ตอน 3

เธอไม่รู้สึกมาก่อนเลยว่าจิ่งเฉิงเป็นพ่อของซิงซิง หลังจากที่ออกมาจากเมืองซูอัน เธอก็เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ จึงไม่ได้ติดต่อกับคนในวงสังคมตระกูลจิ่งอีก แล้วก็ไม่อยากจะพาซิงซิงเข้าไปในวงสังคมของจิ่งเฉิงด้วยเหมือนกัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้สนใจข่าวคราวของจิ่งเฉิงอีก ตอนนี้คนคนนั้นน่าจะแต่งงานและมีลูกของตัวเองไปแล้ว

ตอนค่ำเฉียวยีโอบกอดเฉียวซิงซิง หลังจากที่เล่านิทานก่อนนอนเสร็จ เฉียวซิงซิงก็ยังคงลืมตาอยู่

เฉียวยีวางนิทานบนหัวเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่ม พร้อมกับสั่งขึ้นมา “หลับตา นอน”

เฉียวซิงซิงหดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยความน้อยใจ “แม่ครับ วันนี้ผมทำผิดจริง ๆ เหรอ”

ผิดแล้วจริง ๆ เหรอ ถ้าได้รู้ความจริงทั้งหมด เฉียวซิงซิงก็ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเป็นเด็กที่รู้หลักเหตุผล แต่วิธีการในการแก้ปัญหามันสุดโต่งไปนิด เขาไม่ใช่คนที่จะมาพูดคุยด้วยเหตุผลอย่างใจเย็น

เฉียวยีไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนที่จะพูดออกมาว่า ‘ลูกทำผิด’ เธอลูบหัวของซิงซิง “ลูกไม่ได้ทำผิด”

ตอนที่สงบสติอารมณ์ลง เฉียวยีเป็นคนที่มีเหตุมีผลมาก เธอรู้ว่าเด็กอายุเท่าเฉียวซิงซิง นี่คือช่วงเวลาเรียนรู้ที่จะแยกแยะถูกผิด ผู้ใหญ่มีหน้าที่ชี้นำในทางที่ถูกต้อง

“แล้วทำไมทุกคนถึงทำเหมือนกับว่าผมทำผิดด้วย แม้แต่แม่เองก็ตำหนิผมเหมือนกัน” ซิงซิงรู้สึกน้อยใจอยู่ไม่น้อย

“เพราะว่าวิธีการแก้ปัญหาของลูกมันไม่ถูกต้อง ลูกปกป้องคนอื่น ในขณะเดียวกันก็ทำร้ายคนอื่นเหมือนกัน ลูกยังเด็ก ไม่รู้ว่าบางครั้งทุกคนก็มักจะคิดว่าคนที่อ่อนแอเป็นฝ่ายถูกเสมอ เด็กที่ร้องไห้มักจะได้กินลูกอม ลูกเข้าใจไหม?”

“ผมไม่เข้าใจ ถ้าแม่เข้าใจ แล้วทำไมถึงยังมาดุผมอีกล่ะ” ในโลกของเฉียวซิงซิง ไม่มีแนวคิดที่จะใช้เสียงร้องไห้เพื่อแลกกับลูกอม เขาไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยกำลัง ทำไมถึงต้องร้องไห้ด้วย

“เพราะพ่อแม่พวกเขาโมโหแล้ว ถ้าแม่ไม่สั่งสอนลูก พวกเขาก็จะสั่งสอนลูกเอง พวกเขาลงมือหนักกว่าแม่แน่นอน เพราะฉะนั้นแม่ต้องลงมือก่อน แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายลูกจริง ๆ ไม่ใช่เหรอ?” เฉียวยีไม่รู้ว่าเฉียวซิงซิงเข้าใจความซับซ้อนของโลกผู้ใหญ่หรือไม่

“ผิดแล้วก็ต้องได้รับโทษ ถูกก็ต้องได้รับการสรรเสริญ ผมรู้สึกว่ามันควรจะเป็นแบบนี้” เฉียวซิงซิงเงยหน้าขึ้นมองแม่ พวกเขาต่างฝ่ายต่างพูดโน้มน้าวอีกฝ่าย

