ตอน 2

ทหารผู้นั้นอึกอักเมื่อคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็คือมู่หยางโหวผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจตราเมืองหลวง เขาเองเพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นานหลังจากที่ฝ่าบาทมีรับสั่งเรียกตัวเขากลับจากชายแดน

“ท่านโหว คือว่าข้างในรถม้าเป็นเพียงคุณหนูจากเมืองอี้ที่เดินทางมาเยี่ยมญาติ บัดนี้กำลังจะกลับเท่านั้นขอรับ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”

มู่หยางขี่ม้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยว่า

“ข้ายังไม่เห็นเจ้าตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้างในรถม้าเป็นผู้ใด ระยะนี้อาวุธในเมืองหลวงถูกลักลอบขนออกไปนอกเมืองไม่น้อย ข้ากำชับทุกคนว่าให้ตรวจตราให้ละเอียดรอบคอบ วันนี้เห็นคาตาว่าพวกเจ้าทำงานเช่นไร ละหลวมยิ่งนัก”

จากนั้นเขาก็สั่งให้ลูกน้องของเขาตรวจสอบรถม้าด้วยตนเอง

เสิ่นอวี้หลันรอคอยด้วยหัวใจระทึก นางหวังว่าท่านโหวผู้นี้คงจะฉลาดรอบคอบไม่ปล่อยให้คนร้ายจับตัวนางไปได้

คุณหนูตัวปลอมถูกสั่งให้ลงจากรถม้า นางค่อย ๆ เดินราวกับสตรีผู้สูงศักดิ์ฝีเท้าเบายิ่งกว่าแมว ท่าทางอ้อนแอ้นอ่อนหวานลงจากรถโดยมีสาวใช้ช่วยประคอง

“เจ้ามีนามว่าอย่างไร”

คุณหนูตัวปลอมเอ่ยเสียงหวานยิ่งกว่าสตรี

“ข้าน้อยแซ่จูนางหลีเจ้าค่ะ”

“จูหลี่หรือ”

“เจ้าค่ะ”

สาวใช้นางนั้นรีบเอ่ยขึ้น

“ใต้เท้าคุณหนูของข้าสุขภาพอ่อนแอ ขี้หนาวไม่อาจทนอยู่ด้านนอกได้นานเจ้าค่ะ”

มู่หยางลงจากหลังม้าตัวใหญ่ของตน เขาหยุดอยู่เบื้องหน้าคุณหนูแซ่จู

“ยื่นมือมาแล้วแบมือออก”

“เจ้าค่ะ”

คุณหนูผู้นั้นทำตามคำสั่ง นางยื่นมือให้มู่หยางดู มู่หยางยกยิ้มมุมปากเหี้ยมเกรียม เมื่อเห็นว่ามือของคุณหนูนางนี้ช่างหยาบกร้านราวกับมือของบุรษที่ทำไร่นา

“มือของท่านนั้นช่าง...”

ทว่าชั่วพริบตานั้นคุณหนูก็ได้รู้ตัวว่าพลาดท่าถูกจับได้เข้าแล้ว อาวุธลับจึงถูกซัดใส่มู่หยางอย่างรวดเร็ว

มู่หยางใช้กระบี่ปัดอาวุธขนาดจิ๋วออกจากตัว อาวุธนั้นจึงพุ่งไปทำร้ายพวกเดียวกันเองจนล้มพับลงไป

จากนั้นเสียงต่อสู้พลันดังขึ้น เนิ่นนานกว่าเสียงนั้นจะสงบเสิ่นอวี้หลันที่อยู่ในหีบเงี่ยหูฟังเสียงนั้นด้วยใจระทึก

“ใต้เท้า มีหีบในรถม้าขอรับ”

“ยกลงมาแล้วเปิดออก”

“ขอรับ”

เพียงฝาหีบเปิดออกแสงสว่างส่องสะท้อนเข้าไปในดวงตาของเสิ่นอวี้หลัน นางต้องรีบหลับตาลงแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และแล้วภาพบุรุษหล่อเหลาผู้หนึ่งก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

