ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“อื้อ…… พี่ยวน.....”

มีเสียงร้องอย่างคลุมเครือดังออกมาจากหลังประตูที่ปิดอยู่

เจียงหยุนถังที่กำลังจะเคาะประตูชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้สึกเย็นตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับว่ามีคนสาดน้ำเย็นลงมาบนหัวของเธออย่างไรอย่างนั้น

แม้ว่าเธอกับกู้สิงยวนจะแต่งงานกันมานานแล้ว และไม่เคยมีอะไรกับเขา แต่เธอก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าเสียงนี้มันคืออะไร

กู้สิงยวน เขา......

ไม่ ไม่มีทางหรอก!

ตอนที่เพิ่งแต่งงานกัน กู้สิงยวนเคยบอกเอาไว้ว่าเขาป่วยเป็นโรคบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นคนที่อยู่ข้างในจะต้องไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน

เจียงหยุนถังที่กำลังสติฟั่นเฟือนพยายามโน้มน้าวตัวเอง แต่เสียงร้องครวญครางของผู้ชายที่ลอยเข้าหูมาเป็นครั้งคราว กลับทำให้เธอรับรู้ได้อย่างชัดเจนเลยว่า การปลอบใจตัวเองของเธอมันน่าตลกสิ้นดี

เธอคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก

น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เจียงหยุนถังเอามือปิดปากแน่น พยายามที่จะไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

เมื่อสามปีก่อน กู้สิงยวนต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอที่ไม่สนใจการเยาะเย้ยจากคนข้างกาย และยังคงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเข้ามาในตระกูลกู้ แล้วก็คอยดูแลรับใช้กู้สิงยวนมาเป็นเวลาสองปีเต็มโดยไม่บ่นเลยสักคำ เหตุผลแค่เพราะกู้สิงยวนเคยช่วยเหลือเธอเอาไว้ครั้งหนึ่งตอนที่เธอกำลังประสบปัญหา

ต่อมาเมื่อกู้สิงยวนฟื้นขึ้นมาจากการแอบรักษาในที่ลับของเธอ เขาก็จับมือเธอและบอกว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ แล้วก็จะทำดีกับเธอไปตลอดทั้งชีวิตที่เหลืออยู่

จวบจนตอนนี้ เจียงหยุนถังก็ยังคงลืมวันนั้นไม่ได้ เธอไม่อาจลืมแววตาที่จริงใจของกู้สิงยวนตอนที่พูดประโยคนี้ออกมาได้เลย

เธอละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อจะเป็นคุณนายกู้ที่ดี แต่แล้วสุดท้ายสิ่งที่เธอได้รับกลับมามันคืออะไร?

เจียงหยุนถังรู้สึกหัวใจสลาย จิตใต้สำนึกอยากจะให้เธอหนีออกไปจากที่แห่งนี้

ทว่าบทสนทนาที่ดังขึ้นมาในห้องอีกครั้งกลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักไป

“พี่ยวน วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของพี่กับเจียงหยุนถัง เธอจะต้องไปรอพี่อย่างโง่ๆ อยู่ที่บ้านแน่ๆ เลย พี่ไม่ต้องกลับไปอยู่กับเธอ แต่มามีความสุขกับฉันอยู่ที่นี่ มันจะไม่ค่อยดีหรือเปล่าคะ? ถ้าหากเธอเกิดรู้ขึ้นมา……”

“กลัวอะไรล่ะ? เยว่เยว่ ผมเคยบอกไปแล้วไงว่า ในใจของผมมีที่สำหรับคุณคนเดียวเท่านั้น ส่วนเจียงหยุนถัง มีเธอไว้แค่สร้างภาพเท่านั้นแหละ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยสักครั้ง!”

น้ำเสียงของกู้สิงยวนอ่อนโยนมาก แต่คำพูดของเขากลับฟังดูเย็นชาจนเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที

เจียงหยุนถังกำหมัดแน่น เธอไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว เธอจึงผลักประตูออกอย่างแรงและบุกเข้าไปทันที

“กู้สิงยวน สรุปแล้วฉันทำอะไรผิดเหรอ ทำไมคุณถึงต้องโกหกฉันด้วย!”

