ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

นวพรรษ ปรียานันท์ อายุ 24 ปี บัณฑิตหมาดๆเพิ่งจบปริญญาโทมจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยมาหมาดๆ เจ้าของใบหน้าขาวเนียนใสลุคโอปป้า ใบหน้าออกมาทางสวยหวานน่ามองมากกว่าหล่อเหลา พร้อมกับหุ่นบางสูงโปร่งด้วยความสูง180 ซ.ม. ร่างเค้าสูงโปร่งสมส่วน ไม่ได้บึกบึนแน่นด้วยกล้ามเนื้อ แต่ก็ไม่ได้ผอมแห้ง ตอนนี้เขาตื่นเต้นมาก เขาตื่นเเต่เช้าเพื่อเตรียมตัวมาทำงานวันแรก ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาท่านประธานกรรมการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ คนรุ่นใหม่หลายคนอยากจะเข้ามาทำงานเป็นพนักงานของบริษัทนี้ เพราะค่าตอบแทนสูงรวมถึงสวัสดิการต่างๆดีกว่าบริษัทอื่นในธุรกิจประเภทเดียวกัน

นวพรรษเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้เข้ามาทำงานที่นี่และในตำแหน่งที่ทุกคนอิจฉา ตอนเรียนปริญญาตรีที่ต้องฝึกงานของมหาวิทยาลัยเขาก็มาฝึกที่นี่ตำแหน่งนี้ ผลงานของเขาเด่นจนท่านประธานบริษัทท่านมีเมตตาทาบทามให้มาเป็นเลขาหลังจากที่เรียนจบ แต่นวพรรษขอกลับไปเรียนต่อปริญญาโทก่อน ท่านประธานก็เมตตารอ อันที่จริง เจ้าสัวเวทิน โชติกุลวัฒนา ท่านประธานและเจ้าของบริษัทท่านมีเลขาอยู่แล้ว แต่ท่านให้รับนวพรรษมาเพิ่มอีกคน แค่ให้เหตุผลว่าอยากหาคนมาแบ่งเบาเลขาคนโปรดคนเดิม และเจ้าสัวก็เป็นเพื่อนรักกับท่านฑูตนวพล และคุณหญิงอัญพัชร์ ปรียานันท์บิดาและมารดาของนวพรรษอยู่เดิม ยิ่งทำให้เจ้าสัวเวทินเอ็นดูนวพรรษมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว และเอาตำแหน่งนี้ไว้ให้นวพรรษคนเดียวโดยเฉพาะ

ตอนนี้นวพรรษยืนอยู่หน้าของบริษัทแล้ว เขารอพี่ท้อปหรือธนศิลป์ เลขาของท่านประธาน ที่ชั้นหนึ่งแล้วรอขึ้นลิฟท์ไปพร้อมกัน เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่นวพรรษได้กลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาอย่างเต็มตัว รอเพียงชั่วครู่ธนศิลป์กับเจ้าสัวเวทินก็เดินมาหาเขา

“สวัสดีครับท่านประธาน สวัสดีครับพี่ท้อป” นวพรรษกล่าวสวัสดีพร้อมยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม “หวัดดีลูก”เจ้าสัวรับไหวพร้อมเอ่ยทักทาย

“รอนานไหมครับน้องนิว” ธนศิลป์เอ่ยถามหนุ่มรุ่นน้องหน้าหวาน

“ไม่นานครับ”

“ป่ะเราขึ้นไปชั้นบนกันเถอะ” เจ้าของบริษัทบอกกับทั้งสองคนพร้อมเดินนำไปที่ลิฟต์ผู้บริหาร

พอทั้งสามเดินมาถึงโต๊ะทำงานหน้าห้องประธานกรรมการบริษัท ที่ตอนนี้เพิ่มมาอีก1ชุดเพื่อให้นวพรรษได้เรียนรู้งานจากธนศิลป์อย่างเข้มข้นตามคำสั่งของเจ้าของบริษัท

“น้องนิว เรียนรู้งานกับพี่ท้อป ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพี่ท้อปได้นะ แต่ไม่ต้องเครียดนะค่อยๆเรียนรู้ไป ลุงเชื่อว่าน้องนิวทำได้ นิวเก่งอยู่แล้วเชื่อลุง ผมฝากหน่อยนะคุณท้อป” ท่านเจ้าสัวเอ่ยกับทั้งสองหนุ่มที่หน้าหวานทั้งคู่

