ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เสียงรถบรรทุกขนาดกลางบีบแตรสองสามครั้งเพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะเคลื่อนตัว หัวใจของเด็กหญิงและเด็กชายที่ต่างคน ต่างอยู่อีกฟากฝั่งถนนหัวใจแทบจะขาดออกจากกัน

มนัสยาในวัยห้าขวบน้ำตาเอ่อคลอ มองดูใบหน้าของภีมเด็กชายข้างบ้านที่รุ่นราวคราวเดียวกัน เพียงแต่แก่เดือนกว่าด้วยความอาลัย

“ทำไมต้องไปล่ะภีม ไหนบอกจะอยู่เป็นเพื่อนมัสไปตลอดไง ถ้าภีมไปแล้วมัสจะอยู่กับใคร” น้ำตาของเด็กหญิงไหลพราก ๆ เหมือนถูกพรากคนที่รักที่สุด หัวใจดวงน้อยรู้สึกเคว้งคว้างเอามาก ๆ ได้แต่กอดตุ๊กตาเด็กผู้ชายในอ้อมกอดเอาไว้แน่น

“ภีม... ฮือ... ภีมไปแล้ว มัสต้องถูกพวกพี่ ๆ แกล้งอีกแน่เลย แล้วใครจะช่วยมัส” อีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้

“มัสต้องสู้ ๆ นะ ภีมจะอยู่ในใจของมัสเสมอ”

เด็กวัยห้าขวบที่ช่างคิดหาคำพูดอย่างกับผู้ใหญ่ ใบหน้าของเด็กชายซึ่งยังมีร่องรอยเขียวช้ำเพราะถูกพ่อขี้เมาทุบตีเป็นประจำ

ภีมทำได้เพียงเกาะประตูรถบรรทุก และพยายามโผล่หน้าออกมา ในขณะที่พยายามไขกระจกลดลงเพื่อให้สามารถพูดคุยกับมนัสยาได้สะดวก

“มัสไม่ต้องร้องไห้นะ อย่าร้องไห้นะ ถ้ามีใครรังแกมัส จำเอาไว้ แล้วภีมจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกมัน ภีมจะกลับมาต่อยพวกมันให้เละเลย มัสจะต้องอดทนนะ เป็นเด็กเข้มแข็ง และเป็นเด็กดี ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องออกจากบ้านนะ รอภีมที่บ้าน ภีมสัญญากับมัส ภีมจะกลับมา ภีมจะกลับมาหามัสแน่ ภีมสัญญาจริง ๆ นะ ภีมจะกลับมาหามัส”

มือน้อย ๆ ก็ยกขึ้นโบกบ๊ายบาย หัวใจก็ว้าเหว่ขึ้นมากะทันหัน จากเป็นในวันนี้ มันช่างรวดร้าว มนัสยาเป็นคนเดียวที่ยอมเล่นด้วยกับเขา และอยู่ด้วยกันทุกวัน เธอมีน้ำใจ แบ่งปัน เป็นยาใจน้อย ๆ ที่ทำให้ภีมยิ้มได้

“ไม่เอานะ ไม่เอา... ฮือ... ใครก็ได้ เปิดประตูรถให้ภีมลงมา ฮือ... ภีมไปแล้ว จะกลับมาตอนไหน ภีมจะไปอยู่ไหน มัสจะไปหาได้อย่างไร ไม่เอามัสไม่ให้ภีมไป ภีมลงมาเถอะ กลับลงมานะภีม ฮือ... เดี๋ยวมัสจะไปบอกพ่อให้ภีมมาอยู่กับมัส” ริมฝีปากน้อย ๆ อ้าพะงาบ ๆ

เด็กหญิงพูดจาออกมาจากหัวใจ นัยน์ตาท่วมไปด้วยหยาดน้ำตา มนัสยาวิ่งสะอื้นไห้ตามรถบรรทุกที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ เสียงของเด็กหญิงดังปานจะขาดใจ ปะปนไปกับคำอวยพรให้แม่ลูกที่เพิ่งพ้นจากนรกย้ายไปอยู่ที่อื่นได้

ภีมยื่นหน้าออกมาจากกระจก โดยมีแม่จับตัวเอาไว้ เขาร้องไห้น้ำตาไหล มือน้อย ๆ ของภีมยังโบกสะบัด

