ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ร้านผ้าสกุลจือ ทางเหนือของเมืองหลวงแคว้นซั่นกวง...

หญิงสาวในชุดแต่งงานสีแดงสดตัวใหม่ถูกแม่สื่อจูงมือพาเดินออกจากประตูร้าน นี่คือชุดใหม่ที่นางมี ชุดใหม่ที่นางไม่ต้องเสียเงินซื้อมา แต่ใครเล่าจะยินดี หากต้องถูกบังคับให้แต่งเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ของอันธพาลอวดดีประจำเมือง

สีหน้าใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว นางไม่ยินดีกับงานแต่งที่ถูกบังคับเช่นนี้ ต่อให้ยากไร้ยิ่งกว่านี้นางก็ไม่ยินดี!

ใช่แล้ว นางไม่ควรถูกบังคับให้ออกเรือนตั้งแต่แรก เพราะนางไม่มีบิดามารดาให้ห่วงใย ไม่มีญาติพี่น้อง ในแคว้นซั่นกวงแห่งนี้ นางเป็นเพียงหญิงกำพร้าธรรมดาคนหนึ่ง

หญิงสาวครุ่นคิดขณะก้าวเท้าข้ามธรณีประตู เดินไปทางเกี้ยวสี่คนหาม แต่แล้วจู่ๆ นางก็หยุดชะงัก ไม่ยอมขึ้นเกี้ยว

แม่สื่อที่จูงมือนางอยู่ด้านข้างก้มหน้ากระซิบถาม “มีอะไรรึ”

นางสูดหายใจ ยืนนิ่งเงียบ

งานแต่งนี้นางไม่ต้องการด้วยซ้ำ ทั้งที่บิดามารดาหรือก็มิได้จัดขึ้นเพื่อนาง นั่นเพราะนางสูญเสียทั้งสองท่านไปตั้งแต่เล็ก แล้วเหตุใดคนพวกนี้ต้องบังคับนางเพียงเพราะเป็นลูกจ้างของเถ้าแก่เนี้ยจือเหนียงด้วย!

สวรรค์ นางไม่ต้องการแต่งงานกับคนผู้นั้น แต่ควรทำอย่างไรดีเล่า!

หากนางร้องขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านแม้เห็นใจ แต่คงไม่มีใครยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือแน่ เพราะหนึ่ง คนที่นางแต่งด้วยเป็นอันธพาลเมือง สอง นางมีดาวแห่งความโชคร้ายในตัว เป็นหญิงที่โชคร้ายที่สุดในเมืองแห่งนี้ หากช่วยเหลือนาง พวกเขาก็จะพลอยโชคร้ายไปด้วย

“แม่นาง เจ้าหยุดเท้าทำไมรึ” แม่สื่อถามอีกครั้ง แต่นางยังยืนนิ่ง สีหน้าซีดเผือด

ทำอย่างไรดี! หากขึ้นเกี้ยวนี้ไปแล้ว นางจะไม่ได้เป็นแค่หญิงโชคร้ายอาภัพ แต่จะกลายเป็นผู้หญิงที่ต่ำตมที่สุด ถึงเหลิ่งซานเหวินจะแต่งนางเข้าบ้านอย่างถูกต้อง แต่นางเคยได้ยินมาว่าผู้ชายคนนั้นชอบทรมานภรรยาของตนเป็นที่สุด

ถึงนางยากจนก็ใช่ว่าจะยอมถูกรังแกถึงเพียงนั้น!

“แม่นาง?” แม่สื่อกระตุ้นถาม ก่อนปล่อยมือนาง แล้วหันเดินไปทางจือเหนียง เดาว่าคนละแวกนี้ก็คงสงสัยในการกระทำของว่าที่เจ้าสาวไม่ได้ และแม่สื่อคงจะไปหาจือเหนียงเพื่อให้จือเหนียงบีบบังคับนางขึ้นเกี้ยว ดังที่บีบบังคับนางให้แต่งกับเหลิ่งซานเหวิน

ถึงตอนนี้ นางคิดว่าเรื่องเงินไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ถึงชีวิตจะยากลำบาก แต่ก็ไม่ควรอยู่ภายใต้การกดขี่ข่มเหง การเป็นภรรยาของเหลิ่งซานเหวินคงทรมานยิ่งกว่าการขาดเงิน ต่อให้จือเหนียงบีบบังคับนางแล้วอย่างไรล่ะ บนโลกนี้ไม่มีคนที่นางต้องห่วงใยสักนิด แล้วจะสนใจไปไย!

ชั่วอึดใจสั้นๆ นั้นเอง นางฉวยโอกาสที่ทุกคนหันไปสนใจจือเหนียง รวบชายกระโปรงขึ้น แล้วออกวิ่งเต็มเหยียด ทั้งยังดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงทิ้งข้างทาง

นางวิ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา ก้าวขาวิ่งด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี ลัดเลาะเข้าตรอกนั้นออกซอยนี้

คนหามเกี้ยว แม่สื่อ และจือเหนียงต่างออกวิ่งตาม ปากตะโกนบอกให้นางหยุด อีกทั้งข่มขู่สารพัดวิธี แต่เหตุใดนางต้องกลัวคำขู่เหล่านั้นด้วยเล่า ให้แต่งกับเหลิ่งซานเหวินน่ะหรือ สู้ปล่อยให้นางตายข้างถนนไม่ดีกว่าหรือไง

