ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“เหมียว เหมียว ไม่ต้องกลัวนะ ตาหวานกำลังจะไปช่วยแล้ว” เสียงเจื้อยแจ้ว พร้อมๆ กับที่ร่างเล็กของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ กำลังพยายามปีนขึ้นไปช่วยแมวน้อยสีสวาทที่ติดอยู่บนกิ่งไม้ หลังจากที่มันตกลงมาจากกำแพงข้างๆ รั้วบ้านของเธอ เจ้าจุ๊สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์สีทองตัวใหญ่เห็นเข้าจึงวิ่งไล่ แมวน้อยกลัวลนลานปีนหนีขึ้นไปบนต้นมะม่วง และติดอยู่บนนั้นไม่กล้าลงมา

‘โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!’

“จุ๊ หยุดนะ…พอแล้ว เข้าบ้านไปเลยนะ”

เจ้าจุ๊ชะงักเสียงคำราม ก่อนจะเดินก้มหน้าเข้ามาคลอเคลียที่ขาเล็กๆ ของเด็กหญิงอย่างออดอ้อน เด็กหญิงก้มลงวางมือน้อยบนหัวของเจ้าจุ๊และลูบเบาๆ

“เข้าบ้านไป ไม่ต้องเห่าแล้วนะ” เจ้าจุ๊ทำจมูกฟึดฟัดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะสะบัดหางวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน หลังจากโดนเจ้านายตัวน้อยไล่

“เหมียว เหมียว อย่าเพิ่งหนีนะ ตาหวานกำลังจะไปรับ” ลับหลังเจ้าหมาขี้งอน เด็กหญิงจึงพยายามใช้ร่างน้อยๆ ของตนเกาะเกี่ยวกับลำต้น และกิ่งของต้นมะม่วง เพื่อปีนไปช่วยเจ้าแมวน้อยที่นั่งสั่นอยู่บนต้นไม้ เพราะความหวาดกลัวศัตรูตัวใหญ่เมื่อครู่

ร่างเล็กพยายามดันกายช้าๆ แม้ต้นมะม่วงจะไม่สูงมากเพราะปลูกจากกิ่งตอน แต่ตัวเธอเล็กมากจึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าคุณพ่อรู้ว่าเธอแอบปีนต้นไม้และตกลงมาเจ็บตัว คงต้องโดนดุไปอีกหลายชุด ขณะที่เท้าเล็กๆ กำลังปัดป่ายไปบนลำต้น มือน้อยคว้ากิ่งมะม่วงไว้ข้างหนึ่ง ในจังหวะที่กำลังจะคว้ามืออีกข้างขึ้นไปสัมผัสแมวน้อยแสนน่ารักนั้น

“เมี้ยว!”

“อ้ายยยยย!” แมวน้อยกระโดดหนีเมื่อเห็นว่ามีคนพยายามจะเข้ามาใกล้มัน จึงทำให้ร่างเล็กเสียหลักไถลตกจากการเกาะเกี่ยวกิ่งมะม่วง เด็กน้อยหลับตาปี๋อย่างยอมรับความเจ็บปวดจากการซุกซนของตนเอง แต่เอ๋ ทำไมตัวเธอถึงยังลอยอยู่บนพื้นได้นะ

“หนูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มของชายแปลกหน้าเอ่ยถามอย่างนุ่นนวล ทั้งๆ ที่แววตายังฉายความตระหนกอยู่ เด็กหญิงอักษิพรลืมตาแหงนหงายใบหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมแขนที่รับเธอไม่ให้หล่นจากต้นไม้ด้วยความสงสัย

“คุณเป็นใครเหรอคะ เอ่อ ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยหนู” เด็กหญิงเอ่ยถามเสียงหวานใส ก่อนจะยกมือไหว้ด้วยท่าทางอ่อนช้อย ทั้งๆ ที่เขายังอุ้มอยู่ ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ วางร่างเล็กลงบนพื้นสนามหญ้าอย่างระมัดระวัง