“รักมัสนะ” คำรักจากหัวใจลั่นดัง

“ฮือ... ภีมโชคดีนะ ภีมกลับมาหามัสนะ”

“พี่ยา... ภีมส่งข่าวมาหากันบ้างนะลูก” จุรีคุณแม่ของเด็กหญิงมนัสยาตะโกนตามหลัง

ศรยาเองก็น้ำตาไหล ตลอดเวลาที่อยู่ข้าง ๆ บ้านกัน มีครอบครัวนี้แหละที่ยื่นมือเข้ามาช่วยทุกอย่าง แม้ตอนที่ถูกผัวเตะจนสลบ ก็ได้จุรีมาช่วยและพาไปหาหมอ

ศรยาชะโงกหน้ามาบอก และตะเบ็งเสียงกลับมาพร้อมน้ำตาอาบหน้า

“ขอบคุณมากนะรี พี่จะไม่ลืมน้ำใจของเธอเลย พี่กับตาภีมจะกลับมาแน่นอนจ้ะ หนูมัสคอยพวกเรานะ สัญญาสิ สัญญากับน้าสิว่าจะรอ” ยิ้มที่เป็นรอยยิ้มจริงใจที่สุด

“ค่ะ หนูจะรอนะคะน้ายา น้ายากับภีมรีบกลับมานะคะ รีบกลับมานะ ภีมรีบกลับมาหามัสนะ” มือหนึ่งกอดตุ๊กตาที่เป็นตัวแทนของภีม อีกมือยกขึ้นมาโบกลา เสียงตะโกนนั้นเต็มไปด้วยความเดียวดาย ฟังแล้วหดหู่แม้จะมีคำสัญญาประหนึ่งสลักแห่งความหวังเจืออยู่ แต่มันก็ช่างริบหรี่เต็มที่

ศรยาหย่าขาดจากสามีเพราะถูกทำร้ายร่างกายมาตลอดหลายปี กระทั่งลูกชายก็ยังถูกหางเลขไปด้วย ชาวบ้านในละแวกไม่สามารถทนพฤติกรรมเลวร้ายได้ จึงแจ้งสถานสงเคราะห์ครอบครัวเข้าช่วยเหลือ กระทั่งที่สุดศรยาสามารถหย่าร้างกับศิริศักดิ์สามีได้สำเร็จ

ชะตาที่ไม่อาจล่วงรู้แม้สองแม่ลูกพ้นจากนรกได้ แต่กลับต้องเร่ร่อนเพราะไม่ทราบจะไปอยู่ ณ หนแห่งใด เธอได้เงินช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่ลงขันกัน และเงินจำนวนหนึ่งที่ทางกรมที่เข้ามาช่วยเหลือให้ แม้จะไม่เยอะ แต่ก็พอจะพาตัวเองและลูกไปตั้งตัวได้

การตัดสินใจครั้งนี้ ภีมก็เห็นด้วย เพราะเขาไม่อาจทนให้แม่ต้องถูกพ่อทำร้ายต่อไปอีกได้

รถบรรทุกคันนั้นวิ่งออกไปกระทั่งหายลับไปจากสายตาของมนัสยา รถคันนั้นวิ่งไปบนท้องถนนที่ทอดยาว

ตอน 2

มนัสยายืนมองส่งด้วยความเสียใจ คาดหวังว่าเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตสักวันคงจะหวนกลับมา แม่จับตัวลูกสาว

“เข้าบ้านได้แล้ว หนูควรจะดีใจนะที่ป้ายากับภีมจะไม่ถูกลุงศักดิ์ทำร้ายอีก เราทำได้แค่ยืนส่งและอวยพรให้กับพวกเขา” จุรีเช็ดน้ำตาตัวเองและก็ก้มลงมาเช็ดน้ำตาให้ลูกสาวด้วย

“นี่ไง... ตุ๊กตาตัวนี้เหมือนภีมมากนะลูก แถมยังมีอีกตัวที่เหมือนหนูอยู่กับภีม หากทั้งสองคนคิดถึงกัน ก็แค่กอดตุ๊กตา และมองหน้าตุ๊กตา ใช่ไหม”

“แม่จ๊ะ มันเหมือนกันเสียที่ไหนล่ะ” ช่างเถียงช่างพูด

“เหมือนสิ ความคิดถึงเป็นสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงใจของเรา ภีมจะไม่ไปไหนหรอก จะอยู่ในดวงใจของหนู”