นางวิ่งสุดขา ถลกกระโปรงยาววิ่งบ้างกระโดนบ้าง กระทั่งคนด้านหลังที่วิ่งตามนางไม่มีแล้ว นางถึงเพิ่งรู้ว่าตนวิ่งเข้ามาในป่า เท้าซึ่งไร้รองเท้าตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เหยียบเข้ากับกิ่งไม้แห้งดัง ‘เป๊าะ!’ เสียงกิ่งไม้หักใต้เท้าดังก้องป่าชวนขนหัวลุก นางเดินอย่างเชื่องช้า ไม่รู้ว่าตนอยู่ตรงส่วนไหนของป่า และไม่รู้ว่าควรออกจากป่าทันทีหรือเข้าไปให้ลึกขึ้นอีก อย่างไหนถึงจะเป็นหนทางรอด

แต่ว่า...ออกไปก็ตาย เข้าไปก็ตาย ไม่ว่าทางไหนนางล้วนตายอยู่แล้ว!

ตอนนั้นเองที่กิ่งไม้เกี่ยวชายกระโปรงทำให้นางก้าวต่อไปไม่ได้ นางตระหนกเล็กน้อย แต่ก็หันหลังกลับไปดึงกระโปรงออกจากกิ่งไม้ ทว่าดึงอย่างไรก็ดึงไม่ออก นางจึงกระชากอย่างสุดแรงจนชายกระโปรงเจ้าสาวสีแดงฉีกขาดติดกับกิ่งไม้นั่น หัวใจนางหล่นวูบ นี่คือลางร้าย

ช่างปะไร ตอนตัดสินใจวิ่งหนีออกจากขบวนเจ้าสาว นางก็รู้แก่ใจดีแล้วว่าไม่มีทางให้ถอยกลับอีกแล้ว หากถูกเหลิ่งซานเหวินจับได้ นั่นหมายถึงนางต้องได้รับโทษทรมานจากเขา แล้วยังจะห่วงอะไรกับแค่ชายกระโปรงฉีกขาด!

เมื่อตัดสินใจยอมตายดีกว่าแต่งงานกับชายอันธพาล หญิงสาวเดินเข้าป่าไปเรื่อยๆ พลางคิดว่า ‘ตายก็ตายสิ’ ในตอนนั้นเอง เสียงที่ไม่ควรได้ยินก็ดังขึ้นเหนือศีรษะนาง

กรร...

เป็นเสียงคำรามของสัตว์ป่า!

สองขาของหญิงสาวหยุดชะงัก

กรร... กรร...

มันคำรามอีกสองที ราวกับยืนยันให้นางรู้ว่านั่นคือเสียงของสัตว์ร้ายจริงๆ

นานทีเดียวกว่าจะกล้าหันหลังกลับไปมองอย่างเชื่องช้า เมื่อเงยหน้าขึ้น สิ่งที่เห็นคือเสือดำขนมันเงาตัวใหญ่ยืนบนกิ่งไม้หนาเหนือศีรษะนาง ปากของมันมีน้ำลายเหนียวหยดย้อนย้อยลงมา ดวงตาแดงฉานจ้องมองนางราวกับนางคือก้อนเนื้ออันโอชะ

นางกลืนน้ำลายด้วยความกลัว คราวนี้นางตายจริงๆ แน่แล้ว

สวรรค์! สวรรค์! นางร่ำร้องในอก แต่เมื่อคิดได้ว่านี่คือความปรารถนาของนางมิใช่หรอกหรือ นางก็หยุดสั่น จ้องมองเสือดำตัวนั้นนิ่ง

เสือดำเฮยอวิ้น ราชาสัตว์ผู้ปกครองป่าเฮยหู่แห่งนี้ การตายด้วยคมเขี้ยวของมันอาจเป็นเกียรติของนางแล้วก็ได้!

เพิ่งคิดว่านางต้องตายในคราเดียว และการตายด้วยคมเขี้ยวของเสือดำอาจดีกว่าต้องแต่งงานกับเหลิ่งซานเหวิน เสือดำตัวนั้นก็กระโจนใส่นางตอนที่นางกางแขนทั้งสองข้างออก และเบือนหน้าหลับตาปี๋

เท้าทั้งสองของมันตระปบตะปบบนหัวไหล่นาง แรงกระแทกนั้นทำให้นางล้มหงายหลัง คมเล็บแหลมคมกดลงบนหัวไหล่เนื้อนางจนเลือดไหล กลิ่นเลือดเข้มข้นในจมูก นางขบริมฝีปากรอให้เสือดำกัดกิน และวินาทีหลังจากนี้นางต้องตายแน่แล้ว อาจจะเจ็บเพราะถูกฉีกกระชากในคราแรก แต่หลังจากนั้นนางอาจจะไม่เจ็บอีกเพราะนางตายแล้ว... นางคิดอย่างสงบและเป็นขั้นเป็นตอน

ทว่าช่วงที่นางกำลังลุ้นว่าเสือดำจะตะกรุ่นกินนางจากส่วนไหนก่อน จู่ๆ ริมฝีปากของนางก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่อุ่นร้อนและเปียกชื้นทาบทับลงมา

เสือดำคงแทะเล็มนางจากปากก่อนสินะ!

ริมฝีปากนางถูกขบเล็มอย่างละเมียดละไม ขณะที่นางยังหลับตารอคอยความตายอย่างเงียบๆ

การถูกเสือดำกินไม่ทำให้นางเจ็บสักนิด ทว่าเหตุใดเสือดำถึงแทะเล็มเฉพาะปากของนางนานเช่นนี้ นานจนกระทั่งทำให้นางหมดสติเพราะความหวาดกลัว!

