ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“แป๋งตัดผมได้แล้วนะ มันยาวแล้ว” หญิงสาวหน้าตาสวยผิวขาวจัดเปรย ทำให้คนที่ถูกพาดพิงมือจับปอยผมยุ่ง ๆ ที่ตกลงมาเคลียแก้มนวลเพราะรวบขึ้นไปบนศีรษะไม่หมด

“ยังไม่ยาวเสียหน่อย เดี๋ยวค่อยตัดก็ได้”

ปรียาภัทรย่นจมูกเพลียใจกับคำตอบเดิม ๆ “ตัดออกเสียหน่อยเถอะ เดี๋ยวพี่พาไปร้านประจำ”

ปัทมนต์แอบเบ้ปากเมื่อนึกถึงร้านตัดผมประจำของพี่ ราคาแพงและอยู่ในห้างหรู

“ไม่เอาล่ะ เดี๋ยวแป๋งไปตัดเองดีกว่า” เธอตัดบท รู้ดีว่าไม่เพียงจะให้ตัดผมอย่างเดียวแน่ คงตามมาด้วยการโมดิฟายเสียใหม่

พี่มักบ่นเสมอว่า “ไม่รู้ทนได้ยังไง ผมก็ยุ่ง รวบเป็นซาลาเปากลางหัว หน้าก็ไม่แต่ง เวลาใส่ชุดนักศึกษา หน้าก็กลืนกับชุดเลย เสียดายน้องพริตตี้เก่าหมด”

พี่เป็นคนสวย เคยเป็นพริตตี้รถยนต์และเบียร์ยี่ห้อดัง บางครั้งนึกสงสัยเหมือนกัน ทำไมพันธุกรรมช่างโหดร้าย ถึงไม่ได้ความสวย สูงยาวเข่าดีสักเสี้ยวหนึ่งของพี่

แม้เธอจะรูปร่างเล็ก สูงคาบเส้นหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ผิวออกเหลืองจนเพื่อน ๆ ล้อว่าเป็นดีซ่าน หน้าตากลาง ๆ ค่อนไปทางธรรมดา ไม่มีอะไรน่าจดจำ เว้นเสียแต่ดวงตากลมโตสุกใสและผมยาวเฟื้อยถึงเอว ถักเปียสองข้างเป็นบางคราเท่านั้น

“เรื่องงานล่ะว่าไง มีที่ไหนตอบกลับมาบ้าง” พี่เสเปลี่ยนเรื่อง

ปัทมนต์เดาะลิ้นเบา ๆ อย่างครุ่นคิด “ยังไม่มีที่ไหนตอบเลย”

คนได้ยินคำตอบถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับความหัวแข็งของน้องสาว “บอกให้ไปทำงานบริษัทของคุณไพรัชก็ไม่เชื่อ พี่จะได้คุยให้”

หมายถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของผู้อุปถัมภ์

“ไม่เอา แป๋งไม่อยากใช้เส้น” หญิงสาวปฏิเสธเสียงยาน

เหตุผลจริง ๆ คือไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณกับผู้ให้การอุปถัมภ์หรือพี่เขยนอกกฎหมายไปกว่านี้ เธอไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พี่ทำ แต่เด็กผู้หญิงสองพี่น้อง ญาติซึ่งเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กเพิ่งเสีย ต้องอยู่กันตามลำพัง ช่างลำบากไม่ใช่น้อย

พี่สาวสู้อุตส่าห์กัดฟันเรียนจนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยทำงานเป็นพริตตี้ไปด้วย ทำให้เธอมีโอกาสได้เจอกับไพรัช ซึ่งคบกันยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน แถมยังให้ทุนการศึกษาแก่เธอที่ตอนนั้นยังเด็กอยู่

‘เพราะศักดิ์ศรีไม่ได้ทำให้อิ่มท้อง’ ปรียาภัทรให้เหตุผลในการกระทำอันผิดศีลนื้ ‘อีกอย่างจะได้ส่งให้แป๋งเรียนสูง ๆ มีความรู้ เอาตัวรอดได้ ไม่ต้องมาลำบากเหมือนพี่’