“แม่จ๋า”

“ฮึ...” แม่เลิกคิ้ว

“ทำไมมัสเจ็บตรงนี้ เหมือนมีใครเอามือมาบีบเลย” เด็กหญิงชี้ไปที่หน้าออกข้างซ้ายที่มีก้อนเนื้อเท่ากำปั้นอยู่ภายในนั้น คนเป็นแม่ถึงกับหัวเราะออกมา

“อาการของคนตกหลุมรักเลยนะเนี่ย”

“มันเป็นยังไงคะ” สาวน้อยเริ่มสงสัย อะไรคือตกหลุมรัก

“ไว้โต หนูจะเข้าใจเอง แม่เคยเป็นตอนที่เจอพ่อของมัส”

แม่เริ่มเล่า เรื่องที่ตัวเองเจอกับมนูญ เมื่อครั้งเรียนหนังสือด้วยกัน พอมองสบตากันตอนที่เดินผ่านกัน สองสายตาประสบกัน มันเหมือนมีไฟสปาร์ก จากนั้นหัวใจของจุรีก็เต้นไม่เป็นปรกติอีกเลย

“ยังไง” เด็กหญิงทิ้งความเสียใจ แม้จะเศร้ามาก ๆ แต่พอได้ยินเรื่องที่แม่พูดก็สนใจ

“พ่อหล่อมาก” มนัสยาจับมือแม่

“แม่ต้องเล่าต่อนะ”

“ฮ่า... ได้สิ ๆ เล่าไป ดูทีวีไปด้วย เดี๋ยวละครภาคบ่ายจะมาแล้ว พระเอกคนนี้หล่อ ๆ”

“อ้าว ไหนแม่ว่าพ่อหล่อที่สุดไงคะ”

แม่ชี้ไปที่พ่อตอนนี้ ยืนฉีดน้ำรดต้นไม้อยู่ แดดฟากฝั่งนี้เริ่มร่ม มนูญยืนพุงพลุ้ย น้ำหนักขึ้นมาจากเดิมกว่ายี่สิบกิโลกรัม

“ทำไมล่ะคะแม่”

“เฮ้อ...” แม่ถอนใจ และใช้มือหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวี

“บอกให้หยุดกินก็ไม่เชื่อ กินข้าวทีสองสามจาน” ใบหน้าของแม่ระอาใจ

“ก็แม่ทำกับข้าวอร่อยเองนี่คะ” มนัสยาหัวเราะออกมา

“เออน่าจะจริง ต่อไปแม่จะทำให้อร่อยน้อยลงดีกว่า พ่อจะได้ผอม” สาวน้อยได้แต่หัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม สองตามองไปที่ทีวี พร้อมกับกระชับกอดตุ๊กตาที่เปรียบเป็นเสมือนตัวแทนของภีม

ในรถ ภีมก็กอดรัดตุ๊กตาที่หน้าเหมือนมนัสยาเอาไว้แน่น นี่คือกำลังใจของเด็กตัวน้อย ๆ ที่คิดว่า เขาจะดูแลแม่ได้ไหม แม้จะอายุยังน้อย แต่ก็เข้าใจแม่ที่สุด

แม่พร่ำพูดว่า “เราเหลือกันสองคนแล้ว เราจะดูแลกันและกัน” ภีมใช้มือน้อย ๆ จับมือของแม่แล้วบีบ

“ต่อไปภีมจะปกป้องและดูแลแม่เองครับ”

ทั้งสองคนกอดกันร้องไห้ แม้จะไม่มีใครบนโลกใบนี้รักทั้งคู่ แต่ทั้งสองคนก็สัญญาว่าจะรักและดูแลกันให้ถึงที่สุด แม้วันข้างหน้าโลกจะโหดร้าย หรือว่าดีกว่าที่เคยผ่านมาก็ตาม

แต่ก็โชคดีแล้วที่ทั้งสองคนหลุดพ้นจากขุมนรกจากคนที่รักที่สุด และได้เลือกเขาให้มาเป็นผู้นำ แต่นิสัยการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ก็ไม่อาจจะทำใจให้รักและอยู่ด้วยกันได้อีก