ตอน 2

คนหามเกี้ยวที่วิ่งตามจับจิ่นกุ้ยกลับมาแจ้งข่าวแก่เหลิ่งซานเหวิน จือเหนียง และแม่สื่อข่าวว่าพบเศษชุดเจ้าสาวและรองเท้าของจิ่นกุ้ยนางในป่าเฮยหู่ ซ้ำยังมีรอยเลือดจำนวนหนึ่ง แต่ไม่พบศพของนาง คนหามเกี้ยวที่วิ่งตามจับนางกลับมาบอกเรื่องนี้แก่เหลิ่งซานเหวิน จือเหนียง และแม่สื่อ สิ่งที่ได้ยินทำเอาคนคนทั้งหมดบริเวณนั้นทั้งหมดแทบล้มทั้งยืน

“เสือดำ? ต้องเป็นเสือดำเฮยอวิ้นแน่ๆ” คนผู้หนึ่งพูดด้วยความตระหนก

“เสือดำแห่งทะเลสาบเฮยหู่? ไม่พบร่องรอยของจิ่นกุ้ยอย่างนี้ข้าว่านั่นไม่ใช่แค่เสือดำแล้ว แต่เป็นปีศาจชัดๆ” อีกคนพูดขึ้น

และอีกคน “เสือดำฆ่านางตายแล้วแน่ๆ คุณชายเหลิ่ง นี่นับว่าอัปมงคล!”

เสือดำไม่ออกล่ามนุษย์นานแล้ว คนเฒ่าคนแก่ร่ำลือว่า หลังจากจักรพรรดิรัชกาลก่อนจัดพิธีบ่วงสรวงบวงสรวงอันเป็นเหมือนการทำสัญญาว่าทั้งมนุษย์และเสือดำจะไม่ก้าวก่ายกัน นับแต่นั้นมาก็ไม่พบเสือดำปรากฏในเมืองหลวงซั่นกวงอีก และไม่มีข่าวเรื่องคนหายหรือแม้แต่สัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้หายอีก แต่ใช่ว่าในป่าจะไม่มีเสือดำ

เมื่อข่าวที่จิ่นกุ้ยหายเข้าไปในป่า ป่า และพบร่องรอยเพียงให้คาดเดาถึงการตายของนางเท่านั้น เมื่อเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไปในวงกว้าง ชาวบ้านพากันมองไปทางป่าตอนเหนือของเมือง ด้วยสีหน้าหวาดกลัว ยกมือขึ้นไหว้ สีหน้าหวาดกลัว

“เหลวไหลทั้งหมด!” เหลิ่งซานเหวินพูดขึ้นท่ามกลางความหวาดกลัวของทุกคน

“คุณชายเหลิ่ง... ท่านพูดเช่นนี้ไม่ดีเลยนะขอรับ” บ่าวติดตามพูดด้วยความหวาดกลัวว่าหากเสือดำได้ยินเข้าจะมาแหกอกเจ้านายของเขาเสียเอง

“ข้าไม่กลัวเสือดำ ข้าจะออกล่ามัน” เหลิ่งซานเหวินที่นั่งฟังนานแล้วประกาศก้อง แต่ถูกคนทั้งหมดร้องห้าม เสียงตะเบ็งเหล่านั้นแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เหลิ่งซานเหวินยกมือห้ามปรามไม่ให้ใครพูดต่อ เพราะถึงพูดมาเขาก็ฟังไม่เข้าใจอยู่ดี เขาจึงลั่นคำสาบานว่า “ใครขี้ขลาดก็หลบไป ข้าจะออกล่ามันด้วยมือของข้าเอง และจะเด็ดหัวเสือดำกลับมาให้พวกเจ้าได้เห็น!”

“คุณชายเหลิ่ง!”

เหลิ่งซานเหวินไม่ฟังอีกแล้ว เขาเดินกลับเข้าบ้าน ซึ่งมีภรรยาทั้งสามรอคอยอยู่ ทุกคนที่เขาได้มาล้วนเต็มใจ พวกนางคิดว่าได้แต่งกับเขาแล้วมีเงินทองได้ใช้ก็เพียงพอแล้ว แต่ไฉนจิ่นกุ้ยไม่คิดเช่นนั้น แม้นางจะสวย แต่กลับเป็นดาวโชคร้ายของตระกูล ดังนั้นถึงนางจึงยังไม่ได้ออกเรือนทั้งที่อายุปาเข้าไปยี่สิบแล้วแต่ยังไม่ได้ออกเรือน เพราะไม่มีชายใดเลือกนางเป็นภรรยา ส่วนเขาอุตส่าห์เมตตานาง รับนางเป็นภรรยาคนที่สี่ แต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณีขนาดนี้ นางกลับกล้าหนีออกจากขบวนเจ้าสาวแล้ววิ่งเข้าป่า

‘อยู่ต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ’ ไม่ว่าอย่างไร ตราบใดที่ยังเมื่อไม่พบศพของจิ่นกุ้ย เขาจะถือว่านางยังมีชีวิต เขาต้องตามหาและนำนางมาครอบครองให้ได้!

