ตอน 3

บทที่ 3

ทนายคอนเนอร์จองไฟลท์เครื่องบินจากลอนดอนสู่แมนเชสเตอร์ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนวานหลังแจ้งจุดประสงค์กับพ่อบ้านประจำคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโจนส์จะไปอาศัยอยู่ที่นั่น ด้วยเหตุนี้เอง โจชัวจึงต้องรีบเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเป็นการด่วนด้วยทนายคอนเนอร์ได้จองเที่ยวบินช่วงเช้ามืดเอาไว้ เวลาเพียงน้อยนิดทำให้ชายหนุ่มเลือกเอาข้าวของดูต่างหน้าของแม่กับเสื้อผ้าเพียงสองสามชุดติดตัวมา ทิ้งให้ทนายคอนเนอร์จัดการจัดส่งส่วนที่เหลือตามไปในภายหลัง

และตอนนี้ก็ได้เวลาที่ทั้งคู่โบกมือลากรุงลอนดอนเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บนเครื่องบินที่จองไว้ด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ทำเอาชายวัยกลางคนซึ่งทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เอ่ยทักอย่างล้อเลียน

“อพาร์ตเม้นต์หรูๆ ในลอนดอนมีไม่เอา ไปเอาคฤหาสน์เก่าๆ ก็ต้องเหนื่อยอย่างนี้หน่อยนะครับ”

โจชัวเพียงชำเลืองหางตามองด้วยความว่างเปล่า ไม่มีถ้อยคำใดๆ หลุดออกจากปากก่อนพยักหน้ารับเล็กน้อยเป็นเชิงว่าขานรับ เรียกเสียงหัวเราะในท่าทางของเขาจากทนายคอนเนอร์ได้ทันใด

“ไม่แปลกหรอกครับถ้าจะเหนื่อยขนาดนี้ เมื่อวานก็วุ่นวายกับงานศพคุณแม่ของคุณมาทั้งวัน ไหนจะวุ่นวายเรื่องหาที่อยู่ใหม่อีก อย่างนี้นี่พอไปถึงคฤหาสน์เมื่อไหร่ ผมว่าคงหลับเป็นตายแน่”

“ถ้าคุณไม่วิตกกลัวนักข่าวจะเอาผมไปเขียนข่าวซุบซิบให้คุณเสียหน้าล่ะก็ ป่านนี้ผมคงยังนอนซุกอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ ล่ะมั้ง”

โจชัวว่าเนือยๆ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนข้างๆ ได้ไม่น้อยทีเดียว

“เอาน่า ตอนคุณเจคอบยังมีชีวิตอยู่ เขาก็เดินทางบ่อยจนไม่ได้พักผ่อนเป็นประจำเหมือนกันครับ อย่างที่เขาว่ากัน พ่อลูกยังไงก็เชื้อไม่ทิ้งแถว ต่างกันนิดเดียวตรงที่คุณเจคอบเป็นคนชอบสังคม ต่างจากคุณที่ดูเหมือน...”

“เก็บตัว...”

โจชัวต่อประโยคให้โดยอัตโนมัติ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังใบหน้าเหี่ยวย่นของชายวัยกลางคนด้วยความรู้สึกที่เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าคนตรงหน้ามีอะไรอยู่ในใจกันแน่ มันแลดูเศร้า โดดเดี่ยวและเจ็บปวดจนไม่อาจจะสรุปแน่ชัดออกมาได้ว่ามันเป็นความรู้สึกใด

“อีกอย่าง... ผมไม่เหมือนกับพ่อผม ไม่เหมือนเลยสักนิด...”