สันกรามคม จมูกโด่ง ใบหน้าได้รูปงดงาม ดวงตาโต คิ้วกระบี่ ขนตายาวงอน ทว่าเมื่อมองรวมกันกับให้ความรู้สึกมั่นคงแบบบุรุษ

ใบหน้าของเขามีเลือดที่สาดกระเซ็นเปื้อนอยู่เล็กน้อย ทว่าไม่ได้ทำให้เขาดูน่ากลัวเลยแม้แต่น้อยแต่กลับทำให้เขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด

นางมองคนผู้นั้นอย่างตกตะลึง กระทั่งนางถูกเขาแก้มัดให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงทุ้มต่ำจึงเอ่ยว่า

“แม่นางท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่”

เสิ่นอวี้หลันส่ายหน้า ไม่เอ่ยวาจาใดสายตาของนางยังจับจ้องอยู่บนใบหน้าของเขา

“ดียิ่ง แล้วท่านถูกจับมาด้วยเหตุใด”

สตรีเบื้องหน้าของมู่หยางนั้นนับว่าเป็นสตรีที่เรียกได้ว่างามล่มเมือง ท่าทางอ่อนแอไม่เป็นวรยุทธ์

เพียงแต่เขารู้สึกประหลาดใจที่นางไม่ได้มีสีหน้าตระหนกเลยแม้แต่น้อย ยังเอาแต่จับจ้องเขาไม่วางตา

เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น

“ได้ยินว่าพวกมันจะจับข้าเรียกเงินจากท่านพ่อ”

“อ้อเป็นเช่นนั้นหรือ แล้วท่านเป็นคุณหนูตระกูลใดหรือ แล้วถูกจับมาได้อย่างไร”

น้ำเสียงนั้นดูจะห่วงใยไม่น้อย เกิดมาในชีวิตเสิ่นอวี้หลันไม่เคยมีบุรุษอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวห่วงใยจึงทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว

นางเคยหมั้นมาแล้วสองครั้งยังถูกถอนหมั้นสองหนด้วยเหตุการณ์ที่คล้ายกันนั่นคือคู่หมั้นลอบหนีออกจากเมืองหลวงไปพร้อมกับสตรีที่พวกเขาพึงใจ

นางเล่าให้เขาฟังคร่าว ๆ พ่นวาจาออกไปทว่าหัวใจเหม่อลอย

“ที่แท้ท่านก็เป็นบุตรสาวของท่านเสิ่น”

“ท่านรู้จักบิดาข้าหรือ”

เขายิ้มหล่อเหลา

“ข้ารู้จักคนที่คฤหาสน์ของท่าน ไม่ช้าพวกเราคงได้พบปะกันบ่อย ๆ”

“พบกันบ่อย ๆ หรือ”

“อืม พบกันบ่อย ๆ”

เสิ่นอวี้หลันหัวใจพองโต เขาเองก็ต้องตานางใช่หรือไม่

“ท่านมีนามว่าอย่างไร”

“ข้าน้อยมู่หยางโหว”

“ที่แท้ก็ท่านโหวนี่เอง ข้าน้อยเสิ่นอวี้หลันขอบคุณท่าน ไยข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนเลยเล่า”

“ข้าเพิ่งกลับมาจากชายแดนได้ไม่นาน”

เขาตอบราบเรียบก่อนจะเอ่ยว่า “ประเดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งท่านที่คฤหาสน์ และให้คนรายงานบิดาของท่านโดยละเอียด”

เขาเพิ่งมาถึงเมืองหลวงจึงไม่รู้ว่านางคือหลานสาวของฝ่าบาทที่พระองค์ทรงหวงแหน

เสิ่นอวี้หลันยิ้มงดงาม

“ท่านไปส่งข้าด้วยตนเองได้หรือไม่”

“คงไม่สะดวก ข้ายังมีคนร้ายที่ต้องจัดการ ไม่ต้องห่วงองครักษ์ของข้าผู้นี้นามจางเฟิ่นเขาฝีมือร้ายกาจยิ่ง”