เฉียวยีแอบรู้สึกปลื้มใจ เด็กมักจะบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทำไมผู้ใหญ่ถึงต้องยัดเยียดสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบให้กับเด็กด้วย เธอจุ๊บหน้าผากของเฉียวซิงซิง “ลูกพูดถูก ขอโทษนะ วันนี้แม่ผิดเอง ต่อไปถ้ามีตรงไหนที่ไม่ถูกต้อง ลูกก็มาบอกกับแม่โอเคไหม”

ในที่สุดเฉียวซิงซิงก็แสดงรอยยิ้มภาคภูมิใจ พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ครับ!”

วันต่อมา เฉียวยีกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในบ้าน เฉียวซิงซิงก็เริ่มประพฤติตัวนอกลู่นอกทางอีกแล้ว

เมื่อเห็นว่าอาหารใกล้จะเสร็จแล้ว ไม่เห็นเขากลับมาสักที เฉียวยีก็ถอดผ้ากันเปื้อนลงไปตามหาข้างล่าง แต่กลับเห็นรถยนต์สีดำสองสามคันจอดอยู่ข้างล่าง มีชายหนุ่มในชุดสูทผูกเน็กไทสีดำประมาณเจ็ดแปดคนลงมาจากบนรถ

เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมรอบรถยนต์ที่เป็นประกายแวววาว ดวงตาเต็มไปด้วยความอิจฉา เฉียวซิงซิงเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน เขากำลังจ้องมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่ลงมาจากรถคันแรก

ตอนแรกชายคนนั้นสวมแว่นดำ หลังจากลงจากรถก็ถอดแว่นออก คนที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขารีบรับเอาไว้ทันที

เขายืนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอาคารที่ทั้งเล็กเตี้ยและเก่าโทรม จากนั้นก็มองไปยังเด็กที่อยู่ตรงหน้ากลุ่มนี้ สุดท้ายก็หันไปจ้องมองเฉียวซิงซิง

เฉียวยีเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน ความมีสง่าราศีของคนกลุ่มนั้นมันไม่เข้ากันกับทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่อย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่คนท้องที่นี้อย่างแน่นอน เธอมองป้ายทะเบียนรถ มาจากเมืองซูอัน

เฉียวยีไม่อยากมีส่วนร่วม อีกทั้งเธอก็ยังไม่ได้ปิดประตูข้างบน เธอจึงตะโกนเรียกเฉียวซิงซิง

“เฉียวซิงซิง กลับบ้านกินข้าวได้แล้ว!”

ผู้หญิงที่เคยเอามือปิดปากเวลาหัวเราะต่อหน้าสาธารณะ ตอนนี้ต้องตะโกนเสียงดังวันละหลายสิบครั้ง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีการตอบสนองใด ๆ

เฉียวซิงซิงมองผู้ชายที่ยืนนำหน้า ก่อนจะตอบรับกลับไป “ครับ” จากนั้นก็วิ่งไปหาเฉียวยี

ทั้งสองคนจูงมือกันขึ้นไปข้างบน เฉียวยีเพิ่งจะล้างมือออกมา จู่ ๆ เสียงเคาะประตูห้องรับแขกก็ดังขึ้น

“ใครคะ?” เฉียวยีวางถ้วยชามลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะเดินไปเปิดประตู

หลังจากประตูนิรภัยเปิดออก เฉียวยีกลับอึ้งตะลึง คนที่ยืนอยู่ตรงประตู ก็คือผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดข้างล่างคนนั้นไม่ใช่เหรอ?

เฉียวยีตกใจมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าคนที่ตัวเองรู้จักจะมีเยอะมาก คนที่มีปฏิสัมพันธ์กันสมัยตอนทำงานก็มีไม่น้อย แต่เธอก็มั่นใจมากว่าไม่เคยเจอผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้มาก่อน

ก่อนหน้านี้อยู่ค่อนข้างไกลกันจึงไม่ได้สังเกต ตอนนี้คนคนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเอง เฉียวยีก็เกิดความรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

ผู้ชายคนนี้น่าจะสูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยแปดสิบห้า รูปร่างสูงใหญ่ คิ้วหนาดวงตาเป็นประกาย ใบหน้าโดดเด่น สวมใส่ชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว เห็นก็รู้แล้วว่าราคาแพง

ตอนนี้เขากำลังมองสำรวจเฉียวยีด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก

“มาหาใครเหรอคะ?” เฉียวยีจับขอบประตูอย่างระแวดระวัง ไม่มีเจตนาจะให้เขาเข้ามา

“กู้ฝานซิงล่ะ?” ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น

“ใครเหรอคะ” เฉียวยีไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยด้วยซ้ำ

“กู้ฝานซิง” เขาเน้นย้ำออกมาอีกหนึ่งรอบ ดูใจเย็นอย่างมาก พูดเน้นย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “กู้ ฝาน ซิง ลูกชายของผม!”

เฉียวยีพึมพำอยู่ในใจ จู่ ๆ ก็มีความคิดที่ยากจะเชื่อผุดขึ้นมาในใจของเธอ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งใจเย็น “ฉันไม่รู้จัก คุณมาหาผิดคนแล้วหรือเปล่า” พูดจบก็ทำท่าจะปิดประตู

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ผลักประตูเดินเข้าไปข้างในทันที มองไปรอบ ๆ บ้าน ถึงแม้ว่าบ้านจะเก่า แต่ก็ถือว่าสะอาดสะอ้าน สามารถเห็นถึงการใช้ชีวิตของเด็กได้ทุกซอกมุม เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ไปนั่งลงบนโซฟา

หลังจากเฉียวซิงซิงล้างมือเสร็จออกมา เขาก็มองผู้ชายแปลกหน้าที่อยู่บนโซฟา ก่อนจะมองไปหาแม่ที่ดูประหม่านิดหน่อย เขารู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ

แม่ในสายตาของเขาเป็นดั่งเหยี่ยวที่กางกรงเล็บแหลมคมมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เธอเหมือนกับลูกนกที่ตัวสั่นเทา

เฉียวซิงซิงเดินมาอยู่ตรงหน้าของเขา น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “คุณเป็นใคร”

น้ำเสียงแข็งกร้าวพยายามที่จะทำให้ดูเหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง

ผู้ชายคนนั้นเห็นเฉียวซิงซิง ก็จะยื่นออกมาคว้าเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เฉียวซิงซิงกลับหลบเลี่ยงไปเสียก่อน

ชายคนนั้นก็ไม่ได้โมโหอะไร เขาดูสุขุมใจเย็นเหมือนกับนั่งอยู่บนโซฟาของบ้านตัวเอง “พ่อเป็นพ่อของลูกเอง”

ถึงแม้ว่าเฉียวยีจะแอบคาดเดาอยู่ในใจแล้ว แต่ตอนที่ผู้ชายคนนี้พูดความสัมพันธ์ของตัวเองกับเฉียวซิงซิงออกมา เธอก็ทำอะไรไม่ถูก ราวกับแทบจะล้มทั้งยืน

มาแล้ว มาแล้วจริง ๆ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอปกป้องเฉียวซิงซิงราวกับไข่ในหินมาโดยตลอด เพราะกลัวว่าจะมีสักวันที่เฉียวซิงซิงจะต้องจากเธอไปในตอนที่เธอยังรักเขาได้ไม่มากพอ

เฉียวซิงซิงหรี่ตาจ้องมองผู้ชายคนนั้น ก่อนจะหันไปมองแม่ที่สีหน้าซีดเผือดไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น ผ่านไปสักพักถึงได้พูดขึ้น “พ่อตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ผู้ชายคนนั้นหันไปมองเฉียวยีที่สีหน้าซีดเผือดตรงประตู เขาเข้าใจดีว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ่้น เขายิ้มให้กับเฉียวยีอย่างย้ำเตือน “พ่อสบายดี ตอนนี้มารับลูกกลับบ้าน”

