ตอน 2

ตอนที่ 2

“แล้วคุณป๋าจะให้เท่าไหร่คะ” หยุดพูดเล็กน้อย นัยน์ตาพราวระยับอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆ

“บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินใช่ไหมคะ ว้าว...คุณป๋าน้ำผึ้งใจดีที่สุดเลย” ลากเสียงหวานนุ่มพลิ้วหวาน กระโดดโลดเต้นเป็นเด็กๆ วงหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มหันรีหันขวางอย่างรู้สึกแปลกๆ มันเหมือนกับว่าเธอกำลังถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามาจากทิศทางใด เล่นเอาขนตามเรือนกายลุกชัน

ไม่ใช่จะคิดเข้าข้างตัวเอง ถึงเธอไม่สวยเตะตา รูปร่างอวบอั๋น อกผลมะพร้าว เอวคอดกิ่ว สะโพกดินระเบิดก็เถอะ แต่หน้าตาสดใสน่ารักเรียกสายตาหนุ่มๆ ให้ต้องเหลียวมองซ้ำรอบสองกันเกือบทั้งนั้น แล้วมาต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ มีหรือจะไม่มีคนมองน่ะ

“เอาแบบนั้นเลยหรือเจ้าตัวดี แต่ไหนเมื่อกี้ใครกันนะ บอกจะไม่พูดกับคุณป๋าห้านาที นี่ยังไม่ครบเลยนะ” เอ่ยถามเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ สองมือทาบบนพวงแก้มใสและนุ่มราวกับแก้มก้นเด็ก ไล้คลึงหยอกเย้าอย่างไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างอิจฉา ผู้ชายวัยกลางคนอวบอ้วนพุงพลุ้ยนิดๆ มีสาวน้อยหน้าใสหวานเคียงข้างคอยพูดจ๊ะจ๋าให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

มธุรสยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม สอดมือจับแขนป้อม “ก็น้ำผึ้งน่ารักนี่นา แล้วคุณป๋าก็รักมากด้วย แล้วอย่างนี้จะให้สาวน้อยแสนน่ารักคนนี้งอนคุณป๋าผู้ใจดีได้หรือคะ” กระแซะอ้อนเสียงใสแจ๋วอย่างคนช่างพูดเอาตัวรอด

“ที่นี่ลมแรงจัง เรารีบเข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะ” มือเล็กยกขึ้นทาบทับบนศีรษะกดหมวกที่พยายามจะหลุดออกไปแต่ก็ไม่ทัน หมวกใบโปรดได้หลุดและปลิวไปตามกระแสลม

“อุ๊ย!! คุณป๋าไปเช็กอินก่อนนะคะ น้ำผึ้งขอไปเก็บหมวกก่อน” มธุรสบอกเสียงใสนุ่มหวาน รีบวิ่งตามไปเก็บหมวกใบโปรดที่หลุดปลิวออกจากศีรษะเพราะสายลมแรงๆ ที่พัดมาอย่างไม่ฟังคำทัดทานจากภาวัติ

มือหนาสอดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เท้าพาร่างแกร่งเดินวนไปเวียนมาด้วยความอึดอัดจากยายจอมจุ้นที่ได้แรงยุจากคนใกล้ชิด คอยพาตัวเองมาวอแววนเวียนเอาใจ แทนที่จะทำให้เขารู้สึกดีกับการมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยน่ารักมาคอยเอาใจใส่ กลับกลายเป็นรำคาญเสียมากกว่า

คนที่ไม่ใช่ ต่อให้พยายามเท่าไหร่ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี จนเขาต้องหาทางเลี่ยงหลบหนีออกมายืนสงบสติอารมณ์กับธารน้ำกว้างใหญ่สีน้ำเงินให้ช่วยผ่อนคลายความเครียด แต่กลับมีภาพร่างบอบบางสะท้อนกับแพน้ำใสแจ๋วที่กำลังลิ่วล้อเล่นกับแสงแห่งพระอาทิตย์ คล้ายมีเพชรดาษดื่นเรียกความสนใจให้ต้องเหลียวไปมอง

เธอเป็นใคร?