เสิ่นอวี้หลันไม่มองผู้อื่นยังจับจ้องเพียงแต่เขา มู่หยางให้คนเตรียมรถม้าให้นางแล้วส่งนางขึ้นรถม้าอย่างสุภาพ

“ขอบคุณท่านโหวที่ช่วยเหลือ”

เสิ่นอวี้หลันยอบกายลงอย่างอ่อนน้อม นางขึ้นรถม้าแล้วทว่ายังเปิดหน้าต่างมองเขาที่ขึ้นม้าของตนเองจนลับสายตา

ชั่วอารมณ์นั้นเองที่เสิ่นอวี้หลันได้ตระหนักแจ้งแก่ใจแล้วว่า

‘นางตกหลุมรักเขาเข้าให้แล้ว”

เสิ่นอวี้หลันเฝ้าเพ้อฝันถึงบุรุษผู้ช่วยชีวิตมาหลายวันแล้ว ด้วยถ้อยคำที่เขาบอกว่าต่อไปเขาและนางคงจะได้พบกันอีก ทำให้นางมีความหวังยิ่งนัก

นางคิดเข้าข้างตนเองว่าเขาอาจจะเพ้อหานางเหมือนที่นางเพ้อหาเขาก็เป็นได้

หลังจากวันที่นางถูกจับตัวฝ่าบาททรงพิโรธสั่งให้คนสืบหาว่าเป็นผู้ใดที่อยู่เบื้องหลัง

น่าเสียดายเพียงแต่ว่าทหารที่รับสินบนผู้นั้นด้วยความหวาดกลัวจึงรีบหนีออกจากเมืองหลวงและถูกใครก็ไม่รู้ฆ่าตายไปแล้ว

เสิ่นอวี้หลันให้คนไปสืบเรื่องของมู่หยางโหวโดยละเอียด ถิงถิงบ่าวรับใช้ของนางเป็นผู้เข้ามารายงาน

“ท่านโหวเพิ่งกลับจากชายแดนเพราะฝ่าบาทเรียกให้กลับมาประจำการที่เมืองหลวง คุณหนูจึงไม่เคยพบเขามาก่อนเจ้าค่ะ”

“ข้าพลาดไปได้อย่างไรกัน”

“ก่อนหน้านี้คุณหนูมัวแต่ตามจัดการบุตรชายท่านเสนาอดีตคู่หมั้นมิใช่หรือเจ้าคะ”

เสิ่นอวี้หลันรับองุ่นที่ถูกคว้านเอาเมล็ดออกแล้วมาจากมือของสาวใช้แล้วโยนใส่ปาก

“อืม เช่นนั้น สุนัขตัวผู้ตัวนั้นไม่รักดีข้าเลยตามไปตีจนขาหักก่อนจะปล่อยมันออกไปจากเมืองหลวง คนชั่วร้ายคนนั้นอยากหยามข้าดีนักบังอาจปฏิเสธข้าได้อย่างไร”

“คุณหนูก็ไม่อยากแต่งกับพวกเขานี่เจ้าคะ ไยต้องไปตีเขาด้วย”

สาวใช้รู้ดีว่าเพราะเสิ่นอวี้หลันไม่อยากแต่งงานจึงต้องทำทุกวิถีทางให้บุรุษเป็นฝ่ายถอนตัวไปเอง

“พวกเขาจะไปก็ไป ไยต้องลากสตรีอื่นมาทำให้ข้าขายหน้าเล่า ข้าจัดการคนแค่นั้นยังน้อยไป ทว่าถิงถิงตอนนี้ข้าเจอคนที่ชอบจริง ๆ แล้ว ข้าคิดว่าเขาอาจจะมีใจให้ข้า ข้าจะแต่งกับเขา”

ถิงถิงย่อมรู้ใจเจ้านาย

“เป็นมู่โหวหยางหรือเจ้าคะ”