ในป่าเฮยหู่ส่วนที่รกทึบที่สุด

ใบไม้หนาทับซ้อนให้แสงอาทิตย์รอดลอดผ่านตามช่องได้รำไร ภาพชายหนุ่มชุดดำตลอดทั้งร่าง ใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา ตาดุ เท้าแขนนั่งคร่อมเหนือร่างของหญิงสาวบอบบางในชุดเจ้าสาวสีแดงสด แต่ไม่อาจบอกได้ว่าสีแดงนั้น บอกไม่ถูกว่าที่เด่นชัดนั้นคือเลือดบนไหล่ของนางหรือชุดของนางกันแน่

ชั่ววินาทีอึดใจต่อมา เขายืดตัวนั่งหลังตรง ลูบริมฝีปากแผ่วเบา จุมพิตเมื่อครู่ นับเป็นจุมพิตที่เนิ่นนานที่สุด และทำให้เขาอิ่มที่สุด หญิงผู้นี้ทำให้เขาอิ่ม!

เขาคือเฮยอวิ้น คือเสือดำแห่งป่ารกทึบข้างทะเลสาบเฮยหู่แห่งนี้ ทุกวันเขาจะออกจากถ้ำเพื่อสำรวจป่าและล่าเหยื่อ อาหารอันโอชะในป่าแห่งนี้มีมาก แต่ไม่มีอาหารชนิดใดทำให้เขาอิ่ม แน่นอนว่า ด้วยพันธะสัญญาพันธสัญญาของฮ่องเต้พระองค์ก่อน เขาจึงไม่สามารถเข้าไปหาอาหารในเมืองหรือเล่นสนุกได้ หากแต่วันนี้... เฮยอวิ้นนั่งเท้าคางมองอาหารอันโอชะที่นอนไม่ได้สติตรงหน้า

หญิงสาวนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวสด ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ใบหน้านับว่างดงามไม่น้อย เขามองนางด้วยแววตาสงสัยและสนใจ จากนั้นเอียงคอซ้ายขวาครุ่นคิด

ชั่วขณะหนึ่งนางขมวดคิ้วคล้ายเจ็บปวด ต้องเป็นแผลที่เขาเผลอใช้เล็บตะปบนางแน่ คิดแล้วเขาก็เอื้อมมือออกไปปลดสายคาดเอวนางออก จากนั้นแหวกสาบเสื้อของนางให้เปิดกว้าง มองดูบาดแผลและเลือดที่เกิดจากกงกรงเล็บของเขา ว่าก็ว่าเถอะ เขาอดเลื่อนมือต่ำลงมาอีกนิดไม่ได้

ขาว... ผิวนางช่างขาวเหลือเกิน อาจขาวสู้จิ้งจอกขาวอายุห้าร้อยปีไม่ได้ แต่นางช่างมีชีวิตชีวากว่า ผิวละเอียดกว่าและ... เขาเลื่อนมือต่ำลงอีกหน่อย นั่นยิ่งเป็นการเรียกน้ำเหนียวข้นสีแดงให้ไหลออกจากจมูกอย่างเชื่องช้า... เนิ่นเนินอกอวบอิ่มกว่าอีกด้วย!

ถึงตรงนี้เขามีสามคำบรรยายความเป็นหญิงมนุษย์ผู้นี้ ขาว เนียน และอวบอิ่ม

ชุดสีแดงสดแค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นชุดเจ้าสาว หากเมื่ออยู่บนตัวของนางไยช่างพาให้อารมณ์ของเขาหวั่นไหว ทั้งที่ไม่มีหญิงไหนใดในป่าแห่งนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกนั้น

เขาเกลี่ยเลือดใต้จมูกของตนทิ้ง แล้วใช้นิ้วไล่ไล้ชุดสีแดงสดบนตัวนาง รอยยิ้มเผยบนใบหน้าของเขาอย่างอดไม่อยู่ และค่อยๆ กว้างขึ้นเมื่อคิดว่านางคือเจ้าสาวที่ชาวเมืองหรือฮ่องเต้ซั่นกวงส่งมาให้เขา

อา... นางคือเจ้าสาวที่สวรรค์ประทานมาให้

สวรรค์คงเห็นว่าเขาอยู่บนโลกนี้เกือบพันปี โดดเดี่ยวและเหงามากกระมัง จึงหาคู่ชีวิตมาให้ เพียงแต่นางเป็นมนุษย์ธรรมดาจะอยู่กับเขาได้สักกี่ปีกัน ความคิดนี้ทำให้เขาอดส่ายหัวไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ ใช่ว่านางจะอยู่กับเขาชั่วชีวิตไม่ได้นี่

เมื่อคิดว่านางคือเจ้าสาวของเขา เฮยอวิ้นก็รู้สึกว่าเลือดบนไหล่นางไม่น่ามองเอาเสียเลย

เขาปลดเสื้อเจ้าสาวบนตัวของนางออก จนเหลือเพียงเอี๊ยมตัวเล็กจิ๋วสีชมพูที่ปิดหน้าอกอิ่มสวยเท่านั้น ก่อนเริ่มใช้พลังที่เขาได้จากการบำเพ็ญตบะรักษาบาดแผลให้นาง

ช่วงวินาทีที่พลังของเขาค่อยๆ ถ่ายเทลงไปรักษาบาดแผลของนาง เลือดที่กำลังไหลออกมาจากบาดแผลเหวอะหวะหยุดไหล จากนั้นบาดแผลค่อยๆ สมานตัวเรื่อยๆ กระทั่งผิวเนื้อของนางกลับมามีสภาพเหมือนเดิม เรียบเนียนไร้รอยขีดข่วนดังว่าราวกับว่าไม่เคยถูกเขาตะปบทำร้ายมาก่อน

แบบนี้แหละ สุดยอด!