“อาเป็นเพื่อนของคุณอิทธิวัฒน์ เจ้าของบ้านหลังนี้ แล้วทำไมหนูถึงได้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้แบบนั้นล่ะจ๊ะ”

“อ๋อ คุณอาเป็นเพื่อนคุณพ่อนี่เอง สวัสดีค่ะ หนูชื่อตาหวานค่ะ เป็นลูกสาวของพ่ออิฐ พอดีว่าเหมียว เหมียว เอ่อ แมวน้อยนะคะ มันติดอยู่บนต้นไม้ ตาหวานก็เลยจะปีนขึ้นไปช่วย” เสียงใสเอ่ยเล่าเจื้อยแจ้ว หลังจากที่รู้ว่าคุณอาใจดีเป็นเพื่อนของคุณพ่อแถมยังเป็นคนช่วยเธอไม่ให้หล่นเมื่อตะกี้อีกต่างหาก

ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูกับความช่างเจรจาของเด็กหญิง รู้สึกเอ็นดูเธอยิ่งนัก หน้าตาก็น่ารักน่าชัง ถ้าเขามีลูกมีหลานน่ารักแบบนี้ คงได้รักได้หลงน่าดู

“หนูชื่อตาหวานเหรอคะ อาชื่ออาพงศ์นะ แล้วนี่ตาหวานเจ็บตรงไหนหรือเปล่าเอ่ย” ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่ง พลางสำรวจร่างเล็กเพื่อหาร่องรอยบาดแผลที่อาจเกิดจากการถูไถระหว่างที่เธอปีนป่ายต้นไม้นั้น

“ไม่เจ็บเลยค่ะ ตาหวานแข็งแรงค่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างให้เขาจนแก้มยุ้ยออกมา ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปหยิกแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยชวนให้เดินเข้าไปในบ้านไปหาคุณพ่อของเธอ ป่านนี้พี่อิฐคงได้สงสัยว่าเขาไปเดินเที่ยวรอบบ้านถึงไหนกัน ทำไมมันนานขนาดนี้

อักษิพรพยักหน้ารับเร็วๆ ก่อนที่มือหนาของชายหนุ่มจะเอื้อมมากุมมือน้อยของเธอและเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกัน

“อ้าว พงศ์มาแล้วเหรอ ทำไมไปนานจัง เอ๊ะ เจอกับตาหวานแล้วหรือ” อิทธิวัฒน์ทักชายหนุ่มก่อนจะถามอย่างแปลกใจที่อยู่ๆ ก็เห็นลูกสาวเดินมาพร้อมกับพงศกร

ตอน 2

“น้องตาหวานสวัสดีคุณอาพงศ์ หรือยังลูก” คุณพ่อถามพลางส่งสายตาดุให้ หากเธอไม่ทำตาม

“ตาหวานสวัสดีผมแล้วครับพี่อิฐ น้องน่ารักจังเลยครับ หน้าตาดีเหมือนพี่อิฐอย่างกะ Copy paste กันมาเลยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเย้ารุ่นพี่ที่ห่างกันกว่า 5 ปี อย่างสนิทสนม

“ธรรมดา คนมันหน้าตาดีกันทั้งบ้านเว้ย แล้วเมื่อไหร่แกจะมีเป็นของตัวเองซะทีละจะได้ไม่ต้องมาคอยชมลูกคนอื่นเขาแบบนี้ หึๆ”

“ผมยังไม่คิดไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ เพิ่งจะ 25 เอง ยังใช้ความโสดไม่คุ้มเลย”

“เออ มัวแต่สนุกสนานไปวันๆ ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนนะ จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย” อิทธิวัฒน์เอ่ยเรียบๆ อย่างไม่แสดงอารมณ์ใด แต่กลับเรียกสีหน้าตระหนกให้เกิดกับพงศกร