โจชัวว่าเสริม ทนายคอนเนอร์เงียบไปด้วยรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของชายหนุ่มนั้นเป็นเช่นไร เขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไปพูดเปรียบเทียบอย่างนั้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบของการสนทนาตึงเครียดไปในนาทีนั้น ความเงียบเข้ามาปกคลุกทั้งสอง แทนที่ด้วยเสียงใสของแอร์โฮสเตสสาวที่กำลังสาธิตเครื่องชูชีพต่างๆ ก่อนเครื่องจะขึ้นบิน ทว่าเพียงครู่เดียว ทนายคอนเนอร์ก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง

“เออ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีใครคนหนึ่งอยากแนะนำให้คุณรู้จัก” ว่าแล้วก็ค้นกระเป๋าเอกสารครู่หนึ่งก่อนจะหยิบรูปถ่ายออกมาส่งให้ชายหนุ่ม

“นี่ครับ พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ ชื่อไบรอัน มัวร์ ครอบครัวของคุณมัวร์ดูแลคฤหาสน์นี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ถ้าหากมีอะไรสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็สอบถามได้โดยตรงเลยนะครับ เขาคงจะให้ข้อมูลที่คุณต้องการได้มากกว่าผม”

โจชัวรับภาพถ่ายนั้นมาดู มันเป็นภาพถ่ายขาวดำของชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีในชุดทักซิโด้ สีหน้าบนใบหน้าเหี่ยวย่นแลดูราบเรียบดุดันราวกับว่าเป็นคนเจ้าระเบียบมากคนหนึ่ง หางตาและมุมปากตกลงนั้น ทำให้เขาดูดุอย่างบอกไม่ถูก โจชัวดูรูปถ่ายนั้นได้ครู่เดียวก็หันไปถามทนายคอนเนอร์ นับเป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากริมฝีปากบางเฉียบของชายหนุ่มตั้งแต่ขึ้นเครื่องมาเลยก็ว่าได้

“มีเขาดูแลอยู่คนเดียวหรือครับ”

“ไม่หรอกครับ ยังมีผู้ช่วยและเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กที่คุณเจคอบจ้างมาอยู่ด้วยอีกหลายคน ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คฤหาสน์นั้นไม่เคยเงียบเหงาหรอก”

โจชัวไม่รู้เลยว่าที่ทนายคอนเนอร์พูดว่า ‘คฤหาสน์นั้นไม่เคยเงียบเหงา’ นั้นมีความหมายว่าอย่างไร ได้แต่พยักหน้ารับและเงียบตลอดการเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์

ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง ไฟลท์บินของทนายมือฉมังและเศรษฐีหน้าใหม่ก็มาถึงยังจุดหมาย ทันทีที่ถึงอาคารผู้โดยสารขาเขา ทนายคอนเนอร์ก็กวาดสายตามองหาใครบางคนซึ่งได้นัดหมายให้มารับตั้งแต่เมื่อคืนวาน กระทั่งเสียงทุ้มแหบของชายหนุ่มดังขึ้นไม่ไกลนัก เรียกให้เขาหันไปยังผู้เป็นเจ้าของเสียงทันที

“คุณคอนเนอร์ครับ! ทางนี้ครับ ทางนี้!”

ชายหนุ่มชาวเอเชียผิวสีแทนโบกไม้โบกมือเรียกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาใส่เสื้อลายสก็อตทับด้วยชุดเอี๊ยมและรองเท้าบูทยาง บ่งบอกตัวตนของเขาว่าเขานั้นเป็นชาวไร่เต็มตัว ทนายคอนเนอร์เห็นก็พลันร้องทักอย่างคุ้นเคย

“สวัสดี อเล็กซิสต์ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีนะ”

“ครับ ผมสบายดี ดูคุณสิ หล่อขึ้นเป็นกองเลย”

โจชัวมองผู้มาใหม่อย่างพินิจ ดูแล้วชายที่ชื่ออเล็กซิสต์จะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีไม่น้อย ท่าทางเขาจะค่อนข้างสนิทสนมกับทนายคอนเนอร์เสียด้วย ดูจากใบหน้าแล้ว คาดว่าอายุอานามก็คงไม่น่าจะห่างจากตนเท่าไหร่นัก

โจชัวมองทั้งคู่สนทนาทักทายกันครู่หนึ่ง ก่อนทนายคอนเนอร์จะหันมาแนะนำเขาให้อเล็กซิสต์รู้จัก