ข้อนั้นยอมรับ ไพรัชค่อนข้างยุติธรรม นอกจากซื้อรถ ซื้อคอนโด ออกค่าเล่าเรียนส่งเสียน้องจนใกล้จบมหาวิทยาลัยแล้ว ยังใจป้ำควักเงินลงทุนให้เปิดสปาเล็ก ๆ ไว้แก้เหงา พี่สาวทั้งสวยทั้งฉลาด อยู่กับไพรัชมาหลายปีแล้วแต่ยังดึงเขาไว้อยู่หมัด

“เรื่องโปรเจกต์จบว่ายังไง อาจารย์บอกจะผ่านไหม” ปรียาภัทรถามต่อ

“อาจารย์บอกผ่านแล้ว แค่ให้แก้ไขจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ นิดหน่อย”

ศีรษะงามได้รูปผงกรับรู้ “พี่ล่ะคิดว่าเราจะไม่ผ่าน เห็นแต่ทำรายงานจนตาโหล”

หญิงสาวยิ้มแหย ๆ อุบเงียบไม่ยอมบอกว่าที่ตาโหลเพราะทำงานส่งอาจารย์ให้ดนัยวุธ เพื่อนร่วมคณะด้วยค่าตอบแทนแสนแพง ถ้าพี่รู้คงถูกดุ เหมือนตอนเธอแอบเม้มเงินที่ให้เวลาไปซื้อเสื้อผ้าหรือตัดผม

‘แป๋งทั้งงกทั้งเขียม’ ปรียาภัทรค่อนขอดนิสัยนี้ของเธออยู่บ่อย ๆ

แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อโลกหมุนไปด้วยอำนาจเงิน ตอนนี้ยังหนุ่มสาวมีกำลังก็เก็บเอาไว้ให้เยอะ ๆ ตราบใดที่ไม่ได้ไปฆ่าไปปล้นใครมาก็สบายใจแล้ว

ยามเช้าของต้นเดือนมีนาคม แดดยังทอแสงอ่อน ปัทมนต์ถือถาดเปล่าสีเงินขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักในคอนโดหรู

“ไปใส่บาตรกลับมาแล้วหรือ” ปรียาภัทรใส่เสื้อคลุมแพรเนื้อดีเดินมาที่โต๊ะกินข้าวขนาดกะทัดรัด ที่แยกออกเป็นสัดส่วนกับห้องนั่งเล่น

“เรียบร้อยแล้ว พี่ปรีกินข้าวเช้าเลยหรือเปล่า เดี๋ยวแป๋งจัดให้”

“เอาสิ แป๋งทำอะไรใส่บาตรล่ะเช้านี้ หอมเชียว” คนเป็นพี่ยกมือปิดปากหาว หย่อนก้นลงบนเก้าอี้

“ผัดผักบุ้งกับแกงจืดผักกาดกระป๋อง ของหวานเป็นวุ้นกะทิ”

เดาได้เหมือนเคยว่าอาหารชุดนี้คงเคยเป็นมื้อกลางวันและเย็นของน้องด้วย เธอรู้ซึ้งนิสัยน้องดีว่าพยายามใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

ตอนเด็กเธออาศัยอยู่กับป้าแท้ ๆ ซึ่งรับข้าราชการครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง นับตั้งแต่แม่บังเกิดเกล้านำพวกเธอพี่น้องมาฝากแล้วหนีหน้าหายไปไม่กลับมา แถมเงินเดือนครูระดับประถมนั้นน้อยนิด แต่ป้าก็พยายามสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับหลานทั้งสองเสมอ

เวลาอยากกินอะไรแพง ๆ ป้ามักไปหาวิธี แล้วมาทำให้ ซึ่งกินได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่หลังจากลองผิดลองถูกมาเยอะ อาหารของป้ากลายเป็นอร่อยทุกครั้งที่ลงมือทำ รสฝีมือนี้ถ่ายทอดมาสู่ปัทมนต์เต็ม ๆ

‘กับข้าวน่ะไปซื้อเขากินทำไม ทำกินเองดีกว่า สะอาดด้วย จะกินเยอะเท่าไรก็ได้’

น้องให้ความเห็นเรื่องอาหารคล้ายป้าเพ็ญ อีกเหตุผลคือความประหยัด เธอมองดูมือบอบบางเหลืองลออหยิบโน่นทำนี่คล่องแคล่วอยู่ในครัว ผมยาวรวบติดกิ๊บหนีบตัวใหญ่ เจ้าตัวไม่ค่อยอยากตัด พอให้เงินไปยายตัวดีก็แอบเก็บไว้