เฮยอวิ้นคิดพลางยิ้ม คราวนี้เจ้าสาวของเขาก็ไร้รอยขีดข่วนใดๆ แล้ว แบบนี้จึงจะดีเสียกว่า ว่าแต่ว่า ขอสำรวจเจ้าสาวสักหน่อย

คิดแล้ว เฮยอวิ้นก็กระตุกปมเสื้อเอี๊ยมของนาง จากนั้น...

เพี๊ยะเพียะ!

หน้าของเขาชาหลังจากฝ่ามือเนียนนุ่มเมื่อครู่สะบัดลงบนแก้มสากหนา เขาหันกลับมามองต้นกำเนิดแรงสะบัดเมื่อครู่ พบว่าหญิงมนุษย์ผู้นี้ยกแขนค้างกลางอากาศ อีกทั้งมืออีกข้างก็รวบสาบเสื้อเข้าหากัน ใบหน้าสวยหวานนั้นฉายแววโกรธรุนแรง

“จะทำอะไรข้า!” นางจิ่นกุ้ยถามขณะผวาลุก แต่เขากดไหล่ให้นางนั่งลงดีๆ ดังนั้นนางจึงทำให้นางจำใจต้องนั่งอยู่ที่เดิม เดิมและใช้มือทั้งสองข้างสองมือรวบสาบเสื้อไว้แน่น ดวงตามองเขาอย่างหวาดระแวง

นางถามว่าเขาทำอะไรนางอย่างนั้นหรือ ก็ต้องทำอย่างที่ใจอยากทำอยู่แล้ว!

“ดูหน้าอกเจ้า” เขาตอบตามตรง

สีหน้าของนางหวาดกลัวถึงขีดสุด แต่ในความหวาดกลัวมีความโกรธผสมผสานมาด้วย

เห็นท่าทางของนางเช่นนั้น ทรวงอกของเฮยอวิ้นก็หดเกร็งอย่างไร้สาเหตุ พลางคิดว่านางโกรธเขาเรื่องอันใด ถึงเขาจะเผลอใช้เล็บตะปบนางจนเกิดแผลเหวอะหวะ แต่เขาก็ช่วยรักษานางจนหายแล้วไม่ใช่หรอกหรือ นางควรดีใจและขอบคุณเขามากกว่า อา... หรือนางรังเกียจเขากันแน่ คิดแล้วเฮยอวิ้นก็เลื่อนสายตามองสำรวจนางอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเห็นแววตาตื่นกลัว รวมทั้งตัวของนางที่สั่นเทาไม่หยุด ช่างเหมือนกับกระต่ายป่าขนฟูขาวนุ่มยามอยู่ใต้เท้าของเขาไม่มีผิด

ทว่านางไม่ใช่กระต่ายป่า อีกทั้งไม่ได้อยู่ใต้เท้าของเขา นางเป็นเจ้าสาว เขาไม่มีทางกินเจ้าสาวของตนเองเหมือนกินกระต่ายป่าตัวนั้นแน่ เหตุใดนางต้องหวาดกลัวเขามากถึงเพียงนี้ด้วย

เฮยอวิ้นยื่นมือออกไปตรงหน้านาง พยายามแตะไหล่ของนางและบอกว่าอย่าได้กลัวไปเลย เพราะในป่าแห่งนี้สัตว์ป่าที่นางควรไว้ใจที่สุดก็คือเขา

“นี่เจ้า ข้าไม่...”

ปฏิกิริยาของนางรุนแรง หญิงสาวหดคอถอยหลังกรูด ตัวสั่นพับๆ สีหน้าหวาดวิตกยิ่งกว่าเดิม เห็นปฏิกิริยาของนางรุนแรงอย่างนั้น มือของเขาจึงค้างเติ่งอยู่เช่นนั้น

ตอน 3

“อย่าทำอะไรข้า...”

นางพูดเสียงวิงวอนและสั่นเครือเนื่องจากรู้สึกหวาดผวา

เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงนั้นก็ทำให้เขารู้สึกสงสารนางขึ้นมาแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาไม่คิดจะทำอะไรนางเสียหน่อย ถึงบรรดาสัตว์ในป่าเฮยหู่จะคิดแบบนั้นก็เถอะ แต่หากว่าเขาไม่ยินยอมให้ทำร้าย นางยังจะเป็นอะไรได้!

เฮยอวิ้นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ บอกนางตามตรงด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวนิดๆ ว่า “ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า!”

