ตอน 2
ซูฉิงก็ไม่รู้ว่านี่เป็นห้องของคนอื่น เพียงแค่เห็นในห้องน้ำมีของใช้ของผู้ชายวางอยู่เต็มไปหมด ก็คิดว่าคนของตระกูลฮั่วจงใจวางเอาไว้
ช่างเป็นสถานที่ที่แปลกจริง ๆ
ทว่าก็แค่สามเดือน เธอเดิมพันกับคุณปู่ไว้ เธออาศัยอยู่ในบ้านตระกูลฮั่วสามเดือน หากเธอกับฮั่วหยุนเฉิงยังคงไม่มีความรู้สึกอะไรให้กัน การหมั้นหมายนี้ก็ถือเป็นโมฆะ
ซูฉิงอาบน้ำ และทานอาหารเย็นที่คนรับใช้ยกขึ้นมาให้ หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เธอก็สะลึมสะลือผล็อยหลับไป
ตอนกลางคืน ฮั่วหยุนเฉิงกลับมาถึงบ้านหลังจากสังสรรค์เสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
เขารู้ว่าวันนี้ซูฉิงจะมาที่บ้านตระกูลฮั่ว เดิมทีท่านผู้เฒ่าฮั่วเรียกให้ฮั่วหยุนเฉิงไปรับซูฉิง แต่เขาเอางานมาอ้างเพื่อปฏิเสธไป สำหรับคู่หมั้นคนนี้ เขาก็ไม่ได้มีความสนใจเลย งานหมั้นนี้ไม่ช้าก็เร็วก็จะถูกยกเลิกไป
หลังจากกลับมาถึงห้องแล้ว ฮั่วหยุนเฉิงอาบน้ำเสร็จแล้วก็เข้านอนเลยทันที
อาจเป็นเพราะฮั่วหยุนเฉิงคืนนี้เขาดื่มเหล้าเข้าไปค่อนข้างเยอะ จนเขานอนลงไปบนเตียงแล้ว ถึงได้พบว่าในห้องนี้มีผู้หญิงคนอื่นอยู่อีกด้วย
เขาผงะเล็กน้อย ในความมืด ฮั่วหยุนเฉิงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างชัดเจน เธอพลิกตัวมาและกอดเขาไว้ หญิงสาวบ่นพึมพำขึ้นมาว่า “เจ้าหมีน้อยเป็นเด็กดีนะ อย่าดื้อ รีบนอนเร็วเข้า”
ฮั่วหยุนเฉิงตัวแข็งทื่อทันที
บนตัวของผู้หญิงคนนี้มีกลิ่นอายที่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก เหมือนกับคนคนนั้นเลย...
อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ฮั่วหยุนเฉิงไม่ขยับเลย เขากอดซูฉิงนอนลงแล้วหลับไปทันที
ตลอดทั้งคืนนี้ ฮั่วหยุนเฉิงไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไป ตรงกันข้าม เขานอนหลับอย่างสงบมาก
ในความฝัน เขาเห็นภาพเมื่อสิบปีก่อนอีกครั้ง ในห้องเล็ก ๆ สีดำ ร่างน้อย ๆ ของเด็กหญิงกอดเขาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันเก่งมาก ฉันจะปกป้องเธอเอง”
ฮั่วหยุนเฉิงฝันว่าเขาหาเธอเจอแล้ว มันเหมือนจริงมาก
วันต่อมา ที่หน้าประตูห้อง
ฮั่วเชี่ยนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ แต่วันนี้เธอตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้ยินคนรับใช้พูดว่าซูฉิงถูกฮั่วหยุนเฉิงไล่ออกมาจากห้องเลย
มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเมื่อคืนพี่ชายไม่ได้กลับมา แต่รถของเขาอยู่ในโรงรถนิ!
สองคนคงจะไม่ได้นอนด้วยกันแล้วใช่มั้ย
ฮั่วเชี่ยนอดใจไม่ไหวเคาะประตูห้องแล้ว “พี่ค่ะ คุณน้าได้ทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว วันนี้พี่ยังมีประชุมตอนเช้าด้วยไม่ใช่เหรอคะ? รีบลุกเถอะค่ะ!”
สองคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ในห้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน ซูฉิงรู้สึกเพียงว่าเธอถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขน เหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังกอดเธออยู่
สี่ตามองหน้ากัน ซูฉิงสะดุ้งตกใจทันทีและไม่มีความรู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นจากเตียง และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจว่า “คุณเป็นใครกัน? ”
สายตาของฮั่วหยุนเฉิงก็บูดบึ้งเช่นกัน
“ซูฉิง”
ซูฉิงเองก็เดาได้บ้างแล้ว นี่ก็คือฮั่วหยุนเฉิง คู่หมั้นในตำนานของเธอนั่นเอง แต่ผู้ชายคนนี้มาปรากฏตัวบนเตียงของเธอได้อย่างไร มีใครบอกกับเธอได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น?
ยังไม่ได้รับคำอธิบาย ฮั่วหยุนเฉิงก็พูดขึ้นต่อว่า “เพิ่งจะมาตระกูลฮั่ววันแรกก็ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันแล้ว เฮอะ เธอนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ”
ซูฉิงมองฮั่วหยุนเฉิงด้วยสีหน้างุนงง อะไรนะ เธอเนี่ยนะ ปีนขึ้นไปบนเตียงของฮั่วหยุนเฉิง?
นี่คนตระกูลฮั่วเป็นโรคคิดไปเองกันทุกคนเลยงั้นเหรอ?
แต่เมื่อนึกถึงของใช้สำหรับผู้ชายในห้องเมื่อวานนี้ เธอก็เดาได้แล้วว่านี่คือห้องขอฮั่วหยุนเฉิง และฮั่วเชี่ยนก็ตั้งใจพาเธอมาที่ห้องนี้
ซูฉิงลงจากเตียง และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “อย่างแรก ฉันไม่ได้ปีนขึ้นไปบนเตียงของคุณ เมื่อวานฮั่วเชี่ยนบอกกับฉันว่านี่คือห้องของฉัน คุณฮั่ว ฉันไม่ได้มีความรู้สึกสนใจในตัวคุณเลยแม้แต่น้อย”
“อีกอย่าง เมื่อคืนฉันเผลอหลับไปแล้ว เมื่อคืนตอนที่คุณฮั่วกลับมาไม่เห็นว่าบนเตียงมีคนอื่นนอนอยู่เหรอคะ คุณยังกอดฉันนอนทั้งคืน นี่ควรจะอธิบายยังไงดีคะ คุณคงไม่ได้มีความคิดอย่างอื่นกับฉันหรอกมั้งคะ? ”
ฮั่วหยุนเฉิงถูกคำพูดของซูฉิงตอกกลับจนจุกอก สีหน้ายิ่งบูดบึ้งมากกว่าเดิม ความทรงจำเมื่อคืนถาโถมเข้ามาในสมองของเขา ชั่วขณะหนึ่งเขาก็ไม่สามารถเถียงกลับไปได้จริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของซูฉิง เขาก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปอีก
ดวงตาคู่งามคู่นั้น ช่างเหมือนกับเธอจริง ๆ
เมื่อเห็นแบบนี้ ซูฉิงก็ยิ่งเม้มริมฝีปาก ยิ้มออกมา
“ยังไงคะ คุณฮั่วมองฉันแบบนี้ทำไมกันคะ หรือว่าหลงใหลในตัวฉันขึ้นมาจริง ๆ แล้ว? ”
เมื่อมีสติกลับมา ฮั่วหยุนเฉิงก็มีสีหน้าบูดบึ้ง พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า “ออกไป ต่อไปห้ามมาที่ห้องของฉันอีก”
ซูฉิงเองก็ไม่ได้คิดจะอยู่ต่อ เธอเก็บของของตัวเองเดินออกไปทันที
เจอหน้ากันครั้งแรก ก็เกลียดกันแล้ว
ฮั่วเชี่ยนยังอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นซูฉิงเดินออกมา บนใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจทันที
ซูฉิงยิ้มให้กับเธอ พลางพูดขึ้นมาว่า “อรุณสวัสดิ์! สมปรารถนาเธอแล้ว เมื่อคืนพี่ชายของเธอนอนกอดฉันทั้งคืน เราสองกันเข้ากันได้ดีเลยเชียวแหล่ะ”
“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ” ฮั่วเชี่ยนสีหน้าบูดบึ้ง เป็นไปได้ยังไง?