ถ้าใครได้มาเห็นเลขาของท่านประธานบริษัทนี้ คงคิดว่าเค้าคัดหน้าตามาแน่เลย เพราะเลขาของท่านประธานทั้งสองคนหน้าตาดีถึงขั้นดีมาก หน้าหวานผิวเนียนลุคโอปป้าทั้งสองคน เพียงแต่ธนศิลป์ตัวบางและเล็กกว่านวพรรษเล็กน้อยเท่านั้น

ตั้งแต่นั้นมานวพรรษก็ตั้งใจเรียนรู้งานทุกอย่างจากธนศิลป์และสามารถทำได้ดีเกือบเท่ากับคนสอน

“ทำได้ดีมากน้องนิว ไม่เสียเเรงที่พี่สอนจริง”ธนศิลป์เอ่ยชมจากใจจริงเขาชอบเด็กคนนี้มาก ตั้งใจเรียนรู้ และขยันทำงาน โดยไม่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กเส้นเป็นลูกของเพื่อนเจ้าของบริษัทเลย ทำตัวเหมือนพนักงานธรรมดา ไม่ถืออภิสิทธิ์เหนือคนอื่น ทั้งยั้งรู้จักมีสัมมาคารวะ รู้จักผู้ใหญ่ผู้น้อย นอบน้อมถ่อมตน ทำให้ทั้งธนศิลป์เองและท่านเจ้าสัวเอ็นดูเป็นอย่างมาก

“นิวเองต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ท้อปมากๆ เลยนะครับ ที่ช่วยสอนและแนะนำนิวมาตลอด อดทนกับนิวจน นิวทำได้” นวพรรษกล่าวขอบคุณรุ่นพี่อย่างท้อปที่คอยสอนคอยแนะนำ จนเขาเข้าใจในงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบมากขึ้น เขารู้สึกโชคดีที่ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานที่ดีและเจ้านายที่ดีอย่างนี้

ตั้งแต่นวพรรษเข้ามาทำงานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆของเมืองไทยของท่านเจ้าสัวเวทินผู้เป็นเพื่อนของบิดามารดา นอกจากเจ้าสัวและคู่รักอย่างธนศิลป์จะให้ความเอ็นดูแล้ว คนอัธยาศัยดี หน้าตาดีอย่างนวพรรษก็มีแฟนคลับในบริษัทมากมาย ไม่ว่าจะทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย แค่ได้เห็นหน้าหรือรอยยิ้มพิมพ์ใจของคุณเลขาหน้าหวานเท่านั้นแหละ ก็โดนเจ้าของใบหน้าหวานตกเอามาเป็นแฟนคลับหมด บางคนถึงขั้นเอาขนมหรือของกินไปดักรอให้นวพรรษถึงทางเดินเข้าบริษัท บางคนไม่กล้าเจอหน้าเพียงเพราะเขินอายไม่กล้าที่จะสบตาก็ฝากเอาไว้ที่แผนกต้อนรับของบริษัทแทน ซึ่งเรื่องนี้พี่ท้อปและท่านเจ้าสัวรู้ดี

ยิ่งรู้มาว่าคุณเลขายังโสดยังไม่มีแฟน นวพรรษยิ่งกลายเป็นคนเนื้อหอมมีแฟนคลับอย่างกับดารา ก่อนหน้านี้เหตุการณ์นี้เคยเกิดกับธนศิลป์เลขาหน้าหยกของท่านประธานมาก่อน แต่พอธนศิลป์โดนท่านประธานอย่างเจ้าสัวเวทินจับกินเสียเอง แฟนคลับเลยอกหักกันเป็นแถวๆ แต่ใช่ว่าแฟนคลับจะหมดไป ยังมีคนตั้งคลับสายวายมาให้อีก แต่พอมีนวพรรษเข้ามาในบริษัท เลขาหน้าหล่อออกไปทางหวานละมุน หุ่นสูงโปร่ง มาปรากฏตัวที่บริษัททำให้หัวใจแฟนคลับทั้งหลายกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอีก ต่างพากันชื่นชมในหน้าตาและนิสัยกริยาของคุณเลขาคนใหม่ ที่ดีกรีไม่ธรรมดา เป็นถึงลูกท่านฑูต สิ่ยิ่งเพิ่มกระแสความฮ็อตเข้าไปอีก