เสิ่นอวี้หลันพยักหน้า นางปัดมือแล้วลุกขึ้น

“ถิงถิงเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัว ข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จลุงให้มอบเขาให้ข้า”

ถิงถิงถึงกับตาโต

“แต่ว่านายท่านสั่งห้ามคุณหนูออกจากเรือนเพื่อความปลอดภัยนะเจ้าคะ”

“ข้าไปวังหลวง มีที่ไหนจะปลอดภัยเท่าวังหลวงอีก แต่งตัวให้ข้าเดี๋ยวนี้”

หลังจากแต่งตัวแล้วเสิ่นอวี้หลันก็เดินออกมานอกเรือน นางต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าบัดนี้ในคฤหาสน์ของตนเองช่างคึกคักยิ่งนัก

“ถิงถิงข้าอยู่ในเรือนไม่ได้ออกมาหลายวันสินะ เรื่องในบ้านเกิดอะไรขึ้นจึงไม่รู้เลย”

ถิงถิงจึงเรียกถามสาวใช้คนหนึ่ง

“วันนี้มีแม่สื่อมาสู่ขอคุณหนูหลี่ซินเจ้าค่ะ”

“ญาติผู้พี่หรือ”

“เจ้าค่ะ”

เสิ่นอวี้หลันไม่ได้สนใจว่าใครมาสู่ขอหลี่ซิน เพราะนางไม่ค่อยชอบญาติผู้พี่คนนี้อยู่แล้ว จิตใจของนางล่องลอยเข้าไปยังวังหลวง และขอให้บ่าวที่จวนนำรถม้าออกไปส่งนาง

ทว่าบ่าวคนนั้นกลับเอ่ยว่า

“ไม่ได้นะขอรับ นายท่านสั่งห้ามเด็ดขาดห้ามพาคุณหนูไปเถลไถลข้างนอก”

หลี่ซินจึงเงื้อมือขึ้นสูงแล้วฟาดเข้าไปที่หลังของบ่าวที่กล้าขัดคำสั่งของนางอย่างแรง

“คำของข้าเจ้ากล้าขัดหรือ บอกว่าไปก็ต้องไป”

บ่าวคนนั้นคุกเข่าลงกับพื้น

“คุณหนู ได้โปรดเถิดขอรับ”

เสิ่นอวี้หลันฟาดเข้าที่แผ่นหลังของเขาอีกครั้ง

“จะไปหรือไม่ไป”

คนผู้นั้นตัวสั่นงันงก

“ขะ ขอรับ ไปขอรับ”

จากนั้นเสิ่นอวี้หลันจึงขึ้นรถม้าไปโดยที่นางไม่รู้เลยว่าการกระทำของนางนั้นบัดนี้มีใครบางคนเห็นตั้งแต่เริ่มต้น

สตรีที่มีใบหน้างดงามล่มเมืองกำลังสั่งสอนบ่าวในจวนโดยการลงมือตีด้วยกิริยาเอาแต่ใจ

ชื่อเสียงของนางผู้นี้ที่ได้มาไม่ใช่เรื่องเท็จแม้แต่น้อย

ตอน 3

เสิ่นอวี้หลันขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทซึ่งยามนี้พระองค์ทรงอยู่ที่ตำหนักไทเฮา เสิ่นอวี้หลันจึงได้ตามฝ่าบาทไปที่นั่น

เพียงทุกคนเห็นเสิ่นอวี้หลันก็ประดุจว่าเห็นองค์หญิงผู้หนึ่งทุกคนล้วนทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“คุณหนูเสิ่นขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อกงกงที่ถวายงานหน้าตำหนักเข้าไปรายงาน ไทเฮาแสดงสีหน้ายินดียิ่งนัก

“หลานสาวคนนี้ช่างรู้ใจจริงว่ายายคนนี้เป็นห่วงยิ่งนัก เร็วเข้ารีบให้นางเข้ามา”

เสิ่นอวี้หลันคุกเข่าถวายบังคมฝ่าบาทและไทเฮา ก่อนที่ไทเฮาจะอนุญาตให้ลุกขึ้นและบอกให้นางมานั่งข้างกาย