คำพูดที่แม่ชอบพูดกับภีม “เราสองแม่ลูกจะไปตายเอาดาบหน้า” แม้ภีมจะไม่เข้าใจความหมายนัก แต่เขาก็พยักหน้ารับ ขอแค่มีแม่อยู่ข้าง ๆ ตัวเขาเท่านั้น

ในผับหกเก้าอินเตอร์ บนหน้าจอแอลอีดีขนาดกว้างเกือบหกสิบนิ้ว เสนอข่าวการประสบอุบัติเหตุเมื่อสองอาทิตย์ก่อนบนถนนต่างระดับทางเข้าเขตเมือง เสียงผู้ประกาศข่าวฟังอู้อี้ไม่ได้ศัพท์ หรือเพราะว่าหูของคนเมาที่นั่งกอดขวดเหล้าอยู่ในสภาพที่หมดสภาพอย่างหนัก

มนัสยาในวัยยี่สิบสี่กำลังทุกข์ใจแสนสาหัส คนที่จะแต่งงานกัน เริ่มจัดเตรียมทุกอย่าง แต่ก็มาบอกกับเธอว่าทำผู้หญิงอีกคนท้อง

ทำให้เธอต้องแบกความอับอายความสัมพันธ์กับผู้ชายใจโลเล แถมยังนอกใจนอกกายเธออีก ธาราบอกเลิกกับเธอ เขาจะไปแต่งงานกับภรดี เพื่อรับผิดชอบลูกในท้องของเธอ

อีกสิ่งหนึ่งที่เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อภรดีเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทใหญ่โตด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ธาราเพิ่งได้เข้าไปทำงานด้วย

มนัสยาค่อย ๆ ฉีกการ์ดงานแต่งตัวเองที่พิมพ์ล่วงหน้าเอาไว้ถึงสี่เดือนแบบอันต่ออัน หญิงสาวเอาติดกระเป๋ามาเพราะจะเอาไปแจกเพื่อน ๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายหัวใจของเธอให้แหลกลาญ

หญิงสาวฉีกกระดาษ แล้วปล่อยกระดาษพวกนั้นให้ร่วงเกลื่อนพื้น ปากก็สบถด่าถ้อยคำร้าย ๆ และหยาบคาย การถูกทิ้งทำให้เธอเสียเซลฟ์ คำไหนไม่เคยพูด คำด่าแทบไม่มี มันก็หลุดปากออกมา

“ไอ้คนชั่ว ให้คนสารเลว ทำกันแบบนี้ได้ยังไง”

น้ำตานองหน้า ที่มนัสยาเจ็บปวดเพราะคำว่าหักหลังนี่แหละ ดวงตาของเธอเลื่อนลอยทั้งด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ อีกทั้งไม่อาจทนรับความเจ็บปวดที่กัดกร่อนหัวใจอย่างรวดร้าวได้ไหว

ปลายฟ้าเพื่อนที่มาด้วยของเธอหายวับไปกับหนุ่มคนไหนสักคน ที่ปลายฟ้าพามนัสยามาเพื่อให้เห็นว่า ผู้ชายมีมากกว่าฝูงลิงที่ลพบุรีเสียอีก

ที่นี่มีแต่พนักงานชายหล่อ ๆ และทำอาชีพเสริมเป็นโฮสต์รับจ้าง ที่สาวโสด และไม่โสดรู้กันดีว่า อดอยากปากแห้ง หรือต้องการคนเอาอกเอาใจ หรือจะเอาอย่างอื่นด้วย ก็ต้องมาที่นี่ แล้วเลือกชี้เอาเลย ความสนุกที่ซื้อหาได้ด้วยเงิน

มนัสยาหันไปมองรอบ ๆ แขกในผับนี้เริ่มทยอยหายออกไปกันเกือบจะหมดแล้ว

“ยายฟ้าหายไปไหนอีกล่ะเนี่ย ยายคนนี้ทิ้งฉันอีกแล้วหรือ อีบ้ามาทิ้งกันได้ลงคออีกแล้วนะ เห็นตัวผู้ไม่ได้จริง ๆ สงสัยจะไปหาหิ้วเด็ก เฮ้อ...”

