ตอน 2

ซึ่งถ้าหากหญิงสาวย้ายไปอยู่กับทวดเล็ก ก็หมายความว่าเธอนั้น ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับน้ำเหนือ ผู้ชายที่มารดาคาดหวังว่าเขาจะสามารถคุ้มครองทานตะวันได้

“หนูไปอยู่กับทวดเล็กนะลูก” คราวนี้ดาวเรืองได้ฉายแววตาอ้อนวอนออกมา เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่อยากย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ทั้งที่มันไม่ต่างจากรังหนู แค่ใช้ซุกหัวนอนไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น

“ตะวันไม่มีทางทิ้งแม่ไปไหน ตะวันจะอยู่กับแม่ค่ะ แม่อย่าไล่ตะวันเลยนะคะ” น้ำเสียงสั่นเครือยังคงแฝงไปด้วยร่องรอยของความหนักแน่นอยู่ในที เพราะหญิงสาวไม่อาจหนีความอัปยศนี้ไปได้เพียงลำพัง

“ฟังแม่นะทานตะวัน! ลูกรักของแม่... ต่อให้พ่อของลูกตบตีแม่จนตาย หนูก็อย่าคิดย่างกรายหวนกลับมาที่นี่เด็ดขาด!” ถ้อยคำจากมารดาเป็นดั่งใบมีดกรีดลงกลางใจ เพราะถึงยังไงทานตะวันก็ไม่มีทางให้ใครมาทำร้าย หรือพรากมารดาของเธอไปได้อย่างแน่นอน แต่มีหรือดาวเรืองจะยอมเห็นลูกสาวถูกขายให้กับผู้ชายในบ่อน เธอยอมตายดีกว่าเห็นทานตะวันต้องตกอยู่ในนรกบนดิน

“ไม่นะแม่... ฮึก! ฮื้อ... ตะวันไม่ไปไหนทั้งนั้น ตะวันจะอยู่กับแม่”หญิงสาวพยายามปฏิเสธ แววตาของเธออ้อนวอนเกมขอร้องสุดกำลัง ประหนึ่งว่าชีวิตนี้ จะไม่ขออยู่ถ้าหากไม่มีมารดาอยู่ข้างกาย

“พ่อจะขายหนูให้กับผู้ชายในบ่อน พวกเขาป่าเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ในแดนนรก ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับหนู แม่รับไม่ได้จริง ๆ เลยต้องขอพึ่งใบบุญทวดเล็ก เชื่อแม่นะลูกไปอยู่ที่โน่นหนูจะมีชีวิตที่ดี แม่สัญญาว่าจะรีบตามหนูไป” ดาวเรืองเองก็ร้องไห้ไม่ต่างจากทานตะวัน แต่เพื่อลูกแล้วผู้เป็นมารดาย่อมหาทางปกป้อง แม้ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

“นี่คือเงินที่ตะวันเคยฝากแม่เอาไว้ แม่เพิ่งไปถอนมา โชคดีที่พ่อเขาไม่ค้นตัวแม่ ไม่เช่นนั้นคงแย่แน่” หญิงสาวถึงกับนิ่งงัน เธอมองธนบัตรเหล่านั้นด้วยแววตาเจ็บปวดเจียนตาม ไม่คิดไม่ฝันว่าบิดาจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ

“ตะวันพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถ้าหากต้องจากบ้านไปจริง ๆ แม่ก็เก็บเงินนี้ไว้เถอะค่ะ”

“หนูจะมีสักเท่าไหร่กันเชียว เอาติดตัวไปด้วยนะ เผื่อต้องใช้”

“แม่ค่ะ... ถ้าหากตะวันไปอยู่ที่โน่น ตะวันจะร้อยมาลัยขาย พร้อมทั้งรับวาดภาพไปด้วย ตลาดก็อยู่ไม่ไกล ยังไงก็มีช่องทางทำมาหากิน แต่แม่สิ... ต้องเจอกับอะไรบ้าง เราหนีไปด้วยกันไม่ได้เหรอคะ”

หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครจะห้ามบิดาไม่ให้ลงมือทำร้ายผู้เป็นมารดา นับวันมารุตยิ่งมีอารมณ์รุนแรงลงไม้ลงมือกับดาวเรืองเป็นประจำ

“เด็กโง่ไม่ร้องนะ แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่ฤดูกาลแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ยังไงแม่ก็ไหวอยู่แล้ว” คราวนี้ดาวเรืองได้โน้มตัวลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอก็ตามที ขอเพียงแค่ทานตะวันอยู่รอดปลอดภัยก็เป็นพอ

เมื่อทานตะวันทนผู้เป็นมารดารบเร้าไม่ไหว หญิงสาวจึงจำใจต้องจากบุพการีไปแสนไกล ไม่ว่ายังไงเธอก็จะนับวันรอ ที่จะได้พบหน้ากับมารดาอีกครั้ง

“รถไฟกำลังแล่นมาโน่นแล้ว ไม่ต้องติดต่อมาหาแม่นะตะวัน เดี๋ยวแม่จะเป็นคนติดต่อกลับไปหาหนูเอง”

“ตะวันเป็นห่วงแม่ค่ะ ตะวันกลัวว่าพ่อจะทำร้ายแม่” ทั้งสองยืนจับมือจ้องตากัน สายใยความผูกพันทางสายเลือด ส่งผลให้ทานตะวันอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากจรไปแรมรอนต่างถิ่น

“ไม่ต้องห่วงหรอกตะวัน แม่เอาตัวรอดได้สบาย ยังไงพ่อก็ต้องการเงินไปเข้าบ่อน ถ้าเขาทำให้เครื่องผลิตเงินเครื่องนี้พัง แล้วเขาจะมีปัญญาหาจากไหนได้อีก” ดาวเรืองยังคงเปรียบตัวเองเป็นดั่งขุมทรัพย์ ที่มารุตขุดไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เขาคงลืมสิ้นว่าสักวัน ขุมทรัพย์ขุมนี้ก็ต้องหมดลง เฉกเช่นความอดทนของดาวเรื่องที่มีต่อสามีของเธอ

เสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ประหนึ่งเสียงสัญญาณคลื่นความถี่ของหัวใจ ที่กำลังจะแตกสลายลงไปในพริบตา เมื่อมารดาค่อย ๆ คลายมือออกอย่างช้า ๆ สำหรับทานตะวันแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจยอมรับความจริงนี้ได้

“แม่จ๋า... ตะวันไม่อยากไปเลย”

“จำสิ่งที่แม่พูดได้ไหม ขึ้นชื่อว่าเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้มันน่ากลัวกว่าที่คิด ถ้าหากหนีพ้นได้ก็จะดีกับชีวิตของเรา แม่ไม่อยากเห็นลูกตกอยู่ในอันตราย เดนนรกไม่ใช่ที่ที่ตะวันควรได้รับ ไปอยู่กับทวดเล็กนะลูก ชีวิตของหนูจะได้พ้นภัย แม่สัญญาว่าจะรีบตามลูกไปอย่างแน่นอน”

“แม่สัญญาแล้วนะคะ ห้ามลืมเด็ดขาด ตะวันจะรอแม่ที่เรือนจันทร์ฉาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นานแค่ไหนตะวันก็จะรอแม่อยู่ที่นั่น” หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับทำนบแตก แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่กำลังถาโถมเข้ามาในหัวใจของทานตะวัน (จันทร์ฉายชื่อจริงของทวดเล็ก)

“แม่สัญญากับตะวันแล้ว ยังไงแม่ก็ไม่คืนคำ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูกรัก อยู่บ้านท่านก็อย่านิ่งดูดาย เพราะถึงยังไงเราก็แค่ผู้อาศัย”