คำถามที่มาอย่างกะทันหันนี้ทำให้กู้สิงยวนถึงกับสตั๊นไปเลย

เขารีบดึงเสื้อคลุมมาคลุมตัวเองและตัวของหญิงสาวคนนั้นเอาไว้อย่างลนลาน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเจียงหยุนถัง แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณมาที่นี่ได้ยังไง? ผมบอกให้คุณรออยู่ที่บ้านเก่าไม่ใช่เหรอ? ”

ร่างกายของเจียงหยุนถังสั่นไหวไปมา เธอไม่คาดคิดเลยว่ากู้สิงยวนจะมีท่าทีเช่นนี้

เหอะ คงไม่อยากจะเสแสร้งแล้วล่ะสิท่า?

เธอกระตุกมุมปากขึ้นเยาะเย้ยตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว “ถ้าฉันไม่มา คุณจะโกหกฉันไปอีกนานแค่ไหน? ”

กู้สิงยวนเงียบไป สีหน้าดูหงุดหงิดอย่างเปิดเผย

ในทางกลับกัน ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขากลับพูดกับเจียงหยุนถังขึ้นมาอย่างกลัวๆ ว่า “คุณอย่าไปโทษพี่ยวนเลยนะ มันเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าจะโทษก็โทษฉันเถอะ”

เจียงหยุนถังเหลือบตาไปมองเธอแวบหนึ่ง

ใบหน้าของเธอดูค่อนข้างคุ้นตา

เธอคือหนิงซินเยว่ คนรักในวัยเด็กของกู้สิงยวนนั่นเอง

ตอนแรกที่เธอเข้ามาในตระกูลกู้ บนโต๊ะทำงานของกู้สิงยวนมีรูปถ่ายของหนิงซินเยว่วางเอาไว้อยู่

หลังจากที่พวกเขาแต่งงานกัน รูปถ่ายนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เจียงหยุนถังคิดว่ากู้สิงยวนคงจะปล่อยวางได้แล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะโง่เอามากๆ เลยสินะ

เธอไม่ได้ตอบอะไรหนิงซินเยว่ แต่เพียงจ้องเขม็งไปที่กู้สิงยวน แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าว่า “ถ้าคุณไม่อยากใช้ชีวิตกับฉันแล้ว คุณก็แค่พูดออกมาตรงๆ เลยก็ได้นี่ ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ในวันครบรอบแต่งงานของเราด้วย? ”

“เหอะ ได้!” กู้สิงยวนหัวเราะเยาะออกมาก่อนจะพูดว่า “งั้นตอนนี้พวกเราก็มาพูดกันตรงๆ ไปเลยก็แล้วกัน ผมต้องการหย่ากับคุณ เดิมทีตำแหน่งของคุณนายกู้ ควรจะต้องเป็นของเยว่เยว่เท่านั้น”

เจียงหยุนถังสบตากับสายตาที่เย็นชาของเขา เธอเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก แต่น้ำเสียงกลับยังคงสงบอย่างน่าประหลาดใจ “ได้ หย่าก็หย่า แต่ฉันต้องได้สินสมรสครึ่งหนึ่ง ห้ามขาดไปแม้แต่แดงเดียว”

กู้สิงยวนและหนิงซินเยว่มองหน้ากัน พวกเขาเห็นถึงความตกตะลึงในแววตาของกันและกันได้

เจียงหยุนถังเป็นเด็กกำพร้า แต่เธอกล้าที่จะขอส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของตระกูลกู้เนี่ยนะ?

น่าตลกสิ้นดี!

หนิงซินเยว่ก้มหน้าลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นพูดโน้มน้าวขึ้นมาด้วยความหวังดีว่า “เจียงหยุนถัง คุณนี่ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาซะเลยนะ หลังแต่งงานพี่ยวนเป็นคนที่หาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาโดยตลอด คุณมันก็แค่ภรรยาฟูลไทม์เท่านั้น ตระกูลกู้ไม่เคยเอาเปรียบอะไรคุณเลย คุณต้องให้ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันไม่ติดใช่ไหมถึงจะยอมได้น่ะ?”

“ก็แค่มือที่สาม ก็ช่างกล้าเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของคนอื่นอีกเนอะ?” เจียงหยุนถังพูดเย้ยหยันขึ้นมาว่า “จำเอาไว้นะว่า ฉันไม่ได้ขอความเห็นของจากพวกคุณ ฉันแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้น เพราะหากเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา คนที่จะขายหน้ามันไม่ใช่ฉันอยู่แล้ว!”

หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังและเดินออกไปโดยไม่ได้มองไปที่ชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นอีกเลย

พอออกจากวิลล่าไปแล้ว เจียงหยุนถังก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หลังจากที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็กดเบอร์โทรของใครคนหนึ่งที่ไม่ได้โทรมานานมากแล้ว

อีกฝ่ายแทบจะรับสายในทันทีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งน้ำเสียงยังฟังดูตื่นเต้นมากจนยากที่จะเก็บอาการ “ฮัลโหล พี่ถังเหรอ? ในที่สุดพี่ก็นึกถึงผมสักทีนะ!”

“อื้ม ตอนนี้ฉันอยู่นอกวิลล่าส่วนตัวของกู้สิงยวน นายช่วยมารับฉันหน่อยสิ”

“ได้เลย ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว!”

เพียงสิบนาทีหลังจากวางสายไป รถหรูหลายคันก็แล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูง แล้วคันที่นำหน้าสุดก็มาจอดอยู่ตรงหน้าเจียงหยุนถัง

เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่คุ้นเคยลงจากรถ เจียงหยุนถังก็ยิ้มเยาะเย้ยตัวเองออกมาในทันที

เพื่อผู้ชายสารเลวคนหนึ่ง เธอยอมที่จะปกปิดความสามารถของตัวเองเอาไว้ แล้วก็ใช้ชีวิตโดยรับบทเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพาคนอื่นแทน

มันน่าตลกมาก!

แต่มาคิดได้เอาตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปหรอก!

“พี่ พี่เป็นอะไรไปเนี่ย? ร้องไห้ทำไม?”

เซี่ยหลิงซิงวิ่งเข้าไป พอเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าของเจียงหยุนถังก็รู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย

พี่ถังเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ทำไมเธอถึงร้องไห้ออกมาได้ล่ะเนี่ย?

เจียงหยุนถังมีสีหน้าเรียบเฉย เธอยกมือขึ้นมาเช็ดหน้าและพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก ฉันหย่ากับไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นแล้วนะ”

“หย่างั้นเหรอ?” เซี่ยหลิงซิงรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่าลงมาอย่างไรอย่างนั้น ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะดึงสติกลับมาได้ หลังจากนั้นก็ยิ้มกว้างและพูดว่า “เยี่ยมไปเลย พี่ถัง ในที่สุดพี่ก็ตาสว่างสักทีนะ! ยินดีต้อนรับการกลับมาครับ ลูกพี่!”

ตอน 2

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ที่วิลล่านอกเมืองแห่งหนึ่ง

เซี่ยหลิงซิงยกมาม่าที่ต้มเสร็จแล้วมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ในขณะเดียวกันก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโหว่า “กู้สิงยวน ไอ้สารเลว!” หากช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้พี่ช่วยรักษาเขา เขาคิดว่าตัวเองจะยังมีชีวิตรอดไปแอบมีชู้หรือไง? ผมว่านะ เขา......”

“พอได้แล้ว ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องเขาอีกแล้ว”

เจียงหยุนถังนวดขมับไปมา รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อเซี่ยหลิงซิงเห็นสภาพเธอเป็นเช่นนี้ก็เป็นทุกข์ใจขึ้นมาทันที เขารีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว “งั้นก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว จริงสิ ช่วงสามปีที่พี่วางมือไป พวกคนภายนอกที่ต้องการให้พี่ไปรักษาโรคให้พวกเขาตามหาพี่กันจนแทบบ้าคลั่งเลยนะ ตอนนี้พี่หย่ากับกู้สิงยวนแล้ว พี่ยังอยากจะกลับมารักษาอยู่หรือเปล่า?”

เจียงหยุนถังคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ปล่อยข่าวออกไปได้เลย บอกว่าหมอเทวดาไป๋ลู่กลับมาแล้ว”

“ได้ครับ!”

เซี่ยหลิงซิงตอบรับ เขาตื่นเต้นมากจนน้ำตาเกือบจะไหลออกมาอยู่แล้ว จากนั้นก็นึกถึงเรื่องที่กู้ซื่อ กรุ๊ปทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอเทวดาไป๋ลู่เมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาได้ แล้วเขาก็หัวเราะเยาะอยู่ในใจ

แต่งงานมาตั้งสามปีแล้ว แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า คนที่ร่วมหมอนนอนเตียงอยู่ข้างเขานั่นแหละก็คือ ‘ไป๋ลู่’ กู้สิงยวนนี่ทั้งตาบอดทั้งโง่เขลามากเลยจริงๆ !