มนัสยาพ่นลมหายใจอย่างอ่อนใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่คบหากัน ปลายฟ้าไม่ยอมมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เพราะมองว่าเป็นตัวถ่วงและภาระ รักสนุกแต่ไม่ผูกพันคือสโลแกนของปลายฟ้า มนัสยายังคงมองหาเพื่อน แต่ก็ไร้วี่แวว

ตอน 3

ปลายฟ้ามักว่าให้กับมนัสยาอยู่เสมอว่า “หล่อนน่ะมีของดีไม่รู้จักใช้ และต้องซ้อมให้ถนัดถนี่ สมัยนี้ผู้ชายเขาไม่ถือในเรื่องความบริสุทธิ์กันแล้ว แกจะเก็บเอาไว้ตอนเข้าหอเลยหรืออย่างไร เชื่อสิ ถึงเวลานั้นจริง ๆ ผู้ชายมันไม่มานั่งถามหรอกว่า แกนะเคยผ่านอะไร ๆ ที่เป็นท่อน ๆ มาหรือยัง ยิ่งถ้าแกมีประสบการณ์อะนะ ผู้ชายยิ่งชอบ”

“เชอะ คิดได้แบบนี้เนอะ แล้วใครจะเหมือนหล่อนล่ะ” มนัสยาอดเหน็บเพื่อนไม่ได้

แต่ปลายฟ้าไม่ยี่หระเลยสักนิดเดียว ยังคงมั่นหน้ามั่นโหนก เล่นเก็บแต้มเรื่องแบบว่าเหมือนเดิม เรื่องบนเตียงคือความสุขที่สามารถทดแทนและเสริมพละกำลัง พร้อมกับได้ปลดปล่อยความทุกข์ สุขเมื่อได้ขึ้นสวรรค์ แม้จะใช้เงินซื้อมา ปลายฟ้าก็ยินยอม

“ยายฟ้าแกอยู่ที่ไหน เฮ้อ... แกน่ะหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ ได้โปรดกลับมาเถอะ โธ่! แล้วฉันจะกลับบ้านยังไง” คิดแล้วหัวจะปวด นานแล้วที่มนัสยาไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ ดวงตาของเธอเริ่มเบลอ ๆ นัยน์ตาเริ่มเห็นภาพซ้อนแล้ว อย่าว่าจะพาตัวเองกลับบ้านเลย เธอจะเดินออกไปพ้นจากประตูผับได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้

ที่ทีวีจอใหญ่เปิดข่าวคราวให้ดู และผับเริ่มเปิดไฟสว่างทีละดวง นั่นหมายถึงว่าที่นี่จะถูกปิดลง

“ไหนว่าจะปลอบใจกันล่ะยายฟ้า ยายเพื่อนเปรต ๆ อีบ้าเอ๊ย!” ยังสบถออกมาอย่างโมโหต่อเนื่อง มาทิ้งให้มนัสยานั่งจมอยู่กับอดีตและความเจ็บช้ำเพียงลำพัง แถมเมาจนไม่ได้สติ

เธอหันไปมองแก้วในมือก่อนจะยกดื่มอีก พอหมดแก้ว มนัสยายกมือขึ้นมาโบกเพื่อเรียกให้พนักงานเช็กบิล

ทันใดนั้น หนุ่มหล่อหน้าตาดีเว่อร์ก็เข้ามาหาเธอ

“คุณมาคนเดียวหรือครับ” เขาจ้องเธออยู่นานแล้ว

“แล้วเห็นไหมล่ะว่าฉันนั่งอยู่กับใคร” เธอย้อน มนัสยามองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เขาไม่ได้แต่งชุดพนักงานของที่นี่ ดูดีกว่า และชายหนุ่มอยู่ในชุดสูท

ใบหน้าอันแดงก่ำของมนัสยาถูกยกขึ้นมอง ชายหนุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าของเขาคล้ายคนที่เคยรู้จัก คุ้น ๆ มาก แถมยังยิ้มให้เธอด้วยการเปิดฟันที่เรียงขาวสะอาด ทว่ามนัสยาคิดเท่าไร เธอก็คิดไม่ออกว่าเธอเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน

“นี่ ๆ คุณเป็นใคร ฉันไม่รู้จักคุณ” เธอจิ้มนิ้วไปที่อกเขา

จากนั้นก็ยังจิ้มนิ้วไปที่ใบหน้าของเขาอีก ก่อนจะตบหน้าของชายหนุ่ม มนัสยายังทำเปิ่น เธอเอามือทั้งสองข้างมาขยี้ตา เพราะมองเห็นไม่ชัด