“หลานรักเป็นอย่างไรบ้าง ยังตกใจอยู่หรือไม่”

ไทเฮาตรัสถามด้วยความห่วงใย เสิ่นอวี้หลันกำลังกอดรอบเอวไทเฮาแล้วซบใบหน้าลงบนอกกล่าวออดอ้อน

“เสด็จยายเพคะ ฝ่าบาทเพคะ หลันเอ๋อร์ยังคงตกใจอยู่เพคะ”

จากนั้นก็ได้รับคำปลอบโยนมากมายจากผู้เป็นใหญ่ทั้งสองกระทั่งพระสนมที่ร่วมเสวยชายามบ่ายกับฝ่าบาทและไทเฮายังรู้สึกริษยา ด้วยกระทั่งองค์หญิงและองค์ชายของพวกนางก็ยังไม่ได้รับความโปรดปรานเพียงนี้

ไทเฮาทรงตรัสว่า

“หลันเอ๋อร์ของยายช่างน่าสงสารเสียจริง เช่นนั้นให้ยายปลอบขวัญเจ้าด้วยสิ่งใดดีเล่า”

ด้วยไทเฮาทรงมีพระโอรสและพระธิดาเพียงสองคน พระโอรสก็คือฝ่าบาทส่วนพระธิดาก็คือมารดาของเสิ่นอวี้หลัน เมื่อตอนเสิ่นอวี้หลันถือกำเนิดไทเฮายังนำนางมาเลี้ยงไว้ข้างกายจนกระทั่งเติบใหญ่จึงยอมให้กลับคฤหาสน์ของตนเอง

ไทเฮาเสนอเครื่องประดับล้ำค่ามากมาย ทำให้เหล่าพระสนมต่างมองหน้ากันด้วยริษยา

เสิ่นอวี้หลันส่ายหน้า

“หม่อมฉันไม่อยากได้เพคะ”

“แล้วหลานยายอยากได้สิ่งใดเล่า”

เสิ่นอวี้หลันจึงเอ่ยว่า

“เสด็จยาย เรื่องนี้ขอให้ทุกคนกลับไปก่อนได้หรือไม่เพคะ”

เสิ่นอวี้หลันร้องขอ ฝ่าบาทจึงทรงสั่งให้ทุกคนออกไป บัดนี้จึงเหลือเพียงฝ่าบาท ไทเฮา และเสิ่นอวี้หลันเท่านั้น

เมื่อไม่มีบุคคลอื่น เสิ่นอวี้หลันจึงเอ่ยถึงความต้องการของตนเอง

“มู่หยางโหวเป็นคนช่วยชีวิตหม่อมฉันเอาไว้ วันนั้นตอนแก้มัดยังได้สัมผัสร่างกาย ตรงนี้และตรงนี้”

เสิ่นอวี้หลันแสร้งทำขวยเขินยามที่บอกว่าตนเองถูกสัมผัสที่ตรงใดบ้าง ทำให้ไทเฮาเบิกตากว้างด้วยความตกพระทัย

“ร่างกายหลานยายเป็นของสูง มู่หยางโหวผู้นั้นกล้าดีอย่างไร เช่นนี้ฝ่าบาทแม่ไม่ยอม ต้องสั่งลงโทษเขาให้หลาบจำ”

เสิ่นอวี้หลันกลับเอ่ยว่า

“เสด็จยายเพคะ ท่านโหวมีบุญคุณช่วยชีวิตหลานนะเพคะ อย่าลงโทษเขาเลย”

ไทเฮาทรงมองหลานสาวคนโปรดแล้วตรัสว่า

“ท่าทางไม่ปกติเช่นนี้มีเรื่องอันใดจะขอยายหรือ”

เสิ่นอวี้หลันมองไปที่ฝ่าบาท พระองค์จึงทรงตรัสถามอย่างรู้ทัน

“หรือว่าจะขอลุงกัน”