ท่านฑูตนวพล กับ คุณหญิงอัญพัชร์ ปรียานันท์ คุณป๊ากับม่าม๊าของนวพรรษ มีลูกชายแค่คนเดียวเลยรู้สึกรักเเละเป็นห่วงลูกชายมาก ให้ไปเรียน ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก เจ้าลูกชายก็ไม่เอา ไม่ชอบเมืองนอก เลยจำใจต้องให้ลูกชายคนเดียวใช้ชีวิตที่เมืองไทยคนเดียว นานๆคุณป๊ากับคุณม๊าจะบินกลับมาหาลูกชายที ไม่อย่างนั้นก็ให้ลูกชายบินไปหา พอเรียนจบถึงเวลาต้องทำงาน ท่านฑูตเลยฝากลูกชายคนเดียวเข้าทำงานที่บริษัทของเพื่อนรักอย่างเจ้าสัวเวทิน ซึ่งตอนแรกที่นวพรรษมาฝึกงานท่านเจ้าสัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นลูกชายของเพื่อนรัก แต่ก็ชอบและเอ็นดูในความเก่งของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่แล้ว ยิ่งพอรู้ว่าเป็นลูกของเพื่อนรักยิ่งเอ็นดูเพิ่มขึ้นอีก และรับปากว่าจะดูแลให้อย่างดีจนเพื่อนรักอย่างท่านฑูตเบาใจ

ตอน 2

“น้องนิวเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมง เตรียมตัวม เข้าประชุมกับลุงด้วยนะ ส่วนท้อปคุณอยู่ดูแลทางนี้แทนผมนะ” เสียงเจ้าสัวเวทิน สั่งการเลขาทั้งสอง

“ครับ ท่านประธาน” นวพรรษกับธนศิลป์ตอบรับประธานบริษัท ถึงแม้เจ้าสัวเวทินจะเอ็นดูนวพรรษมากขนาดไหนแต่ในเวลางานเขารู้ตัวดีว่าต้องให้เกียรติในฐานะประธานบริษัท

นวพรรษเดินหอบเอกสารเพื่อไปเตรียมการประชุมไว้ให้เรียบร้อย ระหว่างที่เดินไปทางเลี้ยวเข้าห้องประชุม

“โอ๊ยยยย”เสียงนวพรรษร้องออกมาด้วยความเจ็บ เขารู้สึกเหมือนโดนอะไรชนหรือกระแทกที่ไหล่ด้านหน้าอย่างแรงจนทำให้ร่างสูงโปร่งล้มลง พร้อมกับเอกสารที่หอบมาด้วยหล่นกระจัดกระจาย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียหลักล้ม ก็ได้เจอกับยักษ์ตัวใหญ่หน้าตาดียืนนิ่งอยู่

“แปล๊บนึงนะครับคุณพ่อ ทำไมเดินไม่มองทาง”เสียงยักษ์ร่างสูงเอ่ยออกมา พร้อมกับมือข้างที่กำลังถือโทรศัพท์คุยอยู่ลดลง แล้วจ้องหน้าคนที่ทำให้เค้าต้องหยุดบทสนทนากับปลายสาย

ทำให้นวพรรษเริ่มจะมีน้ำโห ชนแล้วไม่ขอโทษไม่ช่วยเหลือไม่พอ ยังจะมีกล่าวหาว่าเค้าไม่มองทางเดินไม่ระวังอีก ทั้งที่มันเป็นตรงมุมพอดีและเขาก็เดินถูกต้องชิดขวามาตลอด แต่ตัวเองมัวแต่คุยโทรศัพท์จนมาชนนวพรรษเอง

“อ้าว ขอโทษครับ แต่ผมว่าคนที่เดินไม่ระวังไม่ดูทางน่าจะเป็นคุณมากกว่านะครับ คุณยักษ์ มัวแต่คุยโทรศัพท์”

คนยักษ์ตัวสูงที่ยืนอยู่ได้แต่อึ้งจ้องหน้าสวยหวานนั่นหน้าตาก็ดีแต่ปากแซ่บเหลือเกิน เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาเลย มีแต่คนตรงหน้านี่แล่ะเป็นคนแรกแบบนี้สนุกเลยเสียดายตอนนี้เขารีบ แต่ดูบัตรแล้วเป็นพนักงานของที่นี่ เดี๋ยวเจอกันคนสวย

“โอเค ขอโทษด้วยแล้วกันนะคุณคนสวย” พูดจบร่างสูงก็เดินจากไปโดยที่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรนวพรรษเลย

“ฮึ หน้าตาดีซะเปล่า ปากและจิตใจไม่ได้ดีตามหน้าตาเลย ถือว่าวันนี้แกดวงไม่ดีแล้วกันนะไอ้นิว นวพรรษบ่นกับตัวเอง พร้อมก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นทางเดินและรีบลุกขึ้นเอาตัวเองไปที่ห้องประชุมเพื่อเตรียมประชุมต่อ

ในห้องประชุมใหญ่หลังจากที่ท่านเจ้าสัวดำเนินการประชุมจนถึงวาระสุดท้าย ก็ได้เชิญใครอีกคนเข้ามาในห้องประชุม ร่างสูงเดินเข้ามาในที่ประชุมอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนที่จะโค้งทำความเคารพทุกคนในที่ประชุมและไปนั่งข้างเจ้าสัวอีกด้านที่มีเก้าอี้เว้นว่างไว้