“ในผับมีความสว่างแค่นี้ ตาฉันก็ฝ้าฟางสิ” ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะร่วน

“คุณต้องการจะเช็กบิลไม่ใช่หรือครับ”

“อ้าว... คุณทำงานที่นี่ด้วยหรือ อ้อ...” เธอทำหน้านึก

“คุณเป็นผู้จัดการที่นี่แน่ ๆ เลย” เธอขยับตัวเข้าใกล้ และใช้มือไปจับชายเสื้อของชายหนุ่ม มนัสยาพลิกดูข้างในสาบชายเสื้อ เหมือนต้องการรู้ว่าเขาใส่สูทยี่ห้ออะไร

“อู้! ใส่แบรนด์หรูนี่ สูทอาร์มานี” เธอยกหน้ามองเขา ใจก็คิด ผู้จัดการผับหรือ เงินเดือนเท่าไรกัน ทำไมเขาถึงได้ใส่สูทราคาเป็นแสน

“มือสองนะครับ”

“อ้อ” เธอพยักหน้า

“เรื่องบิลของคุณน่ะนะ ไม่ต้องเป็นห่วง เพื่อนสาวของคุณ เธอจ่ายทั้งหมดแล้วครับ”

“อะไรนะ ยายฟ้านะเหรอ แหม... ยายตัวร้าย”

“แล้วเธอก็ยังทิ้งนามบัตรของคุณให้กับผมด้วย”

“ยายฟ้ากล้าดียังไงถึงได้เอานามบัตรของฉันให้กับคุณน่ะ” เธอขยับปากจะโวย แต่เสียงก็แผ่วเบา คนเมาจะมีเรี่ยวแรงเอะอะอะไรมากมาย โดยเฉพาะมนัสยา

“เธอหวังดีนะครับ เธอยังเขียนที่อยู่ของคุณเอาไว้ข้างหลังนามบัตรด้วย และยังย้ำอีกว่าให้ผมไปส่งคุณจนถึงที่หมาย”

“หื้อ! เพื่อนฉันบอกกับคุณแบบนั้นหรือ ไหนหลักฐาน” มนัสยาทำตาโต และแบมือไปตรงหน้า แต่ก็ไม่รอให้เขาเอานามบัตรที่ว่าออกมาให้

“ไม่เป็นไร ๆ ฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้” พูดจบ ลุกปาดหน้า จะเดินผ่าน

“ไม่ได้นะคุณ ดึกป่านนี้แล้ว มันอันตรายมากนะสิ แถมยังเมาแบบนี้อีก” มนัสยาหันขวับมาทันที

“แล้วไปกับคุณไม่อันตรายหรืออย่างไร”

“ไม่” เขาตอบทันทีเช่นกัน

“ฉันยังไม่รู้จักคุณเลยนะ เพิ่งเห็นหน้าไม่ถึงห้านาที จะกล้าดีมาบอกว่า ถ้าฉันไปกับคุณฉันจะปลอดภัย ไม่เอาหรอก” มนัสยาทำสีหน้าไม่ไว้วางใจ เพิ่งโดนหักหลังมาหยก ๆ เธอจะไม่เชื่อใครอีก เขาจึงได้หยิบนามบัตรของเธอขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง ชื่อนี้ที่จำได้แบบไม่ลืม

‘มนัสยา เรืองประเสริฐคุณ’ เขายิ้มกว้างให้

“คุณชื่อมนัสยา คุณมัสใช่ไหมครับ” แววตาอ่อนโยนเหมือนเคยเห็นที่ไหนอีกแล้ว มนัสยาเผลอพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ผิด” เขาเอานามบัตรของเธอหงายขึ้น และยื่นไปตรงหน้าของมนัสยา เธอจะจับเอาไว้ แต่เขาก็ดึงกลับ

“ผมรับประกันครับ ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด เชิญครับคุณมัส” เขายื่นมือมาตรงหน้ามนัสยาเพื่อให้จับ เธอลังเลเล็กน้อย

สามอาทิตย์มาแล้วที่โลกาวินาศ คนรักที่กำลังคบหาจะแต่งงานด้วยกัน วางแผนงานแต่งงานมาเป็นปี ๆ แต่หนีไปและประกาศแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นแบบสายฟ้าแลบ