“ทำไมพี่อิฐพูดแบบนั้นล่ะครับ ไม่เป็นมงคลเลย” ชายหนุ่มติงเสียงขรึม

“พี่ก็พูดไปเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไรหรอกน่าพงศ์ แกคิดมากไปได้” หนุ่มรุ่นพี่กล่าวตอบเสียงเรียบก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่นั่งปั้นดินน้ำมันเล่นอยู่บนพื้นพรมของห้องรับแขก ใกล้ๆ กับโซฟาที่เขาและพงศกรคุยกันอยู่ โดยที่เด็กน้อยไม่ได้รับรู้เรื่องที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่เลย

“ตาหวานมาหาพ่อซิลูก”

ร่างเล็กผละจากของเล่นในมือและถลามาหาคุณพ่ออย่างรวดเร็ว สาวน้อยปืนขึ้นไปนั่งบนตักคุณพ่อ ก่อนจะยื่นหน้าเล็กๆ ของตนไปหอมแก้มสากของบิดาซ้ายทีขวาทีอย่างที่เคยทำเป็นประจำเวลาที่คุณพ่อกลับมาจากที่ทำงาน และพาเธอเข้านอน

“ทำไมหนูถึงเดินมาพร้อมกับอาพงศ์ได้ละลูก ไปเจอกันตรงไหน” ถามพลางลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่

เด็กหญิงก้มหน้าลงอย่างกลัวๆ เธอรู้ว่าคุณพ่อรักและเป็นห่วงเธอมาก ท่านจะไม่สบายใจเลย เวลาที่เห็นเธอเจ็บป่วยแม้จะเล็กน้อย หรือเล่นซนจนเกือบได้รับอันตราย หากท่านรู้ว่าเธอแอบปีนต้นไม้ เธอคงไม่แคล้วโดนดุแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม การสารภาพและยอมรับความจริงก็เป็นสิ่งที่เธอทำตลอดมา ครั้งนี้ก็ต้องเป็นอย่างนั้นเช่นกัน

“ตาหวานปีนต้นไม้ไปช่วยแมวน้อย แล้วเกือบตกลงมา แต่พอดีว่าอาพงศ์ช่วยเอาไว้ได้ทันค่ะ คุณพ่อ” เสียงอ่อยๆ เอ่ยเล่า พลางเรียกคุณพ่อเสียงอ้อน

“น้องตาหวาน!” อิทธิวัฒน์เรียกบุตรสาวคนเดียวเสียงเข้ม ขณะพยายามข่มอารมณ์โมโหปนห่วงใยไว้อย่างสุดคณา

พงศกรทนมองภาพเด็กหญิงตัวน้อยนั่งก้มหน้า น้ำเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้ไม่ไหว จึงเอื้อมมือไปอุ้มร่างเล็กมาวางบนตักของตน ก่อนจะหันไปบอกคุณพ่อยังหนุ่มเสียงแผ่ว

“อย่าดุตาหวานนักเลยพี่ ตาหวานยังเด็กอาจจะซนไปบ้าง แต่น้องก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา” ชายหนุ่มก้มลงมองเด็กน้อยที่ตอนนี้เอาหน้าเล็กๆ ซุกกับบ่ากว้างและกอดคอเขาไว้แน่น

“พงศ์ไม่รู้หรอกว่าหัวอกคนเป็นพ่อรักลูกขนาดไหน แค่ลิ้นไรมาไต่มาตอมพี่ยังทนมองไม่ได้เลย ตาหวานเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพี่ เป็นตัวแทนของดวงใจ เพราะมีตาหวานอยู่พี่ถึงมีชีวิตอยู่ได้ แม้ดวงใจจะจากพี่ก็ตาม” อิทธิวัฒน์ใบหน้าสลดลงยามเอ่ยถึงภรรยาสุดที่รักที่จากเขาไปหลังจากให้กำเนิดบุตรสาวได้เพียงสองปี