‘เสียดายตังค์น่ะพี่ปรี รอให้ยาวกว่านี้ดีกว่าค่อยไปตัดทีเดียว’ นี่แหละปัทมนต์ ‘ทำบุญไว้ดีนะพี่ สบายใจชาตินี้แถมไปถึงชาติหน้า แป๋งอธิษฐานให้เราสองคนไม่ว่าชาติไหน ๆ ขอมีชีวิตที่ไม่ลำบากอย่างนี้’

หลังป้าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถชน เธอเริ่มกรวดน้ำให้ญาติผู้อันเป็นที่รัก เมื่อพี่สาวผิดศีลข้อสามยิ่งพยายามทำบุญมากขึ้น

‘แป๋งไม่หวังชาติหน้าแล้วล่ะ ขอให้ชาตินี้เราอย่าสร้างบาปกรรมกับใครมากกว่านี้อีกเลย’

น้องเคยบอกด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อนจนเธอสะท้านใจ บาปจากการผิดศีลทำให้อยู่สุขสบายกาย แต่ใจนั้นไม่ใคร่สบายเลย จึงไม่เคยห้ามแถมสนับสนุนเรื่องการทำบุญ

ปัทมนต์มักตักบาตรเช้าด้วยอาหารที่ทำเอง แม้ต้องตื่นขึ้นมาแต่ไก่โห่ก็ตาม ด้วยความเชื่อมาจากป้าผู้ล่วงลับ

‘อาหารถวายพระถ้าทำเอง ทำด้วยใจจะส่งผลบุญมาก ถ้าทำบุญด้วยอาหารอะไรเวลาตายจะได้กินอาหารที่เราใส่บาตรไป’

ตอน 2

ปรียาภัทรเสยผมตกปรกตาที่ยุ่งเนื่องจากเพิ่งตื่น เรียกสติกลับมาจากความทรงจำในอดีตทั้งหลาย มีแต่คนแก่เท่านั้นที่รำพึงรำพันถึงความหลัง

“วันนี้พี่เข้าร้าน แป๋งติดรถไปด้วยกันไหม” หญิงสาวหันเหเข้าสู่เรื่องราวปัจจุบัน

น้องสาวส่ายศีรษะปฏิเสธ พลางยกถาดอาหารเช้าที่มีทั้งขนมปัง ผลไม้ และน้ำส้มคั้นมาให้พี่สาว

“ไม่ล่ะ จะเอาโปรเจกต์ที่แก้ไปให้อาจารย์ดู คงช่วงบ่ายนะ ที่จะออกจากห้อง ถึงห้องคงจะค่ำเลย”

ร่างบางพยักหน้าเข้าใจ หยิบน้ำส้มขึ้นมาดื่ม ปัทมนต์หันหลังให้แสร้งทำเป็นยุ่งหยิบโน่นหยิบนี่จากตู้เหนืออ่างล้างจานเพื่อกลบพิรุธ ไม่เปิดโอกาสให้ถามว่าแล้วเวลาช่วงเช้าที่เหลือล่ะ จะทำอะไร

“มาช้า!” คนผมยุ่งเปิดประตูห้องเพนต์เฮาส์ในคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าบ่น ก่อนหัวเราะเมื่อเห็นสภาพเธอ “ชุดอะไรของแก จะไปตัดอ้อยที่ไหน”

“ชุดทำความสะอาดห้องแกไงไนท์”

ปัทมนต์รีบแทรกตัวเข้าไปในห้องทันที เอาล่ะ! ถึงแม้เสื้อลายตาหมากรุกกับหมวกแก๊ปที่ใส่มาจะเป็นของมือสอง เธอก็ซักจนสะอาดนะ ตัวเขาเองนั่นเล่าแต่งตัวแย่กว่าเสียอีก ใส่เสื้อกล้าม กางเกงยีนยับ ๆ เขามักไร้มารยาทกับเธอจนเป็นเรื่องปกติ

“งวดนี้มีอะไร ไม่ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดล่ะ ทำไมจ้างฉัน”

เพื่อนโทรปลุก ตั้งแต่แสงดาวสุดท้ายยังไม่ลับจากฟ้า เสียงร้อนรนแปลก ๆ เสนอให้เธอมาทำความสะอาดห้องด้วยค่าจ้างแสนแพง

คอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นเซฟเฮาส์ลับเวลาดนัยวุธมีงานด่วนให้เธอทำ ชนิดทำวันนี้เอาพรุ่งนี้จวนเจียนเส้นตายเขาจะเรียกเธอมาที่นี่

ทีแรกตะขิดตะขวงใจอยู่หรอก หญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องหับมิดชิด แต่เขามักเป็นคนประเภทสั่งงานแล้วก็ปร๋อออกไปเที่ยว ปล่อยให้เธอนั่งทำงานอยู่ในห้องคนเดียว จนชินและกลายเป็นไม่คิดอะไรมากไปในที่สุด

“มีเหตุนิดหน่อย” ดนัยวุธเดินนำไปยังชุดรับแขกบุหนัง มีทั้งเก้าอี้เดี่ยวและโซฟาเข้าชุดกันวางอยู่

“โห ปาร์ตี้กันดึกล่ะสิ” ปัทมนต์ตาโตห่อปาก เมื่อเห็นสภาพจริงของห้อง เศษซากอาหาร แก้วสุรา รอยน้ำหกบนพรมเกลื่อนไปทั่วพื้นและเฟอร์นิเจอร์ “อย่างนี้ต้องใช้มืออาชีพ ขืนฉันทำคนเดียวคางเหลืองแน่”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ห้องหรูตกอยู่ในสภาพนี้ เขามีเพื่อนเยอะ ปาร์ตี้บ่อย บางทีเธอยังเคยเห็นเพื่อนเขานอนหลับเมาไม่รู้เรื่องอยู่บนพื้นห้องด้วยซ้ำไป

“ไม่ได้ ๆ ขืนทำอย่างนั้นฉันติดคุกแน่” ดนัยวุธเท้าสะเอวเสยผมยุ่ง ๆ สองสามที “จำไอ้ป๊อบได้ไหม เพื่อนเก่าฉันที่เรียนอยู่ที่...”

ชายหนุ่มพาดพิงถึงเพื่อนสมัยมัธยม เธอจำได้ราง ๆ เพราะเคยเห็นคนนี้มาตอนมีงานมหาวิทยาลัย

“เมื่อคืนเจอตอนไปเที่ยว มันเลยมาต่อที่ห้องฉัน”

“แล้ว...” ไม่ใช่เรื่องแปลก ดนัยวุธเป็นหนุ่มเนื้อหอม ลูกคนรวย เพื่อนเยอะ ใจกว้างเสมอ

“ปัญหาคือมีคนเอา ‘เนื้อ’ มาด้วยน่ะสิ”

คราวนี้ปัทมนต์ทำหน้าเหลอหลา ไม่เข้าใจศัพท์ประหลาดที่เขาเอ่ยมา

ดนัยวุธมองตากลมแป๋วที่เต็มไปด้วยคำถามแล้วถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ใจค่อนแคะคนซื่อบื้ออ่อนต่อโลก

“เนื้อคือยาเสพติดน่ะแก”

“เฮ้ย!” ปัทมนต์ผงะ ร้องเสียงหลง

“ฉันไม่ได้เล่น แต่พวกไอ้ป๊อบเล่น ถึงให้แม่บ้านมาทำไม่ได้ ขืนเจอแล้วเอาไปบอกตำรวจหรือฟ้องพ่อฉันคอขาดแน่”

“ไม่เอาล่ะ ฉันกลับดีกว่า”

เงินน่ะอยากได้อยู่หรอก แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย

“เดี๋ยวสิ งานนี้ฉันจ่ายไม่อั้น แค่ทำความสะอาดเอง” เขากะอยู่แล้วว่าเธอต้องหนี

“เสี่ยงคุกนะเว้ย ฉันไม่กล้าเสี่ยงจริง ๆ ว่ะ”

ดนัยวุธรู้ทันเธอโดยการเดินมาจับแขนไว้ไม่ให้ขยับไปถึงประตู

“ไม่ต้องห่วงหรอก เพื่อนไอ้ป๊อบที่มาน่ะมีลูกตำรวจยศบิ๊ก ๆ เดี๋ยวเขาเคลียร์ให้” เขาหัวเราะ ราวกับเรื่องการใช้เส้นสายกลบความเลวร้ายเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนเดินไปซื้อของร้านสะดวกซื้อ

“เลว!”