“ตะวันเข้าใจดีค่ะแม่ ยังไงตะวันก็ต้องทำงานแลกกับที่พักและอาหาร คนอื่นเขาถึงจะว่าเราไม่ได้” คนอื่นที่ตะวันพูดถึงคงหนีไม่พ้นน้ำเหนือ เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว

“ไปขึ้นรถได้แล้วจ้า เดี๋ยวตกขบวนนะ”

“ตะวันลานะคะแม่ ขอกอดอีกได้ไหมคะ” หญิงสาวพูดพลางโน้มตัวเข้าหาอกอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก มันช่างประจักษ์ถึงรักแท้ยากจะหาที่ไหนเหมือน

ในความเข้มแข็งยังมีความอ่อนแออยู่ในที ดาวเรืองรู้ดีว่าเธอกำลังจะเผชิญกับอะไร พญามัจจุราชหรือจะสู้มารุตได้ เขาเป็นยิ่งกว่าปิศาจร้าย ที่คอยครอบงำชีวิตของเธอ

เมื่อทานตะวันขึ้นไปบนรถไฟ แววตาอันเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอไม่อายใครทั้งนั้น แม้จะมีผู้คนมากหน้าหลายตา เพราะต้องจากมารดาไปอยู่ไกลแสนไกล

ชีวิตครอบครัวของเธอไม่เคยราบรื่นอดมื้อกินมื้อมาทุกช่วงวัย แต่มารดากลับพยายามดิ้นรนเพื่อให้เธอกินอิ่มหลับสบาย แม้ตัวเองเหนื่อยทำงานสายตัวแทบขาด แต่ผู้เป็นสามีกลับเพิกเฉย ซ้ำยังก่อหนี้สินมากมายให้ภรรยาตามชดใช้ ราวกับเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน

เมื่อรถไฟแล่นออกมาจากชานชาลา ใบหน้างามยังคงเปื้อนคราบน้ำตา เธอพยายามมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อบรรเทาความคิดถึงมารดา แต่แล้วเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน

หญิงสาวรีบซับน้ำตาออกจากใบหน้าขาวผ่อง ก่อนจะก้มลงไปหยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวม เพื่ออำพรางแววตาที่มันกำลังแฝงไปด้วยความรู้สึกอ้างว้างในดวงใจ

ตอน 3

ในเวลานี้ทานตะวันพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง เธอคิดถึงมารดาปิ่มจะขาดใจ แต่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวที่มีไว้ใช้ในบ้าน หญิงสาวได้ให้มารดาเก็บเอาไว้ เพราะเธอตั้งใจจะไปร้อยมาลัยขาย บวกกับวาดภาพเก็บเล็กผสมน้อยแล้วค่อยซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่

“หนูชื่ออะไร ทำไมถึงเดินทางคนเดียว” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้น ซึ่งทำให้ทานตะวันถึงกับหวาดระแวง เธอแสร้งทำเป็นหลับ เพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่มีในใจ ปกติแล้วเธอไม่ชอบเวลาถูกใครมองด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยประกายประหลาดเช่นนี้

ในเวลานี้หญิงสาวได้แต่ภาวนาให้รถแล่นถึงกรุงเทพฯ โดยเร็ว ซึ่งระยะทางจากพิษณุโลกไปถึงจุดหมายปลายทาง คงใช้เวลาประมาณหกชั่วโมงกว่า ๆ แต่ทำไมหญิงสาวรู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน เธอไม่กล้าหลับ พยายามขยับตัวชิดขอบหน้าต่าง

หลายชั่วโมงผ่านไป ทานตะวันได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ หญิงสาวตัดสินใจนั่งรถแท็กซี่เข้าไปยังบ้านจันทร์ฉาย ซึ่งพอทวดเล็กเห็นทานตะวันมานั่งรอที่ห้องโถง ทำให้หญิงสูงวัยอดที่จะเอ็นดูในความเป็นตัวตนของเธอไม่ได้