……

เช้าวันรุ่งขึ้น

ขณะที่เจียงหยุนถังกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ถูกปลุกขึ้นอย่างกะทันหันเพราะเสียงโทรศัพท์

เธอกดปุ่มรับสายด้วยความงัวเงีย หลังจากผ่านไปสักพัก เสียงต่อว่าที่คุ้นเคยของแม่กู้สิงยวนก็ดังขึ้นมาจากในสาย “นังชั่ว แกไปตายอยู่ที่ไหนฮะ? ทำไมยังไม่รีบโผล่หัวกลับมาทำงานอีก!”

หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าแม่กู้โมโห เจียงหยุนถังคงจะขอโทษและพูดดีๆ กับเธออย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว

เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฉันกับกู้สิงยวนหย่ากันแล้วค่ะ ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปทำงานให้กับครอบครัวของคุณอีกแล้ว”

“อะไรนะ? หย่าแล้วงั้นเหรอ?” แม่กู้รู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องที่ตลกมากอย่างไรอย่างนั้น เธอพูดขึ้นว่า “เจียงหยุนถัง เธอก็น่าจะรู้ดีนะว่า เธอไม่มีสิทธิ์มาทำนิสัยเสียใส่ฉัน! เธอต้องกลับมาหาฉันภายในครึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นฉันจะทิ้งของทุกอย่างที่เป็นของเธอให้หมดเลย!”

หลังจากพูดจบ แม่กู้ก็วางสายไปทันที

เจียงหยุนถังเม้มปาก แล้วก็ลุกขึ้นจากเตียงมาแต่งตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในห้องของเธอยังมีของบางอย่างที่เอามาใช้ประโยชน์ได้ วันนี้เธอจะได้ไปย้ายของออกทีเดียวเลย จะได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลกู้ให้จบสิ้นกันไป

หลังจากนั่งแท็กซี่ไปที่บ้านเก่าของตระกูลกู้ ตอนที่เจียงหยุนถังเพิ่งจะเดินเข้าไป เสียงแหลมๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังลั่นขึ้นมา “แหม ยังจะกล้ากลับมาอีกเหรอ?” เมื่อคืนไม่กลับบ้านทั้งคืน ไปทำเรื่องน่าละอายอะไรมาใช่ไหม?”

เจียงหยุนถังเงยหน้าขึ้นมองแม่กู้และกู้จึหานที่นั่งข้างกันอยู่บนโซฟา

พวกเธอสองแม่ลูกแต่งตัวสะสวยและดูเรียบหรู แต่ท่าทางหาเรื่องแบบนั้นกลับไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพวกผู้หญิงปากร้ายตามชนบทเลย

ใบหน้าของเจียงหยุนถังเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย “มันก็เป็นเรื่องที่น่าละอายมากจริงๆ นั่นแหละค่ะ เพราะลูกชายที่แสนดีและน้องชายที่แสนดีของพวกคุณดันแอบไปมีสัมพันธ์กับหนิงซินเยว่ในวันครบรอบแต่งงาน แถมยังถูกฉันเห็นกับตาตัวเองเข้าอีก หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงของตระกูลกู้คงได้พังย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดีแน่ๆ เลยค่ะ!”

“ว่ายังไงนะ? หนิงซินเยว่กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอ?” แม่กู้เบิกตากว้าง หลังจากประหลาดใจอยู่ชั่วขณะ เธอก็หัวเราะเยาะออกมาก่อนจะพูดว่า “เหอะ หากจะโทษก็คงต้องโทษตัวเธอเองนั่นแหละที่มันไร้ค่าไร้ประโยชน์ แต่งงานเข้ามาตั้งสามปีแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นจะท้องสักที หากสิงยวนไม่ออกไปหาผู้หญิงข้างนอก แล้วจะให้เขารอให้ตระกูลขาดทายาทหรือไง?”