“ใช่ เป็นตำรวจจับผู้ร้ายเสียเปล่า ดันปล่อยให้ลูกเป็นผู้ร้ายเสพยาเสียได้ แล้วยังใช้อำนาจหน้าที่ปิดบังความผิดให้ลูกอีก”

“เปล่า ที่ฉันหมายถึงแกต่างหาก” ปัทมนต์สบตาเพื่อนคมกล้า ดวงตาใสแจ๋วราวกับจะลุกเป็นไฟ “เกิดในตระกูลดี มีเงิน มีสังคมที่พร้อม ทำไมไม่ทำตัวให้ดีสมกับสิ่งดี ๆ ที่ได้รับมาล่ะ ทำตัวเป็นคนดี หัดรู้จักเลือกคบคนเสียบ้าง”

น้อยคนนักที่สามารถบริภาษชายหนุ่มได้ถึงขนาดนี้ ดนัยวุธนั้นเข้าข่ายลูกเศรษฐีเอาแต่ใจ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ มาเรียนเพื่อให้จบปริญญารอไปเรียนต่อเมืองนอกเท่านั้น

“แกด่าจะยังไงก็ได้ แต่เรื่องคราวนี้ฉันยอมรับผิดแค่เรื่องเลือกคบเพื่อนไม่ดี ส่วนเรื่องยาสาบานต่อหน้าแกเลยก็ได้ว่าฉันไม่ได้เล่น”

เขาปล่อยมือเปลี่ยนเป็นยกขึ้นเสมออกทั้งสองข้างเป็นทำนองยอมจำนน ดนัยวุธรู้ว่าเพื่อนมีชีวิตครอบครัวลำบาก อยู่กันสองคนพี่น้อง

เธอจะซีเรียสเวลาเขาก่อเรื่องให้พ่อแม่ลำบากใจ เพราะเธอไม่มีในสิ่งที่เขามี หญิงสาวจึงพยายามบ่นกึ่งสอนให้รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่

“ความจริงฉันจะเก็บกวาดพวกนี้เองก็ได้ แต่อยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อน ช่วยดูอะไรที่มันหลงหูหลงตาไป”

“แล้วทำไมแกไม่เรียกนะมา”

พอเห็นท่าทีสำนึกผิด ก็นึกตำหนิตนเองว่าเผลอใส่อารมณ์กับเขามากไป

“หนุ่มหล่อพ่อรวยสองคนมาอยู่ด้วยกัน คงมีใครยอมทำความสะอาดห้องหรอกนะ” ดนัยวุธเยาะจนเธอนึกภาพตาม แต่นึกภาพหนุ่มผิวขาวจัดท่าทางสะโอดสะองอย่างณวัตรทำความสะอาดห้องไม่ออก

“เฮ้อ” เธอถอนหายใจยาวกับงานที่ตัวเองต้องทำ

“พวกไอ้ป๊อบเพิ่งออกไปตอนตีห้ากว่า ๆ มีอย่างที่ไหนเมายาแล้วบ้าเอามีดไปขูดประตูห้องนอน” ดนัยวุธบุ้ยปากไปทางประตูไม้ ซึ่งมีรอยกรีดเป็นทางยาวจนเห็นเนื้อไม้สีอ่อนกว่าภายนอก “ฉันก็นอนไม่หลับอีกเลย ไม่ชอบสภาพห้องเละเทะ อาจจะมียาซุกไว้ตรงไหนก็ไม่รู้”

เสียงเพื่อนเจือกังวล ปัทมนต์ถลกแขนเสื้อและหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ามาผูกปิดปากในสภาพเตรียมพร้อม

“งานความเสี่ยงสูง ค่าตอบแทนต้องสูงตามนะไนท์”

ดนัยวุธยกนิ้วโป้งเป็นทำนองชม พลางยิ้มร่าที่เธอตกลงจัดการเรื่องนี้ให้

ตอน 3

“เหนื่อย” เพื่อนลูกชายเศรษฐีบ่นออกมาดัง ๆ เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรง เพราะกว่าจะทำความสะอาดห้องเสร็จก็เกือบเที่ยง

ปัทมนต์มัดถุงขยะสีดำเตรียมเอาไปทิ้งด้านล่างคอนโด โชคดีไม่เจอยาเสพติดอย่างที่คาดไว้ มีแต่เศษบุหรี่ยัดไส้กัญชาเท่านั้น