เธอยังไม่รู้จะคิดหาคำตอบไปบอกพ่อกับแม่ของตัวเองได้อย่างไร รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น ทั้งที่สิ่งที่เธอได้เตรียมทุกอย่างนั่น คือสุดยอดของความฝัน และวันที่รอคอย

‘ทำไม ทำไม ทำไม’ คำถามที่หาคำตอบไม่ได้

คำพูดของปลายฟ้าดังลอดเข้ามาในหู

“แกคิดเอาเองนะยายมัส จะใช้ชีวิตแบบแห้งเหี่ยว ไร้ประสบการณ์ เพื่อรอเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอแต่งงานนะ ไม่มีหรอก มันต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า หาความสุขนะมัสนะ”

ปลายฟ้าชี้นิ้วกระดิกมาข้างหน้า

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SDQ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SDQ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

แต่งงานกับอาเล็ก
แต่งงานกับอาเล็ก
เมื่อ ตู้เซียวเซียว ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ต้องตายอย่างอนาถ เธอจึงเลือกแต่งงานกับ ลี่โม่เป่ย อาเล็กผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแก้แค้นคนชั่วที่เคยทำลายชีวิตเธอ ทว่าความสัมพันธ์แบบสัญญาจ้างในนิยายรักสุดเข้มข้นนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว
7.9
47 ตอน
สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ
สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ
เมื่อ สวี่กงเหมย บุตรีบุญธรรมของปรมาจารย์พิษ ต้องมารับหน้าที่ปรุงยารักษา เซวียนจางหย่ง ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม จากหญิงสาวชาวป่าสุดแสบที่กล้ายิงธนูใส่เขาตั้งแต่แรกพบ สู่ความใกล้ชิดที่แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้ง อ่านนิยายรักจีนโบราณสุดฟินได้แล้ววันนี้
9.0
91 ตอน
ปรารถนาซาดิสม์
ปรารถนาซาดิสม์
เมื่อพริตตี้สาวสุดเซ็กซี่อย่าง 'อุมาริการ์' กล้าปฏิเสธเงินก้อนโตและฝากรอยตบไว้บนใบหน้าของ 'เทมป์' นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอยผู้ทรงอิทธิพล เกมรักอันตรายสายดาร์กโรแมนซ์จึงเริ่มต้นขึ้น ยิ่งเธอพยศก็ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบให้เขาอยากเอาชนะ ค่ำคืนไล่ล่าที่เต็มไปด้วยความซาดิสม์และอารมณ์รักสุดรุนแรงนี้ใครจะเป็นฝ่ายยอมสยบ
8.4
60 ตอน
เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
เมื่อสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างปัทมณฑ์ ต้องตกเป็นเจ้าสาวจากการประมูลของไรอัน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของสายการบินผู้ทรงอิทธิพล นิยายรักแนวประธานบริษัทสายเปย์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับบทเรียนรักสุดเร่าร้อน ที่เขาค่อยๆ สอนให้เธอรู้จักความรัญจวนใจจนยากจะถอนตัว อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.1
84 ตอน
7Leaders วางแผนให้เพื่อนรัก เล่มที่ 4 ของซีรี่ย์
7Leaders วางแผนให้เพื่อนรัก เล่มที่ 4 ของซีรี่ย์
เมื่อหนุ่มฮอตประจำคณะตกหลุมรักเพื่อนร่วมรุ่นผู้หยิ่งทะนง แต่กลับโดนปฏิเสธมาตลอดสามปี ทว่าเมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอต้องเผชิญวิกฤตชีวิตจนต้องทำงานกลางคืน โอกาสทองในการยื่นมือเข้าช่วยและรุกคืบพิชิตใจสาวเย็นชาจึงเริ่มขึ้น อ่านนิยายรักวัยรุ่นสุดฟินที่พร้อมทวงสิทธิ์คนพิเศษได้แล้ววันนี้
7.8
82 ตอน
วิมานสวาท
วิมานสวาท
เมื่ออลิซต้องเผชิญหน้ากับจามาล ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่คอยขับไล่และกล่าวหาว่าเธอแอบมองเขาด้วยความกระหาย แม้ปากจะบอกว่ารักแมทธิว แต่ความปรารถนาอันเร่าร้อนในใจกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟสวาทและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานได้ที่นี่
8.8
80 ตอน