เสิ่นอวี้หลันดวงตาเป็นประกาย

“เรื่องสมรสพระราชทานของหม่อมฉันที่เสด็จลุงเคยตรัสว่า หากเจอบุรุษที่ต้องใจให้รีบบอกให้ทรงทราบ บัดนี้หม่อมฉันพบคนผู้นั้นแล้วเพคะ”

ฝ่าบาทแย้มสรวล

“คนผู้นั้นเป็นผู้ใดหรือ”

เสิ่นอวี้หลันกลับเรือนด้วยหัวใจที่เบิกบานหลังจากที่ฝ่าบาทรับปากเรื่องสมรสพระราชทานกับบุรุษในดวงใจ

นางพบเขาเพียงครั้งเดียวก็กลายเป็นสตรีคลั่งรัก เรื่องราวของเขานางส่งให้คนไปสืบและคนผู้นั้นก็กลับมาเล่าถึงความเก่งกาจของบุรุษผู้นี้จนนางเคลิบเคลิ้ม

บัดนี้ความฝันของนางกำลังจะเป็นจริงแล้ว นางยังอยากรู้ว่าเมื่อเขาได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทเขาจะรู้สึกอย่างไร

จะดีใจหรือตื่นเต้นอย่างเช่นที่นางเป็นหรือไม่

นับตั้งแต่วันนั้นเสิ่นอวี้หลันก็เชื่อฟังมารดาและบิดา เรื่องที่นางไปขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาทบัดนี้คนที่บ้านยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ และนางเองก็เก็บตัวเงียบไม่ยอมพบผู้ใดทั้งนั้น

มารดายังอดแปลกใจไม่ได้ว่าไยบุตรสาวจึงได้สงบเสงี่ยมไม่ก่อเรื่องดั่งเช่นเคย

หลายวันต่อมาถิงถิงสาวใช้คนสนิทก็หน้าตาตื่นเข้ามารายงาน

“คุณหนูท่านโหวมาเจ้าค่ะ”

“เจ้าว่าผู้ใดนะ”

“ท่านโหวเจ้าค่ะ มู่หยางโหว มาพร้อมแม่สื่อคล้ายจะมาสู่ขอคน”

“สู่ขอหรือ เป็นข้าหรือ”

ถิงถิงยิ้ม

“บ่าวยังไม่ได้ยินเจ้าค่ะ”

เสิ่นอวี้หลันเข้าข้างตนเอง นางจึงลุกพรวดพราดขึ้นมากระวนกระวายรีบสั่งให้ถิงถิงแต่งตัวให้ใหม่กล่าวย้ำว่าให้งดงามที่สุด ทั้งนายทั้งบ่าวบัดนี้ล้วนตื่นเต้นยินดี

เสิ่นอวี้หลันเดินวนอยู่ในเรือน เนิ่นนานก็ไม่มีผู้ใดมาเรียกดั่งที่รอคอย นางยิ่งรู้สึกร้อนรน

“ถิงถิงเจ้าไปดู ไม่ใช่เขามาพบข้าหรือ ไยจึงยังไม่มีผู้ใดมาตามอีก ไม่ต้องแล้วข้าไปเอง ข้าจะไปดูเอง”

เสิ่นอวี้หลันในอาภรณ์สีเขียวอ่อนงดงามสดใส ใบหน้างามพริ้มจึงเร่งฝีเท้าไปที่เรือนรับรอง

ระหว่างทางนั้นนางได้พบกับญาติผู้พี่หลี่ซิน ที่กำลังเดินไปยังเรือนรับรองเช่นเดียวกัน

“เจ้าจะไปไหน”

เสิ่นอวี้หลันมองหลี่ซิน เสิ่นอวี้หลันไม่ถูกชะตาทั้งไม่ชอบญาติผู้พี่คนนี้นัก ที่ผ่านมาจึงได้หาเรื่องหลี่ซินมาตลอดจนหลี่ซินหวาดกลัวเสิ่นอวี้หลันมากยิ่งกว่าผู้ใด