“เป็นยังไงล่ะ ผลของการต้องมาตามล้างตามเช็ดเรื่องคนอื่น คราวต่อไปเลือกคบเพื่อนหน่อยนะ ที่นิสัยไม่ดีเอาไว้ห่าง ๆ เลย”

“เห็นจะยากนะแป๋ง” ดนัยวุธยักไหล่ “บังเอิญที่เจอก็เป็นคนประเภทนี้ทั้งนั้น ชอบทำอะไรเสี่ยง ๆ วัดบารมีพ่อแม่ คนพวกนี้ฉันคบแค่ผิวเผิน เราคุยกันด้วยภาษาเงินและธุรกิจเท่านั้น”

“เรื่องนิสัย ถ้าไม่แย่จนเกินเอือมก็พอรับได้” เธอปลดผ้าเช็ดหน้าที่คาดปากออก มองเพื่อนอย่างเห็นใจ ทุกข์ของคนรวย มีเงินแต่ไม่มีเพื่อนแท้ ทุกอย่างเป็นเงินทองผลประโยชน์ไปหมดแม้กระทั่งมิตรภาพ

“เรื่องเงินเดี๋ยวโอนเข้าบัญชีเดิมนะ เที่ยงแล้วโทรสั่งพิซซามาเลี้ยงแล้วกัน”

ดนัยวุธเป็นนายจ้างที่มักมีน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เสมอ ข้อนี้เธอนึกชมเขาในใจ

“ไม่เอาหรอก ไม่อยากกินพิซซากลัวติดคอ ยังเหนื่อย ๆ อยู่”

“แต่ฉันหิวนี่ ไส้จะขาดอยู่แล้ว ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า” คนบ่นที่อยู่โซฟาเริ่มบ่นเอาแต่ใจ

“งั้นก็ตามใจแก”

หญิงสาวเลี่ยงไปห้องน้ำ นึกถึงตัวเลขในบัญชีที่กำลังจะเพิ่มขึ้นแล้วอมยิ้มสุขใจ เงินเหล่านี้เป็นทุนรอนในการดำเนินชีวิตหลังผ่านพ้นรั้วมหาวิทยาลัยออกไป

“เดี๋ยวแกนั่งรถไปมหา’ลัยกับฉันนะ” เพื่อนสั่งขณะเพลิดเพลินกับพิซซาถาดใหญ่ เธอดูดน้ำอัดลมผ่านหลอดจากแก้วพลาสติกใบโต “จะไปเจออาจารย์คุยเรื่องโปรเจกต์อยู่เหมือนกัน”

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวแกปล่อยฉันลงก่อนถึงมหา’ลัยอีก”

เพราะเธอไม่สวยพอที่จะเป็นตุ๊กตาหน้ารถราคาแพงโฉบเฉี่ยวในมหาวิทยาลัยของเขาได้ จึงต้องลงที่ป้ายรถเมล์เพื่อไม่ให้เสียเกียรติประวัติหนุ่มหล่ออย่างเขา

“ฉันชอบตรงแป๋งเข้าใจเรื่องศักดิ์ศรีเดือนมหาวิทยาลัยของฉันนี่แหละ”

ดนัยวุธพล่ามเรื่องสาว ๆ ที่ได้มีโอกาสมานั่งบนรถคันโก้ของตนอีกนานจนเธอได้แต่อ่อนใจ ทุกข์ของคนรวยอีกประเภทหนึ่ง คือโรคหลงตัวเอง จะทนไม่ได้ถ้ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่คู่ควรกับเขา

“ฉันขึ้นรถเมล์ไปเองดีกว่า เดี๋ยวแวะห้าง เปลี่ยนชุดนักศึกษาด้วย” เธอหยิบกระเป๋าใบโตซึ่งใส่ชุดเตรียมพร้อมขึ้นมา แม้คุ้นเคยกับดนัยวุธและห้องนี้เพียงใด แต่กระดากใจที่ต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของผู้ชาย

“ก็ตามใจ” เพื่อนไม่ขัด เคี้ยวพิซซาตุ้ย ๆ ต่อไป

“โปรเจกต์เป็นยังไงบ้างแป๋ง ผ่านหรือเปล่า” เชอรี่ทักทันทีที่เห็นปัทมนต์เดินมานั่งบนม้าหินภายในบริเวณมหาวิทยาลัย