“เอ้อ นี่คุณโจชัว โจนส์ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโจนส์ที่ฉันบอกจะพามาน่ะ ทำความรู้จักไว้สิ”

“สวัสดีครับคุณโจนส์ ผมอเล็กซิสต์ครับ”

“สวัสดีครับ เรียกโจชัวเฉยๆ ก็ได้ ผมไม่ถือ”

โจชัวตอบรับไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ก่อนยื่นมือไปจับทักทาย แม้ใบหน้าจะยิ้ม กระนั้นอเล็กซิสต์ก็สัมผัสได้ว่ามันเศร้าเพียงใด หากแต่เขาไม่ใส่ใจนักเพราะพอรู้ประวัติของชายตรงหน้าคร่าวๆ จากทนายคอนเนอร์แล้วว่าโจชัวผ่านเรื่องอะไรมาบ้าง นอกจากยิ้มกว้างจนตาหยี ผูกพันธไมตรีอย่างธรรมชาติ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

“อเล็กซิสต์เป็นเด็กในดูแลของคุณมัวร์ครับ จะเรียกว่าเป็นผู้ช่วยพ่อบ้านก็ได้ นี่ก็เป็นอีกคนที่คุณโจชัวสามารถถามข้อมูลเกี่ยวกับคฤหาสน์ได้ เขารู้ข้อมูลดีพอๆ กับคุณมัวร์เลยครับ”

ทนายคอนเนอร์เสริม พร้อมตบบ่าอเล็กซิสต์ โจชัวพยักหน้ารับ

“ขอฝากตัวด้วยนะครับ”

“ได้ครับ ผมยินดีเสมอ แต่ผมว่าตอนนี้เราไปกันเลยดีกว่า ขืนมัวชักช้า เราอาจไปถึงที่คฤหาสน์ค่ำแล้วคุณโจชัวจะอดชมตัวคฤหาสน์ก่อนมืดเอานะครับ จากสนามบินไปที่นั่นก็ใช้เวลานานเหมือนกัน เกือบจะพอๆ กับนั่งเครื่องบินจากลอนดอนมาที่แมนเชสเตอร์นี่เลย” อเล็กซิสต์ว่าติดตลกเพราะเห็นว่าทนายคอนเนอร์คุยไม่เลิก

“นั่นน่ะสิ งั้นเราไปกันเถอะ อ่ะ นี่กระเป๋าของคุณโจชัว ฝากด้วยนะอเล็กซิสต์”

ทนายคอนเนอร์ถือวิสาสะคว้ากระเป๋าสัมภาระของโจชัวส่งให้อเล็กซิสต์จัดการนำไปยังรถ ก่อนเขาจะบรรทุกเข้าท้ายอย่างรู้งาน แล้วกลับมาบริการเปิดประตูให้ราวกับโจชัวนั้นเป็นเจ้าชายก็ไม่ปาน ทนายคอนเนอร์คงจะคุ้นชินกับการบริการสุดแสนจะธรรมดาอย่างนี้ คงมีแต่โจชัวล่ะมั้งที่อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาได้แต่หวังว่าที่คฤหาสน์นั้นคงจะไม่มีคนมาคอยทำให้ทุกอย่างเหมือนกับในละครช่วงหัวค่ำที่เขาเคยดูผ่านๆ หรอกนะ