น้ำเสียงขลาดเขลาของหลี่ซินจึงเอ่ยขึ้น

“น้องสาวเจ้าจะไปที่ใดหรือ”

“ข้าถามเจ้า ไม่ใช่ให้เจ้ายอกย้อนมาถามข้า”

หลี่ซินก้มหน้าตอบเบา ๆ

“ท่านลุงให้คนมาตามข้า ข้าจึงจะออกไปพบ”

เสิ่นอวี้หลันขมวดคิ้วสงสัย

“ออกไปพบด้วยเรื่องอันใด”

“มีคนส่งแม่สื่อมา”

เสิ่นอวี้หลันเบิกตากว้าง แค่นคำออกไป

“ไยเป็นเจ้าไม่ใช่ข้า ไยท่านพ่อเรียกหาเจ้า”

สาวใช้ของหลี่ซินจึงเอ่ยว่า

“เรียนคุณหนูใหญ่ วันนี้ท่านโหวมาสู่ขอคุณหนูของข้าด้วยตนเอง ดังนั้นนายท่านจึงได้เรียกหาคุณหนูของข้าเจ้าค่ะ”

เสิ่นอวี้หลันดวงตาเบิกกว้าง

“เจ้าว่าอย่างไรนะ เขามาสู่ขอนางมิใช่ข้าหรือ”

สาวใช้คนนั้นเดิมทีเกลียดเสิ่นอวี้หลันอยู่แล้ว และบัดนี้นายสาวของนางจะได้ออกไปจากสกุลเสิ่นกลายเป็นฮูหยินท่านโหวผู้สูงศักดิ์แล้วนางจึงได้กล้าหาญเอ่ยว่า

“ท่านโหวกับคุณหนูมีใจต้องกันมานานแล้ว คนสองคนรักกันไม่เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่เลย ท่านโหวจะมาสู่ขอคุณหนูใหญ่ได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านช่างกล้าคิดเข้าข้างตัวเองเสียจริง”

เสิ่นอวี้หลันมองเขม็งแน่นอนว่ามือไวเท่าความคิดนางเงื้อมือขึ้นแล้วสะบัดลงบนหน้าของสาวใช้คนนั้นทันใด

เพี๊ยะ!

สาวใช้น้ำตาคลอคาดไม่ถึงว่าจะถูกทำโทษรวดเร็วเพียงนี้

หลี่ซินขยับมาบังสาวใช้เอาไว้ น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นว่าสาวใช้ของตนเองถูกทำร้าย

“น้องสาวไยเจ้าโหดร้ายเพียงนี้ จำเป็นต้องทำกันรุนแรงเช่นนี้หรือ”

เสิ่นอวี้หลันจ้องญาติผู้พี่เขม็ง

“เป็นบ่าวสมควรเจียมตน เจ้าไม่สั่งสอนบ่าวไพร่เลยหรืออย่างไรจึงได้กล่าววาจากำเริบกับข้าเพียงนี้”

น้ำตาของสาวงามผู้อ่อนแอไหลอาบแก้ม จากนั้นจึงสะอื้นออกมา เสิ่นอวี้หลันถึงกับร้อง เห๊อะ ในใจ

“มีเรื่องอันใดให้ท่านต้องร้องไห้กัน เพียงแค่นี้ก็บีบน้ำตาแล้วหรือ มารยาสาไถเสียจริง”

สาวใช้ของหลี่ซินเอ่ยเสียงดัง

“คุณหนูใหญ่ ท่านจะตบจะตีข้าก็ช่างเถิด ไยต้องกล่าววาจาร้ายกาจกับคุณหนูของข้าด้วย เพราะคุณหนูของข้าเป็นกำพร้าท่านจึงคิดรังแกคนใช่หรือไม่”

เรื่องราวเริ่มใหญ่โตเพราะสาวใช้โวยวาย พวกเขาล้วนอยู่ใกล้กับโถงรับรองจึงทำให้คนที่อยู่ในโถงได้ยิน