“ผ่านเรียบร้อยแล้ว” เธอรายงานผล หลังจากตรงเข้าไปพบอาจารย์ที่ปรึกษา ก่อนมาเจอเพื่อน

“ดีจังเลยวะ” หลายคนที่นั่งในกลุ่มแสดงความยินดีเซ็งแซ่

เพื่อนอีกคนชื่อหมี แต่ตัวเล็กพึมพำ “ของฉันต้องแก้แล้วแก้อีก”

“เอาน่า ถ้าตั้งใจทำ เดี๋ยวก็เสร็จ” สาวสวมแว่นชื่อแก้มปลอบ

“ต่อไปจะได้อ่านหนังสือวิชาอื่นบ้าง” ปัทมนต์กล่าวอย่างโล่งอก

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็แผดดังขึ้น เธอรีบควานหาเจ้าเก่าเครื่องเก๋ากึ๊กคู่ชีพจากกระเป๋ามารับสาย

“ฮัลโหล”

[“แป๋งเหรอ นี่ฉันเองนะ”] เสียงวางอำนาจแบบนี้มีคนเดียว

“มีอะไรหรือเปล่า” เธอรีบใช้มือป้องโทรศัพท์เดินออกห่างจากกลุ่มเพื่อน ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ว่าเรื่องบุหรี่ยัดไส้เมื่อเช้าจะแผลงฤทธิ์อะไรอีกหรือเปล่า

“ช่วยพิมพ์รายงานเพิ่มให้หน่อย มีค่าตอบแทนเหมือนเดิม”

คำว่า ‘ช่วยพิมพ์รายงาน’ ของดนัยวุธนั่นหมายถึง ‘ฉันจะจ้างแกทำรายงานทั้งหมด’

ดนัยวุธเป็นบ่อเงินบ่อทองของเธอมานาน นับตั้งแต่พบเขาที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยตอนปีหนึ่ง ตอนนั้นเขากำลังหัวเสียกับการพิมพ์งานในโน้ตบุ๊กราคาแพง เพราะไม่คุ้นเคย เมื่อเขาเงินถึงเธอจึงเป็นมือปืนรับจ้างในการทำงานต่าง ๆ เสมอ

‘หน้าอย่างแป๋งไม่เข้ากับรสนิยมของฉัน เป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว’

ปัทมนต์ได้ฟังคำวิจารณ์เกี่ยวกับตัวเองแล้วเจ็บจี๊ด ไม่อยากบอกเลยว่าตอนปีหนึ่งเธอเคยหลงปลื้ม เพราะความหล่อของหมอนี่อยู่พักหนึ่ง พอได้สัมผัสนิสัยที่แท้จริง ความหลงใหลที่เคยมี ไม่รู้หายไปไหนหมด เหลือแต่ความเฉยชา จนบางครั้งรำคาญในความไม่รู้จักรับผิดชอบของเพื่อนคนนี้

“งั้นเจอกันที่ห้องสมุดล่ะกัน” เธอนัด คนปลายสายก็เห็นดีด้วย

ดนัยวุธเป็นหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ทรงผมระหน้าผากสไตล์เกาหลีรับกับใบหน้าหล่อเหลา เขามักมีออปชันเสริมแสดงความเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์เสมอ ไม่ต่างหูก็สร้อยข้อมือหรือสร้อยคอ

อย่างวันนี้มาในชุดนักศึกษาที่ดูอย่างไรก็เหมือนหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างไรอย่างนั้น ต่างกับหนุ่มหัวยุ่งเสื้อกล้ามที่ช่วยเธอทำความสะอาดห้องเมื่อเช้า

คนที่เดินมาพร้อมกันคือณวัตร เพื่อนของดนัยวุธ มีดีกรีความหล่อไม่แพ้กัน นิสัยดูเหมือนจะดีกว่า แต่ยังแปลกใจ ทำไมผู้หญิงเมื่อเป็นแฟนณวัตรแล้ว พอเจอกับดนัยวุธก็ทิ้งมาหาหมอนี่ทุกที

แม้จะมีเรื่องขัดกันเรื่องผู้หญิง แต่ทั้งสองคนยังคบเป็นเพื่อนกันได้ เธอไม่เข้าใจผู้ชายเลยจริง ๆ ถ้าเป็นผู้หญิงคงไม่มองหน้ากันอีกเลย