“ตาหวานรู้ใช่ไหมลูก ว่าฝ่าฝืนคำตักเตือนของคุณพ่อ ต้องโดนลงโทษ” หันไปบอกแก่ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของรุ่นน้อง แม้ไม่ปรารถนาจะเห็นลูกเจ็บ แต่หากรักวัวก็ต้องให้ผูกรักลูกก็ต้องให้ตี เพราะไม่อยากให้เธอทำอะไรโดยไม่ระวังอีก แม้ลูกจะยังเล็กเขาก็จะต้องสอนให้เธอเข้าใจเหตุผลของเขา เผื่อวันหนึ่งเขาจากไปเธอจะได้ดูแลตัวเองได้ เขาไม่อยากเป็นพ่อที่ตามใจลูกมากเกินไป จนละเลยเรื่องเล็กน้อย หากเรื่องเล็กน้อยแล้วยังปรามกันไม่อยู่ แล้วเรื่องใหญ่ๆ จะตักเตือนให้เชื่อฟังกันได้อย่างไร

อิทธิวัฒน์เอื้อมมือไปดึงลูกน้อยออกจากตักพงศกร โดยที่เด็กหญิงพยายามฝืนตัวไว้และกอดคอเขาไว้แน่น เพราะกลัวการลงโทษของคุณพ่อ ก่อนที่จะนึกได้ว่าคุณพ่อจะยิ่งโกรธจึงยอมปล่อยมือออกจากชายหนุ่ม และลุกไปตามแรงดึงของคุณพ่อที่รั้งให้ร่างเธอยืนอยู่บนพื้น

“ยื่นมือมาตาหวาน” คุณพ่อสั่งเสียงเข้ม

ตอน 3

มือน้อยค่อยๆ ยื่นไปหาบิดา ก่อนที่จะถูกจับข้อมือ และไม้เรียวเส้นเล็กๆ ฟาดลงมาบนกลางฝ่ามือน้อยสองครั้ง

“ฮึกๆ ตาหวานเจ็บ คุณพ่อใจร้าย ฮือๆ” น้ำใสๆ ไหลอาบเต็มวงหน้า พลางมองคุณพ่ออย่างตัดพ้อ ก่อนจะวิ่งไปเกาะแขนของพงศกรและร้องไห้วางใบหน้าเกลือกกลิ้งที่แขนเสื้อของชายหนุ่มจนชุ่ม พงศกรอุ้มเธอขึ้นมาบนตัก กอดปลอบคนตัวเล็กพร้อมกับโยกร่างเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน

“พ่อรักตาหวานมากนะลูก ถ้าตาหวานเล่นซนโดยไม่ระวังแล้วเป็นอะไรขึ้นมา พ่อจะอยู่ได้ยังไงลูก”

ได้ยินเสียงคุณพ่อเอ่ยตัดพ้อ ร่างเล็กจึงค่อยๆ คลายสะอื้น ก่อนละลุกไปนั่งตักบิดา กอดเอวหนาไว้แน่น อย่างคนที่สำนึกได้ว่าคุณพ่อตีเธอเพราะรัก

“ตาหวานก็รักคุณพ่อค่ะ ตาหวานขอโทษนะคะ คุณพ่ออย่าโกรธตาหวานนะคะ”

เอ่ยพลางขยับตัวเข้าซุกอกอุ่นอย่างอ้อนๆ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็ไม่เคยคิดที่จะออกห่างจากอ้อมอกอุ่นนี้เลย ขณะที่บิดากอดกระชับตัวเธอเอาไว้แน่น

พงศกรมองภาพตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง เขาเองก็อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น พ่อกับแม่ดูแลเขาและน้องชายเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่เป็นลูกผู้ชายทั้งสองคน ความออดอ้อนระหว่างพ่อกับพวกเขาก็เลยไม่มีมากซักเท่าไหร่ จะมีแต่กับแม่ของเขามากกว่า

พลันชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาเพื่อนรุ่นพี่เป็นยิ่งนักที่ชีวิตประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน มีความรักที่ดี แม้ภรรยาจะจากไปก่อนวัยอันควร มีลูกที่น่ารัก และนิสัยก็ดีมากๆ ไม่งอแงหรือเอาแต่ใจเลย ท่าทางโตขึ้นจะสวยน่าดู

ถ้าเขามีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ก็ดีสินะ ชายหนุ่มสลัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน คนอย่างเขายังมีอนาคตอีกไกล เรื่องอะไรจะมาหยุดชีวิตตัวเองที่การแต่งงาน คงอีกนานกว่าจะเจอใครที่ทำให้เขาอยากหยุดตรงนี้ที่เธอได้

“กลับมาแล้วค่า” เสียงหวานกังวานดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเดินเฉิดฉายเข้ามาในห้องรับแรก ตรงดิ่งมาหาอิทธิวัฒน์ที่กำลังนั่งสอนการบ้านอักษิพรอยู่

“อากล้วยขา” เด็กหญิงรีบวิ่งเข้าไปหา เมื่อเห็นอาสาวเดินเข้ามาใกล้

“ว่าไงคะคนเก่งของอา ไหนมากอดหน่อยซิ คิดถึงจัง” นวียายกหลานสาวขึ้นอุ้มและกอดเอาไว้แน่น ก่อนจะหอมแก้มเด็กแรงๆ ซ้ายขวาอย่างแสนรัก

“ทำไมวันนี้กลับช้าจัง ตาหวานชะเง้อรอเราตั้งแต่หัวค่ำแล้ว” เสียงพี่ชายเอ่ยถามตามปกติหากเธอกลับบ้านผิดเวลาจากที่เคย ด้วยความเป็นห่วงน้องสาวคนเดียว แถมยังเป็นสาวสวยเสียด้วย

“พอดีว่าวันนี้เพื่อนๆ ในกลุ่มนัดประชุมเรื่องแบ่งงานที่ต้องทำรายงาน Term project น่ะค่ะ กว่าจะสรุปกันได้ก็เลยช้าไปหน่อย”

“อืม แล้วเรียบร้อยดีนะ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า”

“เรียบร้อยดีค่ะพี่อิฐ แต่ตอนนี้กล้วยค่อนข้างกังวลว่าจะไปหาบริษัทที่เป็นประเภทธุรกิจส่งออกข้าวหอมได้ที่ไหน พอดีว่าในส่วนที่กล้วยต้องทำข้อมูลมันต้องอ้างอิงกับธุรกิจที่ว่า แล้วเราต้องเข้าไปฝึกงานจริง เพื่อให้ได้ข้อมูลอ้างอิงจากการเข้าไปร่วมงานในองค์กรนั้นๆ น่ะค่ะ กล้วยกลุ้มใจจะแย่แล้ว” น้องสาวบ่นพลางทำหน้ายู่ ก่อนจะพาร่างตัวเองนั่งแหมะลงที่โซฟานุ่ม พร้อมๆ กับวางร่างหลานสาวให้นั่งซ้อนบนตักนิ่ม

“แล้วเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในกลุ่มล่ะ ไปฝึกงานกันที่ไหน” ถามพลางคิดหาวิธีช่วยน้องสาว