“หนูตะวันมาถึงนานหรือยัง ทำไมไม่โทรมาบอก ทวดจะได้ส่งคนรถไปรับ” หญิงสูงวัยค่อย ๆ เดินมานั่งบนโซฟาตัวยาว พลางพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ประหนึ่งกำลังยินดีต้อนรับในการมาของทานตะวัน

“ตะวันกราบคุณทวดค่ะ ก่อนอื่นตะวันต้องขอบคุณทวดเล็กมาก ๆ เลยนะคะที่เมตตาตะวัน แค่นั่งแท็กซี่มาแป๊บเดียวเองค่ะทวดเล็ก” หญิงสาวเดินเข่าเข้าไปกราบหญิงสูงวัย ซึ่งนางได้ก้มลงไปเอามือลูบศีรษะทานตะวันด้วยความรักและเอ็นดู

“แหม... ช่างพูดนะเราเนี่ย ลุกมานั่งข้าง ๆ ทวดสิจ๊ะ... ไหนขอดูหน้าชัด ๆ หน่อยซิ ไม่เจอตั้งหลายปี โตเป็นสาวแล้วสวยกว่าแม่เราอีกนะเนี่ย” หญิงสูงวัยกล่าวชมออกมาจากใจ ใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อยคิ้วโก่งดั่งคันศร ยิ่งมองก็ยิ่งเพลินตา จนทวดเล็กเชื่อว่าใครบางคนต้องตกตะลึงในความสวยของทานตะวันตั้งแต่แรกเจออย่างแน่นอน

“ขอบคุณค่ะทวดเล็ก อ้อ! เกือบลืมแน่ะ... แม่ฝากมาให้ค่ะ มีจดหมายด้วยนะคะ” หญิงสาวหยิบพวงมาลัยออกมาจากถุงกระดาษอย่างเบามือ โชคดีที่มันไม่ช้ำแถมดอกมะลินั้นยังส่งกลิ่นหอมรัญจวนอบอวนไปทั่วห้องโถง

“ร้อยแบบชาววังเสียด้วย มีความประณีตละเอียดลออ สวยงามกว่าในท้องตลาดทั่วไป ย่าเข้าใจความรู้สึกของแม่ดาวเรืองเป็นอย่างดี เธอคงหวังที่จะฝากฝังให้ทวดดูแลหนูตะวันแทนสินะ” ทวดเล็กพูดพลางหยิบกระดาษออกมาจากซองสีขาว แล้วค่อย ๆ คลี่ออกอย่างเบามือ ก่อนจะอ่านข้อความเหล่านั้นในใจ ซึ่งทานตะวันเองก็ไม่รู้ว่ามารดาได้เขียนอะไรเอาไว้ในกระดาษแผ่นนั้น

“ทวดให้แม่กบจัดห้องไว้ให้หนูตะวันอยู่ชั้นบน ติดกับห้องเจ้าเหนือ ขาดเหลืออะไรก็บอกทวดได้นะหนูตะวัน” เพียงแค่ได้ยินชื่อนี้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก เธอไม่อยากเจอเขาแล้วใยห้องพักต้องติดกันด้วย “แค่นี้ตะวันก็เกรงใจทวดจะแย่แล้วค่ะ ความจริงตะวันพักอยู่ชั้นล่างก็ได้นะคะ ห้องพักแขกหรือห้องเก็บของก็ได้ค่ะ จะได้สะดวกในการช่วยป้ากบทำงานบ้านด้วย... นะคะคุณทวด” หญิงสาวพูดพลางมองหญิงสูงวัยด้วยแววตาใสซื่อ พลอยทำให้นางยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความโอบอ้อมอารี

“หน้าที่ของตะวันคือเรียนหนังสือ งานเหล่านั้นมีคนทำอยู่แล้ว ทวดจัดการเรื่องเรียนให้หนูเรียบร้อยแล้วนะตะวัน”