เฉียวยีกับเฉียวซิงซิงต่างก็ช็อกตกใจจนพูดไม่ออก

ถึงแม้ว่าเฉียวซิงซิงอายุเพียงแค่สี่ขวบ แต่ก็ฉลาดเฉลียวมาตั้งแต่เด็ก จากสีหน้าของแม่ เขาก็พอจะมองออกว่า สิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดน่าจะเป็นความจริง

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167QNA” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167QNA
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

คุณครับ...ผิดคิว
คุณครับ...ผิดคิว
เมื่อ คีย์ โปรดิวเซอร์หนุ่มที่ก้าวสู่การเป็นดาวเด่นเบื้องหน้า ได้กลับมาพบกับ เนย์ น้องชายคนสนิทในวัยเด็กที่ทำหน้าที่สเตจเมเนเจอร์หลังเวที ความใกล้ชิดในกองถ่ายแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้ง ทว่าสถานะที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวระหว่างศิลปินในแสงไฟกับคนเบื้องหลังในเงามืด กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่พวกเขาต้องฝ่าฟัน
8.6
34 ตอน
ดวงใจขุนศึก
ดวงใจขุนศึก
เมื่อความรักแสนหวานกลายเป็นความเย็นชา รมิตาต้องเผชิญกับคำบอกเลิกที่ไร้เยื่อใยจากชายที่รักที่สุด นิยายรักดราม่าบีบหัวใจที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับความเจ็บปวดของการถูกทิ้งอย่างกะทันหัน ค้นหาความจริงเบื้องหลังความห่างเหินที่ทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจ อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณหลั่งน้ำตา
9.0
84 ตอน
เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
เมื่อความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอันรุ่มร้อน นราวดีต้องเผชิญกับบททดสอบอารมณ์สุดวาบหวามในนิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้ สัมผัสอันตรายจากเขาปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ซ่อนอยู่ให้ลุกโชนอย่างไม่อาจต้านทาน ร่วมพิสูจน์ความรักอันร้อนแรงที่จะแผดเผาทุกหัวใจให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
7.9
81 ตอน
เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก
เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก
เมื่อความรักข้างเดียวตั้งแต่เด็กจนโตกลายเป็นกำแพงที่ก้าวข้ามไม่ได้ นิยายรักโรแมนติกสุดซึ้งที่จะพาคุณไปพบกับความพยายามของชายหนุ่มที่ทุ่มเททั้งหัวใจให้ผู้หญิงคนเดียว แม้สำหรับเธอแล้วเขาจะเป็นเพียงคนนอกที่ไม่มีตัวตนในสายตาเลยก็ตาม ร่วมลุ้นไปกับรักข้างเดียวที่แสนเจ็บปวดนี้
8.4
46 ตอน
ท่านประธานซาตานของฉัน
ท่านประธานซาตานของฉัน
เมื่อความหลงทางในคฤหาสน์หรูปลุกอดีตคืนเร่าร้อนเมื่อห้าปีก่อนให้กลับมาอีกครั้ง นิยายรักแนวท่านประธานสุดฮอตที่จะพาคุณไปพบกับความรักต่างชั้นและการกลับมาพบกันอีกครั้งของเขากับเธอ พร้อมภารกิจสุดป่วนของลูกชายตัวน้อยที่วางแผนตามหาพ่อผ่านสื่อเพื่อสร้างครอบครัวแสนอบอุ่น
7.6
800 ตอน
คืนดีกันเถอะ ผมขอร้อง
คืนดีกันเถอะ ผมขอร้อง
เมื่อความรักกลายเป็นอดีต ซูเชียนชือจึงหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังการหย่าร้าง ทว่าอดีตสามีผู้เคยทรยศกลับไม่ยอมปล่อยมือ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่ในนิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นเรื่องนี้ แต่แผลใจที่เขาสร้างไว้มันลึกเกินกว่าจะอภัย เธอจะเลือกเดินหน้าต่อหรือยอมใจอ่อนให้คนใจร้าย
7.8
90 ตอน