แปลก...แม้หนทางห่างไกล อะไรก็ไม่ชัดเลยสักนิดเดียว แต่ทำไมหัวใจซึ่งมีกำแพงล้อมรอบอย่างแข็งแกร่งแน่นหนา ผู้ซึ่งอยู่ผ่านร้อนผ่านหนาว เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบอายุสามสิบห้าปีไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง เกิดอาการที่เรียกว่ากระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล จนผู้เป็นเจ้าของถึงกับแปลกใจในความรู้สึกที่แล่นลิ่ว ตรงเข้าหาเหมือนกระสุนตรงเข้าเป้า

“บ้าจริงๆ ไกลจนมองเห็นไม่ชัดเลย” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ ขณะเพ่งมองไป แต่ก็เห็นเพียงด้านข้างของร่างบอบบางในเสื้อผ้าบางเบา มีเข็มขัดสีขาวเน้นเอวเล็กคอดกิ่วที่คิดว่าใช้สองมือกำรอบ กางเกงผ้าขาสั้นสีน้ำตาลไม่ได้สั้นมากมายเสริมให้น่ารักแต่ก็แอบเซ็กซี่นิดๆ เรียกว่าเย้ายวนใจจนในทรวงเขาถึงกับเต้นกระหน่ำรัวเร็ว ไหนจะปลีขาเสลาเรียวยาวเหมือนลำเทียนคู่นั้นอีกเล่า

‘เกิดอะไรขึ้นกับเขานี่?’

คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ทั้งที่รอบตัวเขามีผู้หญิงสวยๆ รายล้อมมากมาย แต่ทำไมถึงได้ไปสะดุดใจอยากเห็นหน้าเธอคนนั้นเสียจริง ชายหนุ่มพยายามมองลอดหมวกปีกกว้างและแว่นตาสีดำอันใหญ่ที่ปกปิดใบหน้าไปเสียครึ่งหนึ่ง มองเห็นก็ไม่ชัด ทำให้เขาอยากรู้จนเป็นร้อนรนกระวนกระวาย แต่ถึงจะร้อนรุ่มพลุ่งพล่านราวกับไฟเผาสักเพียงใดก็ต้องข่มกลั้นไว้ เพราะสาวน้อยนางนั้นไม่ได้มาเพียงคนเดียว

เธอ...มากับชายวัยกลางคน ที่โอบประคองทะนุถนอมอย่างกับกลัวดอกไม้กลีบบางจะบอบช้ำ ท่าทีหวานซึ่งมีให้กันเหมือนต้องการประกาศให้กับผู้ชายหลายคนที่เหลียวมองรู้ว่า เธอมีเจ้าของและเขาทั้งรักทั้งห่วงอีกทั้งหวงสุดหัวใจ

แวบหนึ่งในหัวใจปวดหนึบราวกับถูกคมหินตะปุ่มตะป่ำบาดเฉือน ทำไมเขาถึงเป็นอย่างนี้...ไม่เข้าใจกับความรู้สึกแปลกๆ นี่เสียจริง ทว่าชายหนุ่มก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างเร็ว ถึงแม้รูปกายภายนอกของหญิงสาวถูกใจเขามากโข แต่ถ้าต้องทำศึกแย่งผู้หญิงจากผู้ชายคนอื่นเขาไม่นิยม

“เฮ้อ! ดันมีเรื่องทำให้เสียอารมณ์อีกจนได้” จากที่คิดว่าจะยืนรับลมผ่อนคลายความเครียดและกังวลอยู่อีกสักครู่ แต่สิ่งที่เห็นเป็นอะไรที่ชวนขัดลูกหูลูกตา พานให้หงุดหงิดร้อนรนไปทั้งใจจนทนยืนอยู่ไม่ได้

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกจากปอดแรงๆ สอดมือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกง เมื่อหมดอารมณ์ดูความสวยงามของสถานที่และคิดเรื่องงานที่มีปัญหาค้างคาไม่จบ...

