรียกใครล่ะ”

เราเถียงกันเบาๆแต่ยังไม่กล้าขยับตัวมาก เลยกลายเป็นยืนกอดกันกลมอยู่ตอนนี้ ส่วนที่บอกว่าไม่ต้องเรียกใคร จะเป็นงั้นได้ไง ก็ฉันอยากเรียกเขานี่ แต่ชั่ววูบนึงก็ได้เห็นแล้ว ว่าใครบางคนมีสัญชาตญาณที่ดีมากๆ เหมือนตอนนั้นเลยจริงๆ

'ว๊ายยย!'

หมับ!

'ก็บอกแล้วไง ให้ระวังสายเตาแก๊ส!'

เสียงดุของเด็กผู้ชายในความทรงจำที่คว้าฉันได้ทัน ตอนเข้าไปวิ่งเล่นในครัวเพื่อแอบดูคุณป้ามาร์ธาทำกับข้าวน่ากินหลายอย่างดังขึ้น และใช่...เด็กคนนั้นคือเขา ที่ยืนตรงหน้าฉันตอนนี้

'แหะๆ โทษที'

'ยังจะมายิ้มอีก' / “ยังจะมายิ้มอีก”

เสียงเฮียแม็คในพาร์ทปัจจุบัน ทับซ้อนด้วยประโยคเดียวกันกับที่เขาเคยพูดในวัยเด็กก่อนหน้านั้น ฉันเลยจ้องลึกเข้าไปในตา แล้วส่งเสียงล้อเลียนไปซะเลย

“ก็ไหนว่าคว้าไม่ทัน”

“หน้าซีดขนาดนี้ยังต่อปากต่อคำได้อีกนะ”

ปากพูดกับฉัน แต่สายตาเฮียแม็คดูเหมือนกำลังหาทางพาฉันออกไปจากซากไม้เก่าๆที่อีกนิดจะกลายเป็นซากปรักพัง แต่ยิ่งขยับ เราก็ยิ่งใกล้ และมันใกล้มากซะจน...

“มั่วแล้วเฮีย ความจริงเดียกำลังกลบเกลื่อนความหวิวอยู่อ่ะ”

“เหรอ”

หึ...ก็ใช่น่ะสิ แต่ไม่ใช่เพราะหวิวจากวิวข้างล่างแล้วนะ มันหวิวในใจ เวลาใกล้เขามากๆต่างหากล่ะ :)

'ออกไปเล่นข้างนอกดีกว่า เดินตามเรามาเลยนะ เอามือมาด้วย เราจะจับไว้เอง'

'แต่ว่า...'

หมับ!

'เชื่อใจเราเถอะน่า'

แล้วก็นะ...เพราะเชื่อใจเขา เวลาจวนตัวฉันถึงเรียกหาเขาไงล่ะ :)

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RLJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RLJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ฤาจะรัก
ฤาจะรัก
นิยายรักโรแมนติกสุดซึ้ง เรื่องราวของ 'สงกรานต์' ชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักแท้ เขาเฝ้ารอคอย 'จันทร์ฉาย' ด้วยความหวังปนความอดทน แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน และในวันที่เธอตั้งครรภ์ ความผูกพันก็นำพาทั้งคู่กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าในหัวใจของเขานั้นมีเพียงเธอคนเดียวเสมอมา
8.1
37 ตอน
พ่ายรักพลิน
พ่ายรักพลิน
เมื่อความผิดพลาดในอดีตย้อนกลับมาทำร้าย พลิน ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริงอันโหดร้ายว่าเธอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ บารมี ว่าที่พี่เขยของตัวเอง นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายท่ามกลางความเกลียดชังและการตราหน้าว่าเธอเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินล้าน อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
7.9
49 ตอน
รักเลือดมาเฟีย
รักเลือดมาเฟีย
เมื่อ เมญ่า ต้องกลายเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในสายตาของ ลูเฟีย มาเฟียใจร้ายผู้ใช้บทรักอันเร่าร้อนปราบพยศเธอ แต่เมื่อเธอเลือกที่จะหอบลูกหนีไปจากชีวิตเขา เสือร้ายที่เคยเหี้ยมโหดจึงยอมทำทุกทางเพื่อทวงคืนครอบครัว นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและการแย่งชิง
8.4
53 ตอน
แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
เมื่อวิวาห์ล่มซ้ำซากถึง 1,314 ครั้งเพราะแฟนหนุ่มซีอีโอผู้เห็นแก่ตัว เลือกทิ้งเธอไปหาหญิงอื่นโดยอ้างความผูกพันในวัยเด็ก ทิ้งให้เธอเผชิญความอับอายเพียงลำพัง ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นค่า นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพานางเอกก้าวข้ามความเจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นที่พร้อมดูแลเธออย่างแท้จริง
8.9
87 ตอน
เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
เมื่อคำทำนายบีบให้ต้องแต่งงานในหกเดือน คุณหนูสุดแสบจึงต้องงัดสารพัดมารยามาพิชิตใจ พ่อเลี้ยงน่านน้ำ ชายหนุ่มสุดเย็นชาผู้ไร้หัวใจ เธอถึงขั้นยอมโกหกว่าไร้ที่พึ่งเพื่อแทรกซึมเข้าใกล้เขา หวังคว้าตัวมาเป็นสามีตามดวงชะตา นิยายรักแนวฟีลกู้ดปนความแสบซนที่จะทำให้คุณฟินจนหยุดอ่านไม่ได้
9.4
88 ตอน
ดวงใจมาเฟีย
ดวงใจมาเฟีย
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ 'บะหมี่' หญิงสาววัยยี่สิบสี่ต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายแปลกหน้าตามคำสั่งของพ่อแม่เพื่อชดใช้พันธสัญญาระหว่างเพื่อนรักในอดีต เธอจึงต้องก้าวเข้าสู่โลกของมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายและความกดดันอย่างจำใจ อ่านนิยายรักมาเฟียสุดเข้มข้นที่ต้องลุ้นทุกตอน
8.0
82 ตอน