“เอาล่ะครับทุกท่าน ผมขอแจ้งให้ทุกคนในที่ประชุมได้รับทราบ เดี๋ยวผมจะแต่งตั้งให้ นายเวทานนท์ โชติกุลวัฒนา ลูกชายคนเดียวของผมรับช่วงตำแหน่งประธานกรรมการต่อจากผม มีใครคัดค้านไหมครับหรือไม่เห็นด้วยหรือเปล่าครับ” เจ้าสัวเวทินกล่าวแจ้งกับที่ประชุมให้รับทราบ และกรรมการหุ้นส่วนทุกคนยกมือเห็นด้วยทุกคน มติเป็นเอกฉันท์ เพราะทุกคนเป็นผู้ถือหุ้นที่แต่ละคนมัหุ้นอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับของทางเจ้าสัวเวทิน

“ถ้าไม่มีใครคัดค้าน ต่อจากนี้ เวทานนท์ ก็จะทำหน้าที่ตำแหน่งประธานแทนผม โดยผมจะไปนั่งเป็นที่ปรึกษาแทน” “ผม เวทานนท์ ขอฝากตัวด้วยครับ” เวทานนท์ โชติกุลวัฒนา ชายหนุ่มลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวเวทิน กล่าวกับที่ประชุม

“งั้นถ้าไม่มีอะไร ผมขอปิดการประชุมในวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ” ท่านเจ้าสัวเวทินกล่าวปิดการประชุม

เวทานนท์ โชติกุลวัฒนา เพิ่งกลับมาจากเรียนต่อจากประเทศอังกฤษ ความจริงเขาเรียนปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจจบมาเป็นเวลาสองปีแล้ว แต่เจ้าสัวยังไม่ให้กลับมา ให้หาประสบการณ์ทำงานและเรียนรู้งานบริหารที่ประเทศอังกฤษต่อ ซึ่งบริษัทที่ทำเป็นบริษัทในเครือของตระกูลโชติกุลวัฒนา ที่อยู่ในส่วนของคุณอาวาทินซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าสัวดูแลอยู่ พอครบ 2 ปี เขาก็โดนตามตัวกลับมา เพื่อบริหารต่อจากเจ้าสัวเวทินผู้เป็นบิดา ที่อยากเกษียณตัวเองเพื่อมีเวลาอยู่กับธนศิลป์เลขาส่วนตัวและเป็นคนรักของเจ้าสัวเอง

นวพรรษ มองหน้าคนที่เจ้าสัวแนะนำกับที่ประชุมอีกครั้ง เป็นคนเดียวกันกับยักษ์ที่เดินชนเขานั่นเอง ไอ้คนหล่อนิสัยไม่ดีคนนั้น พอพิจารณาดีแบบมีเวลามอง คนอะไรหล่อมากหน้าตาคม จมูกโด่ง ผมหยักศกเล็กน้อยหน้าออกไปทางลูกครึ่ง แต่ก็ไม่แปลกที่นวพรรษรู้มาคือ ภรรยาของเจ้าสัวที่เสียไปเป็นคนอิตาลี ลูกชายน่าจะได้ยีนเด่นมาจากแม่มามากหน้าเลยออกไปทางลูกครึ่ง ผิวขาวคงเพราะอยู่เมืองหนาวมานาน รูปร่างสูงคำนวณคร่าวๆ น่าจะ190 ซ.ม. ไม่ต่ำกว่านั้น มองผ่านจากชุดสูทราคาแพง คนบ้าอะไรนอกจากจะหน้าดีแล้วยังหุ่นดีเอามากๆ พระเจ้าช่างสร้างจริงและดูเหมือนจะเป็นลูกรักพระเจ้าด้วย เพราะตั้งใจปั้นให้งดงามไม่มีที่ติเเล้ว ดูก็รู้ว่าภายในร่มผ้าคงมีกล้ามเนื้อแข็งแรงสมชายซ่อนอยู่ เขาใฝ่ฝันอยากหุ่นเพอร์เฟ็กต์แบบนี้มาก แต่ก็ทำไม่ได้สักทีแม้จะเล่นฟิตเนสบ้างแต่กล้ามเขาขึ้นยากมาก

พอการประชุมดำเนินจนเสร็จสิ้น ท่านประธานก็ปิดการประชุม ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมจนเหลือเพียงแค่ ท่านประธาน ลูกชาย และเลขา ที่ตามออกมาทีหลัง พอเดินตามหลังจริงๆ นวพรรษแอบเทียบเค้าสูงประมาณแก้มของลูกชายท่านประธานเท่านั้นเอง