แก้ไขเรื่องหนึ่งเสร็จสิ้นก็มีอีกเรื่องให้ต้องตามแก้ไขอีก ถ้ามีแค่ปัญหาเดียวเขาก็ไม่ต้องมายืนกลุ้มอย่างนี้ แต่นี่รุมเร้าเข้ามาในคราวเดียว จนไม่รู้ว่าจะตั้งหลักอย่างไร ควรเริ่มแก้ไขปัญหาไหนก่อนดี แล้วก็มีอะไรบางอย่างแวบเข้ามา แม้ต้องคิดเพิ่มเติมแต่ก็น่าจะพอใช้ได้อยู่

ร่างหนาด้วยไหล่กว้างได้มาตรฐานหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องทำงาน ขณะนั้นเองก็มีหมวกใบโตปลิวมาทำให้ต้องยกมือขึ้นรับโดยอัตโนมัติ

“อุ๊ย!!!” เพราะเธอวิ่งด้วยความเร็ว สายตาก็มองแต่หมวก เลยไม่ทันได้เห็นสิ่งกีดขวางเป็นร่างใหญ่ราวกับแท่งหินยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้า กว่าจะรู้ตัวว่าวิ่งมาปะทะเข้ากับกำแพงหนาแกร่งก็เมื่อจวนตัว จนเบรกไม่ทัน ร่างอรชรจึงถลาเข้าไปสู่อ้อมแขนใหญ่ ซึ่งก็ยกขึ้นโอบแขนรวบรอบเอวเล็กคอดกิ่วอย่างว่องไว

“โอ๊ะ!!” เตรียมตัวรับความเจ็บเต็มๆ แต่แปลกที่ไม่เจ็บตรงส่วนอื่น ยกเว้นปลายจมูกซึ่งได้ปะทะเข้ากับกำแพงเนื้อนุ่มเข้าเต็มเปานั่นเอง

“อูย...” มธุรสหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ มือเล็กยกขึ้นจับปลายจมูกโด่งอัตโนมัติ พร้อมแพขนตายาวงอนกะพริบปริบๆ แหงนหน้าขึ้นมองกำแพงหนาที่รองรับร่างอย่างเร็วไว

‘อ้าว...ตายจริง’ เธอเข้าใจผิดไปถนัดเลย ที่ชนไม่ใช่กำแพงแต่เป็นคน...ฝรั่งร่างยังกับตึกห้าชั้นเต็มๆ เลย

เมื่อความสูงของเธอเพียงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรเท่านั้น ส่วนกำแพงหนาความสูงเกือบสองเมตรเห็นจะได้ เมื่ออีกฝ่ายก้มหน้าลงมา ในขณะที่เธอก็แหงนหน้าขึ้นไป ผลที่ได้คือ...

ริมฝีปากหนาร้อนประทับบนหน้าผากเนียนนุ่ม ทำเอาใจสาวน้อยที่ไม่เคยได้แนบชิดชายคนไหนมากไปกว่าคุณป๋าภาวัติสุดใจดี ถึงกับสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินซึ่งเหยียบย่างอยู่ไหวแยกแตกตัวอย่างรุนแรง

“คุณ!” รัศมีแห่งอำนาจและกลิ่นกายของบุรุษเพศทรงพลังมาพร้อมโคโลญ กลิ่นหอมอ่อนๆ ยิ่งทำให้หัวใจเล็กๆ ของสาวน้อยไม่ประสา สั่นไหวเหมือนเรือลำน้อยลอยละล่องอยู่ในลำนาวาที่มีคลื่นพายุโหมกระหน่ำ เปลวไฟร้อนผ่าวไม่รู้ว่ามาจากไหนวิ่งไหลวนในกระแสเลือด ไปรวมกันอยู่ที่จุดเดียวคือใบหน้าซึ่งมองคนให้ความช่วยเหลืออย่างตื่นตะลึง