ตามหลักแล้ว พี่ชายไม่มีทางชอบซูฉิงแน่นอน
แต่ความจริงมันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เมื่อคืน ซูฉิงกับฮั่วหยุนเฉิงนอนด้วยกัน
ตอน 3
ซูฉิงยิ้มหน้าบานแล้วเดินออกไป
ฮั่วเชี่ยนกลับโกรธขึ้นมา “เธอมันก็แค่อินังบ้านนอกที่มาจากชนบท ฉันจะบอกอะไรเธอไว้ให้นะ ฉันไม่มีทางให้เธอได้แต่งงานกับพี่ชายอย่างแน่นอน”
ทันทีที่เธอพูดจบ ฮั่วหยุนเฉิงก็เดินออกมาจากในห้องเช่นกัน
เมื่อฮั่วเชี่ยนเห็นเขาก็ตกใจทันที “พี่ชาย”
ฮั่วหยุนเฉิงสีหน้าบูดบึ้ง เห็นได้ชัดว่ากำลังโมโห ฮั่วเชี่ยนเองจึงไม่กล้าก่อเรื่องอีก
...
ซูฉิงให้คนรับใช้พาเธอไปที่ห้องของเธอ หลังจากเก็บข้าวของเสร็จแล้วถึงจะลงไปทานอาหารเช้าที่ชั้นล่าง
ที่โต๊ะรับประทานอาหารมีคุณแม่ฮั่ว ฮั่วเชี่ยนและฮั่วหยุนเฉิงนั่งอยู่
ได้ยินเพียงคุณแม่ฮั่วพูดจาประชดประชันขึ้นว่า “ตื่นสายจังเลยนะ ไม่รู้จักลงมาทำอาหารเช้า นี่เธอคิดว่าเธอเป็นคุณนายน้อยของตระกูลฮั่วแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ”
ซูฉิงชำเลืองมองคุณแม่ฮั่วแวบหนึ่ง จากนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “แต่ฉันก็ไม่ใช่คนรับใช้ของตระกูลฮั่วนะคะ”
ให้เธอทำอาหารเช้า ฝันไปเถอะ!
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฮั่วหยุนเฉิงไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่สามารถมองออกว่า เขาก็ไม่ชอบซูฉิงเหมือนกัน
อาหารมื้อนี้รับประทานโดยที่มองใครก็ขัดตาไปหมด หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว คุณแม่ฮั่วก็ยื่นบัตรATM หนึ่งใบให้กับซูฉิง
“ในบัตรมีเงินอยู่สองหมื่นห้าพันบาท อีกเดี๋ยวก่อนที่เธอจะไปที่บริษัท ไปซื้อเสื้อผ้าดี ๆ สักสองสามชุด ฉันขอบอกเธอไว้ก่อนนะ อยู่ในบริษัทก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวหน่อย อย่าก่อเรื่องให้กับฮั่วหยุนเฉิงล่ะ”
เพื่อสานสัมพันธ์ความรักให้กับฮั่วหยุนเฉิงกับซูฉิง ท่านผู้เฒ่าฮั่วเสนอให้ซูฉิงไปทำงานเป็นเลขาของฮั่วหยุนเฉิงที่บริษัท คุณปู่ซูเองก็รับปากโดยไม่ลังเล ซูฉิงต้านทานไม่ยอมยังไงก็ไม่อาจเอาชนะได้ เลยทำได้เพียงต้องไปเป็นวลาสามเดือน สำหรับเธอแล้วเธอสามารถอดทนผ่านมันไปได้แน่นอน
แต่เงินสองหมื่นห้าพันบาทนี้... คุณแม่ฮั่ว นี่กำลังดูถูกกันอยูงั้นเหรอ! ซูฉิงพูดประชดประชันออกไปว่า “คุณน้าค่ะ ขอบคุณคุณน้านะคะ แต่ไม่จำเป็นค่ะ”
เสื้อผ้าของเธอทั้งหมดล้วนได้รับการตัดเย็บมาโดยเฉพาะ แน่นอนว่าคนตระกูลฮั่วจะมองไม่ออกว่าเป็นยี่ห้ออะไร และซูฉิงเองก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขา หลังจากพูดจบเธอก็ขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
เธอเพิ่งจะขึ้นไปชั้นบน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทันที เป็นข้อความโอนเงินเข้าห้าสิบล้านบาท และยอดเงินในบัตรก็เต็มไปด้วยศูนย์ที่นับไม่ถ้วน
จากนั้นซูฉิงก็ได้รับข้อความที่คุณปู่ซูส่งมาอีก
“หลานสาวสุดที่รัก ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ อยากกินอะไรอยากซื้ออะไรก็ซื้อเต็มที่ ถูกใครรังแกก็ให้มาบอกปู่”
ซูฉิงเม้มปาก ตอบกลับไปว่า “คุณปู่ค่ะ คนตระกูลฮั่วรังแกหนูทุกคนเลยค่ะ มันไม่สนุกเลยสักนิดเดียว”
ชายชราตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“มันยากมากที่จะมีคนกล้ารังแกหลาน อื้มไม่เลว เอาล่ะ ปู่ไปตกปลาแล้วนะ”
ซูฉิง “...”