ดนัยวุธวางกระดาษเอสี่แม็กติดกันสองแผ่นลงตรงหน้า หญิงสาวรู้หน้าที่ตัวเองดี หยิบข้อมูลที่น่าจะเรียกว่าแค่หัวข้อรายงานขึ้นมาดู ขี้เกียจบ่นในความฉุกละหุกของงาน เมื่อเช้าก็ทีหนึ่งแล้ว ยังมีนี่มาอีก

“ส่งเมื่อไร” เธอถามก่อนที่สองหนุ่มจะนั่งลงตรงข้าม

“อาทิตย์หน้า”

ดีจัง เธอยังพอมีเวลา

“พรีเซนต์เมื่อไร”

นายจ้างเริ่มเหล่หญิงรอบข้างตอบ “วันที่สามหลังจากส่ง”

หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VPZ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VPZ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

กาลเวลาหยุดกับคุณแค่นั้น
กาลเวลาหยุดกับคุณแค่นั้น
เมื่อความรักและความทุ่มเทที่เคยให้ไปกลับสร้างบาดแผลลึกจนเกินเยียวยา เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ ทว่าในวันที่เธอตัดใจได้อย่างเด็ดขาด เขากลับเพิ่งรู้ตัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้ นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปสัมผัสกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่
8.7
36 ตอน
 เกิดใหม่เป็นแม่หม้ายที่สามีทิ้ง
เกิดใหม่เป็นแม่หม้ายที่สามีทิ้ง
เมื่อสาวอบอุ่นต้องทะลุมิติมาเข้าร่างแม่หม้ายตรอมใจที่ถูกสามีทิ้งให้อดอยากบนเขาพร้อมลูกสาวตัวน้อย ท่ามกลางชะตากรรมที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายและความทรงจำที่ขาดหาย เธอต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดและเผชิญหน้ากับความแค้นหรือความเสน่หาอันเร่าร้อนที่กำลังจะกลับมาทำลายหัวใจอีกครั้งในนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นนี้
9.1
84 ตอน
เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด
เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด
เมื่อนักธุรกิจสาวบ้างานดับคาโต๊ะแล้วเกิดใหม่ในร่าง 'ฉู่เสวียนหนี่' คุณหนูสามพิการใบ้ที่ถูกถอนหมั้นและขับไล่ไปอารามชีอันห่างไกล ทว่าวิญญาณดวงใหม่นี้ขอสู้สุดตัวเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตที่เคยตกต่ำให้รุ่งโรจน์ด้วยตัวเอง อ่านนิยายแฟนตาซีโรแมนติกสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
9.0
49 ตอน
THE SECRET กวางน้อย
THE SECRET กวางน้อย
เมื่อคู่หมั้นหนุ่มที่หายไปนานหลายปีกลับมาทวงสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่วัยเยาว์ นิยายรักแนวโรแมนติกวัยรุ่นเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์สุดเร้าใจ เมื่อเขาประกาศกร้าวจะแต่งงานทันทีโดยไม่ให้เธอตั้งตัว อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงไปกับความรักที่เต็มไปด้วยความลับสุดห้ามใจ
7.9
72 ตอน
สามีพันธกาลรัก
สามีพันธกาลรัก
เมื่อ ‘มิราวดี’ ถูกทรยศจนไร้ทางไป ชายลึกลับผู้มีอายุยืนยาวหลายร้อยปีจึงก้าวเข้ามาโอบอุ้มเธอไว้ในฐานะสามี ทว่าท่ามกลางไฟรักที่ก่อตัว วิญญาณจากอดีตชาติกลับตามมาทวงร่างคืนเพื่อชดใช้กรรมเก่า กลายเป็นนิยายรักดาร์กโรแมนซ์แฟนตาซีที่เต็มไปด้วยพันธนาการข้ามกาลเวลาอันตราย
9.3
81 ตอน
สยบรักมาเฟีย
สยบรักมาเฟีย
เมื่อความแค้นแปดทศวรรษระหว่างสองตระกูลมาเฟียปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวผู้เป็นดวงใจ ท้าทายอำนาจมืดจนนำไปสู่เพลิงแค้นล้างคฤหาสน์ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เดิมพันด้วยชีวิตและความรักอันตรายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
9.1
75 ตอน