เพียงแค่ได้สบกับสายตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำและคมกริบราวกับดวงตาพญาเหยี่ยว ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนก็เหมือนกับเธอถูกสะกดจิต โลกทั้งโลกหยุดเคลื่อนไหว กายอรชรอ้อนแอ้นอ่อนระทวยเหมือนถูกไฟช็อต ได้แต่ยืนนิ่งในอ้อมแขนใหญ่ เสียงในหัวใจเต้นตึกตักๆ ดังเข้ามาในหู ในลำคอแห้งผากพอๆ กับริมฝีปากที่ต้องยื่นปลายลิ้นเล็กออกมาไล้เลียอย่างไม่รู้ตัว

ตอน 3

ตอนที่ 3

“เธอนี่มัน!” เมื่อได้ยลหน้าผุดผ่องขาวนวลเนียนใสจนเห็นเส้นเลือดฝาด ล้อมกรอบด้วยเส้นผมหนาสีดำสนิทดูนุ่มน่าสัมผัส ทำเอาเขามองอย่างตะลึงงัน

“ทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบผู้ชายแก่คราวพ่อกันนักฮึ!” ความเกรี้ยวกราดไม่รู้มาจากไหนทำให้ชายหนุ่มเผลอใส่อารมณ์กับคนตัวเล็กที่มาพร้อมกับความรู้สึกอยากจะจับเธอมากดกอดและ...จูบ!

ยิ่งได้เห็นดวงตากลมโตเหมือนดวงตาสมันน้อยล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน จมูกเล็กโด่งได้รูปเชิดขึ้น ริมฝีปากจิ้มลิ้มอิ่มเต็มออกสีน้ำผึ้งระเรื่อน่าจูบ! กลิ่นเนื้อกายนางหอมกรุ่นเช่นดอกไม้แรกแย้มบานอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งน่าจะเป็นแป้งที่ลอยเข้าจมูกจนต้องสูดดมเต็มปอด ไหนจะเรือนกายนิ่มน่าจับต้องไปเสียทุกส่วน เพลิงโทสะในกายก็ยิ่งลุกโชน

“ทำไมฮึ! ผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันไม่มีแล้วหรือไง ถึงได้คั่วไอ้แก่คราวพ่อน่ะ”

มธุรสงุนงงจนอ้าปากค้างที่อยู่ดีๆ ก็ถูกต่อว่าโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย “คุณ! ทำไม...ฉันจะรักจะชอบใคร มันหนักส่วนไหนของคุณล่ะ”

“เพราะฉันไม่ชอบ” โต้กลับเสียงกระด้างดุ

“เอ้า...คุณไม่ชอบแล้วเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ นี่มันชีวิตของฉันนะ จะรักชอบใครเกี่ยวอะไรกับคุณเล่า ปล่อยฉันนะ”

“จะสะบัดสะบิ้งทำไม” แขนแกร่งโอบรัดรอบร่างเล็กที่ขยุกขยิกอยู่ไม่นิ่ง จากตอนแรกที่บอกว่าไม่สนใจ แต่เมื่อถูกท้าทายด้วยการไม่สนใจก็ยิ่งทำให้เขาอยากสั่งสอนให้รู้สำนึก! มาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาแล้วควรจะต้องเจออะไร

‘แค่...นิดๆ หน่อยๆ ยังไงก็เคยผ่านสมรภูมิมาแล้ว ยังไงก็ไม่สึกไม่หรอ ก่อนจากกันเขาค่อยให้เงินสักก้อนเป็นค่าทำขวัญ ขี้คร้านจะพอใจละไม่ว่า’

ไม่ใช่จะดูถูกเพศที่ให้กำเนิด แต่ผู้หญิงที่พาตัวเข้ามาใกล้ชิดเขาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่หวังในทรัพย์สินเงินทอง มากกว่าความรู้สึกของกันและกัน แม้กระทั่งคนที่มีสามีแล้วก็ยังยอมเอาเรือนร่างเข้าแลกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่สนใจผลที่ตามมา แล้วกับผู้หญิงที่มากับคนที่อายุมากกว่ารอบแบบนี้ ไม่ให้เขาคิดว่าเธอเป็นพวกไล่จับผู้ชายรวยๆ จะให้เชื่อว่าเธอรักกับตาอ้วนพุงพลุ้ยนั่นจริงหรือไง

“นี่คุณ! ขอบคุณที่ช่วยไม่ให้ล้มและเก็บของให้ ตอนนี้ช่วยปล่อยฉันด้วยค่ะ” จากตอนแรกเอ่ยเป็นภาษาไทย แต่เพราะนึกได้ว่าอยู่ที่ไหน มธุรสจึงรีบเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษที่พ่วงด้วยความไม่พอใจ แต่...