ได้ยินดังนั้น หญิงสาวมองเขาอย่างลังเล จากนั้นแก้มของนางก็ขึ้นสีแดง ก่อนเอ่ยถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า “ท่าน... ท่านไม่ได้จะข่มเหงข้าหรอกหรือ” แล้วเสื้อผ้าของนางที่หลุดลุ่ยนี่เล่า เขาจะอธิบายอย่างไร

“ข่มเหงเจ้า?” เขาขึ้นเสียงสูง เขาจะข่มเหงนางได้อย่างไร นางเป็นเจ้าสาวของเขา หากเขาข่มเหงนางไม่เท่ากับว่าเขาหลบหลู่ลบหลู่ต่อสวรรค์หรอกหรือ

ฟังเขาพูดแล้วนางอดก็ก้มมองสภาพของตนเอง ถึงเสื้อหลุดลุ่ย แต่กระโปรงยังอยู่ครบ เพียงเท่านั้น นางย่อมเดาออกว่าเขาไม่ได้ข่มเหงนางตอนนางไม่ได้สติ อีกอย่างพอนางลูบบนไหล่ตนเองกลับไม่พบว่ามีบาดแผล ยิ่งไม่รู้สึกเจ็บ นางจิ่นกุ้ยมีสีหน้าครุ่นคิด ซ้ำยังพึมพำอีกว่า “แปลกจริง แผลบนไหล่ข้าหายได้อย่างไร”

เฮยอวิ้นสูดปาก ก่อนพูดด้วยความหงุดหงิดว่า “แปลกอะไรกันเล่า ข้ารักษาบาดแผลให้เจ้าสาวของข้าไม่เห็นแปลกตรงไหน”

ปากเล็กแดงปลั่งเผยอค้าง ก่อนชี้หน้าตนเองอย่างสับสนพลางทวนคำพูดของเขาเมื่อครู่ “ท่านรักษาบาดแผลให้เจ้าสาวของท่าน ท่านหมายถึงข้าอย่างนั้นหรือ”

ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ “ใช่”

หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิด ลูบไหล่ตนเองอีกครั้ง พลางคาดคะเนอย่างลังเล “ท่านไม่ใช่เหลิ่งซานเหวิน ข้าจะเป็นเจ้าสาวของท่านได้อย่างไร อีกอย่างท่านบอกว่าท่านรักษาบาดแผลฉกรรจ์บนไหล่ให้ข้า และบนไหล่ของข้าก็ไม่มีร่องรอยแผลนั้นจริงๆ การที่ท่านทำเช่นนั้นได้ ท่านต้องไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาด้วยใช่ไหม”

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง ยอมรับว่านางมีไหวพริบไม่น้อยทีเดียว ก่อนตอบนางว่า “เจ้าคาดเดาได้ถูกต้องแล้ว”

หญิงสาวสูดหายใจลึก ดวงตากลมโตเบิกมองเขา แต่ชั่ววินาทีอึดใจต่อมา นางมีสีหน้าคล้ายกลั้นอารมณ์ เหมือนว่าจะกลั้นหัวเราะก็ไม่ใช่ จะตกใจถึงขีดสุดก็ไม่เชิง มีความสับสนฉายชัดบนใบหน้า

เห็นสีหน้าเช่นนั้นของนางแล้ว เขาสงสัยเหลือเกินว่าตั้งแต่แรก คำพูดของเขาไม่อาจทำให้นางเชื่อถือได้เลยหรือ และวินาทีอึดใจต่อมาเขาก็รู้คำตอบของคำถามเมื่อครู่เมื่อนางหลุดหัวเราะ

“หัวเราะอะไร” เขาขมวดคิ้วถาม

นางหยุดหัวเราะ ปั้นหน้าเป็นปกติ ก่อนถามอย่างระแวงอีกครั้ง“ท่านไม่ใช่เหลิ่งซานเหวิน ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แล้วท่านเป็นใครกันล่ะ”

ดี! ในที่สุดนางก็ถามเสียทีว่าเขาเป็นใคร

ชายหนุ่มเลียริมฝีปากตอบนางด้วยท่าทางไม่กดดันว่า “เฮยอวิ้น”

คราวนี้หญิงสาวไม่เอ่ยถามเขาอีก และไม่ได้มีสีหน้าสับสนหรือข่มกลั้นหัวเราะอีก อาจจะบอกได้ว่าหลังจากนางได้ยินเขาประกาศชื่อนางก็ดวงตาเบิกโตและก็ได้แต่นั่งนิ่งขึงอยู่เช่นนั้น ดวงตาเบิกโตราวกับอาจเพราะนางคงคิดตกแล้วว่าเฮยอวิ้นก็คือชื่อของเสือดำ ราชาป่าเฮยหู่แห่งนี้!

แต่เขาไม่โทษนาง เพราะนอกจากสมาชิกในป่าเฮยหู่ มนุษย์ทั่วไปล้วนไม่มีใครรู้ว่าเสือดำอย่างเขามีร่างมนุษย์ที่หล่อเหลาจนทำให้หญิงสาวตกตะลึงได้ ฉะนั้นไม่แปลกที่นางไม่เชื่อเขาตั้งแต่แรก

เขาลูบคาง ยิ้มมุมปาก ชื่นชอบสายตาของนางยามรับรู้ว่าเขาคือใคร

เฮยอวิ้น เสือดำอย่างไรเล่า!

เฮยอวิ้น นั่นคือชื่อของเสือดำไม่ใช่หรอกหรือ!