เดินจนมาหยุดหน้าห้องท่านประธาน เจ้าสัวเวทินเลยหันไปคุยกับลูกชาย

“เดี๋ยวเวย์อยู่ห้องเก่าพ่อไปก่อนนะลูก ลูกจะปรับเปลี่ยนตกแต่งใหม่ยังไงก็ได้ ส่วนน้องนิว ลุงจะรบกวนให้หนูมาเป็นเลขาให้เจ้าเวย์มันนะ ช่วยดูแลมันหน่อยนะลูก พ่อลืมแนะนำเลยน้องนิวนี่พี่เวย์ หรือเวทานนท์ ลูกชายคนเดียวของลุง แล้วก็จะเป็นเจ้านายของน้องนิวแทนลุง ส่วนนี่น้องนิว หรือนวพรรษ ปรียานันท์ เลขาคนเก่งเด็กปั้นของพี่ท้อปเค้า ที่สำคัญเป็นลูกชายคนเดียวของท่านฑูตนวพลกับคุณหญิงอัญพัชร์ เพื่อนรักของพ่อเอง เพิ่งจบปริญญาโทเกียรตินิยมมาหมาดๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ยังไงก็ฝากดูแลน้องนิวให้ดีด้วยนะเจ้าเวย์ เลขาดีๆแบบนี้หายาก ” เจ้าสัวเอ่ยแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันแบยาวๆ

นวพรรษยกมือขึ้นไหว้อีกคนอย่างเสียไม่ได้ “สวัสดีครับคุณเวทานนท์”

คนอาวุโสกว่ายิ้มเยาะ คุณเลขาคนสวยปากแซ่บนี่เอง งานนี้สนุกแน่ “สวัสดีครับน้องนิวยินดีที่รู้จักนะครับ พี่เวย์ขอฝากเนื้อฝากตัวให้ดูแลหน่อยนะครับ” คนอยากเป็นพี่ยิ้มหน้าบานกว่าปกติ

นวพรรษทำมองเมินแล้วหันมาคุยกับท่านเจ้าสัว “เอ่อ แล้วท่านประธานล่ะครับ ”

“ลุงจะย้ายไปอยู่มุมโน้นไง ไม่ไกลหรอก ลุงเปลี่ยนตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาเฉยๆ อาจจะเข้ามาบ้างไม่เข้ามาบ้าง ”

“แล้วพี่ท้อปล่ะครับ”

“ท้อป เค้าก็ย้ายไปเป็นเลขาติดตามลุงเหมือนเดิมไง ทางนี้ก็ให้เจ้าเวย์กับน้องนิวดูแลไป แต่ถ้าเหงาก็เดินไปหาลุงหาพี่ท้อปได้ โอเคนะคนเก่งของลุง”

ยิ่งเห็นพ่อตัวเองเอ็นดูใส่ใจเลขาหน้าหวาน เวทานนท์ยิ่งหมั่นไส้ นี่มันเด็กเส้นของจริง

“ได้ ครับผ ” จบข่าว เลยจะปฏิเสธก็ไม่ได้ นวพรรษคิดในใจ

“เดี๋ยวลุงเข้าไปคุยงานกับเจ้านายคนใหม่ของนิวก่อนนะ ไปเจ้าเวย์” สองพ่อลูกพากันเดินหายเข้าไปในห้องทำงานหรูหราของเจ้าสัวเพื่อมอบหมายงานให้ลูกชายทำต่อ

ตอน 3

“ผมชอบใจคุณมากเลย คุณเวทานนท์ รุ่นใหม่ไฟแรง เก่งเหมือนกับเจ้าสัวคุณเลย ผมยินดีมากเลยนะครับ ที่ร่วมโปรเจคนี้กับบริษัทของคุณ” คุณไกรสร คู่ค้าของเวทานนท์กล่าวขึ้นระหว่างการรับประทานอาหาร

คุณไกรสร เป็นชายหน้าตาคมเข้มแบบไทยแท้ อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่

“ผมล่ะอิจฉาคุณเวทานนท์จริงๆ เลย นอกจากตัวคุณจะเก่งแล้ว คุณยังมีเลขาเก่งๆ หน้าตาดีอย่างคุณนวพรรษอยู่ข้างๆตัวด้วย”

คุณไกรสรยิ้มพร้อมทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ย มองนวพรรษ ด้วยสายตาเจ้าชู้อย่างไม่ปิดบัง เขาชอบผู้ชายขาวๆ ที่ไม่ได้ตัวเล็กตุ้งติ้งออกแนวแมนๆแบบนวพรรษเวลาควงไปไหนมาไหนเหมือนไปกับเพื่อนหรือน้องชายมากกว่าจะได้ไม่เป็นจุดเด่น สายตาและคำพูดของไกรสรชวนให้เวทานนท์หงุดหงิดไม่น้อย