กู้จึหานที่อยู่ข้างๆ ก็พูดเสริมขึ้นมาว่า “นั่นสิ ตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะเกิดเรื่องขึ้นกับสิงยวนและคุณย่าสั่งเสียเอาไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต เธอคิดว่าเธอที่เป็นแค่เด็กกำพร้าจะได้แต่งงานเข้ามาในตระกูลกู้หรือไงฮะ? ถ้ามองจากภูมิหลังและความสามารถแล้ว เยว่เยว่มีตรงไหนที่เทียบเธอไม่ได้บ้าง? เพราะไม่มีลูกสักทีไง มันก็สมควรแล้วที่สิงยวนจะดูถูกเธอ!”

เจียงหยุนถังโกรธมากกับความไม่ละอายของแม่ลูกคู่นี้จนอยากจะหัวเราะออกมา

เธอหยิบใบรับรองการตรวจที่กู้สิงยวนให้เธอไว้ออกมาจากในกระเป๋า แล้วก็โยนใส่ตัวกู้จึหานไปก่อนจะพูดขึ้นว่า “กู้สิงยวนไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวฉันเลยสักครั้ง ลำพังฉันคนเดียวคงตั้งท้องขึ้นมาไม่ได้หรอก!”

กู้จึหานโมโหเดือดดาลกับพฤติกรรมของเจียงหยุนถังอย่างมาก ตอนที่เธอกำลังจะอาละวาดขึ้นมา จู่ๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นคำว่า ‘ไร้สมรรถภาพ’ บนผลการตรวจ ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป

“มัน…… มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน? ”

มือทั้งสองข้างของเธอสั่นไปมา เธอไม่อยากจะเชื่อเลย

แม่กู้ก็เห็นรายงานการตรวจแล้วเช่นกัน แต่เธอมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่ากู้จึหาน เธอจึงตอบสนองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

“ในเมื่อสิงยวนสามารถมีความสัมพันธ์กับหนิงซินเยว่ได้ มันก็หมายความว่าเขาไม่ได้มีปัญหา สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเพราะตัวเธอเองนั่นแหละที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้สิงยวนต้องโกหกเธอว่าเขาไร้สมรรถภาพ แล้วก็ไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวเธอ”

“งั้นเหรอคะ?” เจียงหยุนถังเลิกคิ้วขึ้น แล้วก็แสดงแววตาที่ดูเย้ยหยันออกมา “เกรงว่าพวกคุณอาจจะลืมไปนะคะว่า ตอนนั้นที่เกิดเรื่องขึ้นกับกู้สิงยวน คนกลุ่มนั้นในกู้ซื่อ กรุ๊ปเอาแต่วุ่นอยู่กับการแย่งตำแหน่งประธานบริษัทกัน ส่วนหนิงซินเยว่ก็ไปหลบอยู่ต่างประเทศ ใครกันที่คอยดูแลกู้สิงยวน ช่วยพวกคุณหาวิธีจนสถานการณ์มันเสถียรขึ้นมาได้? ”

แม่กู้ถึงกับสะอึกไปเลย เธอมองค้อนเจียงหยุนถังอยู่สักพัก จากนั้นก็กัดฟันพูดว่า “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่า ที่เธอมาคอยดูแลสิงยวน เพราะเธอมีความตั้งใจอยากที่จะแต่งงานเข้ามาในตระกูลกู้ตั้งแต่แรกแล้ว! ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็หวังในความมั่งคั่งของตระกูลกู้ของพวกเรา เธอกับหนิงซินเยว่ก็เหมือนกันนั่นแหละ ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก!”

กู้จึหานและหนิงซินเยว่สนิทสนมกันมาก เมื่อได้ยินแม่กู้พาลไปต่อว่าหนิงซินเยว่ด้วย เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย

เธอจึงแก้ต่างขึ้นมาว่า “คุณแม่ ตอนนั้นที่เยว่เยว่เดินทางไปต่างประเทศก็เพราะจะไปหาหมอให้กับสิงยวนนะคะ ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนนี้สักหน่อย!”

จากนั้นเธอก็หันไปมองเจียงหยุนถังและพูดขึ้นว่า “ถ้าเธอไม่เข้ามาแทรกแซงและแต่งงานกับสิงยวนซะก่อน เยว่เยว่ก็คงไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจมาก จนต้องอยู่ต่างประเทศนานหลายปีขนาดนั้นหรอก! ตอนนี้เยว่เยว่กลับมาแล้ว แล้วเยว่เยว่ก็ยังทำใจจากสิงยวนไม่ได้ด้วย เจียงหยุนถัง เธอนั่นแหละที่ติดค้างเยว่เยว่ตั้งแต่แรก เธอต่างหากที่เป็นมือที่สาม!”