นางเคยได้ยินผู้คนในเมืองพูดเรื่องของเสือดำเฮยอวิ้น ตั้งแต่คนชราจนถึงเด็กเล็กๆ ซ้ำอดีตฮ่องเต้ยังตั้งชื่อให้เสือดำตัวนี้ด้วยว่า ‘เฮยอวิ้น’ เรื่องของเสือดำเป็นตำนานของแคว้นซั่นกวงไปแล้ว บ้านไหนมีเด็กซุกซน กลางคืนไม่ยอมนอน หากลองข่มขู่ว่าเฮยอวิ้นจะมากินตับตอนดึก เด็กบ้านนั้นก็จะไม่กล้าซุกซนอีก

เฮยอวิ้น คือเสือดำน่าเกรงขาม

เฮยอวิ้น คือนักล่าโหดเหี้ยมยามราตรี

เฮยอวิ้น ผู้ทำพันธะสัญญาพันธสัญญากับฮ่องเต้พระองค์ก่อน

แต่ทั้งหมดนั้น นางไม่เคยได้ยินว่าเฮยอวิ้นมีร่างเป็นมนุษย์

จิ่นกุ้ยขมวดคิ้วมองชายหนุ่มตรงหน้า เห็นท่าทางของเขาภาคภูมิใจในชื่อนั้นนักหนา อีกทั้งยามเขามองนางแววตาแววตายามที่เขามองนางนั้นก็ราวกับซุกซ่อนความปรารถนานิดๆ นางรีบรวบสาบเสื้อแน่น คนลามกนี่ แอบอ้างชื่อใครก็อ้างได้ แต่แอบอ้างชื่อของเสือดำตัวนั้นคงกลัวว่าตนเองจะตายช้าสินะ!

แต่ชั่ววินาทีอึดใจต่อมา แววตาของนางเปลี่ยนเป็นเห็นใจ ชายผู้นี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ที่แท้ก็เป็นคนสติไม่ดี แต่ว่าเสือดำที่กระโจนใส่นางหายไปไหนแล้ว เหตุใดนางยังไม่ตาย อีกทั้งบาดแผลบนไหล่ของนางที่เกิดจากกงเล็บกรงเล็บของเสือตัวนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งหมดเป็นเพราะเหตุใดกันแน่ หรือที่แท้แล้ว เหตุการณ์เหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับนางมาก่อน

จิ่นกุ้ยเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง เห็นเขายิ้มแฉ่งให้นางอย่างบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเป็นคนใจอ่อน พอเห็นเช่นนี้นางก็ใจอ่อนยวบ คนบ้านี่ ยังยิ้มได้อยู่อีก!

นางผละสายตาจากเขา แล้วทำท่าจะลุกขึ้น

ตอนนั้นเอง หญิงสาวร่างเล็กบอบบางเดินเข้ามาบริเวณที่นางและเขานั่งอยู่ ชุดที่นางสวมใส่สีขาวทั้งร่างเปิดเผยผิวบริเวณไหล่และเนินอก ผิวของนางขาวมาก ขาวจนเกือบซีด แทบเทียบไม่ได้เลยว่าระหว่างผิวของนางและชุดที่นางสวมใส่นั้น อย่างไหนจะขาวกว่ากัน

ประหลาดจริง ในป่าที่เต็มไปด้วยอันตรายแห่งนี้มีคนอาศัยอยู่ก็นับว่าแปลกแล้ว การที่หญิงสาวแต่งตัวเช่นนั้นเดินนวยนาดในป่ายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่

ช่วงที่นางครุ่นคิด นางเห็นชายหนุ่มยิ้มกวักมือเรียกหญิงสาวผู้นั้นราวกับรู้จักกันมาเนิ่นนาน

“ไป๋เลี่ยง เจ้ามาดูซิว่าข้าพบใครในป่า” ชายหนุ่มบอกฝ่ายนั้นด้วยความดีใจ พร้อมชี้มาทางนางคล้ายว่าได้พบของเล่นใหม่

หญิงที่ชื่อไป๋เลี่ยงชะงักฝีเท้า จากนั้นหันมามองทางเราทั้งสองคนด้วยท่าทางและแววตานิ่งเฉย

“มาเถอะ คนกันเอง อย่ากลัวไปเลยน่า” เฮยอวิ้นกระตือรือร้นบอกฝ่ายนั้นอีก

ประโยคหลังของเฮยอวิ้นทำให้นางส่ายศีรษะ แววตาของไป๋เลี่ยงไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวสักนิด แต่เย็นชาราวกับต้องการฆ่าคน!

“ไป๋เลี่ยง มาดูเจ้าสาวของข้าซิ”

“เจ้าสาวของท่านหรือ ท่านยังไม่เลิกคิดอีก?” นางจิ่นกุ้ยถามชายหนุ่มอย่างประหลาดใจ ไป๋เลี่ยงเองก็ด้วย มองเขาด้วยแววตาตั้งคำถาม แต่เฮยอวิ้นกลับทำเหมือนว่าคำพูดของเขาแต่ละคำไม่มีความสำคัญอันใดเขาเปลี่ยนเป็นฝ่ายตั้งคำถามไป๋เลี่ยงแทน

“ว่าแต่ เจ้าออกจากถ้ำมาทำไม”

“ข้าตามกระต่ายป่ามา” เสียงของไป๋เลี่ยงเยือกเย็นสนิท คล้ายกับต้นหญ้าที่แช่ด้วยน้ำแข็ง “มันวิ่งมาแถวนี้ เจ้าเห็นมันไหม”

“กระต่ายป่าหรือ ข้าไม่เห็นนะ” เฮยอวิ้นตอบตามตรงที่เขาเห็นมีเพียงเจ้าสาวของเขาเท่านั้น!

ไป๋เลี่ยงสั่นศีรษะ จากนั้นกวาดตาหาอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียบนิ่ง แต่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด และแล้ว ตรงที่ไกลๆ มีการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ไป๋เลี่ยงหรี่ตาบอกว่า “นั่นกระต่าย!”