‘จะมองหาพระแสงอะไรนี่...จ้องอยู่ได้’ สายตาคมกริบราวกับจะซอกซอนไปให้ลึกไปสุดซอกหัวใจทำเอามธุรสถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งแก้มที่คิดว่าคงแดงระเรื่อราวกับดอกไม้แรกแย้มบาน หัวใจเต้นเป็นจังหวะจนน่ากลัวเมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนแกร่งของชายที่มีเสน่ห์เหลือล้น จนต้องรีบเร่งรุดจับแขนล่ำสันดันออกช้าๆ

“ขอโทษค่ะคุณ ช่วยปล่อยฉันด้วยค่ะ” ทาบมือบนแขนกำยำ ทั้งผลักทั้งดันและเบี่ยงกายออกแต่ดูเหมือนจะยิ่งจมหายกายอรชรแนบชิดอกกว้าง จนเธอรับรู้ถึงความแข็งกระด้างของกล้ามเนื้อ

ตอนแรกเป็นห่วงกลัวคุณป๋าเดินตามมาเห็นเข้า คนใจดีที่ช่วยจะเดือดร้อน เพราะความหวงเกินเหตุไปนิดหนึ่งของภาวัติ แต่มาตอนนี้คิดว่าเธอกำลังเจอดี ดวงตากลมโตเริ่มเปล่งแสงระเรื่อทีละน้อย

“ปล่อยฉันดีกว่าคุณ” ข่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันด้วยขุ่นเคืองใจกับมารยาทอันเลวทรามที่ได้รับ ทว่านอกจากจะไม่ถูกปล่อยตัว ฝ่ามือหนายังลูบไล้แผ่นหลังกว้างก่อเกิดความร้อน พร้อมหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

‘บ้าจริง!’ เขาว่าฝรั่งไม่ถือเนื้อถือตัว การแตะเนื้อต้องตัว กอดจูบกันในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องผิดแปลก สังคมที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งเธอเข้าใจดี เขาคงไม่ตั้งใจ แต่เป็นอย่างนี้...เธอคงเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะ ไอ้ฝรั่งร่างยักษ์ใช้ความได้เปรียบทางด้านร่างกาย ฉวยโอกาสลวนลามเธอหน้าด้านๆ

“ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะ” ถามพลางยิ้มใส่ดวงตากลมโตสุกใสที่ฉายแววสีเพลิง

ความโกรธพุ่งขึ้นดั่งเธอก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนปล่องภูเขาไฟแต่ต้องกัดฟันข่มใจเอาไว้ก่อน เมื่อรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบ “แล้วคุณจะเอายังไงกับฉัน!”

แม้โกรธจนหน้าแดง แต่เสียงของเธอก็ยังกังวานหวานใส จนอยากได้ยินซ้ำหลายครั้ง เขาเลยโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มทั้งปากและดวงตา ฝ่ามือหนานวดคลึงไต่ไล่บนแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา เมื่อหญิงสาวขัดขืนเขาก็โอบกระชับรัดร่างเพรียวบางแนบชิด จนรับรู้ถึงกล้ามเนื้อที่ไหวกระเพื่อม ใบหน้าแกร่งโน้มลงไปบนแก้มนุ่ม

“อืม...หอม”

มธุรสข่มกลั้นความโกรธกรุ่นไว้ภายใน ด้วยเทียบกันด้านรูปร่าง ลางแพ้ของเธอลอยมาแต่ไกล แต่ก็ยังไม่ละความพยายามทำให้ตัวเองหลุดออกจากคีมเหล็กที่รัดแน่นจนหายใจติดขัด