เจียงหยุนถังขี้เกียจจะโต้เถียงกับสองแม่ลูกที่ไร้สมองคู่นี้ต่อแล้ว เธอจึงหยิบข้อตกลงการหย่าออกมาจากในกระเป๋า แล้วก็โยนไปที่สองคนนั้น “เลขที่ยี่สิบแปด ถนนชุนหยี่ บอกให้กู้สิงยวนเซ็นชื่อและส่งไปให้ฉันที่นั่นด้วย ฉันจะทำให้พวกเขาได้เป็นชู้รักกันให้สาสมใจเอง!”

หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังและเดินขึ้นไปชั้นบนทันที

ตอน 3

หลังจากเจียงหยุนถังเก็บข้าวของและออกไปแล้ว แม่กู้กับกู้จึหานถึงดึงสติกลับมาได้ พวกเธอมองดูลายเซ็นบนข้อตกลงการหย่าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“นี่เธอจะหย่ากับสิงยวนจริงๆ เหรอเนี่ย?” กู้จึหานพึมพำกับตัวเอง แล้วก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หลังจากพิจารณาข้อตกลงอย่างละเอียดแล้ว เธอก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโหว่า “เหอะ ฉันเดาถูกจริงๆ ด้วยสินะ ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อเงิน! คิดจะมาเอาส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินตระกูลกู้ไปงั้นเหรอ ช่างไร้ยางอายซะไม่มี!”

ขณะนี้เอง เสียงปลดล็อคประตูก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก กู้สิงยวนกลับมาแล้ว

พวกเธอสองแม่ลูกทำราวกับเห็นคนมาช่วยชีวิตไม่มีผิด รีบปรี่เข้าไปและผลัดกันฟ้องในทันที

“สิงยวน ลูกควรต้องจัดการภรรยาของตัวเองให้หลาบจำเลยนะ! เธอเอาเปรียบตระกูลกู้ถึงขนาดกล้ามาข่มขู่พวกเราถึงที่บ้าน แถมยังใช้เรื่องหย่ามาเป็นข้ออ้างในการรีดไถเงินด้วย!”

“ใช่ เมื่อกี้นี้เธอโยนของใส่หน้าของฉันกับคุณแม่ด้วย เธอไม่ให้เกียรติพวกเราเลย! ฉันคิดว่า พวกเราควรต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วล่ะ ทำให้ทุกคนได้รู้กันไปเลยว่า เธอเป็นผู้หญิงที่ตระกูลกู้ไม่ต้องการ ถ้าเธอไปพบเจออุปสรรคที่อื่น สักวันหนึ่งเดี๋ยวเธอก็ร้องไห้กลับมาอ้อนวอนพวกเราเองนั่นแหละ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ กู้สิงยวนกลับขมวดคิ้วแน่นและพูดว่า “ไม่ได้”

ตอนนี้กู้ซื่อ กรุ๊ปกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและติดอันดับหนึ่งในร้อยของโลกอยู่ ถือว่าอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนา หากได้รับการสนับสนุนจากผู้นำตระกูลกู้คนปัจจุบันอย่างกู้เย่ถิงที่เป็นผู้นำทางด้านทหารระดับโลก บริษัทจะต้องก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขาไม่สามารถปล่อยให้มีข่าวเชิงลบต่างๆ ได้เป็นอันขาด

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นี้เอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา

กู้สิงยวนรับสายด้วยความหงุดหงิด แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่คนในสายพูด ตาเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “นายว่ายังไงนะ? มีเบาะแสของหมอเทวดาไป๋ลู่แล้วงั้นเหรอ? สืบต่อไป ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม ครั้งนี้ฉันจะต้องขอให้เธอมารักษาให้ได้!”

……

ตอนสี่ทุ่ม

ที่เรนโบว์บาร์

“มา พวกเรามาฉลองการกลับมาของพี่ถังกันเถอะ!”

เซี่ยหลิงซิงยกแก้วขึ้นสูง สีหน้าดูมีความสุขจนไม่สามารถเก็บอาการเอาไว้ได้เลย

พวกรุ่นน้องที่นั่งอยู่ข้างเขาพอเห็นเช่นนี้ก็พากันชูแก้วขึ้นมา แล้วก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี

“ยินดีต้อนรับกลับมานะ พี่ถัง!”