คนในโถงต่างมองมาตรงจุดนั้น แม้ได้ยินไม่ชัดว่าพูดคุยกันเรื่องอันใด ทว่าการที่เสิ่นอวี้หลันตบหน้าสาวใช้และหลี่ซินร้องไห้อย่างน่าสงสารก็คล้ายจะเป็นตัวตัดสินแล้วว่าเสิ่นอวี้หลันกำลังก่อเรื่องรังแกคน

สายตาของบุรุษร่างสูงเข้มขึ้นเมื่อเห็นเสิ่นอวี้หลันลงมือตีสาวใช้โดยไร้เหตุผล

นางช่างร้ายกาจอย่างที่เล่าลือ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167THJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167THJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่อย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่า ท่ามกลางเสียงดูถูก เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาในนิยายรักสุดฟินเรื่องนี้ อ่านนิยายรักครบรสที่พร้อมสะกดใจคุณ
7.9
78 ตอน
เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
เมื่อ รินรดา ต้องตกเป็นเชลยบำเรอหนี้ของ พิชญะ เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลใน นิยายรัก แนว รักอันตราย นี้ เธอจึงต้องเลือกระหว่างการยอมจำนนต่อ พระเอกสายโหด หรือจะยอมสู้สุดใจเพื่อรักษาศักดิ์ศรี ท่ามกลางไฟปรารถนาที่พร้อมแผดเผาหัวใจของทั้งคู่ใน นิยายออนไลน์ สุดร้อนแรงที่ห้ามพลาด
8.4
92 ตอน
ความรักเป็นพิษ
ความรักเป็นพิษ
จากเด็กสาวในอุปการะสู่รักต้องห้ามที่ถูกทรยศ เจียนเยว่กลับมาในฐานะแพทย์เฉพาะทางเพื่อชำระแค้นอดีตคนรักที่กำลังจะแต่งงาน ความรักอันตรายครั้งนี้เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและความแค้นที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่ท้าทายทุกศีลธรรมได้แล้ววันนี้
9.4
74 ตอน
มนตร์ตาละวัน
มนตร์ตาละวัน
เมื่อคุณหลวง พญาจระเข้หนุ่มผู้มีเนตรสีชาดและพลังเร้นลับ ต้องมาใช้ชีวิตปะปนกับมนุษย์ในยุคศิวิไลซ์ ความลึกลับดำมืดใต้ผืนน้ำจึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันเร่าร้อน ท่ามกลางความต่างของสายพันธุ์และอันตรายที่คืบคลานเข้ามา เขาจะสะกดหัวใจเธอไว้ด้วยมนตราหรือจะถูกความเสน่หาแผดเผาจนหมดตัวตน
7.9
94 ตอน
ป่วนรักเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
ป่วนรักเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
เมื่อสาวน้อยธรรมดาต้องหลงข้ามมิติมาเผชิญหน้ากับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเซี่ยงไฮ้ นิยายรักแนวทะลุมิติที่ผสมผสานความรักอันตรายของพระเอกสายโหดผู้มีความปรารถนาอันเร่าร้อน เธอจะเอาตัวรอดจากกรงเล็บของเจ้าพ่อจอมเผด็จการคนนี้ได้อย่างไรในโลกมืดที่เต็มไปด้วยอันตรายและบททดสอบหัวใจที่แสนหนักหน่วง
9.7
36 ตอน
โซ่เสน่หานายบำเรอ
โซ่เสน่หานายบำเรอ
เมื่อมนัสยาถูกคู่หมั้นหักหลังจนใจสลาย เธอจึงเลือกหาความสุขชั่วข้ามคืนกับหนุ่มโฮสต์สุดฮอต ทว่าเขากลับกลายเป็นเพื่อนวัยเด็กที่จำเธอได้ฝังใจ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่กำลังลึกซึ้ง ความจริงที่ว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วกลับฉีกกระชากหัวใจเธออีกครั้ง มนัสยาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมสายเลือดของเขาเพื่อยุติความเจ็บปวดนี้
9.3
60 ตอน