“เพื่อนๆ แต่ละคนก็แยกกันไปทำคนละหัวข้อ ตามแต่ละประเภทธุรกิจ พวกเขาบอกกล้วยว่า ไม่มีปัญหา เพราะที่บ้านมี Connection กับหลายๆ บริษัท หัวข้อที่ได้ก็เลยไม่ยากค่ะ แต่เขาบอกว่ากล้วยมีคุณตาที่เคยทำนาน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับข้าวเป็นพื้นฐานมากกว่าพวกเขา” นวียาเม้มปากแน่น เมื่อนึกไปถึงเพื่อนๆ ของเธอที่ปัดงานมาให้ โดยไม่ถามเธอก่อนซักนิด คิดได้ไงว่าคุณตาเธอเคยทำนาแล้วเธอจะรู้เรื่องข้าวไปด้วย บ้าจริงๆ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VES” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VES
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ซาตานอหังการ์ [ Pride Of Devil ] SET : Romance Of Devil 3th
ซาตานอหังการ์ [ Pride Of Devil ] SET : Romance Of Devil 3th
เมื่ออดีตคนรักลับๆ กลับมาพร้อมลูกชายวัยหกขวบที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขา ครูส มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลจึงทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนสายเลือดของตนด้วยอำนาจและเงินตรา เอวา หญิงสาวธรรมดาที่ไร้ทางสู้จึงต้องเผชิญหน้ากับซาตานร้ายที่พร้อมจะครอบครองทุกสิ่งโดยไม่สนความรู้สึกของเธอในนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น
9.0
93 ตอน
ยาโอเมก้าที่อัลฟ่าไม่ต้องการ
ยาโอเมก้าที่อัลฟ่าไม่ต้องการ
เมื่อโอเมก้าที่เป็นเพียงยาลับบรรเทาพิษถูกอัลฟ่าใจร้ายทรยศสัญญาและทำร้ายจิตใจอย่างไร้ค่า ความอดทนสุดท้ายจึงขาดสะบั้นลงในคืนที่เขาพยายามขืนใจ เธอตัดสินใจหนีไปหาคู่แท้ลำดับที่สองผู้พร้อมโอบกอดเธอในฝูงศัตรู อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้น ดราม่าบีบหัวใจที่สายดาร์กห้ามพลาด
9.4
66 ตอน
you are my destinyพรหมลิขิตรัก NC18++
you are my destinyพรหมลิขิตรัก NC18++
เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มสุดอบอุ่นผู้ซ่อนความเร่าร้อนดั่งเสือร้าย ต้องมาปะทะอารมณ์กับซูเปอร์สตาร์สาวผู้เย่อหยิ่งดั่งราชินี ความประทับใจแรกเห็นในอดีตดึงดูดให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในเส้นทางแห่งโชคชะตา นิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยที่จะพาคุณไปพบกับบทพิสูจน์หัวใจสุดฟินและฉากรักที่เร่าร้อนจนหยุดอ่านไม่ได้
8.8
90 ตอน
ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
เมื่อความจริงถูกบิดเบือน เธอจึงกลายเป็นจำเลยร้ายในสายตาเขา นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของความแค้นและการลงทัณฑ์อันแสนปวดร้าว เมื่อความเกลียดชังกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามทั้งสองไว้ด้วยรอยแผลที่ยากจะเลือนหาย อ่านนิยายรักดราม่าเรื่องนี้เพื่อร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของหัวใจ
8.6
236 ตอน
ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
เมื่อเจ้าแม่คาสิโนผู้ทรงอิทธิพลถูกหักหลังจนเสียชีวิต ทว่าโชคชะตากลับพัดพาให้เธอมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กสาวสู้ชีวิตในหมู่บ้านโบราณอันห่างไกล นิยายจีนโบราณแนวทะลุมิติที่ผสมผสานการเอาชีวิตรอดและการล้างแค้นสุดเข้มข้น ร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ที่เธอต้องลิขิตเอง อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.4
91 ตอน
(ห) อย่า ยั่ว รัก
(ห) อย่า ยั่ว รัก
เมื่อความเชื่อใจพังทลายเพราะความระแวงว่าสามีซ่อนใครอีกคนไว้ กันต์กมลจึงตัดสินใจขอหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์อันแสนอึดอัดนี้ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อเขาปฏิเสธและไม่ยอมปล่อยมือเธอไปง่ายๆ นิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้นที่นางเอกต้องหาทุกวิถีทางเพื่อหย่าร้าง ในขณะที่สามีจอมตื้อยังคงดึงดันรักษาตำแหน่งอย่างไร้ทางถอย
9.2
39 ตอน