“อะไรนะคะ!” คราวนี้หญิงสาวเริ่มแสดงสีหน้าฉงน ไม่คิดว่าหญิงสูงวัยจะทำการตระเตรียมเรื่องเรียนไว้ให้เธอ

“ไม่ต้องตกใจหรอก ทวดอยากให้ตะวันมีอนาคตที่ดี”

“อนาคตของตะวันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบปริญญา ทวดเล็กค่ะ... ได้โปรดเห็นใจตะวันด้วยนะคะ ตะวันอยากทำงานมากกว่าเรียน... นะคะคุณทวด” หญิงสาวพูดจาออดอ้อนแกมขอร้องอยู่ในที เพราะเธอรู้ดีว่าการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ต้องใช้เงินมากพอสมควร จึงไม่อยากเป็นภาระให้กับหญิงสูงวัย แค่มาขออาศัยพึ่งใบบุญท่าน ทานตะวันก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

“ทำไมล่ะหนูตะวัน ถ้าหากมีใบปริญญาติดตัว อย่างน้อยมันก็การันตีถึงความสามารถอย่างหนึ่ง ที่เราคว้ามันมาได้สำเร็จ ซึ่งผู้คนส่วนมากมักจะให้ความสำคัญ”

“ตะวันทราบดีค่ะ แต่ตอนนี้ตะวันอยากทำงานมากกว่า เพราะเงินคือปัจจัยหลัก ที่จะทำให้พ่อกับแม่มีชีวิตที่ดีขึ้น” เมื่อเอ่ยถึงบิดามารดา แววตาของหญิงสาวแฝงไปด้วยร่องรอยของความหมองหม่น เพราะเธอไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน

“เอาเถอะเรื่องนี้ค่อยคุยกันใหม่ ตะวันมาเหนื่อย ๆ ขึ้นห้องไปพักเถอะ แม่กบมายกกระเป๋าให้หนูตะวันสิ”

“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ กระเป๋าเล็กนิดเดียวเองตะวันยกเองได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะทวดเล็ก ขอบคุณมากค่ะป้ากบ”

“คุณหนูตะวันตามป้ามาทางนี้ค่ะ” ป้ากบฉีกยิ้มให้กับหญิงสาวอย่างมีมิตรไมตรี ก่อนจะเดินนำหน้าทางตะวันขึ้นไปบนบ้าน

“ระเบียงสวยจังเลยค่ะ บรรยากาศก็ดี” ทานตะวันแอบยิ้มให้กับความร่มรื่นหน้าอยู่น่าอาศัยของบ้านหลังนี้ ถ้าหากได้มีโอกาสมานั่งวาดภาพตรงนั้น เธอจะตั้งใจวาดให้ออกมาสวยสุดฝีมือเลยคอยดูสิ

“คุณท่านชอบมานั่งเล่นตรงนี้เป็นประจำ เพราะลมโชยเย็นสบาย ถ้าคุณหนูตะวันอยากวาดภาพ ก็ลองมานั่งมุมนี้ดูก็ได้นะคะ”

“ได้ด้วยเหรอคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ”

“ก็ตรงระเบียง... เป็นเขตหวงห้ามของอาเหนือไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวยังคงพูดถึงอีกฝ่ายอย่างคุ้นเคย เพราะเธอชินกับการเรียกน้ำเหนือแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“เดือนหนึ่งคุณน้ำเหนือกลับบ้านไม่กี่ครั้ง คุณหนูตะวันไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อีกอย่างระเบียงนี้ไม่ใช่เขตหวงห้ามหรอกค่ะ ปกติแล้วส่วนมากลูกหลานเวลามาเยี่ยมคุณท่าน ทุกคนต่างก็ชอบขึ้นมานั่งเล่นตรงระเบียงนี้เป็นประจำ”