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อจอมฉวยโอกาสดึงรั้งชายเสื้อที่หลุดลุ่ยอยู่ออกจากขอบกางเกง สอดแทรกปลายนิ้วยาวร้อนผ่าวล่วงล้ำเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่ม กายสาวสั่นสะท้านไหววูบจากสัมผัสที่ร้อนผ่าวซึ่งไม่เคยจะพานพบเจอ

“ปล่อยฉันดีกว่านะคุณ!” ข่มกัดฟันบอกเสียงขุ่น ดวงตาเขียวปั้ด แก้มนุ่มใสแดงปลั่งด้วยเพลิงอารมณ์โทสะที่พุ่งลิ่วเหมือนกับลูกโป่งลอยขึ้นฟ้า ควันแทบออกจากใบหู เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมทำตามคำสั่ง มิหนำซ้ำยังยิ้มตาวาว วาดมือลากไล้เคลื่อนไหวหนักขึ้น ไหนจะหมวกใบโปรดที่คนเก็บได้ไม่คิดมอบคืน ปล่อยให้ลอยปลิวไปตามกระแสลมแรงและค้างอยู่บนต้นไม้ที่เธอเก็บไม่ถึง

“คุณ...!!”

“โอ๊ะโอ...มือไวไปหน่อยมั้งสาวน้อย” ดวงตาเข้มเป็นประกาย ขณะจับมือนุ่มนิ่มเอาไว้และบีบกระชับเบาๆ ก่อนนำมาแนบที่ริมฝีปากซึ่งคลี่ยิ้ม

“รู้ไหมคนที่คิดทำร้ายฉันจะต้องเจอกับอะไร” แนบจมูกโด่งคลอเคลียแก้มใสซับสีเลือดฝาดอย่างไม่สนใจอาการขัดขืนเบือนหน้าหนีของสาวเจ้า แล้วยังขบเม้มจูบซับเรื่อยไปจนถึงปากอิ่ม

“ตัวเธอหอมจัง” กลิ่นกายก็หอมจรุงใจจนอยากสูดดมให้ชุ่มฉ่ำใจ หลังนิ้วไกล่เกลี่ยร่องแก้ม “จนฉันอดใจไม่ไหว ขอจูบหน่อยนะ” ทั้งที่รอบกายเขามีผู้หญิงเสนอตัวมาให้ลิ้มลองมากมาย แต่ทำไมถึงได้มาติดใจผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาในอ้อมกอดคนนี้นักก็ไม่รู้ ชักแปลกใจตัวเองเสียแล้วสิ...

แต่ก็ไม่แปลกด้วยแม่เนื้อนุ่ม ช่างน่ารักน่าใคร่ แก้มใสเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยเลือดฝาดสาวไล่ลงไปถึงลำคอระหง ดวงตายามโกรธจัดเหมือนดวงตาแมวสะท้อนกับแสงไฟชวนมอง รูปกายอรชรอ้อนแอ้นที่น่ากลัวจะปลิวจนหาไม่เจอหากเจอลมพัดแรง แต่พอแตะต้องจริงๆ กลับรับรู้ถึงส่วนเว้าส่วนโค้งเต็มไม้เต็มมือ

กลิ่นกายเธอหอมจรุงใจที่เพียงสัมผัสแนบชิด กายแกร่งก็สำแดงเดชแห่งความปรารถนาขึ้นมาอย่างฉับพลัน เลือดในกายเดือดพล่านราวกับลาวาใต้พื้นดินจนแทบกักเก็บเอาไว้ไม่ได้ แต่ถึงทำได้เขาก็ไม่อยากทำอยู่ดีนั่นแหละ ด้วยใคร่อยากลิ้มรสปากอิ่มจะนุ่มหวานสักเพียงใด แวบหนึ่งรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนมุมปากหนา ในดวงตาคมเข้มกลับเฉยเมย เมื่อเขาอยากได้ แล้วจะรออะไรเล่า...