“พี่ถังสุดยอดจริงๆ เลย พอปล่อยข่าวออกไป คนพวกนั้นก็รีบหาข่าวหมอเทวดาไป๋ลู่กันราวกับเป็นบ้าคลั่งกันอย่างไรอย่างนั้นแหละ!”

“นั่นสิ ได้ยินมาว่ากู้ซื่อ กรุ๊ปเสนอเงินหลายสิบล้านเลยนะ! หากกู้สิงยวนรู้ตัวตนที่แท้จริงของพี่ถังของพวกเราแล้ว เขาจะต้องเสียใจจนอกแตกตายไปเลยแน่ๆ !”

เมื่อเจียงหยุนถังได้ยินชื่อของกู้สิงยวน สีหน้าของเธอก็เย็นชาขึ้นมาทันที

เซี่ยหลิงซิงรู้ตัวว่าเขาเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “แค่หลักสิบล้านจะสักเท่าไหร่กันเชียว? มีผู้มีอิทธิพลลึกลับคนหนึ่งทุ่มเงินเป็นร้อยล้านเพื่อต้องการสืบเรื่องพี่ถังจากฉัน แถมยังบอกอีกนะว่า เพียงแค่พี่ถังยอมช่วยเหลือ อีกฝ่ายยินดีที่จะจ่ายค่ารักษาให้ถึงสองพันห้าร้อยล้านเลย!”

เจียงหยุนถังจิบไวน์เข้าไปและไม่ได้พูดอะไร

หากสามารถจ่ายในราคาเท่านี้ได้ แสดงว่าอาการของคนไข้ต้องรักษาไม่ง่ายแน่ แล้วก็คงจะมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งด้วย เธอเพิ่งจะกลับมาทำงานแค่ไม่กี่วัน ยังไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวาย

เมื่อเห็นว่าเจียงหยุนถังไม่ตอบ เซี่ยหลิงซิงก็ไม่ได้บังคับ แล้วก็เริ่มสนทนาเรื่องอื่นกับพวกรุ่นน้องต่อ

เจียงหยุนถังไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนาด้วย เธอเอาแต่นั่งดื่มอย่างเงียบๆ อยู่ด้านข้างเท่านั้น

อาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่กันเป็นจำนวนมากก็เลยเป็นจุดสนใจของคนในบาร์ หลังจากผ่านไปได้สักพักก็เลยมีคนจำนวนมากเข้ามาพูดคุยกับพวกเขา

เจียงหยุนถังรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกรบกวน เธอจึงดึงเซี่ยหลิงซิงไปและพูดว่า “ไป ไปเต้นกันเถอะ”

หลังจากถูกกดขี่อยู่ในตระกูลกู้มาเป็นเวลานาน ตอนนี้เจียงหยุนถังต้องการเพียงแค่ได้ระบายความรู้สึกออกมาก็เท่านั้น

ด้วยจังหวะดนตรีร็อคที่ดุเดือด จึงทำให้เธอปล่อยตัวและเมามันส์ไปกับการเต้นอย่างเต็มที่

ชายหญิงที่เต้นกันอย่างเมามันส์อยู่รอบๆ จึงค่อยๆ หยุดเต้นไป แล้วสายตาก็จับจ้องไปยังคนที่รูปร่างสง่างามตรงกลางฟลอร์เต้นแทน

เธอสวมกระโปรงชุดสีดำ รูปร่างดูสวยจนน่าทึ่ง ท่าเต้นของเธอก็ดูทรงพลังและมีเสน่ห์อย่างมาก เธอสวยซะจนคนที่มองไม่อยากจะละสายตาไปจากเธอเลย

“นั่นมัน..… เจียงหยุนถังไม่ใช่เหรอ? ”

ที่ประตูบาร์ กู้สิงยวนมองดูรูปร่างของคนที่กำลังเต้นอย่างเมามันส์ตามอำเภอใจอยู่กลางฟลอร์ แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

วันนี้เขาตั้งใจพากู้จึหานและกลุ่มเพื่อนมาต้อนรับการกลับมาของหนิงซินเยว่โดยเฉพาะ แต่เขากลับไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มาเจอกับเจียงหยุนถังที่นี่

ผู้หญิงที่จืดชืดและน่าเบื่อคนนั้น มีด้านที่น่าทึ่งขนาดนั้นเหมือนกันเหรอเนี่ย?