“ถ้าคุณเลขาเบื่องานแบบเดิมๆ อยากลองเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ บอกผมได้นะครับ ผมยินดีต้อนรับ มาเป็นเลขาส่วนตัว อยากได้เงินเดือนเท่าไรเรียกมาได้เลย ถ้าเป็นคุนนวพรรษผมทุ่มไม่อั้น” ไกรสรสายเปย์บอกนวพรรษ

“ขอบคุณ คุณไกรสรมากเลยนะครับ ที่ให้โอกาสผม ผมยังไม่เก่งหรอกครับ ยังต้องเรียนรู้งานจากท่านประธานแล้วเจ้าสัวอีกมากครับ และผมก็ชอบทำงานกับท่านประธานครับ”

คำตอบขอบนวพรรษ ทำเอาคุณไกรสรโกรธนิดๆเหมือนโดนหักหน้า ส่วนอีกคนที่หงุดหงิดก่อนหน้านี้ยิ้มออกมาได้ เพราะถูกใจกับคำตอบยิ่งนัก

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกับเลขาของผมขอตัวกลับบริษัทก่อนนะครับ ยินดีอีกครั้งที่ได้ร่วมงานกันครับ สวัสดีครับ” เวทานนท์เอ่ยปากลาคู่สัญญาและเดินนำนวพรรษออกมาอย่างรวดเร็ว

“ถ้าคุณจะลาออกไปอยู่กับหมอนั่นก็ได้นะ คุณเลขา ผมไม่ติดอะไร ดูแล้วเค้าน่าจะเปย์ให้คุณถึงใจ”

เวทานนท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เมื่อทั้งสองมานั่งบนรถหรูของเวทานนท์เรียบร้อยแล้ว

“ผมว่า ผมตอบคุณไกรสรชัดเจนแล้วนะครับ ท่านประธานน่าจะได้ยิน ถ้าหูยังใช้การได้ดีอยู่” นวพรรษตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ

“โอเค ผมได้ยินชัดเจน แต่เผื่อคุณเปลี่ยนใจ เลยถามเพื่อความแน่ใจ คุณจำคำพูดของคุณไว้ให้ดีล่ะ”

เลขาหน้าหวานที่ได้ฟังก็รู้สึกไม่ชอบใจที่ท่านประธานหนุ่มพูดเหมือนกับเขาเห็นแก่เงินเลยขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง จบปัญหาโดยการหันหน้ามองข้างทางยังดีเสียกว่า หลังจากนั้นประธานกับเลขานั่งกันเงียบไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่างเดินทางกลับบริษัททำให้บรรบากาศชวนให้อึดอัด

พอถึงบริษัทก็บ่ายโมงกว่า มีเอกสารที่เวทานนท์ต้องเซ็นอีกกองใหญ่ ก่อนที่เลขาจะโทรมาแจ้งเตือนเรื่องการเข้าประชุม

“เป็นไงบ้างเวย์ ลูกทำงานกับน้องนิว โอเคไหม เข้าขากันหรือยัง” เจ้าสัวเวทินถามลูกชายขณะนั่งทานอาหารเช้าที่บ้านช่วงวันเสาร์

“เรื่องงานก็ดีครับ เก่งสมกับที่คุณพ่อชมนักชมหนา จนผมนึกว่าเค้าเป็นลูกชายคุณพ่ออีกคน ส่วนนิสัยดูจะอัธยาศัยดี ยิ้มอ่อยไปทั่ว ยกเว้นกับเจ้านายอย่างผม นิ่งจนเหมือนหยิ่ง เอ๊ะ ! รึว่าเป็นแผนอ่อยเหยื่อ” เวทานนท์พูดถึงคนเป็นเลขาให้ผู้เป็นพ่อฟัง

“คิดอะไรอย่างนั้น น้องนิวเค้าเป็นคนดี หน้าตาดี อัธยาศัยดีกับทุกคน เค้าคงไม่คิดจะอ่อยแกหรอก คนมาติดพันเค้าเยอะแยะ แต่ถ้าอ่อยก็ดีซิ แกจะได้ติด ถ้าได้น้องนิวมาเป็นลูกสะใภ้ ฉันไม่ติดหรอกนะถึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะ”