หลังจากเปลี่ยนชุดพนักงานออฟฟิศแล้ว ซูฉิงก็ออกไปจากตระกูลฮั่ว คนขับรถเปิดประตูรถให้เธอ หลังจากขึ้นแล้ว เธอถึงได้พบว่าฮั่วหยุนเฉิงก็อยู่ในรถด้วย
“ไหนบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังต้องการเป็นเลขาของฉันที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปอีก” เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้น ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยการเยาะเย้ยถากถางเล็กน้อย
ซูฉิงชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ฉันรับปากกับคุณปู่ไว้ จะคบกับคุณสามเดือน หลังจากนั้นสามเดือนเราก็ยกเลิกการหมั้น”
“เฮอะ” ฮั่วหยุนเฉิงหัวเราะเยาะขึ้น “เธอไม่กลัวว่าสามเดือนนี้จะตกหลุมรักฉันเหรอ? ถึงตอนนั้นอย่าดื้อด้านไม่ยอมออกไปจากตระกูลฮั่วแล้วกัน”
ซูฉิงรู้สึกขำกับคำพูดนี้ของฮั่วหยุนเฉิงมาก
“ไม่คิดว่าคุณฮั่วที่เล่าลือกันว่าเย็นชาเย่อหยิ่งจะมีความมั่นใจมากถึงขนาดนี้? ฉันจะบอกอะไรกับคุณให้นะ ไม่ว่าสามปีหรือตลอดทั้งชีวิต ฉัน ซูฉิง ก็จะไม่มีทางตกหลุมรักคุณ”
ในสายตาของซูฉิง ฮั่วหยุนเฉิงนอกจากหน้าตาหล่อแล้วก็ไม่มีอะไรเลย
ทันทีที่ฮั่วหยุนเฉิงได้ยินคำพูดของซูฉิงก็สีหน้าบูดบึ้งทันที
ตลอดทั้งชีวิตก็ไม่มีทางตกหลุมรักเขางั้นเหรอ?
“ซูฉิง ทางที่ดีเธอควรจำสิ่งที่เธอพูดในวันนี้ไว้นะ”
ฮั่วหยุนเฉิงรู้สึกเพียงว่าซูฉิงกำลังแสร้งทำเป็นไม่สนใจเพื่อหลอกล่อเขาให้มาติดกับ ในเมื่อไม่ชอบเขาแล้วทำไมต้องมาที่ตระกูลฮั่วด้วยล่ะ
ซูฉิงยิ้มด้วยรอยยิ้มปลอม ๆ อย่างมืออาชีพ “ค่ะ คุณฮั่ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ! สามเดือนต่อมาเราจะไม่ได้เจอกันอีก อ้อ เมื่อถึงบริษัทแล้วก็แสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน แบบนี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นได้”
ฮั่วหยุนเฉิงไม่พูดอะไรอีก
ทว่า ซูฉิงคิดมากไปแล้ว ภายนอกเล่าลือกันมานานแล้วว่า ฮั่วหยุนเฉิงมีสัญญาหมั้นหมายการแต่งงานอยู่ และคู่หมั้นของเขาก็มาจากชนบท
เวลานี้ ในฮั่วซื่อ กรุ๊ปต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว
“นี่รู้หรือยัง คู่หมั้นของคุณฮั่วยังจะต้องมาทำงานที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปด้วย! แล้วยังจะมาเป็นเลขาของคุณฮั่วอีกด้วย”
“ไหนว่ากันว่าหน้าตาอัปลักษณ์มากไม่ใช่เหรอ? แลัวแถมยังมาจากชนบทอีก? จบจากมหาลัยไก่กาอะไรมากัน เธอดูเอกสารเข้าใจหรือเปล่า?”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ดูเข้าใจไม่เข้าใจยังไม่ต้องพูดถึง กลัวว่าแม้แต่ใช้งานคอมพิวเตอร์ก็ยังใช้ไม่เป็นเลยมั้ง!”
...
จนกระทั่งซูฉิงกับฮั่วหยุนเฉิงเดินเข้าไปในบริษัทด้วยกัน สายตาของทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันขึ้นมาในทันที
คุณอาจชอบ