เป็นจริงอย่างที่ทนายคอนเนอร์ว่าว่าคฤหาสน์เก่าประจำตระกูลนั้นอยู่ในที่สงบ ไม่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองตั้งหลายสิบกิโลเมตร ยิ่งอเล็กซิสต์ขับรถมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์นั้นเท่าไหร่ ต้นไม้และป่าข้างทางก็ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเท่านั้นจนกระทั่งบ้านเรือนสักหลังก็แทบไม่เห็น ฟังว่าคฤหาสน์นั้นตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านโบราณที่ปัจจุบันนั้นรกร้างไปแล้ว มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่ยังอยู่อาศัยเป็นบางครั้ง นานๆ ก็กลับมาทำการเกษตรกันไปเรื่อยเปื่อยสักที อย่างที่ว่ากันว่าเมื่อใดที่ความเป็นเมืองเติบโตขึ้น เมื่อนั้นวิถีความเป็นชนบทก็ลดถอยลงนั่นแหละ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WDU” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WDU
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ติวเตอร์เด็กสาว
ติวเตอร์เด็กสาว
เมื่อเพื่อนสนิทส่งติวเตอร์เด็กสาววัยใสมาให้ถึงบ้าน เสน่ห์อันไร้เดียงสาของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจชายหนุ่มอย่างรุนแรง ทั้งที่เขากำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อตามง้อขอคืนดีกับอดีตภรรยา ความหวั่นไหวครั้งใหม่นี้จึงกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ทำให้เขาต้องเลือกระหว่างความรับผิดชอบในอดีตหรือหัวใจตัวเอง
8.6
75 ตอน
พ่ายรักเมียเก็บ
พ่ายรักเมียเก็บ
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยพันธะร้าย เธอจึงตกเป็นเมียเก็บที่ไร้สิทธิ์เรียกร้องในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อน แม้หัวใจจะบอบช้ำจากความปรารถนาที่ไร้รัก แต่โซ่ตรวนแห่งหนี้บุญคุณกลับกักขังเธอไว้ใต้เงาของเขาอย่างไร้ทางหนี ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักอันตรายที่ยากจะถอนตัวได้แล้ววันนี้
8.4
62 ตอน
คนทั้งโลกกำลังตกหลุมรักภรรยาผม
คนทั้งโลกกำลังตกหลุมรักภรรยาผม
หยุนซีเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการแต่งงานในนามกับกู้ซือเฉิน แต่เมื่อตัวตนลับของเธอในฐานะแฮ็กเกอร์อัจฉริยะและนักแต่งเพลงปริศนาถูกเปิดเผย เหล่าชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลต่างพากันมารุมรักภรรยาของเขา! นิยายรักแนวท่านประธานสุดเข้มข้นที่ต้องปกป้องหัวใจท่ามกลางศึกรักและศึกแย่งชิงอำนาจในตระกูล
8.9
47 ตอน
ปรารถนาราคะ
ปรารถนาราคะ
เมื่อชมพูนุชตัดสินใจไปค้างคืนกับแทน เกวลินที่แอบรักเขาอยู่ก็ไม่อาจทนเฉยได้ ทว่าความหึงหวงกลับถูกตอกกลับด้วยความจริงอันเจ็บปวด เมื่อเธอเคยผลักไสเขาให้คนอื่นเองกับมือ นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่ยากเกินจะประสานคืน
8.6
58 ตอน
ทวงรักคนใจร้าย
ทวงรักคนใจร้าย
เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอกลับมาพบกับพ่อของลูกอีกครั้ง นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่บอกเล่าความเจ็บปวดจากการตกเป็นคนในความลับของท่านประธานผู้ไร้หัวใจ แม้เธอจะเลือกหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกเพียงลำพังเพื่อตัดขาดจากเขา แต่สุดท้ายผู้ชายใจร้ายคนนี้ก็กลับเข้ามาสั่นคลอนหัวใจเธออีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
8.1
90 ตอน
เงาดอกงิ้ว
เงาดอกงิ้ว
เมื่อบิดาบังคับแต่งงาน ชิงซานจึงต่อต้านอย่างหนัก แต่ความโกรธแค้นกลับปะทุขึ้นเมื่อบิดาเลือกรับเธอมาเป็นภรรยาเสียเอง ทว่าเพียงแรกสบตา เขากลับตกหลุมพรางความเย้ายวนจนถอนตัวไม่ขึ้น นำไปสู่ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและแรงแค้นอันยากจะหักห้ามใจในนิยายรักสุดดราม่าเรื่องนี้
8.4
45 ตอน