“เหรอคะ สงสัยตะวันจะเข้าใจผิด”

“นี่ค่ะห้องของคุณหนูตะวัน”

“ขอบคุณมากค่ะป้ากบ”

“ขาดเหลืออะไรก็บอกป้าได้นะคะ ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ยังไงคุณหนูตะวันก็ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกนาน” ป้ากบพูดจบประโยคได้ส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับหญิงสาว ก่อนที่นางจะเดินออกไป ปล่อยให้ทานตะวันยืนน้ำตาคลอตามลำพัง เมื่อหญิงสาวคิดถึงมารดาจับหัวใจ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นเช่นไร

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SPF” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SPF
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

My buddy คู่หูคู่กัด
My buddy คู่หูคู่กัด
เมื่อ 'เหมย' นักเรียนเรียนดีแต่ไร้พรสวรรค์ด้านกีฬา ต้องมาจับคู่เป็นบัดดี้กับ 'เจน' นักบาสตัวแรงที่สอบตกแทบทุกวิชา ความสัมพันธ์แบบคู่กัดจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความต่างสุดขั้วในนิยายรักแนวไฮสคูลเรื่องนี้ ทั้งคู่จะจับมือกันผ่านพ้นอุปสรรคและอดีตอันแสนเศร้าไปได้อย่างไร อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.1
46 ตอน
เมื่อหัวใจเพรียกหา
เมื่อหัวใจเพรียกหา
เมื่อทิฐิในใจของภารันย์บดบังความรู้สึกจนเกือบทำลายทุกอย่าง พิมพ์เพชรหญิงสาวผู้ยึดมั่นในรักจึงยอมทำทุกทางเพื่อดึงเขากลับมา ทว่าความหวังกลับริบหรี่เมื่อเขาหวนคืนมาพร้อมหญิงอื่นในภาพบาดตา เธอต้องอุ้มชูสัญญารักและเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัส อ่านนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณน้ำตาท่วมใจ
9.6
86 ตอน
อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย
อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย
เมื่อชีวิตแสนสงบของสาวธรรมดาถูกคุกคามโดยกลุ่มคนลึกลับ แต่พวกมันหารู้ไม่ว่าเธอนั้นมีเกราะป้องกันที่อันตรายที่สุด เพราะสามีแสนดีที่เธอรักแท้จริงคือผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่ไม่มีใครกล้าต่อกร อ่านนิยายรักมาเฟียสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยความรักอันตรายและการปกป้องสุดเร่าร้อนได้เลย
9.2
84 ตอน
ใยรักเพลิงเสน่หา
ใยรักเพลิงเสน่หา
เมื่อ 'ราชาวดี' พยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งในนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนนี้ กำแพงน้ำแข็งในใจเขากลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ
8.6
56 ตอน
รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
เมื่อ 'ออสติน' วายร้ายสายโหดใช้ชีวิตของ 'ใบพลู' เป็นของเล่นและคอยกดขี่เธออยู่เสมอ ภายใต้ความเย็นชาและการควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน กลับซ่อนความต้องการที่จะครอบครองเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันตรายครั้งนี้
9.8
52 ตอน
สะดุดรัก...สามีบังเอิญ
สะดุดรัก...สามีบังเอิญ
เมื่อความฝันสลายจนต้องกลับไทย 'เพลินวาน' คิดว่าจะได้พักใจ แต่กลับต้องมาปะทะอารมณ์กับ 'ภูริช' ลูกค้าหนุ่มสุดกวน ทว่าโชคชะตาเล่นตลกให้ตื่นมาสบตาในคืนเร่าร้อนจนต้องกลายเป็นสามีภรรยาจำเป็น อ่านนิยายรักโรแมนติกที่เริ่มต้นด้วยความป่วน แต่ซาบซ่านหัวใจจนเกินต้านทานได้แล้ววันนี้
9.0
93 ตอน