“พ่อ ออกตัวแรงไปนะเวย์ว่า อยากได้เค้าเป็นลูกสะใภ้ขนาดนั้นเลยเหรอ ทีอิงจันทร์แฟนเวย์ไม่เห็นพ่อจะชอบขนาดนี้เลย” เวทานนท์แย้งผู้เป็นพ่อ

“เพราะพ่อรู้น่ะสิว่าแฟนแกเป็นคนยังไง เป็นไงล่ะได้ยินข่าวว่าโดนเค้าทิ้งไปหาลูกเจ้าของบริษัทที่รวยกว่าพนักงานเงินเดือนจนๆ มีแต่แกนั่นแร่ะที่ตาบอดอยู่คนเดียว”

เจ้าสัวบ่นลูกชาย เรื่องของเวทานนท์พ่อท่ีมีลูกคนเดียวอย่างเจ้าสัวรับรู้มาตลอดว่าลูกชอบผู้ชาย และชอบใคร เขาไม่คิดกีดกันปล่อยอิสระให้ลูกได้เรียนรู้เอง

“โธ่… พ่อ ซำ้เติมกัน” ผู้เป็นลูกโอดครวญ

“พ่อจะไ่ม่พูดเรื่องนี้กับลูกแล้ว ตกลงว่ายังไงเรื่องงาน” ผู้เป็นพ่อถามอีกรอบ

“ก็ดีครับ ลงตัวแล้ว”

“แล้วเรื่องน้องนิวว่าไง ชอบไหม” เจ้าสัวถามต่อ

“โถ่พ่อ พ่อก็รู้เค้าไม่ใช่ตัวเล็กน่ารักสเปคเวย์สักหน่อย ไม่มีทางครับเป็นแค่ลูกน้องกับเจ้านายดีกว่า พ่อไม่ต้องลุ้นเลย” เวทานนท์มองออกว่าเจ้าสัวตั้งใจจะจับคู่ให้เขากับคุณเลขาลูกชายเพื่อน เลยรีบปฏิเสธทันที

“โอเค ได้ยินแกพูดแบบนี้ก็เบาใจ จะได้มั่นใจ หวังว่าน้องนิวจะปลอดภัยจากแก งั้นห้ามยุ่ง ห้ามรุ่มร่ามกับน้องนิวเลยนะ จะเล่นๆเป็นหมาหยอกไก่ไม่ได้ นั่นลูกเพื่อนรักของพ่อ เดียวผิดใจกันมามองหน้ากันไม่ติด” เจ้าสัวเวทินบอกลูกชาย

“คุณนิวอย่าลืมทานนะคะ อร่อยไม่อร่อยยังไงบอกวิด้วยนะคะ ถ้าไม่อร่อย เดี๋ยววิจะได้ปรับปรุงสูตรแล้วเอามาให้คุณนิวชิมอีก”

“เกรงใจคุณวิจังเลยครับ ทำมาให้เกือบทุกวันเลย ”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ แค่คุณนิวทานวิก็ดีใจแล้ว ใกล้เวลางานแล้ว งั้นวิกลับแผนกก่อนนะคะ บ๊ายยยค่ะ”

เสียงชายหญิงสองคนสนทนากัน ทันทีที่เวทานนท์ก้าวออกจากลิฟต์ ไม่ใช่เสียงใครอื่นเลย เสียงผู้ชายเป็นเสียงคุณเลขาจอมหยิ่งของเขาเอง แต่ไม่หยิ่งกับคนอื่นนอกจากจะไม่หยิ่งแล้วยังอัธยาศัยดี ยิ้มซะตาหยีเลย ส่วนอีกหนึ่งเสียงเป็นสาวหน้าสวยทรงโต น่าจะมาขายขนมจีบชายหนุ่มเนื้อหอม เลขาของเขานั่นเอง

“อุ๊ย ท่านประธาน สวัสดีค่ะ ” วิกานดา พนักงานฝ่ายบัญชี ที่ตกหลุมรักนวพรรษตั้งแต่เเรกเจอ วันที่เจอกันครั้งแรกวิกานดาโดนรถเฉี่ยวอยู่หน้าบริษัท นวพรรษอยู่ในเหตุการณ์เลยช่วยไว้ ทำให้วิกานดาตกหลุมรักทันทีที่เห็นหน้าเหมือนหญิงสาวชาวบ้านตกหลุมรักเจ้าชาย นอกจากจะใจดีแล้วยังหน้าตาจัดว่าดีมาก ตั้งแต่นั้นมาวิกานดาก็ตั้งตัวเป็นแฟนคลับของนวพรรษ หาขนมมาให้นวพรรษเสมอ อ้างว่าเพื่อตอบแทนที่ชายหนุ่มได้ช่วยเหลือในครั้งน้ัน

“ครับ สวัสดี”