หนิงซินเยว่ที่ควงแขนกู้สิงยวนอยู่ สังเกตเห็นว่าพอเขาเห็นเจียงหยุนถัง กล้ามเนื้อหลังก็เกร็งขึ้นมาอย่างชัดเจน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WQW” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WQW
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ลูกสาวตัวจริงเป็นสัตว์เลี้ยงกลุ่มปลอม
ลูกสาวตัวจริงเป็นสัตว์เลี้ยงกลุ่มปลอม
เหวินชูอี้ คุณหนูแสนสุขที่คิดว่าชีวิตสมบูรณ์แบบ มีทั้งสามีศัลยแพทย์และพี่ชายคอยปกป้อง แต่เมื่อพี่สาวบุญธรรมถูกทำร้ายจนโคม่า ความจริงอันโหดร้ายก็เปิดเผย เมื่อคนที่เธอรักที่สุดกลับเลือกช่วยชีวิตฆาตกรอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังในความรักที่เคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต
9.3
61 ตอน
ทาสสวาทเงาเสน่หา
ทาสสวาทเงาเสน่หา
เมื่อความสาวและศักดิ์ศรีถูกตีค่าเป็นเงินห้าแสนบาท เดือนอ้ายจึงต้องยอมตกเป็นทาสสวาทของจักรพัฒน์เพื่อชดใช้หนี้แค้น แม้เธอจะยอมมอบทั้งกายและใจให้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชีวิตด้วยความหวังว่าจะได้รับรักแท้ตอบแทน แต่สำหรับเขานั้นเธอกลับเป็นได้เพียงนางบำเรอผู้ไร้ตัวตนในเงาของคนรักเก่าที่เขาไม่มีวันลืมเลือน
9.1
46 ตอน
หัวใจร้าว(รัก)ในวันวาน
หัวใจร้าว(รัก)ในวันวาน
เมื่อความรักสี่ปีต้องพังทลายเพราะการนอกใจ พัชชาจึงตัดสินใจไล่พิสุทธิ์ออกจากบ้าน แม้หัวใจจะยังโหยหาอ้อมกอดของเขา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกในท้องไป ลูกสาวตัวน้อยกลับถามถึงน้องที่จากไปอย่างไร้เดียงสา บีบให้คนเป็นแม่ต้องกล้ำกลืนน้ำตาเพื่อประคองชีวิตที่เหลืออยู่
8.9
91 ตอน
ใต้อาณัติมาเฟีย
ใต้อาณัติมาเฟีย
ลดา เด็กสาววัยสิบแปดถูกส่งตัวไปประมูลเป็นนางบำเรออย่างไม่เต็มใจ ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอพบกับ คาลิกซ์ มาเฟียหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่ทุ่มเงินแปดหลักเพื่อครอบครองตัวเธอ พร้อมพันธสัญญาแสนอันตรายที่เธอต้องยอมจำนนบนเตียงเมื่ออายุครบยี่สิบปีโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใน นิยายดาร์กโรแมนซ์ สุดร้อนแรงเรื่องนี้
9.3
38 ตอน
ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
เมื่อความจริงถูกบิดเบือน เธอจึงกลายเป็นจำเลยร้ายในสายตาเขา นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของความแค้นและการลงทัณฑ์อันแสนปวดร้าว เมื่อความเกลียดชังกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามทั้งสองไว้ด้วยรอยแผลที่ยากจะเลือนหาย อ่านนิยายรักดราม่าเรื่องนี้เพื่อร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของหัวใจ
8.6
236 ตอน
เพลิงรักกลางตะวัน
เพลิงรักกลางตะวัน
เมื่อ 'เพลิง' ชายหนุ่มผู้ฝังใจเจ็บจากรักเก่าจนแอนตี้ผู้หญิง ต้องรับมือกับ 'ตวงรัก' สปายสาวสุดป่วนที่เข้ามาสืบหาความจริงว่าเขาเป็นเกย์หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศสวนส้มตะวันฉายที่แสนใกล้ชิด แผนการซ้อนแผนสุดเจ้าเล่ห์จึงเริ่มต้นขึ้น นิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความปรารถนาเกินห้ามใจ
8.5
46 ตอน