เมื่อไป๋เลี่ยงบอกเช่นนั้น เฮยอวิ้นหันขวับไปมองตามสายตาของนางบ้าง “กระต่าย!”

จากนั้นทั้งสองก็จ้องกระต่ายตัวนั้นเขม็ง มีชั่วแวบหนึ่งที่จิ่นกุ้ยเห็นพวกเขากลืนน้ำลายลงคอคล้ายกระหายหิวพาให้ขนหัวนางลุกชัน

แววตาเช่นนี้? ท่าทางเช่นนี้? จิ่นกุ้ยเห็นแล้วสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถึงแม้ไม่เข้าใจ แต่นางก็ลอบภาวนาขออย่าให้ทั้งสองมองนางด้วยสายตาเช่นนั้นเลย

จิ่นกุ้ยคิดอย่างหวาดๆ แล้ววินาทีอึดใจต่อมาก็พิสูจน์ให้นางเห็นแล้วว่าท่าทางเช่นนั้นของพวกเขาคืออะไร

ไป๋เลี่ยงกระโจนออกไปทางกระต่ายป่าตัวนั้นด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ร่างของนางหดเล็กลง แขนขาไม่ใช่ของมนุษย์อีก ชุดสีขาวแนบติดกับตัวและกลายเป็นขนอ่อนนุ่มสีขาว หูของนางชี้แหลม ด้านหลังมีหางเป็นพวงสีขาว

จิ่นกุ้ยยกมือขึ้นมาขยี้ตา เมื่อภาพที่เห็นเป็นความจริง นางยกมือทาบอกพึมพำว่า “จิ้งจอกขาว” จากนั้นหันมาทางเฮยอวิ้น เขามองนางด้วยรอยยิ้มและดวงตาใสซื่อ ประหนึ่งว่าการรับรู้ของนางไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด แต่... หากไป๋เลี่ยงคือจิ้งจอกขาว เฮยอวิ้นก็คือ...

“ท่านคือเสือดำเฮยอวิ้นจริงๆ หรือ”

“ใช่”

เมื่อคำตอบนั้นเด่นหลาหราตรงหน้า หญิงสาวคอพับและหมดสติอีกครั้ง

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167UBH” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167UBH
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

คำมั่นเขา  หายนะเธอ
คำมั่นเขา หายนะเธอ
เมื่อคเชนทร์คู่หมั้นใจร้ายทรยศรักด้วยการขโมยผลงานของเธอไปประเคนให้รักแรก แถมยังทำร้ายเธอที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาอย่างเลือดเย็น สถาปนิกสาวจึงตัดสินใจหนีไปต่างประเทศเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ห้าปีผ่านไปเธอกลับมาในฐานะคนแปลกหน้าที่จะไม่ยอมสยบให้คำสัญญาจอมปลอมและรักอันตรายนี้อีกต่อไป
8.5
82 ตอน
เอื้อมหัวใจจอมมาร
เอื้อมหัวใจจอมมาร
เมื่ออาริทผู้เย็นชาต้องมาดูแลบัวชมพู หลานสาวบุญธรรมที่ยิ่งโตยิ่งสวยสะพรั่ง ความใกล้ชิดในบ้านหลังเดียวกันจึงกลายเป็นชนวนเหตุแห่งแรงปรารถนาอันตราย นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับความหึงหวงและบททดสอบหัวใจที่ยากจะต้านทาน อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
7.8
52 ตอน
แผนรักจอมเผด็จการ
แผนรักจอมเผด็จการ
เมื่อพี่ชายข้างบ้านสุดที่รักกำลังจะถูกแย่งไป หญ้าหวาน สาวสวยสุดมั่นจึงต้องรีบกลับมาทวงคืนว่าที่สามีในอนาคต! แต่ กริชไท มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและแสนเผด็จการกลับเปลี่ยนสถานะจากผู้ปกครองมาเป็นคนเจ้าเล่ห์ ยิ่งเธอขัดขวาง เขายิ่งขุดหลุมพรางเสน่ห์ล่อลวงให้เธอตกเป็นของเขาเพียงคนเดียว
8.3
37 ตอน
Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]
Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]
เมื่อ เจเรมี ทายาทผู้นำกลับกลายเป็นโอเมก้าและถูกโยนเข้าสู่เกมล่าชีวิตเพื่อช่วยตัวประกัน เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับ คริส อัลฟ่านักโทษกบฏที่จ้องจะครอบครองร่างกายเขาแลกกับอิสรภาพ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดระทึกที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการเอาชีวิตรอดในเกมเดิมพันรักอันตรายครั้งนี้
9.2
82 ตอน
คลั่งรักเมียครึ่งคืน
คลั่งรักเมียครึ่งคืน
เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงที่จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของชายหนุ่มผู้พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองเธอแต่เพียงผู้เดียว ความปรารถนาอันมืดมนและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานจะผูกมัดหัวใจสองดวงไว้ในกรงขังแห่งความเสน่หาที่ไร้ทางออก
8.3
88 ตอน
เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
เมื่อความโกรธแค้นกลายเป็นเพลิงปรารถนา สีหราชระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งใส่บุษย์น้ำเพชรอย่างไร้สติ ท่ามกลางความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำประชดประชัน เขาประกาศความเป็นเจ้าของอย่างไร้ความปรานีในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงเรื่องนี้ ติดตามฉากรักอันทรงพลังที่แผดเผาทุกหัวใจได้เลย
8.1
72 ตอน