หญิงสาวรีบเดินออกจากสถานการณ์อึดอัดทันที ท่านประธานหน้าดุจังแฮะ หล่อก็หล่ออยู่หรอก แต่ไม่ยิ้มเลย สู้คุณนิวไม่ได้ หล่อละมุน โอปป้า นิสัยดี หญิงสาวคิดในใจ

“สวัสดีครับท่านประธาน” นวพรรษกล่าวทักทายเจ้านายหน้าดุ เมื่ออีกฝ่ายเดินมาถึงตัวเอง

“ครับ อีกสิบนาทีเอากาแฟไปให้ผมด้วยนะคุณนวพรรษ”

“ได้ครับ แล้วท่านประธานจะรับของว่างอะไรไหมครับ”

“ไม่ เอาแค่กาแฟพอ” สั่งเสร็จสรรพก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง

เป็นอะไรของเค้าทำหน้ายักษ์ได้ทุกวัน ไม่เคยรู้จักยิ้มเลยหรือไงนะ หรือว่าท้องผูก นวพรรษคิดในใจ ก่อนจะดูตารางงานของท่านประธานของเอาที่ต้องทำวันนี้ และเดินไปชงกาแฟให้ท่านประธาน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RPL” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RPL
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ลายอสูร
ลายอสูร
นิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้น เมื่อ 'ภานุกร' ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในครอบครัวที่พังทลายจนกลายเป็นอสูรร้ายไร้หัวใจ ต้องมาพบกับ 'พิชญา' หญิงสาวแสนดีที่เข้ามาเยียวยาบาดแผลในใจ อ่านนิยายรักโรแมนติกที่จะพาคุณไปสัมผัสกับอานุภาพแห่งความรักในการเปลี่ยนอสูรร้ายให้รู้จักคำว่ารักแท้
8.5
48 ตอน
ภรรยากระดูกเหล็ก
ภรรยากระดูกเหล็ก
เมื่อความรักห้าปีต้องจบลงด้วยใบหย่าในวันที่ตั้งครรภ์ แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการปองร้าย ฉวี่ชิงเกอจึงกลับมาในฐานะประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชำระแค้นอดีตสามีมหาเศรษฐี นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่นางเอกขอกลับมาทวงคืนความยุติธรรมและปิดฉากความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวดนี้ให้สิ้นซาก
9.5
97 ตอน
อ้อนรักอาเสือ
อ้อนรักอาเสือ
เมื่อความปรารถนาเร่าร้อนอยู่เหนือขอบเขตคำว่าอาหลาน อาเสือจึงตัดสินใจทำลายกำแพงความสัมพันธ์ลงอย่างไร้ปรานี ในนิยายรักโรแมนติกสุดร้อนแรงเรื่องนี้ เขาเตือนสติเจ้าเอยว่าพวกเราไม่มีสายเลือดเดียวกัน มีเพียงความต้องการลึกซึ้งของชายหญิงที่พร้อมจะมอดไหม้ไปด้วยกันในค่ำคืนนี้เท่านั้น
8.4
44 ตอน
เมื่อหัวใจเพรียกหา
เมื่อหัวใจเพรียกหา
เมื่อทิฐิในใจของภารันย์บดบังความรู้สึกจนเกือบทำลายทุกอย่าง พิมพ์เพชรหญิงสาวผู้ยึดมั่นในรักจึงยอมทำทุกทางเพื่อดึงเขากลับมา ทว่าความหวังกลับริบหรี่เมื่อเขาหวนคืนมาพร้อมหญิงอื่นในภาพบาดตา เธอต้องอุ้มชูสัญญารักและเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัส อ่านนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณน้ำตาท่วมใจ
9.6
86 ตอน
ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
นิยายรักแฟนตาซีสุดซาบซึ้ง เมื่อความรักก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติ ถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้พยายามเขียนบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง อ่านนิยายฟรีเรื่องราวความรักสุดสะเทือนใจที่ไม่มีวันจางหาย
9.7
87 ตอน
นางบำเรอในมือมาร
นางบำเรอในมือมาร
เมื่อความแค้นบดบังใจใน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์ สุดร้อนแรง ภคิน ท่านประธาน สายโหดจึงใช้เสน่ห์อันเย้ายวนของนักศึกษาฝึกงานสาวมาเป็นเครื่องมือแก้แค้น เปลี่ยนเธอให้กลายเป็น นางบำเรอ ส่วนตัวเพื่อดัดหลังสองแม่ลูกที่หวังรวยทางลัด อ่านนิยาย สนุกๆ ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันตรายและไฟแค้นที่พร้อมแผดเผาทุกหัวใจ
8.5
55 ตอน