ไม่ทันได้ตั้งตัวห้าม ไอ้คนฉวยโอกาสจับรั้งปลายคางให้หน้านวลแหงนขึ้น และฉกปากร้อนลงมาบนเรียวปากอวบอิ่มนุ่มอย่างรวดเร็ว ราวกับจะช็อตเธอด้วยไฟหมื่นโวลต์ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจสั่นไหววูบราวกับเรือลำน้อยที่ลอยล่องอยู่ในนที เจอกับคลื่นพายุลมแรงโหมกระหน่ำพัดจนสั่นสะท้านไหวไปทั่วทั้งร่าง ความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาทำให้รับมือกับความช่ำชองไม่ได้ กลายเป็นโอกาสให้ถูกเอาเปรียบโดยโต้ตอบไม่ได้

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SVN” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SVN
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
เมื่อความรักกลายเป็นความแค้น สิบสองปีที่จากไปทำให้ 'เพลิงพาย' กลับมาพร้อมหัวใจที่เย็นชาดั่งหินผาเพื่อทำลายล้าง 'อุษณีย์' พยาบาลสาวที่เคยสัญญาว่าจะแต่งงานกัน แต่เธอกลับก้าวขึ้นมาแทนที่แม่ของเขา นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและแรงปรารถนาอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน
8.7
64 ตอน
พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
เมื่อชีวิตสุดจืดชืดทำให้นางเอกอยากลองลิ้มรสสัมผัสใหม่ๆ จนโคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ดที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ภายใต้แว่นตา เรื่องราวความรักออนไลน์สุดฟินในนิยายรักร่วมสมัยที่พร้อมจะเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นความปรารถนาอันเร่าร้อนจนเกินจะห้ามใจ
8.8
95 ตอน
เมียแต่งท่านประธาน [ตอนง้อเฮียหอนหนักม้าก]
เมียแต่งท่านประธาน [ตอนง้อเฮียหอนหนักม้าก]
เมื่อวิกฤตครอบครัวบีบให้ ไรยา ต้องแต่งงานเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้าบ่าวกลับเป็น หรัญญ์ อดีตชายหนุ่มที่เธอเคยเมินเฉย ซึ่งวันนี้กลายเป็นท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล นิยายรักดราม่าแนวสัญญาจ้างรักที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและความปรารถนาอันเร่าร้อน อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจครั้งนี้
8.9
63 ตอน
สาวน้ำพริก
สาวน้ำพริก
นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดระทึกขวัญ เมื่อ 'อาเรีย' หญิงสาวผู้มีจุดจบอันแสนอนาถ ณ ลานประหาร ร่างกายถูกทำลายยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ท่ามกลางความทรมานแสนสาหัสก่อนลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง สตรีผู้บริสุทธิ์ที่เคยตกเป็นเหยื่อกลับก้าวเข้ามาหาเพื่อเอ่ยคำอำลา ทวงคืนความแค้นและโชคชะตาที่บิดเบี้ยว
9.7
205 ตอน
โคตรไอ้เหี้ยม(หื่น)
โคตรไอ้เหี้ยม(หื่น)
เมื่อ พะหนู ต้องตกอยู่ท่ามกลางความสัมพันธ์อันร้อนแรงและบีบคั้นจากสองชายหนุ่มอย่าง พี่โขง และ พี่เข้ ความรักที่ปะปนไปด้วยไฟราคะและความเจ็บปวดจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความดุดันที่ถาโถมเข้ามาจนเธอแทบรับไม่ไหว เธอจะเอาชีวิตรอดจากบ่วงรักอันตรายครั้งนี้ได้อย่างไร อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
8.4
83 ตอน
พี่เขย
พี่เขย
เมื่อความสัมพันธ์ต้องห้ามกลายเป็นบ่วงรักที่ยากจะปฏิเสธ นิยายดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความปรารถนาอันตรายของพี่เขยสายโหดที่ต้องการครอบครองน้องเมียในฐานะภรรยาอย่างเต็มตัว แม้เธอจะพยายามขัดขืนและเว้นระยะห่าง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนและรับตำแหน่งภรรยาด้วยความจำใจท่ามกลางความขัดแย้งในใจ
9.5
53 ตอน